*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5000
  • จำนวนผู้ชม : 3204951
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 552 , 21:06:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ก่อนหน้านี้ เมื่อมีข่าวว่ามีกลุ่มนักวิชาการหลายสถาบัน สามารถสร้างหน้ากากป้องกันสารพิษได้ ก็ดีใจมากทีเดียว

เพราะอยากเห็นคนไทยสามารถผลิตสิ่งต่างๆได้เอง เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศบ้างไม่มากก็น้อย รวมทั้งอาวุธที่ใช้ในกองทัพ

ด้วยเช่นกัน แต่วันนี้กลับต้องเสียใจขึ้นมาแทน เมื่อมีข่าวนักวิชาการดังกล่าวฟ้องร้องบุคลากรในกองทัพ ดังรายงานข่าวท้ายนี้

 ผศ.ดร.สุนทร สิทธิสกุลเจริญ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ผศ.ดร.กิตติภัฎ รัตนจันทร์ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยี อุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ผศ.วัชระ ลายลักษณ์ อาจารย์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

         เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก , พ.อ.ธมนพัชร์ สิมากร นักวิชาการ สนง.วิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก และนายธีระ ธัญญอนันต์ผล ผู้ดำเนินรายการข่าว เขย่าข่าวเข้ม สถานีโทรทัศน์ไบร์ท ทีวี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายมาตรา 328 และละเมิดเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

         อุแม่จ้าว ... ทำไมจึงต้องมีเรื่องอย่างนี้ด้วยเล่าหนอ ... ผ่าเถอะ .....

 

 

 

อุตุฯ เตือนฝนถล่ม!!

ข่าวทั่วไป  :  13 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อุตุฯเตือน,ฝนตกสะสม,ภาคอีสาน,ภาคตะวันออก,กทม,พยากรณ์อากาศ15พค2561

กรมอุฯพยากรณ์อากาศประเทศไทย คลื่นกระแสลมตะวันตกจากเมียนมาเคลื่อนปกคลุตุมภาคอีสานตอนบน มีฝนฟ้าคะนองเตือนระวังอันตรายฝนตกหนักและฝนตกสะสมภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-กทม.

        กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประเทศไทย คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน)ตอนบน ทำให้เกิดมีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้น

         เตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

         กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

       ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางเริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้บริเวณดังกล่าว ยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

      พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

       ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

       ภาคกลางมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา

สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี 

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

        ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

        ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

       ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

 

       กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่

อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ออกประกาศ : 15 พฤษภาคม 2561 เวลา 05:00 น.

 
ดอกดิน กัญญามาลย์,ล้านแล้วจ้า,ศิลปินแห่งชาติ,นักแสดงอาวุโส

วงการบันเทิงเศร้า!! สิ้น ดอกดิน กัญญามาลย์ ศิลปินแห่งชาติ และนักแสดงอาวุโส

               ดอกดิน กัญญามาลย์ นักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ ได้รับการเชิดชูเกียรติรางวัลนราธิปประจำปี พ.ศ. 2550 และศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2555 สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์)

               ดอกดิน กัญญามาลย์ นักแสดง ผู้กำกับ และผู้สร้างภาพยนตร์ เจ้าของประโยค “ล้านแล้ว.... จ้า” เพราะเคยสร้างภาพยนตร์เรื่อง “นกน้อย” จนได้รับรางวัลตุ๊กตาทองและทำรายได้เกินหลักล้านเป็นเรื่องแรก

               นอกจากนี้ ยังทำ ให้ชื่อของ “มิตร ชัยบัญชา - เพชรา เชาวราษฎร์” กลายเป็นดาราคู่ขวัญ 

               ดอกดิน กัญญามาลย์ เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 15 พ.ค.61 ด้วยโรคชรา จากไปอย่างสงบ ที่ รพ.วิชัยยุทธ รวมสิริอายุ 94 ปี  

               กำหนดพระราชทานน้ำหลวงอาบศพวันนี้ เวลา 16.00 น. ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม ศาลา 6 และสวดพระอภิธรรม 7 วัน เวลา 18.00 น.

เปิดประวัติ "ดอกดิน กัญญามาลย์"

......................................

ฟ้อง"พลตรี" หมิ่น!! ทีมวิจัย มก.

อาชญากรรม ข่าวอาชญากรรม  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หน้ากากป้องกันสารพิษ,ทีมวิจัยมก,ฟ้องหมิ่น,พลตรี,เรียน 100ล้าน,ศาลอาญา,นายอนันต์ชัย ไชยเดช,ทนายความ,รศดรวีรชัย พุทธวงศ์,มก,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรฺ์

 ทีมนักวิจัยทำหน้ากากป้องกันสารพิษ ยื่นฟ้อง "พลตรี" พ่วงสื่อ ฐานหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 20 ส.ค.นี้

         เมื่อวันที่  15 พ.ค.2561 เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วย รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)

         ผศ.ดร.สุนทร สิทธิสกุลเจริญ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ผศ.ดร.กิตติภัฎ รัตนจันทร์ อาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยี อุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ผศ.วัชระ ลายลักษณ์ อาจารย์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

         เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผอ.สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก , พ.อ.ธมนพัชร์ สิมากร นักวิชาการ สนง.วิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก และนายธีระ ธัญญอนันต์ผล ผู้ดำเนินรายการข่าว เขย่าข่าวเข้ม สถานีโทรทัศน์ไบร์ท ทีวี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายมาตรา 328 และละเมิดเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ฟ้อง

        คดีนี้โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามร่วมกันใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดย พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ให้ พ.อ.ธมนพัชร์ จำเลยที่ 2 แจกเอกสารชี้แจงเรื่องงานวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษ ที่โจทก์เป็นผู้วิจัย ต่อสื่อมวลชนสำนักงานต่างๆ

         กระทั่งเวลา 14.00 น. พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 ก็ได้แถลงข่าวบางช่วงบางตอน ทำนองว่า จากการตรวจสอบ ขอเรียนให้ทราบว่า มีการยื่นใบรับรองมาตรฐาน จำนวนทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน โดยหัวหน้าโครงการวิจัย เป็นการยื่นใบรับรองมาตรฐานปลอมทั้ง 4 ครั้ง ในขณะที่พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 แถลงข่าวนั้นได้มีการไลฟ์สด และรายงานสดผ่านทางสื่อโชเชียลต่างๆ หลายสำนัก รวมทั้งมีการนำเสนอข่าวทางรายการ“เขย่าข่าวเข้ม” สถานีโทรทัศน์ไบร์ททีวีของจำเลยที่ 3 ด้วย

      โดยเฉพาะพล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ จำเลยที่ 1 แถลงข่าวว่า รศ.ดร.วีรชัย โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการได้ยื่นใบรับรองมาตรฐานปลอมจำนวน 4 ครั้ง และมีการเผยแพร่เอกสารชี้แจงเรื่องงานวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษกล่าวหาโจทก์ทั้งสี่ ทำและใช้ใบรับรองมาตรฐานจากสถาบัน National Institute for NBC Protection และสถาบัน Occupational Safely Research Institute ปลอม จำนวน 4 ครั้ง เพื่อหลอกลวงกองทัพบก ให้ต้องสูญเสียงบประมาณและหากใช้หน้ากากป้องกันสารพิษดังกล่าว อาจเกิดการบาดเจ็บเป็นอันตรายหรือเสียชีวิตได้นั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น

         ความจริงแล้ว ตรงกันข้ามผลงานวิจัยของโจทก์และคณะวิจัยได้มาตรฐานในระดับสากล เป็นประโยชน์ต่อกองทัพบก และทำให้ประเทศชาติประหยัดงบประมาณในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศได้เป็นเงินจำนวนมหาศาล และคณะวิจัยมิได้หลอกลวงกองทัพบกหรือทำให้กองทัพบกได้รับความเสียหายแต่ประการใด

       เหตุเกิดที่กองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม.และกองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทั้งนี้ศาลรับคำร้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ อ.1421/2561 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น.

        ภายหลังนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ กล่าวว่า จากกรณีที่ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายให้ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ แจ้งความดำเนินคดีกับคณะทีมวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม ทางคณะวิจัยได้ไปดำเนินคดีกับ พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ ข้อหาแจ้งความเท็จ ที่กองบังคับการปราบปราม

 

ฟ้อง

ทีมนักวิจัยหน้ากากป้องกันสารพิษ   

          นายอนันต์ชัย   กล่าวอีกว่า และในช่วงบ่ายของวันที่ 15 มีนาคม ทางกองทัพบก โดย พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ ได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมของคณะวิจัย มีการพาดพิงถึงคณะวิจัยทั้งหมด ในการแถลงข่าวบางช่วงบางตอนมีการกล่าวหาว่า คณะวิจัยมีการใช้เอกสารปลอม

          "วันนี้ผมและรศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ จึงมาดำเนินการฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและเรียกค่าเสียหาย แล้วมีบางข้อความที่สื่อออกไปมีการยืนยันว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร และกล่าวหาว่ามีการใช้ใบรับรองจำนวน 4 ครั้ง โดยหัวหน้าคณะโครงการ ซึ่งยืนยันรับรองเอกสารปลอม " นายอนันต์ชัย  กล่าว

ฟ้อง

ผลงานวิจัย หน้ากากป้องกันสารพิษ

         นายอนันต์ชัย   กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ตอนแรกคิดจะฟ้องคุณวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ที่โพสต์เฟซบุ๊กด้วย แต่เมื่อวานนี้ได้มาเจรจากับตนเองเรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้ฟ้อง และได้คุยกันนอกรอบกับสื่อมวลชนสุดท้าย จึงไม่ฟ้องสื่อเกือบทุกสื่อ ยกเว้นเพียงช่องไบรท์ทีวี ที่รายการข่าวมีการโชว์ชื่อของอาจารย์ทั้งหมด 4 คน จึงจำเป็นต้องฟ้องสื่อไบรท์ทีวีไว้ก่อน รวมทั้งเหตุผลก็เพื่อจะฟ้อง พล.ต.ศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลอาญา ไม่เช่นนั้นจะต้องขึ้นศาลทหาร

         นายอนันต์ชัย   กล่าวอีกว่า ส่วนข้อความที่กล่าวหาว่าคณะวิจัยได้ใช้เอกสารใบรับรองมาตรฐานสากลปลอม จนทำให้กองทัพบกเสียหายนั้น ขอเรียนว่ากองทัพบกยังไม่ได้รับความเสียหาย เพราะ กองทัพบกไม่ใช่เป็นคนออกทุนวิจัย คนที่ออกทุนวิจัยคือ สกอ. ส่วนสำหรับเงินจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลและ ค.ร.ม.มีมติอนุมัติก็ยังไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะฉะนั้น จึงยังไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

         ด้าน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่ทางกองทัพแล้ว ก็คือเราไม่ได้มีปัญหากับทาง กองทัพบก และปัญหานี้จะต้องได้รับการคลี่คลายโดยเร็ว แต่ว่าตอนนี้เป็นปัญหาส่วนบุคคล ระหว่างกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งที่ใช้เกราะกำบังทางด้านกองทัพกับนักวิจัย เราจึงจำเป็นต้องปกป้องชื่อเสียงของพวกเรา

         "และเราได้รับทราบว่าเอกสารที่เป็นทางการของสถานทูต สาธารณรัฐเช็ก เกี่ยวกับการรับรองงานวิจัย ไม่ถึงมือผู้หลักผู้ใหญ่ในกองทัพ วันนี้เราได้รับเอกสารฉบับนี้ทางอีเมล จากทางสาธารณรัฐเช็ก ประจำ กทม. ระบุว่า รศ.ดร.วีรชัย และนักวิจัยได้นำตัวอย่างหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหารไปทดสอบจริงที่สถาบันเนชั่นแนล อินสติติวท์ ฟอร์ เอ็นบีซี โปรดักชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบัน 1ใน 5 ของโลกที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และมีการส่งจริงทดสอบจริง และ เป็นหน้ากากที่ได้รับคุณภาพสูง"รศ.ดร.วีรชัย ระบุ 

ฟ้อง

           รศ.ดร.วีรชัย  กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสาเหตุที่ต้องส่งไปทดสอบที่ต่างประเทศ เพราะได้มีมติ ค.ร.ม.ที่จะนำผลงานวิจัยนี้ไปผลิต และกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกระบุว่า ถ้าจะผลิตได้ หน้ากากต้องผ่านมาตรฐาน 1ใน 5 ของโลก แต่จะเห็นได้ว่ากลุ่มที่แจ้งความนักวิจัยไม่เคยกล่าวถึงเอกสารฉบับนี้ที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งเราพยายามสื่อสารไปทางผู้ใหญ่ของกองทัพ ล่าสุดก็ได้รับการตอบรับที่ดีว่าจะนำเรื่องนี้เข้าพูดคุยในกองทัพบก และจะหาทางยุติให้เร็วที่สุด

         เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับงานวิจัยจริงหรือไม่ นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ที่กล่าวอ้างว่ามีการปลอมแปลงเอกสารนั้น เราไม่ทราบ เพรามีเอกสารบางส่วนที่นายทหารซึ่งอยู่ในทีมวิจัยและส่งมาจาก สวพ.ทบ.เป็นคนเอามาให้ ซึ่งเอกสารตรงนั้นปลอมหรือเปล่าเราก็ไม่ได้ตรวจสอบ เพราะฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องมาพิสูจน์ว่าเอกสารนั้นปลอมยังไง เขาจะต้องเอาหลักฐานมาแสดงต่อศาลว่าใครปลอม ปลอมยังไง และปลอมจริงหรือไม่

...................................

"สันธนะ" ร้องสอบ 3 นายพลตำรวจลุยตลาดใหม่ดอนเมือง

อาชญากรรม ข่าวอาชญากรรม  :  22 นาทีที่ผ่านมา
ข่าวอาชญากรรม,ตลาดใหม่ดอนเมือง,ปปง,สอบเส้นทางเงิน,สันธนะ

"บิ๊กตำรวจ" ถกคดีตลาดใหม่ดอนเมือง ระบุ ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่ม พร้อมประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน "พ.ต.ท.สันธนะ - พวก"

 

               15 พ.ค. 61  ที่ สโมสรตำรวจ  พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานชุดคณะทำงานคดีตลาดใหม่ดอนเมือง ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง รวมทั้งความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าร่วม

               พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าคดีในส่วนต่างๆ การรวบพยานหลักฐานหลังปฏิบัติการเข้ากวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายในตลาดใหม่ดอนเมือง กระทั่งมีการขยายผลพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลเรียกรับเงินจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดด้วย นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา 11 คน ใน 45 คดี ความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยสามารถจับกุม พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษาบริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม และจับกุม นายคเณศ เปรมครุฑ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ขณะที่ นายวันเพ็ญ ผิวดำดี ได้เดินทางเข้ามอบตัว เมื่อคืนวันที่ 14 พฤษภาคม และเมื่อช่วงบ่าย มีผู้ต้องหาตามหมายจับเข้ามอบตัวเพิ่มเติมอีก 5 คน คือ นายชนะโชติ สุขสุคนธ์ นายประนอม แก้วสวัสดิ์ นายกฤษณะ หลำรอด และนายอนุ สุขสุคนธ์ รวม 7 คน
               โดยมีการประสาน ปปง. ให้เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้งหมด ส่วนกรณีที่วันนี้ พ.ต.ท.สันธนะ ส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชุดปฏิบัติการระดับนายพล 3 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นั้น เป็นสิทธิ์ของ พ.ต.ท.สันธนะ แต่เชื่อว่าไม่ได้มีผลกระทบต่อรูปคดี เนื่องจากตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่มี

               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ประชุมร่วมกับทาง ปปง. ซึ่งทาง เลขาฯ ปปง. ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานได้เข้าร่วมประชุม คาดว่าวันนี้จะต้องมีความชัดเจนว่ามีความผิดในส่วนไหนบ้าง และไม่มีความผิดในส่วนไหนบ้าง ยืนยันว่า ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนในเรื่องการดำเนินคดีต่อไป จะมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน ถ้ามีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็ต้องดูว่ามีความผิดเพิ่มในส่วนไหนบ้าง ขณะมีผู้เข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว 7 คน ส่วนที่เหลือพยายามขอติดต่อเข้ามอบตัวอยู่ ส่วนคำให้การต่างๆ ก็ปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวน แต่ถ้าหากว่าบุคคลที่เหลือไม่มาติดต่อขอมอบตัว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะทำการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
               “ขณะนี้ยังไม่มีการฟ้องร้องอะไรทั้งสิ้น ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ภายในตลาดต้องค้าขายของที่ดี มี อย. และตลาดต้องถูกต้องตามกฎหมายของกรมธนารักษ์ กรมสรรพากร และตามกฎของสำนักงานเขต และปราศจากการจ่ายค่าคุ้มครองใดๆ ในส่วนการเข้าค้นคอนโดฯ ของ พ.ต.ท.สันธนะ ส่วนตัวไม่ได้เครียด หรือกังวลแต่อย่างใด เพราะทางเจ้าหน้าที่เราได้ขอให้พนักงานนิติบุคคลนำกุญแจมาเปิด แต่เปิดไม่ได้ ทางเราจึงต้องใช้กำลังในการพังประตูเข้าไปตรวจค้นภายในห้อง แต่พอหลังจากเสร็จภารกิจแล้ว ทางเราได้ซ่อมแซมให้ทางนิติบุคคลให้เป็นเหมือนเดิม และได้มอบกุญแจให้กับเจ้าพนักงานนิติบุคคลเรียบร้อย” รอง ผบช.ทท. กล่าว

 .............................................

กกอ.ปิด71หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานเตือนนักศึกษาตรวจสอบก่อนเรียน

กกอ,หลักสูตร,นักศึกษา

กกอ.ปิด71หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานเตือนนักศึกษาตรวจสอบก่อนเรียน : คอลัมน์... เจาะประเด็นร้อน  โดย... qualitylife4444@gmail.com

          “หลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้คุณภาพ” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในแวดวงอุดมศึกษาบ่อยครั้งและมีการดำเนินการแก้ไขมาโดยตลอด โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หน่วยงานที่มีหน้าที่รับทราบหลักสูตร และประกันคุณภาพภายในแก่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

        เมื่อต้นปี 2561 สกอ.ได้เสนอคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ถึงผลการประกันคุณภาพภายใน พบว่า มี 182 หลักสูตร ใน 40 มหาวิทยาลัย ที่หลักสูตรไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน (IQA) ติดต่อกัน 2 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2558–2559) เฉพาะองค์ประกอบที่ 1 (เรื่องจำนวนและคุณสมบัติอาจารย์ การบริหารจัดการหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐาน) ซึ่งได้มีการประกาศรายชื่อให้สาธารณชนรับทราบ

กกอ.ปิด71หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานเตือนนักศึกษาตรวจสอบก่อนเรียน

 

          พร้อมทั้งได้ให้สถาบันอุดมศึกษานั้นงดรับนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว (หากยังดำเนินการอยู่) และปรับปรุงให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรอย่างเร่งด่วนภายใน 90 วัน เพื่อจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาที่คงค้างอย่างมีคุณภาพจนสำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานอุดมศึกษา

          สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ กกอ. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยต่างๆ มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และต้องรายงานมายัง สกอ. ภายในวันที่ 30 เมษายน 2561 สถานการณ์ล่าสุดพบว่า มี 134 หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยได้รายงานการดำเนินการแก้ไขปัญหามาแล้ว แบ่งเป็น ปิดหลักสูตร 56 หลักสูตร งดรับนักศึกษา 24 หลักสูตร อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักสูตร 48 หลักสูตร ควบรวม 6 หลักสูตร
ส่วนที่เหลือ 48 หลักสูตร มหาวิทยาลัยยังไม่ได้รายงานมายัง สกอ. แบ่งเป็น หลักสูตรที่ต้องปิด 15 หลักสูตร งดรับนักศึกษา 24 หลักสูตร และอยู่ระหว่างปรับปรุง 9 หลักสูตร ดังนั้น ภาพรวมของการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินการปิดหลักสูตรไปแล้ว 71 หลักสูตร งดรับนักศึกษา 48 หลักสูตร อยู่ระหว่างปรับปรุงหลักสูตร 57 หลักสูตร และควบรวม 6 หลักสูตร

 

กกอ.ปิด71หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานเตือนนักศึกษาตรวจสอบก่อนเรียน

          “มีการรายงาน แนวทางในการแก้ไขปัญหาหลักสูตรไม่ได้มาตรฐาน ให้ กกอ.รับทราบแล้ว ซึ่ง กกอ.ได้เน้นย้ำให้ สกอ.กำชับมหาวิทยาลัยช่วยดูแลนักศึกษา และดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นตามเกณฑ์มาตรฐาน ที่สำคัญต้องช่วยเหลือ ดูแล เยียวยานักศึกษาที่คงค้างอยู่ในระบบทั้งหมด” สุภัทรกล่าว

          อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ สกอ.ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน โดยที่ผ่านมาได้มีการเชิญมหาวิทยาลัยต่างๆ มารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงหลักสูตร และบางมหาวิทยาลัยได้มีการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าว พบว่า มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่พยายามเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งในส่วนของการงดรับนักศึกษานั้น ขณะนี้มหาวิทยาลัยได้มีการดูแลนักศึกษาคงค้างในแต่ละหลักสูตร และมีการเตรียมตัวปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อเปิดรับนักศึกษาต่อไป ส่วนการปรับปรุงหลักสูตรนั้น ทางสกอ.คงไม่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบ แต่ สกอ.จะดำเนินการติดตามเรื่องดังกล่าว

กกอ.ปิด71หลักสูตรไม่ได้มาตรฐานเตือนนักศึกษาตรวจสอบก่อนเรียน

          สุภัทร กล่าวต่อไปว่า การเปิดหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน เป็นหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ต้องรับผิดชอบให้มีคุณภาพ และมาตรฐานขั้นต่ำ ส่วนมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้รายงานมายังสกอ.นั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่ามหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่ เพียงแต่ไม่ได้รายงานมายังสกอ. ซึ่งอยากฝากให้มหาวิทยาลัยรายงานการดำเนินการแก้ไขปัญหามายังสกอ. เพราะตอนนี้ก็ครบเวลาตามที่กำหนดแล้ว

          คาดว่าหลังจากรายงานข้อมูลให้กกอ.รับทราบแล้ว จะนำข้อมูลประกาศผ่านเว็บไซต์ สกอ. http://www.mua.go.th/users/bhes/MUA_CURR/CurrCer.html เพื่อให้ประชาชน นักศึกษาได้รับทราบต่อไป ทั้งนี้ นักศึกษาทุกคนก่อนจะเลือกเรียน คณะ มหาวิทยาลัย อยากให้มาตรวจสอบหลักสูตรที่จะเข้าศึกษาต่อทางเว็บไซต์ของสกอ.ด้วย ส่วนมหาวิทยาลัยต่างๆ อยากให้จัดการเรียนการสอนเป็นไปตามมาตรฐานหลักการประกันคุณภาพภายใน

เคลียร์ข้อข้องใจ !! "บิ๊กโจ๊ก" ปฏิบัติการ "ดับซ่า" สันธนะ 

เจาะประเด็นร้อน  :  1 วันที่ผ่านมา
บิ๊กโจ๊ก,สุรเชษฐ์ หักพาล,ตำรวจท่องเที่ยว,สันธนะ,ไม่มีใบสั่ง,ดับซ่า

"บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ให้สัมภาษณ์พิเศษ เคลียร์ข้อข้องใจในปฏิบัติการดับซ่า "รองฯต่อ" พ.ต.ท.สันธนะ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

               ปฏิบัติการดับซ่า "รองฯต่อ" พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สิ่งที่สังคมพูดกันมาก นอกจากลีลาดราม่าของ พ.ต.ท.สันธนะ แล้ว ก็คือคำถามถึงการทำงานของตำรวจ โดยเฉพาะ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) 

 

เคลียร์ข้อข้องใจ !!

 

               ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามหนักๆ ก็คือ งานทลายตลาดใหม่ดอนเมือง จับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมาเฟีย เรียกเก็บค่าคุ้มครอง ตำรวจท่องเที่ยวเกี่ยวข้องอะไรด้วย, งานนี้เป็นการล้างแค้นส่วนตัวระหว่าง "บิ๊กโจ๊ก" กับ พ.ต.ท.สันธนะ จากการที่ฝ่ายหลังเคยออกมากล่าวหาพาดพิงภารกิจปราบปรามโต๊ดเถื่อนและการพนันผิดกฎหมายในสนามม้าหรือไม่ โดยเฉพาะภาพการนำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "อรินทราช 26" เข้าตรวจค้นคอนโดมีเนียมหรูของ พ.ต.ท.สันธนะ ราวกับบุกไปช่วยเหลือตัวประกัน หรือบุกทลายแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดขนาดใหญ่ 

               ประเด็นนี้ "บิ๊กโจ๊ก" ปฏิเสธนิ่มๆ ตามสไตล์ โดยยืนยันว่าเป็นการทำงานตามหน้าที่ ไม่มีประเด็นส่วนตัว 

               "จะมีเรื่องส่วนตัวอะไร ไม่มีหรอกครับ เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ผม เขาไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เราพบพยานหลักฐานแค่ไหนก็ทำแค่นั้น" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุ และว่า 

               "การปราบปรามการลักลอบเล่นการพนัน หรือการจัดโต๊ดเถื่อนในสนามม้า เราทำมาต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว เป็นนโยบายของรัฐบาล ทำให้มีรายได้เข้ารัฐเพิ่มมากขึ้น จากเดิมรายได้อยู่ที่ 30 กว่าล้าน ตอนนี้อยู่ที่ 46 ล้าน ทำให้รายได้ต่อปีก็เพิ่มมากขึ้นด้วย นี่คือส่วนที่ประชาชนได้ประโยชน์จากการทำหน้าที่ ซึ่งต้องขอเรียนนิดหนึ่งว่าอาจจะกระทบใครไปบ้าง หรือทำให้คนพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง แต่เราต้องเอาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลัก" 

               ถึงเจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่มีประเด็นส่วนตัวกับ พ.ต.ท.สันธนะ แต่สังคมก็ยังตั้งคำถามอยู่ดีว่า ตำรวจท่องเที่ยวไปเกี่ยวอะไรกับภารกิจทลายแหล่งจำหน่ายเครื่องสำอางเถื่อน อาหารเสริมด้อยคุณธรรม และไปยุ่งอะไรกับปฏิบัติการปราบมาเฟีย 

               ประเด็นนี้ "บิ๊กโจ๊ก" อธิบายว่าเป็นการทำงานแบบบูรณาการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา 

               "จะเป็นตำรวจหน่วยไหนก็แล้วแต่ ตำรวจเราทำงานร่วมกันทั้งหมด จะเห็นได้ว่ามี ตชด.ด้วย (ตำรวจตระเวนชายแดน) มีผู้การ ตชด.มาร่วมด้วย มีทั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจนครบาล ตำรวจกองอารักขาและควบคุมฝูงชน จะเห็นได้ว่าไม่ได้มีตำรวจท่องเที่ยวหน่วยเดียว วันนี้เราทำงานแบบบูรณาการเพื่อให้กำลังมีมากขึ้น เพื่อให้ความมั่นใจของประชาชนมีมากขึ้น" 

               "ปัจจุบันการทำงานของตำรวจมีการบูรณาการร่วมกันทุกหน่วย ตั้งแต่วันแรกที่เข้าตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง และท่านรองฯวิระชัย (พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.) ได้นำกำลังทุกภาคส่วน ไม่ว่าตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งหน่วยนอกอย่างกรมสรรพากร กรมธนารักษ์ เข้าไปร่วมปฏิบัติการ เป็นการขยายผลจากคดีเมจิกสกิน ซึ่งรองฯวิระชัยดำเนินการอยู่ จะเห็นได้ว่าเรื่องเมจิกสกิน รองผู้บังคับการ 3 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง เป็นผู้ปฏิบัติการทั้งหมดในเรื่องของการสึบสวนจับกุม จะเห็นได้ว่าเป็นการบูรณาการตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว 

               ปฏิบัติการดับซ่า พ.ต.ท.สันธนะ สังคมนินทาไปถึงขั้นว่าเป็นใบสั่งจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลหรือไม่ หรือว่างานนี้เป็นเกมดราม่าเบี่ยงเบนประเด็นข่าว โดยเฉพาะกระแส "พลังดูด" ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำให้ คสช.เสียรังวัดอย่างหนัก แต่ "บิ๊กโจ๊ก" ยืนกรานว่า เขาทำงานตามหน้าที่ ตามพยานหลักฐาน และไม่มีใบสั่งจากผู้มีอำนาจ แต่ก็เป็นธรรมดาที่การทำงานต้องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นอยู่แล้ว 

               "ไม่มีใบสั่งแน่นอน ในเรื่องของการทำหน้าที่ของตำรวจไม่ต้องมีใครมาสั่ง แล้วก็ไม่ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชามาสั่ง หากพบว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หรือเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจความรับผิดชอบที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ ก็ต้องทำทันที ส่วนการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบนั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำประจำอยู่แล้วเป็นเรื่องการรายงานปกติ" 

 

เคลียร์ข้อข้องใจ !!

               "จากการจับกุมตรวจค้นของท่านรองฯวิระชัย ในเรื่องของเมจิกสกิน ทำให้เรื่องหลั่งไหลมาเยอะมาก จนนำมาสู่ปัญหาในพื้นที่ตลาดใหม่ดอนเมืองที่รับข้อมูลร้องเรียนมาเช่นกัน ก็มี 2 ส่วน คือ 1.มีการขายของที่ผิดกฎหมายเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ไม่มี อย. (ตรารับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กับ 2.ประชาชนเข้าร้องเรียนว่ามีการเก็บค่าคุ้มครอง เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้ก็กราบเรียนท่านรองฯวิระชัย ต่อมาท่านจึงกราบเรียน ผบ.ตร. (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา) ท่าน ผบ.ตร.จึงกำชับให้ท่านรองฯวิระชัยจัดกำลังตำรวจ ทั้งตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวเราความจริงก็ร่วมปฏิบัติการตั้งแต่แรกอยู่แล้ว" 

               "วันนี้ประชาชนตั้งคำถามว่ามีมาเฟียหรือไม่ มีการเก็บค่าคุ้มครองไหม หากเราดำเนินคดีเฉพาะเรื่องอาหารและยาอย่างเดียว การร้องเรียนร้องทุกข์ต่างๆ ก็ยังไม่หมดไป เพราะฉะนั้นเราจึงให้ความเป็นธรรมกับพ่อค้าแม่ขาย ส่วนไหนที่เป็นความทุกข์ของผู้ค้า เราก็ดำเนินคดีด้วย เราก็ไปจัดการดูแลด้วย ทำให้เขาเห็นว่าขบวนการเก็บค่าคุ้มครองมีจริงหรือไม่ ประชาชนจะได้ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว 

               จากการทำงานทั้งหมดนี้เอง ทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" ยืนยันความสำเร็จว่า ตำรวจใช้เวลา 7 วัน ตรวจค้น 3 วัน รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทำความจริงให้ปรากฏ นำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่ดำเนินการกรรโชกทรัพย์ทั้งหมด 11 ราย 45 หมายจับ เฉพาะหมายจับของ พ.ต.ท.สันธนะ มี 8 หมายด้วยกัน โดยตำรวจจะยังไม่หยุดแค่ตลาดใหม่ดอนเมือง แต่จะเดินหน้าจัดระเบียบตลาดอื่นๆ ด้วย เพื่อไม่ให้มีมาเฟียขูดรีดผู้ค้าสร้างความเดือดร้อนอีกต่อไป

เรื่องโดย ชลธิชา รอดกันภัย

 

เคลียร์ข้อข้องใจ !!

(อ่านต่อ..."ผมไม่ใช่เด็กนาย" บิ๊กโจ๊ก เปิดใจ ถูกมองใกล้ชิด "บิ๊กป้อม")


 ...........................................................

15 พฤษภาคม 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 16/05/2018 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 3 ถูกใจความคิดเห็นนี้ (0)
คุณเคย like แล้ว

สิงห์นอกระบบ
......................................
ที่จริงแล้วผมไม่เคยรู้ข้อมูลรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งสิ้นมาก่อน เพียงแต่มีความหวังโดยสรุปว่า อยากเห็นคนไทยสามารถผลิตยุทธปัจจัยทั้งธรรมดาและทั้งไฮเท็คโนโลยีสำหรับใช้ในกองทัพขึ้นมาบ้าง แต่ต้องมีคุณภาพที่กองทัพยอมรับได้ตามมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้การผลิตยุทธปัจจัยโดยคนไทยเริ่มต้น แล้วพัฒนาขึ้นไปอีก ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 16/05/2018 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

หน้ากากกันไอพิษแบบกระจกชิ้นเดียวอาจจะมีปัญหา ไม่เคยมีหน้ากากกันไอพิษของทหารที่กระจกมองชิ้นเดียวเช่นนี้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 16/05/2018 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 1 ถูกใจความคิดเห็นนี้ (0)
คุณเคย like แล้ว

vinitvadee
......................................
ท่านทำหน้าที่เป็น coordinator ตลอดมาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 16/05/2018 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ถึงจะชื่อโจ๊ก แต่...กลืนยากนะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน