*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4999
  • จำนวนผู้ชม : 3204633
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 340 , 19:25:22 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ประเด็นตำรวจทำเกินกว่าเหตุบ่อย ทำให้สภาทนายความต้องยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่น ติดตามข่าวได้จากคลิป

ข้างล่างนี้ และอาจส่งผลให้ตำรวจใหญ่หลายคนต้องชี้แจงต่อผู้ตรวจฯต่อไป

 

 

 

 

 

"บิ๊กตู่"มอบนโยบายทูตต้องคำนึง"อัตลักษณ์อาเซียน"

การเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
มอบนโยบายทูต,นายกฯ,อาเซียน,ไทยนิยมยั่งยืน

"บิ๊กตู่"มอบนโยบาย"ทูตไทย-ผู้ว่าฯจ.ชายแดน"ย้ำต้องคำนึง"อัตลักษณ์อาเซียน"ทำไทยรอด"ปากเหยี่ยวปากกา"แจง"ไทยนิยม"ไม่ใช่นโยบายสืบทอดอำนาจ

           10 สิงหาคม 2561  "บิ๊กตู่"มอบนโยบาย"ทูตไทย-ผู้ว่าฯจ.ชายแดน"ย้ำต้องคำนึง"อัตลักษณ์อาเซียน"ทำไทยรอด"ปากเหยี่ยวปากกา"ลั่นต้องนำเปลี่ยนแปลงเทียบชั้นตะวันตก วอน"ไทย"เจ้าภาพนำถก"อาเซียน"อย่าให้มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา 

          ที่กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 32 จังหวัดเพื่อมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนในมิติด้านการต่างประเทศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนของไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี

          รวมถึงรับฟังข้อเสนอของเอกอัครราชทูตไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย   รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล  รมช.ต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมด้วยโดยก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 

          จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายในที่ประชุมว่า ว่าการมาในวันนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะถือว่าสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการไว้เนื้อเชื่อใจ การมีผลประโยชน์ร่วมกัน ลดความหวาดระแวง เมื่อมีพื้นที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน เราต้องรู้เขารู้เราตามหลักการสงครามของซุนวู แต่วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสงครามการสู้รบด้วยกำลังทหารแต่เป็นสงครามทางการค้า เมื่อรู้เขารู้เราก็ต้องหาความต้องการที่ตรงกันให้ได้ระหว่างเรากับเพื่อนบ้านและทุกประเทศทั่วโลก วันนี้ความสัมพันธ์ของเรากับต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม การค้าการลงทุนมีการพัฒนาที่เติบโตไปด้วยกันการบริหารราชการเองก็จะต้องปฏิรูป และต้องเชื่อมโยงแบบไร้รอย แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่เพราะติดกฎระเบียบต่างๆ จึงต้องมีการปรับปรุง ทุกหน่วยงานทราบดีว่ามีข้อติดขัดอย่างไรต่อการปฏิรูป ดังนั้นทุกหน่วยงานจึงควรเสนอข้อกฎหมายที่ติดขัดต่างๆมาให้รัฐบาลแก้ไข

         หลายประเทศมีผู้นำรุ่นใหม่ คณะรัฐมนตรีใหม่ จึงอยากให้ทุกคนได้ติดตามศึกษาแนวคิดใหม่ๆของแต่ละประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแนวคิดประชาธิปไตยตะวันตก รวมถึงประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม โดยขอให้ศึกษารายละเอียดให้ดี เหล่านี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ยังอยู่ในกรอบไม่ต่างจากของเดิมมากนัก เพราะผู้นำต่างก็สืบสานต่อกันมา ทั้งนี้ในส่วนของการทำงานร่วมกับผู้นำรุ่นใหม่ในประเทศเพื่อนบ้านจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะบางอย่างได้ทำไปแล้ว บางอย่างกำลังทำอยู่ บางครั้งของเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเขาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนท่าทีบ้างเล็กน้อย ซึ่งเราจะต้องสร้างความเข้าใจ ว่าสิ่งที่ทำมาแล้วถ้าเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยการเมืองก็จะอันตรายเพราะมีตัวอย่างอยู่แล้ว       

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนในการเจรจาข้อตกลงต่าง ๆ ทั้งที่เกิดขึ้นมาแล้วและจะมีขึ้นในอนาคตต้องได้รับการติดตามทบทวนปรับปรุงให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ในวันนี้  อย่างไรก็ตาม ในการทำงานเราจะต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์อาเซียน ไม่เช่นนั้นเราคงอยู่ไม่ได้จนถึงวันนี้ โดยเฉพาะประเทศไทยคงไม่อยู่รอดปากเหยี่ยวปากกาได้จนถึงวันนี้ นั่นคือเทคนิคและแนวคิดพื้นฐานของอาเซียน อยากให้ทุกคนไปทบทวน ด้านเอกอัคราชทูตไทยในต่างประเทศ จะต้องรู้ปัญหาและอุปสรรคของประเทศไทยเพื่อจะได้นำเสนอแก่ฝ่ายการเมืองของประเทศนั้น ๆ พร้อมหาแนวทางแก้ไขและทุกกระทรวงต้องมี Big deta เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงานโดยต้องมีการแยกประเภทฐานข้อมูลให้มีความชัดเจนตรงกับความต้องการของประชาชน 

        ความเป็นอาเซียนรู้อยู่แล้วว่าต้องระมัดระวัง เพราะอย่างไรก็คืออาเซียน อาเซียนนั้นพัฒนาแตกต่างจากตะวันตก เพราะทำได้ค่อนข้างช้า หรือตกลงกันไม่ได้ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายต่างๆ ก็เปลี่ยน ต่างจากตะวันตกที่ไม่ค่อยเปลี่ยนมากนัก มีเพียงนโยบายไม่กี่เรื่องที่จะเปลี่ยน จะเห็นว่าในทางตะวันตกไม่ค่อยมีปัญหารายละเอียดในเวทีต่างประเทศ แต่อาเซียนเป็นประเทศที่มีรายได้น้อย มีปัญหามากทำให้เรื่องหลัก ๆ เดินหน้าไม่สำเร็จเสียทีเรายังไปไม่ถึงจุดที่ชาติตะวันตกเป็น จะทำอย่างไรที่จะไปถึงจุดนั้นได้ แม้หลายแนวคิดจะดีแต่เรายังไปไม่ถึง 

         "มีหลายฝ่ายอยากให้เราไปถึงตรงโน้นเอาเรื่องนั้นมาใส่เข้าไป แล้วปัญหาเราที่มันมีมากอยู่แล้ว ก็มากขึ้นไปเรื่อย ๆ กระทั่งหาทางออกไม่ได้ นั่นก็ทำให้ทำงานไม่ได้ ทุกคนรู้หมดนักวิชาการสื่อมวลชน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร และไม่รู้ในสิ่งที่เราทำไปแล้ว วันนี้เขาต่างพูดไปด้วยหลักการ ผมจะไปทะเลาะกับเขาไม่ได้ ทุกคนจะต้องช่วยกันเพราะนี่คือรายละเอียดที่จะทำให้งานสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดในนโยบายต่างประเทศคือทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่อาเซียนทางพฤตินัย ไม่ใช่การกล่าวอ้างว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน เราจะต้องเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนให้ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          การประชุมอาเซียนในครั้งหน้าในเวลาอันใกล้นี้ อะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคจะต้องหารือร่วมกันภายใต้หลักการที่มีอยู่ โดยต้องทำวันนี้เพราะประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ซึ่งตอนนั้นใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่รู้ แต่ไทยก็จะเป็นเจ้าภาพอยู่ดี ขออย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับการประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมไม่ได้ ไปทบทวนกันดูว่าใครมันเกี่ยวข้องบ้าง 

         พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการทำงานวันนี้ต้องใช้กลไกกฎหมายและวิธีการใหม่เพื่อให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลก การทำงานจะต้องยึดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไทยนิยม ยั่งยืน และประชารัฐ ซึ่งไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่นโยบายที่จะสืบทอดอำนาจ 

(คลิปข่าว)สภาทนายทนไม่ไหวยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตร.ทำเกินเหตุ

คลิปเด็ด  :  11 นาทีที่ผ่านมา

 

(คลิปข่าว) สภาทนายทนไม่ไหว ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตร.ทำเกินเหตุ!

กรณีที่ตำรวจจับกุมตัวพ่อของเด็ก กลางโรงเรียน เลขาธิการสภาทนายความ บอกต้องดูว่าที่ตำรวจไปจับกุม มีหมายจับหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าก็จับไม่ได้ ฉะนั้นถ้าไม่มีหมายจับ ตำรวจก็ไม่มีอำนาจจับกุม

(คลิปข่าว)สภาทนายทนไม่ไหวยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตร.ทำเกินเหตุ

 

(คลิปข่าว)สภาทนายทนไม่ไหวยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตร.ทำเกินเหตุ

(คลิปข่าว)สภาทนายทนไม่ไหวยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตร.ทำเกินเหตุ

 

าลให้ประกัน !! "บูม" โล่งรอดนอนคุก

อาชญากรรม  :  33 นาทีที่ผ่านมา
บูม,โกงเงิน,ฉ้อโกง,หนุ่มฟินแลนด์,ฟอกเงิน,บิตคอยน์,ให้ประกัน,2 ล้าน,ศาลให้ประกัน

"บูม-จิรัชพิสิษฐ์" ดารานายแบบโกงเงินบิตคอยน์หนุ่มฟินแลนด์รอดนอนคุก ศาลให้ประกัน 2 ล้าน ชี้ไม่มีส่วนร่วมเจรจาผู้เสียหายให้มาลงทุน พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศ

             จากกรณีที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือ บูม จารวิจิต อายุ 27 ปี ดารานักแสดงนายแบบ อยู่บ้านเลขที่ 46/22 ม.8 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1694/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค.2561 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งหลอกลงทุนเงินสกุลดิจิตอล (บิตคอยน์) มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณชั้น 2 ห้างเมเจอร์รัชโยธิน ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ขณะที่กำลังถ่ายทำละครเรื่องใหม่ และวันนี้(10 ส.ค.61) เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน

             ภายหลังญาติของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 2 ล้านบาท พร้อมคำร้องประกอบการพิจารณาระบุว่า ผู้ต้องหาทำงานเป็นนักแสดง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ซึ่งขณะถูกจับกุมก็กำลังทำงานถ่ายแบบ จึงขอความเมตตาจากศาลให้ปล่อยชั่วคราว

 

ศาลให้ประกัน !!

 

ปลัดท่องเที่ยวฯย้ำทุกหน่วยติดตามพายุฤดูร้อน

เศรษฐกิจ ข่าวเศรษฐกิจ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
    นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์

ปลัดท่องเที่ยวฯย้ำทุกหน่วยติดตามพายุฤดูร้อนมั่นใจหลายจังหวัดไปเที่ยวได้  

          นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าจากข้อสั่งการของ ท่านนายกรัฐมนตรี และ รัฐบาล ที่แสดงความเป็นห่วงประชาชนหวั่นได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน โดยเน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังตนเอง และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผน และเฝ้าระวังในการรับมือหากเกิดอุทกภัยขึ้นอย่างทันท่วงที

          จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทั่วประเทศ ได้แก่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้ง 76 จังหวัด และ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เฝ้าติดตามเพื่อเตรียมพร้อมและร่วมกันวางแผนในการรับมือกับอุทกภัยหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นและมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยงานในสังกัดประสานกับ จังหวัด และ ผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อรับทราบถึงปัญหาอุปสรรค ตลอดจนพิจารณาให้การสนับสนุนช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งร่วมกันวางมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยระหว่างเกิดเหตุการณ์ และการฟื้นฟูเยียวยาหลังผ่านพ้นวิกฤต

            ปลัดฯพงษ์ภาณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า สุดสัปดาห์นี้เป็นวันแม่แห่งชาติ หลายท่านมีแผนการเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือ พาครอบครัวเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ซึ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายๆแห่งทั่วทุกภูมิภาคของไทยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพายุและอุทกภัย ดังนั้นจึงสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวไปในแหล่งอื่นๆที่ไม่ได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง

 

"เรื่องเดียวที่ขอ" เสียงครวญจาก "เพื่อไทย"

ก๊กพรรคการเมือง,ขยายปมร้อน,กลุ่มสามมิตร,พลอประยุทธ์,ประชาธิปัตย์,สุเทพ เทือกสุบรรณ

"เรื่องเดียวที่ขอ" เสียงครวญจาก "เพื่อไทย" : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...  สำนักข่าวเนชั่น

          หากจะพูดถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ ฟากฝั่งที่เคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบายใจ ก็คงเป็นฟากฝั่งของรัฐบาลและผู้สนับสนุนรัฐบาล  ถ้าไล่เรียงดูกันถึงผู้ที่สนับสนุนให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าและสานฝันสืบอำนาจของคสช.ให้ยังคงอยู่ต่อไป

          หากหลับตาให้เห็นภาพง่ายๆ ขณะนี้ก็คงแบ่งออกได้เป็น 3 ก๊ก คือ ก๊กฝ่ายการเมือง ก๊กพรรคการเมือง ก๊กกลุ่มการเมือง ที่ออกตัวอย่างชัดเจน

          “ก๊กพรรคการเมือง” ก็คงหนีไม่พ้น พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ภายใต้การถือธงนำของ “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค และสุเทพ เทพสุบรรณ ผู้ไม่มีตำแหน่งแต่เป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งพรรคนี้ก็ชัดเจนว่าแปลงร่างจากกลุ่มการเมือง คือ กปปส.ผู้ปูทางให้คสช.ได้ออกมายึดอำนาจและครองอำนาจมาจนถึงทุกวันนี้

          “ก๊กกลุ่มการเมือง” ก็คงหนีไม่พ้น “กลุ่มสามมิตร” ภายใต้การนำ “สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เจ้าของเครื่องดูดพลังช้างสาร ที่ล้วนแล้วแต่เป็นมือเก๋าการเมือง และล้วนแล้วแต่เคยเป็นคนแวดล้อมทำงานใกล้ชิดกับ “ทักษิณ ชินวัตร” นายใหญ่แห่งพรรคเพื่อไทย แต่วันนี้กระโดดออกมาอยู่ฝั่งตรงข้าม เดินสายหาดูดอดีตผู้สมัคร อดีตส.ส.ออกมาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อมาหนุน บิ๊กตู่"

          “ก๊กฝ่ายการเมือง” ก็คือตัวของ “บิ๊กตู่หรือรัฐบาล และแม่น้ำทั้ง 5 สาย” ที่เริ่มตั้งแต่ออกแบบกฎหมาย เขียนกติกา ที่ต่างถูกมองว่า ทำให้ได้เปรียบทุกประตู เพื่อปูทางให้ "พล.อ.ประยุทธ์" ได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง เพื่อสกัดคู่แข่ง หรือแม้แต่การลงพื้นที่ต่างๆ ของครม.ก็ถูกมองว่าล้วนแล้วแต่มีนัยในการหาเสียงหรือเตรียมการเลือกตั้งครั้งต่อไปทั้งสิ้น

          ทั้ง 3 ก๊ก มีเป้าหมายเดียวคือ ชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าและสกัดพรรคเพื่อไทยไม่ให้ชนะการเลือกตั้ง ต่างก๊กต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มมวลชน ดูด ส.ส.เพิ่มคะแนน ออกกติกาตัดคะแนนของพรรคเพื่อไทย 3 ก๊กต่างแยกกันเดิน แต่ก็รวมกันตี


          ป้อมปราการใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย ต้องยอมรับว่าเหนื่อยอย่างแน่นอนในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึง เพราะตอนนี้ก็เปรียบเหมือนเป้านิ่งๆ แทบจะขยับอะไรไม่ได้และไม่มีเพื่อนร่วมรบเลย จะมีก็แต่กองหนุน ที่เดินด้วยกันมาคือกลุ่มนปช.หรือเสื้อแดง ที่ก็ยังไม่สามารถส่งกองหนุน กองเชียร์มาได้เหมือนเดิม

          แม้จะโดนรุมถล่มอย่างหนัก แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเอง ก็ยังเชื่อว่า ป้อมปราการแข็งแกร่ง แข็งแรงมากพอ จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับพรรคเพื่อไทยมากนัก ซึ่งขุนศึกของพรรคประเมินว่า

          หากมองก๊กแรก พรรครปช.ที่แปลงร่างจากกลุ่มกปปส.ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ แทบไม่มีผลอะไรกับพรรคเพื่อไทย เพราะหากพรรครปช. ส่งตัวผู้สมัครส.ส.ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดก็เป็นพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งฐานเสียงก็เป็นฐานเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้กระทั่งมวลชน กปปส. ที่เคยออกมาชุมนุมเดิม ก็มีความรู้สึกผิดหวังกับ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์หรือรัฐบาลชุดนี้อีกเหมือนกัน ทำให้อาจมีคะแนนในส่วนนี้มาเพิ่ม

          และมีข่าววงในแว่วๆ มาว่า หากพื้นที่ไหนโดยเฉพาะในพื้นที่สุราษฎร์ธานี ที่มั่นใจว่าพรรครปช.จะได้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เตรียมส่งแม่ทัพใหญ่ระดับ ชวน หลีกภัย ไปตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ประกบในพื้นที่นั้นๆ เลยเพื่อแข่งและแย่งเอาส.ส.มาให้ได้ 

          สุดท้ายพวกเขาก็ยังเชื่อว่า ทั้ง “รวมพลังประชาชาติไทย” และ “ประชาธิปัตย์” ก็จะจับมือกันตั้งรัฐบาลในที่สุด เพราะคือเนื้อเดียวอยู่แล้ว จึงไมมีผลอะไรกับพรรคเพื่อไทยเลย

          ส่วนก๊กที่สอง กลุ่มสามมิตร ที่ถือว่าสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย ในการเปิดตัวช่วงแรก ในการเดินสายดูด และก็ยังคงเดินสายดูดอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้ทุกอย่างเริ่มนิ่งแล้วและเริ่มชัดแล้วพอสมควรว่า ใครจะอยู่ใครจะไป และที่เครื่องดูดพลังช้างสาร ดูดติดไปส่วนใหญ่ ก็เป็นขุนศึกแถว 2 แถว 3 เกือบทั้งหมด จึงไม่มีผลกับแนวรบของพรรคเพื่อไทยมากนัก แม้จะส่งผลดีกับคะแนนบัญชีรายชื่อของคสช. แต่ก็ไม่มีผลกระทบหรือผลคะแนนกับพรรคเพื่อไทยมากนัก และเชื่อว่าก็เป็นการประโคมข่าว ตีข่าว สร้างราคา สร้างมูลค่าเพื่อต่อรองกับคสช.เท่านั้น

          ที่สร้างผลกระทบกับป้อมพรรคเพื่อไทยจริงๆ น่าจะเป็นก๊กที่สาม คือ เรื่องของกติกาที่ออกมา 

          แหล่งข่าวระบุว่า “อันนี้ถือว่า มีผลเต็มๆ อย่างปฎิเสธไม่ได้ ในขณะนี้ คสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง นี่ก็คือปัญหาใหญ่สุดๆ ในตอนนี้ เพราะอย่าลืมว่า ในขณะนี้ปัญหาของพรรคเพื่อไทย คือ ความไม่ชัดเจนในเรื่องของแม่ทัพใหญ่ ที่จะมาถือธงนำบรรดาขุนศึกออกรบ”

          หากมีการปลดล็อกพรรคการเมือง เลือกแม่ทัพคนใหม่ได้ เมื่อมีแม่ทัพ อะไรๆ ก็จะเริ่มชัดเจนขึ้น จะสามารถจัดทัพ เลือกนักรบ นายกองในแต่ละพื้นที่ ว่าใครจะลงจุดไหน ใครมีหน้าที่อะไร ต้องทำอะไร

          เพราะในขณะนี้ถือว่าทุกคนเท่ากันหมด ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร ทุกอย่างเลยดูเหมือนกระจัดกระจายอยู่ หากปลดล็อกพรรคการเมือง ทุกอย่างจะเริ่มจัดระเบียบได้ ไม่ต้องมีถกเถียงกัน ว่าจะเชื่อใครดี เชื่อกลุ่มก๊วนไหน คนไหนใกล้ชิด ไม่ใกล้ชิด เมื่อมีแม่ทัพ ทุกอย่างจบ

          และพอจัดระบบระเบียบทุกอย่างได้ ก็จะได้เริ่มวางแผน วางขุนพล ขุนศึก เตรียมตัวสู้ศึกเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้ผู้มีอำนาจก็น่าจะรู้ดี จึงยังไม่ให้มีการปลดล็อก ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อน เพราะเป้าหมายคือ ต้องทำทุกวิถีทางให้ชนะการเลือกตั้งให้ได้

          แต่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้หมด หากการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยเกิดได้คะแนนมามาก แต่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ก็เชื่อว่า พรรคขนาดกลาง อย่าง พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย ก็พร้อมที่จะหันมาจับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะทั้งสองพรรคก็ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อไทยอยู่ตลอด ไล่ตั้งหัวหน้าพรรคทั้งสองพรรค

          แต่สิ่งแรกที่เพื่อไทยขอตอนนี้คือ “ปลดล็อกพรรคการเมือง” ก่อน แล้วความชัดเจนทุกอย่างจะตามมา

 

เพื่อไทยพรึ่บฮ่องกง พบ "ยิ่งลักษณ์ - ทักษิณ"

การเมือง  :  10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เพื่อไทย,พรึ่บ,ฮ่องกง,ปู,แม้ว

ฮ่องกง คึกคัก "ยิ่งลักษณ์" ถ่ายภาพคู่ ทนาย-ต้อนรับแฟนคลับ ด้าน อดีตส.ส. เตรียมเป่าเค้กวันเกิด "ทักษิณ" ย้อนหลัง แกนนำ แห่บินสมทบ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 9 ส.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Thuethan Prasobchoke" โพสต์คลิปวีดิโอ 2 คลิป ความยาวคลิปละประมาณ10วินาที เป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่กับนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง หนึ่งในทีมทนายความ และคลิป ขณะตักอาหารให้คณะที่เดินทางไปพบ 

โดยหนึ่งในนั้นปรากฏภาพ นายพิชิต ชื่นบาน อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมายร่วมอยู่ในโต๊ะอาหารด้วย โดยคลิปดังกล่าวน่าจะมาจากเกาะฮ่องกง ตามที่มีอดีตส.ส.เพื่อไทย สมาชิกพรรค คนใกล้ชิด มากกว่า30คน นัดแนะเดินทางไปพบทั้งนายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ 

 

ฟ้อง"บิ๊กตู่"แต่งงานโมฆะ "คดีอายู" เจ้าสาวเบบี๋ 11 ขวบ

เจ้าสาวเบบี๋

ฟ้อง"บิ๊กตู่"แต่งงานโมฆะ "คดีอายู" เจ้าสาวเบบี๋ 11 ขวบ : รายงาน  โดย....  ทีมข่าวรายงานพิเศษ

          “คดีอายู” เริ่มจากชายมาเลเซียมาลักลอบแต่งงานกับเด็กหญิงไทยวัย 11 ขวบ ที่มัสยิดในสุไหงโก-ลก จนสร้างกระแสต่อต้านการแต่งงานเด็กในไทยไปทั่วโลก...คดีดังนี้เรียกสั้นๆ ว่า “คดีอายู” หรือ Ayu's case หากพิมพ์คำค้นหานี้ในกูเกิลจะพบผลการค้นหากว่า 3.2 แสนรายการ...

          สำนักข่าวทั่วโลกทั้ง ซีเอ็นเอ็น นิวยอร์กไทม์ บีบีซี รอยเตอร์ เดอะสตาร์ ฯลฯ ต่างเกาะติดคดีอายู (นามสมมุติของเด็ก 11 ขวบ) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยเรื่องราว “การออกใบอนุญาตแต่งงานเด็ก” อย่างถูกกฎหมายในชุมชนมุสลิมในพื้นที่ชายแดนมาเลเซีย-ไทยแลนด์

          ถือเป็น “คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กเล็ก” ที่มีเงื่อนปมสลับซับซ้อนภายใต้ข้ออ้างระเบียบปฏิบัติทางศาสนาของคนกลุ่มหนึ่ง ทั้งที่ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์การความร่วมมืออิสลามทั่วโลกยกเลิกไปแล้ว...

          แต่สำหรับ 4 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย การออก “ใบอนุญาตแต่งงานเด็ก” ยังทำได้อย่างเสรีโดยมีอิหม่ามประจำมัสยิดจัดการให้ทุกอย่าง

ฟ้อง

          “คดีอายู” ไม่ใช่แค่คดีละเมิดสิทธิเด็กเท่านั้น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กวิเคราะห์ว่า นี่คือช่องทางข่มขืนเด็กอย่างถูกกฎหมาย หรือ “ไชลด์กรูมมิ่ง” (Child grooming) บางครั้งแปลว่า “การเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศ” เป็นหนึ่งในวิธีการหลอกล่อเด็กหรือครอบครัวเด็ก เพื่อนำเด็กมามีเพศสัมพันธ์หรือเตรียมนำเด็กไปขายต่อให้กับแก๊งค้าประเวณีเด็กหรือแก๊งค้ามนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นในโลกออนไลน์ยุคโซเชียลมีเดีย เด็กเล็กทั้งหญิงและชายกำลังกลายเป็นแหล่งทำเงินของแก๊งผลิตสื่อลามกอนาจารเด็กให้กลุ่มลูกค้าจิตวิปริต

          ย้อนไปจุดเริ่มต้นคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2561 “การิม” หรือชื่อเต็มว่า เจ๊ะ อับดุล การิม เจ๊ะ อับดุล ฮาหมิด ชายมาเลเซียวัย 41 ปี จากเมืองกัวมูซัง รัฐกลันตัน ลักลอบเข้ามาจัดพิธีแต่งงานกับ “อายู” เด็กหญิงไทยวัย 11 ขวบ ผู้เป็นเพื่อนสนิทกับลูกสาวของเขา จนถูกถ่ายภาพเปิดโปงผ่านเฟซบุ๊กโดยภรรยาคนที่สอง

          ประชาชนชาวมาเลเซียออกมาคัดค้านการแต่งงาน “คดีอายู” จนทำให้รัฐบาลมาเลเซียต้องเข้ามาสืบหาตัวการิมเอาไปขึ้นศาล เพราะทำผิดฐานลักลอบไปแต่งงานกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี และแต่งภรรยาคนที่ 3 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากภรรยาคนที่ 1 และ 2

          เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ศาลชารีอะฮ์ในรัฐกลันตันมีคำสั่งพิพากษาสั่งปรับเงินจำนวน 1.5 หมื่นบาท หลังจากการิมที่มีลูกอยู่แล้ว 6 คน และเมีย 2 คน ยอมรับว่าทำผิดกฎหมายมาเลเซียแต่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายไทย พร้อมยืนยันผ่านสื่อมวลชนว่า

          การแต่งงานของเขากับ “อายู” ถูกต้องทุกประการ และเขาเฝ้ามองและหลงรักเด็กคนนี้มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบแล้ว

          คำกล่าวนี้สร้างความตกตะลึงให้กลุ่มเอ็นจีโอและเครือข่ายปกป้องสิทธิเด็กไปทั่วโลก

 

ฟ้อง

          โดยเฉพาะคำยืนยันจากตัวแทนรัฐบาลฝ่ายไทย "พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช" แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้มีอำนาจดูแลบริหารจัดการจังหวัดชายแดนใต้ทั้งหมด ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในเรื่องนี้ว่า "พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีเด็กแต่งงานก่อนวัยอันควรเป็นจำนวนมาก เพราะตามหลักศาสนาอิสลามแล้ว ผู้ชายมุสลิมสามารถมีภรรยาได้ 4 คน ถือเป็นสิทธิของพวกเขา"

          ขณะเดียวกัน “ไซอิด นอร์ดิน” อิหม่ามจากมัสยิด กัวลา เบติส ที่การิมคุ้นเคย ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตามหลักอิสลามแล้ว “เด็ก” จะแต่งงานอายุเท่าไรก็ได้หากเด็กมีประจำเดือนแล้วพ่อแม่ยินยอม พร้อมยืนยันว่าการิมเป็นมุสลิมที่ดี มีความรับผิดชอบ มาทำละหมาดเป็นประจำ

          การอนุญาตให้แต่งงานในเด็กอย่างถูกกฎหมายในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทยนั้น กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันหลายฝ่าย โดยเฉพาะการปกป้องคุ้มครอง “น้องอายู” ว่าจะทำได้แค่ไหนอย่างไร ?ตอนนี้เด็กมีสภาพเป็นภรรยาของการิมแล้วหรือยัง ? หรือถือว่าอยู่ในสถานะเด็กที่รัฐบาลไทยต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคุ้มครอง

ฟ้อง

          สำนักข่าวยักษ์ใหญ่จากอเมริกา “นิวยอร์กไทมส์” เข้าไปเจาะลึกสืบสวนคดีน้องอายูในดินแดนมาเลเซีย ครอบครัวของน้องอายูเป็นคนไทยที่ย้ายไปอยู่เมืองกัว มูซัง รัฐกลันตัน อยู่ในบ้านเล็กๆ ไม่มีน้ำประปา มีอาชีพรับจ้างกรีดยางในสวนขายให้แก่การิมผู้อาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ ขับรถสปอร์ตมาสด้า มีการเปิดเผยบทสัมภาษณ์คนใกล้ชิดกับชายรายนี้ โดยเฉพาะ นอราซีลา ลูกสาววัย 14 ปี และ “สิติ นอร์ อาซิลา” แม่ของเธอซึ่งเป็นภรรยาคนที่ 2

          “นอราซีลา” เล่าว่า อายูเป็นเพื่อนรักมีความสนิทสนมกันมานาน แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่งอายูก็มาบอกว่าจะไปแต่งงานกับพ่อของเธอ ส่วนแม่ของนอราซีลาที่เป็นภรรยาคนที่ 2 เปิดเผยว่าเธอยอมรับไม่ได้ที่สามีจะแต่งงานกับเพื่อนลูกสาวที่ยังเป็นเด็กเล็กอายุแค่ 11 ขวบเท่านั้น จึงแฉเรื่องนี้ออกไปทั่วโลกผ่านสื่อเฟซบุ๊ก ยิ่งไปกว่านั้นการิมยังเป็นคนงกและขี้เหนียว ไม่เคยช่วยเหลือเลี้ยงดูพวกเธอกับลูกๆ เลย

          “เขาไม่เคยสนใจไยดีลูกๆ เลย และให้เงินไม่พอเลี้ยงลูก 4 คน มีลูกคนหนึ่งมีโรคประจำตัวด้วย ต้องทำขนมปังขายหาเงินเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เขาเอาเงินที่มีไปจัดงานแต่งงานกับอายู และพาเธอไปเที่ยว อายูเป็นคนเดียวที่มีสิทธิได้นั่งรถสปอร์ตมาสด้าของเขา”

          “นิวยอร์กไทมส์” นำเนื้อหาสัมภาษณ์ข้างต้นออกเผยแพร่ พร้อมด้วยความเห็นผู้นำรัฐบาล เช่น

          ดร.วัน อาซีซะห์ วัน อิสมาอิล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสตรี ครอบครัวและพัฒนาชุมชน ผู้คัดค้านการแต่งงานกับเด็ก กล่าวว่า หน่วยงานรัฐบาลมาเลเซียกำลังสอบสวนคดีนี้ว่าเป็น “ไชลด์กรูม” หรือการเตรียมเด็กเพื่อทารุณกรรมทางเพศหรือไม่

          ชาวมาเลเซียจำนวนมากโพสต์แสดงความเห็นว่า “คดีอายู” คือตัวอย่างการออกใบอนุญาตข่มขืนเด็กอย่างถูกกฎหมาย และหลายคนต่อต้านการลักลอบเข้าไปจัดพิธีแต่งงานกับเด็กในมัสยิดชายแดนไทย พร้อมตั้งคำถามว่า

ฟ้อง

          การให้เด็กแต่งงานเป็นประเพณีอิสลามจริงหรือไม่ ?

          ขณะที่ เครือข่ายคุ้มครองเด็กและผู้หญิงของไทย เช่น กลุ่มด้วยใจ คณะทำงานโครงการวาว(VAW) เครือข่ายแกนนำสตรีสี่ภาค(ภาคใต้) เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้(Civic Women) เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จชต. เครือข่ายมุสลิมเอเชีย ฯลฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวทำจดหมายเปิดผนึกร้องเรียนไปยัง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้

          การสมรสของผู้เยาว์ที่มีวัยต่ำกว่า 18 ปี ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเด็ก ส่งผลลบต่อเด็กทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และจิตใจ ประเทศสมาชิกขององค์การความร่วมมืออิสลาม เช่น ตุรกี บังกลาเทศ ปากีสถาน อียิปต์ ฯลฯ ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ได้กำหนดให้ผู้จะแต่งงานได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงประเทศมาเลเซียกำหนดว่าต้องอายุเกิน 16 ปี และไม่มีข้อยกเว้นในทุกกรณี
แต่ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล มีการใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก พ.ศ. 2484 เปิดช่องว่างให้แต่งงานกับเด็กได้ในหลายกรณี ซึ่งเป็นกฎหมายที่ขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

          การแต่งงานของผู้เยาว์ในจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทยยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน หรือแม้แต่การละเมิดสิทธิเด็กเช่นกรณีข่มขืน การบังคับแต่งงาน ถือเป็นทางออกเดียวในการหลีกเลี่ยงความอัปยศจากการมีลูกนอกสมรสเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายในความสัมพันธ์ หรือแต่งงานเพื่อหนีปัญหาความยากจน เป็นเหตุผลหลักอีกประการที่นำไปสู่การแต่งงานของผู้เยาว์

          ...จากกรณีชายอายุ 41 ปี ชาวมาเลเซีย แต่งงานกับเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ ชาวนราธิวาส ประเทศไทย โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นไปตามหลักการศาสนาอิสลามนั้น หน่วยงานภาครัฐและเอกชนรวมถึงองค์กรทางศาสนาทั้งในประเทศมาเลเซียและประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และเร่งดาเนินการร่วมกันเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยได้จัดการประชุมปรึกษาหารือเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ จ.ปัตตานี และได้เข้าพบคณะกรรมการกลางอิสลามประจาจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส ในวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งได้รับ คำชี้แจงจากคณะกรรมการกลางอิสลามของทั้งสองจังหวัดว่า การแต่งงานในกรณีดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง โดยคณะกรรมการอิสลามกลางประจาจังหวัดนราธิวาส ยืนยันว่า การแต่งงานเป็นโมฆะ เนื่องจากเอกสารร้องขอการแต่งงานซึ่งจัดทำโดยอิหม่ามที่ประกอบพิธีแต่งงานไม่ได้ถูกประทับลงตรารับรองโดยผู้มีอำนาจลงนาม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการออกใบทะเบียนสมรส ดังนั้นใบทะเบียนสมรสที่อ้างโดยฝ่ายชายจึงไม่เป็นที่ยอมรับและรับรองโดยคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส อีกทั้งอิหม่ามคนดังกล่าวได้ถูกภาคทัณฑ์ซึ่งไม่มีสิทธิ์ประกอบพิธีสมรสตามศาสนาอิสลามให้แก่ผู้ใด และคณะกรรมการกลางอิสลามประจาจังหวัดนราธิวาสได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีข้างต้นบ่งชี้ถึงช่องว่างในการนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี

 

ฟ้อง

          เพื่อให้เกิดการคุ้มครองเด็กหญิงวัย 11 ขวบ และป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ตลอดจนการล่วงละเมิดทางเพศและสิทธิเด็กจากการแต่งงานของผู้เยาว์ในระยะยาว จึงขอเรียกร้องต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 ข้อ ดังนี้

          1.ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเร่งช่วยเหลือคุ้มครองและประสานให้เด็กเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะการศึกษา รวมถึงการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพื่อสร้างบรรทัดฐานในอนาคตต่อไป

          2.ขอให้คณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาสชี้แจงกระบวนการออกเอกสารสมรสที่ไม่ถูกต้องอันนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์และล่วงละเมิดสิทธิเด็ก

          3.ขอให้ทางคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเร่งออกมาตรการป้องกันการแต่งงานในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ดังเช่นจังหวัดปัตตานีที่ไม่อนุญาตให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบรายละเอียดก่อนอนุญาตให้ผู้ชายแต่งงานกับภรรยามากกว่าหนึ่งคน

          4.ขอให้รัฐบาลประสานกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะสำนักจุฬาราชมนตรี รวมทั้งรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อปรับปรุงป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายของทั้งสองประเทศแสวงหาผลประโยชน์ในการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและผู้หญิง

 

          ตอนนี้คงต้องรอว่า “บิ๊กตู่” นายกฯ ขวัญใจเด็กๆ จะได้เห็นจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้หรือไม่ และถ้าเห็นแล้วจะให้สัมภาษณ์ว่าอย่างไร น้องอายูจะได้รับการช่วยเหลือจากการ “แต่งงานโมฆะ” ครั้งนี้หรือไม่ ?

          คำตอบคงไม่ใช่ “เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางศาสนา” เพราะแม้แต่ประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ ยังไม่ยอมให้แต่งงานในเด็กเล็ก

          แล้วทำไม 4 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย จึงมีช่องว่างอนุมัติให้ออก “ใบอนุญาตแต่งงานเด็ก” อย่างถูกกฎหมาย ?!?
 

 

"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า" เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน

เดอะมาร์ค,มรวจัตุมงคล โสณกุล,หม่อมเต่า,3 ก๊ก,เพื่อไทย,คสช,ประชาธิปัตย์

ปัญหามีอยู่ว่าวิธีคิด-วิธีทำงานของ หม่อมเต่า กับ กำนันสุเทพ ไม่น่าเข้าขากันได้ ที่ใครต่อใครต่างวิเคราะห์ว่าคู่นี้ไปด้วยกันได้ไม่นาน

"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า"  เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า"  เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน

 

ที่นี่ไม่มีความลับ ฉบับ 3391 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 12-15 ส.ค.2561 โดย..เอราวัณ

  ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงต้นสัปดาห์ที่แตกต่างกัน แต่เป็นวิบากกรรมเดียวกัน คนหนึ่งคือ เดอะมาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาวิเคราะห์การเมืองในจังหวะวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 54 ปี อย่างฉะฉานว่าอนาคตการเมืองไทยคงแบ่งเป็น 3 ก๊ก คือ “เพื่อไทย-คสช.-ประชาธิปัตย์” บนเส้นทางการเมืองยาวนานกว่า 26 ปี ต้องบอกว่า อภิสิทธิ์ วิเคราะห์เรื่องนี้ไม่มีพลาด

  ขั้วเพื่อไทยคือขั้วไม่เอา คสช. แต่พอจะจับมือกับประชาธิปัตย์ได้ หากคณิตศาสตร์ทางการเมืองบังคับ ขณะที่ขั้วคสช.เอาทุกพรรคยกเว้นเพื่อไทย (อาจจะแถมอนาคตใหม่) ส่วนประชาธิปัตย์นั้นเอาทุกพรรคที่เกิดสมการแพ้แล้วยังได้เป็นนายกฯ (อันนี้วิเคราะห์ต่อให้จากเดอะมาร์ค)

"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า"  เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน

  ดีเหมือนกันที่ อภิสิทธิ์ ลุกขึ้นมาจัดขั้วการเมือง ประชาชนจะได้เข้าใจกันจะจะว่าใครเป็นใครและจะได้ตัดสินใจถูก หากจะมีการเลือกตั้งจริงในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ข่าวเล็ดลอดในวงการเมืองที่ใกล้ชิดขั้วอำนาจคสช.บอกว่าตั้งธงเลือกตั้งไว้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 (หากไม่มี “ข้อมูลใหม่”เพิ่มเติม) เมื่อการเมืองแบ่งก๊กแบบนี้การเมืองเดินเกมเข้มข้นแน่นอน

  อย่างที่บอกในแง่วิเคราะห์การเมือง ต้องยกนิ้วให้เดอะมาร์ค (แม้จะมีเข้าข้างตัวเองบ้างแต่ก็พอรับได้) แต่วิเคราะห์เก่ง หาใช่ทำการเมืองเก่ง 2 ครั้ง 2 ครา ที่เดอะมาร์ค นำทัพพลพรรคประชาธิปัตย์สู่สนามเลือกตั้ง พ่ายแพ้ยับเยินทั้ง 2 ศึก ครั้งแรกปลายปี 2550 นำทัพแพ้สมัคร สุนทรเวช แห่งพลังประชาชน (พรรคทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ) ครั้งที่ 2 พ่ายแพ้น้องสาวทักษิณ ชินวัตร ในนามเพื่อไทย ในปี 2554

  เดอะมาร์คก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง หาใช่การชนะเลือกตั้งไม่ ในปี 2551 หลังมีการยุบพรรคพลังประชาชน จน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องเขยทักษิณ ตกเก้าอี้ และถูกกระแหนะกระแหนว่าการตั้งรัฐบาลที่ส่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกฯ เกิดขึ้นใน ค่ายทหาร”   

"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า"  เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน

 

มาบัดนี้กำลังจะนำทัพประชาธิปัตย์ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งใครต่อใครฟันธงว่า ประชาธิปัตย์คงแพ้ราบคาบอีกตามเคย และจะเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประชาธิปัตย์ ก่อนการแปลงกายเสียบร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้งไม่ว่าก๊กไหนจะเป็นแกนนำ คำถามที่เกิดภายในลูกพระแม่ธรณีบีบมวยผม ระงม คือรู้ว่าหนทางสู่ความพ่ายแพ้เปลี่ยนพรรคเสียตอนนี้ไม่ดีกว่าที่จะไปรอให้แพ้แล้วค่อยเปลี่ยนจะดีกว่ามั้ย แม้จะเป็นเสียงที่ไม่ดังออกไปนอกพรรคมากนัก แค่มีการกระซิบให้จับตา ไพรมารีโหวต” ในพรรคประชาธิปัตย์ อาจมีล็อกถล่มให้เห็นก็เป็นได้

"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า"  เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน"อภิสิทธิ์-หม่อมเต่า"  เส้นทางที่ไม่มีกลีบกุหลาบให้เดิน

  ส่วนอีกพรรคหนึ่ง รวมพลังประชาชาติไทย” ของ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ชู เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มานำทัพได้แค่ระยะเวลาสั้นๆ แล้วเอา ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ขึ้นมากุมบังเหียน (ในนาม) เรียกว่าเปลี่ยนม้ากลางศึกด้วยเหตุผลเดียวจุดขายของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไม่ชัดเจน เน้นเรื่องปรองดองจนเจ้าของพรรคตัวจริงหงุดหงิด เพราะพรรคนี้ก่อกำเนิดจุดขายอยู่ตรงข้ามระบอบทักษิณ ไปคิดปรองดองเอา โลกสวย” ไม่ได้ เปลี่ยนหัวหน้าพรรคเกิดความชัดเจนทันที ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ

  ปัญหามีอยู่ว่าวิธีคิด-วิธีทำงานของ หม่อมเต่า กับ กำนันสุเทพ ไม่น่าเข้าขากันได้ ที่ใครต่อใครต่างวิเคราะห์ว่าคู่นี้ไปด้วยกันได้ไม่นาน แล้วแบบนี้จะอยู่ด้วยกันตลอดรอดฝั่งถึงเลือกตั้งมั้ย

"ผีแดง"เปิดรังฟัด"จิ้งจอก"ประเดิมพรีเมียร์ลีก

กีฬา กีฬาต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เลสเตอร์ ซิตี,ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมส่ง อเล็กซิส ซานเชซ ผลิตสกอร์ ในการเปิดรังรับมือ เลสเตอร์ ซิตี ที่มี เจมี วาร์ดี นำทัพ ศึกพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2018-19 นัดแรกของฤดูกาล

      การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 วันนี้ (10 ส.ค.) เป็นการแข่งขันนัดประเดิมสนาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์จาก ฤดูกาลที่แล้ว พบกับ  เลสเตอร์ ซิตี ในเวลา 02.00 น.

    ความพร้อมล่าสุดเริ่มที่เจ้าถิ่นของเทรนเนอร์ โชเซ มูรินโญ เกมนี้มีปัญหาในการจัดทัพ หลังนักเตะเจอปัญหาอาการบาดเจ็บ และยังไม่ฟิตหลายราย ทั้ง อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เนมานยา มาติช, อังเดร เอร์เรรา, ปอล ป็อกบา, แอชลีย์ ยัง, เจสซี ลินการ์ด, มารูยาน เฟลไลนี และโรเมลู ลูกากู

    อย่างไรก็ตามจะได้ เฟร็ด นักเตะใหม่พร้อมเป็นตัวเลือกลงมาประสานงานกับ  ฆวน มาต้า, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอเล็กซิส ซานเชซ

     ด้านทีมเยือนของ โคลด ปูแอล ต้องเช็คความฟิตของ เจมี่ วาร์ดี และแฮร์รี แม็คไกวร์ 2 แข้งทีมชาติอังกฤษที่เพิ่งกลับมาซ้อมกับทีม แต่คาดว่าไม่มีปัญหา รวมถึงแข้งป้ายแดงรายอื่นๆ เช่น  ราชิด เกซซาล และจอนนี อีแวนส์ ก็น่าจะได้ลงประเดิมให้กับทีมใหม่ในเกมนี้ด้วย


 

 
10 สิงหาคม 2561
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน