*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4841
  • จำนวนผู้ชม : 3169029
  • จำนวนผู้โหวต : 1673
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1673 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 334 , 10:34:09 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผมได้นำเรื่อง "รู้จักฮีโร่กว่า 50 หน่วยงาน ร่วมช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง" มาแปะไว้ที่ส่วนท้ายของเว็บเพจนี้ เพื่อให้

ติดตามอ่านรายชื่อองค์กร หน่วยงาน และบุคคล ที่ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ แต่อันที่จริงยังมีจิตอาสาอีกมากที่เป็นรายย่อยๆแต่

ไม่ปรากฏรายชื่อ เช่น ร้านอาหาร ร้านซักรีด ผู้เก็บขยะ ซึ่งลงทุนลงแรงบริการต่อผู้ปฏิการฟรีๆอีกด้วย

         ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนปฏิบัติการครั้งนี้อย่างยิ่งเชียวครับ ขอให้กุศลผลบุญที่ทุกท่านสร้างไว้ในการนี้ โปรดดลบันดาล

ให้ท่านทั้งหลายประสบแต่ความสุขความเจริญด้วยประการทั้งปวง เทอญ

 
วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
 
ผ่าประเด็นร้อน

ผ่าประเด็นร้อน

ผ่าประเด็นร้อน
วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.

แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ20ปี ป้องกัน‘นโยบายประชานิยม’

ดูทั้งหมด

คณะรัฐบาล คสช.ภายใต้การนำของ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้จัดทำ “แผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ20 ปี” ขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้วคือปี 2560 และมาเสร็จสมบูรณ์ในปีนี้คือปี 2561 การจัดทำแผนยุทธศาสตร์แห่งชาตินั้นที่จริงก็ไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใดเพราะในอดีตนั้นจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทยในระหว่างปี 2502 ถึง 2505 ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจัดทำแผนพัฒนาประเทศฉบับแรกขึ้นในปี 2502 ถึง 2506

เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปีที่ประกาศใช้ระหว่างปี 2560 ถึงปี 2579 นั้นเป็นการวางกรอบให้ 20 กระทรวงของประเทศไทยปฏิบัติตามเป้าหมายของประเทศและเป็นการป้องกันไม่ให้นักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตหลังการเลือกตั้งใช้นโยบายประชานิยมแบบรัฐบาลระบอบทักษิณที่สร้างปัญหากับงบประมาณของประเทศชาติขึ้นมาอีกโดยเฉพาะนโยบายผลาญเงินด้วยการรับจำนำข้าวจากเกษตรกรทุกเมล็ดแบบไม่จำกัดจำนวนยังผลให้รัฐบาลต้องใช้เงินงบประมาณและเงินกู้เข้ามาโอบอุ้มนโยบายดังกล่าวในวงเงินมากถึง 1 ล้านล้านบาท

ประการสำคัญของนโยบายนี้ที่เป็นการบิดเบือนตลาดแต่เกษตรกรทั่วประเทศได้รับผลประโยชน์จากนโยบายนี้อย่างเต็มที่เพราะรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรับจำนำข้าวเปลือกในวงเงินที่สูงมากกว่าท้องตลาดในอัตราตันละ 15,000 บาทและถ้าเป็นข้าวหอมมะลิวงเงินก็จะสูงขึ้นไปอีก

นโยบายดังกล่าวทำให้ภาวะตลาดข้าวของไทยปั่นป่วนเพราะข้าวเปลือกมีราคาแพงสูงลิ่วทำให้ลูกค้าข้าวของไทยไม่กล้าซื้อเพราะมีราคาต้นทุนสูงซึ่งกว่าที่ไทยจะดึงลูกค้าข้าวเจ้าประจำกลับมาได้ก็เหนื่อยพอสมควรต้องใช้เวลา 4 ปีเต็มๆ จึงทำให้ไทยกลับมาครองความเป็นเจ้าตลาดโลกได้เหมือนเดิม

นโยบายประชานิยมข้อนี้ได้สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนคนชั้นกลางในเมืองที่เป็นผู้รับภาระในการเสียภาษีเงินได้ประมาณ 8 ล้านรายในขณะที่เกษตรกรของไทยนั้นได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรเหตุผลนี้ทำให้รัฐบาลในระบอบทักษิณถูกกปปส.เคลื่อนไหวขับไล่ให้ออกไปจากความเป็นรัฐบาลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2556 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการจุดประกายให้เกิดรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557ในช่วงเวลาต่อมา

แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ มีความมั่นคงประชาชนมีความสุขมีการยกระดับศักยภาพในหลากหลายมิติ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีคนเก่งและมีคุณภาพ ตลอดจนมีการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมและมีการสร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและยึดถือประโยชน์ส่วนรวม

แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประกอบด้วย แกนหลักสำคัญของยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคง ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการพัฒนาคนและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

ประเทศไทยในปัจจุบันมีรายได้หลักจากการอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก การบริการ การอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริโภคของประชาชนในกลุ่มผู้ที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงรายได้ในระดับสูงล่าสุดมีการระบุจากข้อมูลว่าประเทศไทยมีรายได้ประชาชาติ 1,310 ทริลเลี่ยนดอลลาร์อเมริกัน และมีรายได้ต่อหัวต่อปีในปีนี้ 2561 ประมาณ คนละ 18,943 ดอลลาร์อเมริกัน

เมื่อเทียบกับ 9 ประเทศในกลุ่มอาเซียนจากการประมาณการในปี 2561 ด้วยกันจะพบว่าอินโดนีเซีย มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดมีรายได้ประชาชาติ 3,481 ทริลเลี่ยนดอลลาร์อเมริกัน มีรายได้ต่อหัวคนละ 13,120 ดอลลาร์อเมริกัน สิงคโปร์ มีรายได้ประชาชาติ 554.885 พันล้านดอลลาร์อเมริกัน รายได้ต่อคนเฉลี่ยปีละ 98,014 ดอลลาร์อเมริกัน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

เป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้าของประเทศไทยนั้น ครม.ลุงตู่ ที่มีแกนหลักคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ และ นายกฤษฎา บุญราช นั่นคือ การทำให้ประเทศไทยมีประชากรที่มีคนยากจนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยไม่ใช้นโยบายประชานิยมแต่ทำให้คนไทยมีรายได้พอเลี้ยงตัวได้ในอัตราคนละ 500,000 ถึง 600,000 บาทต่อปี ซึ่งจะทำให้ประชาชนทุกคนลืมตาอ้าปากได้ไม่เป็นหนี้สินมากจนเกินไปและมีจำนวนประชากรประมาณ 75 ล้านคน รวมทั้งมีแรงงานเพียงพอในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปได้ด้วยดี

ทีมข่าวการเมือง

น้อมนำกระแสรับสั่งในหลวง 'บิ๊กป้อม'ขอบคุณทุกฝ่าย ช่วย13หมูป่าออกถ้ำปลอดภัย

น้อมนำกระแสรับสั่งในหลวง 'บิ๊กป้อม'ขอบคุณทุกฝ่าย ช่วย13หมูป่าออกถ้ำปลอดภัย

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 10.40 น.

“บิ๊กป้อม”ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมน้อมนำกระแสรับสั่งในหลวง ช่วย 13 ทีมหมูป่าออกจากถ้ำมาได้ปลอดภัยทั้งหมด ชี้ความสามัคคีเอาชนะธรรมชาติเหนือขีดจำกัด 

11 ก.ค. 61 ทำเนียบฯ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และและรมว.กลาโหม ได้กล่าวแสดงความยินดีกับความสำเร็จในการช่วยเหลือกู้ภัย นำ “ทีมเยาวชนหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต” ที่พลัดหลงในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย กว่า 15 วัน ออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด โดยขอขอบคุณทุกคนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ร่วมกันน้อมนำกระแสรับสั่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยให้ร่วมกันวางแผนอย่างรอบคอบ เป็นระบบและไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง ที่จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงราย อย่างเป็นระบบและบริหารงานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด 

พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า ความสำเร็จในการช่วยเหลือครั้งนี้ ถือเป็นการหลอมรวมจิตใจความรักความสามัคคีของคนไทย และคนทั้งโลก ที่มีมนุษยธรรมและความเอื้ออาทร ร่วมมือช่วยเหลือและให้กำลังใจกัน เพียรพยายามเอาชนะธรรมชาติโดยไม่มีข้อจำกัด ด้วยความหวังและหัวใจเดียวกัน ในการช่วยเหลือเด็กเยาวชนทั้ง 13 คนออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด 

พร้อมทั้งได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทย เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมหารือกัน จัดทำเป็นแผนบทเรียนรูปแบบแห่งความสำเร็จ ที่พร้อมที่จะพัฒนาต่อไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือมวลมนุษยชาติต่อไป  ความพยายามและความสำเร็จร่วมครั้งนี้ อาจกล่าวเป็นของขวัญร่วมกันได้ว่า เราทุกคน ได้ช่วยกันนำพา “ทีมฟุตบอล หมูป่าไทย” ไปร่วมบอลโลก 2018 แล้ว

นายกฯทำหนังสือแสดงเสียใจญี่ปุ่นเจอภัยน้ำท่วม พร้อมช่วยมิตรประเทศ

นายกฯทำหนังสือแสดงเสียใจญี่ปุ่นเจอภัยน้ำท่วม พร้อมช่วยมิตรประเทศ

วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 20.57 น.

10 ก.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีเกิดอุทกภัยที่ประเทศญี่ปุ่น ว่า ขอแสดงความเสียใจ ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นเพื่อนของเรา ซึ่งตนได้ทำหนังสือแสดงความเสียใจไปแล้ว จากกรณีที่เกิดเหตุอุทกภัย และดินถล่มใน 15 เขต ทางตอนใต้ของประเทศ ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 140 คน สูญหายอีกจำนวนมาก ประชาชนกว่า 2 ล้านคน ต้องอพยพ เห็นใจเขาหนักกว่าเรา เพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ดินถล่ม เหตุการณ์แบบนี้อย่าคิดว่าจะไม่เกิด มันจะเกิดไปเรื่อยๆ เพราะโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง อากาศแปรปรวน ดินข้างล่างเปลี่ยนแปลง พื้นโลกจะต้องแยกออกจากกัน พื้นโลกชั้นล่าง จะขึ้นมาทดแทนพื้นโลกชั้นบน เคยอ่านหนังสือกันบ้างหรือไม่ วันข้างหน้าทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา เมื่อมีการปรับพื้นผิวโลกแล้ว อาจจะมาต่อเชื่อมโยง เป็นทวีปเดียวกันก็ได้ สิ่งเหล่านี้ต้องเรียนรู้ จะใช่หรือไม่เราไม่รู้ แต่มันเป็นแก่นของชีวิตที่เราต้องเตรียมความพร้อม ไม่ใช่กระพี้

"ตอนนี้เรากำลังทำเรื่องไปว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือบ้างหรือไม่ เพราะเราเป็นมิตรประเทศด้วยกัน เวลานี้ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานไปแล้ว ขณะเดียวกันทางญี่ปุ่นได้ส่งวิศวกรชำนาญด้านการใต้ดิน มาช่วยเหตุที่ถ้ำหลวงถึง 2 คนด้วยกัน และเมื่อบ้านเขามีเรื่อง เราจึงถามเขาไปว่ามีอะไรจะให้ช่วยได้บ้างหรือไม่ นั่นคือโลกวันนี้ ที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ประเทศไหนมีความสุข ประเทศอื่นก็ต้องมีความสุขด้วย ประเทศไหนมีความทุกข์ ประเทศอื่นก็ต้องมีความทุกข์ด้วย ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียน สอนใจคนไทยทุกคนของเรา" นายกฯ กล่าว

ผู้ว่าฯภูเก็ตเป็นปธ.สวดพระอภิธรรมศพ34นักท่องเที่ยวจีนเหยื่อเรือล่ม

ผู้ว่าฯภูเก็ตเป็นปธ.สวดพระอภิธรรมศพ34นักท่องเที่ยวจีนเหยื่อเรือล่ม

วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 22.20 น.

10 ก.ค.61 เมื่อเวลา 19.30 น.ที่ผ่านมา นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพนักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวน 34 ที่เสียชีวิตเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต และยังคงเก็บรักษาศพ ณ ศูนย์อำนวยความสะดวกด้านพิธีกรรมทางศาสนาจังหวัดภูเก็ต วัดโฆษิตวิหาร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้ประกอบพิธีทางศาสนาและพิธีการตามความเชื่อมั่นศรัทธาของญาติพี่น้องชาวจีน โดย Mr.ZHON HAICHENG กงสุลใหญ่จีน และ Mr.CHEN XIONGFENG หัวหน้าคณะทำงาน กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะผู้แทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย รวมถึง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยภาคที่ 4 , พล.ร.ต.เจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 , ผู้แทนกระทรวง และกรมต่างๆ ของไทย องค์กรปกครองท้องถิ่น รวมทั้งญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตเข้าร่วม

 

สำหรับการจัดการศพ ในกรณีที่ญาติแจ้งความประสงค์จะประกอบพิธีฌาปนกิจที่จังหวัดภูเก็ต สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการจองเมรุเพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจศพ โดยมีวัดต่างๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เข้าร่วมจำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย วัดเชิงทะเล , วัดเทพวนาราม , วัดศรีสุนทร , วัดลัฏฐิวนาราม , วัดมงคลวนาราม , วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) , วัดพระทอง , วัดพระนางสร้างและวัดโฆษิตวิหาร ในจำนวนศพทั้ง 41 ศพ ล่าสุดมีญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตมาติดต่อเพื่อขอดูศพแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 28 ศพ โดยในจำนวนนี้มีญาติผู้เสียชีวิตมาแจ้งความประสงค์ที่จะทำการฌาปนกิจศพ จำนวน 5 ศพ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำศพไปฌาปนกิจ ที่วัดเทพวนาราม จำนวน 3 ศพ และวัดพระนางสร้าง จำนวน 2 ศพ และญาติดำเนินการส่งศพกลับภูมิลำเนาสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย แล้ว จำนวน 2 ศพ ทำให้ขณะนี้มีศพผู้เสียชีวิตที่ยังคงเก็บรักษาอยู่ที่วัดโฆษิตวิหาร จำนวน 34 ศพ

โดยที่ศูนย์อำนวยความสะดวกด้านพิธีกรรมทางศาสนาจังหวัดภูเก็ต ณ วัดโฆษิตวิหาร ได้มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน รวมทั้งอาสาสมัครล่ามภาษาจีน องค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้ประสานงานกงสุลสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดภูเก็ต และสงขลา ร่วมปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้นำอาหารและเครื่องดื่มมาบริการ และมีผู้มีจิตศรัทธาเจ้าของกิจการ บริษัท ห้างร้าน ภาคเอกชน ทยอยนำอาหารและเครื่องดื่ม มาร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) เวลา 08.00 น.จะมีการประกอบพิธีเรียกขวัญ ในโอกาสครบรอบ 7 วัน ของการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ด้วย

ร่วมฉลอง! 'ภูฏาน'แสดงยินดีไทยช่วย13หมูป่าสำเร็จ

ร่วมฉลอง! 'ภูฏาน'แสดงยินดีไทยช่วย13หมูป่าสำเร็จ

วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 21.20 น.

10 ก.ค.61 หลังจากภารกิจการค้นหาช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน กับโค้ช "ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย" ทั้งหมด 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประสบความสำเร็จในวันนี้ ล่าสุด ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ได้ทวิตข้อความระบุว่า "ภูฏานขอร่วมฉลองการช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 คน และขอแสดงความยินดีกับประเทศไทยด้วย ฮูยาห์"

 
 ...............................................
 
รัฐบาลอังกฤษขานรับ !มอบเสื้อทีมชาติให้เหล่าหมูป่าเร็วๆนี้

รัฐบาลอังกฤษขานรับ !มอบเสื้อทีมชาติให้เหล่าหมูป่าเร็วๆนี้

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 07.32 น.

11 ก.ค. 61 กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ได้ทำการเขียนข้อความผ่านทาง “ทวิตเตอร์” สื่อออนไลน์ดัง ระบุว่า ได้พูดคุยกับเอกอัครทูตอังกฤษประจำประเทศไทยว่า ยินดีส่งเสื้อฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ให้กับทีมหมูป่าทุกคน

โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ แบคขวาทีมชาติอังกฤษ ชุดลุยบอลโลก ทวิตข้อความว่า เป็นข่าวที่มหัศจรรย์อย่างมาก กับการที่เด็กไทยได้รับการช่วยเหลือออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย และอยากมอบเสื้อให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ โดยร้องขอที่อยู่ของน้องๆเพื่อส่งเสื้อให้นั้น 

ทำให้ รัฐบาลอังกฤษ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำการประสานกับเอกอัครทูตอังกฤษประจำประเทศไทย คาดว่า เสื้อทีมชาติอังกฤษ จะถูกส่งมาในเร็ววันนี้

 
สทนช.ไล่บี้แก้ปัญหา‘บึงบอระเพ็ด’ ขีดเส้นยกร่างแผนแม่บทพัฒนาและฟื้นฟูภายในกันยายน

สทนช.ไล่บี้แก้ปัญหา‘บึงบอระเพ็ด’ ขีดเส้นยกร่างแผนแม่บทพัฒนาและฟื้นฟูภายในกันยายน

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร เร่งดำเนินโครงการศึกษาทบทวนแผนการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด โดยบูรณาการกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งแผนการทำงานเป็นรายปีและหน่วยงานรับผิดชอบ เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาของบึงบอระเพ็ดในด้านทรัพยากรน้ำ มลพิษ ระบบนิเวศน์ และการใช้ประโยชน์ที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาบึงบอระเพ็ด พร้อมกำหนดเป้าหมายและแนวทางในการพัฒนาที่เหมาะสม และวางกรอบแนวทางในการพัฒนาและการฟื้นฟูที่มีความเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะได้นำผลการศึกษาไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ดในแนวทางเดียวกัน สอดคล้องและส่งเสริมซึ่งกันและกัน

“ที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกันในด้านผลประโยชน์ในพื้นที่บึงบอระเพ็ด ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและฟื้นฟูบึงเป็นอย่างมาก จึงจะต้องมีคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับและไว้ใจ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในบึง ให้เข้ามาทำหน้าที่ประสานงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้ง และร่วมกันแสวงหาทางออกจากปัญหาอย่างเหมาะสม ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกันยายนนี้อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้โครงการศึกษาฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด เป็นรูปแบบในการจัดทําแผนแบบบูรณาการสหวิทยาการเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีส่วนร่วม โดยจะมีการศึกษาทบทวน วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลก่อนจัดทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด ที่นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ให้ดีขึ้น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว จะต้องใช้ประโยชน์จาก บึงบอระเพ็ดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถนำแผนแม่บทไปดําเนินการตามภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ภายใต้การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพราะถ้าหากบึงบอระเพ็ดมีการพัฒนาในทิศทางที่เหมาะสมแล้ว จะสามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการน้ำตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ สทนช.ยังติดตามแผนบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการบุกรุก การใช้ประโยชน์เป็นที่ดินทำกิน และการเพิ่มพื้นที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำของบึงบอระเพ็ด ตามข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 ประกอบกับข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น สทนช.จะเร่งบูรณาการแผนงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ดในระยะเร่งด่วนคู่ขนานไปด้วย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำถึง 127 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมมีพื้นที่ 132,737 ไร่ ปัจจุบันเหลือพื้นที่ 67,327 ไร่ ความจุ 180 ล้าน ลบ.ม. ที่ระดับเก็บกักสูง + 24 ม.รทก. โดยส่วนใหญ่เพื่อการเกษตร มีราษฎรบุกรุกพื้นที่ เข้าไปใช้ประโยชน์รวม 5,635 แปลง มีตะกอนสะสมปีละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้บึงตื้นเขิน ซึ่งกรมชลประทาน ดำเนินการขุดลอกตะกอนดินแล้วเสร็จเมื่อปี’59 จำนวน 2.1 ล้านลูกบาศก์เมตรขณะที่ในปี’60 อีก 3.3 ล้าน ลบ.ม. อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงศึกษาแนวทางการยกระดับสันฝายจากระดับ +24 ม.รทก.อีก 1 เมตร ซึ่งสามารถเพิ่มความจุได้กว่า 300 ล้านลบ.ม. เพื่อให้บึงบอระเพ็ดมีศักยภาพส่งน้ำให้เป็นบึงอเนกประสงค์ที่สามารถบริหารจัดการรับน้ำหลาก และส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรได้

 

นำศาสตร์พระราชาแก้ปัญหาน้ำ ชลประทานบุรีรัมย์คว้าชนะเลิศ

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดบุรีรัมย์มีความเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนปีละ 1.6 ล้านคนเทียบเท่ากับประชากรในจังหวัดและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึง 2.5 ล้านคนในปีต่อมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำดิบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมใช้น้ำดิบเพื่ออุปโภค-บริโภคปีละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นปีละเกือบ 20 ล้านลบ.ม.หรือประมาณเดือนละ 1.6 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่จังหวัดมีพื้นที่เก็บน้ำเท่าเดิม จำเป็นจะต้องวางแผนจัดหาน้ำดิบเพิ่มเติม โดยจะต้องไม่กระทบต่อปริมาณน้ำที่จัดสรรให้กับภาคเกษตรกรรม เกษตรกรยังคงต้องได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำต้นทุนของจังหวัดเช่นเดิม

“กรมชลประทานโดยโครงการชลประทานบุรีรัมย์ ได้วางโครงการแผนพัฒนาลุ่มน้ำลำตะโคงทั้งหมด โดยได้น้อมนำศาสตร์พระราชา ในเรื่องอ่างพวงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาใช้ โดยได้วางโครงสร้างการเพิ่มและเติมน้ำอย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดหาน้ำเพียงพอกับความต้องการทั้งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และน้ำเพื่อภาคการเกษตร รวมทั้งยังสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทำให้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดโครงการชลประทานดีเด่นประจำปี 2561 ที่ผ่านมา” นายกิติกุลกล่าว

ส่วนการวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำในฤดูฝนปีนี้ที่กำลังจะมาถึงนั้น ขณะนี้ได้เริ่มเฝ้าระวัง พร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งทั้งจังหวัดเพื่อรับรองปริมาณน้ำที่จะเข้ามาใหม่ รวมทั้งได้การประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ฤดูฝนปีนี้บุรีรัมย์จะไม่ประสบปัญหาด้านน้ำที่รุนแรงอย่างแน่นอน

 
ประเมินดูดน้ำในถ้ำ! 'บิ๊กฉัตร'เผยนายกฯดีใจ เร่งฟื้นฟูดูแล13หมูป่า

ประเมินดูดน้ำในถ้ำ! 'บิ๊กฉัตร'เผยนายกฯดีใจ เร่งฟื้นฟูดูแล13หมูป่า

วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 10.49 น.

“บิ๊กฉัตร”สั่ง เลขาฯ สนทนช. ลงพื้นที่ถ้ำหลวงประเมินดูดน้ำในถ้ำต่อหรือไม่ เผย นายกฯ ดีใจ ภารกิจนี้สำเร็จ บอกเหมือนยกภูเขาออกจากอก 

11 ก.ค. 61 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย  ไปติดตามภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ว่า มีความจำเป็นที่จะต้องสูบน้ำ เพิ่มเติมหรือไม่ ตลอดจนวางแผนบริหารจัดการในอนาคตด้วย เนื่องจากภารกิจการช่วยเหลือ ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว 

พล.อ.ฉัตรชัย ยังได้แสดงความยินดี กับทีมหมูป่า ที่ได้รับการช่วยเหลือ ออกมาจากถ้ำหลวง อย่างปลอดภัย และเชื่อว่า คนไทยทั้งประเทศ รู้สึกอย่างเดียวกันว่า เราสามารถทำภารกิจนี้ได้ลุล่วง ด้วยความร่วมมือ จากทุกฝ่าย ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ในการบูรณาการช่วยเหลือ จากทุกหน่วยงานในประเทศไทย ได้ชัดเจนที่สุด 

“ผมได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ต่างก็มีความดีใจมาก เปรียบเสมือนยกภูเขาออกจากอก และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวทีมหมูป่า ที่จะต้องฟื้นฟูดูแล ทั้ง 13 คน รวมทั้ง ขอบคุณ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทุกฝ่ายที่ให้กำลังใจ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

 ..............................................
 
     
 

รู้จักฮีโร่กว่า 50 หน่วยงาน ร่วมช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

10.07.2018

เข้าสู่วันที่ 18 แล้ว (10 ก.ค.) สำหรับภารกิจช่วยชีวิตทีมฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายและโค้ช รวม 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือแข่งกับเวลา รวมแล้วไม่น้อยกว่า 50 หน่วยงาน มีจำนวนคนหมุนเวียนมาช่วยเหลือในพื้นที่แล้วนับหมื่นคน หรือวันละประมาณ 4 พันคน

เขาเหล่านี้แม้ไม่มีพลังวิเศษ แต่ก็เปรียบได้กับ ‘ฮีโร่’ ในชีวิตจริงที่ต่างคนต่างทำงานอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน โดยมีเดิมพันเป็นความปลอดภัยของทั้ง 13 ชีวิตที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ

ฮีโร่เหล่านี้เป็นใครกันบ้าง THE STANDARD รวบรวมมาให้คุณรู้จักกัน

 

  • THE STANDARD ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของจ่าเอก สมาน กุนัน อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี ‘ฮีโร่’ คนสำคัญที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อภารกิจครั้งนี้
  • อีลอน มัสก์ ซีอีโอบริษัท The Boring Company นำทีมพร้อมอุปกรณ์แคปซูลดำน้ำมาช่วยเหลือการลำเลียงทีมหมูป่าออกจากถ้ำ พร้อมลงพื้นที่สำรวจถ้ำจริง และทิ้งอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวไว้กับทีมปฏิบัติการ

 

 

  • ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำนานาชาติ เดินทางมาพร้อมกลุ่มนักดำน้ำในถ้ำผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นตำรวจออสเตรเลียอีก 6 คน ทำหน้าที่เป็นทีมตรวจและประเมินสุขภาพของทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ว่าสามารถดำน้ำออกมาเองได้หรือไม่
  • ทีมเก็บรังนกนางแอ่นจากเกาะลิบง จ.ตรัง ทำหน้าที่สำรวจหาโพรงถ้ำ เหนือบริเวณถ้ำหลวง
  • มูลนิธิสยามรวมใจแม่สาย หรือกู้ภัยแม่สาย

 

  • ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงราย

 

 

  • นายเวิร์น อันสเวิร์ธ ผู้ที่เคยสำรวจถ้ำ
  • นายกมล คุณงามความดี อดีตเจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวงฯ

 

 

  • มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ส่งคนเข้าไปดำน้ำหาในช่วงแรก พร้อมตั้งกองอำนวยการร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จังหวัดเชียงราย และมูลนิธิต่างๆ
  • หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง (ฉก.ม.3 กล.ผาเมือง)
  • หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่เร็ว 35 (นพค.35) ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมประเมินสถานการณ์ พร้อมสนับสนุนเครื่องมือให้กับหน่วยซีล
  • กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ค่ายเพชรบุรีราชสิรินธร (ร.11 พัน 3 รอ.)

 

 

  • หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) จำนวน 3 นาย เข้าไปสมทบในถ้ำ เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่สูญหาย (ช่วงแรกการค้นหา)
  • หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม (หน่วยซีล) หน่วยที่ขึ้นชื่อว่าอึดที่สุดของทหารเรือ ส่งเจ้าหน้าที่ 18 นายเป็นแนวหน้า ค้นหาเด็กติดถ้ำ ซึ่งทุกคนได้ฝากความหวังไว้กับหน่วยนี้ว่าจะค้นหาเด็กๆ และครูจนพบ
  • สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) หรือ สบอ.15 ส่งเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสอบถามข้อมูลจากผู้ปกครองของเด็กๆ และส่งชุดเดินเท้า 19 นาย เข้าสำรวจโพรงถ้ำ
  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ช่วยด้านข้อมูลและสำรวจโพรงถ้ำ

 

 

  • หน่วยช่วยเหลือด้านการแพทย์ ประกอบด้วย โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, โรงพยาบาลพญาเม็งราย, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สาย, โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์ และโรงพยาบาลแม่จัน ส่งหมอ พยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์คอยช่วยเหลือทุกคนในภารกิจนี้ รวมถึงเตรียมพร้อมในการดูแลรักษาเด็กๆ และครู หากเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือออกมาได้
  • สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่
  • ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย อำนวยความสะดวกทีมช่วยเหลือ ซึ่งล่าสุดได้ส่งท่อลมขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มออกซิเจนในถ้ำ
  • กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยด้านข้อมูลและสำรวจโพรงถ้ำ
  • เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย อบจ.เชียงราย เทศบาลนครเชียงราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่แม่สาย ระดมกำลังช่วยเหลือในทุกๆ ด้านตามความสามารถอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ค่ายมือถือของประเทศไทย ประกอบด้วย AIS, DTAC, True, CAT และ TOT ที่ช่วยขยายสัญญาณโทรศัพท์ ด้วยการประสานงานจาก กสทช.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นำหุ่นยนต์ดำน้ำ (ROV) จำนวน 1 เครื่อง โดรนติดกล้องจับความร้อน สำหรับบินสำรวจหาอีก 2 ลำ ลำเลียงผ่านเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ เพื่อร่วมค้นหา
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งต้องใช้ไฟในการค้นหาในหลายส่วน
  • กรมชลประทาน ส่งทีมจากสำนักเครื่องจักรกล นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 10 เครื่อง เดินทางไปสนับสนุนการช่วยเหลือ
  • ประเทศลาว ได้ส่งนักประดาน้ำชาวลาว จากมูลนิธิกรมการกู้ภัยแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ 1623 เข้าร่วมภารกิจกับหน่วยกู้ภัย ของไทย เพื่อค้นหาผู้สูญหาย

 

 

  • สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ส่งกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก (USPACOM) ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัย เพื่อช่วยตามหาผู้สูญหาย ตามคำขอของรัฐบาลไทย
  • กทม. ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมสายสูบน้ำดับเพลิงระยะไกล
  • บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ส่งทีมงานพร้อมโดรนและหุ่นยนต์เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา ซึ่งโดรน 3 ลำ ที่สามารถระบุสภาพใต้ดินว่ามีโพรงเชื่อมต่อกับถ้ำได้หรือไม่ และสามารถตรวจจับความร้อนใต้พื้นดินได้ด้วย
  • กรมทางหลวงขนหินละเอียดหลายสิบคัน เข้าถมพื้นที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์ประสานช่วยเหลือ และกรมทางหลวงชนบทร่วมกับกรมทางหลวงในการขนส่งวัสดุและเกลี่ยปรับพื้นที่ ซ่อมและสร้างเส้นทางเพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย โดยมีจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวง 50 คน และเจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงชนบทจำนวน 20 คน รวมทั้งสิ้น 70 คน

 

 

  • เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 3 คน จากองค์กร Derbyshire Cave Rescue Organisation ซึ่งเดินทางมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
  • ศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมปฐพี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วยข้อมูลเรื่องเจาะผนังถ้ำหลวง
  • บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้เชื่อมต่อสาย Fiber Optic เพื่อให้มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตภายในถ้ำ และทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ด้านใน
  • จิตอาสาโรงทาน
  • ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาที่ถ้ำหลวง เตรียมช่วยในปฏิบัติการระบายน้ำออกจากถ้ำ
  • นายศักดิ์ฉลาด ศรีวิชา ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1 ลำปาง
  • เจ้าหน้าที่ของทางการจังหวัดท่าขี้เหล็ก จังหวัดชายแดนฝั่งพม่าที่ติดกับ อำเภอแม่สาย ทำการค้นหาโพรงที่อาจเชื่อมกับถ้ำหลวง ซึ่งอาจใช้เป็นเส้นทางในการค้นหาเด็กๆ และโค้ช 13 ชีวิต และพร้อมส่งทีมกู้ภัยเข้าร่วมค้นหากับฝ่ายไทย
  • องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น 2 คน ไปจังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่คณะเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน ในการปฏิบัติการระบายน้ำออกจากพื้นที่บริเวณโดยรอบถ้ำหลวง อย่างมีประสิทธิภาพและเร่งด่วน รวมถึงการประเมินความเป็นไปได้ ในการนำเทคโนโลยีล่าสุด จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือลำดับถัดไป
  • รัฐบาลจีนส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาและกู้ภัยถ้ำ จำนวน 6 คน ชุดแรกจากมูลนิธิปักกิ่งพีซแลนด์ (Beijing Peaceland) พร้อมหุ่นยนต์ใต้น้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ สเปกโทรมิเตอร์สามมิติ เป็นต้น
  • นักดำน้ำผู้เชี่ยวชาญ นำทีมโดย นรินทร ณ บางช้าง ส่งทีมเข้าช่วยเหลือภารกิจค้นหาตั้งแต่วันแรกๆ พร้อมบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในภารกิจ
  • ทีมพญานาคของ ‘ชลอยกกระบัตร’ นำเครื่องสูบน้ำและเครื่องปั่นไฟกำลังแรง 3 เครื่องมาช่วยในภารกิจตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา
  • นายกสมาคมน้ำบาดาล นำทีมพร้อมอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลร่วมภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิตทีมหมูป่า
  • และสุดท้ายคือคนไทยทุกคนที่ช่วยกันติดตามข่าว ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และภาวนาให้ทั้ง 13 ชีวิตอออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย
 
FYI
  • หากมีการตกหล่นความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด ทางทีมงาน THE STANDARD ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ และยินดีเพิ่มเติมหากมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่อไป

 


ABOUT THE AUTHOR
THE STANDARD TEAM
กองบรรณาธิการ THE STANDARD
 

RELATED STORIES

ทั่วโลกแห่ยินดีทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำได้สำเร็จ

 

เบ็คแฮม ยกทีมหมูป่าคือฮีโร่! โลกฟุตบอลแห่ชื่นชมทีมหมูป่า และจ่าเอก สมาน

11.07.2018

ภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้าน ถ้ำหลวงกลายเป็นข่าวระดับโลก คนดังทั่วโลกต่างออกมาแสดงความยินดีกันทั่วหน้า โดยเฉพาะวงการฟุตบอล ล่าสุดวันนี้ (11 ก.ค.) ซูเปอร์สตาร์อย่างเดวิด เบ็คแฮม ก็อดไม่ได้ โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว

เดวิด เบ็คแฮม โพสต์รูปหมูป่าทั้ง 12 ในอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า ดีใจที่ได้ยินข่าวจากไทย เด็กเหล่านี้เป็นฮีโร่ เช่นเดียวกับโค้ช และทุกๆ คนที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือพวกเขา รวมทั้งจ่าเอก สมาน กุนัน เป็นเรื่องราวดีๆ ที่สูงส่งมาก

 



นอกจากเบ็คแฮม คนในวงการฟุตบอลออกมาแสดงความยินดีอีกมากมาย เช่น

พอล ป็อกบา มิดฟิลด์ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศสและสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอบชัยชนะที่ฝรั่งเศสมีเหนือเบลเยียมในฟุตบอลโลกเมื่อคืนนี้ให้กับทีมหมูป่า พร้อมชมเด็กๆ ว่าเข้มแข็งและเป็นฮีโร่

ไคล วอล์คเกอร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความยินดีกับภารกิจช่วยหมูป่า พร้อมขอที่อยู่เด็กๆ เพื่อส่งเสื้อให้ โดยภายหลังกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษทวีตตอบ ไคล วอล์คเกอร์ ว่าได้แจ้งให้ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ทราบแล้วเรื่องส่งเสื้อฟุตบอลทีมชาติอังกฤษไปให้กับทีมหมูป่า

สมาคมฟุตบอลอังกฤษแสดงความยินดีทีมหมูป่า โดยทวีตข้อความว่า “นับเป็นข่าวสุดมหัศจรรย์ที่นักฟุตบอลทั้ง 12 คน และโค้ชของพวกเขาได้รับความช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงในเชียงรายได้”

สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความยินดีกับข่าวทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติหากจะมีโอกาสต้อนรับสมาชิกทีมหมูป่า และทีมกู้ภัยให้เดินทางมาชมเกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

สโมสรบาร์เซโลนาเชิญ 13 ชีวิตทีมหมูป่าร่วมแคมป์ลา มาเซีย พร้อมชมเกมที่คัมป์นู โดยทวีตผ่าน Barca Foundation ว่าขอเชิญทีมหมูป่าทุกคนร่วมแคมป์ลา มาเซีย ภายใต้กิจกรรม ‘มาเซีย 360’ พร้อมพาชมเกมที่สนามคัมป์นูในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

ยูเลน โลเปเตกี อดีตโค้ชทีมชาติสเปน โค้ชสโมรเรอัล มาดริด ทวีตข้อความ “ขอแสดงความยินดีกับทีมช่วยเหลือในภารกิจถ้ำหลวงทุกนาย ที่ช่วยคนกลุ่มนี้ให้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัยอย่างที่เราปรารถนา ทำให้เรารู้ว่า เขามีหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน”

สโมสรฟุตบอลโรมา ระบุการช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวงนับเป็น “ข่าวดีที่สุดของวงการฟุตบอลในช่วงหน้าร้อนนี้” พร้อมส่งกำลังใจให้ครอบครัวของ จ่าเอก สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลวัย 38 ปี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา

โทนี โครส กองกลางทีมชาติเยอรมนีและสโมสรเรอัล มาดริด ทวีตข้อความ “ข่าวดีจากประเทศไทย” แสดงความยินดีกับทีมหมูป่าทั้ง 13 คนที่ออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย

กระแสความชื่นชมที่โด่งดังทั่วโลกจนมีคำกล่าวว่า คนอาจจะเชียร์ทีมในฟุตบอลโลกต่างกัน แต่ทุกคนบนโลกฟุตบอลเชียร์ทีมเดียวกันคือ ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย

 

..............................................
 
11 กรกฎาคม 2561
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน