*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4596
  • จำนวนผู้ชม : 3111458
  • จำนวนผู้โหวต : 1641
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1641 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 509 , 11:36:28 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เกิดเป็นประเด็นร้อนฉ่าจากการที่ 'หมอธี' นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ไปพูดที่ประเทศอังกฤษ เรื่อง

นาฬิกา 'บิ๊กป้อม' ดังข่าวท้ายนี้

รัฐบาลคสช.ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่น

สะเทือนอย่างหนักอีกครั้งเมื่อเว็บไซต์บีบีซีไทย ได้เผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปมปัญหานาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ใหญ่แห่งคสช. อย่างดุเดือด

 

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
 
แนวหน้า
 
 
ประเทศไทยอากาศหนาวเย็น!'กทม.-ปริมณฑล'อุณหภูมิลด1-3องศา

ประเทศไทยอากาศหนาวเย็น!'กทม.-ปริมณฑล'อุณหภูมิลด1-3องศา

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 07.02 น.
 

13 ก.พ.61 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ทั้งนี้สภาพอากาศหนาวเย็นจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามัน มีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ในระยะ 1-2 วันนี้ 
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเล จีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า ทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

 
‘หมอธี’รูดซิปปาก! งดพูดต่อปมออกโรงไล่‘บิ๊กป้อม’

‘หมอธี’รูดซิปปาก! งดพูดต่อปมออกโรงไล่‘บิ๊กป้อม’

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 10.42 น.

“หมอธี”รูดซิปปาก! ขอไม่พูดต่อปม“นาฬิการหรู” หลังออกโรงไล่“บิ๊กป้อม”

13 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานตามปกติ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ดักรอ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อจะสอบถามถึงกรณีที่พูดเรื่องนาฬิกาหรูกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทย ที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ระบุตอนหนึ่งว่า “เรื่องนาฬิกา ถ้าผมถูกเปิดโปงเรือนแรก ผมก็ออกแล้ว”

จนกระทั่งถึงเวลา 09.00 น. ก็ยังไม่พบ นพ.ธีระเกียรติ จึงได้โทรศัพท์สอบถามผ่านหมายเลขของ นพ.ธีระเกียรติ โดยตรง เมื่อมีการรับสายปลายสายอ้างตัวว่าเป็นเลขาฯของ นพ.ธีระเกียรติ ก่อนระบุว่าขณะนี้ นพ.ธีระเกียรติ ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าว และจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า นพ.ธีรเกียรติ เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษแล้วหรือไม่ บุคคลที่อ้างเป็นเลขาฯ นพ.ธีรเกียรติ เปิดเผยเพียงว่า เพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย

เมื่อถามอีกว่า นพ.ธีระเกียรติ เข้าร่วมประชุม ครม.ในวันเดียวกันนี้หรือไม่ เลขาฯของ นพ.ธีระเกียรติ เลี่ยงที่จะตอบคำถามดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในเวลา 15.00 น. ทาง นพ.ธีระเกียรติ มีวาระงานที่จะต้องเป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

​ครม.ลุกเป็นไฟ  หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

​ครม.ลุกเป็นไฟ หมอธีร์กระซวกบิ๊กป้อมปมนาฬิกาหรู/ลั่นไม่กลัวใครขับออก

วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.49 น.
 

ครม.สะเทือนบีบีซีแพร่คลิป "หมอธีร์"จัดเต็มบิ๊กป้อมอย่างหนาถูกเปิดโปงนาฬิกาหรูมากถึง 25 เรือนแต่ยังไม่ยอมลาออก ลั่นถ้าตัวเองโดนแค่เรือนเดียวก็ไขก๊อกแล้ว ประกาศลั่นไม่กลัว "พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ?" ขณะที่เด็กประวิตรตกใจลูกพี่โดนแทงข้างหลัง จี้บิ๊กตู่ต้องลงมาจัดการเพื่อความเป็นธรรม

รัฐบาลคสช.ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่นสะเทือนอย่างหนักอีกครั้งเมื่อเว็บไซต์บีบีซีไทย ได้เผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปมปัญหานาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ใหญ่แห่งคสช. อย่างดุเดือด

โดยบีบีซีระบุว่า นพ.ธีระเกียรติ ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.61 ที่ผ่านมา ว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทย และสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ยังไม่เกิดขึ้นจริง 

นพ.ธีระเกียรติ ยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมได้ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสาย เมื่อปลาย ม.ค. แต่คำลาออกของเขาถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง

"แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร" รมว. ศธ. กล่าว

หลังการปราศรัยเป็นเวลา 15 นาทีจบลง นพ.ธีระเกียรติ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ว่า ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออก เพราะมาสาย

"ไม่มีทาง เพราะมันเป็น conscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี) ลึกๆ อยู่ในสายเลือด การรู้ว่าอะไรควร อะไรถูก มาสายไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ethic (จริยธรรม)... เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็ก ให้หน้าบาง ยาก เมืองไทย ไม่มีทาง เมืองไทยเป็นอย่างหนาตราช้าง" นพ.ธีระเกียรติ กล่าว 

ในส่วนเรื่องนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้น นพ. ธีระเกียรติ กล่าวว่า "เรื่องนาฬิกา ถ้าผมถูก exposed (เปิดโปง) เรือนแรก ผมก็ออกแล้ว อันนี้ถามผมนะ ส่วนใครจะว่าอะไร ให้ไปถามคนนั้น ของอย่างนี้ คนก็ไม่กล้าพูด กลัวอะไร ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยถามว่า แต่ท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย นพ.ธีระเกียรติ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง "ความฉลาดทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม (MQ)" กล่าวว่า "ไม่เกี่ยวนี่ นี่มันความเห็นของผม ไม่ใช่ความเห็น ครม. อย่างนี้แปลว่าถ้าผมอยู่ที่ไหน ผมต้องคิดตามเขาหมดเหรอ ลูกผมยังคิดไม่เหมือนผมเลย การคิดเหมือนกันคือหลักเผ่ากูซึ่งโตกว่าหลักกูนิดเดียว"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบีบีซีไทยยังได้เผยแพร่คลิปเสียงคำปราศรัยของ นพ.ธีระเกียรติ ด้วย

ทั้งนี้ภายหลังประเด็นข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีปฏิกิริยาตอบโต้จากฝ่ายทีมงานของ พล.อ.ประวิตรทันที โดยแหล่งข่าวคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่า ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็นส่วนตัวก็ตาม แต่เมื่อออกไปสู่สาธารณชน อาจจะมองเป็นภาพสะท้อนที่ได้ส่งกระทบกับคนที่ถูกพาดพิงอย่างตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร บอกอีกว่า ขณะที่ต้องรอดูท่าทีของ พล.อ.ประวิตร ก่อนว่า เรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ 

"เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้า ครม. คงจะต้องมีการพูดคุยกับ รมว.ศึกษาธิการ ถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะการที่เรื่องดังกล่าวกระจายสู่สาธารณชนในลักษณะ และคนที่ถูกพาดพิงเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น ต้องให้ความเป็นธรรม" คนใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร ระบุ

ทางด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้น อยู่ระหว่างเดินทางไปเยือนสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ นครเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของรัฐบาล สปป.ลาว เพื่อพัฒนาสัมพันธ์และสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกัน และเจ้าตัวยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องแต่อย่างใด ยกเว้นทีมงานที่ออกมาแสดงความไม่พอใจท่าที่ของ นพ.ธีระเกียรติ

'บิ๊กป้อม'โปรยยิ้มสยบไฟครม.ปัดตอบปม'หมอธี'วิจารณ์นาฬิกาหรู

'บิ๊กป้อม'โปรยยิ้มสยบไฟครม.ปัดตอบปม'หมอธี'วิจารณ์นาฬิกาหรู

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 09.06 น.
 

13 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงกรณีนาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร ว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้วนั้น ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ได้เพียงหันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการไปทันที

‘ประยุทธ์’วอนมิตรประเทศ อย่าปล่อยคนผิดเคลื่อนไหว ชี้ต้องเคารพกฎหมายไทยด้วย

‘ประยุทธ์’วอนมิตรประเทศ อย่าปล่อยคนผิดเคลื่อนไหว ชี้ต้องเคารพกฎหมายไทยด้วย

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
 

‘ประยุทธ์’วอนมิตรประเทศ

ปิดปาก‘ปู-แม้ว’

อย่าปล่อยคนผิดเคลื่อนไหว

ชี้ต้องเคารพกฎหมายไทยด้วย

ศรีวราห์ชงตำรวจสากลล่าตัว

จี้พฐ.ตรวจภาพจริงหรือตัดต่อ

กต.ชี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

“ประยุทธ์” ปัดตอบ“ปู-แม้ว”โผล่เย้ยกรุงปักกิ่ง กระแทกเท้าหนีหลังสื่อรุมถาม กร้าวยกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องเคารพกฎหมายไทยด้วย วอนอย่าปล่อยคนทำผิดเคลื่อนไหว เพราะฝ่ายไทยจับคนทำผิดส่งตปท.หลายรายแล้วด้าน “ศรีวราห์”ประสานอินเตอร์โพลหาพิกัด สั่งพฐ.พิสูจน์ภาพจริงหรือไม่

 

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานวันสิทธิมนุษยชนสากล

และกล่าวปาฐกถาพิเศษเพื่อประกาศ”วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน ไทยแลนด์4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มประชุมนายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการที่ห้องโถงตึกสันติไมตรีและได้กล่าวต่อหนึ่งว่า ขณะนี้ยังขาดความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งความจริงแล้วสิทธิมนุษยชนต้องไม่ละเมิดกฎหมายและต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่สังคมที่ปรองดอง แต่มี 2คนขยับอยู่ต่างประเทศ แต่กลับทำให้คนป่วนไปหมด ส่วนตัวไม่รู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้น ขยับทีเป็นข่าวไปหมด เดือดร้อนคนทั้งประเทศ

‘บิ๊กตู่’วอนตปท.เคารพกม.ไทย

จากนั้นนายกฯได้ขึ้นกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ‘การจะทำอะไรต้องคำนึงถึงหลักฐาน ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม บางคนกระบวนการครบแล้ว ลงโทษไปแล้วยังเคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ ซึ่งหลายประเทศเขามองในเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว มองอื่นๆเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ แต่ผมคิดว่าประเทศไทยก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ฉะนั้นใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายของแต่ละประเทศมาทำผิดในประเทศไทย ผมก็ดำเนินคดี จับกุมอยู่จำนวนมากพอสมควร แล้วส่งตัวกลับไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง ฉะนั้นทุกประเทศต้องเคารพในสิ่งเหล่านี้ด้วย อย่าให้มีการเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมายของแต่ละประเทศที่เราเคารพกฎหมายคนอื่น ดังนั้นคนอื่นต้องเคารพกฎหมายเราด้วยเช่นกัน’ นายกฯ กล่าว

ตามตัว’แม้ว-ปู’จนท.ทำอยู่แล้ว

ต่อมา หลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามสื่อมวลชนกรณีความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตรและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวเพียงว่า “ผมไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขาก็ทำกันอยู่แล้วในเรื่องการติดตามตัว ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทำทุกครั้งและกับทุกคน ได้กลับมาบ้างไม่ได้กลับมาบ้าง”

ซัดแค่กระพี้-เดินกระแทกเท้าหนี

ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า แต่ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของ 2อดีตนายกฯมีความสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในประเทศไทยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ผมไม่สนใจ อย่าไปสนใจเลย คุณสนใจคนทำผิดกฎหมายทำไมและเรื่องนี้ผมไม่มองอะไรทั้งสิ้น อยู่ที่พวกสื่อจะให้ความสำคัญแค่ไหน พวกคุณให้ความสำคัญกับไอ้กระพี้ก็ตามใจคุณ เมื่อถามว่า แต่วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปปรากฎตัวที่กรุงปักกิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตัดบทด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ไม่รู้ ไม่มีความคิดเห็นนะครับ ขอบคุณครับ” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสั่งการและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ แต่เดินกระแทกส้นเท้าเสียงดังขึ้นบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการสกัดกั้นอารมณ์ไม่ตอบโต้กลับทันที

‘ประจิน’ชี้หน้าที่’สตช.- ดีเอสไอ’

ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการประสานติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อกลับมาดำเนินคดี หลังปรากฏตัวพร้อม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงปักกิ่ง ว่า ในส่วนกระทรวงยุติธรรม โดยกรมบังคับคดีได้ติดตามดำเนินการในส่วนของการบังคับคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน ส่วนการติดตามตัวทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนที่ทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอทุเลาการบังคับคดีอีกครั้งเพื่อให้งด หรือชะลอยึดทรัพย์จนกว่าคำพิพากษาจะถึงที่สุดนั้น กระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเราชี้แจงไปว่า กรมบังคับคดีจะทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ระบุถึงอำนาจหน้าที่ของกรมบังคับคดีไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะเรื่องดังกล่าวมีขั้นตอนกระบวนการระบุไว้ ซึ่งเราต้องทำตามขั้นตอน

กต.แจงหน้าที่สตช.ติดตามตัว

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีปรากฏภาพ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กรุงปักกิ่ง ว่า เบื้องต้นมีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ปรากฏตัวที่กรุงปักกิ่ง ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการใดๆ เพราะตอนนี้เป็นหน้าที่ของ สตช.และไม่ทราบว่า ตอนนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือหนังสือเดินทางประเทศใด เพียงทราบจากข่าวว่าได้หนังสือเดินทางจากประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยวิธีการขอหนังสือเดินทางมีหลายรูปแบบ เช่น ไปทำการค้าการลงทุนกับประเทศนั้นๆ จนได้รับหนังสือรับรอง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เราได้แจ้งทุกประเทศให้รับทราบถึงกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้ว จากนี้คงต้องเป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่จะดำเนินการ ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงฯได้รับรายงานหรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พำนักอยู่ที่ประเทศใด นายดอน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไม่ได้สั่งการใดๆเป็นพิเศษ เพราะไม่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

ตร.ประสานอินเตอร์โปลหาพิกัด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงภาพถ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายทักษิณ ที่กรุงปักกิ่ง หลังไม่มาฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าวว่า ได้สั่งให้กองการต่างประเทศทำหนังสือถึงตำรวจสากล และกระทรวงการต่างประเทศของไทยตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งข้อมูลการเดินทาง สายการบิน ต้นทางและปลายทางและใช้หนังสือเดินทางของประเทศอะไร พร้อมให้สั่งการให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบภาพถ่ายดังกล่าวว่า เป็นภาพตัดต่อหรือไม่ การติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการประสานไปยังประเทศปลายทางที่ปรากฏภาพ ส่วนจะได้ข้อมูลมากน้อยเพียงใดอยู่ระหว่างดำเนินการ

กปปส.ขึ้นศาลป่วนเลือกตั้งปี57

วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดชี้สองสถานในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม38คน ในนามกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ขัดขวางการจัดเลือกตั้งของ กกต. เมื่อปี2557 ทำให้ กกต.จัดเลือกตั้งไม่ได้และเป็นการละเมิด เรียกค่าเสียหาย 3,100ล้านบาท

โดย นายสุเทพ พร้อมทีมทนายความ เดินทางมาศาลด้วยตัวเอง นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดตกลงเเนวทางสืบพยานเเละตกลงกันว่า คู่ความเเต่ละฝ่ายประสงค์จะนำพยานเข้าสืบเท่าอย่างไร ตรงไหนรับกันได้บ้าง เเต่ต้องเลื่อนออกไปก่อนเนื่องจากมีจำเลยที่ 24 เสียชีวิตลงเเละพนักงานอัยการประสงค์ให้ทายาทมาร่วมเป็นจำเลยแทนและอัยการมีการฟ้องเพิ่มอีก1คน ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดชี้สองสถานออกไปเเละนัดอีกครั้งวันที่ 21พฤษภาคมนี้

‘สุเทพ’ปัดขวาง-พร้อมสู้ถึงที่สุด

ด้าน นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนตัวต้องการต่อสู้คดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่มีการยืดเยื้อเกิดขึ้น ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีนั้น พร้อมจะต่อสู้ในชั้นศาล ยืนยันว่าตน กลุ่ม กปปส.และประชาชนทั้งหมด มีเจตนาคัดค้านการเลือกตั้ง โดยไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้งตามที่โจทก์กล่าวอ้าง รวมถึงมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของกลุ่ม กปปส.และประชาชน การที่ กกต.จัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลในขณะนั้นและกกต.ที่ต้องรับผิดชอบ ยืนยันว่า จะมาร่วมรับผิดชอบบ้านเมืองกับประชาชนโดยไม่ได้ทิ้งไปไหน

สิ้นคิด!วัฒนาชี้‘ปู-แม้ว’มีสิทธิ์ไปไหนก็ได้ ด่าแรง‘บิ๊กตู่’มีหัวไว้คั่นหู

สิ้นคิด!วัฒนาชี้‘ปู-แม้ว’มีสิทธิ์ไปไหนก็ได้ ด่าแรง‘บิ๊กตู่’มีหัวไว้คั่นหู

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 08.41 น.
 

“วัฒนา เมืองสุข”โพสต์แรง! จวก“บิ๊กตู่”มีหัวไว้คั่นหู ชี้“ปู-แม้ว”มีเสรีภาพเดินทางไปไหนก็ได้

13 ก.พ.61 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อีกครั้ง โดยระบุข้อความว่า  

“สิ้นคิดพอกัน”

“พลเอกประยุทธ์เป็นคนประเภทที่โบราณเรียกว่ามีหัวไว้คั่นหู เพราะมักจะพูดโดยไม่เคยคิด บ่อยครั้งที่พลเอกประยุทธ์ตั้งใจด่าคนอื่น แต่คนทั่วไปคิดว่ากำลังด่าตัวเอง เช่น การไปพูดว่าคนไทยยังขาดความเข้าใจสิทธิมนุษยชนที่ต้องเคารพกฎหมายและไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ

ประชาชนเลยฝากผมถามกลับว่าใครเป็นคนฉีกรัฐธรรมนูญ ใครเป็นคนห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทั้งที่กฎหมายมีผลบังคับแล้ว ยังไม่นับรวมการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ เช่น อุ้มคนเห็นต่างเข้าค่ายทหาร หรือห้ามประชาชนชุมนุมทางการเมือง เป็นต้น

สรุปได้ว่าคนที่ไม่เคยเข้าใจสิทธิมนุษยชนและละเมิดมากที่สุดคือพลเอกประยุทธ์ เอาแค่การเอาตัวเองไปเป็นประธานในงานวันสิทธิมนุษยชนสากลก็คือการประจานตัวเองเหมือนกับเอาคนทุศีลมาอบรมสงฆ์ที่ประพฤติพรหมจรรย์

ส่วนที่ไปพาดพิงถึงอดีตนายกรัฐมนตรีสองท่านที่อยู่ต่างประเทศว่า การเคลื่อนไหวทำให้เกิดความปั่นป่วนในประเทศก็เช่นกัน ถ้าพลเอกประยุทธ์พอมีปัญญาหน่อยก็จะรู้ว่าการที่ท่านทั้งสองจะไปไหนมาไหนถือเป็นเสรีภาพของท่าน เพราะไม่ได้ใช้เงินหลวงเช่าเหมาลำมีคาร์เวียเสิร์ฟบนเครื่องเหมือนใครบางคน

การที่ประชาชนยังคิดถึงเพราะท่านทั้งสองทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่กักขฬะหยาบคาย เคารพและให้เกียรติประชาชน ที่สำคัญคือท่านได้อำนาจเพราะประชาชนเลือกไม่ได้ใช้ปืนปล้นมาแล้วถ่วงเวลาไม่คืนให้เจ้าของอำนาจ การจะทำให้ประชาชนลืมอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านจึงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมากกว่าที่ท่านทั้งสองเคยทำ เคารพและให้เกียรติประชาชน แค่นั้นประชาชนก็จะลืมและหันมาสนใจคนที่ทำให้เค้าดีขึ้นแทน

ปัญหาคือมีปัญญาหรือเปล่า ออกอาการเหมือนพรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่เคยออกมาปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ถูกเผด็จการละเมิด แต่แก้เกี้ยวโดยการด่าทักษิณและยิ่งลักษณ์แทนเสมือนเป็นติ่งเผด็จการ สงสัยหวังจะเป็นพรรคอะไหล่ที่ทหารเลือกใช้บริการหลังเลือกตั้ง ถึงเวลาปรับปรุงพฤติกรรมได้หรือยัง ไม่คิดจะอายเด็กบ้างหรือครับ”

จับสมุน'โกตี๋'!ซุก'ระเบิด-ไปป์บอมบ์'คาคอนโดเมืองทอง/ส่อโยงบึ้มราชประสงค์

จับสมุน'โกตี๋'!ซุก'ระเบิด-ไปป์บอมบ์'คาคอนโดเมืองทอง/ส่อโยงบึ้มราชประสงค์

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 07.05 น.

13 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น.คืนที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมโภช สืบวงศกร ร้อยเวร สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุระเบิด ที่ห้องเลขที่ 2/28 อาคารที 10 คอนโดเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอปากเกร็ด และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.นนทบุรี สืบสวน สภ.ปากเกร็ด รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่า ภายในมีข้าวของกระจัดกระจาย ทั้งถังพลาสติก ถุง เสื้อผ้า และของใช้อื่นๆ เหมือนถูกทิ้งร้างมานาน รวมทั้งมีเสื้อผ้าแขวนไว้หลายชิ้น พบกระเป๋ากล้องถูกวางไว้ชิ้นกำแพงห้อง ภายในมีระเบิดขนาด M26 ใส่อยู่ในถุงตาข่ายสีน้ำเงิน จำนวน 1 ลูก พร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ EOD เข้าทำการเก็บกู้ จากนั้นได้ทำการตรวจสอบภายในห้อง พบระเบิดปิงปองประกอบเองจำนวน 4 ลูก ระเบิดไปป์บอมจำนวน 2 ลูก ประทัดยักษ์จำนวนกว่า 20 ลูก และเสื้อยืดสีแดง จำนวน 3 ตัว เสื้อยืดสีขาว 1 ตัว มีสกรีนด้านหน้า และอุปกรณ์ในการประกอบวัตถุระเบิดจำนวนหนึ่ง  ถูกวางซุกซ่อนอยู่ตามใต้สิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้อง และด้านข้างห้อง จึงได้ทำการเก็บกู้ ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

ต่อมาเวลา 22.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพบผู้ต้องสงสัยกำลังเดินขึ้นไปที่ห้องเกิดเหตุ และมีท่าทางพิรุจโดยรีบหันหลังเดินกลับลงมาอย่างรวดเร็ว จึงได้รีบทำการสกัดจับ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ผู้ต้องสงสัยรู้ตัวได้วิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังวิ่งไล่ตามจนสามารถจับตัวผู้ต้องสงสัยได้ ทราบชื่อคือ นายกฤษ์ชาพล พูลศิลป์ อายุ 53 ปี อดีตทหารปลดประจำการ เป็นชาว จ.ยะลา

เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเช่าห้องมานานกว่า 5 ปี แต่ไม่จ่ายค่าน้ำค่าไฟจนถูกตัดและไม่จ่ายค่าเช่าห้อง จนเจ้าของห้องได้ให้คนใหม่เช่าและเตรียมเข้าพัก จึงได้ให้แม่บ้านเข้าทำความสะอาดจนพบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพว่าวัตถุระเบิดเป็นของตน นำมาเก็บไว้ที่ห้องพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ จึงได้ควบคุมตัวส่ง มทบ.11 เพื่อทำการสืบสวนต่อไป

ต่อมาเวลา 23.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุผู้ต้องสงสัยใช้เป็นที่กลบดาน และเป็น 1 ใน 27 คน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวัง ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นลูกน้องของโกตี๋ แกนนำ นปช.วัตถุระเบิดที่พบเป็นชนิดเดียวกับที่เคยใช้ก่อเหตุที่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2557 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม เนื่องจากภายในห้องมีของใช้มากกว่า 1 คน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าวัตถุระเบิดทั้งหมดเป็นของตนเอง ส่วนเรื่องที่จะนำไปก่อเหตุหรือไม่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามสืบสวนต่อไป

 
‘เจี๊ยบ’แขวะบิ๊กตู่ตัวจริงละเมิดสิทธิ์ เพ้อม็อบไล่คสช.สลายสีเสื้อ‘เหลือง-แดง’

‘เจี๊ยบ’แขวะบิ๊กตู่ตัวจริงละเมิดสิทธิ์ เพ้อม็อบไล่คสช.สลายสีเสื้อ‘เหลือง-แดง’

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 10.07 น.
 
 

‘เจี๊ยบ’แขวะบิ๊กตู่ตัวจริงละเมิดสิทธิ์ เพ้อม็อบไล่คสช.สลายสีเสื้อ‘เหลือง-แดง’

13 ก.พ.61 ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong” มีข้อความดังนี้

“น่าตลกสิ้นดีเวลาได้ยิน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งๆ ที่ รัฐบาลมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไม่หยุดหย่อน ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกล้าพูดสอนคนอื่นเรื่องหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งๆที่ รัฐบาลตัวเองมีชื่อเสียงอื้อฉาวกระฉ่อนโลกเรื่องละเมิดสิทธิมุษยชน

อันที่จริง คนที่ไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน คือ ตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองนั่นแหละ นายกฯ อย่าไปโทษภาคประชาชนว่าเรียกร้องมากเกินไปหรือไม่เคารพกฎหมาย

ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเลิกอ้างเป็นแผ่นเสียงตกร่องได้แล้วว่า การปราบปรามดำเนินคดีคนคิดต่างเป็นไปตามกฎหมาย เพราะกฎหมายและคำสั่งหลายอย่างในยุค คสช. มีเนื้อหาขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน

ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และ สนช. ที่ต้องปรับปรุงกฎหมายบ้านเมืองให้สอดคล้องกับหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากล ที่รัฐบาลไทยให้การรับรองไว้ต่อที่ประชุมสหประชาชาติ

ทั้งนี้ การที่ประชาชนออกมาเรียกร้องการเลือกตั้ง มันไม่ผิดทั้งในแง่ข้อกฎหมายและในแง่รัฐศาสตร์ เพราะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางการเมือง

ที่น่าสังเกต คือ ประชาชนที่ออกไปรวมตัวเรียกร้องการเลือกตั้งครั้งนี้ มีทั้งคนที่เคยสวมเสื้อเหลืองและเสื้อแดงมาร่วมเคลื่อนไหว สะท้อนว่าเป็นการสลายสีเสื้อ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกร้องมาตลอดไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงไม่รีบส่งเสริมและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงออกอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากคนคิดต่างเพื่อขู่ให้คนอื่นในสังคมกลัวนั้น มันเป็นแค่มุกฝืด ๆ ของเผด็จการทั่วโลก ที่ทั้งเชยทั้งล้าสมัย และตบตาใครไม่ได้แล้วในโลกยุคปัจจุบัน”

รองปธน.สหรัฐเผยพร้อม'เจรจา'โสมแดง ยันยังไม่ลดมาตรการคว่ำบาตร

รองปธน.สหรัฐเผยพร้อม'เจรจา'โสมแดง ยันยังไม่ลดมาตรการคว่ำบาตร

วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 14.43 น.
 
 

12 ก.พ.61 สำนักข่าวต่างประเทศ นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เผยระหว่างเดินทางกลับจากพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ ถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือว่า สหรัฐยังจะไม่ลดมาตรการกดดันลงและจะดำเนินมาตรการขั้นสูงสุดนี้ต่อไป จนกว่าเกาหลีเหนือจะแสดงให้เห็นว่าได้มีการลดการอาวุธนิวเคลียร์ลงอย่างชัดเจน แต่สหรัฐฯ ก็ไม่ปฏิเสธการเจรจาหากทางเกาหลีเหนือต้องการ 

ขณะที่ นายมุนแจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้รับปากกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากการที่ทั้งสองหารือเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังถึง 2 ครั้งว่า เกาหลีใต้จะไม่ผ่อนปรนมาตรการทางการทูตและทางเศรษฐกิจง่ายๆ เพียงเพราะคำพูดสวยหรู แต่เกาหลีเหนือต้องลดอาวุธนิวเคลียร์ลงอย่างเป็นรูปธรรม 

ก่อนหน้านี้ คิมโยจอง น้องสาวของ นายคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้นำสาส์นอย่างเป็นทางการจากพี่ชาย มาส่งให้กับผู้นำเกาหลีใต้ด้วยมือของตนเอง โดยในสาส์นเป็นข้อความเชิญให้นายมุนเยือนเกาหลีเหนือโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้ได้ตอบรับคำเชิญดังกล่าว ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายจะพบหารือกัน

ความสัมพันธ์ของสองเกาหลีผ่อนคลายความตึงเครียดลงหลังเกาหลีเหนือตอบตกลงส่งนักกีฬาและคณะนักแสดงทางวัฒนธรรมเข้าร่วมในงานโอลิมปิกฤดูหนาว โดยในพิธีเปิดสองเกาหลีได้เดินขบวนเข้าสนามพร้อมกันภายใต้ธงเอกภาพผืนเดียวกัน ซึ่งเกาหลีเหนือได้ส่ง คิมโยจอง และ นายคิมยองนัม ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนระดับสูงจากเกาหลีเหนือ มาร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย ถือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สมาชิกครอบครัวตระกูลคิมเดินทางมายังประเทศเกาหลีใต้นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเกาหลีเมื่อปี 2496 

ซ้ำรอย!'ช้างป่า'เหยียบชาวบ้านยะลาดับสยองข้างขนำในสวนยาง

ซ้ำรอย!'ช้างป่า'เหยียบชาวบ้านยะลาดับสยองข้างขนำในสวนยาง

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 10.33 น.

หลังรับแจ้งจึงได้นำกำลัง อส.พร้อมด้วย ชุด ชรบ.และผู้ใหญ่บ้านเข้าตรวจสอบ โดยจุดเกิดเหตุที่ขนำในสวนยางพารา ม.5 บ้านตังกะเด็ง ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายเสาร์ สมยศ อายุ 75 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิต อยู่ข้างขนำภายในสวนยาง และจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบของขนำ พบรอยเท้าของช้างป่า จำนวนหลายรอย จึงเชื่อว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา มีโขลงช้างป่าลงมาจากเทือกเขา และได้เข้ามาที่ขนำของ นายเสาร์ สมยศ ก่อนที่นายสมยศ จะถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ ทีเข้าตรวจสอบจึงได้ช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิต ออกจากจุดที่เกิดเหตุ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ให้แพทย์ได้ทำการชันสูตรอีกครั้ง

ทั้งนี้เหตุการณ์ช้างป่า ทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต ในพื้นที่ จ.ยะลา นับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ล่าสุด มีช้างป่าทำร้ายชาวบ้านใน อ.เบตง จ.ยะลา เสียชีวิต เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

 
 
 
 ..........................................................
 
13 กุมภาพันธ์ 2561
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/02/2018 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
........................................
นายกฯให้ 'หมอธีร์' เคลียร์กับ 'บิ๊กป้อม' เอาเองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/02/2018 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ความจริงอันบาดใจค่ะคุณลุง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน