*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5003
  • จำนวนผู้ชม : 3205807
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 410 , 20:41:06 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         กกต.ขอให้ฝ่ายการเมืองยอมรับการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อจะได้เดินหน้าการเลือกตั้งต่อไป ทั้งนี้ การแบ่งเขตถือจำนวน

ประชากรเป็นหลัก จึงต้องขอให้ฝ่ายการเมืองยอมรับกตกาของคสช.นี้ด้วย

         นายกรัฐมนตรีกลับถึงไทย แล้วถามสื่อว่า "ดูแลประเทศดีหือไม่" ก่อนไปเยอรมันท่านคงไม่ได้ฝาก แต่สื่อต้องรู้หน้าที่นะ

 

THAILAND POLITICAL PROCESS!

 

 

"NEW DEM" เมืองคอน"หวังดึงราคายางช่วยชาวสวน"

คนในข่าว  :  23 พ.ย. 2561
ชัยชนะ เดชเดโช,พรรคประชาธิปัตย์,ตลาดความคิดรุ่นใหม่การเมือง

"New Dem" เมืองคอน"หวังดึงราคายางช่วยชาวสวน" : คอลัมน์...  ตลาดความคิด...รุ่นใหม่การเมือง

          พรรคสีฟ้าหรือประชาธิปัตย์ ในหลายปีให้หลังภาคใต้คือฐานคะแนนนิยมที่พรรคนี้ได้รับมามากกว่าพรรคอื่น

          “นายหัวชวน หลีกภัย” คือหนึ่งในสัญลักษณ์ปชป.ที่คนปักษ์ใต้ให้ความเคารพ รวมทั้งหัวหน้ามาร์ค "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ยามลงพื้นที่เมื่อใดพ่อยกแม่ยกยังให้คะแนน

          “แทน” หรือ ชัยชนะ เดชเดโช ในฐานะเลือดใหม่ ปชป. อาสาลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคสีฟ้า เป็นลูกชายของ “วิฑูรย์ เดชเดโช” อดีตสมาชิก อบจ.นครศรีธรรมราช (ผู้ล่วงลับ) และ "กนกพร เดชเดโช” ทั้งแทนและกนกพร สืบสานเจตนารมณ์ของวิฑูรย์ด้วยการตั้งมูลนิธิ “วิฑูรย์ เดชเดโช” เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านเมืองคอน

          “ชัยชนะ” คือคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ หรือกลุ่ม “New Dem” ได้กล่าวถึงความสนใจในงานการเมืองว่า “สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นนักการเมือง คอยดูแลพี่น้องประชาชน จึงเรียนและรู้จักระบอบประชาธิปไตย และต้องการให้ประเทศไทยได้หลุดพ้นจากเผด็จการเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจที่จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”

          “ถ้าหากมีโอกาสเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร สิ่งแรกที่จะทำเลยคือการผลักดันเรื่องของราคาพืชผลให้สูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งกลไกตลาดของต่างประเทศ หรือเน้นการส่งออกเป็นหลัก แต่จะเน้นในเรื่องของการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อนำมาใช้ภายในประเทศมากขึ้น อย่างในเรื่องของยางพารา ที่เราสามารถนำมาแปรรูปเป็นส่วนผสมของถนน หมอนรองรถไฟ หรือใช้เป็นส่วนผสมยางรถยนต์ได้ ในส่วนนี้รัฐสามารถให้หน่วยงานในสังกัดเพิ่มอัตราการใช้ยางได้ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำแบบนี้แล้วก็ตาม แต่ผมมองว่ายังน้อยเกินไป ต้องทำมากกว่านี้"

          "อย่างเช่นการเชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาอบรมให้ความรู้ หรือช่วยเหลือทางด้านธุรกรรมทางการเงินเพื่อให้พวกเขาได้มีส่วนในการแปรรูปร่วมด้วย ซึ่งคือเรื่องที่อยากจะผลักดันเป็นเรื่องแรก”

          รอดูว่าชาวสวนยางเมืองคอนจะให้โอกาสคนหนุ่มคนนี้จาก ปชป. ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงช่วยพี่น้องหรือไม่...

จตุพร ลั่น "เพื่อชาติ" สู้ทุกเขตไม่สนกกต.แบ่งเขต

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จตุพรสู้ทุกเขต,เพื่อชาติสู้ทุกเขต,คมชัดลึก

จตุพร ลั่น "เพื่อชาติ" สู้ทุกเขตไม่สนกกต.แบ่งเขตเอื้อพรรคหนุน คสช. เชื่อ เป็นพรรคขนาดกลาง จับมือ พปชร.เป็นศูนย์ จบเรื่อง"วัฒนา" ด้าน "สงคราม" ไม่ชัดร่วมวงถกคสช.

          29 พ.ย.61-ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว  มีการจัดงาน Meeting พบปะพูดคุยกับทีมงานพรรคเพื่อชาติ โดยมีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ แกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พร้อมด้วยนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะกองเชียร์พรรคร่วมในงาน     

          จตุพร ลั่น

         โดยนายสงคราม กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเกาะกลาง ที่พร้อมให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกของประเทศ ทั้งนี้พรรคเพื่อชาติพร้อมส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต แม้ในช่วง 2-3 วันจะถูกดูดไปบ้างแต่ยังทดแทนได้  ส่วนในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ จะเข้าร่วมวงพูดคุยของ คสช. หรือไม่นั้น ตนเห็นเรือ่งการเลือกตั้งเป็นเรื่องของ กกต. ไม่เกี่ยวกับ คสช.เลย เราจึงไม่รู้จะไปเพื่ออะไร ดังนั้นจึงจะมีการปรีกษาหารือกันก่อนว่าสมควรจะไปหรือไม่ และไปแล้วจะได้อะไรบ้าง

       นายยงยุทธ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อชาติจะเกิดการแย่งคะแนนกับพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ เพราะมีแนวทางใกล้เคียงกัน  ว่า รัฐธรรมนูญทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด เคยอยู่บ้านร่วมกันมา 300-400 คน ต่อมาให้อยู่ 250 คน อันนี้เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งสำคัญนโยบายของพรรคจะฮั้วกันไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย พรรคเพื่อชาติเห็นว่ามะเร็งร้ายของสังคมไทยที่ทำให้สังคมก้าวต่อไปไม่ได้คือความขัดแย้ง  แต่ทุกพรรคก็ต้องเป็นอิสระต่อกัน

         ด้านนายจตุพร กล่าวว่า วันนี้รัฐธรรมนูญพร้อมทำให้เกิดวิกฤตได้ทุกเมื่อ เวลานี้แม้บางพรรคจะคิดว่ามีข้อได้เปรียบทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือเรื่องอื่นๆ แต่เมื่อเข้าไปในเขตเลือกตั้งจริงๆ ข้อเท็จจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะกลายเป็นคนละเรื่องกัน  สาระสำคัญในวันนี้คือว่าเราจะเดินเข้าสู่วันเลือกตั้งอย่างเรียบร้อยได้อย่างไร คำว่าประชาธิปไตยแต่ละฝ่ายพยายามอธิบาย แต่สิ่งสำคัญคือการกระทำในสิ่งที่เป็นประชาธิปไตย ตนอยากเห็นการแข่งขันในครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่สุจริตและเที่ยงธรรม อยากเห็นผู้มีอำนาจพูดคุยกับประชาชน และภาคประชาสังคมตกลงเป็นสัญญาประชาคมเสีย วิกฤตก็จะไม่เกิด  และอย่าไปบิดเบือนว่าการเปิดเวทีพูดคุยเป็นการไปสมคบกับเผด็จการ แต่เป็นการพูดคุยเพื่อหาทางออกของประเทศ              

         นายจตพุร ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งกับนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่าพรรคเพื่อชาติสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ว่า เรื่องนี้ตนต้องออกมาตอบโต้ เพราะหากไม่ได้พูดอะไรก็จะมีพฤติกรรมการเอาอย่าง และมีคนอื่นออกมาพูดบ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อวัฒนาออกมาระบุว่ายุติแล้ว ตนก็ถือว่าเรื่องนี้จบ

         เมื่อถามถึงกรณีประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ล่าสุดนั้น มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติยืนยันของสู้ทั้ง 350 เขต ไม่ว่าจะสลับหรือเอาพื้นที่คู่แข่งของเขาไปหาร 2 หาร 3 อย่างไร ก็ไม่มีปัญหา เพราะวิธีการแก้ปัญหาคือสู้ทุกเขต ตนไม่วิตกเรื่องแบ่งเขต แบ่งให้สบายใจไปเลย วันนี้จำนวน ส.ส.ลดลงเพียง 25 คนจาก 375 เป็น 350 การขยับเรื่องนี้จึงไม่มีผลอะไรมาก แต่ถ้าบริสุทธิ์ใจในการดำเนินการก็ไม่มีปัญหาอะไรและคงใช้เวลาไม่นาน  ทั้งนี้คิดว่าพรรคเพื่อชาติจะเป็นพรรคขนาดกลาง ไม่ใช่หาเก้าอี้ไม่ได้เลย แต่ไม่ถึงกับเป็นพรรคขนาดใหญ่ ซึ่งในวันที่ประชุมเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและดูจากการลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก ทั้งนี้ในเรื่องของการประชุมร่วมกับ คสช.ในวันที่ 7 ธ.ค. นี้ ส่วนตัวตนเห็นว่าพรรคควรเข้าร่วม เพราะต้องมีการพูดคุยกันของทุกฝ่าย แต่ก็ขึ้นอยู่กับแกนนำพรรคจะพิจารณา

         ต่อข้อถามถึงความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ นายจตุพร กล่าวว่า คำว่าเกาะกลางไม่ใช่การจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นการจับมือพูดคุย เช่น ส.ว.250 เสียง ต้องเอาตามเสียง ส.ส.ข้างมากเพื่อให้บ้านเมืองไม่เดินไปสู่วิกฤต แต่ไม่ใช่การไปร่วมเป็นรัฐบาลกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มันเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเป็นคนละจุดยืนทางการเมือง ความเป็นไปได้กับพรรคพลังประชารัฐเป็นศูนย์อยู่แล้ว

แบ่งเขตจบ !! มุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กกตแบ่งเขตเลือกตั้ง,เดินหน้าเลือกตั้ง,คมชัดลึก

รองเลขากกต.แจง "แบ่งเขต" งานละเอียด คล้ายตัดเสื้อตามรูปแบบจังหวัด ยึดประชาชนเป็นหลัก นักการเมืองต้องยอมรับผลกระทบ

 

คลิปที่ 1

         สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) -29 พ.ย.61-รองเลขากกต.แจง "แบ่งเขต" งานละเอียด คล้ายตัดเสื้อตามรูปแบบจังหวัด ยึดประชาชนเป็นหลัก นักการเมืองต้องยอมรับผลกระทบ เดินหน้าเปิดรับสมัครผอ.-กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง รองรับการหารือแม่น้ำ 5 สาย เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง ย้ำไม่ตรวจสอบมือปล่อยเอกสารเขตเลือกตั้งหลุด มั่นใจไม่ใช่ฝีมือคนกกต.

          นายณัฐฎ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการกกต. แถลงชี้แจงกรณีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งรอบแรกกกต.ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2561 แต่ระหว่างรอการประกาศราชกิจจานุเบกษาหัวหน้าคสช.ก็มีคำสั่งที่ 16/2561 จึงมีการเปิดรับฟังข้อร้องเรียน ซึ่งก็พบว่า มีการร้องเรียนเข้ามาใน 33 จังหวัด 98 คำร้อง แบ่งเป็นภาคกลาง 19 คำร้อง ภาคเหนือ 21 คำร้อง ภาคอีสาน 52 คำร้อง ภาคใต้6 คำร้อง โดยได้มีการพิจารณาคำร้องแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 พ.ย. และเห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย. และประกาศราชกิจจาฯมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 พ.ย. อย่างไรก็ตามการพิจารณาของกกต.เป็นไปตามมาตรา 27 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ที่ให้รวมพื้นที่อำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง คำนึงพื้นที่ติดต่อใกล้ชิดกัน คมนาคมสะดวก และการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน และหลังสิ้นสุดการรับคำร้องในวันที่ 25 พ.ย.ก็ข้อร้องเรียนเพิ่มมาอีก 11คำร้อง กกต.ตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นการวิจารณ์ ที่ไม่ได้มีการเสนอรูปแบบแบ่งเขตที่เหมาะสม จึงให้ยุติเรื่อง จากนี้ไปก็จะเป็นการเตรียมบุคคลากร ซึ่งก็จะมีการเปิดรับสมัครผู้อำนวยการและกกต.ประจำเขตเลือกตั้งซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า และเมื่อมีพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส. ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะประกาศสถานที่รับสมัครหลังกกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัคร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงเดือนม.ค. 62 โดยทุกอย่างจะมีความชัดเจนหลังการประชุมร่วมแม่น้ำ 5 สาย ในวันที่ 7 ธ.ค.กระบวนจากนี้จึงไม่สะดุด เดินหน้าเต็มที่   

 

คลิปที่ 2

      "การแบ่งเขตของกกต. ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13 /2561 ก่อนหน้านี้ก็เป็นไปตามกฎหมาย และเมื่อมีข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นประโยชน์และบางครั้งดีกว่า กกต.ก็ปรับปรุง การพิจารณาเป็นลักษณะเฉพาะในแต่ละพื้นที่แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ผลที่ได้กลับมากระทบใครบ้างนั้นฝ่ายการเมืองต้องยอมรับ เพราะการแบ่งเขตแบบเดิมไม่มีการกำหนดจำนวนส.ส.ในสภา แต่กำหนดจำนวนประชากรต่อจำนวนส.ส. ก็จะทำให้จำนวนส.ส.ไม่แน่นอน ซึ่งนักการเมืองทราบดี และหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ ท่านที่อาสาสมัครรับเลือกตั้งต้องทำคุณงามความดีกับประชาชน และการที่เขาผูกพันกันเป็นเรื่องปกติ เพราะสังคมเราเป็นทั้งคุณธรรมและอุปถัมภ์คู่กัน การตัดสินใจเลือกของประชาชนไม่ใช่แค่เฉพาะตัวบุคคล แต่นโยบายก็เป็นสิ่งสำคัญ จึงต้องเคารพ เมื่อเลือกไปแล้วผลกระทบจะเป็นอย่างไรก็เป็นบทเรียนที่เขาต้องเรียนรู้ว่าคนที่เลือกไปทำอะไรให้เขาบ้าง นี่คือกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองในระบบประชาธิปไตย การเลือกจะเกิดผลกระทบอะไรเราต้องเรียนรู้ในระบบประชาธิปไตย " นายณัฎฐ์ กล่าว

           รองเลขาธิการกกต. กล่าวด้วยว่า การพิจารณาแบ่งเขตของกกต.ในรอบแรกเป็นการรับฟังใน 3 รูปแบบ ผอ.กกต.จว.มีสิทธิที่จะปรับปรุงนอกเหนือจาก 3 รูปแบบได้และกกต.เห็นว่าอำนาจการแบ่งเขตเป็นของกกต. จึงได้สั่งให้มีการทำรูปแบบที่ 4 แต่ก็มีที่กกต.ไม่ได้เลือก และในบางจังหวัดก็มีการปรับโดยไม่ยึดทั้ง 4 รูปแบบ ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าบางจังหวัดซอยอำเภอเป็น 3 เขตเลือกตั้ง นั้น จะมีเฉพาะอำเภอเมืองของจังหวัดใหญ่ที่มีประชากรมาก แต่จะไม่พบในอำเภอรอง เพราะกกต.ก็ฟังที่ประชาชนร้องเรียนว่าถ้าตำบลต้องถูกแบ่งออกไปจะทำให้อำนาจต่อกับฝ่ายการเมืองลดลงไปและถูกละเลยจากฝ่ายการเมือง และที่ 54 จว.ซึ่งไม่มีการเพิ่มลดของจำนวนส.ส. แต่กลับมีการแบ่งเขตนั้นก็เกิดจากการย้ายถิ่นที่อยู่ของประชาชน อย่างในบางจว.ของภาคใต้เมื่อไปดูประชากรหายไปถึง 6 หมื่นคน เพราะคำนึงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองจึงย้ายเข้ามา ก็ต้องมีการแบ่งเขตใหม่ หรืออย่าง กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ประชากรกระจุกตัวอยู่บางจุด ขณะที่บางพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ประชากรอยู่กันกระจาย ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบในการหาเสียง และมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การแบ่งเขตครั้งนี้ทำตามความเหมาะสมของพื้นที่ ภูมิภาคและจังหวัดจริง ๆคล้ายกับการตัดเสื้อให้ตรงตามรูปแบบของแต่ละจังหวัด

         ส่วนกรณีที่เขตเลือกตั้งหลุดออกไปก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น นายณัฎฐ์ กล่าวว่า เอกสารแบ่งเขตที่หลุดออกไปก่อนมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาไม่ใช่สิ่งที่สำนักงานต้องกังวล เพราะในการดำเนินการจำกัดคนทำงาน จึงเชื่อว่าไม่ได้หลุดจากสำนักงานกกต.อย่างแน่นอน และไม่เห็นประโยชน์ที่จะต้องไปดำเนินการกับใครที่เกี่ยวข้องกับเอกสารหลุด เพราะขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ประเทศกำลังเดินไปสู่การเลือกตั้งเราควรที่จะช่วยกันประคับประคองเพื่อให้ไปสู่การเลือกตั้ง

แดงลำปางท้ารบ "เจ้าพ่อดอยเงิน"?

การเมือง,สนามเลือกตั้งลำปาง,ลำปาง,เขลางค์นคร,เลือกตั้ง 2562,ตระกูลจันทรสุรินทร์,เมืองรถม้า,ซุ้มดอยเงิน,พรรคเพื่อไทย,นายใหญ่

นี่ก็อีกสีสันการเมืองเขลางค์นคร ที่ฝ่ายหนึ่ง ได้ถอดเสื้อแดง ย้ายไปสวมเสื้อพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายก็ยังคงปักหลักเพื่อรบกันในศึกเลือกตั้งนี้

          วุ่นวายไปทั้งเมืองรถม้า เมื่อหมอเหวงโพสต์ขึ้นบัญชีดำ “คนทรยศ” ดันมีชื่อสองพี่น้องตระกูล “จันทรสุรินทร์” อยู่โผออนไลน์ ร้อนถึงคนใน “ซุ้มดอยเงิน” ต้องออกชี้แจง “ยังอยู่เพื่อไทย ไม่ได้หนีไปไหน”

ผ่าสองบ้านใหญ่

          สองทศวรรษมานี้ สนามเลือกตั้งนครลำปาง มีซุ้มการเมืองอยู่ บ้านใหญ่ แต่ “บ้านนำชัย” ของบุญชู ตรีทอง อดีต ส..ลำปางหลายสมัย ระยะหลังบ้านนี้เงียบเหงา นับแต่ครั้ง “บุญชู” พ่ายศึกเลือกตั้ง ส..ปี 2557

          ชั่วโมงนี้เหลือสองกลุ่มการเมืองที่มากบารมีคือ “บ้านสวน” ของ “ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” มีความเข้มแข็งและทรงอิทธิพลในตอนเหนือ (.เมืองลำปาง อ.แจ้ห่ม และ อ.แม่เมาะ)

แดงลำปางท้ารบ

พินิจ จันทรสุรินทร์

          ส่วนกลุ่ม “บ้านดอยเงิน” ของ “พินิจ จันทรสุรินทร์” ยึดป้อมค่ายตอนใต้ (.เกาะคา อ.สบปราบ อ.แม่พริก อ.เสริมงาม และอ.เถินมาเหนียวแน่น ยากที่ข้าศึกจะมาตีแตกได้

แดงลำปางท้ารบ

พินิจ จันทรสุรินทร์

          พินิจ” ที่ได้ชื่อว่าเป็นประมุขอาณาจักรดอยเงิน เข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่ปี 2518 อยู่ในทีมเดียวกับ “ปู่เท่ง” เป็น ส..ลำปาง 12 สมัย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง

          นัยว่าเกมแสร้งถอย..ของประมุขดอยเงินแห่งเกาะคา ลีลาไม่ธรรมดาจริงๆ

สองทายาท “ดอยเงิน”

          หลายสมัยมาแล้วที่ “พินิจ” ส่งลูกชาย “อิทธิรัตน์-จรัสฤทธิ์” ลงสนามเลือกตั้งลำปางตอนใต้เขต และเขต โดยตระกูลนี้สวมเสื้อไทยรักไทยมาแต่การเลือกตั้งปี 2544 จนเปลี่ยนชื่อเป็นพลังประชาชน และเพื่อไทย ก็ไม่ยอมทิ้งค่ายนายใหญ่แดนไกล

          เลือกตั้งปี 2554 ผลคะแนนทั้งสองเขต ทายาทตระกูลจันทรสุรินทร์ ทิ้งห่างคู่แข่ง 2-3 หมื่นคะแนน ด้วยคะแนนจัดตั้ง และกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์

 

แดงลำปางท้ารบ

อิทธิรัตน์  จันทรสุรินทร์

          ประเด็นข่าวตระกูลจันทรสุรินทร์ จะย้ายหนีจากเพื่อไทย มาพร้อมกับข่าวกลุ่มกำแพงเพชร และลูกชายของบุญทรง เตริยาภิรมย์ ตัดสินใจซบพรรคพลังประชารัฐ 

          28 พฤศจิกายน 2561 “อิทธิรัตน์” ได้โพสต์เฟซบุ๊กปฏิเสธข่าวย้ายพรรค “ยังยึดมั่น ยืนหยัดต่อสู้ร่วมอุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทย” แต่หลายคนไม่สังเกตเห็น ก่อนที่จะมีคำยืนยันจากบ้านดอยเงินเมินพลังสีเขียว 

          ขาใหญ่” แอบจูงมือ “แดงตัวพ่อ” แห่งเขลางค์นคร ไปสวมเสื้อพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว

ดาชัย” ท้ารบบ้านใหญ่

          24 พฤศจิกายน 2561 ..ธรรมนัส พรหมเผ่า แม่ทัพภาคเหนือพรรคพลังประชารัฐ ได้พา ดาชัย เอกปฐพี,เดชทวี ศรีวิชัย และนริสสา ทองประสิทธิ์ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พร้อมเสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส..ลำปาง

แดงลำปางท้ารบ

ดาชัย เอกปฐพี แกนนำแดงลำปาง

          "ดาชัย เอกปฐพี” หรือ “ดาชัย อุชุโกศลการ” ประธานกลุ่มคนเสื้อแดงพลังลำปางรองประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าพรรคพลังประเทศไทย เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่หาญต่อกรกับกลุ่มบ้านสวนและบ้านดอยเงิน

          ถ้ายังจำได้ “ดาชัย” ลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ลำปาง แข่งกับสุนี สมมี แชมป์เก่า ที่ได้แรงหนุนจากสองบ้านใหญ่ ผลปรากฏว่า ดาชัยพ่ายแพ้ แต่ได้มากกว่าแสนคะแนน

 

แดงลำปางท้ารบ

 

          ปี 2559 ดาชัยพ้นมรสุมคดีทุจริตสอบนายสิบตำรวจที่โคราช จึงหวนกลับสู่ถนนการเมืองอีกครั้ง โดยเคลื่อนไหวปูฐานหาเสียงในนาม “กลุ่มพลังลำปาง”

          สำหรับเลือกตั้ง 2562 ดาชัย จะลงสมัคร ส..เขต ส่วนเขต นริสา ทองประสิทธิ์ อดีตโฆษกพรรคพลังประเทศไทย และเขต เดชทวี ศรีวิชัย ส.อบจ.ลำปาง เขต อ.เถิน

          ดาชัยและพลังลำปาง ชนทีมบ้านใหญ่..ยิ่งกว่ามวยถูกคู่!

 

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

เจาะประเด็นร้อน  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เกร็ดเลือกตั้ง,ช่องทาง,กฎหมาย,รัฐธรรมนูญ,ที่มานายกฯ,นายกฯ,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,@jin_nation

(เกร็ดเลือกตั้ง) เปิดรัฐธรรมนูญดูช่องทางกลับมาเป็น 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 ถึงนาทีนี้ ไม่น่าจะมีอะไรพลิกแล้วสำหรับการที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลงสนามเพื่อกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหลังเลือกตั้ง

                 แต่ถ้าถามว่า “บิ๊กตู่” จะกลับมาเป็นนายกฯได้อย่างไร หลายคนอาจจะยังงงๆ

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 วันนี้เราจะมาพลิกข้อกฎหมาย เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องที่มานายกฯหลังเลือกตั้งครั้งนี้กัน

 

 

                 อย่างแรก ดูเงื่อนไขผู้ที่จะเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญนี้ก่อน

                 รัฐธรรมนูญนี้กำหนดเงื่อนไขการเป็นนายกฯต่างไปจากเดิมที่ให้นายกฯต้องเป็น ส.ส. แต่ครั้งนี้กำหนดว่านายกฯต้องมาจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ ซึ่งก็ต้องบอกตรงๆว่า เป็นการเขียนเพื่อแก้ข้อครหา “นายกฯคนนอก”

                 โดยกำหนดให้สภาผู้แทนฯ เลือกบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองแจ้งไว้มาเป็นนายกฯ ซึ่งแต่ละพรรคจะต้องแจ้งรายชื่อผู้ที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯไม่เกิน 3 รายชื่อ ต่อ กกต.ก่อนปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 แต่บางพรรคอาจจะไม่เสนอบัญชีชื่อนายกฯก็ได้ ไม่ได้บังคับ

                 ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นรัฐมนตรี เจ้าตัวยินยอม และไม่บังคับว่าจะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น

                 ดังที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดเมื่อวันก่อนหลังถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ข้อกฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นสมาชิกพรรค 

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 วิธีการเลือก

                 จริงๆ ในบททั่วไปของรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาผู้แทนฯ คือ ส.ส.500 คน เป็นคนเลือกนายกฯ แต่การเลือกนายกฯหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ส.ว. อีก 250 คน จะมาร่วมเลือกด้วย ซึ่งเป็นไปตามบทเฉพาะกาลที่มีการดีไซน์ขึ้นมาเป็นพิเศษ โดย ส.ว.จะมาร่วมเลือกนายกฯในช่วง 5 ปีแรกหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ 

 

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 เสียงในการเลือกนายกฯครั้งนี้จึงต้องนับที่ 750 เสียง ผู้จะได้เป็นนายกฯต้องได้เสียงเกินครึ่ง คือ 376 เสียงขึ้นไป

                 นั่นคือช่องทางแรกของที่มานายกฯ สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะยังไม่ประกาศตัวออกมาแต่ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าจะมาอยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค 

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 อีกช่องทางของการเลือกนายกฯหลังการเลือกตั้งครั้งนี้คือ กรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกฯในบัญชีของพรรคการเมืองได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ส.ส.และ ส.ว.ไม่น้อยกว่าครึ่งสามารถเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อยกเว้นข้อบังคับให้เลือกนายกฯนอกบัญชีได้ แต่มติอนุญาตให้ยกเว้นใช้ข้อบังคับต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสองสภา คือไม่น้อยกว่า 500 คน

 

ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

                 หากเป็นช่องทางนี้ ก็มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ นายกฯอาจจะเป็น “พล.อ.ประยุทธ์” หรือเป็น “คนอื่น” ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีนายกฯ และรัฐบาลที่ออกมาอาจจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลที่มีเสียงมากเป็นพิเศษ

===============

โดย @jin_nation

 

(ดูคลิป) เกาะติดเลือกตั้ง : ช่องทาง 'นายกฯ' ของ 'บิ๊กตู่'

 

นายกฯ ถึงไทย ถามสื่อดูแลบ้านเมืองดีหรือไม่

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เยอรมนี,ไทยเลือกตั้งต้นปี 62,คมชัดลึก

"ประยุทธ์" กลับถึงไทย ถาม สื่อ ดูแลบ้านเมืองดีหรือไม่ ด้าน "ดอน" เผย ได้รับการต้อนรับอย่างดี "นายกฯ" แจง "แมร์เคล" ถึงความเป็นทหารมาบริหารประเทศ

          29 พ.ย.61-"ประยุทธ์" กลับถึงไทย ถามสื่อดูแลบ้านเมืองดีหรือไม่ ด้าน "ดอน" เผยได้รับการต้อนรับอย่างดี     "นายกฯ" แจง "แมร์เคล" ถึงความเป็นทหารมาบริหารประเทศ ยันไม่ถูกเร่งให้จัดเลือกตั้ง ระบุ "เยอรมนี" รู้อยู่แล้ว ต้นปี 62

         ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พร้อมภริยา และคณะเดินทางกลับจาก สหพันธรัฐสาธารณรัฐเยอรมนี โดยกล่าวทักทายกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "ดูแลบ้านเมืองเรียบร้อยดีไหม" ผู้สื่อข่าวได้ตอบกลับว่า "ดูแลเรียบร้อยดี" 

     นายกฯ  ถึงไทย ถามสื่อดูแลบ้านเมืองดีหรือไม่

        ผู้สื่อข่าว ถามถึงเรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นายกฯ กล่าวเพียงว่า "เพิ่งเดินทางมาถึง จะมาถามอะไรแบ่งข่งแบ่งเขต" พร้อมกับเลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยให้ผู้สื่อข่าวสอบถามรายละเอียดการเดินทางกลับจากเยอรมันนี จาก นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ" จากนั้นนายกฯและภริยา เดินทางกลับไปในทันที         

       นายกฯ  ถึงไทย ถามสื่อดูแลบ้านเมืองดีหรือไม่

          ขณะที่นายดอน กล่าวว่า ระหว่างการเดินทางเยือนเยอรมนี นายกฯ และคณะไม่ทราบว่ามีผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล เนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่นั้นอยู่ภายในโรงแรม การเดินทางได้รับความสะดวกทุกประการ และทางการเยอรมนีให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี ไม่มีอย่างที่เป็นข่าวว่าต่างชาติไม่ต้อนรับผู้นำประเทศไทย ส่วนการเลือกตั้งของไทยนั้น ได้มีการพูดคุยกับผู้นำเยอรมนีอย่างตรงไปตรงมา ว่า เราจะมีการเลือกตั้งในต้นปี 62 โดยนายกฯ ได้ใช้โอกาสนี้อธิบายความเป็นทหารที่เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมได้เพิ่มพูนความรู้ด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างในการพัฒนาประเทศ ซึ่งทางเยอรมนีรับทราบว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยมีเสถียรภาพซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจมีความต้องการ โดยภาคเอกชนมีความชื่นชมประเทศไทยที่มีเสถียรภาพนี้

        นายดอน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีไม่ได้มีข้อห่วงใยเรื่องใดเป็นพิเศษ แต่ได้ถามพล.อ.ประยุทธ์อย่างตรงไปตรงมาถึงการเมืองในประเทศไทย เช่นการเลือกตั้งเป็นอย่างไรบ้าง  โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ตอบไปตามข้อเท็จจริง ส่วนที่นายกฯเยอรมนีเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วนั้น เราได้ยืนยันว่ามีกระบวนการอยู่แล้ว โดยขั้นตอนต่างๆเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้การแถลงข่าวร่วมเกิดขึ้นก่อนการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งภายหลังการหารือแล้ว ทราบจาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายเยอรมนีระบุว่าเห็นตรงกับพล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น การหารือครั้งนี้จึงเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ตามมามากมาย

          นายดอน กล่าวว่า การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนางแมร์เคล ในประเด็นการเมืองนั้น ล้วนเป็นประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น ส่วนที่นางแมร์เคล กล่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมว่า ประเทศไทยประสบความลำบากมานาน เลยอยากให้เร่งคืนสู่ประชาธิปไตยนั้น ตนไม่ได้ยินเช่นนั้น ทั้งนี้ ทางเยอรมนีรับรู้กระบวนการเลือกตั้งของไทยที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว

          นายดอน กล่าวอีกว่า นางแมร์เคลยังได้ถามพล.อ.ประยุทธ์ ถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้อธิบายว่า เป็นเรื่องของการวางแผนเพื่อประเทศและประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่มีการวางแผนในระยะยาวเช่นนี้ รวมถึงยังระบุด้วยว่าต่อไปจะมีรัฐบาลอย่างไรตามมาก็ให้ว่าไปตามกระบวนการ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ชาติในส่วนใดก็สามารถทำได้ 

          "เยอรมนีไม่ได้กังวลเรื่องเงื่อนเวลาหรือเร่งให้ไทยเลือกตั้งเร็วกว่าที่กำหนด เขารับรู้อยู่แล้วว่า มีการประกาศว่าเป็นในช่วงต้นปี 62 เขาไม่มานั่งเจาะจงว่าวันไหน เขารู้ว่าสิ่งนี้กำลังจะเดินหน้าตามกันไป ตอนนี้เรามีความชัดเจนแล้ว และเยอรมนีมีความเชื่อมั่นไทย ดูได้จากผลการบริหารประเทศ 4 ปีที่ผ่านมา เพียงพอจะทำให้เขาเข้าใจและประเมินได้ว่าไทยจะเดินไปทิศทางไหน อย่างน้อยที่สุด เขาพูดถึงเรื่องเสถียรภาพของไทยไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย"นายดอน กล่าว

 

..............................................................

29 พฤศจิกายน 2561

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน