*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4890
  • จำนวนผู้ชม : 3179397
  • จำนวนผู้โหวต : 1678
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1678 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 167 , 08:39:32 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ประเทศไทยก็มีภัยธรรมชาติตามฤดูกาลเหมือนกัน แม้จะไม่รุนแรงเหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายๆประเทศก็ตาม อย่าง

เช่นขณะนี้ กระแสลมหนาวเริ่มโชยมา ความน่าห่วงใยผู้คนทางภาคเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ และอาจมีผู้เสียชีวิตได้เช่นกัน

 

‘ภาคเหนือ อีสาน เริ่มเย็น’ ภาคอื่นๆมีฝนตก กระปริบ กระปรอย

‘ภาคเหนือ อีสาน เริ่มเย็น’ ภาคอื่นๆมีฝนตก กระปริบ กระปรอย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.29 น.

11 ต.ค. 61 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ทางตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนลดลงในระยะนี้ 

อนึ่ง พายุไซโคลน “ติตลี” (TITLI) บริเวณอ่าวเบงกอล มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย และประเทศบังคลาเทศ ในช่วงวันที่ 11-13 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาวตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมา ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ (11 ต.ค. 61) ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง ในขณะที่มลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคใต้ ประกอบกับร่องมรสุมได้เลื่อนลงไปพาดผ่านประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลงได้ในระยะนี้ 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค: อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส โดยกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาค: อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค: มีเมฆบางส่วน กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าต่างประเทศเฝ้าจับตาการเลือกตั้งในไทยนั้น

ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าต่างประเทศเฝ้าจับตาการเลือกตั้งในไทยนั้น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าต่างประเทศเฝ้าจับตาการเลือกตั้งในไทยนั้น ไม่ใช่ เพราะในแต่ละประเทศก็มีเรื่องอื่นที่ต้องสนใจมากกว่าเรื่องนี้ ตราบใดที่ประเทศไทยยังดำเนินไปอย่างสงบสุข มีความสงบเรียบร้อย ต่างประเทศก็ยินดี เขาจะถามเพียงเพื่อรับรู้ เพื่อจะได้ตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ”

นายดอน ปรมัตถ์วินัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

เลียบวิภาวดี

เลียบวิภาวดี

กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม
วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.

แหกด่านมะขามเตี้ย (2)

ดูทั้งหมด

“ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” จังหวัดกาญจนบุรี ดินแดนแห่งมนต์ดำ เคยสร้างตำนาน “ดับเทวดา” มาแล้ว โดยนายพรานไพรใช้ฮ.จากกองทัพไปไล่ล่าสัตว์ป่าอย่างเมามัน จนลามปามกลายเป็นเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แล้วรัฐบาลใช้กำลังปราบปรามจนเกิดเหตุการณ์14 ตุลา 16

จากนั้นมา “ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” มาเป็นข่าวดังอีกครั้งเมื่อปี 2560 โดยสร้างตำนาน “พรานหมื่นล้านล่าเสือดำ” จนกลายเป็นข่าวดังสนั่นโลก เล่นเอา “เจ้าสัว” ถูกคดีเกาะหลังและ “กลายเป็นจำเลยของสังคม” มาจนถึงบัดนี้

ล่าสุด วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา “ป่าเต่าดำแห่งด่านมะขามเตี้ย” อำเภอไทยโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นผืนป่าติดกับ “ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” ก็ได้เกิดตำนานใหม่ “ปลัดใจถึงและสหาย” รวม 12 คน
เข้าลุยป่า “ล่าหมีขอ” สัตว์ป่าคุ้มครองที่มีนิสัยน่ารักชอบทำตัวเป็นมิตรกับนักลุยป่าทั้งหลายด้วยการ “แบมือขออาหารกับคนแปลกหน้าทุกราย” จนถูกตั้งฉายาเป็น “หมีขอ” ซึ่งกำลังจะสูญพันธุ์ เพราะ“อุ้งตีนหมีขอทุกข้างคือยาโป๊วชั้นยอด”

ปลัดและคณะ “ถูกจับที่ด่านมะขามเตี้ย” พร้อมของกลางผิดกฎหมาย “อุ้งตีนหมีขอ 4 ข้าง” และ “ปืนล่าสัตว์” อีกจำนวนมาก

ทันทีที่เป็นข่าวดัง ปลัดและ 20ส. ถูกคำสั่งให้ “เด้งออกจากราชการ” ไว้ก่อน และถูกตำรวจตั้ง“9 ข้อหา” โดยไม่มีการ “ซูเอี๋ย”

กรณีนี้ มีแต่คนแปลกใจ “ปลัดหมีขอ” และคณะ “เกิดสติแตก” อะไรขึ้นมา จึงกล้า “สวนกระแสสังคม” เข้าป่าล่าสัตว์คุ้มครอง ทั้งๆ ที่ “พายุนายพรานหมื่นล้านล่าเสือดำ” ยังไม่อ่อนกระแส

กล้าทำผิดกฎหมายและกล้าท้าทายกระแสสังคมแบบ “ใจถึง” เช่นนี้ ต่อให้ปลัดและคณะแปลงร่างเป็น “หมีขอ” แล้วทำการ “แบมือขอ” ความเมตตาจากสังคมทุกภาคส่วน “น่าจะเป็นไปไม่ได้” เหมือนปลัดหมีขอ “แหกด่านมะขามเตี้ย” ไม่สำเร็จ

กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

อ้างสร้างสมดุลในสภา จตุพรตั้งเป้า ส่งนปช.ประชันกปปส.

อ้างสร้างสมดุลในสภา จตุพรตั้งเป้า ส่งนปช.ประชันกปปส.

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อ้างสร้างสมดุลในสภา

จตุพรตั้งเป้า

ส่งนปช.ประชันกปปส.

เปิดตัวเพื่อชาติลุยเลือกตั้ง

บิ๊กตู่จี้กกต.ดูพท.พบแม้ว

“บิ๊กตู่” ชี้ตั้งพรรคเพื่อชาติ ปฏิบัติตามกฎหมายก็ตั้งได้ อดีตสส.บินพบ “แม้ว” ให้ “กกต.” จัดการ ด้าน “บิ๊กป้อม” ชี้ พรรคเพื่อชาติแล้วแต่ปชช.ตัดสินใจ “จตุพร” ปัดจับมือ “สนธิ-หลวงปู่” ตั้งพรรคใหม่ รับคุยกันจริงแค่หาทางออกประเทศสร้างสมดุลในสภาฯให้มีทั้งนปช.-กปปส. ยันไม่ใช่อะไหล่พรรคเพื่อไทย “ปชป.” ไหลออก

อีก3สก.หญิงย้ายซบ’พปชร.’

เมื่อวันที่ 10ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติแห่งชาติ (นปช.) เตรียมจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ ว่า หากเป็นไปตามกติกาและหลักเกณฑ์ตามกฎหมายเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองก็สามารถดำเนินการได้ แต่ขอให้ประชาชนติดตาม ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ต้องเรียนรู้ อย่างที่ตนเคยเตือนไปว่า ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ที่อาจดูเหมือนดีและได้ประโยชน์นั้น ก็ต้องหาความจริงด้วยว่า สามารถทำได้จริงหรือไม่ กฎหมายว่าอย่างไรและงบประมาณนำมาจากไหน เพราะการจะเปลี่ยนอะไรก็ตามไม่ใช่เรื่องง่าย

บิ๊กตู่ชี้พรรคเพื่อชาติแค่ปรับตัว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการแก้เกมโดยอาศัยช่องว่างกฎหมาย โดยแต่ละพรรคใช้วิธีการตั้งพรรคสาขาขึ้นมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองเป็นเกมและโดยพื้นฐาน ตนไม่ใช่นักการเมือง จึงพยายามศึกษาว่า การเมืองไทยเป็นอย่างไร ซึ่งหลายประเทศการเมืองคือเรื่องบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การต่อสู้กัน หรือทำลายล้าง ให้ร้ายซึ่งกันและกัน จนไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่บ้านเราต้องแก้ไข รวมถึงนักการเมืองต้องปรับตัว เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง 

บินพบ’แม้ว’ผิด-ถูกกกต.จัดการ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีนักการเมืองยังคงให้ความสำคัญกับ นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยการบินไปพบที่ฮ่องกง ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบว่า อะไรทำได้และทำไม่ได้ ซึ่งไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่าผิดหรือถูก แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมและควรกระทำหรือไม่ ซึ่งเป็นสิทธิที่จะกระทำ แต่จะผิดหรือถูกเป็นเรื่องที่ กกต.จะพิจารณา

‘บิ๊กป้อม’ชี้การเมืองอยู่ในกรอบ

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบ ไม่มีใครเดินสายหาเสียง ส่วนที่มีการแถลงข่าวเปิดตัวพรรคนั้นเป็นสิ่งที่เราให้สิทธิเขาอยู่แล้ว เมื่อถามว่าหลายพรรคการเมืองลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยระบุว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็น ถือเป็นการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องดูว่า ผิดตรงไหนหรือไม่ อย่างไร

พรรคนปช.ให้ปชช.ตัดสินใจเอง  

เมื่อถามว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของกองทัพที่มีมาตลอด ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) รวมถึงการให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปในทิศทางใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ถามผม ผมว่าบวก บวกทั้งประเทศ รวมทั้งภาคอีสาน เพราะท่านนายกฯ ทำงานแทบตาย จะไม่บวกได้ไง” เมื่อถามถึงกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ถือเป็นเรื่องดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่มีความคิดเห็น ถ้าประชาชนชอบก็เอา เป็นเรื่องของประชาชน เมื่อถามว่าถึงกรณี คสช.จะหารือร่วมกับฝ่ายการเมือง จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การหารือจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

‘ตู่’ปัดจับมือสนธิ-หลวงปู่ตั้งพรรค

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงถึงจุดยืนทางการเมือง โดยปฏิเสธกระแสข่าวจับมือกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส.ตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยระบุว่า ตนได้พูดคุยกับ นายสนธิและพระพุทธะอิสระ ขณะอยู่ในเรือนจำจริง แต่เป็นการคุยกันเรื่องหาทางออกให้ประเทศ ไม่ใช่การตั้งพรรคการเมือง

ขออโหสิกรรม-ไม่มีหาประโยชน์

‘รู้สึกเห็นใจและเข้าใจครอบครัวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ต้องมาชี้แจงข่าวนี้ในขณะที่ นายสนธิ ก็ยังอยู่ระหว่างคุมขังภายในเรือนจำคลองเปรม อย่างไรก็ตาม ผมขออโหสิกรรมให้กับคนที่กุข่าวนี้ขึ้นมา และยืนยันว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมจะเอา นายสนธิ มาหาผลประโยชน์ทางการเมือง’ นายจตุพร กล่าว

’เพื่อชาติ’พรรคเก่า-นปช.แห่ซบอื้อ

นายจตุพร ยังกล่าวถึงกระแสข่าวตั้งพรรคเพื่อชาติ ว่า นปช.ประกาศจุดยืนมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมือง ซึ่งยังคงรักษาอุดมการณ์ข้อนี้อยู่ ส่วนพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเก่า ตั้งมาตั้งแต่ปี2556 แต่ยอมรับว่ามีสมาชิกของ นปช.จำนวนมากที่ไม่มีพื้นที่ในพรรคเพื่อไทย(พท.)ได้ไปเข้าร่วมกับพรรคเพื่อชาติ ส่วนการที่ นปช.แยกกันลงสนามเพื่อเป็นไปตามการออกแบบรัฐธรรมนูญปี60 ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ออกแบบให้เป็นลักษณะ’รวมกันแพ้ แยกกันชนะ’ซึ่ง กปปส.ก็ได้ดำเนินการแล้ว โดยส่งคนไปอยู่ใน 5พรรค ซึ่งหลักการสำคัญของ นปช.และพรรคเพื่อชาติ คือ การสร้างความสมดุลทางการเมืองและหาทางออกให้กับชาติ

ไม่ใช่อะไหล่-เป็นทางเลือกให้ปชช.

‘ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งในกลุ่ม นปช.หรือพรรค พท.ผมในฐานะกองเชียร์ พร้อมให้การสนับสนุนทุกฝ่าย ไม่ได้เป็นการแย่งคะแนนกันเอง แต่เป็นทางเลือกให้ประชาชน อยากให้ทุกคนใจกว้าง ห่วงชาติบ้านเมืองและเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อชาติจะฮั้ว เป็นนอมินี หรือเป็นพรรคอะไหล่ให้กับพรรค พท.วันที่ 14 ตุลาคมนี้ เวลา 08.30น.จะประชุมย่อยพรรคเพื่อชาติเพื่อเปลี่ยนโลโก้ จัดทำข้อบังคับพรรคและรับรองผลการประชุมที่ห้างอิมพีเรียล สำโรง ก่อนจะประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยใช้ยิมเนเซียม1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต จัดประชุม” นายจตุพร กล่าว

สก.-สข.เชียร์’มาร์ค’นั่งหน.พรรค

ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)และสมาชิกสภาเขต(สข.)พรรคปชป.ประมาณ 50คน เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครเข้ารับการหยั่งเสียงชิงหัวหน้าพรรคปชป.หมายเลข1 ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง พร้อมตะโกนเชียร์’อภิสิทธิ์สู้ๆ ชนะเป็นหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี’

นายอภิสิทธิ์ กล่าวขอบคุณสมาชิกสก.และสข.ที่มาสนับสนุนว่า ตนได้เป็นสส.ตั้งแต่ปี2535 จึงมีความผูกพันกับพรรคและสมาชิกทุกคนมาก ตนยังมีไฟเต็มที่ในการทุ่มเททำงานต่อไป การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ซึ่งการหาเสียงจะต้องเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีความแตกแยก ไม่มีการพาดพิงถึงใคร เราต้องมาช่วยกันสร้างพรรคใหม่ให้มีความเข้มแข็งร่วมกัน

‘จ้อน’ลั่นคุมปชป.สู้เลือกตั้งทุกครั้ง

ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะผู้สมัครรับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคหมายเลข3 ได้แสดงวิสัยทัศน์ โดยมีบรรดาผู้สนับสนุนเข้าร่วมฟังจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง นายอาณัฐชัย รัตตกุล บุตรชาย นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคด้วย

โดย นายอลงกรณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า“ถ้าเลือกผมเป็นหัวหน้าพรรค การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน จะไม่มีเรื่องเด็กของคนนั้นคนนี้อีกต่อไป การยึดมั่นในระบบรัฐสภาเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเป็นตัวแทนอำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ให้รัฐสภาเป็นตัวแก้ไข พรรคการเมืองที่แพ้การเลือกตั้งก็ต้องแพ้และปรับปรุงตัวเองและลงเลือกตั้งใหม่ แพ้อีกก็ต้องปฏิรูปตัวเองจนกว่าประชาชนจะศรัทธาให้เป็นผู้ชนะ ขอให้การบอยคอตเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นครั้งสุดท้ายของพรรค ปชป.ในยุคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคจะลงเลือกตั้งทุกครั้ง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่มีอำนาจนอกระบบมาอยู่เบื้องหลัง’

ไหลไม่หยุด3สก.หญิงซบ’พปชร.’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงประสบปัญหาถูกดูดสมาชิกอีกระลอกหนึ่ง โดยล่าสุดมีอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรค 3คน ประกอบด้วย นางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ. อดีต สก.เขตพระนคร นางกนกนุช นากสุวรรณภา อดีต สก.เขตดอนเมืองและนางกรณิษ งามสุคนธ์รัตนา สก.เขตคลองเตย พร้อมใจยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 8ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)โดยหวังจะใช้ฐานเสียง สก.เหล่านี้ดึงคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรค พปชร.อีกทั้งยังมีความพยายามทาบทามทั้งอดีตสส.,สก.และสข.ของพรรคอยู่ตลอดเวลา

‘องอาจ’หนักใจตามดูดไม่หยุด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลพื้นที่กทม.กล่าวว่า ทั้ง 3 คนที่ลาออกไปถือว่าเป็นคนที่มีศักยภาพในพื้นที่ ต้องยอมรับว่า พลังดูดมาแรงและยังพยายามจะดูดเพิ่มเติม ซึ่งคนตัดสินใจออกจากพรรคปชป.ก็มีสิทธิ์กำหนดชีวิตการเมืองของตนเอง เพราะอาจคิดว่าพื้นที่ของตน มีสส.ของพรรคอยู่แล้ว ไม่มีโอกาสได้ลงสมัครสส.จึงตัดสินใจไปสังกัดพรรคอื่น แต่มั่นใจว่าไม่กระทบฐานเสียง ปชป.

‘เศรษฐพงค์’ทิ้งกสทช.เข้ามุ้ง’ภท.’

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กสทช.และมีผลทันทีเมื่อวันที่ 9ตุลาคม 2561 โดยเป็นการตัดสินใจที่กระทันหันเพียงแค่ 3 วันก่อนยื่นใบลาออกดังกล่าว โดยจะนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์การทำงานที่มีอยู่เพื่อพัฒนาประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่องทางที่จะพัฒนาได้เต็มรูปแบบคือ การเข้าสู่การเมือง จึงสนใจการทำงานด้านการเมือง เข้าสู่สนามการเมืองในพรรคภูมิใจไทย(ภท.)และเป็นการตัดสินใจแมนๆ อยากทำอะไรให้ชัดๆไปเล

กกต.เตือนลดค่าสมาชิก-ยุบพรรค

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการหาสมาชิกพรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่า ว่า ผู้จะเป็นสมาชิกพรรคจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 50บาท แต่ขณะนี้ได้รับร้องเรียนว่า แต่ละพรรคพยายามที่จะหาสมาชิกด้วยการเสนอลดค่าสมัคร แจกข้าวสาร เก็บบัตรประชาชน ซึ่งได้ให้ กกต.จังหวัดติดตามตรวจสอบและอยากจะเตือนไปยังพรรคการเมืองว่า การเสนอให้ สัญญาว่าจะให้ประโยชน์เพื่อให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เป็นความผิดที่อาเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรคได้ รวมไปถึงกรณีให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค เข้ามาครอบงำ หรือชี้นำ การดำเนินกิจการของพรรคไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม การรับบริจาคเงินจากผู้ใดเพื่อกระทำการหรือสนับสนุนการกระทำอันเป็นบ่อนทำลายความมั่นคง หรือเสนอสินบนข้าราชการว่าถ้าหากได้รับเลือกตั้งแล้วจะแต่งตั้งให้เป็นตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ ซึ่งถ้าเราพบการกระทำเหล่านี้มีมูลจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนและเสนอ กกต.หาก กกต.เห็นว่าน่าเชื่อว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะเสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคได้

คลิป’ทักษิณ’เก็บข้อมูลตรวจสอบ

ส่วนกรณีคลิป นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นตรวจสอบและเก็บข้อมูลเอาไว้ หากมีการร้อง หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะนำมารวมกันพิจารณา กฎหมายบังคับใช้แล้ว หากพบก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่ทำว่าจ้องจะยุบพรรคใดพรรคหนึ่ง

‘อิทธิพร’รับลูกพร้อมสอบพรรคพท.

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. กล่าวถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ยืนยันว่า คสช.ไม่มีแผนยุบพรรคเพื่อไทย ระบุเป็นหน้าที่ของ กกต. หากพรรคเพื่อไทยกระทำความผิด ว่า เราคงไม่ได้เป็นเครื่องมือของใครในการจะยุบพรรค เพราะ กกต.เองมีหน้าที่ที่จะต้องสอดส่อง ตรวจสอบการกระทำใดๆที่จะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ดังนั้นการตรวจสอบจึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ถ้ามีใครร้องเรียนหรือเราทราบเรื่องเองก็ดำเนินการได้เลย

“ตามขั้นตอนเราต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อนดูว่า มีพยานหลักฐานหรือไม่ ถ้ามีพยานหลักฐานก็ดูว่า พยานนั้นจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ที่ผ่านมาที่ปรากฏเป็นข่าวหรือเรื่องที่เราทราบเองก็จะมีการนำเสนอเรื่องเข้ามายังสำนักงานฯ แล้วถ้ามีมูลก็จะเสนอให้ กกต.พิจารณาถ้าเห็นด้วยก็จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนต่อไป”นายอิทธิพร กล่าว

'บิ๊กตู่'โยนกกต.ตรวจสอบผิด-ถูก ดูความเหมาะสมสาวกแห่พบ'แม้ว-ปู'

'บิ๊กตู่'โยนกกต.ตรวจสอบผิด-ถูก ดูความเหมาะสมสาวกแห่พบ'แม้ว-ปู'

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 16.21 น.

10 ต.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักการเมืองยังคงให้ความสำคัญกับอดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งอาจเป็นการสะท้อนว่าทั้งสองคนยังมีบทบาทต่อการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ว่า ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบและดำเนินการว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และไม่มีใครไปรับรองได้ว่าผิดหรือถูก แต่มันเป็นเรื่องของความเหมาะสมและไม่เหมาะสม ควรจะกระทำหรือไม่ก็แล้วแต่สิทธิที่เขาเหล่านั้นจะไปทำ แต่จะผิดหรือถูกก็เป็นเรื่องของ กกต.

ช็อค!'วิศวกรฯกรมทางหลวง'วูบกลางรายการทีวี ก่อนเสียชีวิตที่รพ.

ช็อค!'วิศวกรฯกรมทางหลวง'วูบกลางรายการทีวี ก่อนเสียชีวิตที่รพ.

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 22.20 น.

10 ต.ค.61 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการออกอากาศรายการ "สถานีประชาชน" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ช่วงเวลาระหว่าง 14.05 - 15.00 น.โดยมี อรอุมา เกษตรพืชผล เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ นายนิวัฒน์ สุรโชติเกรียงไกร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง ซึ่งร่วมให้สัมภาษณ์ในประเด็น "ค้านสร้างสะพานข้ามแยกพยุหะคีรี จ.นครสวรรค์" ได้เกิดวูบหมดสติลงอย่างกะทันหันกลางรายการ ในเวลาประมาณ 14.49 น.สร้างความตกใจให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ทางทีมงานได้รีบให้การช่วยเหลือโดยการทำซีพีอาร์เพื่อยื้อชีวิต ก่อนนำส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์พยายามช่วยเหลืออย่างสุดกำลังแล้ว แต่ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตไว้ได้

ขณะที่ทาง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นายนิวัฒน์ สุรโชติเกรียงไกร วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมทางหลวง ที่หมดสติขณะร่วมรายการสถานีประชาชน และเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล

นายนิวัฒน์ ได้ทำหน้าที่ข้าราชการอย่างสมบูรณ์จนถึงนาทีสุดท้าย ในการชี้แจงประชาชนอย่างนุ่มนวล เกี่ยวกับโครงการสร้างสะพานข้ามแยกพยุหะคีรี ใน จ.นครสวรรค์ ที่ถูกคัดค้าน ไทยพีบีเอสขอร่วมไว้อาลัยด้วยภาพการทำหน้าที่สุดท้ายของเขา

นายนิวัฒน์ พยายามชี้แจงถึงโครงการสร้างสะพานข้ามแยกพยุหะคีรี ที่ถูกคัดค้านด้วยข้อมูลที่เตรียมมาอย่างดี และนำเสนอด้วยท่าทีที่สุภาพนุ่มนวล โดยไม่แสดงอาการเจ็บป่วย หรือความผิดปกติใดๆ หลังจากที่ชี้แจงได้ประมาณ 5 นาที นายนิวัฒน์ ก็ล้มลงและหมดสติ

ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ประจำคลินิกพิเศษสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เข้าให้การช่วยเหลือกู้ชีพทันที พนักงานไทยพีบีเอสคนหนึ่งซึ่งเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ได้นำอุปกรณ์ประจำรถฉุกเฉิน ให้การช่วยเหลือและเร่งนำส่งโรงพยาบาลวิภาวดีอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากที่แพทย์ให้การช่วยเหลือประมาณ 1 ชั่วโมง ก็แจ้งว่า นายนิวัฒน์ เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าต่างประเทศเฝ้าจับตาการเลือกตั้งในไทยนั้น

ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าต่างประเทศเฝ้าจับตาการเลือกตั้งในไทยนั้น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ที่ปรากฏเป็นข่าวว่าต่างประเทศเฝ้าจับตาการเลือกตั้งในไทยนั้น ไม่ใช่ เพราะในแต่ละประเทศก็มีเรื่องอื่นที่ต้องสนใจมากกว่าเรื่องนี้ ตราบใดที่ประเทศไทยยังดำเนินไปอย่างสงบสุข มีความสงบเรียบร้อย ต่างประเทศก็ยินดี เขาจะถามเพียงเพื่อรับรู้ เพื่อจะได้ตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ”

นายดอน ปรมัตถ์วินัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ผวาแดงระส่ำ! 'ธิดา'ชิงร่อนจม.ถึงสาวก สยบข่าวแกนนำนปช.แตกคอ

ผวาแดงระส่ำ! 'ธิดา'ชิงร่อนจม.ถึงสาวก สยบข่าวแกนนำนปช.แตกคอ

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 19.41 น.

10 ต.ค.61 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ" ระบุว่า จากข่าวที่มีเรื่องของนปช. แตกกลุ่มไปสังกัดพรรคการเมืองต่างๆและมีพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมากมีความเป็นกังวลในข่าวคราวด้านลบที่เกิดขึ้น อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ จึงใคร่ชี้แจงดังนี้

จดหมายถึงประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

นปช.เป็นองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการที่มีหลักนโยบาย มีเป้าหมายในยุทธศาสตร์การเมืองชัดเจน มาถึงเวลานี้มีข่าวคราวออกมามากมายในเรื่องที่ผู้เคยร่วมและที่ยังร่วมองค์กรไปสังกัดพรรคการเมือง หรือร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองต่างๆ

ดิฉันทั้งในฐานะอดีตประธานนปช. และยังร่วมอยู่ในองค์กร ในงานเพื่อประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยได้เติบโตอย่างมีพลัง ดิฉันมีความห่วงใยในข่าวคราวที่อาจทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ดิฉันจึงอยากแจ้งประชาชนว่า

1) องค์กรนปช.ไม่ได้มีการประชุมองค์กรเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใดๆ

2) การสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล

3) การได้ชื่อว่าเป็นนปช.คือการเคารพ เชื่อมั่น และปฏิบัติตามหลักนโยบายและวินัยนปช.อย่างเคร่งครัด โดยถือเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

4) การที่ผู้รักประชาธิปไตยจะได้มีบทบาทในรัฐสภาอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่องค์กรนปช.นั้นถือเป้าหมายให้ประชาชนได้รับชัยชนะในการต่อสู้แบบสันติ ให้ได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเป้าหมาย ดังนั้นตราบใดที่ประเทศนี้ยังไม่บรรลุในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบอารยประเทศ นปช.ก็ยังต้องเดินหน้าร่วมกับประชาชนที่ได้ต่อสู้ร่วมกันมากว่าทศวรรษ พรรคการเมืองและการดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรเป็นส่วนประกอบ (หรือเครื่องมือ) ในการต่อสู้ของประชาชน ไม่ใช่เอาการต่อสู้ของประชาชนเป็นเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนบุคคล มิฉะนั้นผลพวงการต่อสู้ของประชาชนจะหมดคุณค่าไปทันที เราให้คุณค่าการต่อสู้ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะต้องยึดมั่นไปจนกว่าจะถึงเป้าหมาย

นี่คือเหตุผลที่องค์กร นปช.ยังต้องดำรงอยู่ และมีภารกิจที่ต้องประสานงานผู้รักประชาธิปไตย ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคการเมืองหรือกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยอื่นใดก็ตาม

 
สะท้านหัวใจ! 'ดร.จักษ์'กระแทกหนักๆ 'ขี้ข้า'ทำเพื่อใคร

สะท้านหัวใจ! 'ดร.จักษ์'กระแทกหนักๆ 'ขี้ข้า'ทำเพื่อใคร

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 22.05 น.

10 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์กลอนการเมืองเรื่อง "เพื่อใคร?" ผ่านเฟซบุ๊ก "ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร" ว่า

                บอกเป็น ประชาธิปไตย

แต่ทะลึ่งไป ให้เคาะหัว

เห็นคลานคืบ กระดืบตัว

รู้กันทั่ว ถึงตัวตน

ประชาธิปไตย อะไรหว่า

กุมหว่างขา ทำหน้าย่น

รอบัญชา หน้าจำนน

ยอมคนปล้น ตามก้นนาย

ต้านทรราชย์ ประกาศตัว

แต่คนชั่ว หัวหน้าค่าย

ปล่อยขี้ข้า เดินหน้าตาย

ตัวสบาย ไม่อายคน

ให้นักโทษ ทั้งโคตรสั่ง

น่าชิงชัง ความหวังป่น

สุดท้ายแต่ หวังแค่ตน

หวังเข้าปล้น สภาไทย

ทำเพื่อไทย ใครจะเชื่อ

ทั้งสิงห์เสือ เชื่อได้ไหม?

ที่เขาทำ ทำเพื่อใคร?

ทำทำไม ใครให้ทำ?

 
 
ทวนกระแสข่าว

ทวนกระแสข่าว

สุทิน วรรณบวร
วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.

The Economist ยกทักษิณ เป็นตัวละครสำคัญในธุรกิจขาย(สัญ)ชาติ

ดูทั้งหมด

สมาชิกพรรคการเมืองเครือข่ายและสมุนบริวารที่กังวลใจว่าข่าวนายใหญ่ ห่างหายจากความสนใจของสื่อสากลไปนาน สื่อที่ติดตามเผยแพร่ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดของสัมภเวสีพี่น้อง เห็นมีแต่สำนักข่าวบีบีซีภาษาไทย ซึ่งสอดประสานปฏิบัติการข่าวกับ Thaivoice ที่คอยปั้นเรื่องมาจากอเมริกา ให้สื่อเครือข่ายในเมืองไทยได้ขยายความเคลื่อนไหวของน้องสัมภเวสีได้เป็นระยะๆ

วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้สมุนบริวารและสื่อในเครือข่ายได้ชื่นใจกันอีกครา เพราะสื่อระดับโลก The Economist ที่เคยเปิดโปงเรื่องคอร์รัปชั่นกองทุนพัฒนามาเลเซีย จนนายนาจิบ ราซัค ถูกเขี่ยตกบัลลังก์มาแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา The Economist ได้เสนอรายงานพิเศษเรื่อง A home in the country (หนึ่งบ้านหลายเมือง) เป็นเรื่องราวธุรกิจขายสัญชาติที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในรายงานชิ้นนี้ The Economist ยกให้ นายทักษิณ เป็นตัวละครสำคัญด้วยเหตุว่า ในบรรดาเศรษฐีขี้โกง นักการเมืองคอร์รัปชั่นตลอดถึงผู้ก่อการร้าย ที่ซื้อสัญชาติ ซื้อสิทธิ์ถิ่นที่อยู่อาศัยในต่างประเทศ โดยนายทักษิณ มีสถิติซื้อสัญชาติมากกว่าใครๆ เป็นสัมภเวสียุคใหม่ที่มีหนังสือเดินทาง (passports) ไว้ในครอบครองถึง6 เล่ม นั้นหมายความว่าเขาได้ใช้เงินสกปรกซื้อสัญชาติจากประเทศต่างๆ ถึง 6 ประเทศ

ในบทความเรื่อง หนึ่งบ้านในหลายเมือง The Economist รายงานว่า “การซื้อขายสัญชาติเป็นธุรกิจใหญ่ ที่มีข้อถกเถียงกันว่ามันเป็นโครงการหาเงินเข้าพกเข้าห่อง่ายๆ ของประเทศเล็กๆ ที่ยังไม่พัฒนา ในเวลาเดียวกันมันเป็นช่องทางให้ อาชญากร นักการเมืองขี้โกง ตลอดถึงผู้ก่อการร้าย ใช้สัญชาติที่ซื้อมาเป็นที่หลีกเลี่ยงคดีอาญา หรือใช้เป็นสถานที่ฟอกเงิน ขยายเครือข่ายก่อการร้ายได้ ฯลฯ”

The Economist พาดหัวข่าวด้วยคำพูดของนายทักษิณว่า “ผมซื้อเกาะแห่งหนึ่งไว้” เมื่อถูกถามว่าได้หนังสือเดินทางสัญชาติมอนเตเนโกร มาอย่างไรคำพูดสั้นๆ แต่มีความหมายเพราะได้ถูกยกขึ้นถกกันในที่ประชุม สภาการลงทุนผู้ย้ายถิ่นฐาน (The Investment Migration Council (IMC) ในนครเจนีวา เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา คำพูดของนายทักษิณถูกขึ้นมาวิจารณ์ เพราะมีข้อกังขาว่าตั้งแต่ได้สัญชาติมอนเนโกรมา เขาไม่ทำกิจการใดๆ ในเกาะที่ว่านั้นเลย และที่น่าสงสัยคือทำไมมีหนังสือเดินทางถึง 6 เล่ม นายทักษิณถูกยึดอำนาจและริบหนังสือเดินทางประเทศไทย เป็นเหตุให้เขาต้องเร่หาซื้อหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าถิ่นที่อยู่อาศัย ปัจจุบันทักษิณกลายเป็นนักสะสมหนังสือเดินทางไปแล้ว คนใกล้ชิดของเขาเล่าว่าทักษิณมีหนังสือเดินทางถึง 6 เล่มรวมทั้งหนังสือเดินทางนิการากัว

ถ้าคำว่าบ้าน คือสถานที่ให้คุณซุกหัวนอนอย่างอบอุ่น เหมือนนิยายของ โรเบิร์ต ฟรอสต์ นายทักษิณเป็นคนหนึ่งที่พบว่า ใช้บ้านเกิดเป็นที่พักอาศัยแห่งเดียวไม่พอสำหรับเขา ในขณะที่อุตสาหกรรม “การลงทุนของผู้ย้ายถิ่นฐานกำลังเติบโต” ความต้องการซื้อหนังสือเดินทางของผู้มั่งคั่งปีหนึ่งๆ เป็นหมื่นเล่ม ตัวเลขของผู้ขอลงทุนควบรวมกับการได้สัญชาติและสิทธิ์ในถิ่นที่พักอาศัย เพิ่มขึ้นเป็นหมื่นเป็นแสนๆราย อุตสาหกรรม “ซื้อขายสัญชาติและถิ่นที่พักอาศัยโดยการลงทุน” (citizenship and residence by investment=CRBI) กำลังเบ่งบานบริษัทที่ปรึกษา สำนักงานทนายความ ธนาคาร และตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ วุ่นวายอยู่กับการเป็นที่ปรึกษาซื้อขาย “สัญชาติและถิ่นที่พักอาศัยระยะยาว” ให้ผู้มีเงินถุงเงินถังวางอยู่ข้างหน้า

ที่ประชุมของมนตรีอียู สงสัยว่าโครงการ CRBI เป็นเรื่องการซื้อขายสิทธิ์ในการหลบซ่อนฟอกตัวของพวกเศรษฐีขี้โกง นักการเมืองคอร์รัปชั่น ตลอดถึงผู้ก่อการร้าย อียูจึงกังวลว่าถ้าผู้อยู่นอกกลุ่มประเทศอียู ซื้อสัญชาติได้อาจมีผลกระทบใหญ่หลวงตามมา เพราะหนังสือเดินทางของอียูและเชงเก้นวีซ่าใช้เดินทางเข้าออกได้ 22 ประเทศในอียู

The Economist รายงานด้วยว่า เพื่อสนองความต้องการ หนังสือเดินทางและวีซ่าถิ่นที่พักอาศัยระยะยาว ประเทศเล็กๆที่หิวเงินอย่างน้อย 12 ประเทศแข่งกันเสนอเงื่อนไขให้ซื้อ “สัญชาติและถิ่นที่พักอาศัยผ่านการลงทุน” ได้ง่าย โดยเฉพาะรัฐที่อยู่ในหมู่เกาะคาริบเบียนอาทิ แวนัวตู จอร์แดน และประเทศในอียู เช่นออสเตรีย ไซปรัส และ มอลตา รวมทั้งประเทศที่เพิ่งร่วมตลาดขายสัญชาติล่าสุดคือมอลโดวา ซึ่งเพิ่งลงนามทำสัญญากับบริษัทที่ปรึกษา ให้ออกระเบียบขอสัญชาติผ่านโครงการลงทุนได้ง่าย

สถิติการขึ้นบัญชีขอสัญชาติและถิ่นที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ จนครั้งหนึ่งนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ถึงกับพูดว่า “จะทำอย่างไรกับพวกขอสัญชาติไร้ตัวตน” คอลัมน์การเมืองในนสพ.ลอนดอนไทม์ เขียนว่ามาตรการรับมือกับพวกขอสัญชาติไร้ตัวตน หละหลวมเหมือนกับในหมู่เกาะตองกาในอดีต ที่คนโกงใช้เงินสกปรกซื้อสัญชาติและถิ่นที่อยู่ได้ง่ายดาย เช่นกรณีนาย Taek jho นักธุรกิจชาวมาเลเซีย ที่ประเทศบ้านเกิดต้องการตัวไปดำเนินคดี ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเงินกองทุน 1MDB ปัจจุบันเขากลายเป็นพลเมืองของเซนต์ คิตต์ หรือกรณีนายMehul Choksi เศรษฐีชาวอินเดีย ที่รัฐบาลต้องการตัวในข้อหาโกงเงิน Punjab National Bank 2 พันล้านดอลลาร์ หนีไปอยู่แอนติกัวแอนด์บาร์บูดา จนได้สัญชาติเป็นพลเมืองของหมู่เกาะนั้น อย่างภาคภูมิใจเมื่อปลายปีที่แล้ว

คำพูดของนางเทเรซา เมย์ ที่ว่า “จะทำอย่างไรกับพวกถือสัญชาติไร้ตัวตน” คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทักษิณและยิ่งลักษณ์ ไม่มีวันได้สัญชาติอังกฤษและวีซ่าถิ่นที่อยู่อาศัยในเครือจักรภพ ที่เห็นโฉบไปโฉบมา น่าจะใช้วีซ่าจากหนังสือเดินทางของ 6 สัญชาติหมุนเวียนกันไป

โครงการ CRBI ที่บางประเทศในอียูนำมาใช้ กลายเป็นข้อถกเถียงกันว่าเหมาะสมหรือไม่ ในปี 2014 รัฐสภาอียูได้ผ่านข้อมติ (ไม่ผูกพัน) ว่าสัญชาติอียูไม่ควรซื้อขายไม่ควรมี “ป้ายราคา” การขายสัญชาติของประเทศมอลตา เป็นที่ครหาว่ารัฐบาลสั่งฆ่าผู้ตรวจสอบการขายสัญชาติผิดกฎหมาย Mrs.Daphne Caruana Galiziajสื่อมวลชนที่ตรวจโครงการ CRBI อย่างเข้มข้นสร้างความโกรธแค้นแก่รัฐบาล เธอถูกฟ้องถึง 47 คดี สุดท้ายถูกลอบวางระเบิดจนตาย เพื่อนร่วมงานของเธอสงสัยว่ามูลเหตุของการลอบสังหาร มาจากจดหมายฉบับหนึ่งของบริษัททนายความ และบริษัทที่ปรึกษาผู้ออกแบบโครงการขายสัญชาติให้รัฐบาล

The Economist รายงานด้วยว่า สมาชิกสภาอียูและผู้แทนจากประเทศมั่งคั่งที่พัฒนาแล้ว 34 ประเทศ (OECD) กำลังตรวจสอบโครงการ “ซื้อขายสัญชาติและให้อนุญาตถิ่นที่พักอาศัยผ่านการลงทุน” ในปลายปีนี้กรรมาธิการสอบสวนของ อียู จะเปิดเผยรายงาน ว่าประเทศสมาชิกที่หารายได้โครงการ CRBI เลวร้ายอย่างไร อาทิ การขายสัญชาติในหมู่เกาะ August Vera Jourova กรรมาธิการอียู บอกกับหนังสือพิมพ์ Die Welt ของเยอรมนีว่ากรรมาธิการ “มีความกังวลมาก เราไม่ต้องการโครงการใดๆที่สร้างความเลวร้ายทำลายตัวเอง ให้เกิดขึ้นในอียู”

นอกจากนั้นอียู กำลังตรวจสอบถึงมาตรการสีเทา ที่ประเทศต่างๆใช้ฟรีวีซ่าของอียู เป็นที่ยั่วยวนจูงใจในโครงการย้ายถิ่นฐานผ่านการลงทุน และอียูพร้อมใช้มาตรการลงโทษต่อประเทศที่ใช้ฟรีวีซ่าผิดวัตถุประสงค์เหมือนกับที่ประเทศแคนาดา ลงโทษหมู่เกาะเซนต์ คิตต์ กับ แอนติกัวแอนด์บาร์บูดา ที่ใช้ฟรีวีซ่าอียูกับนักลงทุนซื้อสัญชาติและถิ่นที่อยู่อาศัย

ในเวลาเดียวกันอียูกับ OECD กังวลว่าโครงการ CRBI อาจถูกนำมาใช้ขัดขวางความพยายามกวาดล้างการหลบเลี่ยงภาษีหรือและฟอกเงิน เพราะเป็นไปได้ว่าผู้หลบเลี่ยงภาษี สามารถปกปิดรายงานตามกฎหมายโดยการใช้สัญชาติหรือผู้มีถิ่นที่พักอาศัยในประเทศที่สอง และเปิดบัญชีธนาคารในประเทศที่สอง แต่ทำธุรกรรมทางภาษีในประเทศที่สามโดยที่การทำธุรกรรมการเงินและภาษีไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับประเทศบ้านเกิด

ในปลายปีนี้กรรมาธิการอียูมีมติจะตรวจสอบบริษัทที่ปรึกษาและผู้ได้สัญชาติถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศอาหรับเอมิเรตส์ ที่น่าสนใจคือ กรรมาธิการอียูกับสมาชิก OECD กำลังจะตรวจสอบธุรกรรมการเงินและพฤติกรรมของผู้ได้สัญชาติและถิ่นที่อยู่อาศัยในเมืองดูไบ ผู้ถูกตรวจสอบจะเป็นนักสะสมหนังสือเดินทางหรือไม่ ผู้ถือสัญชาติไร้ตัวตนที่นายกรัฐมนตรีเมืองผู้ดีเอือมระอาเป็นใคร ไม่นานไม่ช้าก็จะรู้กัน

จีนออกนโยบายต่อต้าน'ฮาลาล' ชี้ยุติแนวคิดสุดโต่งต้องลดอิทธิพลศาสนาต่อวิถีชีวิต

จีนออกนโยบายต่อต้าน'ฮาลาล' ชี้ยุติแนวคิดสุดโต่งต้องลดอิทธิพลศาสนาต่อวิถีชีวิต

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 20.54 น.
 

10 ต.ค.61 สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ รายงานว่า ที่มณฑลซินเจียง ประเทศจีน อันเป็นสถานที่ที่มีประชากรชาวอุยกูร์ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ได้ประกาศนโยบาย “ต่อต้านฮาลาล” เพื่อหยุดยั้งอิทธิพลของศาสนาอิสลามต่อวิถีชีวิตของผู้คนจนนำไปสู่แนวคิดแบบสุดโต่ง ซึ่งฮาลาลหมายถึงอาหารหรือยาสีฟันที่ต้องผลิตตามหลักศาสนาอิสลาม

ก่อนหน้านี้จีนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนานาชาติกรณีจัดตั้ง “ค่ายปรับทัศนคติ” สำหรับกักขังชาวอุยกูร์นับพันคน ขณะที่รัฐบาลจีนก็ตอบโต้ว่าจำเป็นต้องทำเพื่อยุติแนวคิดสุดโต่งและการแบ่งแยกในพื้นที่ ส่วนประเด็นต่อต้านฮาลาลนั้นให้เหตุผลว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรมีปัญหากับเรื่องอาหารและอาหารก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อให้รับประทานได้ทุกประเภท และเจ้าหน้าที่รัฐควรยึดมั่นในลัทธิมาร์กซ์ - เลนิน อย่างเคร่งครัดไม่ใช่ยึดมั่นในศาสนา อีกทั้งต้องพูดภาษาจีนกลางให้ชัดถ้อยชัดคำในที่สาธารณะด้วย

รายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า แม้ประชาชนจีนโดยทั่วไปจะมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมของรัฐ โดยระยะหลังๆ พบว่าทางการจีนเข้มงวดเรื่องศาสนามากขึ้น อาทิ ในเดือน ส.ค. 2561 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ออกข้อบังคับที่มีทั้งการลงโทษและการไล่ออกจากพรรค หากพบสมาชิกพรรคคนใดที่ยึดติดกับความเชื่อทางศาสนา

รู้ล่ะ'ลุงตู่'ไปญี่ปุ่นคราวนี้ แอบแวะที่ไหน ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย

รู้ล่ะ'ลุงตู่'ไปญี่ปุ่นคราวนี้ แอบแวะที่ไหน ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 20.12 น.

10 ต.ค.61 เพจเฟซบุ๊ก "ทีมลุงตู่" ได้โพสต์ภาพเบื้องหลังในอิริยาบถสบายๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะรอเครื่องบินกลับประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นครั้งที่ 10 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่า "ลุงตู่แวะดูร้านหนังสือที่สนามบิน ก่อนกลับประเทศไทยหลังจบภารกิจที่ญี่ปุ่น"

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 04.50 น.ก่อนที่จะตื่นเช้าเพื่อมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเวลา 09.00 น.โดย นายกฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า "นอนน้อยไปหน่อย" เมื่อถามว่า ได้นอนแล้วหรือไม่ นายกกล่าวว่า "นอนไปนิดนึง"

 
 
 
................................................
 
11 ตุลาคม 2561
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน