*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4762
  • จำนวนผู้ชม : 3149957
  • จำนวนผู้โหวต : 1652
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1652 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 4513 , 17:06:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ไม่ได้ข่าวมาก่อนว่า จะมีการซื้อดาวเทียมจารกรรม ราคา 9 หมื่นล้านบาท แพงจับใจเชียวนะครับ แต่มาได้ข่าวที่นาย

ศรีสุวรรณ จรรยา ออกมาโวยเรื่องนี้ ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า

          นอกจากนี้การดำเนินการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมดังกล่าวยังอาจขัดต่อมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ 2560 อีกด้วย เนื่องจากประธานกรรมการสทป.และคณะได้ไปลงนามในหนังสือแสดงการรับรู้ หรือ LOA (Letter of Acknowledge) แล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2560 และต่อมาได้มีการลงนามในหนังสือแสดงความจำนง หรือ LOI (Letter of Intent) เมื่อเดือนมีนาคม 2561 และล่าสุดได้ลงนามในหนังสือยืนยัน หรือ LOC (Letter of Confirm) เมื่อปลายเมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยการรับรู้ของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและประธานคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่เดินทางไปเยือนสหรัฐมาเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งๆที่สหรัฐเคยต่อต้านคสช. มาโดยตลอด แต่เพื่อผลประโยชน์ของชาติในเรื่องนี้ ทำให้นโยบายของสหรัฐเปลี่ยนไปทันทีเมื่อไทยประสงค์จะซื้อดาวเทียมจารกรรมนี้มาจากสหรัฐอเมริกา

         ส่วนทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ก็มีข่าวบินว่อนจากอเมริกามายังยุโรป ไม่มีอุปสรรคแต่อย่างไร ไม่เหมือน 'พระพรหมเมธี' ที่ตำรวจ

กำลังบินไปรับตัวจากเยอรมันแล้ว

 

อุตุฯเตือน "พายุดีเปรสชัน" ฉบับที่ 3

Breaking news  :  9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมอุตุนิยมวิทยา,พยากรณ์อากาศ,ฝนตก,ฝนเพิ่ม,ไทยมีฝนเพิ่ม,พายุดีเปรสชัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน "พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง" ฉบับที่ 3 ขณะที่ กทม.มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่

               ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 03 มิถุนายน 2561 เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 490 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 13.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 30 นอต หรือ 55 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 8 นอต หรือ 15 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในวันนี้ (3 มิถุนายน 2561) และจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนใกล้กับเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 4-6 มิถุนายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณประเทศเวียดนาม และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย ซึ่งพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย และขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

               อนึ่ง ในช่วงวันที่ 4-7 มิถุนายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

               ประกาศ ณ วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

               กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

 

"ศรีสุวรรณ" ค้าน "กลาโหมฯ" ซื้อ ดาวเทียม 9 หมื่นล้าน

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย
ศรีสุวรรณ จรรยา,ดาวเทียมจารกรรม,กลาโหม,9 หมื่นล้าน,ขัดกฎหมาย,สวนทางเศรษฐกิจ

"ศรีสุวรรณ" ชี้ "กองทัพ" เตรียมทิ้งทวน ซื้อ ดาวเทียมจารกรรม ซัด อันตราย-ขัดกม.-ละเมิดสิทธิ สวนทางศก.ประเทศ

          3 มิ.ย.61 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง "ขอคัดค้านการเตรียมการจัดซื้อดาวเทียมจารกรรมมูลค่า 91,200 ล้านบาท"     

          โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่สภากลาโหม ได้พิจารณาแนวความคิดด้านกิจการอวกาศ ของกระทรวงกลาโหม เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์กิจการอวกาศเพื่อการป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2561-2570 เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยการผลักดันของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป. : DTi) เพื่อนำไปสู่การจัดซื้อจัดหา "ดาวเทียมไธอา : THEIA 112 ดวง มูลค่า 2,850 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือ 91,200 ล้านบาทไทย (ไม่รวมค่าจัดส่งดาวเทียมขึ้นฟ้า) จากบริษัท THEIA Group โดยมีอดีตนักการเมืองในประเทศไทยเป็นตัวแทนนายหน้า ซึ่งอ้างว่ามีการร่วมทำ Thailand Satellites Data Information Processing Center กับสหรัฐอเมริกา โดยมีประเทศซาอุดิอาระเบีย และคาซัคสถาน ตกหลุมพรางของสหรัฐดำเนินการไปก่อนแล้วนั้น

          ทั้งนี้ดาวเทียมดังกล่าว แท้ที่จริงแล้วอาจเรียกได้ว่าเป็น "ดาวเทียมจารกรรม" ที่มีศักยภาพในการตรวจจับและเก็บภาพทุกสรรพสิ่งบนพื้นผิวโลกและบนพื้นผิวประเทศไทยที่ความละเอียด 0.5 เมตรต่อครั้งต่อวินาทีตลอดเวลา 24 ชั่วโมง (86,400 ภาพทุก ๆ 24 ชม.) ดังนั้นไม่ว่าคนไทยทั้ง 66 ล้านคนจะทำอะไร แม้แต่กดเบอร์โทรศัพท์ดาวเทียมดังกล่าวก็สามารถตรวจจับและบันทึกได้ว่าโทรเบอร์อะไร โทรหาใคร ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิต และความเป็นส่วนตัวของบุคคล อันขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 และมาตรา 36 ที่ระบุไว้ชัดเขนว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว" และ "การกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งข้อมูลซึ่งข้อมูลที่บุคคลสื่อสารถึงกันจะกระทำมิได้"

          นอกจากนี้การดำเนินการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมดังกล่าวยังอาจขัดต่อมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ 2560 อีกด้วย เนื่องจากประธานกรรมการสทป.และคณะได้ไปลงนามในหนังสือแสดงการรับรู้ หรือ LOA (Letter of Acknowledge) แล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2560 และต่อมาได้มีการลงนามในหนังสือแสดงความจำนง หรือ LOI (Letter of Intent) เมื่อเดือนมีนาคม 2561 และล่าสุดได้ลงนามในหนังสือยืนยัน หรือ LOC (Letter of Confirm) เมื่อปลายเมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยการรับรู้ของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและประธานคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่เดินทางไปเยือนสหรัฐมาเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งๆที่สหรัฐเคยต่อต้านคสช. มาโดยตลอด แต่เพื่อผลประโยชน์ของชาติในเรื่องนี้ ทำให้นโยบายของสหรัฐเปลี่ยนไปทันทีเมื่อไทยประสงค์จะซื้อดาวเทียมจารกรรมนี้มาจากสหรัฐอเมริกา

          อย่างไรก็ตามการดำเนินการของรัฐบาล นอกจากจะขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังไม่คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ตกต่ำ ประชาชนยากจน มีหนี้เฉลี่ยท่วมหัวเพิ่มขึ้น 7.1% การจ้างงานลดลง 0.2% ตามที่สภาพัฒน์ฯรายงาน ส่วนหนี้ของรัฐบาลมีมากกว่า 5.1 ล้านล้านบาท ยังพยายามที่จะก่อหนี้เพิ่มขึ้นจากการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมจรกรรมดังกล่าวในห้วงสุดท้ายของการมีอำนาจ แม้ก่อนหน้านี้จะมีการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทั้ง 3 เหล่าทัพไปแล้วมากมาย โดยเฉพาะเรือดำน้ำมูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาทยังไม่พออีกหรือ ซึ่งกรณีดังกล่าวสมาคมฯจักต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในเร็วๆนี้.

"สุเทพ" รู้ตัว!!คือจุดอ่อน 'รปช.' ถูกโจมตี ตระบัดสัตย์!!

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สุเทพ

"สุเทพ" ร่ำไห้ เปิดใจนึกถึงคนเสียสละ หวังเห็น ปชต.สมบูรณ์ ประกาศเปิดหน้า ไม่ใช่เบื้องหลังพรรค เคียงข้างปชช. ปัดฝุ่นรองเท้าคู่เก่าออกเดินชวนปชช.ทั่วประเทศ

          เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมผู้ก่อตั้งพรรคและผู้สนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ได้มีการลงมติตั้งคณะทำงานทั้ง 5 ด้าน โดยที่ประชุมได้คัดเลือกให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) เป็นประธานคณะทำงานด้านรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค โดยนายสุเทพ ได้ลุกขึ้นยืนสงบนิ่งก่อนจะร้องไห้สะอื้น พร้อมกล่าวว่า ตนนึกถึงประชาชนคนไทยที่เสียสละตัวเองเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดินและใฝ่ฝันจะเห็นประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ใฝ่ฝันเห็นคนทุกเชื้อชาติใช้ชีวิตร่วมกันอย่างรู้คุณค่าและจงรักภักดีต่อแผ่นดิน

 

         

          ซึ่งคนไทยเหล่านั้นได้เสียสละออกเดินส่วนตัว เสียสละความสุข นอนกลางดินกินกลางถนน ถูกยิง ถูกขว้างระเบิด มีคนบาดเจ็บเป็นพันคนและเสียชีวิตอีกหลายสิบคน วันที่เราลุกขึ้นมาประกาศอุดมการณ์ที่จะสืบสานปณิธานของผู้เสียสละเหล่านั้น ซึ่งไม่ง่ายที่จะสร้างพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนที่แท้จริงในประเทศนี้ เพราะแค่เริ่มมีข่าวก็มีคนดูถูก ว่าจะมีประชาชนสักเท่าไหร่ที่จะมีน้ำยาพอสร้างพรรคการเมืองมาแข่งขันกับพรรคที่ยิ่งใหญ่และมีเงินทองมากมาย

          นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมีเสียงวิจารณ์พรรคนี้เป็นพรรคของกปปส. และเป็นพรรคของลุงกำนัน นักการเมืองหลายคนออกมาปรามาสว่าพรรคแบบนี้เกิดไม่ได้ แต่ตนได้ใช้เวลาครุ่นคิดและพูดคุยกับผู้คนเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งดีใจที่ได้เห็นประชาชนทุกภาคของประเทศ พูดตรงกันว่าวันนี้เป็นโอกาสเดียวที่ทำการเมืองให้เป็นของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและแผ่นดิน ขณะที่ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ได้บอกกับตนว่าในชีวิตไม่เคยคิดว่าจะเห็นพลังประชาชนที่รักชาติรักแผ่นดิน เสียสละเหมือนการต่อสู้ของประชาชนเมื่อปี 2557

"บิ๊กป้อม"ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

การเมือง  :  1 มิ.ย. 2561
บิ๊กป้อมย้ำชัดเลือกตั้งกพ62,บิ๊กป้อมย้ำเลือกตั้งตามโรดแม็ฟ-ยันไม่ขยับกรอบ150วัน

"บิ๊กป้อม"ย้ำคงโรดแม็พ ยันไม่ขยับกรอบ150 วันไปถึงเม.ย.62 ขณะที่41คนอยากเลือกตั้งอ่วม คสช.แจ้งข้อหา ด้าน"สุเทพ"ร่วมเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทย3 มิ.ย.

     เป็นประเด็นที่ฝ่ายการเมืองกำลังตั้งข้อสังเกตอย่างหนักหลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายการเมืองกังวลว่าจะกระทบกรอบโรดแม็พ เพราะขั้นตอนหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะนำร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นำไปสู่การประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกรอบเวลาจะไม่เกิน 90 วัน ทำให้กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาช้าที่สุดในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนกรอบเวลากำหนดวันเลือกตั้ง 150 วัน จะเริ่มนับต่อเมื่อร่างกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 2 กำหนดให้กฎหมายจะบังคับใช้ก็ต่อเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน ทำให้กฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับจะบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยกรอบเวลา 150 วันที่รัฐบาลคสช.จะหารือกับกกต.เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง อาจเลื่อนไปถึงธันวาคม 2561–เมษายน 2562 ซึ่งถ้านับไปตามนี้และใช้เวลาเต็มที่ทุกขั้นตอนวันเลือกตั้งจะไปตกประมาณเดือนเมษายน 2562 ไม่ใช่กุมภาพันธ์ ตามโรดแม็พที่วางไว้

“บิ๊กป้อม”ย้ำชัดเลือกตั้งก.พ.62

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีหลายฝ่ายเกรงว่าจะไม่ทันกรอบโรดแม็พที่จะเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่า ยืนยันว่าโรดแม็พการเลือกตั้งไม่เลื่อน และทันเดือนกุมภาพันธ์

     เมื่อถามว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คิดว่าโอเค และย้ำว่าไม่เลื่อนเลือกตั้ง ส่วนที่ถาม ในฐานะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบาใจหรือไม่ที่ทุกอย่างเคลื่อนมาถึงจุดนี้แล้วนั้น “ก็สบายแล้ว และโอเค ถ้าคสช.หมดหน้าที่ก็คือหมดหน้าที่ ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ ซึ่งหวังให้การเลือกตั้งเรียบร้อย และไม่ปรับกรอบเวลา 150 วัน เพราะเป็นไปตามกฎหมาย

"ก่อแก้ว" ยินดี "สุเทพ" กลืนน้ำลาย ตัวเอง

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช.
ก่อแก้ว พิกุลทอง,สุเทพ เทือกสุบรรณ,พรรครวมพลังประชาชาติไทย,พรรคกปปส,กลืนน้ำลายตัวเอง,ปูทางสืบทอดอำนาจ

"ก่อแก้ว" ชี้ "สุเทพ" ตาสว่าง เชื่อ ตั้งพรรค ปูทาง สืบทอดอำนาจ ยัน เลือกตั้ง ดีที่สุด

          3 มิ.ย.61 -นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีการเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส.ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ว่า ตนขอแสดงความยินดีกับนายสุเทพ ในการเปิดตัวพรรคของตัวเองอย่างเป็นทางการ

          ทั้งนี้แม้ในอดีตที่ผ่านมานายสุเทพจะได้เคยไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งและมีการนำมวลชนเพื่อไปขัดขวางการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่าต้องมีการปฎิรูปก่อนการเลือกตั้ง หากย้อนหลังกลับไปจากนั้นจนถึงวันนี้ ระยะเวลาผ่านมากว่า 4 ปีนายสุเทพ คงตาสว่างขึ้นแล้ว เพราะการปฎิรูปที่นายสุเทพเคยวาดฝันเอาไว้ก็ยังไม่มีความชัดเจนอะไร

         ส่วนที่นายสุเทพ เคยออกมาระบุไว้ว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว แต่วันนี้นายสุเทพกลับมาร่วมเปิดตัวพรรคการเมืองของตัวเองเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง แสดงให้ว่า การปฎิรูปก่อนการเลือกตั้งที่นายสุเทพ เคยกล่าวอ้างไว้ ก็เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อนำไปสู่อะไรบางอย่างเท่านั้นเอง และวันนี้กลับมากลืนน้ำลายตัวเอง จึงเป็นคำตอบได้ดีว่า ท้ายที่สุดแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศและวิกฤตต่างๆของบ้านเมือง ที่นายสุเทพถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดขึ้น วิถีทางประชาธิปไตยหรือการเลือกตั้ง คือ สิ่งที่ดีที่สุด    

         "แม้นายสุเทพจะรู้ตัวช้าไปสักนิดและในอดีตเคยหลงผิดไป ก็ขอให้เป็นบทเรียน แต่สิ่งที่ผมกังวลคือ วันนั้นเชิญชวนคนมาปูทางให้เกิดการยึดอำนาจ วันนี้จะเชิญชวนคนให้มาปูทางสืบทอดอำนาจอีก ทั้งที่ 4 ปีที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าล้มเหลว" นายก่อแก้ว กล่าว.

ถอดรหัส... วีซ่า 10 ปี "ยิ่งลักษณ์" ไม่ลี้ภัย !!

ยิ่งลักษณ์,ทักษิณ,วีซ่า 10 ปี,อังกฤษ,ลี้ภัย,ปลดล็อก,พรรคการเมือง

จับตาความเคลื่อนไหวของสองพี่น้องอดีตนายกฯ "ตระกูลชิน" หลังจากนี้

                ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะขอลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศอังกฤษ แต่ล่าสุดข่าวที่ปรากฏออกมาคือ เธอได้วีซ่า 10 ปีในการเดินทางเข้าอังกฤษ

                เกิดคำถามตามมาว่า เธอยังขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัยอยู่หรือไม่ การเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองกับการได้วีซ่าระยะยาวนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

                ต้องบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการได้วีซ่า10 ปี หรือการขอสถานะ “ผู้ลี้ภัยทางการเมือง” ของ “ยิ่งลักษณ์” นั้น เป็นเรื่อง “ส่วนบุคคล” ที่หากเจ้าตัวหรือคนใกล้ชิดไม่ออกมาบอกเอง ทางการก็ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลนี้ได้

                แต่ถ้าวิเคราะห์จากเหตุปัจจัยที่ผ่านมา เป็นไปได้ที่ “ยิ่งลักษณ์” จะได้วีซ่าระยะยาวในอังกฤษ และมีความเป็นไปได้ว่า อดีตนายกฯหญิงของไทยจะไม่ขอสถานะ “ผู้ลี้ภัย” ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้

                ถ้าถามว่าทำไม ก็ต้องตอบว่า เพราะ หากเป็นผู้ลี้ภัย เธอจะไม่มีอิสระเสรีในการเดินทางไปประเทศต่างๆได้อย่างที่เธอกำลังทำอยู่ในตอนนี้

                “การได้วีซ่าอังกฤษ 10 ปี จะทำให้ยิ่งลักษณ์สามารถเดินทางเข้าออกอังกฤษได้โดยอิสระ จะเข้าเมื่อไหร่ ออกเมื่อไหร่ ก็สามารถทำได้ แต่ถ้ามีสถานะเป็นผู้ลี้ภัย จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทางการอังกฤษ หากเธอจะเดินทางออกนอกประเทศก็จะต้องขออนุญาตก่อน และต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขอื่นๆในการเป็นผู้ลี้ภัยด้วย โดยส่วนใหญ่คนที่ขอสถานะเป็นผู้ลี้ภัย คือ พวกผู้อพยพ ที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ก็จะขอเป็นผู้ลี้ภัยเพื่อให้ทางการดูแล แต่กรณีของยิ่งลักษณ์มีศักยภาพในการดูแลตัวเองได้” คำอธิบายจากผู้รู้ในเรื่องนี้

 

ถอดรหัส... วีซ่า 10 ปี

(อ่านต่อ...ยิ่งลักษณ์ ใช้พาสปอร์ตยุโรปได้ "วีซ่าอังกฤษ 10 ปี ")

 

'นิรโทษกรรม'อีกยาวไกล..ลุ้น!!"ธนาธร"รอด "กบฏ" หรือไม่ ?

นิรโทษกรรม,ปมฉีก รธน,ธนาธร

คำประกาศกร้าวของ"ธนาธร" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่จะนิรโทษกรรมคดีการเมืองยุค คสช.เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที "คมชัดลึกออนไลน์ " สำรวจคดียุค คสช. มีมากน้อยเพียงใด

              กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง ในการจัดประชุมใหญ่ “พรรคอนาคตใหม่” เพื่อให้สมาชิกพรรคเข้าร่วมลงมติรับรองหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และลงมติรับรองข้อบังคับพรรค จัดทำนโยบายของพรรคให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ก่อนที่จะส่งกลับไปให้นายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.ตรวจสอบความถูกต้อง

           โดยที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบ 473 ต่อ 0 เสียง เสนอชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”เป็นหัวหน้าพรรค เพียงคนเดียว มี ผศ.ดร. ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ สมาชิกกลุ่ม “นิติราษฎร์” ม. ธรรมศาสตร์ เป็น เลขาธิการพรรค ส่วนโฆษกพรรค คือ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตพิธีกรรายการ “ทูไนท์ ไทยแลนด์” ช่องวอยซ์ ทีวี

            ก่อนจะเป็นที่มาของการจัดแถลงข่าวร่วมระหว่างนายธนาธร และนายปิยบุตร  กับการประกาศอุดมการณ์และแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ของ“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”ซึ่งมี 2 เรื่องสำคัญ คือการ ‘ฉีก’ รัฐธรรมนูญปี 2560 พร้อมไปกับการ“นิรโทษกรรม”คนที่โดน“คดีทางการเมือง”ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากก้าวขึ้นมามีอำนาจ

           ในเรื่อง“นิรโทษกรรม” ธนาธร พูดถึง การนิรโทษกรรม ซึ่งเคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน หรือที่รู้จักกันในนาม "นิรโทษกรรมเหมาเข่ง” หรือ “นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย”

          เดิมที พ.ร.บ.ดังกล่าวต้องการนิรโทษกรรม ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่ถูกแก้ไขมาตรา 3 และมาตรา 4 มีผลให้นิรโทษกรรมครอบคลุมหลายฝ่าย ทั้ง “ฝ่ายพันธมิตรฯ" และ"ฝ่าย นปช. " ผู้ต้องขังคดีเผาศาลากลางจังหวัดจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในปี 2553 ที่สำคัญยังรวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเท่ากับเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่คดีอาญา “ฆ่า-เผา” และ “ผู้ทุจริตคอร์รัปชั่น”

          จนเกิดกระแสคัดค้านจากประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย และก่อให้เกิดการชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขับไล่รัฐบาล และนำไปสู่การประกาศยุบสภาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

          แต่ความขัดแย้งยังคงขยายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการยึดอำนาจ ทำรัฐประหาร นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น

        ทั้งนี้หากกลับมาดูแนวคิด นิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง ยุค คสช.ทั้งหมด ของ“ ธนาธร” ได้เน้นถึง กลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตามสิทธิเสรีภาพ ซึ่งต้องได้รับการรับรองในฐานะพลเมือง ที่ได้รับผลจากคำสั่ง ประกาศ คสช.ฉบับต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

         ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผย ประชาชนที่ถูกจับดำเนินคดีหลายพันคนจาก ประกาศ คำสั่ง คสช.อย่างน้อย 35 ฉบับ ทั้งเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน เสรีภาพสื่อ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และสิทธิชุมชน อาทิ คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจทหารเรียกตัวประชาชนมารายงานตัวและควบคุมตัวในสถานที่ปิดลับโดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหาเป็นเวลา 7 วัน พร้อมยกเว้นความรับผิดให้กับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งห้ามประชาชนชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 ที่จำกัดแนวทางการนำเสนอเนื้อหาของสื่อมวลชน หรือการดำเนินนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า”ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 64/2557 และ 66/2557

          ข้อมูลจากกรมพระธรรมนูญ พบว่า มีพลเรือนถูกดำเนินคดีในศาลทหาร 1,886 คดี นับเป็น 2,408 คน ในจำนวนนี้ยังพิจารณาคดีไม่เสร็จสิ้น 369 คดี หรือ 450 คน ส่วนผู้ถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีอย่างน้อยจำนวน 162 คน ในจำนวนนี้เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เสรีภาพการแสดงออกอย่างน้อย 101 คน และยังมีผู้ร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมานเกิดขึ้นระหว่างควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกและคำสั่งหัวหน้า คสช. อีกอย่างน้อย 18 ราย

          ทั้งนี้ คสช.ยอมรับว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินคดี แจ้งความกับกลุ่มคนที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ประกาศต่างๆของ คสช.เป็นจำนวนมาก บางคดีตัดสินไปแล้ว บางคดี อยู่ในระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนจะเป็นคดีการเมืองหรือไม่นั้น คสช.ไม่มีอำนาจหน้าที่ไปชี้ชัด ต้องส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เช่น การชุมนุมถ้าทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แม้จะมีประเด็นมาจากการเมืองแต่มีการทำผิดกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคง

        “คดีไหนเป็นการเมือง อยู่ที่มุมมองและการตีความของคน การชุมนุมผิดคำสั่ง คสช. เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ บางส่วนเข้าข่ายเป็นคดีการเมือง แต่บางครั้งมีเรื่องของความมั่นคงอยู่ด้วย คนที่มองให้ดูดีก็บอกเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งไม่ใช่ ทุกอย่างไม่สามารถชี้ชัดได้ อยู่ที่ใครอยากจะให้เป็นอะไร หากอยากให้มองเป็นคดีการเมืองก็เป็นคดีการเมือง เพื่อจะเอาไปเรียกร้องกับนานาชาติ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่” แหล่งข่าว คสช.ระบุ 

        ในยุค คสช. มีด้วยกันหลายคดี อย่างกรณี ศาลพิพากษา 6 แกนนำ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี พร้อมพวก ฐานทำผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ เพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่หน้ารัฐสภา ใกล้เขตพระราชฐาน ให้ปรับเงินคนละ 6,000 บาท ทั้งหมดให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 3,000 บาท

         เช่นเดียวกับ การยกระดับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในปีนี้ แม้ประเด็นมาจากการเมือง แต่มีการทำผิด พรบ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ทำให้เกิดความไม่สงบ จึงถูกแจ้งความดำเนินคดี แกนนำทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์หรือจ่านิว, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นางสาวปิยรัตน์ จงเทพ, นางสาวณัฐฐา มหัทธนา ข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ร่วมกันมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

         นอกจากนี้ยังมี ศาลจังหวัดภูเขียวมีคำพิพากษายกฟ้อง นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายวศิน พรหมณี นักศึกษาคณะวิศวกรรมธรณี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.บ. ประชามติฯ มาตรา 61 วรรคสอง จากการแจกใบปลิว Vote No โดยศาลให้เหตุผลว่า เอกสารไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เป็นการแสดงความคิดเห็น,

           คดีฉีกบัตรออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฯปี 2560 ศาลพิพากษายกฟ้อง นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อน , นายจิรวัฒน์ เอกอัครนุวัฒน์ และนายทรงธรรม แก้วพันธุ์พฤกษ์ ฐานกระทำการวุ่นวาย เนื่องจากเห็นว่าการเคลื่อนไหวนั้นเป็นการแสดงออก แต่พิพากษาจำคุก นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ 4 เดือน ปรับ 4,000 บาท เนื่องจากให้การรับสารภาพว่า ฉีกบัตรแสดงประชามติจริง อันเป็นความผิดตามกฎหมายฐานทำให้เสียทรัพย์ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี

          หรือแม้แต่ การดำเนินคดี 19 แกนนำแนวร่วมประชาธิไปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)กระทำความผิดฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 7/2557 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป กรณี ร่วมกันแถลงข่าวตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อ ปี 2559 ซึ่งขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล

          รวมถึงการแจ้งความจับแกนนำพรรคเพื่อไทย 8 คน เปิดแถลงประเมินผลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล-คสช.ตลอด 4 ปี ใน 4 ข้อหา คือ 1.ฝ่าฝืนประกาศ คสช. ที่ 57/2557 ห้ามประชุมพรรคการเมือง, 2.ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง, 3.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ 4.ยุยงปลุกปั่น

         คดีข้างต้นเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ได้รับผลจากคำสั่ง และประกาศ คสช.ที่อาศัยสิทธิเสรีภาพที่พึงมีในการแสดงออก ที่อาจจะไปกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และจะได้รับการนิรโทษกรรม หาก“พรรคอนาคตใหม่”ภายใต้การนำของ นายธนาธร ก้าวขึ้นมามีอำนาจ

        แต่สิ่งที่ “ธนาธร” อาจต้องเผชิญในเร็ววันนี้ ก็คือ การประกาศ ‘ฉีก’ รัฐธรรมนูญ !!!จากการตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนในช่วงหนึ่ง ถึงการต่อสู้กับความพยายามสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะดำเนินการอย่างไร?

        “ เราไม่แปลกใจเรื่องนี้ เราเห็นตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 แล้ว เรารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง วันที่ คสช. ต้องสืบทอดอำนาจตัวเอง จึงอยากเรียกร้องสื่อมวลชนและประชาชนมาร่วมกับเราเพื่อหยุดการสืบทอดอำนาจเผด็จการ รัฐธรรมนูญปี 2560 เราไม่แก้ เราจะฉีกเลย” นายธนากร ระบุ

        ทำให้ฝ่ายกฎหมาย คสช.ต้องงัดตำรากฎหมาย เทปบันทึกภาพและเสียงมาฟังชัดๆแบบคำต่อคำ เนื่องจากคำพูดดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็น ‘กบฏ’   

         ทั้งนี้คำว่า ‘ฉีก’ จะเข้าข่ายความผิดฐาน ‘กบฏ’หรือไม่ ขณะนี้ คสช.กำลังหาข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะอาจเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร มาตรา 113 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อ 1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ 2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือทำให้ใช้อำนาจดังกล่าวไม่ได้ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

        “ต้องไปดูข้อเท็จจริง หาเทป คลิปเสียงมาฟัง ว่านายธนาธร พูดคำว่า ฉีก จริงหรือไม่ แต่ถ้าพูดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ทั้งฉบับ ก็เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สามารถทำได้ ถ้าจะเปลี่ยน ต้องไปออกกฎหมาย และต้องไปดูว่า รัฐธรรมนูญให้แก้ไขอย่างไรบ้าง แต่ถ้าเขาพูดคำว่า ฉีก จริง ก็ต้องดูที่เจตนาด้วยว่าเขาต้องการอะไร เพราะ คำว่า ฉีก เป็นคำที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ และควรจะหลีกเลี่ยง เพราะหมายถึงกบฏหรือทำรัฐประหาร  การฉีกรัฐธรรมนูญ  หากแพ้ ก็เป็น กบฏ  หากชนะ ก็เป็น รัฐประหาร” แหล่งข่าว คสช.ระบุ

        นิรโทษกรรม“คดีการเมือง” ตามประกาศของ“ธนาธร” เส้นทางดังกล่าวยังถือว่าอีกยาวไกล  แต่สิ่งต้องเผชิญในเร็ววันนี้ ‘ฉีก’จะกลายเป็นปัญหาทำให้ ธนาธร ไปถึงฝั่งฝันหรือไม่???

(คลิปข่าว) นำตัว อดีตพระพรหมเมธี ถึงไทย 6 มิ.ย.

คลิปเด็ด  :  23 นาทีที่ผ่านมา

 

 

นำตัว อดีตพระพรหมเมธี ถึงไทย 6 มิ.ย.

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น พร้อมด้วยคณะอัยการ ได้บินด่วนไปเยอรมัน สอบปากคำ อดีตพระพรหมเมธี พร้อมนำตัวกลับดำเนินคดี โดยมีกำหนดกลับถึงไทย 6 มิ.ย. นี้

คูปองครู" เพื่อครูหรือเพื่อใคร ?

โครงการคูปองค, ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท), ผศดรรัฐกรณ์ คิดการ, คูปองครู เพื่อครูหรือเพื่อใคร, หมอธีร์, วิทยะฐานะ, อบรมครู, ครู4แสนคน, หัวละ1หมื่นบาท, คูปองครู, เพื่อครูหรือเพื่อใคร, ทปสท, แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา, O-Net, วิทยฐานะ, ผลงานวิชาการ, ครูละทิ้งห้องเรียน,

"คูปองครู" เพื่อครูหรือเพื่อใคร ?... โดย ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.)

          "คูปองครู" เป็นอีกหนึ่งนโยบายของ "หมอธี - นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีทั้งปัญหาและเสียงวิจารณ์อย่างมากมาย โดยมีที่มาจากความต้องการในการ"แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา" ไม่ว่าจะเป็นผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-Net) หรือการทดสอบระดับนานาชาติ PISA ซึ่งมีคะแนนตกต่ำ

          รวมถึงการประเมินเข้าสู่"วิทยฐานะ" แบบเดิมที่ครูต้องทำ"ผลงานวิชาการ" ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุให้ "ครูละทิ้งห้องเรียน" เป็นสาเหตุให้ผลการสอบดังกล่าวของผู้เรียนตกต่ำ จึงเป็นที่มาของโครงการ "คูปองครู" โดยการจัดสรรเงินให้ครูคนละ 10,000 บาท/คน/ปี เพื่อใช้ในการอบรมเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งการอบรมดังกล่าวนำไปผูกกับการประเมินเข้าสู่วิทยฐานะ

         โดยครูต้องผ่านการอบรม 50 ชั่วโมง/ปี 250 ชั่วโมง/ 5ปี และมีชั่วโมงสอน 800 ชั่วโมง/ปี ต่อการเลื่อนวิทยฐานะหนึ่งระดับ

         แนวคิดนโยบายคูปองครู หากมองผิวเผินเหมือนเป็นการ"กระจายอำนาจ" ไปสู่ครูโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติที่นำเอาไปผูกกับ"วิทยฐานะ" ก็เหมือนบังคับครูทุกคน ให้ต้องอบรมภายใต้เงื่อนไขและเวลาที่กำหนด เพื่อการได้เลื่อนวิทยฐานะหาใช่เพื่อนำความรู้ไปแก้ปัญหาผู้เรียนโดยตรง

          ความรู้ที่ครูได้จากการอบรม อาจไม่สอดคล้องกับความจำเป็นในการนำไป "พัฒนาผู้เรียน" ครูอาจต้องรีบอบรมไว้ก่อน ทั้งที่ควรเริ่มจาก "มีปัญหาอะไรในการเรียนการสอน" จะแก้ได้ต้องใช้ความรู้อะไร ตัวเองหรือบุคลากรในโรงเรียนมีองค์ความรู้เหล่านั้นเพียงพอ หรือไม่ ถ้ามีก็ใช้ในโรงเรียน ถ้าไม่มีจึงค่อยอบรมจากหน่วยงานภายนอก

          ด้านการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ "โครงการคูปองครู" มีหลักสูตรมากมายจนไม่สามารถระบุได้ว่าหลักสูตรไหนเหมาะกับการนำไปใช้เพื่ออะไร ที่สำคัญจะรู้ได้อย่างไรว่าหลักสูตรใด "ได้มาตรฐาน" หรือ"ไม่ได้มาตรฐาน" เพราะการเปิดให้"ทุกหน่วยงาน" ทั้ง"สถาบันการศึกษา" "บริษัทเอกชน" จนถึง"บุคคล" สามารถ"เสนอหลักสูตร"ให้"สถาบันคุรุพัฒนา"เป็น "ผู้อนุมัติหลักสูตร" ภายใต้เวลาที่จำกัด ทั้งคนจัดทำหลักสูตร และคนอนุมัติหลักสูตร ต่างก็เร่งรีบ!! 

          เหนืออื่นใด ยังมีปัญหาการกำหนดค่าลงทะเบียนแต่ละหลักสูตร ว่า"เหมาะสม"หรือไม่ เช่น อบรม MS-Word ค่าลงทะเบียน 10,000 บาท บางหลักสูตรจำเป็นสำหรับการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่ เช่น กอล์ฟ รวมไปถึงระยะเวลาที่ใช้ในการอบรม และวิทยากรเหมาะสมหรือไม่ และการให้ไปอบรมที่ไหนก็ได้ อาจสิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักไปโดยเปล่าประโยชน์

          การที่มีครูจำนวนมากถึง 400,000 คน แต่ระบบโปรแกรมการลงทะเบียนกลับไม่ได้มีการทดสอบให้มีความเสถียรก่อนที่จะนำมาใช้จริง ก่อให้เกิดปัญหามากมายในการลงทะเบียน "ทั้งเข้าระบบไม่ได้" "แก้ไขข้อมูลไม่ได้" ฯลฯ

          ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข่าวลือ"เรื่องเงินทอน" จ่าย 10,000 บาท คืน 2,000 บาท หลักสูตร 4 วัน อบรมเพียง 2 วัน หลายหลักสูตรไม่ได้ทำตามข้อกำหนดที่ให้จัดอบรมเฉพาะวันหยุด บางหลักสูตรรับผู้เข้าอบรมจำนวนมากเป็นร้อยคน จะควบคุมคุณภาพได้อย่างไร

          การจัดสรรเงินให้ครูทุกคน คนละ 10,000 บาท/ปี เพื่อการอบรมนั้น หากมองผิวเผินก็น่าจะดีเป็นการกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม แต่ครูบางคนที่กำลังจะเกษียณอายุอีกไม่กี่เดือนอาจไม่จำเป็นต้องอบรม

          รวมทั้งหากขาดการบริหารจัดการที่ดี ผลที่อาจไม่คุ้มกับงบประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท/ปีที่ใช้ไป โดยเฉพาะการเอาไปผูกติดกับ"วิทยฐานะ" ครูบางคนอาจอบรมเพื่อวิทยฐานะเท่านั้น สุดท้ายหากคะแนน O-Net, PISA ของนักเรียนไม่ดีขึ้นใครจะรับผิดชอบ

          ทำไมไม่ลองใช้วิธีการ"กระจายเงิน" "กระจายอำนาจ" และ “ความรับผิดชอบ” ไปยังสถานศึกษา แทนการกำหนดนโยบายไปจากส่วนกลาง ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่สามารถแก้ปัญหา"คุณภาพการศึกษา"ได้อยู่แล้ว!! 

"ปู - แม้ว" บินว่อน จาก "อเมริกา" เตรียมต่อ "ยุโรป"

Breaking news  :  1 มิ.ย. 2561
ปู,แม้ว,บินว่อน,อเมริกา,ยุโรป

"ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์" เดินสายหลังออกจากอเมริกา เตรียมเข้ายุโรป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตรและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังที่ปรากฎภาพของอดีต 2 นายกฯถ่ายรูปที่อนุสรณ์สถานลินคอร์น ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่นายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ ก็เพื่อมาดูงานและหารือเรื่องธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ตามคำชวนของเพื่อนนายทักษิณและอดีตนายกฯ 2 คนจะอยู่ในสหรัฐอเมริกาจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. ก่อนเดินทางไปยุโรปต่อ

"บราซิล"จัดเต็มฟัด"โครเอเชีย"เกมอุ่นแข้ง

กีฬา กีฬาต่างประเทศ  :  3 วินาทีที่ผ่านมา
บราซิล,โครเอเชีย,ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ

บราซิล พร้อมวาง เนย์มาร์ ที่หายเจ็บลงสนามเป็นตัวจริงในเกมอุ่นเครื่องกับ โครเอเชีย ที่มี ลูก้า โมดริช นำทัพ ในฟุตบอลอุ่นเครื่อง วันนี้ (3 มิ.ย.)

      การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ คู่ที่น่าสนใจ วันนี้้ (3 มิ.ย.) บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย จะลงดวลกับ โครเอเชีย ที่สนาม แอนฟิลด์ ประเทศ อังกฤษ เวลา : 21.00 น.

 

     ความพร้อมล่าสุดของทั้ง 2 ทีม เริ่มที่ "แซมบ้า" ของเทรนเนอร์ ติเต้ นัดล่าสุดเอาชนะ เยอรมัน 1-0 ส่วนเดกมนี้ข่าวดีคือจะได้ เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวสถิติโลกของ ที่หายจากอาการบาดเจ็บข้อเท้า และพร้อมลงสนามเป็นตัวจริง

    ขณะที่นักเตะของ เรอัล มาดริด และลิเวอร์พูล ที่เพิ่งลงสนาในซึกยูซีแอลรอบชิงชนะเลิศ ทั้ง  มาร์เซโล่, คาเซมิโร่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน จะได้นั่งเป็นตัวสำรองก่อน

    การจัดทัพมีทั้ง อลิสซอน เบ็คเกอร์, ดานิโล่, ติอาโก้ ซิลวา, วิลเลี่ยน, เนย์มาร์ และฟิลิปเป้ คูตินโญ

    ด้านทัพ "ตราหมากรุก" ของ ซลัตโก้ ดาลิช นัดล่าสุด เบียดชนะเม็กซิโก 1-0 ส่วนการจัดทีมจะพัก เดยัน ลอฟเรน และ ลูก้า โมดริช ที่เพิ่งลงเล่น    ในศึกยูซีแอล เป็นสำรองเช่นกัน แต่แกนหลักรายอื่นๆ ทั้ง เวดราน ชอร์ลูก้า, อิวาน ราคิติช, อิวาน เปริซิช และ มาริโอ มานด์ซูคิช พร้อมลงสนามทั้งหมด

...................................................

3 มิถุนายน 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 04/06/2018 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
......................................
เพราะนึกถึงผู้เสียสละ แม้กระทั่งชีวิตร่างกายครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 03/06/2018 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ลุงกำนัน ร้องไห้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน