*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4837
  • จำนวนผู้ชม : 3168174
  • จำนวนผู้โหวต : 1672
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1672 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 กันยายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1340 , 11:49:45 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สาครงค์ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ออกจากพรรคปชป.ไปช่วยงานรัฐบาลในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง 

นั้น ก่อนไปก็มีการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคแล้ว ตามคำบอกเล่าของนายอภิสิทธิ์เอง จึงไปแบบ 'ไปลา -

มาไหว้' ตามมารยาทครับ ไม่ใช่สะบัดก้นไปเฉยๆเหมือนใครบางคนที่กำลังจะหวนคืนมาสมัครเป็นหัวหน้าพรรคขณะนี้

         นอกจากนั้น มีรายงานข่าวการชี้แจงของนายพุทธิพงษ์ท้ายนี้แล้ว

         ข่าวกรมชลฯขุดอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาระวิน ที่น้ำไหลลงทะเลโดยเปล่าประโยชน์มาแต่เดิม ผันมาเติมลงอ่างเก็บน้ำเขื่อน

ภูมิพล เป็นการตอบสนองเสียงเรียกร้องที่เสียดายน้ำไหลลงทะเลเปล่าๆมานาน

 

เตือนฉบับ4! พายุ‘บารีจัต-มังคุด’ฟาดหางทำฝนถล่มไทยเพิ่ม13-18ก.ย.

เตือนฉบับ4! พายุ‘บารีจัต-มังคุด’ฟาดหางทำฝนถล่มไทยเพิ่ม13-18ก.ย.

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 07.37 น.

เตือนฉบับ4! พายุ‘บารีจัต-มังคุด’ฟาดหางทำฝนถล่มไทยเพิ่ม13-18ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ พายุ “บารีจัต” (BARIJAT) ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 12 กันยายน 2561 ระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น.ของวันนี้(12 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับ พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

ความจริงจากปาก'อภิสิทธิ์'!ไขเบื้องหลังวันที่'พุทธิพงษ์'หันหลังให้ปชป.

ความจริงจากปาก'อภิสิทธิ์'!ไขเบื้องหลังวันที่'พุทธิพงษ์'หันหลังให้ปชป.

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 20.08 น.

11 ก.ย.61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป.และอดีตแกนนำ กปปส.นั่งตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่วิป ประสานงานรัฐบาล-สภา ว่า ตนทราบล่วงหน้าแล้ว เพราะนายพุทธิพงษ์ ได้เข้ามาคุยกับตนเรื่องนี้หลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลได้มาทาบทามให้ไปช่วยกันแก้ปัญหา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เนื่องจากนายพุทธิพงษ์ได้มีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุยกับคนในรัฐบาลหลายครั้ง จึงทราบปัญหาการทำงานของรัฐบาลดี โดยนายพุทธิพงษ์ บอกกับตนว่า รัฐบาลบอกว่าถ้าเช่นนั้นก็ให้เข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาเถอะ ซึ่งนายพุทธิพงษ์ บอกกับตนว่า เขาตัดสินใจเรื่องนี้อยู่นานว่าจะเอาอย่างไร

"แต่วันที่ตัดสินใจว่าจะไปช่วยงานรัฐบาลแล้วนั้น นายพุทธิพงษ์ บอกมากับผมว่า ขอไปช่วยงานรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา โดยที่ไม่มีเรื่องพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่ก็เคารพการตัดสินใจของนายพุทธิพงษ์" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ไม่หวนคืน ปชป.!‘พุทธิพงษ์’เปิดเบื้องหลังร่วมงานรัฐ ปัดดีลการเมือง กปปส.จบทุกคนแยกย้าย

ไม่หวนคืน ปชป.!‘พุทธิพงษ์’เปิดเบื้องหลังร่วมงานรัฐ ปัดดีลการเมือง กปปส.จบทุกคนแยกย้าย

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.21 น.

ไม่หวนคืน ปชป.!‘พุทธิพงษ์’เปิดเบื้องหลังร่วมงานรัฐ ปัดดีลการเมือง กปปส.จบทุกคนแยกย้าย

เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 12 ก.ย.61 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เดินทางเข้ารายงานตัวและรับมอบหมายงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 50 นาที

นายพุทธิพงษ์ กล่าวหลังการรายงานตัวว่า ในการแต่งตั้งครั้งนี้อย่าเพิ่งมองเป็นเรื่องการเมือง หรือเตรียมการเลือกตั้ง เพราะการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับการเมือง มีเพียงการทำงานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนได้พูดคุยกับคนในพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มา 18 ปี มีความผูกพันกันมาก และการมาครั้งนี้ไม่มีปัญหาผิดใจอะไรกัน เอาเรื่องงานเป็นตัวตั้ง ทางพรรคมีความเข้าใจเพราะเป็นทางที่ตนเลือกแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะเป็นอดีตแกนนำ กปปส. และมีคดีความ หลายคนมองว่าการมาครั้งนี้เป็นเพราะมีข้อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนสามารถมองได้เช่นนั้น แต่ในเรื่องของคดีความทุกอย่างยังเป็นไปตามกระบวนการปกติ ตนได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลชั้นต้นได้นัดตรวจสอบพยานปีหน้า ไม่มีเรื่องใดที่จะมาทำให้ตนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ วันนี้ยังถือว่าตนบริสุทธิ์ จึงไม่มีความกังวล

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการแต่งตั้งนาย สกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าฯกทม. จากนี้จะมีการแต่งตั้งคนอื่นๆ 4 ทหารเสือใน กปปส. ที่เหลืออยู่ ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายชุมพล จุลใส มาร่วมงานกับรัฐบาลหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า อย่าคิดว่าทุกคนต้องเหมือนกันหมด เพราะแต่ละคนมาเติมเต็มในตำแหน่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ยืนยันว่าเจตนารมณ์และอุดมการณ์ที่เราต้องการปฏิรูปประเทศ แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบยังคงอยู่ ซึ่งไม่ขัดกับสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำ เพราะเรามีความตั้งใจเหมือนกัน

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า การรับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขผูกติดอะไรกับการที่พวกเราเป็น กปปส. ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณเอง อดีตเลขา กปปส. ก็ไปตั้งพรรคกรวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งไม่มีชื่อพวกตน เมื่อภารกิจของ กปปส. หมดไป ทุกคนแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง และการมาครั้งนี้ไม่ได้ปรึกษานายสุเทพ โดยมีบุคลากรของรัฐบาลเป็นผู้ติดต่อมา จึงใช้เวลาพิจารณาอยู่สักเวลาหนึ่ง

“ก่อนหน้านี้คนในรัฐบาลได้ทาบทามผมแล้วครั้งหนึ่ง ให้ไปช่วยงาน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานบอร์ด ททท. แต่เวลานั้นไม่สะดวกและไม่พร้อม จึงได้ขอโทษทางผู้ใหญ่ไป แต่เมื่อได้โอกาสจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้งหนึ่ง ผมจึงไม่มีสิทธิปฏิเสธเลย เพราะถ้าผู้ใหญ่ขอมา 2 ครั้ง และจะปฏิเสธทั้ง 2ครั้ง คงไม่เหมาะสมแน่ ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีความเข้าใจ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์แล้วใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า อาจเร็วไปที่จะตอบคำถามนี้ นี่ไม่ใช่การซื้อเวลา และวันนี้การปลดล็อกยังไม่เกิดขึ้นเลย กฎหมายลูกต่างๆ ยังไม่มีความชัดเจน และตนเข้าใจมารยาททางการเมืองดี หากจะต้องกลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลง ส.ส.เขต ตอนเดินลงพื้นที่หาเสียงคงไม่เหมาะสม เพราะตนมีตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย จึงคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงไม่กลับไปสมัคร ส.ส. เขต กับพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อถามว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะยังไม่เริ่มทำงานกับรัฐบาลเลย ขอให้ดูตามเนื้องานและความสัมพันธ์ที่ดี หากสามารถพัฒนาแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง ทำงานด้วยกันอย่างเต็มกำลังถึงค่อยมาตัดสินใจในอนาคต

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้มาประสานงานทางการเมือง เนื่องจากใกล้เลือกตั้งแล้ว นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ทำเรื่องนั้น จึงไม่ทราบจริงๆ ว่าจะมีเรื่องนั้นหรือไม่ เพราะนายกฯเองก็ยังไม่ชัดเจน ว่าอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่พรรคการเมืองใด ตนจึงยังคงทำงานอยู่กับนายกฯ

กรมชลเดินหน้าผุดอุโมงค์ยักษ์คาดเริ่มปี’64

กรมชลเดินหน้าผุดอุโมงค์ยักษ์คาดเริ่มปี’64

วันอังคาร ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการบรรยายสรุปโครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล ทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมีราษฎรต.แม่สวดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน รับฟังที่บริเวณจุดชมวิวแม่น้ำสองสี อุทยานแห่งชาติแม่เงา โดยกล่าวว่า กรมชลประทานได้ข้อสรุปการศึกษาโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล ด้วยการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวินจากที่มีปริมาณน้ำอยู่ในประเทศไทยไหลลงสู่ทะเลโดยเปล่าประโยชน์ นำมาเติมเข้าเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ซึ่งผลการศึกษา มี 2 แนวทาง ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ 1.ผันน้ำจากลำน้ำยวมตอนล่าง ที่อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจะมีการสร้างเขื่อนหินถมดาดคอนกรีต เพื่อสูบน้ำไปตามท่ออุโมงค์ความยาว 60 กม. ไปยังอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล ที่อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และ 2.ผันน้ำจากแม่น้ำเมยไปตามท่ออุโมงค์ความยาว 16 กม. ลงลำน้ำแม่ตื่นระยะทาง 35 กม. เพื่อไปลงอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล

“คณะผู้เชี่ยวชาญได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แนวทางการผันน้ำมาจากแม่น้ำแม่ยวมตอนล่างมาเติมในเขื่อนภูมิพลมีความเป็นไปได้มากกว่า แต่เพื่อสร้างความมั่นใจประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายของรัฐบาล กรมชลจึงได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้ง 2 แนวทาง เพื่อคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ผลักดันให้เป็นจริง”

ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการขยายระยะเวลาการดำเนินงานของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จาก 12 ปี เป็น 20 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี(2560-2579) โดยได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำใหม่รวมทั้งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิม โดยโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างความมั่นคงของด้านทรัพยากรน้ำของประเทศ ซึ่งคาดว่า โครงการจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2564

ด้าน นายเจแฮ พิมพ์วรรณธนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด  กล่าวว่า โครงการดังกล่าว หากทางพื้นที่ภาคกลางได้ใช้ประโยชน์จากน้ำคนในพื้นที่ก็ควรได้ใช้ประโยชน์จากน้ำที่ผันไปเช่นกัน โดยต้องการให้สร้างอ่างเก็บน้ำทุกหมู่บ้านเพื่อให้ได้มีน้ำใช้ทุกฤดูกาล นอกจากนี้ในส่วนของราษฏรที่ได้รับผลกระทบทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน ถนนหนทาง เจ้าของโครงการควรดูแลและชดเชยให้กับราษฏรที่ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นการเสนอแนะที่ทางชุมชนได้แจ้งให้กับเจ้าของโครงการ

 

ยึดรีสอร์ทบุกป่าสงวนแห่งชาติพังงา ลุยตรวจ'ปางช้าง'หลังดื้อคำสั่งศาล

ยึดรีสอร์ทบุกป่าสงวนแห่งชาติพังงา ลุยตรวจ'ปางช้าง'หลังดื้อคำสั่งศาล

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.23 น.

12 ก.ย. 61 นายศุภชัย สุกใส ผอ.ป่าไม้ภาคใต้ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามที่ 4 ภาคใต้ กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการรักษาความสงบ ร.25 พัน 3 ตชด.245 ตะกั่วป่า ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพังงา เข้าตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก บริเวณ อิงธารา รีสอร์ท จำนวนเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาหราสูง หมู่ 2 ต.สองแพรก อ.เมือง จ.พังงา จึงได้ตรวจยึดอาคารจำนวน 20 หลัง สระว่ายน้ำ 1 สระ 

สอบถามทราบว่าเจ้าของ รีสอร์ท ดังกล่าว เป็นคนนอกพื้นที่ จึงขอให้เจ้าของนำเอกสารสิทธิ์มาแสดง แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงวันนัดแสดงสิทธิ์ กลับไม่มีผู้ใดแจ้งแสดงเอกสารสิทธิ์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจยึด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ตาม พรบ.ป่าไม้ ก่อสร้าง แผวถาง หรือ เผาป่า หรือกระทำการใดๆเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือ หรือถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ให้สันนิษฐานว่า บุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น พร้อมทั้งแจ้งกระทำผิดตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พรบ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 พร้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งคาโงก อ.เมืองพังงา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทางนายศุภชัย สุกใส ผอ.ป่าไม้ภาคใต้ กล่าวว่า มีการร้องเรียนต่อกรมป่าไม้ ว่า เจ้าของรีสอร์ท แห่งนี้ มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติมด้านหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ย.61 ที่ผ่านมา พบว่าเจ้าของ รีสอร์ท เป็นบุคคลนอกพื้นที่ เข้ามาซื้อที่ดินและพัฒนาเป็น รีสอร์ท เมื่อปี 2554 จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีหลักฐานใดๆทั้งสิ้น จึงได้นัดให้เจ้าของรีสอร์ทนำหลักฐานมาแสดงแต่ไม่มาพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงหลักฐาน จึงสันนิษฐานว่า ไม่มีหลักฐานใดๆทั้งสิ้น จึงได้ตรวจสอบกับทางที่ดินจังหวัดพังงา ทราบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีการออก นส.3 ก หรือ โฉนด ให้ผู้ใด ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ริมน้ำด้านหน้า จนถึง เนินเขาด้านหลังที่มีการแผวถางปรับพื้นที่ออกไปพบพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน เศษ พร้อมทั้งตรวจยึดอาคารสิ่งก่อสร้างทั้งหมด 20 หลัง สระว่ายน้ำอีก 1 สระ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ผิด พรบ.ป่าไม้ พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พรบ.สิ่งแวดล้อม ส่ง พนักงานสอบสวน ส่วนเจ้าของรีสอร์ท จะไปแสดงหรือไม่ก็อยู่ในชั้นสอบสวน หากพบว่ามีความผิดจริงหลังจากนั้นจะใช้มาตรา 25 เพื่อทำการรื้อถอนต่อไป

นอกจากนี้พบว่ามีปางช้างจำนวน 8 แห่ง ที่ถูกดำเนินคดีจับกุมไปแล้ว ซึ่งมีคำสั่งศาลรอลงอาญาและให้ออกจากพื้นที่ แต่ขณะนี้ปางช้างบางแห่งยังอยู่ในพื้นที่ บางปางช้างเปลี่ยนมือไปแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พร้อมที่จะทำการขยายผลเข้าตรวจสอบปางช้างที่ถูกพิพากษา ตามบังคับคดีให้ออกจากพื้นที่ต่อไป

 
 
 
 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

 

 ...........................................................

12 กันยายน 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 12/09/2018 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 2นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)

พล.ท.นันทเดช
..................................
ครับท่าน ถึงคราวพิสูจน์ว่า ปชป.คนไหนยึดถืออุดมคติหรือไม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 12/09/2018 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สาครงค์
...........................................
รธน.ใหม่ทำให้ตั้งรัฐบาลได้ยากมากทีเดียวนะครับ แล้วจะได้ผลดีเลวอย่างไรก็คงต้องรอเมื่อถึงเวลาหลังเลือกตั้งก่อนครับ

อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นทีต้องมีหลายพรรคเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น จะทำให้พรรคเล็กพรรคน้อยถือโอกาสเรียกร้องเอาผลประโยชน์ต่างๆนาๆ เป็นแน่

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 12/09/2018 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

เรื่องนี้ ยังไม่หยุดครับ ถ้า ปชป.บ่งท่าทีชัดเจนว่าจะไม่รวมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ ก็จะมีคนทยอยออกมาเรื่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 12/09/2018 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

เรื่องคุณพุทธิพงษ์น่าจะเป็นเรื่องประสานงานทางการเมืองเสียมากกว่า เพราะในที่สุดแล้วพรรคที่เชียร์นายกประยุทธก็ต้องอาศัยเสียงของปชป. เพราะ 3 พรรคที่ตั้งใหม่อาจดูดส.ส. ได้ไม่พอที่จะตั้งรัฐบาล ปชป.เองก็คงไม่ยอมเป็นฝ่ายค้านที่จะต้องไปฮั้วกับ พท.หรอก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน