*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3545877
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 989 , 22:16:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวการเมือง เรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนครับ สื่ออาจจะนำข้อมูลจากหลายๆแหล่งข่าว

เอามาปะติดปะต่อกัน ก่อนที่จะเผยแพร่เป็นข่าวต่อไป โดยเฉพาะข่าวเรื่องที่ 'กำนัน' สุเทพจะตั้งพรรค กปปส. ที่สื่อบอกว่า

'กำนัน' จะเป็นผู้ก่อตั้งนั้น แต่ปรากฏว่าการแถลงในโทรทัศน์ล่าสุด 'กำนัน' พูดเพียงว่าอาจจะไปสมัครเป็นเพียงสมาชิกพรรคเท่านั้น

ไม่ขอมีตำแหน่งใดๆในพรรคอีกด้วย

 

คม ชัด ลึก

เปิด!! ยุทธศาสตร์แก้เกม “เตะตัดขา” พรรคเพื่อไทย

เจาะประเด็นร้อน  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขยายปมร้อน,เจาะประเด็นร้อน,พรรคแนวร่วม,กติกา,เตะตัดขา,พรรคใหญ่,เพื่อไทย,ประชาธิปัตย์,สุเทพ เทือกสุบรรณ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

(ขยายปมร้อน)“พรรคแนวร่วม” ยุทธศาสตร์แก้เกม “เตะตัดขา” พรรคใหญ่ แน่นอน "พรรคใหญ่" ในเป้าหมาย คือพรรคเพื่อไทย

               เป็นที่รู้กันว่ากติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่วางไว้เพื่อสกัด “พรรคใหญ่” ไม่ให้สามารถตั้ง                       รัฐบาลพรรคเดียวได้ โดยเหตุผลของฝั่งผู้มีอำนาจ คือ เพื่อไม่ให้เกิดสภาพ “เผด็จการรัฐสภา”

               ซึ่งก็ชัดเจนว่า “พรรคใหญ่” ในเป้าหมายของกติกานี้คือ “พรรคเพื่อไทย”

เปิด!! ยุทธศาสตร์แก้เกม “เตะตัดขา” พรรคเพื่อไทย

               มาดูกันชัดๆ อีกครั้ง “กติกา” ที่ว่าเอื้อพรรคเล็ก เตะตัดขาพรรคใหญ่นี้ เป็นอย่างไร ?

 

               พรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยจะรับมืออย่างไร ?

               รวมไปถึงพรรคขนาดเล็กจะใช้เป็นเครื่องมืออย่างไร ?

               กติกาหลักคือเรื่องระบบการเลือกตั้ง ที่ครั้งนี้ “ปรมาจารย์กฎหมาย” มีชัย ฤชุพันธุ์ ดีไซน์ระบบใหม่ ชนิดที่ไม่เคยมีประเทศไหนในโลกใช้กติกานี้มาก่อน มีชื่อชวนงงว่า “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” คือ การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่นำไปใช้คำนวณเพื่อการได้มาซึ่ง ส.ทั้ง ระบบ คือ ส..เขต และ ส..บัญชีรายชื่อ

               ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่ต้องการให้คะแนนตกน้ำ” คะแนนทุกคะแนนที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิจึงมีความหมาย นำมารวมกันทั้งประเทศ แล้วคำนวณออกมาเป็นจำนวน ส..ที่พรรคนั้นพึงจะมีได้ จากจำนวน ส..ทั้งหมด 500 คน (..เขต 350 คน ส..ปาร์ตี้ลิสต์ 150 คน)

               ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “อดีต ส..แถว 2-3-4...” มีราคาขึ้นมา

               เพราะแม้จะรู้ดีว่า หากลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว พวกเขาไม่มีทางชนะ แต่มันคือการเก็บสะสมคะแนน

               ยิ่งส่งผู้สมัคร ส..เขตลงมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสสะสมคะแนนและแปรไปเป็นจำนวน ส..ปาร์ตี้ลิสต์มากขึ้นเท่านั้น

               ฉะนั้น สิ่งที่จะได้เห็นแน่ๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้คือ ผู้สมัคร ส..เขตจะมีมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

               ย้อนกลับไปทำความเข้าใจประเด็นที่ว่า กติกานี้ “เตะตัดขา” พรรคใหญ่อีกครั้ง

               ประเด็นนี้คือ ด้วยสูตรเลือกตั้งแบบใหม่ของโลกนี้ โอกาสที่พรรคใหญ่จะได้ ส..เกินครึ่ง คือเกิน 250แทบไม่มี เพราะถ้าจะได้ ส..เกินครึ่ง ก็หมายความว่าพรรคนั้นต้องได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เกินครึ่งของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด

               ตัวเลขผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งปัจจุบัน อยู่ที่ 50 ล้านเศษ (ในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อสิงหาคม 2559มีผู้มีสิทธิ์ 50.5 ล้านคน)

               ตอนนี้หลายพรรคการเมืองคำนวณออกมาตรงกันว่า สัดส่วนคะแนนที่จะได้ ส.. 1 คน น่าจะอยู่ที่ หมื่นคะแนน ซึ่งตัวเลขนี้หมายถึงว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ 35 ล้านคน 

               แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยยอมรับว่า โอกาสที่เพื่อไทยจะได้ ส..ถึง 250 คนนั้นน่าจะยาก อย่างไรก็ตามทางพรรคก็ต้องพยายามทำให้ได้มากที่สุด ซึ่งคิดว่าจำนวน ส..ที่จะเป็นนัยสำคัญ ทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถเป็นรัฐบาลได้ คือ ต้องได้อย่างน้อย 230 เสียง

               หากได้ถึงประมาณ 230 เสียง โอกาสที่พรรคตัวแปร เช่น ภูมิใจไทย ชาติไทย ชาติพัฒนา จะมาร่วมกับเราก็มีเยอะ เพราะถ้าเขาไปจับกับอีกฝั่ง แล้วโดดเดี่ยวให้เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องบอกว่าเขาจะเป็นรัฐบาลที่อยู่ยาก เพราะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค จะเกิดเรื่องความเป็นเอกภาพ รวมถึงปัญหาเรื่ององค์ประชุมจนไม่เป็นอันทำงาน”

               ถามว่าแล้วพรรคเพื่อไทยจะแก้เกมอย่างไร ?

               ตรงที่บอกว่า ส..แถว 2-3-4... มีค่า นั่นแหละเป็นคำตอบ

               เราต้องมีพรรคแนวร่วม แต่เราคงไม่มีการประกาศออกมาหรอกว่าพรรคไหนเป็นพรรคแนวร่วมบ้าง ซึ่งพรรคแนวร่วมก็อาจจะมีได้มากกว่าหนึ่ง พรรคเหล่านี้จะประกอบด้วยผู้สมัคร ส..แถว 2-3-4...เป็นหลัก เพื่อไปเก็บสะสมคะแนนมาเป็น ส..ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อจะเอามารวมกับ ส..เพื่อไทย”

               จากข้อมูลล่าสุดที่ว่า สัดส่วน ส.. 1 คน น่าจะอยู่ที่ประมาณ หมื่นคะแนน

               ซึ่งต้องบอกว่า ที่ผ่านมา ส..สอบตก (อันดับ 2-3-4...) ได้คะแนนมาเป็นหลักหมื่นหลักแสนก็ไม่น้อย สมมุติ ส..สอบตกคนหนึ่งได้คะแนนมา แสนคะแนน เขาก็มีสิทธิแปลงมาเป็นคะแนน ส..ปาร์ตี้ลิสต์ได้แล้วอย่างน้อย คน มีแบบนี้สัก 10 เขต ก็มีสิทธิได้ ส..ปาร์ตี้ลิสต์แล้วไม่ต่ำกว่า 10 คน

               ตอนนี้มีหลายพรรคที่ไม่ได้หวังว่าจะได้ ส..เขต แต่หวังว่าจะได้ ส..ปาร์ตี้ลิสต์ จากการเก็บเล็กผสมน้อยจากเขตต่างๆ ทั่วประเทศ

               นี่คือจุดที่พรรคเล็กได้เปรียบ

               พรรคเล็กเหล่านี้แหละ ที่จะกลายสภาพมาเป็น “พรรคแนวร่วม” หรือบางคนอาจจะเรียกว่า "พรรคสาขา" ของพรรคใหญ่ ซึ่งน่าจะหมายถึงทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์

เปิด!! ยุทธศาสตร์แก้เกม “เตะตัดขา” พรรคเพื่อไทย

(อ่านต่อ...มาล้าววว.. “เสี่ยติ่ง” คัมแบ็ค พรรคพลังพลเมือง..สาขา? )

               ฉะนั้นจึงต้องจับตาดูพรรคเล็กๆ โดยเฉพาะพรรคใหม่ที่มาจดแจ้งเพื่อขอตั้งพรรคต่อ กกต.

               ล่าสุด จนถึงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 มี..) มีกลุ่มการเมืองมาแจ้งต่อ กกต.ไว้แล้วทั้งหมด 55 พรรค และคงจะมีทยอยมาอีกเรื่อยๆ

               รวมถึง พรรคที่ผู้คนเฝ้าจับตา คือ พรรคของกลุ่ม กปปสกับพรรคของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่มีทั้งภาพลักษณ์จุดยืนที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงกับพรรคของกลุ่ม กปปส

               แม้การออกมาพูดเรื่องนี้ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จะทำให้ผู้คนสับสน บางคนคิดไปว่าจะไม่มีการตั้งพรรคขึ้นมา แต่ผู้เกาะติดการเมืองย่อมรู้ดีว่า นั่นคืออาการ “เล่นลิ้น” ของสุเทพเท่านั้น

เปิด!! ยุทธศาสตร์แก้เกม “เตะตัดขา” พรรคเพื่อไทย

(อ่านต่อ...ฟังชัดๆ!! "สุเทพ" ร่วมตั้งพรรค แต่ไม่รับตำแหน่งการเมือง)

               ความจริงก็คือ จะมีการตั้งพรรคของกลุ่ม(อดีตกปปส.แน่นอน เพียงแต่รอเวลาเพื่อให้การเปิดตัวเกิดภาพสมกับการเป็นพรรคของมวลมหาประชาชนก่อน ซึ่งก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะคนปีกนี้ซึ่งถือว่า “ใกล้ชิด” กับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ก็ยังคง “ไม่มั่นใจ” ว่า จะมีการปลดล็อกเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่เมื่อไรกันแน่

               ในส่วน “พรรคของธนาธร” นั้น แม้ยังไม่เปิดตัวออกมา แต่สิ่งที่ “ธนาธร” แสดงออกมาชัดเจนประหนึ่งประกาศออกมาแล้ว เขาเพียงแค่รอเวลาสำหรับการ “เคลียร์” บางเรื่องให้เรียบร้อยลงตัวเท่านั้น 

               สำหรับพรรค กปปสสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นการเป็นพรรคแนวร่วมของประชาธิปัตย์ 

               ขณะที่พรรคของ “ธนาธร” แม้วันนี้อาจจะบอกว่าไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นแนวร่วมของพรรคใด แต่สุดท้ายจะหลุดจากเกมนี้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า เขาจะ “ลุย” และ “ทุ่ม(เท)” ขนาดไหน ??

+++++

เรื่องโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์

แม้ หมอกบังเลือกตั้งจางลง แต่ “โรดแม็พ” ต้องวัดกันยาว

สนช,ขยายปมร้อน,เจาะประเด็นร้อน,พลอประยุทธ์

แม้ หมอกบังเลือกตั้งจางลง แต่ “โรดแม็พ” ต้องวัดกันยาว  โดย... ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น

          ในที่สุดข้อกังวลที่ ฝ่ายการเมืองคาดการณ์ว่า สนช. จะคว่ำร่างกฎหมายลูกที่เป็นปัจจัยชี้ปฏิทินเลือกตั้ง ก็คลี่คลาย หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กดโหวตผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ตามที่กรรมาธิการวิสามัญ 3 ฝ่ายร่วมแก้ไข 

          และวาระเห็นชอบแบบฉลุยนั้น เรียกได้ว่าเป็นไปตามสัญญาณ ที่ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)" แจ้งต่อสาธารณะไปเมื่อสัปดาห์ก่อนระหว่างการแถลงถึงโรดแม็พเลือกตั้ง ที่ต้องเกิดขึ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2562 

          นับเวลาตามขั้นตอนที่เริ่มจาก ร่าง พ.ร.ป. ทั้ง 2 ฉบับถูกส่งไปถึงมือ “พล.อ.ประยุทธ์” แล้ว ต้องพักคอย 5 วัน เพื่อรอว่าจะมีผู้ใดมีความเห็นแย้งและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความหรือไม่ ก่อนเข้ากระบวนการประกาศใช้กฎหมาย 

          โดยสัญญาณที่จับได้ คือ ข้อห่วงใยจาก "มีชัย ฤชุพันธุ์" ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" ที่สนับสนุนให้ ตัวแทน สนช. เข้าชื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความการแยกประเภทผู้สมัคร ส.ว. ตามร่าง พ.ร.ป. ส่วนบทเฉพาะกาลซึ่งกำหนดให้ ผู้สมัคร ส.ว.ในวาระเริ่มแรก มาจากการสมัครโดยอิสระ หรือสมัครผ่านการเสนอชื่อจากองค์กรนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่ใช่องค์กรที่ทำกิจกรรมทางการเมืองว่า ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ รวมถึงเจตนารมณ์ตามมาตรา 107 ให้สิทธิประชาชนที่มีคุณสมบัติลงสมัครเป็น ส.ว.ได้อย่างอิสระหรือไม่ ?

          แม้เรื่องนี้ "สมคิด เลิศไพฑูรย์ สนช. ฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ส.ว." และ "อัชพร จารุจินดา กมธ. จาก กรธ. และในฐานะมือทำงานของ อ.มีชัย" จะการันตีร่วมกันว่า การแยกประเภทสมัครส.ว. ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เพราะโจทย์หลักที่ยกมาพิจารณาคือ วาระพิเศษของ ส.ว.ชุดแรก ที่มาตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ให้ คสช.แต่งตั้งและคัดเลือก เต็มจำนวน 250 คน เพื่อสานต่อภารกิจพิเศษ คือ ติดตาม สานต่อ และกำกับการปฏิรูป ดังนั้นข้อกำหนดให้ ผู้สมัคร ส.ว. จากประเภทองค์กรเสนอชื่อ จึงเป็นความเหมาะสม 

          อย่างไรก็ดี ในประเด็นดังกล่าว ยังมี สนช.ที่คาใจ และกังวลไม่แพ้ “ประธาน กรธ.” ที่ห่วงว่าในภายภาคหน้าอาจมีผู้ยกประเด็นสร้างทางสะดุดของการได้มาซึ่ง ส.ว. แม้จะเป็นโควตา 50 คนก็ตาม 

          หากประเด็นนี้มี สนช. ที่กล้าหาญและสร้างความกระจ่างต่อเรื่องนี้ แน่นอนว่า การประกาศใช้ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. อาจต้องชะลอการประกาศและบังคับใช้ออกไป และต้องส่งผลต่อปฏิทินเลือกตั้งตามที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ให้คำมั่นไว้ ไม่มากก็น้อย  

          ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้รวดเร็วอย่างที่สาธารณะคาดหวัง ดูได้จากการวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่สนช.ส่งให้ตีความ การเว้นลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ไม่พ้น 10 ปี ได้สิทธิเป็นกรรมการได้ ซึ่งนับเวลาที่รับเรื่อง กว่า 1 เดือนแล้ว แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ประชุมเพื่อวินิจฉัยให้ความกระจ่าง 

          แต่หากเรื่องนี้ถูกมองข้ามไป เพื่อช่วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รั้งรอการวินิจฉัย ร่าง พ.ร.ป.ปราบทุจริต ซึ่งผลของการวินิจฉัยนั้น อาจคาบเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน แน่นอนว่าอาจมีผู้ที่เสียประโยชน์จากได้ตำแหน่ง ส.ว. ยกประเด็นสร้างปัญหาทางข้อกฎหมาย และอาจถูกยกระดับไปสู่ความบาดหมางของสมาชิกวุฒิสภา เหมือนอย่าง ส.ว.ชุดที่ผ่านมา ที่มาจากการเลือกตั้งและลากตั้ง มีความขัดแย้งจนถึงขั้นไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ 

          ขณะที่ สาระของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านวาระเห็นชอบ แม้เสียงสนช.ข้างมาก 218 เสียงจะรับรอง ใช่ว่าจะไม่เกิดปัญหา เพราะจากการอภิปราย โดยเฉพาะมาตรา 35 ว่าด้วยการจำกัดสิทธิของผู้ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งส.ส. โดยไม่แจ้งเหตุผลหรือแจ้งเหตุผลที่ไม่สมควร ตามการแก้ไขของกรรมาธิการ ส่วนของตำแหน่งข้าราชการการเมือง, ข้าราชการรัฐสภา และข้าราชการการเมืองระดับท้องถิ่น ปรับเนื้อหาจากการสร้างเงื่อนไขที่เป็นคุณสมบัติไม่ได้รับแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่ง เป็น การตัดสิทธิดำรงตำแหน่ง 

          ในคำอธิบายของกรรมาธิการ ระบุไว้ว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง, ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการการเมืองระดับท้องถิ่นต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างกับคนทั่วไป ดังนั้นแม้จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งมาระยะหนึ่ง แต่เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง แล้วไม่ไปใช้สิทธิ์ หรือแจ้งเหตุผลอันไม่สมควร ต้องพ้นจากตำแหน่งโดยทันที 

          ซึ่งถือเป็นบทโหด ที่เขียนเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะข้าราชการการเมือง ที่ว่านั้น หมายรวมถึง ฝ่ายบริหาร 20 ตำแหน่ง อาทิ นายกฯ, รองนายกฯ, รัฐมนตรีว่าการ, รัฐมนตรีช่วย, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นต้น ส่วนข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองนั้น ตามกฎหมายกำหนดให้มี 24 ตำแหน่ง อาทิ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา, ที่ปรึกษารองประธานรัฐสภา, ที่ปรึกษาสภา, ที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา, โฆษกประธานสภา, ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน เป็นต้น

          และตำแหน่งดังกล่าวนั้น ที่ผ่านมาทราบโดยทั่วไปว่า มีบทบาท และความสำคัญต่อเกมในรัฐสภา และเกมบริหารบ้านเมืองมากเพียงใด 

          แม้ สนช.พยายามให้ความเห็น ขอแก้ไขให้กลับไปเป็นถ้อยคำเดิม คือ เป็นเพียงเงื่อนไขของการพิจารณาเข้ารับตำแหน่ง แทนการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นเดิมพัน เพราะมองเห็นปัญหาที่อาจตามมาภายหลังได้ แต่เรื่องนี้กลับไม่มีคำตอบหรือเสียงตอบรับใดๆ จากกรรมาธิการที่ยืนยันแบบกระต่ายขาเดียวว่า ข้าราชการการเมือง, ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง และข้าราชการท้องถิ่นฝ่ายการเมือง ต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างของคนทั่วไป

          ดังนั้น เรื่องเล็กน้อยที่ถูกมองข้ามจากเซียนกฎหมายในฝ่ายนิติบัญญัติ วันหนึ่งอาจถูกยกไปเป็นเงื่อนไขที่ใช้ทำลายล้างกันทางการเมืองได้ 

          อย่างไรก็ดี เมื่อชั้นนี้ พ.ร.ป.ที่ใช้เป็นเกณฑ์เรื่องเลือกตั้ง ผ่านความเห็นชอบ ฝ่ายการเมืองน่าจะเบาใจไประดับหนึ่ง ว่า สัญญาณเลือกตั้งน่าจะเป็นจริงได้ เพียงแต่จะเป็นเมื่อไร ??

............................................

"คสช."วอน"คนอยากเลือกตั้ง"ร่วมสร้างบรรยากาศอำนวยสู่การกาบัตร

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง,โรดแม็พ,คสช

"คสช." ลั่น จะทำทุกอย่างเพื่อหนุน "รัฐบาล" มุ่งสู่การ "เลือกตั้ง" ยัน ไม่เคยใช้อำนาจเกินกรอบ วอน "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ร่วมมือสร้างบรรยากาศจะสร้างสรรค์กว่า

          เมื่อวันที่ 11 มี.ค.61 พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเสนอให้ยุบคสช. เหลือไว้เพียงรัฐบาลรักษาการนั้นว่า  ปัจจุบันเรามีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 60 โดยคสช.ได้ดำเนินการสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและมั่นคงปลอดภัยให้เอื้ออำนวยต่อโรดแม็พที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ได้ชี้แจงแล้วว่าการเลือกตั้งเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น คสช.จะทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่จะมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว ส่วนการใช้กฎหมายในปัจจุบันเป็นไปตามความจำเป็น และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ข้อเท็จจริงก็คือคสช.ไม่ได้ใช้อำนาจใดๆ นอกกรอบที่กำหนดไปกว่าการฟ้องร้องต่อศาลในเรื่องจำเป็น ซึ่งกลุ่มเรียกร้องก็สามารถต่อสู้ในกระบวนการดังกล่าวได้ จึงขอความร่วมมือจากกลุ่มดังกล่าว รวมถึงทุกภาคส่วนในสังคมควรจะร่วมมือกันสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็พ น่าจะเป็นการสร้างสรรค์มากกว่าไปดำเนินการอย่างอื่น

"สมชัย"ข้องใจศาลรธน.วินิจฉัยกม.ป.ป.ช.ไม่ขัดรธน.

การเมือง ข่าวการเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมชัย ศรีสุทธิยากร,กมปปช,ศาลรธนชี้ กมปปชไม่ขัดรธน,องค์กรอิสระ

"สมชัย"ร่ายยาวข้องใจคำวินิจฉัยศาลรธน.ชี้กม.ป.ป.ช.ไม่ขัดรธน. ยกกสม.-กกต.เปรียบ เหน็บองค์กรอิสระ อิสระจริงหรือไม่

             11 มี.ค.61- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร  กรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว"Srisutthiyakorn Somchai" หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ โดยนายสมชัย ระบุว่า  วันที่ คนอยู่ครบวาระแล้วและบางคนขาดคุณสมบัติ บอกว่า คนที่ ขาดคุณสมบัติและแม้มีลักษณะต้องห้ามก็อยู่ต่อได้  วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2561 น่าจะเป็นตอนบ่ายแก่ๆเกือบเลิกงานแล้ว ก็ปรากฏเอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข่าวที่ 2/2561 (ตั้งต้นปี ผ่านมา 2 เดือน มีข่าวบอกชาวบ้านเป็นชิ้นที่สอง) อ่านสรุปได้ความว่า ตามที่ สมาชิก สนช.32 คน ทำเรื่องมาขอให้ศาลวินิจฉัยว่า มาตราโน้นมาตรานี้ ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช.ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในย่อหน้าถัดมาก็ระบุเพียงว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ทำความเห็นส่วนตน และ มีการร่วมลงมติว่า ประเด็นที่ สนช.ส่งมานั้น ศาลมีความเห็นว่าไม่ขัด. โดยไม่มีรายละเอียดว่า ลงคะแนนด้วยคะแนนเสียงเท่าไร และ ตุลาการท่านใด ลงมติอย่างไรบ้าง

           นายสมชัย กล่าวว่า  คนที่ไม่ติดตามเรื่อง ก็คงอ่านผ่านๆอย่างไม่ได้สนใจ ยิ่งมาแจ้งแบบเงียบเชียบในรูปเอกสารตอนบ่ายของวันศุกร์ที่คนใกล้เลิกงาน ก็ยิ่งแทบไม่มีคนสนใจ. แต่สำหรับผู้ที่ติดตามน่าจะจำได้ว่า ป.ป.ช.ชุดนี้ สนช.ได้ลงมติให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ เช่นเดียวกับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ศาลรัฐธรรมนูญ (เฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ สนช.ใจดีมาก มีแถมให้คนที่ครบวาระแล้วอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีสภา มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาแล้วจึงเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่) แตกต่างจาก กกต.และ กสม. ที่แม้จะเป็นองค์กรอิสระด้วยกัน แต่อาจสร้างความรำคาญแก่ผู้ปกครอง เลยเซ็ตซีโร่เสีย

             นายสมชัย ระบุอีกว่า    ประเด็นการให้ ปปช.ทั้งชุดอยู่ต่อไปจนครบวาระ มีประเด็นที่แตกต่างจากผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ศาลรัฐธรรมนูญ คือ นอกจากคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบจำนวนประมาณ 7-8 คนแล้ว ในจำนวนนี้ ยังมี "สองคน" ที่มีลักษณะต้องห้ามด้วย คือ คนหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอื่นมาก่อน และ อีกคนหนึ่ง คือ ประธาน ปปช. เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (เลขาฯรองนายก ประวิตร) ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมือง และพ้นตำแหน่งมายังไม่ครบสิบปี รัฐธรรมนูญ เขียนห้าม. แต่ กม.ลูก โดย สนช. ไปอนุญาตสนช.ที่ไม่เห็นด้วยจึงส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 
           "วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี ตุลาการศาล 5 คน ที่อยู่ครบวาระ 9 ปี แล้วแต่ สนช.ให้อยู่ต่อ และ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อีก 3 ท่าน ที่ขาดคุณสมบัติ แต่ สนช.ให้อยู่ต่อได้ลงมติแบบเงียบๆ. ไม่มีการแสดงผลการลงมติ ไม่มีระบุชื่อว่าใครลงมติอย่างไรว่าด้วยเสียงข้างมาก หรือเอกฉันท์ ให้ ปปช. ที่ขาดคุณสมบัติ และ มีลักษณะต้องห้าม อยู่ต่อไปจนครบวาระได้จากนี้ ใครจะเชื่อว่า องค์กรอิสระ เป็นอิสระจริง" นายสมชัย ระบุ

มารู้จัก 2 สายพันธุ์ดั้งเดิม‘แมวตุรกี’ 

 
แมวแวน, แมวตุรกี
แมวแวน, แมวตุรกี
prev
next

มารู้จัก 2 สายพันธุ์ดั้งเดิม‘แมวตุรกี’ 

            มีคนกล่าวไว้ว่า ‘ถ้าไม่มีแมว สีสันตุรกีก็จะขาดหายไป’ เลยหวนคิดถึง ‘ทอมบีลี่’ แมวเน็ตไอดอลที่อิสตันบูล ซึ่งได้รับกล่าวขวัญจากชาวเน็ตทั่วโลกว่าเป็น ‘สุดยอดแห่งแมว’ และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2016 นี่เอง ครั้งหนึ่ง “เม่นแคระ” มีโอกาสไปตะลุยตุรกีกับ “ดีไซน์ ทริป”

มารู้จัก 2 สายพันธุ์ดั้งเดิม‘แมวตุรกี’ 

               สัตว์เลี้ยงพบเห็นได้ในทุกๆ ที่นั่นก็คือ “แมว” จนอาจเรียกได้ว่า ‘ตุรกีคือเมืองสวรรค์ของแมว’ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าคนตุรกีนับถืออิสลามเกือบ 100% ไม่ชอบสัตว์เลี้ยงอื่นนอกจากแมว จะว่าไปแล้ว ‘แมวตุรกี’ ก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีตำนาน บางสายพันธุ์รัฐบาลห้ามนำออกนอกประเทศด้วย

             แม้ตุรกีจะเป็นแหล่งรวมของแมวจากทั่วโลก แต่ก็ใช่ว่าประเทศนี้จะไม่มีสายพันธุ์แมวของตัวเอง หากจำได้ ‘แมวเปอร์เซีย’ ถือเป็นแมวต่างชาติพันธุ์แรกที่นำมาเลี้ยงในบ้านเรา แม้แมวสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดในอิหร่าน แต่กลับเลี้ยงกันมากในตุรกี ตุรกีหาใช่มีแต่แมวจากต่างถิ่น อย่างน้อยก็มี 2 สายพันธุ์ที่เป็นแมวพื้นเมืองดั้งเดิมระดับตำนานของตุรกี

มารู้จัก 2 สายพันธุ์ดั้งเดิม‘แมวตุรกี’ 

              ‘เตอร์กิชแวน’ หรือแมวแวน เป็นแมวพื้นเมืองของตุรกีสายพันธุ์โบราณที่หายากที่สุดในปัจจุบันและยังเป็นสัตว์เลี้ยงของชนชั้นสูง ลักษณะเด่นของแมวสายพันธุ์นี้มีตาสองสี ข้างละสี น้ำตาลอำพันและฟ้า รูปร่างยาว กำยำ มีอุ้งเท้าที่มีขนเป็นพู่ๆ มีหัวสั้นทรงรูปลิ่มและมีจมูกตรงยาว มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบทะเลสาบแวนทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี มีนิสัยชอบน้ำ ว่ายน้ำเก่ง แข็งแรงกว่าแมวสายพันธุ์อื่นๆ โดยพวกมันได้พัฒนาทักษะการว่ายน้ำ เพื่อที่จะว่ายลงไปในบริเวณอ่าวเพื่อไปอ้อนขออาหารจากเรือตกปลาที่กำลังมาเทียบฝั่ง ทุกวันนี้ เราสามารถพบแมวสายพันธุ์นี้จำนวนมากได้ในอิหร่าน อิรัก ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของสหภาพโซเวียต และตุรกีตะวันออก ในปี ค.ศ.1955 พวกมันถูกนำไปที่อังกฤษและถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เป็น เตอร์กิชแวน เพื่อป้องกันไม่ให้สับสนกับแมวสายพันธุ์เตอร์กิชอังโกรา  

             ความที่มันเป็นนักว่ายน้ำตัวยง ขนของมันจึงกันน้ำได้ แต่ก็ต้องได้รับการตกแต่งขนบ้าง แม้ว่าน้องเหมียวจะผลัดขนเยอะมากในช่วงฤดูร้อน แต่หางของมันก็จะสวยงามเป็นพุ่มๆ ไปตลอดทั้งปี  แม้ว่าเตอร์กิชแวนจะค่อนข้างขี้อายกับคนแปลกหน้า แต่พวกมันก็รักเจ้าของมาก มีนิสัยแบบสบายๆ ทำให้มันปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญรัฐบาลยังสั่งห้ามนำแมวสายพันธุ์นี้ออกนอกประเทศ จนกลายเป็น ‘ของดีตุรกี’ ไปโดยปริยาย

           ส่วนอีกสายพันธุ์คือ ‘เตอร์กิชอังโกรา’ ลักษณะขนยาว มีต้นกำเนิดที่กรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกีในปัจจุบัน ลักษณะขนสีขาวยาวคล้ายเส้นไหมหนามันวาวเหมือนขนแกะแองโกรา หางเล็ก คอสั้น หูตั้ง ลูกนัยน์ตากลมรี ขายาวกว่าเปอร์เซีย อุ้งเท้าเล็กค่อนข้างกลมมน สะโพกใหญ่ เมื่อเคลื่อนไหวหางจะกระเพื่อม  นัยน์ตาสีน้ำเงินหรืออำพัน อุ้งฝ่าเท้า ริมฝีปาก และจมูกสีชมพู มีความพิเศษตรงที่เป็นแมวฉลาดมาก เป็นที่รักและผูกพันกับเจ้าของมาก ถือเป็นแมวขนยาวที่เก่าแก่ที่สุดของตุรกีและเป็นต้นตระกูลของแมวขนยาวที่ชนชั้นสูงนิยมให้เป็นของขวัญในอดีตจนปัจจุบัน 

แต่สำหรับทาสแมวอยากได้ ‘เตอร์กิชอังโกรา’ มาไว้ครอบครอง สนนราคาตั้งแต่ 5,000 ไปจนถึงหลักหมื่นเชียวนะครับ!

ที่มา: www.petinthai.com

................................................

11 มีนาคม 2561

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น.นิรนาม วันที่ : 14/03/2018 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/santhapong

ปชช ขอตรวจสอบ https://www.youtube.com/watch?v=bcNWB-DQbAY

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 12/03/2018 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
........................................
แมวตุรกี มันร้องเหมียวๆหรือเปล่านะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 12/03/2018 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

เรื่องนี้สนุกกว่าค่ะคุณลุง

"มารู้จัก 2 สายพันธุ์ดั้งเดิม‘แมวตุรกี’ "

แมวตัวสุดท้าย ขาวผ่อง สวยค่ะ

ขอบพระคุณนะคะ _/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน