*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4710
  • จำนวนผู้ชม : 3139329
  • จำนวนผู้โหวต : 1648
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1648 คน
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 697 , 20:33:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นายทักษิณ ชินวัตร อุตส่าห์อวยพรวันสงกรานต์เสียดิบดี แต่อันที่จริงคนไทยจะมีความสุขแท้จริง หากทักษิณและ

คนในสกุล 'ชินวัตร' จะวางมือจากการเมืองให้พ้นๆไปเสียทีนั่นเอง

         กรมทางฯสร้างอุโมงค์ 'ทับลาน' เชื่อมผืนป่าทางเดินของสัตว์ป่าบนถนน 304 ใกล้เสร็จ ยังสงสัยว่า เมื่อเสร็จแล้วสัตว์จะเดิน

ข้ามถนนกันหรือเปล่า แต่ขณะนี้เปิดให้รถวิ่งผ่านเป็นการชั่วคราว

 

"ทักษิณ" อวยพร "สงกรานต์"หน้าขอให้มีเลือกตั้ง

การเมือง  :  7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทักษิณ,อวยพร,สงกรานต์,เลือกตั้ง

"ทักษิณ" โพสต์อวยพรปีใหม่ หวังสงกรานต์หน้ามีรัฐบาลเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสข้อความผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัว “thaksinlive” โดยมีเนื้อหาว่า “สงกรานต์ปีนี้ ผมขอกราบอวยพรให้พี่น้องคนไทยมีความสุข มีสุขภาพที่ดี และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านมีแรงฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้ เราหวังร่วมกันว่า สงกรานต์ปีหน้าเราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียที ด้วยความรัก ห่วงใย และปรารถนาดี”

 


รวมรูปภาพงานก่อสร้างอุโมงค์ทับลาน บนถนนสาย 304
 

ภาพมุมสูง งานก่อสร้างอุโมงค์บนถนนสาย 304 ซึ่งกรมทางหลวงโดยแขวงการทางปราจีนบุรีร่วมกับตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีและตำรวจทางหลวงวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้เปิดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทดลองวิ่งผ่านอุโมงค์เชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน บนถนนปราจีนบุรี-นครราชสีมา ซึ่งจะเปิดให้ใช้ชั่วคราว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรติดขัดให้กับผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา ในวันที่ 10 เม.ย.นี้

ภาพ กอบภัค พรหมเรขา (Korbphuk Phromrekha) #NationPhoto #อุโมงค์ทับลาน #ทางหลวงหมายเลข304

 

 

 

 

 

"ราเมศ" สวน "โอ๊ค" พรรคแม้ว คือต้นเหตุรัฐประหาร

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ราเมศ รัตนะเชวง,โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวั,ประชาธิปัตย์,รัฐประหาร

"ราเมศ" สวน "โอ๊ค" พรรคแม้ว คือต้นเหตุรัฐประหาร ยันประชาธิปัตย์ไม่เคยเรียกทหาร แต่ไม่ยอมรับพฤติกรรม รัฐบาลที่แล้ว

          นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร กล่าวพาดพิง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรค ว่า ตนเห็นข่าวนายพานทองแท้ พาดพิงกระแหนะกระแหน พรรคประชาธิปัตย์และหัวหน้าพรรคแล้ว รู้เลยว่านายเขาไม่เคยศึกษาบทเรียนประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะบทเรียนที่เสียงข้างมากในระบอบประชาธิปไตย ใช้เสียงส่วนใหญ่ย่ำยี ทำลายระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ว่าจะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ นี่คืออุดมการณ์พรรคตลอด 72 ปี เราเป็นได้หมด ถ้าแพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน ชนะก็เป็นรัฐบาล และขณะนี้แม้จะมีการยึดอำนาจแต่ก็เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ยังเปิดอย่างเป็นทางการไม่มีวันหยุดเพื่ออยู่เคียงข้างประชาชน 

          นายราเมศกล่าวต่อไปาว่า พรรคยืนหยัดปกป้องประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ แม้เป็นเสียงข้างน้อย เราเป็นฝ่ายค้านที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา คอยเตือนคอยตรวจสอบรัฐบาลเพื่อไม่อยากให้เกิดเงื่อนไขนำไปสู่การปฏิวัติ แต่เสียงข้างมากไม่เคยสนใจ  จนเข้าใจว่าความหมายประชาธิปไตยของนายพานทองแท้ คงจดจำแต่พฤติกรรมที่พรรคของบิดาและครอบครัวสร้างขึ้นมา ที่คนในพรรคซื้อเสียงจนถูกยุบพรรค โกงจนติดคุกบ้างก็หนีไปต่างประเทศ หรือคนในพรรคพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง จนศาลตัดสินว่าออกกฎหมายโดยไม่ชอบ รวมถึงการออกกฎหมายล้างผิดให้คนที่เผาบ้านเผาเมือง คนคดโกงประเทศ คนที่พยายามสร้างหนี้ให้ประเทศเป็นร้อยปีโดยการกู้ยืมเงินสองล้านล้าน คนที่ออกนโยบายมาเพื่อโกงเงินของแผ่นดินมากที่สุดเกือบ 1 ล้านล้านบาท เช่นกรณีโกงในโครงการรับจำนำข้าว คนที่ช่วยกันเสียบบัตรแทนกันในสภา คนที่พอศาลตัดสินก็ออกมาแถลงว่าไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ คนที่บอกว่าจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกพรรคเราก่อน 

          “สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เป็นเเงื่อนไขเรียกทหารให้ออกมาปฏิวัติ ประชาธิปัตย์ไม่เคยเรียกทหารให้ออกมายึดอำนาจ ถ้ารัฐบาลที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร คนที่ออกไปต่อสู้ร่วมกับประชาชนแน่นอนว่าหลายคนที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่อย่าลืมว่า ไม่ว่าเขาจะเป็น ส.ส. หรือตำแหน่งอะไร แต่เขาเหล่านั้นยังมีสถานะความเป็นประชาชนคนหนึ่งในประเทศที่กล้าหาญเขาแยกตัวออกจากพรรคเพื่อออกมาต่อสู้กับรัฐบาลทรราชได้ เขาเหล่านั้นไม่ได้ไปเพราะพรรคมีมติ เขาเหล่านั้นไม่ได้ไปทำสิ่งที่ชั่วร้าย เขาเหล่านั้นไม่ได้ไปเผาบ้านเผาเมือง  ต้นเหตุที่ทำให้ทหารออกมาปฏิวัติก็คือพรรคพวกคุณพานทองแท้ทั้งนั้น”นายเราเมศกล่าว

"บิ๊กฉัตร" เผย อียู ชมไทยแก้ประมงผิดกฎหมาย

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฉัตรชัย สาริกัลยะ,ไอยูยู

"บิ๊กฉัตร" เผย อียู ชมไทยแก้ประมงผิดกฎหมาย ชี้มีลุ้นปลดธงเหลือง พ.ค.นี้

          พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังคณะสหภาพยุโรป (อียู) ตรวจสอบประเมินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ระหว่างวันที่ 4-11 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้รายงานอย่างเป็นทางการ แต่ทางเจ้าหน้าที่รายงานมาว่า ทางอียูมีความพอใจในระดับหนึ่ง เพราะมีความก้าวหน้าแก้ไขปัญหา เช่นเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับ โดยอียูชื่นชมในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ รวมถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ที่อียูเขามองว่ามีความเปลี่ยนแปลงชัดเจน มีกระบวนการที่เร่งรัดในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนได้ลงนามในการปฏิบัติงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และศาล ไปเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้การพิจาณาคดีประมงผิดกฎหมายไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเขาก็ยอมรับในเรื่องนี้

          พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวค่อไปว่า ขณะเดียวกันการทำประมงนอกน่านน้ำ เราวางระบบไว้เรียบร้อยแล้ว แต่มีบางเรื่องที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องการจัดการกองเรือ ซึ่งเรารายงานเรื่องการขายเรือให้ทางต่างประเทศจำนวนหลักร้อย แต่หลักฐานที่ต่างประเทศตอบกลับมามีจำนวน 29 ลำ อียูจึงอยากให้เรานำข้อมูลและเอกสารการขายให้ต่างประเทศมายืนยันว่ามีจริงหรือไม่ แล้วเรือที่ขายออกไปจะวนกลับมาที่ประเทศอีกหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นข้อกังวลที่เขาห่วงใย นอกจากนี้ยังมีตัวเลขของเรือที่จมน้ำและเรือที่ชำรุดที่มีจำนวนไม่ตรงกันซึ่งจะมีการตรวจสอบให้ชัดเจน โดยกรมเจ้าท่าและกรมประมงจะต้องเข้าไปแก้ไขปรับปรุง ทั้งนี้หลังวันสงกรานต์ ตนจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการปลดใบเหลือง ใบแดง แต่เพื่อให้การทำประมงเกิดความยั่งยืน จะต้องมีเรือและเครื่องมือที่เหมาะสมกับจำนวนปลา

          เมื่อถามว่า อียูติดใจเรื่องอะไรบ้าง พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า อียูชื่นชมเรา 3 เรื่อง จากการตรวจสอบใน 6 เรื่อง ส่วนเรื่องที่อียูชื่นชมจะมีโอกาสทำให้ปลดธงเหลืองได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะคนที่มาตรวจเป็นเพียงระดับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและระดับปฏิบัติการ ซึ่งตนเข้าใจว่าต้นเดือนพ.ค.เขาจะนำผลการตรวจสอบและประเมินไปประชุม เพื่อสรุปเป็นรายละเอียดให้เราทราบอีกครั้ง เมื่อถามว่า ผลการตรวจครั้งนี้จะทำให้ปลดล็อคธงเหลืองได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย ว่า เราดำเนินการเรื่องนี้มาเยอะ และจากที่อียูมาตรวจสอบเขาบอกกับเจ้าหน้าที่ของเราว่า มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก

          เมื่อถาม ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการประมงประท้วงไม่พอใจในการออกกฎหมายที่เข้มงวดของรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังพูดคุยทำความเข้าใจ แต่ต้องบอกว่า กติกาที่มีเราทำร่วมกันตลอด ทั้งนี้การขึ้นทะเบียนแรงงานประมงต่างด้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีแรงงานประมงที่ผิดกฎหมาย การทำประมงอาจจะมีพวกที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเข้ามา แต่หากมีการลับลอบเข้ามา เราตรวจสอบได้เพราะมีขั้นตอนอยู่

นายกฯ ลั่นศาลหมดสิทธิ์ใช้บ้านพักดอยสุเทพ

พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,นายกฯ,บ้านพักศาล

"บิ๊กตู่" เผยปมบ้านพักตุลาการดอยสุเทพ ลั่นศาลคงไม่ได้ใช้แล้ว แต่เสียดายงบถ้าต้องทุบ สั่งเอาไปใช้ประโยชน์เรื่องอื่น

          เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 10 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความชัดเจนโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีประชาชนคัดค้าน และจะมีการเคลื่อนไหวกดดันหากไม่มีความชัดเจน ว่าสอบถามข้อมูลจากรายละเอียดมีพื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติมาก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา โดยมีพื้นที่ 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนที่สองเป็นการก่อสร้างสถานที่พักซึ่งมีปัญหาอยู่เนื่องจากประชาชนไม่เห็นด้วย และพื้นที่ส่วนที่สาม ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถึงจะมีการขออนุญาตมาแล้วก็ตาม ทั้งนี้โครงการนี้เกิดก่อนมาก่อนหน้าที่รัฐบาลจะเข้ามา แต่รัฐบาลก็ต้องแก้ไขให้เกิดความชัดเจนให้เป็นไปตามกฎหมายและตามที่ประชาชนต้องการ ก็เสียดายเพราะที่ผ่านมา มีการก่อสร้างเป็นไปตามลำดับ เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง มีสัญญาจะไปรื้อทั้งหมดคงลำบาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้คสช.และกองทัพภาคที่ 3 กระทรวงมหาดไทยไปทำความเข้าใจต่อกลุ่มที่คัดค้านว่าจะทำอย่างไร

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรมจากการหารือขั้นต้นคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในส่วนปัญหาของที่พักก็ต้องมาดูเพราะมีการอนุมัติงบประมาณของรัฐไปแล้วจนใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งมีสัญญาระหว่างรัฐและผู้รับเหมา ก็มีโอกาสที่จะฟ้องร้องกันตรงนี้ ก็ต้องไปดูว่าจะแก้ไขกันอย่างไร แต่มีหลายคนเสนอให้ทุบทิ้ง แล้วงบประมาณที่ใช้ไปตรงนี้จะทำอย่างไร งบประมาณภาครัฐไม่ใช่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ จะต้องมีคนรับผิดชอบ

 

          “เรื่องนี้นานแล้วต้องไปดูว่าจะนำไปใช้ในด้านอื่นได้หรือไม่ หรือให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เพราะศาลคงใช้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากประชาชนออกมาประท้วง เรื่องนี้ขออย่าเอาไปเกี่ยวพันกันแล้วขออย่าไปพันเกี่ยวกับการรื้อรีสอร์ทของภาคเอกชน เป็นคนละเรื่อง เรื่องนั้นทำผิดกฎหมายโดยชัดเจนก็ต้องดำเนินคดี ส่วนการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเป็นงบของราชการที่อนุมัติงบประมาณโดยรัฐบาลที่ผ่านมา เรื่องจะผิดจะถูกไปว่ากันอีกครั้ง ต้องมีกระบวนการสอบสวนกันต่อไป ใครเกี่ยวข้องบ้าง” นายกฯ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ใจเย็น อย่ามาเดินขบวนกันอีกเลย คุยกันให้รู้เรื่องว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรดีกว่า ถ้าทุบทิ้งทำง่าย แต่ต้องมีคนรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้ รัฐบาลก็ไม่ใช่คู่กรณีกับใคร ถูกผู้รับเหมาเรียกค่าเสียหาย แล้วใครเป็นคนทำสัญญากับเขาก็คือข้าราชการ ซึ่งต้องไปดูและหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด ขอร้องอย่ามาเดินขนวนกันอีกเลย จากเวทีพูดคุย อีกคนพูดอย่างอีกคนจะให้ทุบอย่างเดียว อย่างอื่นไม่สนใจก็ไม่ได้ รัฐบาลนี้เข้ามาต้องแก้ปัญหา” นายกฯ กล่าว

          ด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ทางกองบัญชาการควบคุมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.เชียงใหม่ ได้มีหนังสือเชิญประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือผู้แทนเข้าร่วมประชุมในเวทีสาธารณะเพื่อร่วมกันหาทางออกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลและบ้านพักข้าราชการศาลภาค 5 ซึ่งในวันดังกล่าวไม่ได้มีตัวแทนจากทางศาลยุติธรรมเข้าร่วมประชุมหารือว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ก.บ.ศ.จะมีการประชุมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

          “ผมจึงแจ้งไปยังนายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หลังจากการประชุมเสร็จก็จะมีการนำความเห็นจากมติการประชุมก.บ.ศ.เสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ซึ่งนายสวัสดิ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้นไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ในเรื่องดังกล่าวนี้ได้ จึงไม่อาจส่งบุคคลใดเข้าร่วมตามคำเชิญได้ นายสวัสดิ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็มีหนังสือแจ้งไปยังผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เมษายน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายสราวุธ กล่าว

          วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการสร้างบ้านพักศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่าหากมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจก็พร้อมที่จะพิจารณา แต่ในเบื้องต้นผู้ตรวจก็ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ ทั้งศาลยุติธรรม นายกรัฐมนตรีเองก็แสดงเจตนาที่จะแก้ไข อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าปัญหาของผู้เป็นเจ้าของพื้นที่เขาก็ห่วงเรื่องป่า แต่ศาลยุติธรรมก็ได้ที่ดินมาโดยชอบ และโครงการก็เดินหน้ามาค่อนข้างไกล จะยกเลิกเลยศาลก็ไม่มีอำนาจ เพราะถ้ายกเลิกก็ต้องมีเรื่องความรับผิดชอบของงบประมาณที่เสียไป เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจึงคิดว่าป่ากับคนต้องอยู่กันให้ได้

          อย่างไรก็ตามหากจะมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใช้พื้นที่ป่านั้น แต่อาจจะเป็นผู้ที่พบเห็นปัญหาความเดือดร้อนก็สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งผู้ตรวจก็มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ ครม.อยู่แล้ว ซึ่งการให้คำแนะนำก็ครอบคลุมไปถึงเรื่องของการรักษาป่าไม่อยู่แล้ว

          พล.อ.วิทวัส กล่าวถึงการลงพื้นที่แก้ปัญหาที่ทำกินทับซ้อนกับพื้นที่ป่าในเขตอุทยานทับลาน พบว่ามีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ซับซ้อนพอสมควร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ตรวจได้ลงพื้นที่และกรมอุทยานก็มีความเห็นว่า การกำหนดแนวเขตใหม่ให้ถูกต้อง ซึ่งประชาชนจะได้รู้ว่าสิทธิในที่ดินของตัวเองอยู่ที่ไหน โดยเมื่อตรวจเรื่องแนวเขตเรียบร้อยแล้วจะมีหนังสือเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาประชุมเพื่อหาข้อสรุปก่อนมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในเรื่องที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายอุทยาน กฎหมายป่าไม้ กฎหมายที่ดิน เพื่อให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น

(คลิปข่าว) จับแล้วมือมีดฆ่าชิงทรัพย์สาวสูงวัยในห้างดังชุมพร

อาชญากรรม  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับแล้วมือมีดฆ่าชิงทรัพย์สาวสูงวัยในห้างดังชุมพร

จับแล้วมือมีดฆ่าชิงทรัพย์สาวสูงวัยในห้างดังชุมพร

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

ถนน,มหาภัย

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3) : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย...  ธนรัตน์ ยงวานิชจิต dhanarat333@gmail.com

          บทความพิเศษเรื่องเคล็ดลับพิชิตถนนมหาภัย มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ โดยเฉพาะที่มักเกิดมากในช่วงเทศกาลสำคัญของไทย และด้วยเนื้อหาที่ครบถ้วน กองบรรณาธิการ “คม ชัด ลึก” จึงจำเป็นต้องแบ่งนำเสนอเป็น 3 ตอนติดต่อกันไปตั้งแต่ฉบับวันที่ี 11-13 เมษายน

          6.ช้าช้าได้พร้างามสองเล่ม ย่อมดีกว่า “รีบรีบได้เสี่ยงตายกัน” ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและผลกรรมที่ตามมา เช่น เสียเวลาเพิ่มขึ้น เสียทรัพย์สิน เสียค่าปรับฐานขับเร็วเกินกฎจราจร หรือบาดเจ็บ/เสียชีวิต เป็นต้น

          ปกติเมื่อเห็นผู้อื่นขับอย่างเร่งรีบก็อดไม่ได้ที่จะต้องเลียนแบบขับเร่งรีบด้วยอีกคน ดังนั้นขอให้ยอมรับความล่าช้า โดยอดกลั้นการขับเร่งรีบตามผู้อื่น ยอมขับต่อท้ายรถที่แล่นเร็วตามกฎจราจร ยอมส่งสัญญาณผ่อนปรนให้รถคันอื่นไปก่อน ทั้งที่ตนอยู่บนทางเอกที่มีสิทธิ์ไปก่อน ยอมหักห้ามใจไม่ขับแซงหน้าแซงหลังรถคันอื่นๆ ราวกับเห็นใครกำลังกวักมือเรียกหาตนด่วน..       

         7.มองไกลๆ ทอดสายตามองไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดเพื่อดูว่าภาวะจราจรและระบบเส้นทางเป็นอย่างไร จะได้ใช้วิจารณญาณตัดสินใจได้ล่วงหน้าว่าควรจะทำอะไรอย่างไรต่อไปจึงจะปลอดภัย จงกวาดสายตาไปมาเพื่อให้รู้ทันเหตุการณ์เบื้องหน้าที่กำลังแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

          ระวังอย่าจดจ้อง ณ จุดหนึ่งใดในขณะที่รถกำลังพุ่งไปข้างหน้า เพราะอาจทำให้พลาดจุดวิกฤติต่างๆ เช่น ป้ายเตือนทางโค้งอันตราย หลุมบ่อขนาดใหญ่ คนเดินบนม้าลาย เป็นต้น

 

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)   

          8.เว้นระยะห่าง ขอให้เว้นระยะห่างรถคันหน้าอย่างพอเหมาะ เพื่อให้หยุดรถได้กะทันหันปลอดภัย โดยถือ “หลักสามวินาที” คือ จับตามองไปที่จุดเด่นจุดหนึ่งทางด้านซ้ายมือ อาจเป็นป้ายจราจร เสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรืออาคารเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ด้านซ้ายของรถคันหน้า ทันทีที่จุดเด่นนั้นเกยกับรถคันหน้าให้เริ่มนับจำนวนวินาทีจนกระทั่งจุดเด่นเดียวกันเกยกับรถตน หากนับได้ต่ำกว่าสามวินาที ก็แสดงว่ารถตนอยู่ใกล้ชิดคันหน้าเกินไป ในกรณีฝนตกให้ใช้ “หลักหกวินาที” เพราะถนนจะอยู่ในสภาพลื่น ซึ่งจะทำให้รถลื่นไถลต่อไปได้ไกลกว่าก่อนฝนตก

          ในกรณีมีรถขับจ่อท้ายรถตนอย่างน่าหวาดเสียวเสี่ยงชนอยู่นาน ควรจะทำอย่างไร? ตนอาจรู้สึกขุ่นเคืองใจรุ่มๆ ขึ้นมา ตามด้วยอารมณ์โกรธเดือดดาล ใช้ภาษาหยาบคาย ขับแข่งท้ามฤตยู ตลอดจนจอดรถทำร้ายร่างกายคู่กรณี วิธีเลี่ยงมีอยู่ง่ายๆ 2 วิธี คือ ก. ชะลอความเร็วลง เพื่อให้ด้านหน้ารถตนมีระยะห่างจากคันหน้ายาวเพิ่มขึ้น เปิดทางให้คันหลังที่จ่อท้ายอยู่ขับแซงซ้ายตนขึ้นไปใช้ช่วงห่างดังกล่าว ข. เข้าเลนซ้ายสำหรับรถที่แล่นช้าเพื่อเปิดทางให้คันหลังที่จ่อท้ายอยู่ ขับแซงตรงขึ้นหน้าไป

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 

          9.แสดงตนให้เห็นเด่นชัด กดแตรให้คันอื่นได้ยินตามควรเมื่อจำเป็น เปิดไฟใหญ่หน้าไว้แม้เป็นกลางวัน ยกสัญญาณไฟเลี้ยวอย่างน้อย 5 วินาที/ไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ก่อนเปลี่ยนเลน/เลี้ยว พยายามอ่านดูรถคันอื่นว่ากำลังมุ่งไปทิศทางใด ขับช้าหรือเร็ว จะได้ไม่ชนกัน ข้อสำคัญเปิดไฟกะพริบฉุกเฉินหน้าหลังในขณะมีความจำเป็นต้องจอดรถบนเส้นทางสัญจรหรือฉุกเฉิน

          10.ระวังผู้ขับสติชำรุด ผู้ขับรถบางคนอาจขับแบบงี่เง่าปัญญาอ่อน เช่น ขับแซงตัดหน้าตนอย่างกระชั้นชิดจนตั้งตัวแทบไม่ติด ขับเลี้ยวตัดหน้าตนขณะออกจากซอยเล็ก (ทางโท) โดย “ไม่ดูตาม้าตาเรือ” ก่อน ขับเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาไม่คงอยู่ในเลน ตลอดจนเปิดไฟใหญ่หน้าสูงดวงโตสว่างไสวสุดขีดขณะแล่นสวนมาในเวลาค่ำมืด จนตนตาพร่ามองไม่เห็นทาง ต้องหลบหน้าจ้องไปที่ขอบทางซ้ายให้เป็นแนวนำทาง ดังนั้นขอให้ทุกคนในรถติดเข็มขัดนิรภัยก่อนออกรถเสมอ

          11.ง่วงไม่ขับ ก่อนขับรถออกทางไกล จงนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน หาไม่แล้วจะรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ตาพร่า ขาดความกระฉับกระเฉง ตลอดจนมีปฏิกิริยาตอบสนองไม่ว่องไวเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้จงหมั่นสำรวจตัวเองดูว่าความง่วงเริ่มเข้ามาเยือนตนหรือยัง?
ความง่วงเริ่มเข้ามาเยือนเมื่อผู้ขับมีอาการต่างๆ https://goo.gl/7EkDmQ ดังนี้
          อ้าปากหาวบ่อย หนังตาหนักและจะปิดอยู่เรื่อย
          สัปหงก ศีรษะโอนเอนไปมา
          จำไม่ได้ว่าขับผ่านอะไรมาบ้างเมื่อครู่ใหญ่
          ผ่านป้ายจราจรโดยไม่ทันอ่าน ลืมเลี้ยว
          ความเร็วรถไม่ทรงตัว
          แฉลบเข้าออกจากเลนที่ขับอยู่

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 

          นอกจากนอนหลับไม่พอแล้ว อาหารเครื่องดื่มที่มีรสหวานน้ำตาลสูง อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา ขนมเค็ก ขนมหวานไทย ไอสกรีม นมสดโซดา เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำปั่นใส่ผงปรุงแต่ง ตลอดจนขนมหวานห่อกระดาษผลิดจากโรงงาน ฯลฯ อาจนำพาผู้ขับไปเข้าเฝ้า “พระอินทร์” หรือ “หลับใน” ได้ไม่นานเกินรอ และเมื่อถึงเวลาต้องเข้าเฝ้าผู้ขับจะไม่มีโอกาสเอ่ยข้ออ้างปฏิเสธขอตัวแม้แต่คำเดียว

          เมื่อน้ำตาลในเลือดหล่อเลี้ยงสมอง ผู้ขับมักขับได้อย่างกระฉับกระเฉง แต่เมื่อน้ำตาลถูกเผาผลาญ/ดูดซับเข้าเซลล์ต่างๆ ในร่างกายจนเกือบหมด ผู้ขับอาจเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียด้วยอาการ “น้ำตาลสลาย” คือมีอาการง่วงนอนอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จน “หลับใน” ไปโดยมิรู้ตัว รถก็กลายเป็นจรวดพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกชีวิตทุกสิ่งที่ขวางหน้าอยู่จะถูกผู้ขับ “หลับใน” ชนแหลกลาญหมด https://goo.gl/DWVvco
วิธีแก้ไขขอให้หาที่ปลอดภัยจอดรถ นั่ง/นอนหลับตา ทำสมาธิง่ายๆ ดูลมหายใจเข้าออกลึกๆ และรับประทานผลไม้สดที่ออกรสเปรี้ยวมากกว่าหวาน ทั้งนี้เพื่อให้ความสดชื่นกลับคืนมา https://goo.gl/SsoR6y

          เร็วๆ นี้ วิจัยของมูลนิธิสมาคมยานยนต์อเมริกันรายงานว่า 21% หรือเกือบ 1 ใน 4 ของกรณี “ง่วงแล้วขับ” ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่มีการเสียชีวิต https://goo.gl/hEP8U6 และมีวิจัยในสหรัฐพบว่า ปีหนึ่งๆ ผู้ขับที่ “หลับใน” ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันถึง 100,000 ครั้ง ปัจจุบันอาการ “หลับใน” กำลังได้รับการยอมรับกันแล้วว่า สามารถบั่นทอนสมรรถภาพการขับได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “เมาสุราหนัก” https://goo.gl/JxGXtg

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 

          มีวิจัยพบอีกว่าผู้ขับรถติดต่อกัน 18 ชั่วโมงโดยมิได้พักผ่อนนอนหลับจะมีสมรรถภาพขับรถที่ตกต่ำลงเท่าคนเมาสุราที่มีแอลกอฮอล์ในเลือด (อนล.) 0.05% หากยังขับต่ออีก 6 ชม. สมรรถภาพจะลดเหลือเท่าคนเมาสุราหนักที่มีอนล. 0.10% ตามกฎหมายสหรัฐ ผู้ขับที่มีอนล. 0.8% หรือเกิน จะถูกจับกุมดำเนินคดีรับโทษสถานหนักเข็ดหลาบไปอีกนานแสนนาน https://goo.gl/DUvcP8 

          นอกจากนี้มีรายงานว่า อุบัติเหตุชนกัน/หวุดหวิดชนกันเนื่องมาจาก “หลับใน” มักเกิดระหว่าง 04.00- 06.00 น. หรือเที่ยงคืน- 02.00 น. และมักเกิดบ่อยที่สุดระหว่าง 14.00-16.00 น. https://goo.gl/KpZGSE

          ยิ่งกว่านั้นมีรายงานเกี่ยวกับอาการ “ง่วงนอน” ไว้ว่า ก. 55% ของผู้ขับขี่อายุต่ำกว่า 25 ปี เป็นผู้ก่ออุบัติเหตุในขณะมีอาการ “ง่วงนอน” ข. 60% ของผู้ใหญ่ทั่วไป (168 ล้านคน) รับว่าเคยรู้สึก “ง่วงนอน” ขณะขับรถในช่วงปีก่อน ค. กว่า 1 ใน 3 รับว่าเคย “หลับใน” ขณะรถกำลังแล่นไปข้างหน้า ง. 13% ของกลุ่มนี้รับว่าเคย “หลับใน” อย่างน้อยเดือนละครั้ง จ. 4% (11 ล้านคน) รับว่าเคยมี/หวุดหวิดมีอุบัติเหตุหนึ่งครั้งจาก “หลับใน” หรือเหนื่อยล้าเกินไป เห็นได้ว่า “ง่วงแล้วขับ” เกิดขึ้นได้แก่ผู้ขับจำนวนมากและบ่อยเกินคาด https://goo.gl/qkSvq3

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 

          12.เมาสุราไม่ขับ ห้ามดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์อย่างน้อยหนึ่งวันเต็มก่อนขับรถออกทางไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้งดเด็ดขาดตลอดวันที่ขับรถอยู่ หาไม่แล้วอาจมีอาการสายตาพร่า เห็นใกล้เป็นไกล ก้าวร้าวดุดันต่อคน/รถรอบตัว ตลอดจนหมดสติหลับไปเฉยๆ

          13.เมากัญชาไม่ขับ ผู้เสพกัญชาจะรับรู้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสในระดับ “ไฮเดฟินิชั่น” คือคมชัดด้วยสีสันเข้มข้นกว่าปกติมาก ซึ่งทำให้สมองมึนชาหมดสมรรถภาพอ่านโลกเบื้องหน้าตามจริง เมื่อเห็นสัญญาณไฟแดง/คนกำลังเดินข้ามถนน ผู้ขับเมากัญชาจะ “สติแตก” ไม่รู้ตัวว่าตนต้องเหยียบเบรกหยุดรถทันที และเมื่อกำลังขับแซงรถคันอื่นอยู่นานกว่าปกติ แต่ไม่สำเร็จ ในขณะที่มองเห็นรถกำลังวิ่งสวนตรงเข้ามา ก็จะไม่รู้ว่าตนต้องรีบชะลอรถหลบเข้าเลนเดิม แต่กลับขับรถผิดเลนต่อไปด้วยความเร็วสูง จนกลายเป็นฆาตกรหฤโหด ประสานงากับรถคันเคราะห์ร้ายที่แล่นสวนขึ้นมาได้ทันที https://goo.gl/BbvRQ4

          ยิ่งกว่านั้นกัญชายังทำให้ผู้เสพ ก. ลืม ไปว่าป้ายจราจรเตือนทางขึ้น/ลงภูเขาลาดชันหักศอกนั้น มีรูปภาพเป็นอย่างไร ข. รู้สึกผิดๆ ว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าสุดทน ห้านาทีตามปกติจะทำให้รู้สึกเหมือนห้าสิบนาทีปกติ ค. รู้สึกเบื่อหน่าย ที่ขับมานานแล้วยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางสักที ก็เริ่มเร่งเครื่องให้ถึงปลายทางเร็วขึ้น ง. รู้สึกตื่นเต้นปั่นป่วนเชิงหวาดผวาปกป้องตน แสดงอาการก้าวร้าวดุดันต่อผู้คน/รถรอบตัวโดยไม่มีเหตุผล จ. สมองฟุ้งซ่าน ด้วยภาพฝัน ภาพนึกคิดเลื่อนลอย ภาพทรงจำเก่าเก็บ ตลอดจนอารมณ์หลากหลาย คือ อยู่ในภาวะ “ใจลอย” ฉ. มองเห็นแต่ไม่เห็นเด่นชัด ถนนที่เลี้ยวหักโค้งไปทางซ้ายของตน จึงอาจขับกระโดดข้ามเกาะกลางถนนเข้าไปในเลนฝั่งตรงข้ามโดยมิรู้ตัว หากได้จังหวะมีรถวิ่งสวนกลับมาพอดี โศกนาฏกรรมก็มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้ทันที https://goo.gl/W8DY4H

          14. รักษาสมาธิไว้ ด้วยวิธี ก. งดเล่นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์รุ่นล่าสุด เครื่องโทรทัศน์ อุปกรณ์ค้นหาข้อมูล/ภาพทางอินเทอร์เน็ต หรือระบบรับส่งอีเมล ข. งดรับประทานอาหารในขณะกำลังขับรถ ค. งดสนทนา/อภิปรายกับผู้โดยสาร ด้วยเรื่องที่ก่อให้เกิดอารมณ์ร้อนแรง ทั้งนี้อาจส่งผลให้ผู้ขับไม่รับรู้กลิ่นเสียงจากเครื่องยนต์กลไกชิ้นส่วนที่ผิดปกติ และทำให้ “มองเห็นแต่เห็นไม่เด่นชัด” เหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยนอยู่เบื้องหน้า เช่น ไม่รู้ตัวว่าฝนกำลังเริ่มตกและตนต้องลดความเร็วลง หรือกำลังแล่นเข้าหารถอีกคันที่กำลังจอดนิ่งอยู่ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณบอกเตือน เป็นต้น

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 

          15.ขับด้วยสติสัมปชัญญะ ดังนี้
          ก. ใช้มือทั้งสองจับพวงมาลัย ที่ตำแหน่ง 4 น. และ 8 น. โดยประมาณ หากไม่ถนัดก็ปรับจนได้ตำแหน่งใกล้เคียงที่ถนัด แต่พยายามเลี่ยงที่ระดับ 3 น. และ 9 น. หรือสูงขึ้นไป และเลี่ยงที่ 5 น. และ 7 น. เพราะอาจหมุนพวงมาลัยได้ไม่คล่องตัวรวดเร็วพอ

          ข. ตั้งใจเฝ้ามองไปข้างหน้า โดยกวาดสายตาไปมาเพื่อให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ด้านหน้า/ด้านข้างตลอดเวลา

          ค. ส่งสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วินาที เพื่อให้ผู้ขับรถคันอื่นรับรู้ และเริ่มส่งสัญญาณในเลนเลี้ยวที่มีระยะทางไม่สั้นกว่า 30 เมตร

          ง.ขับแซงรถคันหน้าอย่างปลอดภัย ก่อนออกรถ ปรับกระจกเงามองหลังที่ติดอยู่ตรงกลางบนกระจกบังลมหน้า ให้อยู่ในตำแหน่งที่ตนมองเห็นขอบกระจกเงาครอบคลุมขอบกระจกบังลมหลังทั้งสี่ด้านลงตัวพอดี เมื่อแล่นอยู่ในเขตที่กฎจราจรอนุญาตให้แซงได้ เริ่มแซงโดยส่งสัญญานไฟเลี้ยวขวา เพื่อขอทางเข้าเลนขวา เมื่อเข้าได้แล้ว ก็เร่งเครื่องแซงขึ้นหน้า โดยระวังอย่าให้ความเร็วเกินกฎจราจร เมื่อแซงพ้นแล้ว ส่งสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย เพื่อขอทางเข้าเลนเดิม ข้อสำคัญ ก่อนเข้าเลนเดิม สอบดูให้แน่ชัดว่า ไฟหน้าใหญ่ทั้งสองดวงของรถที่ตนแซงขึ้นมา “ปรากฏครบ” อยู่ในกระจกเงานั้น จึงค่อยกลับเข้าเลนเดิม นี่คือการขับแซงแบบไม่กระชั้นชิดและปลอดภัย

          จ. ตรวจดูบริเวณ “คันห้ามล้อ” เบื้องล่าง ให้แน่ใจว่าไม่มีรองเท้า/วัตถุใดๆ ตกหล่นอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์จริงต่อไปนี้เกิดขึ้นอีก คือผู้ขับหญิงสาวถอดรองเท้าทิ้งไว้บริเวณคันห้ามล้อ โดยใช้เท้าเปล่าเหยียบคันเร่งหรือคันห้ามล้อ (เกียร์อัตโนมัติ) พอเริ่มมองเห็นว่ามีรถ 6 ล้อบรรทุกเหล็กเส้นจอดนิ่งขวางอยู่เบื้องหน้า โดยไม่ส่งสัญญาณไฟแจ้งเตือนรถจอด เธอก็รีบเหยียบคันห้ามล้อทันที แต่รองเท้าข้างหนึ่งได้เคลื่อนไปข้างหน้าไปอุดคาอยู่ใต้คันเหยียบ ทำให้เหยียบคันห้ามล้อได้ไม่สุด รถเธอก็วิ่งชนท้ายรถ 6 ล้ออย่างแรง ส่งผลให้เธอต้องเสียชีวิตทันทีอย่าน่าสลดใจยิ่ง

          ฉ. ตรวจสอบระบบห้ามล้อ หากเหยียบคันห้ามล้อลงสุดขณะรถแล่นอยู่ พบว่า “นิ่ม” หรือ “สั่น” ที่เท้า ให้นำรถไปซ่อมแซมโดยด่วนที่สุด

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 

          16. ลมฟ้าอากาศ ในขณะขับรถ ขอให้สวมแว่นกันแดดที่กรองแสงยูวีประเภทเอกับบีได้จริง เพื่อป้องกันโรคต้อกระจกตา บรรเทาความเค้นเหนื่อยล้าในนัยตา ตลอดจนช่วยให้มองเห็นถนนที่สะท้อนแสงแดดได้อย่างสบายตาในฤดูฝน ละอองฝนที่เริ่มโปรยลงมาจะคลุกเคล้ากับฝุ่นคราบเขม่าควันบนผิวจราจร กลายเป็น “แผ่นฟิล์มลื่น” ทำให้ล้อรถเกาะถนนได้ไม่สนิทแน่นเท่าที่ควร ดังนั้นจงเตือนใจตัวเองให้ปรับลดความเร็วรถลงมาทันที หาไม่แล้วรถจะวิ่งเร็วเกินขีดความปลอดภัยสำหรับผิวจราจรที่มี “แผ่นฟิล์มลื่น” เกาะติดอยู่

          ในกรณีฝนตกหนัก ล้อรถที่กำลังหมุนเคลื่อนรถด้วยความเร็วสูงจะเริ่ม “ลอยตัว” เพราะมีน้ำฝนอยู่ระหว่างดอกยางล้อกับผิวจราจร คือล้อจะเกาะผิวจราจรได้ไม่แนบแน่นเท่าก่อนฝนตก ส่งผลให้รถหยุดตัวได้ช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้ขับยังเสี่ยงอันตรายใช้ล้อที่มีดอกยางบางเต็มที (หัวล้าน) อยู่

          สรุปผู้ขับคือสาเหตุแรกของอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ปัองกันแก้ไขได้ตามข้อเสนอแนะ 16 ข้อดังกล่าว ทว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ องค์กรภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรภาคธุรกิจเอกชน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการลดอุบัติเหตุอยู่ด้วย สถิติที่สูงระดับแชมป์โลก เป็นเรื่องของ “วัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนน” ที่ทุกภาคส่วนของสังคมจะต้องร่วมกันรณรงค์ให้ลดสถิติลงมาอย่างเร่งด่วนที่สุด ทุกชีวิตมีคุณค่าสุดที่จะประเมินได้
 

 

เคล็ดลับพิชิตถนนมหันตภัย (2-3)

 


.............................................

13 เมษายน 2560 


 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/04/2018 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1 ถูกใจความคิดเห็นนี้ (0)

vinitvadee
.............................................
ถ้าเป็นคนธรรมดาๆน่าจะอาย จนไม่กล้าสู้หน้าผู้คนไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
vinitvadee วันที่ : 14/04/2018 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน