*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4701
  • จำนวนผู้ชม : 3137441
  • จำนวนผู้โหวต : 1647
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1647 คน
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 489 , 10:19:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ขรก.กรม กอง กระทรวงไหนถูกกล่าวหา ก่อนอื่นก็มีที่พึ่งแล้วครับ รีบมาที่พรรคเพื่อไทยได้เลย เพราะมีผู้เชี่ยวชาญ

คอยให้คำแนะนำอยู่แล้ว ล่าสุดก็มีรองโฆษกพรรคออกมาอ้างว่าได้รับเรื่องเอาไว้เยอะ ว่าแต่ว่า เรื่องของคนในพรรคเองจะ

ทำไงดีครับ เยอะแยะอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ ..... ผ่าซี เอ้า ...

 

 
วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
 
เหวี่ยงแหเป็นแพะรับบาป! 'อนุสรณ์'ปูดขรก.พม.ร้องหาความยุติธรรม

เหวี่ยงแหเป็นแพะรับบาป! 'อนุสรณ์'ปูดขรก.พม.ร้องหาความยุติธรรม

วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 09.26 น.

16 พ.ค.61 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีข้าราชการจากหลายหน่วยงานส่งหนังสือร้องเรียนมาที่ตน เพื่อสะท้อนปัญหาการทำงานที่เกิดสภาวะสุญญากาศในช่วงท้ายของรัฐบาล คสช. โดยระบุถึงปัญหาว่า อาจมียุทธศาสตร์จัดการกับข้าราชการระดับสูง ลามมาถึงระดับกลาง โดยใช้วิธีตั้งเรื่องกล่าวโทษทางวินัย เพื่อลงโทษแบบเหวี่ยงแห โดยการย้ายข้าราชการออกนอกพื้นที่หรือตำแหน่งหน้าที่ที่ปฏิบัติเดิม เพื่อให้เกิดสภาวะสุญญากาศ แล้วใช้ช่องว่างดังกล่าวดำเนินการผ่านเครือข่ายที่สามารถควบคุมได้ เข้าไปบริหารจัดการในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ เช่น ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

"ข้าราชการที่ร้องเรียนมา ระบุว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในกระทรวงไม่มีใครติดขัดหากจะดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและต้องขยายผลไปยังกลุ่มผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด และยินดีให้ความร่วมมือเพื่อการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น แต่การย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนมากองไว้ส่วนกลาง โดยไม่มีโครงสร้างรองรับ ถือเป็นการเสียประโยชน์ จึงอยากให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือรับผิดชอบคดีทุจริต ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่า ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่คนใด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ขอให้ย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน" รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ข้าราชการที่ร้องเรียนมาที่ตน คงเห็นว่า หมดหนทางที่จะขอความเป็นธรรมแล้ว ทั้งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ตนเคยเป็นเลขารัฐมนตรี เป็นกระทรวงที่มีแต่ให้ ดูแลช่วยเหลือประชาชนทั้งคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสในสังคม แต่มาในยุคหลังถูกป้ายสีให้มัวหมอง เพื่อให้ผลงานการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลเด่นชัดขึ้นหรือไม่ ทั้งที่หากเปรียบงานที่ดำเนินการ 100 ด้าน หากมีบางด้านที่มีปัญหา แต่ด้านที่ดีก็มีอยู่มาก ทำไมไม่ได้รับการพูดถึง ทำไมไม่มีการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ครั้นหวังจะให้รัฐมนตรีที่ย้ายมาใหม่ปกป้อง ก็มาแบบคนอกหักที่ถูกปลดพ้นมาจากกระทรวงอื่น แล้วก็เฝ้ารอแต่ว่าเมื่อไหร่จะมีการปรับ ครม. อีก จะได้ย้ายไปอยู่กระทรวงอื่น 

"กระแสข่าวที่จะปรับรัฐมนตรีสายทหารออกแล้วเอานักการเมืองที่ไปดูดมาเข้ามาแทนที่ รัฐบาล คสช. จะสร้างภาพปราบปรามทุจริตอย่างไรก็ได้ แต่ไม่ควรผลักให้ข้าราชการเป็นแพะรับบาป และต้องเร่งดำเนินการสอบสวนด้วยความรวดเร็วและคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความไม่ยุติรรม" นายอนุสรณ์ กล่าว

 

วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
 
มาฟังเหตุผล'ลุงตู่'! เวลาลงพื้นที่ ทำไมไม่อยากให้คนมา'หอมแก้ม'

มาฟังเหตุผล'ลุงตู่'! เวลาลงพื้นที่ ทำไมไม่อยากให้คนมา'หอมแก้ม'

วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 19.50 น.
  • 15 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวในหลายประเด็น โดยเฉพาะเมื่อถูกถามเรื่องการลงพื้นที่พบปะประชาชนในหลายพื้นที่ แล้วรู้สึกอย่างไรที่มีคนมาขอหอมแก้มซ้ายขวา โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า "ขอร้องอย่ามาหอมแก้ม เพราะภรรยาผมก็หวงเหมือนกัน แต่ที่เอียงแก้มให้หอม ก็เห็นว่าแก่แล้ว รุ่นป้า รุ่นยาย"
 
อย่าเคลื่อนพลออกจากมธ.! 'บิ๊กเจี๊ยบ'หวั่นเสี่ยงผิดกฎหมาย ทำจราจรติดขัด

อย่าเคลื่อนพลออกจากมธ.! 'บิ๊กเจี๊ยบ'หวั่นเสี่ยงผิดกฎหมาย ทำจราจรติดขัด

วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 07.46 น.
 
16 พ.ค. 61 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมกันในวันที่ 19 พ.ค.ว่า เป็นเจตนารมย์ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ต้องการแสดงเจตนารมณ์ในช่วงครบรอบ 4 ปีของคสช. ซึ่งจะมีการชุมนุมในวันที่ 19 - 20 พ.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) และช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ค. กลุ่มดังกล่าวต้องการเคลื่อนขบวนมายังทำเนียบรัฐบาล 

"ผมทราบในเรื่องนี้แล้ว ในส่วนของฝ่ายความมั่นคง ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมการ งานด้านการข่าว และการวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่า การเคลื่อนขบวนออกมาทำเนียบรัฐบาล เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะเป็นวันทำงานราชการ เกรงว่า จะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน อีกทั้งการเคลื่อนขบวนออกมาเมื่อมีคนจำนวนหนึ่งก็จะประสบปัญหา ในเรื่องของการจราจร และการดูแลความปลอดภัย รวมถึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจจะมีผลทางกฎหมายตามมากับแกนนำ ถ้าขอร้องได้ก็ไม่ควรจะมีการเคลื่อนขบวน" ผบ.ทบ กล่าว 

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า แต่ละฝ่ายมีการพูดคุยขอร้อง แกนนำในแง่มุมต่างๆมาโดยตลอด ก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี สังเกตได้ว่า ที่ผ่านมาไม่มีอะไรนอกกรอบที่ให้เขาแสดงออกมาได้ บางจุดเราก็ยอมกัน ในส่วนที่ไม่ผิดกฎหมายก็อะลุ้มอล่วย และขอความร่วมมือ ขณะเดียวกันยังไม่ชัดเจนว่า มีนักการเมืองมาสนับสนุนหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของตัวบุคคล แต่การเลือกตั้งทุกอย่างยังอยู่ในกรอบของช่วงเวลาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร 

ในส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย และเป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง 

"การเมืองเป็นเรื่องของความขัดแย้ง แต่เราจะบริหารอย่างไรให้ลงตัว และให้ความขัดแย้งนั้นอยู่ในกรอบ ไม่เกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องดำเนินการ ความเห็นคนย่อมมีความแตกต่าง แต่เราไม่สามารถไปซ้ายหรือไปขวาได้" ผบ.ทบ. กล่าว 

สำหรับ 4 ปี คสช. เป็นอย่างไรบ้างนั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า “ ไม่ใช่ผมว่าอย่างไร แต่คุณต้องว่าอย่างไร เราพยายามทำให้ดีที่สุดในกรอบที่รับผิดชอบในปัจจุบัน โดยเฉพาะการดูแลความมั่นคง ซึ่งพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้”

ส่วนความคืบหน้าการจัดทำคู่มือรับม็อบ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ โดยต้องดำเนินการให้ได้ในระยะยาว เพื่อให้กำลังพลใหม่ได้รับทราบแนวทางการดำเนินงาน ตนยืนยันว่า การจัดทำคู่มือดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในวันที่ 22 พ.ค.แต่อย่างใด

หนี้ท่วมหัว! แรงงานหนีสงครามลิเบียกลับไทย ร้องผู้ว่าฯเยียวยาหลังสูญเงินคนละ2แสน

หนี้ท่วมหัว! แรงงานหนีสงครามลิเบียกลับไทย ร้องผู้ว่าฯเยียวยาหลังสูญเงินคนละ2แสน

วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 16.34 น.
 
15 พ.ค.61 เรื่องราวความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เคยไปขายแรงงานที่ประเทศลิเบียเมื่อปี 2551-2552 แต่เจอภัยสงครามต้องหลบหนีกลับมาเมืองไทยและเป็นหนี้สินมากมาย วันนี้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเพื่อขอความช่วยเหลือ

ที่บริเวณหน้าศาลากลางจ.อุดรธานี นายมานะ พึ่งกล่อม อายุ 51 ปีตัวแทนชาวบ้านและชาวบ้านที่เดือดร้อนจากเคยไปทำงานที่ประเทศลิเบียแต่ถูกส่งกลับมาเนื่องจากเจอภัยสงครามเมื่อประมาณปี 2551-2552 ชาวบ้านทุกๆ คนที่มาวันนี้เดือดร้อนเนื่องจากการเดินทางไปทำงานต้องเสียค่าหัวคิวคนละประมาณ 90,000-200,000 บาทเพื่อไปทำงาน แต่พอเจอภัยสงครามบางคนทำงานไม่ถึงปีต้องหนีกลับมาและเป็นหนี้สินมาจนถึงทุกวันนี้

นายมานะ พึ่งกล่อม ตัวแทนชาวบ้านเปิดเผยว่า  ชาวบ้านที่มาวันนี้ได้รับความเดือดร้อนจากที่เคยถูกบริษัทจัดหางานส่งไปทำงานที่ประเทศลิเบีย และเมื่อเจอภัยสงครามภายในประเทศต้องหนีกลับมา ทุกคนเป็นหนี้สินทั้งนั้นบางรายเสียค่าเดินทาง 90,000-200,000 บาท จนถึงขณะนี้ยังใช้หนี้ไม่เสร็จ และเมื่อวันที่ 9 ก.พ.61 ได้มีหนังสือจากสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี กรณีความช่วยเหลือแก้ไขความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบีย แจ้งว่า ตามที่อ้างถึง ท่านได้ยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อแรงงานไทยที่ถูกส่งกลับประเทศไทยด้วยเหตุภัยสงครามภายในประเทศ ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีประสานส่งเรื่องให้กระทรวงแรงงานและศาลแรงงานกลางดำเนินการตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 8 ม.ค.61 เรียบร้อยแล้ว

นายมานะ กล่าวอีกว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจ.อุดรธานีเพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือและเยียวยาชาวบ้านที่เดือดร้อนและแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่เคยไปทำงานที่ประเทศลิเบียแต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือได้รับทราบ

ต่อมาชาวบ้านได้เดินทางไปกับนายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจ.อุดรธานีและจัดหางานจ.อุดรธานี โดยชาวบ้านที่มาเกือบ 200 คนได้พูดถึงความเดือดร้อนกรณีกู้หนี้ยืมสินไปทำงานแต่ถูกส่งกลับก่อน บางรายไปทำงานแค่ 3 เดือน บางรายไปทำงานแค่ 1 ปีแต่เมื่อเจอภัยสงครามต้องหนีกลับมาเมืองไทยและเป็นหนี้สินจนถึงขณะนี้ ขณะที่นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจ.อุดรธานี ได้รับทราบปัญหาของชาวบ้านและเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต

 

วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
 
แนวหน้า
 
 
อนุบาลชัยนาทเปิดเทอมวันแรกคึกคัก เด็กเล็กเข้าเรียนใหม่กระจองอแง

อนุบาลชัยนาทเปิดเทอมวันแรกคึกคัก เด็กเล็กเข้าเรียนใหม่กระจองอแง

วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 10.09 น.
 
16 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียน สำหรับโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ในตัวเมืองชัยนาท ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนจำนวนกว่า 2,500 คน ที่เหลื่อมเวลาการเปิดเรียนกับโรงเรียนอื่นๆมา 1 วันเพื่อลดปัญหาการจราจร ซึ่งบรรยากาศโดยทั่วไปก็เป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งการจราจรและนักเรียนผู้ปกครองที่เดินทางมาส่งบุตรหลาน

โดยมีไฮไลท์อยู่ที่เด็กเล็กชั้นอนุบาล 1-2 ที่เป็นนักเรียนเข้าใหม่ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องห่างพ่อแม่เป็นครั้งแรก ทำให้เกิดภาพความกระจองอแงตามประสาเด็ก ซึ่งแต่ละคนก็ร้องไห้ด้วยความไร้เดียงสา เพราะจะตามผู้ปกครองกลับบ้านอย่างเดียว โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ทำให้ครูประจำชั้นต้องงัดสารพัดวิธีมาใช้ในการกล่อมให้เด็กยอมอยู่ในห้องเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ทั้งให้เลือกของเล่น ทั้งครูพี่เลี้ยงพาเดินดูของภายในห้อง ซึ่งเรียกได้ว่าโกลาหลและน่าเอ็นดูกันไป 

ครูประจำชั้นอนุบาล บอกว่า เหตุการณ์และบรรยากาศกระจองอแงแบบนี้ จะมีอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์แรกของการเปิดเรียน ซึ่งบรรดาคุณครูก็จะเหนื่อยกันหน่อย แต่ก็จะค่อยๆดีขึ้นในสัปดาห์ต่อไป ที่เด็กๆจะเริ่มรู้จักเพื่อน และเล่นกับเพื่อนได้จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะมาเรียนโดยไม่งอแง

 
 
 
 
 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

 
 
 
ครอบครัวอินโดบึ้มฆ่าตัวซ้ำ  โจมตีสำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา

ครอบครัวอินโดบึ้มฆ่าตัวซ้ำ โจมตีสำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา

วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
 

จาการ์ตา (เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) -เหตุคนร้ายปลดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสำนักงานใหญ่ตำรวจในเมืองสุราบายา อินโดนีเซีย ล่าสุด ตำรวจระบุคนร้ายเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน 5 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 4 ศพ ซ้ำรอยเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบสถ์ 3 แห่งในเมืองเดียวกัน ฝีมือสมาชิกครอบครัวเดียวกัน 6 คน

ความคืบหน้าของเหตุการณ์คนร้ายปลดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสำนักงานใหญ่ของตำรวจในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองในอินโดนีเซีย ล่าสุด ตำรวจระบุว่า คนร้ายเป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน 5 คนซึ่งใช้จักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะในการก่อเหตุ โดยมือระเบิดจุดชนวนระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน แรงระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน ขณะที่เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ที่มากับพ่อและแม่ในรถจักรยานยนต์คันแรกได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ติโต คาร์นาเวียน ผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ระบุว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ที่ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่โบสถ์สามแห่งในเมืองแห่งนี้เมื่อเช้าวันอาทิตย์ โดยผู้ที่โจมตีโบสถ์ทั้ง 3 แห่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ที่มีด้วยกัน 6 คน ทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับมาจากซีเรีย คนในครอบครัวนี้สังกัดกลุ่มย่อยที่ได้รับอิทธิพลมาจากกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ซึ่งภายหลังเกิดเหตุไอเอสก็ออกมาอ้างว่ากลุ่มของตนเป็นผู้ลงมือ การโจมตีระลอกนี้นับว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดของอินโดนีเซียในรอบมากกว่า 10 ปี นอกจากผู้เสียชีวิต 13 ศพ แล้วก็ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 40 กว่าราย

ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุ และกล่าวว่าเป็นการโจมตีป่าเถื่อน และเขาได้สั่งให้ตำรวจ “สืบสวนและทำลายเครือข่ายของผู้ก่อการให้ได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวกรองแห่งชาติอินโดนีเซีย แถลงว่า “มีแนวโน้มเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุระเบิดจะเป็นการก่อเหตุของกลุ่มจามาอะห์ อันชารุท เดาเลาะห์ (Jemaah Ansharut Daulah- JAD) กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับอิทธิพลจากไอเอส

นอกจากเหตุระเบิดที่โบสถ์ที่แล้ว ก็ยังมีเหตุระเบิดครั้งที่ 4 เกิดขึ้นอีกในอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินโดนีเซียนี้เช่นกัน และทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ผู้ที่เสียชีวิตในอพาร์ทเมนท์ทั้งหมดเป็นพวกผู้ก่อการ ไม่ใช่เหยื่อ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าเหตุระเบิดครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวที่ไประเบิดโบสถ์หรือไม่ เหตุระเบิด 3 ครั้งนี้เป็นการโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดของไอเอสในอินโดนีเซีย ซึ่งไอเอสนั้นอ้างว่าทางกลุ่มโจมตีครั้งแรกที่อินโดนีเซียนี้ในปี 2559 โดยมีทั้งการระเบิดและการกราดยิงในกรุงจาการ์ตาซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ

 

Smoke gets in your eyes - ENGELBERT HUMPERDINCK - Lyrics

 https://youtu.be/036Vm1d2FEI
 
 
 

 ...............................................

16 พฤษภาคม 2561

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน