*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4951
  • จำนวนผู้ชม : 3193190
  • จำนวนผู้โหวต : 1682
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1682 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 364 , 10:24:15 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน วรรณสุข , vinitvadee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คนญี่ปุ่นต้องเผชิญภัยธรรมชาติจนผู้คนล้มหายตายจากมากต่อมากตลอดมา ล่าสุดก็มีฝนตกหนัก ทำให้แผ่นดินถล่ม

บ้านเรือนพังเสียหาย และมีคนตายถึง 199 ราย สูญหายอีกเกินกว่า 60 คน ดังรายงานข่าวท้ายนี้

 

(โปรดคลิกที่ สัญญาณหลัก เพื่อติดตามรายงานข่าว)

 

เตือน! กทม.ปริมณฑลฝนตกหนักทั่วไทย ใต้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

เตือน! กทม.ปริมณฑลฝนตกหนักทั่วไทย ใต้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.28 น.

13 ก.ค. 61 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และประเทศเวียดนามเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่กระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ยอดตายน้ำท่วมญี่ปุ่น  พุ่ง 200 ราย-แถมอากาศร้อนแตะ 35 องศา

ยอดตายน้ำท่วมญี่ปุ่น พุ่ง 200 ราย-แถมอากาศร้อนแตะ 35 องศา

วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โตเกียว (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มจากเหตุฝนตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ทางตะวันตกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 199 คนแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน ขณะที่หลายพื้นที่ทางตะวันออกของจีนได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นมาเรียที่ขึ้นฝั่งพัดถล่มเมื่อวันก่อน

นายโยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มจากเหตุฝนตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ทางตะวันตกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 199 คนแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 60 คน ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากสภาพอากาศเลวร้ายหนักที่สุดในรอบกว่า 30 ปี แต่ความหวังพบผู้รอดชีวิตเลือนรางลงหลังฝนตกหนักมากกว่าสัปดาห์

นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ได้ลงพื้นที่ประสบอุทกภัยเมื่อวันพุธ โดยแถลงกับผู้สื่อข่าวว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยพิบัติในการฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนและเยียวยาผู้ประสบภัยเพื่อให้สามารถกลับสู่บ้านเรือนได้อีกครั้ง โดยประชาชนอย่างน้อย 10,000 คน อพยพออกจากบ้านเรือนไปอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิง ผู้นำญี่ปุ่นยังมีแผนจะเดินทางไปอีกแห่งที่ประสบภัยน้ำท่วมและดินถล่มจากฝนตกหนักในวันศุกร์นี้ หลังจากต้องยกเลิกภารกิจเยือนต่างประเทศในสัปดาห์นี้เนื่องจากญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติร้ายแรง

แม้ขณะนี้ ฝนซาลงและระดับน้ำท่วมเริ่มลดลงแล้ว แต่ประชาชนหลายแสนคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและดินถล่มใน 11 จังหวัดทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด บ้านเรือนอย่างน้อย 254,084 หลัง ยังคงไม่มีน้ำสะอาดในจังหวัดฮิโรชิมา, เอฮิเมะ และโอคายามา ภายหลังจากฝนตกหนักที่สุดเมื่อสุดสัปดาห์ หลังดินถล่มหลายครั้ง ส่งผลกระทบต่อท่อประปาและไฟดับในพื้นที่จ่ายน้ำ คาดว่าจะยังไม่สามารถฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคได้ในเร็วๆ นี้ ขณะที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าวกลายเป็นอุปสรรคและความท้าทายใหม่ของทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ประสบภัย หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเตือนเรื่องอาหารเป็นพิษ โดยที่ผ่านมามีประชาชนล้มป่วยหลังรับประทานอาหารที่ทิ้งไว้นานเกินไปตามสถานที่พักพิง

ส่วนในหลายพื้นที่ของมณฑลเจ้อเจียงและมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างหลังพายุไต้ฝุ่นมาเรียขึ้นฝั่งพัดถล่มเมื่อช่วงเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ชุมชนประมงซึ่งเลี้ยงปลาในกระชังในเมืองหนิงเต๋อได้รับผลกระทบมากที่สุด กระชังเลี้ยงปลาได้รับความเสียหายนับหมื่นกระชัง เช่นเดียวกับบ้านเรือนชาวประมงที่ปลูกอยู่ริมน้ำก็ได้รับความเสียหาย ส่วนที่เมืองเหลียนเจี้ยง บ้านเรือนกว่า 90,000 หลังคาเรือนยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นมาเรียอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่จะยังไม่สลายตัวจนถึงช่วงสุดสัปดาห์นี้ และยังอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและโคลนถล่มเพิ่มอีกได้

.........................

ฝนตกทั่วฟ้า! สนช.รับหลักการ กม. 5 ฉบับ ขึ้นเงินเดือนศาล-องค์กรอิสระ

ฝนตกทั่วฟ้า! สนช.รับหลักการ กม. 5 ฉบับ ขึ้นเงินเดือนศาล-องค์กรอิสระ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 17.44 น.

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 43/2561 โดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ....  ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ซึ่งทั้งหมดคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ มีเนื้อหาเหมือนกันคือ เป็นการขึ้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งให้กับข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการในองค์กรอิสระ โดยจ่ายเงินเดือนย้อนหลังให้แก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2557 และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2548  ทั้งนี้ การขึ้นเงินเดือนและจ่ายเงินย้อนหลังเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 9 ธันวาคม 2557 เรื่อง การยกระดับรายได้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสาระสำคัญว่า ข่าวที่แพร่สะพัดตลอดสัปดาห์ว่าเอาอีกแล้ว สนช. กำลังจะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ในขณะที่เศรษฐกิจภาวะบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ซึ่งเราปรับเพื่อความเป็นธรรม และการปรับครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่เคยปรับกันใหม่ทั้งแผง สูตรวันนี้ คือ 1.เอาเงินเพิ่มไปรวมกับเงินเดือน ตั้งเป็นเงินเดือนใหม่ 2.ในบางตำแหน่งที่เงินข้าราชการพลเรือนเขาปรับนำไปแล้ว ต้องปรับให้ยึดโยงจริง ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของเมื่อปี 2557 ตามที่ข้าราชการอื่นๆ อาทิ ครู ทหาร ตำรวจ มีการปรับนำไปก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม .2557 ในช่วงที่ สนช.เข้ามาใหม่ๆ มีการปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการ แต่ตอนนั้นรัฐบาลมีเงินคงคลังเพียงหนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยล้านบาท ฝนจึงตกกระจายไม่ทั่วฟ้า เราจึงปรับเพื่อความเป็นธรรม ตามกำลังงบประมาณของรัฐบาล โดยดูเหตุการณ์บ้านเมือง ความรู้สึกนึกคิดของคนมาประกอบกันด้วย วันนี้กฎหมายทั้ง5 ฉบับที่เสนอมีตัวเลขการย้อนหลัง 2 พวก คือ 1 ธันวาคม 2557 และ 1 ตุลาคม 2548 ซึ่งพวกย้อนไปปี 2548 คือ กสม.ที่ตกขบวนการปรับขึ้นเงินเดือนมาตบอดก็ต้อวงชดเชยไป ผ่านการพิจารณามาหลายรัฐบาลตกขบวนหลายครั้งรถไฟออกขบวนไปครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ กสม.ก็ไม่ได้ขึ้นขบวนไปกับเขาสักที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง มีสาระสำคัญ เพื่อปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยตามร่าง พ.ร.บ. นี้ ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดจะได้รับเงินเดือน 83,090 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท รวมเป็น 138,090 บาทต่อเดือน จากเดิมได้รับเงินเดือน 75,590 บาทและเงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวมเป็น 125,590 บาทต่อเดือน ส่วนร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ... นั้น นอกจาก ปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายเดินทางแล้ว ยังให้ประธานและกรรมการองค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้รับเงินเดือนย้อนหลังไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2557 โดยให้รับเพิ่มเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่ แต่กสม.ให้ได้รับย้อนหลังถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2548 โดยกำหนดอัตราและช่วงระยะเวลา 5 ช่วง เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราค่าตอบแทนของผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีการปรับอัตราตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548 และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... มีหลักการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2558 เพื่อปรับเพิ่มเติมอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ สนช.ได้ลงมติรับหลักการวาระ1ทั้ง 5 ฉบับแล้ว ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณารายละเอียดในวาระต่อไป

 ..........................................

เฝ้าระวังเข้มสถานการณ์‘ลำไย’  เกษตรฯเตรียมพร้อมมาตรการ

เฝ้าระวังเข้มสถานการณ์‘ลำไย’ เกษตรฯเตรียมพร้อมมาตรการ

วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เฝ้าระวังเข้มสถานการณ์‘ลำไย’

เกษตรฯเตรียมพร้อมมาตรการ

สกัดผลผลิตกระจุกทุบราคาดิ่ง

“กรมส่งเสริมการเกษตร” เร่งติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการผลิต การตลาดลำไย ปี 2561 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เน้นวิเคราะห์และเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นช่วงผลผลิตกระจุกตัวในเดือนสิงหาคมนี้ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเก็บเกี่ยวและราคาผลผลิต เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและจัดทำแผนบริหารจัดการผลผลิตอย่างครบวงจร

นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์แนวโน้ม ผลผลิตลำไย ปี 2561 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง และจังหวัดตาก จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 40,913 ตัน คิดเป็นร้อยละ 6.7 โดยเป็นผลผลิตในฤดู 381,498 ตัน (58%) และนอกฤดู 272,831 ตัน (42%) ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการผลิต การตลาดลำไย ปี 2561 ของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ณ ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การผลิต การตลาดลำไย ปี 2561 รายจังหวัด การเฝ้าระวังปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงผลผลิตกระจุกตัว (พีค) ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 การติดตามสถานการณ์การเก็บเกี่ยวและราคาผลผลิตลำไย ปี 2561 (War room) รวมทั้งการจัดประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการบริโภคลำไย พร้อมวางแผนบริหารจัดการผลผลิตลำไยในฤดูเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

สำหรับประมาณการผลผลิตลำไยในฤดู ทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือ จะมีผลผลิตรวม 381,498 ตัน แบ่งเป็น เชียงใหม่ พื้นที่ปลูก 195,670 ไร่ ผลผลิต 137,219 ตัน ลำพูน พื้นที่ปลูก 182,391 ไร่ ผลผลิต 125,120 ตัน เชียงราย พื้นที่ปลูก 130,902 ไร่ ผลผลิต 63,357 ตัน พะเยา พื้นที่ปลูก 56,383 ไร่ ผลผลิต 25,632 ตัน น่าน พื้นที่ปลูก 33,321 ไร่ ผลผลิต 21,425 ตันลำปาง พื้นที่ปลูก 18,702 ไร่ ผลผลิต 5,293 ตัน ตาก พื้นที่ปลูก 3,855 ไร่ พื้นที่ปลูก 1,747 ตัน และแพร่ พื้นที่ปลูก 4,718 ไร่ ผลผลิต 1,705 ตัน โดยมีแผนบริหารจัดการผลผลิตลำไยเชิงปริมาณ แบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ 1. การกระจายผลผลิตภายในประเทศ ได้แก่ บริโภคสดตลาดในประเทศ 28,084 ตัน คิดเป็นร้อยละ 7.36 2. แปรรูป ได้แก่ อบแห้งทั้งเปลือก 227,251 ตัน, อบแห้งเนื้อสีทอง 18,530 ตัน และอื่นๆ (เช่น โรงงานผลไม้กระป๋อง/น้ำสกัดผลไม้เข้มข้น/แช่แข็ง) 25,089 ตัน คิดเป็นร้อยละ 71 และ 3. ลำไยสดส่งออก 82,544 ตัน คิดเป็นร้อยละ 21.61 โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลักบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและให้ข้อมูลเกษตรกรเพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งพิจารณาวางแผนและกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับจังหวัด ขณะนี้มีผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้ว จำนวน 4,891 ตัน คิดเป็นร้อยละ 1 ราคาจำหน่ายลำไยผลสดลูกร่วงอยู่ที่ประมาณ 16-17 บาทต่อกิโลกรัม และลำไยเกรด AA อยู่ที่ประมาณ 27-30 บาทต่อกิโลกรัม

ส่วนแผนบริหารจัดการเชิงคุณภาพ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการโครงการรณรงค์การผลิตลำไยคุณภาพ ปี 2561 โดยใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (ลำไย) ในการส่งเสริมเกษตรกรผลิตลำไยคุณภาพ จำนวน 6,543 ราย เพื่อให้เกษตรกรผลิตลำไยคุณภาพ เป็นเกรด AA และ A โดยคาดว่าจะมีผลผลิตลำไยคุณภาพ ประมาณ 27,000 ตัน นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตลำไยนอกฤดูอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกษตรกรเกิดการยอมรับและปฏิบัติตาม และปรับเปลี่ยนมาผลิตลำไยนอกฤดูเพิ่มขึ้น

เกษตรกรพัทลุงปรับกลยุทธ์ใช้น้ำจากฝายท่าเชียด พลิกพื้นที่ปลูกยางพารามาทำสวนผสมตามเศรฐกิจพอเพียง

เกษตรกรพัทลุงปรับกลยุทธ์ใช้น้ำจากฝายท่าเชียด พลิกพื้นที่ปลูกยางพารามาทำสวนผสมตามเศรฐกิจพอเพียง

วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 07.10 น.

หลังจากที่กรมชลประทานลงพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาฝายท่าเชียด จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 10 ก.ค.61 ซึ่งมีพื้นที่กว่า 100,000 ไร่เศษ ประกอบด้วย 5 อำเภอ 8 ตำบล ประกอบด้วย อ.เขาชัยสน (ต.เขาชัยสน ต.จองถนน) อ.บางแก้ว (ต.ท่ามะเดื่อ ต.นาปะขอ ต.โคกรัก) อ.ตะโหมด (ต.แม่ขรี) อ.ป่าบอน (ต.ป่าบอน) และ อ.ปากพยูน (ต.ฝาละมี) เริ่มใช้งามาตั้งแต่ พ.ศ.2514

ในพื้นที่โครงการดังกล่าวนั้นเมื่อในอดีตจะเป็นนาข้าวเกือบทั้งหมด เพราะสภาพดินเหมาะแก่การปลูกข้าว สภาพฝนก็มากพอ มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,642 มิลลิเมตรต่อปี แต่เมื่อเกษตรกรขยายพื้นที่การเกษตรทำให้ไม่มีแหล่งน้ำสำหรับใช้ในกสารเกษตรได้เพียงพอ นอกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงทำให้ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ขึ้น เกษตรกรจึงหันมาปลูกยางพารา และปาล์มมากขึ้น เนื่องจากราคายางพาราในขณะนั้นสูงอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-200 บาท พื้นที่ในการทำนาจึงเปลี่ยนเป็นพื้นที่สวนยาง 90,000 ไร่ สวนปาล์มน้ำมัน 9,000 ไร่ ในขณะที่เหลือนาข้าวประมาณ 5,000 ไร่ 

สำหรับการปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกพืชไร่ไปเป็นพืชสวนหรือไม้ยืนต้นจึงมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาฝายท่าเชียด ซึ่งปัญหาน้ำที่มีอาการขาดแคลนของท่าเชียดมีจากหลายสาเหตุ เช่น โครงการมีสภาพทรุดโทรม และไม่เหมาะสำหรับบริบทการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ จากเดิมที่เป็นนาข้าวเกือบทั้งหมด เปลี่ยนเป็นสวนยางพาราเป็นส่วนใหญ่ และสวนปาล์มน้ำมันบางส่วน 

 

 

ปัญหาเรื่องน้ำอีกประการหนึ่งเกิดจากกลุ่มผู้ใช้น้ำยังไม่เข้มแข็ง แม้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (JMC) ขึ้นมา แต่ในชั้นแรกที่ให้เลือกตั้งคณะกรรมการกันเองกลับไม่ประสบผลสำเร็จ จนล่าสุด ต้นปี 2561 ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ โดยแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และนายอำเภอ 5 อำเภอ เป็นกรรมการร่วมกับเกษตรกรและตัวแทนกรมชลประทาน ทำให้การขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำโครงการท่าเชียดเริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น 

เมื่อมีมติใดๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เช่น การจัดสรรน้ำ การแบ่งรอบเวรส่งน้ำ ฯลฯ ก็กระจายข่าวให้ทุกภาคส่วนรับรู้และนำไปปฏิบัติ คาดว่าจะทำให้กลุ่มผู้ใช้น้ำเข้มแข็งขึ้นตามลำดับ และช่วยให้การบริหารจัดการน้ำโครงการฝายท่าเชียดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมยิ่งขึ้น 

 

 

นอกจากนั้น ยังวางแผนเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน โดยเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง จากความจุ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 33 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้น 3 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมๆ กับเสริมสันฝายท่าเชียด เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในลำน้ำเดิม 5 แสนลูกบาศก์เมตร เป็น 8 แสนลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้น 3 แสนลูกบาศก์เมตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการน้ำของเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น 

ความหลากหลายซับซ้อนของการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ ทำให้การบริหารจัดการน้ำโครงการท่าเชียดมีความละเอียดอ่อนกว่าปกติ นอกจากอาศัยความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ใช้น้ำเข้าไปจัดการส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งการวางแผนปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าเชียด ยังต้องเพิ่มความยืดหยุ่นสูงกว่าปกติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

 

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าเชียด ด้วยการก่อสร้างแหล่งน้ำต้นทุน คืออ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างที่อยู่ด้านเหนือ ความจุ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งน้ำตามลำน้ำเดิมมายังคลองท่าเชียดระยะทาง 30 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของท่าเชียดได้ระดับหนึ่ง 

"แต่สถานการณ์ไม่เป็นดังแผนเสียทีเดียว เนื่องจากมีการสูบน้ำระหว่างทางจากเกษตรกรที่อยู่ท้ายอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง เหนือท่าเชียด ซึ่งไม่อยู่ในแผนการส่งน้ำแต่อย่างใด ทำให้ปริมาณน้ำมาถึงท่าเชียดไม่เป็นไปตามแผน ถ้าเราไม่รักษาบ้านเราเอง แล้วใครจะมาช่วยรักษา จะให้คนข้างนอกมารักษาให้คงไม่มีหรอก เพราะฉะนั้นคนในพื้นที่จะต้องสามัคคีกัน" รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว 

 

 

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า ผลกระทบในพื่นที่นั้น เป็นเพราะว่าน้ำท่วมตลอด และน้ำท่วมขังค่อนข้างนาน จากเดิมเกษตรกรในพื้นที่ทำนาเป็นส่วนมาก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปจากข้าวเป็นสวนยาง ปาล์ม จำนวนมากขึ้น ซึ่งในส่วนการจัดการน้ำก็ยังเป็นหน้าที่ของกรมชลประทานอยู่ หากน้ำท่วมเราก็ต้องเข้ามาช่วยแก้ไข ทั้งนี้ มีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มก็ซื้อดินมาถมทับพื้นที่ของชลประทาน เราจึงต้องพูดคุยกันให้เข้าใจ เพราะฉะนั้นจะต้องขยายคลองเพิ่ม เพื่อปรับปรุงคลองส่งน้ำ และ มีการขุดลอกคลองธรรมชาติเพิ่ม 

ด้านนายเอิบ ยางสูง กำนันตำบลเขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่จะกลับมาทำนาอีกครั้ง แต่จะทำนาในรูปแบบสวนผสม ซึ่งมีการวางแผนและลงพื้นที่ในการให้ความรู้กับชาวบ้าน เหตุที่เราหันมาทำสวนผสมเนื่องจากเดิมเรามีการปลูกยางจำนวนมากแล้วราคายางตก เราจึงกลับมาทำเกษตรแบบผสมผสานหรือเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อมีกินมีใช้ สำหรับฝายท่ายเชียดที่เราใช้น้ำอยู่บางจุดก็มีการชำรุด แต่ก็มีการรักษาบำรุงกันมาเรื่อยๆ หากเรากลับมาทำสวนผสมน่าจะมีน้ำใช้เพียงพอในการทำสวนผสม 

 

 

ส่วน นายปรานี นิลิโมจน์ ชาวบ้านบ้านควนพระ ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง กล่าว การที่ชาวบ้านกลับมาทำสวนผสมนั้น เพราะครั้งแรกที่เขาเปลี่ยนมาทำนาแล้วไม่ได้ผลผลิตที่ดี เพราะนำไม่เพียงพอ จึงเปลี่ยนไปปลูกยางพารา แต่ราคายางพาราตกต่ำ ระยางพารากับทำนาตนเห็นว่าการทำนามีได้ผลประโยชน์มากกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ชาวบ้านต้องการที่จะมีอาชีพที่ดีขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชาวบ้านจะยอมเปลี่ยนแปลงเองโดยที่ไม่ต้องบังคับ 
 

สถิติฝรั่งเศสข่มมิด! นัดชิงแชมป์ฟุตบอลโลก  โครแอตฉลองกันทั้งเมือง

สถิติฝรั่งเศสข่มมิด! นัดชิงแชมป์ฟุตบอลโลก โครแอตฉลองกันทั้งเมือง

วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประวัติศาสตร์! “โครเอเชีย” ผงาดชิงครั้งแรกในบอลโลก พร้อมเป็นชาติที่ประชากรน้อยที่สุดได้ลุ้นแชมป์ ทั้งประเทศฉลองชัย แต่พลิกสถิติ “ฝรั่งเศส” เหนือกว่าบานตะไท ก่อนดวลแข้งวันอาทิตย์นี้

การแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 21 ที่ประเทศรัสเซีย เป็นเจ้าภาพ ได้คู่ชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเป็นการปะทะกันระหว่าง “ไก่ทองคำ” ทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์โลก 1 สมัย ปี 1998 กับ “เพชฌฆาตตาหมากรุก” ทีมชาติโครเอเชีย ที่เข้าชิงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยจะดวลแข้งกันที่กรุงมอสโก ในวันอาทิตย์นี้ เวลา 22.00 น.ถ่ายทอดสดผ่านทาง 3 ช่องฟรีทีวี ประกอบด้วย ททบ 5 ช่อง 1, ทรูโฟร์ยู ช่อง 24, อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 และเปย์ทีวีทาง ทรูวิชันส์ 668

ในการดวลแข้งรอบรองชนะเลิศคู่ที่ 2 ที่มอสโก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โครเอเชีย พลิกสถานการณ์ที่ตกเป็นรอง “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ 0-1 ก่อนจะกลับมาตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 และต้องสู้กันต่อในช่วงต่อเวลา จนกระทั่งกำชัยได้สำเร็จ 2-1

เกมนี้ โครเอเชีย ที่ต้องดวลจุดโทษถึงสองครั้งก่อนจะผ่านเข้ารอบมาได้ ได้ ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ หาเจ็บกลับมาประจำการแบ็กขวา พร้อมเปลี่ยนแทคติกเอา มาร์เซโล่ โบรโซวิช ลงมาผนึกกำลังแดนกลางร่วมกับ ลูก้า โมดริช และ อีวาน ราคิติช แต่เกมเริ่มแค่ 5 นาทีเท่านั้น อังกฤษ มาได้ฟรีคิกและเป็น คีแรน ทริปเปียร์ ที่ปั่นเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้พวกเขาออกนำไปก่อน 1-0

จากนั้น อังกฤษ ยังคงเล่นได้แบบวูบวาบ มีโอกาสอยู่หลายครั้งที่จะได้ประตูที่สอง ส่วน โครเอเชีย พยายามไล่บี้เพื่อครอบครองบอลทำเกมรุก แต่ยังไม่มีจังหวะจบสักเท่าไหร่ ทำให้จบครึ่งแรก อังกฤษ ขึ้นนำโครเอเชีย 1-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง โครเอเชีย ทำได้ดีครองบอลได้มากกว่าพร้อมเป็นฝ่ายที่เปิดเกมรุกเข้าใส่จนนาทีที่ 68 มาได้ประตูตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ ซิเม่ เวอร์ชัลจ์โก้ เปิดให้กับ อีวาน เปริซิซ โฉบตัดหน้า ไคล์ วอล์คเกอร์ แล้วดีดด้วยซ้ายเข้าไปเสียบตาข่ายสุดสวย

อีก 3 นาทีต่อมา โครเอเชีย เกือบพลิกแซงขึ้นนำจากความผิดพลาดในการสื่อสารของแนวรับ บอลไปเข้าทาง อีวาน เปริซิซ ที่โยกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ ก่อนจะซัดด้วยซ้าบบอลเรียดพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือ โครแอต ดีกว่า แต่ไม่สามารถทำอะไรกันได้ ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

กระทั่งการต่อเวลาพิเศษเดินมาถึงนาทีที่ 109 โครเอเชีย มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะหนุนโขกต่อของ อีวาน เปริซิซ ไปให้กับ มาริโอ มานด์ซูคิช โฉบเข้าไปซัดด้วยซ้ายไม่เหลือ เป็นประตูชี้ชัยให้ โครเอเชีย น็อค อังกฤษ 2-1

จากการเข้าชิงชนะเลิศครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ทำให้ประชาชนชาวโครแอต ออกมาฉลองชัยกันทั้งเมือง โดยเฉพาะในกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของพวกเขามีการฉลองชัยกันถึงเช้า ซึ่งพวกเขามีเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ประกอบด้วย เป็นทีมจากยุโรปตะวันออกทีมแรกในรอบ 56 ปีที่ได้ชิงแชมป์โลกต่อจาก เชโกสโลวาเกีย ปี 1962 ซึ่งปัจจุบัน โครเอเชีย มีแผ่นดินที่เป็นเขตที่อยู่ในตะวันออกเฉียงใต้ และคาบเกี่ยวตอนกลางของทวีปยุโรป หลังจากได้เอกราชเมื่อ 25 มิถุนายน 1991

ขณะเดียวกัน โครเอเชีย เพิ่งจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า เมื่อปี 1993 เท่ากับพวกเขาใช้เวลาเพียง 25 ปีเท่านั้นในการเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ม้ามืดเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 1998 ยิ่งไปกว่านั้น โครเอเชีย ถือเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ได้เข้าชิงแชมป์โลก ซึ่งปัจจุบันพวกเขามีประชากรทั้งหมด 4,105,493 คน เป็นลำดับที่ 128 ของโลกจากการสำรวจเมื่อปีที่ผ่านมา

ทางด้านสถิติการพบกันของคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนี้ ปรากฏว่า ฝรั่งเศส เหนือกว่า โครเอเชีย แบบบานตะไท หลังจากพบกันมาทั้งหมด 5 นัด ฝรั่งเศส ชนะได้ถึง 3 นัด เสมอ 2 และไม่เคยแพ้แม้แต่เกมเดียว

ทั้งหมด 5 เกมที่พบกันนั้น เริ่มจากบอลโลก ปี 1998 รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส ชนะ 2-1, นัดที่ 2 เกมอุ่นเครื่องปี 1999 ฝรั่งเศส ชนะ 3-0, นัดที่ 3 อุ่นเครื่องปี 2000 ฝรั่งเศส ชนะ 2-0, นัดที่ 4 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2004 เสมอกัน 2-2 และเกมล่าสุดอุ่นเครื่องปี 2011 เสมอกัน 0-0

ฟุตบอลโลกฟีเว่อร์ : แชมป์สมัยที่ 2 ของฝรั่งเศส

ฟุตบอลโลกฟีเว่อร์ : แชมป์สมัยที่ 2 ของฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฝรั่งเศส กลายเป็นทีมแรกที่ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้สำเร็จ ไปล่าแชมป์สมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์

การเข้าชิงสมัยที่ 3 ของพวกเขา และเป็นครั้งแรกในรอบ

12 ปี ถือเป็นการสลัดหลุดคราบไคลในยุคของ “ซิซู” ซีเนดีน ซีดาน ได้สำเร็จแล้ว

ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร

แฟนบอลตั้งคำถามว่า ทีมนี้กับทีมเมื่อปี 1998 ทีมไหนดีกว่ากัน พวกเขาจะเป็นแชมป์ได้หรือไม่ บางคนก็ตอบว่า ปี 2006 ดีกว่า และที่กระฉูดเลยก็ต้องบางคนบอก ปี 1986

สรุปออกมาชัดเจน.....ฟุตบอลมันก็แบบนี้แหล่ะ

ฝรั่งเศส ที่ถูก”มองว่า” และ”ว่ากันว่า”ดีที่สุดในปี 1986 ก็มาตกม้าตายไม่ได้ชิงชนะเลิศ ยิ่งย้อนลึกลงไปก็คือ แท้ที่จริง พวกเขาควรเข้าชิงตั้งแต่ปี 1982 เลยหรือไม่

ยุคนั้นถือเป็น “ยุคทอง” ของกองทัพเลส เบลอส์ ที่สามารถเข้ารอบตัดเชือก 3 รายการสำคัญ นั่นก็คือ บอลโลก 1982 และแพ้จุดโทษให้กับ เยอรมันตะวันตก ต่อด้วยเข้าชิงพร้อมกับได้แชมป์ยูโร 1984 ก่อนจะตัดเชือกปี 1986 ก็มาเจ็บปวดอีกรอบด้วยน้ำมือของ เยอรมันตะวันตก

สิ่งสำคัญก็คือ ทุกคนมองว่าพวกเขาอยู่ในยุคทองและน่าจะทิ้งโอกาสการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกไปแล้ว ทั้งที่มีทีมชั้นดี โดยเฉพาะ “4คิงส์” ในแผงมิดฟิลด์ มิเชล พลาตินี่, อแลง จิแรส, ฌอง ติกาน่า และลูอิส แฟร์กน็องเดซ

สิ่งที่มาตอกย้ำพวกเขาในตอนนั้นก็คือ ความล้มเหลวต่อเนื่องกับ 4 รายการติดที่ทั้งตกรอบแรก และไม่ได้ไปเล่นรอบสุดท้าย เป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่สุด ๆ อีกครั้งในประวัติศาสตร์ลูกหนังตราไก่ กระทั่งในปี 1996 ค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมา

ตามด้วยการเป็นแชมป์โลก ในปี 1998

ในครั้งนั้น ฝรั่งเศส อุดมไปด้วยนักเตะที่แข็งแกร่งมาก และมีกำลังจากกลุ่มผู้เล่นดาวรุ่งมากมาย แต่ที่มองว่าสำคัญสุด ๆ ก็คือ การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เอ็มเม่ ฌักเกต์ ที่ดำรงตำแหน่งกุนซือ หรือ เซเลคซิยอนเนอร์ ทำงานตรงนี้ได้ดีมาก ๆ

ในเรื่องของการนำหัวใจพวกเขาเป็นหนึ่งเดียว เพราะอย่างที่เราทราบกันดีในเรื่องของประวัติความเป็นมาของ ฝรั่งเศส เป็นสิ่งที่น่าศึกษาเวลาที่เราจะต้อง “รวมชาติ”

ซึ่งการรวมชาติในที่นี้นั่นก็คือ การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เรื่องของฟุตบอล

เราจะเห็นได้ว่า นักเตะฝรั่งเศส จะเกิดโน่นบ้าง เกิดที่นี่บ้าน เดิมทีอยู่แอฟริกา หรือมาจากเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ตั้งแต่ยุคของการล่าอาณานิคม

ตรงนี้นำมารวมกันกับความนึกคิด และสติปัญญาที่เรามักจะสังเกตกันได้ว่า “คนฝรั่งเศส” มักจะคิดโน่นนี่นั่นได้ก่อนคนที่อื่น

ไม่อย่างนั้น เราอาจจะไม่มี “ฟุตบอลโลก” และ “ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป” อย่างในทุกวันนี้

แน่นอนต้องขอบคุณ จูลล์ส ริเมต์ และอองรี เดอโลเนต์ ไปตลอดกาล

ขณะที่ทีมนี้ไม่จำเป็นอะไรต้องไปเปรียบเทียบกับปี 1998 แต่มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกันก็คือ สไตล์ในการเล่น ทิศทางของเกม และสำคัญที่สุดก็คือ เล่นแบบรู้จักตัวเอง

เกมกับ เบลเยี่ยม คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่า ฝรั่งเศส ไม่จำเป็นทีมที่จะต้องไปเล่นเกมรุกแหลกลาญ หากว่าเป็นทีมที่เดินเครื่องได้ทุกจังหวะ และมีทีเด็ดในการโจมตีทุกทิศทางในขณะที่ทุกอย่างกำลังเหมือนต้องการจุดเปลี่ยน

เบลเยี่ยม ที่บุกแหลก อาจจะบอกว่าเดินเครื่องรุกเต็มกำลังแบบเป็นบ้าเป็นหลังเลยก็ว่าได้ในครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เพื่อต้องการประตูขึ้นนำก่อน และบีบให้ ฝรั่งเศส เร่งเครื่อง แต่ทำไม่ได้สำเร็จ ลงท้ายบอลที่ครบเครื่องกว่าก็ค่อย ๆ กลับเข้าสู่เกม

ตรงนี้ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์เบลเยี่ยม ย่อมรู้ดี

หากคุณไม่ได้ดูบอลเพื่อเอามันอย่างเดียว จะเห็นได้ชัดเวลา เมื่อปล่อยเวลาให้นานขึ้น บอลที่แน่นอนกว่า และในแง่ของคุณภาพนักบอลดีกว่าเริ่มเห็นผล

ยิ่งไปกว่านั้น ต้องชมนักเตะฝรั่งเศส หลายต่อหลายคนที่ทำงานหนักเพื่อทีม

หนึ่งในนั้นคือ ปอล ป็อกบา ที่เคยเป็นนักบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก พร้อมกับกลายเป็นตัวตลกในหลาย ๆ ครั้งของฟุตบอล

ป๊อกบา กับตำแหน่งที่เขาจะต้องมาเล่นเพื่อทีม ในการช่วยสกรีนเกมรับแบบ”ไปกับนักบอล” ไม่เหมือนกับการ “ไล่ล่าไปที่ลูกบอล” ซึ่งเป็นหน้าที่ของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ถือเป็นการทำงานที่ลงตัวมาก

แน่นอนว่า ความคล่องแคล่วของ เอแดน อาซาร์ เล่นงาน ป๊อกบา แบบเลี้ยงผ่านง่าย ๆ ไป 3 ครั้ง ไม่แปลกเพราะ อาซาร์ เล่นเกมนี้ได้ดีมาก อย่างไรก็ดีที่เหลือ ป๊อกบา ทำผลงานได้เกินที่คาดกันไว้

รวมไปถึง ซามูแอล อุมตีตี้ ที่หลุดรั่วแบบเลอะเทะหลายครั้งในบอลโลก ก็เล่นได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้แบ๊คตัวสำรองทั้งคู่ของทีม ที่เป็นตัวจริงตั้งแต่เกมแรก ก็เนื่องเพราะตัวเลือกแรกอย่าง เบนฌาแม็ง เมนดี้ กับ ฌิบริล ซิดิเบ้ ไม่ฟิต กลายเป็นการแจ้งเกิดของ ลูกัส แอร์กน็องเดซ และเบนฌาแม็ง ปาวาร์

ตำแหน่งอื่นคงไม่ต้องกล่าวถึงมาก คุณภาพแสดงให้เห็นมาตลอดอยู่แล้วว่า พวกเขาจัดอยู่ในขั้นที่ว่างใจได้ นำโดย ราฟาเอล วาราน, อูโก้ ยอริส, อองตวน กรีซมันน์ และคีลิยัน เอ็มบัปเป้

จุดเดียวก็คือ อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ แต่ไม่ถึงกับเรอเหม็นเปรี้ยวของ แบลส มาตุยดี้ ที่โดน อาซาร์ อัดหนักระหว่างเกม ต้องฟิตพอในนัดชิง

เพราะจะทำให้ทีมชุดนี้ แม้จะไม่มีความมหัศจรรย์ของ ซีดาน แต่ก็จะดีกว่ายุคปี 1998

ปีนั้น โลรองต์ บลองค์ ติดโทษแบนลงเล่นนัดชิงไม่ได้ ทำให้ทีมขาดตัวสำคัญในวันตัดสิน แต่ครั้งนี้ถ้า มาตุยดี้ ไม่เป็นไรมาก บวกกับความนิ่งขึ้นเยอะของ ดีดิเยร์ เดส์ชองป์ กุนซือที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นหมายว่า.........

ฝรั่งเศส น่าสนใจมาก ๆ กับตำแหน่งแชมป์โลกสมัยที่ 2

บี แหลมสิงห์

.......................................................

13 กรกฎาคม 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/07/2018 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 2นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)

วรรณสุข
.....................................
เขาปันน้ำใจให้กันและกันเป็นอย่างดีครับ ยามวิกฤติเข้าไปซื้อของในร้านที่ไม่มีคนขายเขาก็วางเงินเอาไว้ให้ และซื้อของเท่าที่จำเป็นเพื่อเผื่อคนอื่นๆบ้าง คุณคงได้อ่านข่าวแล้วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/07/2018 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
...................................
ญี่ปุ่นเขาช่วยตัวเองกันก่อนอื่นเลยครับ ที่ตายก็ตายไป คนอยู่ก็ฟื้นฟูกันโดยเร็ว

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 13/07/2018 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ส่งใจไปชวยจากเมืองไทยค่ะ
ญี่ปุ่นโดนภัยธรรมชาติอยู่ตลอดเวลาเลย แต่ก็ฟื้นตัวกลับได้ในเวลาอันรวดเร็วเพราะความมีวินัย เห็นแก่ส่วนรวม ของคนในชาติจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/07/2018 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

เห็นใจและเป็นห่วงเพื่อนญี่ปุ่นของเรามาก
ขอส่งกำลังใจมาช่วยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน