*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4939
  • จำนวนผู้ชม : 3190662
  • จำนวนผู้โหวต : 1679
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1679 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 163 , 16:30:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ก่อนที่การเลือกตั้งส.ส.และส.ว.จะเริ่มในอีกหลายเดือนข้างหน้านั้น แต่ทุกพรรคการเมืองต่างก็ต้องขยับตัวกันเป็นการใหญ่

ทั้งพรรคเก่า พรรคใหม่ พรรคเล็ก พรรคใหญ่ ด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ยิ่งจำเป็นจะต้องปรับ

กระบวนท่ากันเป็นการใหญ่ด้วย ไม่อาจจะรอช้าอีกต่อไปแล้ว เพราะสถานการณ์ชี้ว่าประมาทไม่ได้เลยเทียว แม้จะไม่ชนะแต่ก็ต้อง

รักษาสถานะไม่ให้ทรวดเซลงไปกว่าเดิม

 

  

 

 

 

สุเทพ ลั่น ขอลุยงานการเมือง ไม่หวัน กปปส.เปลี่ยนใจ

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สุเทพ,ลุยงานการเมือง,ไม่หวัน กปปสเปลี่ยนใจ,ยุทธการแตกแบงก์ร้อย

"สุเทพ" ยันไม่หวัน กปปส. เปลี่ยนใจ หรือคนใกล้ตัวเตือน ลั่น ขอเดินหน้างานการเมือง ชี้ ยุทธการแตกแบงก์ร้อยของ "ทักษิณ" ประมาทไม่ได้

 

          9 พ.ย.61-อาคารพีเคแอล ซอยรัชดาภิเษก 26 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า พอใจกับผลการเดินคารวะแผ่นดินทั้ง 14 วันที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับการตอบรับจากประชาชน แม้จะมีเรื่องตื่นเต้นได้ทุกวัน แต่ก็ไม่สนใจว่าจะมีใครมาก่อกวนหรือสร้างภาพให้เกิดความเสียหายเพราะเห็นว่าเป็นการเตรียมการล่วงหน้า เช่นกรณีที่ไปที่ตลาดบ่อบัวมีคนหนึ่ง นำนกหวีดวางบนถุงปุ๋ยมาคืนซึ่งตนเข้าใจดีว่าต้องการเสียดสีว่าตนเคยเดินรับบริจาคเงินในช่วงปี 57 แต่ไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงกรณีที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ออกมาโพสต์เฟซบุค เรียกร้องให้ตนและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคหยุดการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เนื่องจากประชาชนไม่เอาด้วยแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นความเห็นของนายอาทิตย์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ ตนน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมด แต่ยังคงขอเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำเพื่อบ้านเมือง  

"กรุงศรีวิไล"ปาดน้ำตาทิ้งภูมิใจไทยไปพลังประชารัฐ

การเมือง  :  50 นาทีที่ผ่านมา
กรุงศรีวิไล,ภูมิใจไทย,กกต,พรรคพลังประชารัฐ

"กรุงศรีวิไล"ลาออกภูมิใจไทย ซบพลังประชารัฐ ปาดน้ำตาจากกันด้วยดี ไม่ขัดแย้ง ขอวัดศักดิ์ศรีขอทำงานเพื่อชาวสมุทรปราการครั้งสุดท้ายก่อนวางมือทางการเมือง

             9 พฤศจิกายน 2561 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีตดารานักแสดงชื่อดัง และอดีตส.ส.สมุทรปราการ เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย 

              โดยให้เหตุผลว่าตนไม่สามารถทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทยได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่สามารถทำตามกฎระเบียบของพรรคคือการช่วยหาสมาชิกพรรคได้ จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากพรรค เพราะละอายใจที่ไม่สามารถช่วยงานพรรคได้

             การลาออกครั้งนี้เป็นการจากกันด้วยดี ทางพรรคเองก็คัดค้านอยากให้อยู่ต่อ แต่ตนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะออกจากพรรค เพื่อให้มีโอกาสทำงานให้จังหวัดสมุทรปราการได้อย่างเต็มที่ ยอมรับว่าที่ผ่านมาน้อยใจเพราะได้ยินว่าพรรคคาดหวังกับ ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพียง 1 ที่นั่ง ทั้งที่ทั้งจังหวัดมี ส.ส.ได้ถึง 7 คน ประเด็นนี้จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจลาออกจากพรรค

              นายกรุงศรีวิไล กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 19-20 พ.ย.  ตามที่มีผู้ใหญ่ของพรรคมาทาบทามไปร่วมงานด้วย โดยยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงินและเรื่องดูดมาเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ที่อยากจะทำงานการเมืองรับใช้ประชาชน เพราะจังหวัดสมุทรปราการยังต้องได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน เมื่อพรรคพลังประชารัฐตกลงให้ตนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.สมุทรปราการตนจึงต้องมา         

              “ที่ผมไม่ได้ทำงานให้พรรคเต็มที่ผู้ใหญ่ก็เข้าใจและให้อภัย เพราะที่ผ่านมาผมก็เป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน เชื่อว่าพรรคอยากให้อยู่ต่อ โดยไม่ต้องหาสมาชิกก็ได้ แม้แต่วันนี้ที่มายื่นใบลาออกก็มีคนโทรมายับยั้ง แต่ผมตัดสินใจแล้ว จึงมายื่นใบลาออกที่ กกต. เพราะไปยื่นลาออกที่พรรคก็ไม่มีคนรับเรื่อง มีแต่คนคัดค้าน เพื่อจะให้อยู่กับพรรคต่อ การจากกันครั้งนี้ไม่มีปัญหาอะไร การเลือกตั้งครั้งนี้อยากจะวัดกันให้รู้ เพราะเชื่อว่าประชาชนไม่โง่แล้ว ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายดีๆ เหมือนกันหมด แตกต่างคือตัวผู้สมัคร ส.ส. ประชาชนเลือกที่ตัวคนไม่ใช่พรรค เขาดูว่าผู้สมัครทำงานใกล้ชิดหรือไม่ ไม่ได้ดูว่าใครมาเดินลอยชาย ครั้งนี้จะเป็นการวัดศักดิ์ศรี เพราะหากหมดการเลือกตั้งครั้งนี้ จะวางมือเพราะอายุ 72 แล้ว”นายกรุงศรีวิไลกล่าว

             นายกรุงศรีวิไล กล่าวด้วยว่า. การลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของพรรคยังไม่ทราบ

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดการให้สัมภาษณ์ของนายกรุงศีวิไลในครั้งนี้ มีน้ำเสียงสั่นเครือ และปาดน้ำตาตลอดเวลา แสดงออกถึงความอัดอั้น และน้อยใจ

"หม่อมเต่า" ชี้ "กปปส.คืนนกหวีด" เป็นแค่ปลาตัวเดียว

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กปปสคืนนกหวีด,แค่ปลาตัวเดียว,หม่อมเต่า,คารวะแผ่นดินตอบรับดี

"หม่อมเต่า" เผย คารวะแผ่นดินตอบรับดี ระบุไทม์ไลน์เลือกตั้ง รัฐบาลพูดไปก็เท่านั้น  ชี้ กปปส. คืนนกหวีด เป็นแค่ปลาตัวเดียว ให้ ปชช. ตัดสินใจเอง 

       9 ..61-...จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในกิจกรรม "เดินคารวะแผ่นดินที่ผ่านมาว่า จากการเดินหาสมาชิกพรรค ซึ่งมีผลตอบรับด้วยดี โดยหลังจากนี้จะเป็นการเลือกกรรมการบริหารพรรค และตัวแทนพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งการตั้งสาขาพรรค ก่อนการประชุมสมัชขาใหญ่ โดยในที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้สมาชิกลงคะแนนเลือกผู้บริหารด้วยตัวเองผ่านระบบ IT จากนั้นเมื่อมีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครแล้วก็จะเปิดให้สมาชิกได้ลงคะแนนเพื่อเลือกผู้สมัครของตัวเองหรือเรียกกันว่าระบบพายมารี่โหวต

 

         นอกจากนี้ ...จัตุมงคล ยังกล่าวถึงไทม์ไลน์เลือกตั้งของรัฐบาลว่า เราเห็นว่าในเมื่อผู้มีอำนาจระบุมาเช่นนี้ และไม่มีทางแก้ไขได้ เราก็ชอบเสียเลย ไม่มีประโญชน์ที่จะเถียงกันไปมา ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มทำ ส่วนการปลดล็อคทางการเมืองนั้น ตนเห็นว่าเขาหวังดีต่อการเลือกตั้ง ซึ่งเขาทำได้แค่นี้ บริหารประเทศได้แบบนี้ เราเห็นและพูดอะไรไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ เขาก็ยังทำแบบนี้ ไม่เกิดอะไรขึ้น อย่างที่ตนพูดไว้คือ ในเมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ชอบไปเลย แล้วทำตามกรอบนั้นพยายามทำให้เกิดผลดีประเทศ

         เมื่อถามถึงยอดสมาชิก ที่ได้จากกิจกรรม "คารวะแผ่นดิน" ที่ภาคตะวันออก ...จัตุมงคลกล่าวว่า ตนตอบไม่ได้จริงๆ เพราะว่าสมาชิกอยู่ที่เขตนั้นๆ มีสมัครหลายช่องทาง ทั้งจากการเดินคารวะแผ่นดิน และไปสมัครที่ส่วนกลางของพรรค หรือทางออนไลน์ เรียนได้คร่าวๆว่าขณะนี้ทางกองอำนวยการของพรรค กำลังตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคให้ครบถ้วนก่อน คงต้องขอเวลาอีกสักระยะถึงจะบอกจำนวนที่แน่ชัดได้ ซึ่งสิ่งที่เราอยากได้คือคนที่เลือกพรรคเราในการเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าต้องเป็นสมาชิกพรรคถึงจะเลือกได้เท่านั้น ซึ่งถึงเวลานั้นก็เป็นเรื่องของการขายนโยบาย และก็ต้องมาประเมินด้วยว่าพรรคเราจะกลายเป็นพรรคเล็กหรือพรีขนาดไหน เพื่อจะได้ประเมินตัวเองถูก

          เมื่อถามถึงกรณีที่มีคนเคยเป็น กปปส. ไม่พอใจต่อกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดินนั้น ...จัตุมงคล กล่าวว่า ทุกอย่างได้รับผลกระทบหมด คนที่เป็น กปปส. มีประมาณ 5-7 ล้านคน นานาจิตตัง วันนั้นทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน วันนี้คนเรามีความคิดเปลี่ยนไป วันนี้ต้องเลือกพรรคนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเอานกหวีดมาคืน หรือเขียนต่อว่าอะไร ซึ่งเล่นการเมืองต้องอดทน ซึ่งกระแสตอบรับทางลบนี้ตนเห็นว่าเป็นเรื่องของปลาตัวเดียว ท่ามกลางพันตัว เรื่องแบบนี้สื่อชอบ มีคนคืนนกหวีดอันเดียวก็เสนอข่าวกันเต็ม ประชาชนเขาเข้าใจและจะตัดสินกันเอง ว่าจะเลือกหรือไม่

"ครม."เห็นชอบเอกสาร"นายกฯ"ถกสุดยอดผู้นำอาเซียน

การเมือง  :  22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

นายกฯ,เยือนต่างประเทศ

"รองโฆษกฯ"เผย"ครม."เห็นชอบเอกสารสำคัญ 25 ฉบับก่อน"นายกฯ"บินถก"สุดยอดผู้นำอาเซียน"ที่สิงคโปร์ 13-15 พ.ย.นี้ ต่อด้วย บิน "ปาปัวฯ"ถก"ผู้นำเอเปก" 16-18 พ.ย.นี้

            8 พฤศจิกายน 2561  พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกำหนดการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  

            ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมเวทีต่างประเทศว่า ระหว่างวันที่ 13 - 15 พ.ย.นี้ นายกฯมีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 33 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติเอกสารที่ลงนามรับรอง 25 ฉบับ อาทิ ร่างปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติว่าด้วยความช่วยเหลือทางกงสุล โดยคณะทูตของรัฐสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่คนชาติของรัฐสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ มีสาระสำคัญหากคนไทยไปประสบปัญหาในประเทศที่ไม่มีสถานทูตตั้งอยู่ สามารถขอให้สถานทูตของประเทศอาเซียนด้วยกัน ที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้นช่วยเหลือได้ จึงต้องทำความตกลงแบบทวิภาคี ทั้งจะเป็นการสร้างความเป็นประชากรอาเซียนและความเป็นอัตลักษณ์ของอาเซียน

            พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีร่างวิสัยทัศน์ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-จีน ค.ศ.2030 ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ ครั้งที่ 21 เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 45 ปีแห่งมิตรภาพ ร่างถ้อยแถลงร่วมระหว่างผู้นำอาเซียน-รัสเซีย ร่างถ้อยแถลงผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ร่างถ้อยแถลงผู้นำการประชุมสุดยอดอาเซียนตะวันออก ว่าด้วยการต่อต้านภัยคุกคามจากนักรบก่อการร้ายต่างชาติและผู้เดินทางกลับภูมิลำเนา เป็นต้น 

            พร้อมกันนี้จะมีแถลงการณ์ร่วมผู้นำความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค ( RCEP) ครั้งที่ 2 เพื่อที่ผู้นำแต่ละประเทศจะได้เร่งรัดให้ RCEP บรรลุข้อตกลงให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าไทยจะเป็นประธานอาเซียน รัฐบาลนี้ได้มีการเตรียมการในทุกเรื่องสำหรับอนาคต ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลสามารถสานงานต่อได้เลย หรือจะปรับเปลี่ยนอะไรก็ทำได้ไม่ยาก แต่หากจะเริ่มใหม่ตรงนั้นจะเสียหาย

            จากนั้นวันที่ 16 -18 พ.ย.นี้ นายกฯจะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 26 ณ กรุงพอร์ตมอร์สบี รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี โดยจะมี 21 เขตเศรษฐกิจเข้าร่วม ซึ่งจะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล และเชื่อมโยงผลักดันการเติบโต รวมถึงให้ความสำคัญกับผลกระทบจากทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ และรับมือความท้าทายจากยุคดิจิทัลด้วย ทั้งนี้จะมีเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ คือ 1.ปฏิญญาว่าด้วยผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก สาระสำคัญคือการเปิดรับดิจิทัลเพื่อความเชื่อมโยงในภูมิภาคต่างๆ และ 2.ผลลัพธ์การประชุมร่างถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีเอกเปกครั้งที่ 26 เพื่อสนับสนุนข้อริเริ่มความสำคัญในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเข้มแข็ง รวมถึงการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง

ปัญหาประเทศไม่ตรงปก-เพราะโครงสร้างมีปัญหา

การเมือง  :  22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐศาสตร์,เสวนา,เลือกตั้ง

"รัฐศาสตร์"เสวนาชี้ปัญหาประเทศไม่ตรงปกเกิดจากโครงสร้างที่มีปัญหา แนะทุกภาคส่วนสังคมมีส่วนร่วมแก้ไข-เคารพหลักการ มากกว่าบุคคล เรียกร้อง คสช.คลายอึมครึม

             8 พฤศจิกายน 2561   คณะรัฐศาสตร์ จัดงานรัฐศาสตร์เสวนา เรื่อง ประเทศไทยไม่ตรงปก ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในบ้านเมืองโดยเฉพาะความเป็นประชาธิปไตยที่ไม่เป็นตามแนวทางสากล  

             โดยมีนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วมเวทีอภิปรายเสนอความเห็น พร้อมมีข้อเสนอแนะต่อการเลือกตั้งที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศว่าจะเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ว่าต้องสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่เอื้อต่อการเลือกตั้ง พร้อมเปิดพื้นที่ประชาชนและนักการเมืองรับฟังความเห็น เสนอนโยบายเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลต่อการตัดสินใจเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.​ในสภาผู้แทนราษฎร

             นายอลงกรณ์​ พลบุตร ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววว่าต้นเหตุปัญหาของประเทศโดยเฉพาะประชาธิปไตย เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้ง การเมืองเก่าล้มเหลว แตกแยก การเมืองผูกติดกับอำนาจทุน, ปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นทั้งภาครรัฐ และเอกชน, เศรษฐกิจผูกขาด สังคมเหลื่อมล้ำ, กฎหมายอ่อนแอ สองมาตรฐาน และการยึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ดังนั้นทางแก้ปัญหาประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นใหม่ ผ่านการเลือกตั้ง ที่ให้ประชาชนฐานะเจ้าของอำนาจมีสิทธิเลือกส.ส.ที่ดี เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขับเคลื่อนงานการเมือง ภายใต้โจทย์การเมืองสีขาว โดยยึดหลักการเป็นสำคัญ

             "หากผมได้เป็นรัฐบาล และผมได้เป็นนายกฯ ต้องมีการปฏิรูป ไม่เฉพาะปฏิรูปกองทัพเท่านั้น แต่คือ ปฏิรูประบบราชการ ต้องลดกระทรวงให้เหลือเพียง 15 กระทรวงจากปัจจุบันมี 20 กระทรวง อย่างไรก็ตามวันที่ผมได้เป็นนายกฯ ต้องแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ความอ่อนแอในระบบ ซึ่งภายใน ปีเดียวต้องเห็นผล เพื่อทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศทั้งระบบถูกแก้ไข" นายอลงกรณ์ กล่าว

             ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล ตัวแทนพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าโครงสร้างในประเทศไทย ที่ถูกสอนว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยนั้นบิดเบี้ยวมาตั้งแต่การกำหนดกติกา และรัฐธรรมนูญ​ที่มาจากผู้ก่อการรัฐประหารและยึดอำนาจ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ  20 ฉบับ  เพราะสังคมขาดการเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากรับฟังคำบอกว่า ต้องให้อภัย และลืมสาเหตุ รายละเอียดของเหตุการณ์ความรุนแรง รวมถึงบทสรุปของเหตุการณ์

             ทั้งนี้ตนมองว่าวิธีแก้ไข คือ ทุกภาคส่วนของสังคมต้องแลกเปลี่ยนความเห็นและใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนที่ไม่ทำให้สังคมกลับไปสู่จุดที่สร้างความเจ็บปวดให้กับประเทศ​ รวมถึงทุกฝ่ายต้องแสวงหาทางออกให้กับประเทศ และเพื่อแก้ปัญหาให้ได้อย่างแท้จริง ตนมองว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านตัวแทน เช่น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 

             "การเลือกตั้ง วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ผมเชื่อว่าไม่มีใครมั่นใจได้ แต่หากวันใดที่มีเลือกตั้ง ภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านการทำประชามติ โดยไม่เปิดพื้นที่ให้ความเห็นต่างได้แสดงออกช่วงรณรงค์ประชามติ ดังนั้นการเลือกตั้งจึงสำคัญ แต่การเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ควรเปิดพื้นที่ให้พรรคแสดงนโยบายต่อประชาชน เพื่อให้มีข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกตั้ง ทั้งนี้ผมมองว่าปัจจุบันควรสร้างบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตย ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความเห็นและแสดงออกทางการเมือง เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่เดือนได้ อย่างไรตามทุกส่วนของสังคมควรเรียกร้องไปยัง คสช. เพื่อเปิดพื้นที่และสร้างบรรยากาศไปสู่การเลือกตั้ง รวมถึงรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งด้วย" นายภราดร กล่าว

             ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวโดยเชื่อว่า การเมืองไทยในภาวะ รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ หรือ เผด็จการทหาร เป็นต้นเหตุที่ทำให้การเมืองไทยไม่ตรงปก ที่ผ่านมาจุดเริ่มต้นของรัฐประหาร ฝ่ายการเมืองมักถูกโจมตีว่าเป็นต้นเหตุ ด้วยเหตุผลของการโกง คอร์รัปชั่น ชัดแย้ง  ทำให้ต้นเหตุที่แท้จริงของวิกฤตการเมืองกลับถูกมองข้าม คือ ทหารแทรกแซงการเมือง ซึ่งตนอยากให้สังคมไต่ตรองข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย ส่วนปัญหาประชาธิปไตยตนยอมรับว่ามีปัญหา เพราะเป็นระบอบที่ทำให้คนมีอิสระ มีความแตกต่าง หลายหลายทางความคิด แต่การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องไม่ใช่การเรียกใช้ทหาร หรือใช้ระบบเผด็จการ แต่ต้องพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้ดีกว่าเดิม

           นายวัฒนา เมืองสุข ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สังคมไทยเป็นสังคมศรีธนญชัย ทำลายหลักการ เพื่อไปสู่เป้าหมาย ซึ่งตรงข้ามกับสังคมนานาชาติที่ให้ความสำคัญกับหลักการ   ซึ่งตนมองว่าวิธีแก้ไขเพื่อให้ประเทศไทยตรงปก คือ สอนให้ประชาชนเคารพหลักการ ไม่ใช่สอนให้เคารพตัวบุคคล หรือสอนว่าใครเป็นคนดีเท่านั้น โดยความเห็นส่วนตัวมองว่าคำว่าคนดีในปัจจุบัน คือ เป็นข้ออ้างที่ให้คนไม่มีสติปัญญาเข้ามามีอำนาจในบ้านเมือง​ รวมถึงแนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาประเทศไทยไม่ตรงปกได้ 

          "หลังการเลือกตั้งผมเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศ ให้เคารพหลักการมากกว่าตัวบุคคล ขณะที่การสร้างกติกาการอยู่ร่วมกันต้องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ขณะที่กองทัพต้องถูกปฏิรูป เพื่อให้กองทัพทำหน้าที่ของตนเอง ไม่ใช่แทรกแซงการเมือง และ ลดขนาดหน่วยงานทหารที่หมดภารกิจ เช่น หน่วยงานปราบปรามคอมมิวนิสต์ ​รวมถึงลดจำนวนกำลังพล ทั้งนี้ผมมองว่าการมีอยู่ของกองทัพ ที่มากเกิดความจำเป็น คือ ภัยคุกคาม สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง และถูกใช้เป็นเครื่องมือทำปฏิวัติ และทำประเทศวิบัติ" นายวัฒนา กล่าว 

ขอโอกาสบ้าง"พรรคครู-ชาวนา"จุดขายร่วมแก้หนี้สิน

พรรคชาวนา,พรรคครู,เลือกตั้ง,พรรคครูไทยเพื่อประชาชน,ปรีดา บุญเพลิง,กกต

ขอโอกาสบ้าง"พรรคครู-ชาวนา"จุดขายร่วมแก้หนี้สิน : คมชัดลึก...ลุยเลือกตั้ง  โดย...  สุมาลี สุวรรณกร 

          พลันที่มีการปลดล็อกทางการเมือง พรรคการเมืองทั้งใหญ่และเล็กเริ่มขยับส่งสัญญาณให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะพรรค “นอกสายตา” ที่เป็นพรรคของคนทำมาหากินและพรรคองค์กรวิชาชีพต่างๆ เริ่มส่งสัญญาณ “คืนชีพ” กันอย่างคึกคัก อย่างน้อยที่เห็นในภาคอีสานห้วงยามนี้มีอยู่ 2 พรรคการเมืองใหญ่ คือ “พรรคครู” กับ “พรรคชาวนา”

          “พรรคครูไทยเพื่อประชาชน” ที่มี ปรีดา บุญเพลิง อดีตเลขาธิการคุรุสภาเป็นหัวหน้าพรรค โดยพรรคนี้จดทะเบียนตั้งพรรคเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา และเคยลงสนามเลือกตั้งด้วย แต่พอการเมืองติดกับดัก การเคลื่อนไหวของพรรคเลยหายไป 

          เอ่ยชื่อ “ปรีดา บุญเพลิง” ในยุทธจักรผู้นำครู ไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งในอดีต ปรีดาเป็นผู้นำครูประชาบาลขอนแก่นที่ร่วมกับเพื่อนครูต่อสู้ปลดแอกครูประชาบาลออกจากมหาดไทย บรรดาผู้นำครูยุคนั้น ได้เข้ามาสู่แวดวงการเมืองหลายคน อาทิ สุชน ชาลีเครือ, นิพนธ์ ชื่นตา เป็นต้น

ขอโอกาสบ้าง

          4 ปีที่ผ่านมา ระหว่างว่างเว้นการเมือง “ปรีดา” ในฐานะเลขาธิการคุรุสภาเก่า ร่วมกับโรงพยาบาลศุภมิตร จัดทำโครงการ “โลกสวย ตาใส ครูไทยไร้ต้อกระจก” อันเป็นกิจกรรมคัดกรองต้อกระจกและต้อหิน เพื่อดูแลสุขภาพดวงตาให้แก่ข้าราชการครู คู่สมรส บิดา มารดา และบุตร

          เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้จัดประชุมใหญ่ ที่ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น โดยเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2561 เพื่อการวางตัวผู้สมัคร และกำหนดนโยบายของพรรค ปรากฏว่ามีสมาชิกเดินทางมาร่วมประชุม และร่วมอุดมการณ์เดียวกันเป็นจำนวนมาก กับสโลแกน “ครูสร้างคน..ประชาชนสร้างชาติ”

          บังเอิญว่า เวลานี้เรื่องของครูที่มีปัญหาตลอดคือเรื่อง “หนี้สิน” เลยเป็นแรงกระเพื่อมให้พรรคนี้ได้รับความสนใจจากเพื่อนครูอีกครั้ง และเพิ่งนัดประชุมพรรคกันไปเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น โดยเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2561

          อันที่จริง ข้าราชการครูตกเป็นเป้าหมายของพรรคการเมืองมาโดยตลอด ในการเลือกตั้งปี 2554 "พรรคประชาธิปไตยใหม่"  สร้างความประหลาดใจให้แก่คนทั้งประเทศ เมื่อได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน โดยกลยุทธ์ของพรรคนี้คือ มุ่งหาเสียงกับครู และชูเรื่องการแก้หนี้เป็นหลัก

ขอโอกาสบ้าง

          8 ตุลาคม ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่สำนักสงฆ์ทุ่งไทรทอง ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่ โดย สุรทิน พิจารณ์ เป็นหัวหน้าพรรค และนิพนธ์ ชื่นตา อดีตผู้นำครูประชาบาล รุ่นเดียวกับ ปรีดา บุญเพลิง เป็นรองหัวหน้าพรรค

          ส่วนพรรคชาวนาคือ "พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย” ที่เพิ่งนัดประชุมใหญ่ของพรรคไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีสมาชิกพรรคมาร่วมประชุมทั้ง 4 ภาค และมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ ซึ่งมี “วชิร ศุภรมย์” เป็นหัวหน้าพรรค

          สำหรับ “วชิร ศุภรมย์” อดีตพยาบาลวิชาชีพที่เคยทำงานอยู่ทั้งในโรงพยาบาลแวงใหญ่และภูเวียง จ.ขอนแก่น ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักวิชาการสาธารณสุขอยู่อำเภอภูเวียง และลาออกมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวตั้งแต่ปี 2543 พร้อมกับมาเคลื่อนไหวเรื่องปัญหาปากท้องชาวนาก่อนจะได้มานั่งบริหารกองทุนฟื้นฟูเมืองขอนแก่นเมื่อปี 2547-2549 และลาออกไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในสังกัดพรรคความหวังใหม่ เมื่อเลือกตั้ง 2557 (เลือกตัั้งโมฆะ)

          พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทยนั้น ได้จดทะเบียนก่อตั้งพรรคตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมา โดยการนำของชรินทร์ ดวงดารา มีความเคลื่อนไหวคึกคักมากในการเลือกตั้งปี 2550 และ 2554 แม้จะไม่ได้ ส.ส.เขต แต่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 1.8 แสนคะแนน

ขอโอกาสบ้าง

          จะว่าไปแล้ว พรรคเครือข่ายชาวนาฯ ก็ถือกำเนิดมาจาก "เครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย" องค์กรของเกษตรกรที่รวมตัวกันต่อสู้แก้ไขปัญหาหนี้สิน ภายใต้การบริหารของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)

          ก่อนหน้านี้ มีสมาชิกพรรคอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นคน แต่ล่าสุดมีการตรวจสอบสมาชิกพรรคพบเหลืออยู่ประมาณ 1,200 คน ทำให้พอเปิดประชุมพรรคได้ และมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ ซึ่งนอกจาก "วชิร" แล้ว พรรคนี้ยังมีขุมกำลังเกษตรกรอีสานที่น่าสนใจอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ แสงวงษ์ ทนายความ จากเมืองย่าโมเป็นรองหัวหน้าพรรค และ สุภีร์ ทองมีค่า อดีตกำนันและอดีตนายก อบต.ที่เคลื่อนไหวเรื่องปากท้องเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ที่เข้ามาทำหน้าที่โฆษกพรรคในห้วงเวลานี้

          ที่ผ่านมา ชรินทร์ ดวงดารา ที่ปรึกษาสมาชิกเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย (คนท.) อาจมีข้อจำกัดบางประการในการขับเคลื่อนพรรคเครือข่ายชาวนาฯ ในภาคอีสาน เมื่อได้ วชิร ศุภรมย์ เป็นหัวหน้าพรรค ก็น่าจะทำให้พรรคได้ขยายฐานสมาชิกมากขึ้น

          เนื่องจากวชิรเคยเป็นประธานเครือข่ายองค์กรเกษตรกรภาคอีสาน จึงรู้จักกับอีกหลายเครือข่ายชาวนาและเกษตรกรในแผ่นดินอีสานและ 4 ภาค ไม่ว่าจะเป็น สมาพันธ์เกษตรกร เกษตรกร และครูสาย ครูสน รูปสูง แห่งบ้านท่านางแนวที่เสียชีวิตไป สายสภาประชาชน 4 ภาคของ ประภาส โงกสูงเนิน และสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน

          วัตถุประสงค์ของพรรคนี้คือ “เกษตรกรต้องกำหนดอนาคตของตนเอง ทั้งต้องร่วมกันกำหนดอนาคตของชาติ” ช่วยเหลือเกษตรกรและให้เกษตรกรลุกมาช่วยเหลือชาติด้วยกัน เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรต่อสู้เพื่อปากท้อง ไม่รู้เรื่องการเมือง แต่ต่อไปนี้เกษตรกรต้องรู้จักการเมืองและร่วมแก้ไขปัญหาชาติด้วย

ขอโอกาสบ้าง

          พลันที่ กกต.รับรองการประชุมใหญ่ของพรรคแล้ว การเปิดตัวพรรคและเปิดตัวผู้สมัครคงจะคึกคักและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

          กติกาเลือกตั้งใหม่ ได้ออกแบบให้มีบัตรใบเดียว และทุกคะแนนมีความหมาย ไม่ตกน้ำตกท่าเหมือนในอดีต ฉะนั้น พรรคเฉพาะทางอย่างพรรคครูและพรรคชาวนา จึงวาดฝันเก็บเกี่ยวคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้ตัวแทนของพวกเขามีที่นั่งในสภา

กัญชาในนามของยาวิเศษ

กัญชา,รักษาโรค,เด็ดยอด

กัญชาในนามของยาวิเศษ : คอลัมน์... เด็ดยอด  โดย... รักษ์ ปักธงไทย 

          กัญชา ถูกเตรียมให้ใช้เป็นยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและเป็นยารักษาโรค

          (วิกิพีเดีย) ในทางเภสัชวิทยา องค์ประกอบที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหลักของกัญชา คือ เตตระไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ซึ่งเป็นสารประกอบหนึ่งจาก 483 ชนิดที่ทราบว่า พบในต้นกัญชา ซึ่งสารอื่นที่พบมี แคนนาบินอยด์ และอีกอย่างน้อย 84 ชนิด เช่น แคนนาบิไดออล (CBD) เตตระไฮโดรแคนนาบิวาริน (THCV) และ แคนนาบิเจอรอล (CBG) เป็นต้น

          เรารู้จักกัญชาในฐานะพืชที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ ให้เราอยู่ในภาวะเคลิ้มสุข มีความผ่อนคลาย แต่ก็อยากอาหารเพิ่มขึ้น

          ผลข้างเคียงไม่พึงปรารถนา เช่น ความจำระยะสั้นลดลง ปากแห้ง อยากความหวาน ทักษะการเคลื่อนไหวบกพร่อง ตาแดงจัด รู้สึกหวาดระแวง บางครั้งวิตกกังวล

          มีบันทึกการใช้กัญชาครั้งแรกตั้งแต่สหัสวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล นับแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 กัญชาถูกจำกัดตามกฎหมาย

          ปัจจุบันการครอบครอง การใช้หรือการขายการเตรียมกัญชาปรุงสำเร็จซึ่งมีแคนนาบินอยด์ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก

          สหประชาชาติแถลงว่า กัญชาเป็นยาผิดกฎหมายที่ใช้มากที่สุดในโลก

          ในปี 2547 สหประชาชาติประมาณการบริโภคกัญชาทั่วโลกชี้ว่า ประมาณ 4% ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก (162 ล้านคน) ใช้กัญชาทุกปี ประมาณ 0.6% (22.5) ใช้ทุกวัน

          ปัจจุบันในประเทศไทยกัญชาถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งมีโทษทางอาญากับผู้เสพและผู้ครอบครองและไม่มีการอนุญาตให้นำมาใช้ในทางการแพทย์แต่อย่างใด

          ล่าสุด สนช.กำลังเสนอกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา ให้เป็นยารักษาโรค โดยประสานกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้องค์การเภสัชฯ วิจัยการนำสารสกัดบางตัวในกัญชามาทำเป็นยา และจะเสนอต่อที่ประชุม ครม. ในเดือนนี้

          ไทยกำลังตื่นตัวเรื่องการสกัดสารในกัญชามารักษาโรค ทางด้านแคนาดาที่ให้ขายกัญชาอย่างจำกัด แต่เสรี ปรากฏว่าขายดีจนไม่พอขาย

          หันไปดูเฟซบุ๊กของ อาจารย์ไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา "ลุงป้อม” รายงานว่า เม็กซิโกเป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งกำลังปลดล็อกกัญชา ให้ใช้ในทางการแพทย์ และสันทนาการได้เต็มรูปแบบ

          ทำให้ขณะนี้มีหลายสิบประเทศ ที่แข่งกันนำกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ให้ประชาชนใช้ได้โดยทั่วไปรวมทั้งสันทนาการด้วย

          อาจารย์ไพศาลเล่าว่า ประเทศเหล่านี้เห็นประโยชน์และรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยระบุว่าถ้าไม่ทรยศชาติ ไม่ขายชาติ ไม่ปล้นชาติเสียอย่าง อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนก็ทำได้ไม่ยาก แต่ถ้ามีการใช้เล่ห์อุบาย ขันล็อกกัญชา ให้กลายเป็นยาเสพติดประเภท 2 เพื่อล็อกงบเอาไว้ซื้อสารคีโมกับมอร์ฟีนหวังฟันใต้โต๊ะกัน บ้านเมืองก็บรรลัย

          อาจารย์ไพศาลยังเสนอเรื่อง จีนเชิญคณะผู้เชี่ยวชาญ การสกัดกัญชา รักษาโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ จากประเทศไทย ไปดูงานการปลูกกัญชา และโรงพยาบาลที่ใช้สารสกัดจากกัญชาในการรักษาโรคที่เมืองคุนหมิง ซึ่งจะขยายเป็นเมืองพยาบาล ที่เป็นศูนย์การรักษาพยาบาลด้วยการแพทย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุด

          ข้อมูลของอาจารย์ไพศาล พืชมงคล บอกว่า สารสกัดจากกัญชาจะช่วย มะเร็ง พาร์กินสัน ลมชัก ซึมเศร้า โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ ความดัน เบาหวาน ไต ที่ไม่มีทางรักษาแล้ว

          รวมถึงว่า ถ้าปลดล็อกกัญชา ไม่เป็นยาเสพติด สิ่งที่จะได้ตามมาคือ

          1.เกษตรกรในภาคเหนือและอีสาน จะร่ำรวยกันถ้วนหน้า เพราะผลผลิตจากกัญชา จะได้ราคาถึงไร่ละล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ปลูกอย่างอื่นไม่ได้ และทั่วโลกต้องการ โดยเฉพาะกัญชาไทยดีที่สุดในโลก

          2.ประเทศไทยจะมีรายได้จากการส่งออกกัญชาไปยังประเทศที่เขาปลดล็อกแล้วที่ผลิตเท่าไรก็ไม่พอ ดีกว่าไปปลูกข้าวโพดทำอาหารสัตว์ และรัฐไม่ต้องรับภาระ ในการพยุงสินค้าเกษตรอีกต่อไป

          3.การแพทย์แผนไทยและการรักษาโรคร้ายแรงสารพัดชนิดจากการแพทย์แผนไทย จะเชิดหน้าชูตา ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลโรคร้ายแรงสารพัดด้วยการแพทย์แผนไทยที่จะทำรายได้ให้แก่ประเทศชาติมหาศาล

          4.ประชาชนที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและญาติมิตรนับล้านๆ คนจะได้รับประโยชน์ จะมีโอกาสรักษาพยาบาลได้อย่างดีที่สุดด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง

          5.จะประหยัดเงินที่ประเทศต้องจ่ายไป เป็นค่าซื้อหรือนำเข้ายาจากต่างประเทศ รวมทั้งคีโม และมอร์ฟีนปีละกว่า 4 แสนล้านบาท

          6.คนไทยจะสร่างหายจากโรคร้ายหลายชนิดเช่น มะเร็ง พาร์กินสัน ลมชัก ความดัน เบาหวาน โรคไต โรคเส้นเลือด โรคซึมเศร้า โรคนอนไม่หลับ โรคเครียด เป็นต้น อาณาประโยชน์มีมากมายขนาดนี้แล้วจะลังเลอะไร

          ปิดท้ายสัปดาห์นี้มีเรื่องเล่า ผลการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าใครอยู่ ใครไป ขอให้รู้เถิดว่า เพียงเพราะเกลียดหนู 2 ตัวข้างอภิสิทธิ์ ถึงกับเอาเงินคนนอกมาเผาพรรคตัวเอง คนแบบนี้คบไม่ได้ ปัจจุบันนี้คนทั้งพรรคไม่คบหนู 2 ตัวข้างอภิสิทธิ์แล้ว ในฐานะเป็นชนวนทำลายพรรค หนูทั้ง 2 ตัว เมื่อรู้ตัวแล้วก็ออกจากพรรคเถิด แล้วเอาพวกไอทีราคาแพงออกไปด้วย คบใครไม่คบ ไปคบศัตรูเป็นมิตร แล้วเอาศัตรูมาดูไอทีให้พรรค... "อภิสิทธิ์ไม่ตายก็คางเหลือง” เรื่องของเรื่อง...ขึ้นต้นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา...คบคนชั่วเป็นมิตรก็เป็นเช่นนี้ อภิสิทธิ์ควรรู้ดี 

เปิดปูม"สาวแสบ"สั่งข้าวกล่องมีคดียาติดตัว

อาชญากรรม  :  58 นาทีที่ผ่านมา
ข้าวกล่อง,ยาเสพตืด,ฉ้อโกง,สาวทำข้าวกล่อง

"อิ๋ว ธนิตา"คนชักชวนทำข้าวกล่อง เจอคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนคดียาศาลอ่านคำตัดสินชั้นอุทธรณ์ให้ฟังระหว่างคุมตัวผัดฟ้องคดีข้าวกล่องเพื่อนสาวอีกคนไร้ญาติประกัน

              9 พฤศจิกายน 2561 "อิ๋ว ธนิตา"คนชักชวนทำข้าวกล่อง เจอคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนคดียา ศาลอ่านคำตัดสินชั้นอุทธรณ์ให้ฟังระหว่างคุมตัวผัดฟ้องคดีข้าวกล่อง เพื่อนสาวอีกคนไร้ญาติประกันคดีข้าวกล่อง กอดคอนอนเรือนจำทั้งคู่

              จากกรณี "น.ส.ธนิตาหรืออิ๋ว จันทร์อิ่ม" อายุ 37 ปี และ "น.ส.กัญจ์หทัย สุขใจ" อายุ 40 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงจากการสั่งจ้างทำข้าวกล่อง 10,000 กล่องพร้อมจัดส่งน้ำดื่มอีก 10,000 ขวด แล้วสุดท้ายบ่ายเบี่ยงไม่รับข้าวที่ทำไว้ อ้างทำผิดสัญญาจนเป็นเหตุ นางธนิสร กุยแก้ว อายุ 42 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้รับความเสียหาย

              กระทั่งวันที่ 7-8 พ.ย.61 ทั้งสองได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตามหมายเรียก ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสอบปากคำแล้ว "น.ส.ธนิตาหรืออิ๋ว" ผู้ชักชวน และ "น.ส.กัญจ์หทัย" ผู้ทำสัญญา ให้การปฏิเสธ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน จึงได้นำตัวทั้งสอง ไปยื่นคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งแรก ต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นคดีดำ ผ.1553/2561 รวม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-13 พ.ย.นี้ 

              อย่างไรก็ดี ( 9 พ.ย.) มีรายงานเกี่ยวกับคดีเก่าของ "น.ส.ธนิตา หรืออิ๋ว" ว่า เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ถูกยื่นฟ้อง ตามความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ด้วย

              ซึ่งเดิมคดีอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6  โดย "น.ส.ธนิตา" เคยขอเลื่อนฟังคำพิพากษามาหลายครั้งอ้างว่ามีอาการป่วย กระทั่งศาลจังหวัดอุตรดิตถ์นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ แต่เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) ขณะที่ "น.ส.ธนิตา " ได้มาปรากฏตัวต่อศาลระหว่างการผัดฟ้องฝากขังคดีฉ้อโกงทรัพย์แล้ว ดังนั้น "ศาลจังหวัดดอุตรดิตถ์" จึงได้อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ภาค 6 ในคดียาเสพติด ให้"น.ส.ธนิตา" ฟังทันที โดยศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก "น.ส.ธนิตา" เป็นเวลา 1 ปีและปรับ 100,000 บาท  

            โดยปัจจุบันนี้ "น.ส.ธนิตา" ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากญาติไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ปล่อยชั่วคราว น.ส.ธนิตา ซึ่งครั้งแรกมีรายางานว่า เดิมเมื่อถูกยื่นผัดฟ้องฝากขังคดีฉ้อโกงทรัพย์นั้น เบื้องต้นมีญาติของ น.ส.ธนิตา เตรียมยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว แต่เมื่อมีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 คดียาเสพติดแล้ว ญาติจึงแจ้งความประสงค์ยังไม่ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว "น.ส.ธนิตา" ทั้ง 2 คดี

            ส่วน "น.ส.กัญจ์หทัย" ที่ตกผู้ต้องหาอีกคนซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาข้าวกล่องนั้น เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ก็ปรากฏว่าไม่มีญาติยื่นคำร้องขอประกันแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์เช่นกัน

 

เปิดทริป "OTOP VILLAGE" ริมฝั่งโขงอัตลักษณ์โดดเด่น

ประชาสัมพันธ์  :  22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
 
โอทอป วิลเลจ,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,OTOP Village,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว
โอทอป วิลเลจ,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,OTOP Village,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว
โอทอป วิลเลจ,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,OTOP Village,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว
โอทอป วิลเลจ,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,OTOP Village,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว
โอทอป วิลเลจ,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,OTOP Village,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว
โอทอป วิลเลจ,กรมการพัฒนาชุมชน,กระทรวงมหาดไทย,OTOP Village,โอทอปเพื่อการท่องเที่ยว
prev
next
 

กรมการพัฒนาชุมชน เปิดทริปเส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP ชมวิถีชีวิตริมฝั่งโขง 7 หมู่บ้าน 4 จังหวัดชูอัตลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร 

            8  พฤศจิกายน 2561 นายไพบูลย์ บุรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว (OTOP Village) รวม 8 เส้นทาง 

เปิดทริป

            โดยกระจายตามภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ซึ่งแต่ละหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการ เป็นหมู่บ้านที่กรมการพัฒนาชุมชนได้เข้าไปสนับสนุนงบประมาณให้กับจังหวัดเพื่อดำเนินการพัฒนาทั้งในด้านความเข้มแข็งของผู้นำชุมชนการส่งเสริมให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชน ด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์ การพัฒนาพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน การค้นหาอัตลักษณ์ของชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงอาหารพื้นถิ่น จนกระทั่งชุมชนเหล่านี้เกิดความเข้มแข็งและมีเอกลักษณ์แตกต่างจากถิ่นอื่น สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชม พร้อมจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้และความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ทั้งยังก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้นด้วย  

เปิดทริป

            เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หมู่บ้าน OTOP ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น จึงได้จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร OTOP Village เส้นทางที่ 7 วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง จำนวน 7 หมู่บ้าน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม โดยแต่ละหมู่บ้านที่คัดเลือกมาล้วนมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป ดังนี้ หมู่บ้านตามุย จ.อุบลราชธานีชุมชนเล็กๆริมแม่น้ำโขง ที่มีการร่วมแรงอย่างเข้มแข็งของคนในชุมชน สร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนรอบด้านเพื่อพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพ ได้แก่ ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านตามุย เสื่อเตยจากกลุ่มงานประดิษฐ์บ้านตามุย ดอกกระเจียว จากกลุ่มอาหารบ้านตามุย

 

เปิดทริป

            สำหรับกิจกรรมเมื่อมาเยือนบ้านตามุยที่ห้ามพลาดคือการลงเรือล่องแม่น้ำโขงชมความมหัศจรรย์ของ “เก้าพันโบก” และทิวทัศน์สองฝั่งโขงอันสวยงามหมู่บ้านสองคอน จ.อุบลราชธานีวิถีชีวิตบ้านสองคอนจุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง"สองคอน" เป็นชื่อหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ในฤดูน้ำหลากกระแสน้ำโขงจะไหลเป็นสองทางชาวบ้านเรียกว่า "คอนปากบ้อง" กับ "คอนสิ่ว" จุดเด่นของที่นี่คือผลิตภัณฑ์ OTOP มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานจักสาน งานทอผ้า และอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาดคือแหล่งท่องเที่ยว สามพันโบก หรือแกรนด์แคนยอนเมืองไทย

 

เปิดทริป

            ซึ่งการมาเที่ยวสามพันโบก นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือจากหาดสลึงที่บ้านสองคอน ล่องตามลำน้ำโขงระยะทาง 4 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่าน "ปากบ้อง" จุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขง ซึ่งมีความกว้างเพียง 56เมตร และ "หินหัวพะเนียง" เป็นแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอน ในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อ "บ้านสองคอน" 

เปิดทริป

            หมู่บ้านโพนขวาว จ.อำนาจเจริญ มีอาชีพที่มีลักษณะพิเศษและทำติดต่อกันมาหลายชั่วอายุคนคือ  การทำน้ำตาลจากต้นตาล (ตาลโตนด) สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านบ้านโพนขวาวในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีอาชีพเสริมผลิตภัณฑ์ส่งออกคือ การนำเศษผ้ามาเย็บติดต่อกันเพื่อทำเป็นผ้าห่มกันหนาว ซึ่งได้รับความนิยมมาก เพราะคุณภาพดีและราคาถูกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อตามท้องตลาดทั่วไป และการทำหมอนฟักทอง หมอนปักจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีวัดบ้านโพนขวาวซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหอไตรเก็บพระไตรปิฎกที่มีการสร้างด้วยการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม  

เปิดทริป

            หมู่บ้านหนองหล่ม จ.มุกดาหารรอยยิ้ม สายน้ำ วัฒนธรรมสองฝั่งโขง มีที่นี่บ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 3 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล เป็นหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ด้วยความงดงามของทัศนียภาพริมฝั่งโขง สามารถล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งโขง อีกทั้งชมการเกษตรบนเกาะแก่ง กลางแม่น้ำโขง ชมวิถีชีวิตชุมชนชาวบ้านพร้อมต้อนรับด้วยอัธยาศัยอันดีตามวิถีผู้ไทยที่อบอุ่น การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP เช่น ผ้าห่มทอมือ ข้าวกล้อง เสื้อเย็บมือ และยามรุ่งเช้าร่วมทำบุญตักบาตรรับบรรยากาศริมโขง

เปิดทริป

            รวมถึงการเที่ยวชม หรือปีนเขา ณ แหล่งท่องเที่ยวภูผาเทิบชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไหว้พระพุทธรูปที่เก่าแก่อายุ 1,200 ปีหมู่บ้านภู จ.มุกดาหารบ้านภู หมู่ที่ 1,2 ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง เป็นหนึ่งหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ปี 2549ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย 3 ปีซ้อนอีกทั้งได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยวมามากมาย ด้วยอัตลักษณ์ชุมชนคือการดำเนินชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ เน้นแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพหลัก คือการทำนา และจะปลูกพืชผักสวนครัวหลังฤดูเก็บเกี่ยว การแต่งกายให้เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนคือ ผู้หญิงนุ่งซิ่นทิว ใส่เสื้อเย็บมือย้อมครามแถบชายขอบแดง ห่มผ้าสไบพาดไหล่ซ้าย ผู้หญิงในหมู่บ้านภู จึงต้องทอผ้าเก่ง โดยเฉพาะการทอผ้าไหม และผ้าหมักโคลน ผ้าฝ้าย ที่สืบทอดภูมิปัญญาของท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งขึ้นชื่อและสร้างรายได้เสริมเป็นอย่างมาก 

เปิดทริป

            หมู่บ้านนาถ่อน จ.นครพนมชาวบ้านนาถ่อน มีเชื้อสามาจากเผ่าไทยกวน อพยพมาจากเมืองป่ง สปป.ลาว เมื่อประมาณ 250 ปีมาแล้ว ทำให้หมู่บ้านนี้ยังคงวัฒนธรรมไทกวน มีประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่โดดเด่น โดยเฉพาะการตีมีด และการทอผ้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนท้องถิ่นโบราณ จนมีคติพื้นเมืองชนเผ่าไทยกวนว่า “พอเสร็จหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก” และสุดท้าย หมู่บ้านท่าเรือ จ.นครพนมหมู่บ้านแห่งเสียงดนตรีริมโขง ซึ่งมีความงามแห่งอัตลักษณ์ชุมชน บนวิถีแห่งภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น สืบสานต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

เปิดทริป

            โดยเฉพาะการร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน แหล่งผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ได้รับฉายาว่า “หมู่บ้านแห่งเสียงดนตรี”ภูมิปัญญาในด้านการทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน คือ การทำแคน พิณ โหวต โปงลาง นับเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างคุณค่า และรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่องจากบรรพบุรุษ นอกจากนี้ ยังมีการทอผ้าไหมที่เป็นเอกลักษณ์ ประณีต มีลวดลายพื้นบ้านชาวบ้านท่าเรือในวันนี้ พร้อมยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาร่วมเรียนรู้ เพื่อช่วยกันสืบสานคุณค่าแห่งภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ตลอดไป

เปิดทริป

 

 ..................................................

9 พฤศจิกายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน