*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5003
  • จำนวนผู้ชม : 3205807
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 369 , 10:10:02 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         อุณหภูมิการมืองไทยลดลงตามอุณหภูมิอากาศ เพราะหมดเวลารับสมัครเลือกตั้งส.ส.ไปแล้ว และทางส.ว.ก็เงียบเหงา

ไม่มีคนสมัครช่วงนี้

 

 

อุณหภูมิสูงขึ้น ยังมีอากาศเย็น ขอดูแลสุขภาพ ใต้มีฝน

อุณหภูมิสูงขึ้น ยังมีอากาศเย็น ขอดูแลสุขภาพ ใต้มีฝน

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.24 น.

30 พ.ย. 61 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส และยังคงมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตั้งแต่จังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 02.00 น.

วัดต้องเป็นวัด มูลนิธิต้องไม่ฟอกเงิน ยึดทรัพย์เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

คดีธรรมกาย มาถึงจุดสำคัญ

1. เงินที่นายศุภชัยและพวกโกงไปจากชาวสหกรณ์ฯคลองจั่น ไม่ใช่แค่เช็คบริจาคตรงไปที่ธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย เท่านั้น ยังมีการผ่องถ่ายออกไปในรูปแบบช่องทางอื่น เช่น เอาไปซื้อที่ดิน แล้วจากนั้นก็ขายไปให้เครือข่ายธรรมกาย เอาเงินไปให้มูลนิธิ หรือที่ดินบางแปลงก็มอบต่อไปให้มูลนิธิ ทำการก่อสร้างอาคารต่อไป กลายเป็นสมบัติของเครือข่ายธรรมกาย มูลค่ามหาศาล

ทั้งๆ ที่ ทรัพย์สินเหล่านี้คือเงินที่โกงไปจากชาวสหกรณ์ฯคลองจั่น

เพราะฉะนั้น ที่ลูกศิษย์ธรรมกายอ้างว่ารวบรวมเงินคืนให้สหกรณ์ไปแล้ว นั่นเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นเอง

อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ไพสิฐเปิดเผยว่า การดำเนินคดีของดีเอสไอ สามารถทำให้กลุ่มศิษย์ของวัดพระธรรมกายระดมเงินคืนให้กับสหกรณ์จำนวน 1,055 ล้านบาท และติดตามทรัพย์อีก 299 รายการมูลค่า 3,800 ล้านบาทรวมทรัพย์ที่สามารถติดตามคืนได้ทั้งสิ้นกว่า 4,800 ล้านบาท ส่งคืนให้กับสหกรณ์ฯ เพื่อนำไปเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิก จากการดำเนินคดีฟอกเงินที่ยังสอบสวนอยู่นี้ คาดว่าจะสืบทรัพย์ได้อีกกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการเพื่อให้กลับคืนไปสู่ชาวสหกรณ์ฯคลองจั่น กว่า 50,000 คนต่อไป

การทำงานอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพลของดีเอสไอ จะช่วยทวงคืนทรัพย์สินที่ชาวสหกรณ์ฯคลองจั่นถูกโกงไป

2. เมื่อวานนี้ ผู้ที่ร่วมแถลงกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้แก่ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้อำนวยกองการเงินการธนาคาร (มือสอบสวนฝีมือเยี่ยมยุทธ์ของดีเอสไอ) และนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด

เป็นการแถลงเจาะไปที่คดีฟอกเงินเกี่ยวกับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ในพระอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์(พระธัมมชโย) และกรรมการมูลนิธิ ที่ได้รับเงินจำนวน 125 ล้านบาท จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ที่กระทำทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

พ.ต.ท.ปกรณ์เปิดเผยว่า “จากการสอบสวนพบแผนประทุษกรรมเข้าลักษณะความผิดตามกฎหมายฟอกเงินโดยเป็นการกระทำทุจริต เซ็นเช็คสั่งจ่ายเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และนำไปมอบให้กับพระธัมมชโย แล้วส่งต่อเงินไปให้มูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ฯ ใช้สร้างอาคารลูกโลกประมาณ 700-800 ล้านบาท และเข้าบัญชีวัดเพื่อสร้างวิหารคดอีกประมาณ 700 ล้านบาท และเช็คที่นำไปมอบให้พระธัมมชโยได้นำไปเข้าบัญชีมูลนิธิโดยตรงจำนวน 125 ล้านบาท ก่อนหน้าคดีนี้ได้ส่งสำนวนคดีพระสงฆ์เครือข่ายวัดพระธรรมกายจำนวน 3 รูป นำไปซื้อที่ดิน และยังมีคดีคนของวัดพระธรรมกายนำเงินไปเล่นหุ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน”

ชัดเจน เฉียบคม

3. หากมูลนิธิทำผิดกฎหมายฟอกเงิน จะต้องทำอย่างไรต่อไป?

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง เปิดเผยว่า สำหรับคดีพิเศษที่ 24/2560 คณะพนักงานสอบสวนเห็นควรกล่าวโทษมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ และกรรมการ (ชุดที่มีนางวรรณา จิรกิติ ประธานกรรมการมูลนิธิ) มีความผิดในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนั้น มูลนิธิยังดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ก่อตั้งมูลนิธิ จึงเสนอให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลสั่งให้ยุบมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ และขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินมูลนิธิ ตกเป็นของแผ่นดิน โดยทรัพย์สินบางส่วน ปปง.ได้ยึดอายัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

รองอธิบดีอัยการ นายขจรศักดิ์ เพิ่มเติมว่า วัดพระธรรมกายที่ปทุมธานี มีที่ดิน 196 ไร่เท่านั้น ที่เป็นธรณีสงฆ์ของวัด ส่วนที่เหลือทั้งหมดถือครองในชื่อมูลนิธิทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่ามูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ฯกระทำความผิดในคดีฟอกเงิน เนื่องจากหลักฐานในทางอาญาพบว่าเงินในสหกรณ์เข้ามาในมูลนิธิ และขยายออกไป พนักงานสอบสวนจึงส่งคำร้องถึงสำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณายื่นคำร้องขอเลิกมูลนิธิ ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 131(2) และขอให้ศาลพิจารณาเลิกมูลนิธิ ให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 134 ต่อไป

แม่นยำ ตรงเป้า เข้าตรงจุด

4. น่าคิดว่า ในอนาคต หากทรัพย์สินของมูลนิธิ ตกเป็นของสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ส่วนที่เป็นเงินฝากและที่ดินอื่นๆ อาจดำเนินการเพื่อนำเงินไปชำระคืนแก่ผู้เสียหาย และส่วนที่เป็นอาคารในบริเวณใกล้ๆ พื้นที่ 196 ไร่ ของวัดพระธรรมกายนั้น ก็สามารถจะกำหนดให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินเพื่อกิจการศาสนาอย่างถูกต้อง หากวัดพระธรรมกายประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาโดยไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย ย่อมสามารถใช้ได้ต่อไปได้ตามปกติ เช่นเดียวกับที่ปัจจุบันยังสามารถใช้อาคารวิหารคดทำกิจกรรมทางศาสนาของวัดได้ตามปกติ แม้จะถูก ปปง.อายัดไว้

เพราะฉะนั้น สำหรับพุทธศาสนิกชน จะไม่ได้รับผลกระทบเลย

แต่สำหรับคนที่ชอบซิกแซ็ก หากิน หาผลประโยชน์ส่วนตัวจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ย่อมจะไม่พอใจ

สารส้ม

ซัดแบ่งเขตไม่เป็นธรรม ปชป.-ทษช.โวย กกต.เมิน/เดินหน้าลต.

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซัดแบ่งเขตไม่เป็นธรรม

ปชป.-ทษช.โวย

กกต.เมิน/เดินหน้าลต.

พท.-ชทพ.-ภท.ยอมรับได้

‘สุริยะ’ตั้งเป้ากวาด150สส.

เชื่อหลังกาบัตรขอจับมืออื้อ

กกต.ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขต ลั่นถือเป็นที่สิ้นสุด ตามคำสั่ง คสช.ยันทำตามกฎหมาย หลายพรรคยอมรับได้ในภาพรวม ทั้ง “เพื่อไทย-ชาติพัฒนา-ชาติไทยพัฒนา-ภูมิใจไทย”ขณะปชป.โวยแบ่งเขตทำลายฐานเสียงไปเอื้อ พปชร.หวั่นใช้อำนาจรัฐแทรกแซง“จาตุรนต์” ซัดแบ่งเขตเลือกตั้งสุดอัศจรรย์“สุริยะ”เผยจัดผู้สมัครลงตัวทั้ง 350 เขต แล้ว มั่นใจ พปชร.กวาดไม่ต่ำกว่า 150 สส.เชื่อหลังเลือกตั้งมีหลายพรรคขอจับมือ “บิ๊กตู่”รับปากเยอรมัน เลือกตั้งก.พ.62 ปัดพูดแบ่งเขต

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อคืนของวันที่ 29พฤศจิกายนได้เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง(เพิ่มเติม)กำหนดว่าเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก

เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการและประกาศ เขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกระเบียบและดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อเป็น การเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นบัดนี้จึงได้ประกาศเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน350 เขตให้ทราบทั่วกัน

กกต.ประกาศแบ่ง350เขตเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)จำนวน 350เขตเลือกตั้ง ดังนี้ จังหวัดที่มี 1 เขตเลือกตั้ง มี 8 จังหวัดได้แก่ จ.ตราด นครนายก พังงา แม่ฮ่องสอน ระนอง สมุทรสงคราม สิงห์บุรี และ อ่างทอง จังหวัดที่มี 2 เขตเลือกตั้ง มี 12 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ ชัยนาท บึงกาฬ แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร ลำพูน สตูล อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ อุทัยธานีและจันทบุรี จังหวัดที่มี 3 เขตเลือกตั้ง มี 18 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร ตรัง ตาก น่าน ปราจีนบุรี พะเยา พัทลุง พิจิตร เพชรบุรี ยโสธร ยะลา เลย สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สุโขทัย หนองคาย และหนองบัวลำภู จังหวัดที่มี 4 เขตเลือกตั้ง มี 10 จังหวัด ได้แก่ จ.กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา นครพนม นราธิวาส ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ระยอง ลพบุรี ลำปางและสุพรรณบุรี

จังหวัดที่มี 5 เขตเลือกตั้ง มี 7 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ นครปฐม พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคามและราชบุรี จังหวัดที่มี 6 เขตเลือกตั้ง มี 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยภูมิ นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี สกลนคร และสุราษฎร์ธานี จังหวัดที่มี 7 เขตเลือกตั้ง มี 4 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ และสุรินทร์ จังหวัดที่มี 8 เขตเลือกตั้ง มี 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สงขลา และอุดรธานี จังหวัดที่มี 9 เขตเลือกตั้ง 1จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จังหวัดที่มี 10 เขตเลือกตั้ง 2 จัง

หวัด คือจ.ขอนแก่น และ อุบลราชธานี จังหวัดที่มี 14 เขตเลือกตั้ง คือ จ.นครราชสีมา และจังหวัดที่มี 30 เขตเลือกตั้ง คือ กรุงเทพมหานคร

กกต.ลั่นสิ้นสุดแบ่งเขตเลือกตั้ง

นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการกกต.กล่าวถึงประกาศราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกกต.เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งว่าการแบ่งเขตของ กกต.ทั้ง350 เขตทั่วประเทศ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561ให้ถือเป็นที่สุด และยืนยันว่ากกต.ดำเนินการโดยยึดหลักของกฎหมาย และระเบียบ กกต.เป็นหลัก เพราะกกต.ก็กลัวการทำผิดกฎหมายเหมือนกัน ยืนยันว่ากกต.ไม่ต้องตรวจสอบ ที่มีการเผยแพร่เอกสารประกาศแบ่งเขตไปก่อนหน้าที่จะมีการประกาศราชกิจจานุเบกษา เพราะไม่ได้เป็นผู้ที่ทำเอกสารหลุด หลังประกาศแบ่งเขตเสร็จสิ้นแล้ว ยังต้องเตรียมการอีกมากซึ่งในวันที่7ธ.ค.นี้ ที่จะมีการหารือแม่น้ำ 5 สาย กับตัวแทนพรรคการเมือง ทุกอย่างก็จะชัดเจนจากนั้นประเทศไทยก็จะใส่เทอร์โบ.

‘เพื่อไทย’ยอมรับภาพรวมแบ่งเขต

หลังจากมีประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขตของ กกต.เป็นที่ชัดเจน ปรากฎว่าในซีกของพรรคการเมืองต่างๆส่วนใหญ่ต่างมีท่าทียอมรับในภาพรวมของการแบ่งเขตครั้งนี้ โดย นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนฯและอดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกกต.ประกาศเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง350เขตว่า ได้เห็นประกาศดังกล่าวและได้สอบถามไปยังอดีตส.ส.ภาคเหนือหลายคน พบมีเฉพาะจ.สุโขทัยเท่านั้น ที่มีการแบ่งเขตแบบพิสดารหน่อย แบ่งเขตได้ผ่าฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยทำให้อดีตส.ส.ต้องไปอยู่เขตอื่น แต่อดีตส.ส.ในพื้นที่ ยืนยันว่า คงไม่มีปัญหา มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการได้ ส่วนจังหวัดอื่นๆก็ไม่มีอะไร ส่วนภาคอีสาน จ.นครราชสีมาจากที่คาดว่าจะแบ่งเขตออกเป็น4ส่วน ปรากฏว่าแบ่งเป็น2ส่วน ถือว่ายังดีกว่าแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่เคยเห็น

“จริงๆแล้วเราไม่ได้พูดถึงความเสียเปรียบได้เปรียบเพราะเชื่อว่ามีประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้ กกต.ทำงานด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ถูกแทรกแซง มองว่าส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากที่เราพยายามขอให้ กกต.พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ถือว่ายังสามารถคาดหวังกับ กกต.ชุดนี้ได้ จากที่ตอนแรก กลัวจะเละเทะมากกว่า หลายจังหวัดยังแบ่งเขตตามที่ กกต.จังหวัดส่งมา ในภาพรวมถือว่าเรารับได้”นายสามารถ ย้ำ

พท.อีสาน ยอมรับดีกว่ารอบแรก

ด้าน นายประยุทธ์ ศิริพานิช อดีตส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานภาคอีสานพรรคเพื่อไทย (พท.)กล่าวหลังกกต.ประกาศแบ่งเขตการเลือกตั้งว่า ยอมรับว่า กกต.ได้มีการปรับในหลายพื้นที่ เพราะก่อนหน้าวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีโผหลุดออกมาก่อนครั้งหนึ่งซึ่งครั้งนั้น ขี้เหร่กว่านี้มาก แต่เมื่อเราได้มีการทำหนังสือถึง กกต.เค้าก็ปรับให้ พอดูได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีปัญหาเลย เพราะมีหลายเขต ที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ก็เป็นเพียงบางเขตเท่านั้น เราก็ต้องสู้แม้จะเหนื่อยมากขึ้นก็ตาม

ส่วนเขตที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตไม่พอใจกับการแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.นี้ ผู้สมัครในแต่ละเขต ต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรระหว่าง1.ฟ้องไปยังศาลปกครองตามสิทธิ และ2.หากกลัวว่าการใช้กระบวนการตามขั้นตอนที่หนึ่งอาจจะทำให้การเลือกตั้งยืดเยื้อออกไป ก็อาจจะไม่ฟ้องและสู้ไปในแนวทางนี้ แต่ในส่วนของตนนั้น ถือว่าพอใจ อย่างเขตพื้นที่จ.มหาสารคาม ตนรับได้ แม้จะถูกแบ่งบ้าง แต่ก็ดีจากก่อนที่จะยื่นเรื่องไปซึ่งตอนนั้น รับไม่ได้เลย

‘ภูมิใจไทย’รับได้-ไม่มีผลกระทบ

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย(ภท.)กล่าวถึงการประกาศแบ่งเขตของกกต.ว่าภาพยรวมแล้ว พรรคภูมิใจไทย ยอมรับได้เพราะไม่ได้นำเรื่องพื้นที่ทั้งหมดมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่ากกต.จะขยับเขตอย่างไรแต่ภาพรวมเห็นว่ายังเป็นเขตเลือกตั้งที่ เราสามารถทำงานได้อยู่ ในส่วนพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีปัญหา เพราะเราเอาแนวคิดการนำเสนอนโยบายเป็นหลักในการเลือกตั้งซึ่งแน่นอน ก็อาจจะมีผู้สมัครเขต ที่มีผลกระทบอยู่ แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องหลัก เนื่องจากพรรคเน้นนำเสนอนโยบายเป็นหลัก ส่วนตัวผู้สมัคร จะขยับจากเขตไหนไปเขตไหนก็ไม่ใช่ปัญหา หรือ จะมีเขตไหนแหว่งไป ก็มีตัวผู้สมัครมาเสริมอยู่แล้ว ไม่มีผลกกระทบอะไร เพราะหากไม่ได้ ส.ส.เขต ก็ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ

ชพน.ไม่มีปัญหาพร้อมลงเลือกตั้ง

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง350เขตว่าเขตเลือกตั้งหลายเขต รวมทั้งเขตเลือกตั้ง ที่ จ.นครราชสีมา มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก 3 รูปแบบเดิม ที่ กกต. เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้หลายเขต เข้าใจว่าคงมาจากกรณีที่มีการร้องเรียนกกต.คงจำเป็นต้องตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ เพื่อให้ทันระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามกรอบโรดแมปการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคชาติพัฒนาเห็นว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น มีผลได้ ผลเสียที่มีนัยยะสำคัญต่อผลการเลือกตั้งพอสมควร ผู้สมัครบางคนได้เปรียบ บางคนเสียเปรียบ เป็นความยากมากที่จะทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจได้ ถ้ากกต.ได้ทำหน้าที่ด้วยความถูกต้องและเราเชื่อมั่นในความเป็นกลางและเป็นธรรมของ กกต. เราก็ต้องยอมรับกัน ได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร ก็ยังพอมีเวลาที่จะไปปรับกลยุทธ์ในสนามเลือกตั้ง

“เปรียบเหมือนกีฬาที่ผู้เล่นและโค้ชจะต้องไปวางแผนการเล่นและการวางตัวผู้เล่น เพื่อให้เหมาะสมกับเกมและกติกา เพื่อให้ได้ชัยชนะ พรรคชาติพัฒนาได้ประกาศจุดยืนในการทำงานทางการเมือง ด้วยแนวทางประนีประนอมและเดินสายกลางมาตลอด อยากมีส่วนในการช่วยกันรักษาบรรยากาศดีๆเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้ง เป็นที่ยอมรับและแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้ พรรคชาติพัฒนา”โนพร๊อบเบลม ไม่มีปัญหา”ในเรื่องนี้และมีความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้”หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ย้ำ

ชทพ.ขอบคุณแบ่งเขตเร็วกว่าคาด

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)กล่าวถึงการประกาศเขตเลือกตั้งว่า ต้องขอบคุณ กกต.ที่ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและเร็วกว่าที่คาดการณ์ จากการตรวจสอบรายละเอียดการแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ว่าจะมีปัญหา และกระทบต่อบุคคลที่พรรคจะส่งสมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้ผู้ที่แสดงเจตจำนงลงเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่แจ้งรายละเอียดอีกครั้ง

ปชป.โวยแบ่งเขตลต.ทำฐานเสียง

ทางด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กกต.ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมา ไปเอื้อให้กับพรรคการเมืองบางพรรคแต่เป็นโทษให้กับพรรคการเมืองอีกพรรค อาทิการแบ่งพื้นที่ในบางเขตได้ทำลายฐานของ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.บางคนของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐได้รับประโยชน์ มีหลักฐานชัดว่าเหตุผลของการแบ่งฐานในบางพื้นที่นั้น แทนที่จะทำให้มีจำนวนประชากรในแต่ละเขตมีความใกล้เคียงกันมากที่สุด ปรากฏว่า ยิ่งทำให้มีจำนวนประชากรแตกต่างกันมาก ขัดกับหลักรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน จึงมีข้อสงสัยว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ มีใครใช้อำนาจใด เข้าไปแทรกแซงหรือไม่

สำหรับปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้งในบางจังหวัด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยร้องเรียนกกต.ให้ทบทวนและแก้ไข ผลที่ออกมา พบว่าไม่ได้รับการแก้ไขใดๆทั้งกรณี จ.กาญจนบุรี สุโขทัยและสระบุรี ตาม หลังจากทราบผลการแบ่งเขตแล้ว คณะกรรมการบริหารพรรค จะนัดประชุมเร็วๆนี้เพื่อหารือเรื่องดังกล่าวและการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งต่อไป

หวั่นใช้อำนาจรัฐเอื้อบางพรรค

นายสาธิต ยังยอมรับว่าหลังแบ่งเขตเลือกตั้งออกมาเช่นนี้ กังวลว่าผู้ที่มีอำนาจรัฐในตอนนี้จะใช้อำนาจทุกอย่างที่ตัวเองมี เพื่อประโยชน์ทางการเมืองเพราะพบในหลายพื้นที่มีบางพรรคให้สิ่งของหรือสิทธิประโยชน์ เพื่อจูงใจประชาชนให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคของตัวเองแต่ กกต.ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆต่อเรื่องนี้จึงขอเรียกร้องให้ กกต.ทำงานอย่างเข้มแข็ง มีความเป็นอิสระและไม่ปล่อยให้ผู้มีอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงได้ มิฉะนั้น บ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายตามมาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ขอฝากไปถึง กกต.ว่าขอให้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง มีความเป็นอิสระและยึดหลักความถูกต้อง ก็จะเป็นสิ่งที่ปกป้องตัวของ กกต.ให้ยังมีความน่าเชื่อถือต่อไป ถ้าปล่อยให้ผู้มีอำนาจรัฐมาครอบงำหรือแทรกแซง กกต.เพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็อาจจะซ้ำรอยกับกรณีของอดีตกรรมการกกต.บางคนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตจน ต้องได้รับโทษในที่สุด

อัดวิษณุทำมึน โยนฟ้องศาลปค.

นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ถือว่าสิ้นสุดแต่ถ้ามีผู้ไม่ยอมรับก็สามารถร้องศาลปกครองได้ทั้งๆที่น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ ขอถามนายวิษณุว่า หากมีผู้ไม่เห็นด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งเพราะไม่เป็นไปตามแนวทางที่กกต.เคยกำหนดในการแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน คสช.มีคำสั่งที่16/2561 หากไปฟ้องศาลปกครอง ศาลปกครองจะดำเนินการอย่างไรและจะสามารถ อ้างนายวิษณุไปเป็นพยานให้กับผู้เสียสิทธิในการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่

“หากศาลปกครองไม่รับฟ้องเพราะการแบ่งเขตเลือกตั้งได้รับความคุ้มครองจาก คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/61 ตามมาตรา 44 นายวิษณุจะรับผิดชอบอย่างไร”นายธนากล่าวและว่าส่วนที่คสช.จะหารือแม่น้ำ 5 สาย กกต.และพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ว่า จนถึงวันนี้ ยังไม่มีหนังสือเชิญและไม่ทราบหัวข้อจึงต้องรอหนังสือก่อน แต่หากเห็นว่าไม่จำเป็น พรรคก็อาจไม่เข้าร่วมประชุมด้วย

‘อ๋อย’จวกเอาเปรียบจนนาทีสุดท้าย

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Chaturon Chaisangระบุว่า “วันก่อนได้ยินมาว่าการแบ่งเขตล่าสุด เป็นไปตามข้อเสนอของผู้สมัครหลายคนแบบขอยังไงได้ยังงั้น ทั้งๆที่ไม่มีฐานจากความคิดเห็นของประชาชนชนเลย ผมก็เลยขอให้ความเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นสักหน่อยครับ การแบ่งเขตเลือกตั้งก่อนหน้านี้ มีการรับฟังความเห็นประชาชนให้ใครมาเสนอความเห็นได้เต็มที่จนได้ข้อสรุปไปแล้ว

“แต่การแบ่งเขตครั้งสุดท้าย คนทั่วไปไม่รับรู้ด้วย คนไม่กี่คนเสนอผ่านช่องทางพิเศษกันมาและก็ได้ผลตามนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ เรียกว่า เอาเปรียบกันจนนาทีสุดท้าย คำสั่ง คสช.เรื่องการแบ่งเขต ต้องการ ให้คุณให้โทษกับผู้สมัครโดยเฉพาะผู้ที่ร้องผ่านรัฐบาลและ คสช.ย่อมได้ประโยชน์ ใครเป็นคู่แข่ง ก็ต้องเสียเปรียบ แต่จะขยับขยาย ก็ไม่ได้แล้ว การเอาเปรียบกันนี้ เมื่อ กกต.ทำให้ แม้ไม่ชอบธรรม แต่ก็ไม่ผิดกฎหมายใดๆเพราะคำสั่ง คสช.บอกว่าทำอะไรก็ชอบด้วยกฎหมายไปหมด”

‘สุริยะ’มั่นใจพปชร.ได้ไม่ต่ำ150สส.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรตัวบุคคลที่จะลงสมัครส.ส.ว่า เรียบร้อยแล้วร้อยละ99.99ทั้ง 350เขตซึ่งพื้นที่ทับซ้อนกัน ก็มีการหลีกทางโดยให้ไปลงในแบบบัญชีรายชื่อแทนซึ่งได้พูดคุยทุกกลุ่มทั้งกลุ่มสามมิตร กลุ่มบ้านริมน้ำ กลุ่มนายสุพล ฟองงาม กลุ่มนายวิรัช รัตนเศรษฐ กลุ่มนายสนธยา คุณปลื้ม กลุ่มนายวราเทพ รัตนากร เป็นต้นเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐหาผู้สมัครที่ดีที่สุด ส่วนแกนนำของแต่ละกลุ่มตอนนี้จะมาพูดคุยเพื่อร่วมจัดทำยุทธศาสตร์พรรค

“ถ้าดูจากโพลจะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐนำพรรคเพื่อไทยแล้ว ส่วนผลงานของรัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี คะแนนนิยมก็นำ และนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาก็เป็นที่ยอมรับของประชาชน จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ไปพบกับประชาชนมาแม้รัฐบาลชุดนี้จะไม่ได้มาจากประชาชน แต่เน้นเพื่อคนจนอย่างแท้จริง ผมจึงเชื่อว่าจากปัจจัยภาพรวมทั้งหมด น่าจะได้ส.ส.ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ 150 คนซึ่งจะสูสีกับทางพรรคเพื่อไทยและพรรคในกลุ่มของเขา”นายสุริยะ ย้ำ

เชื่อหลังลต.มีหลายพรรคจับมือ

เมื่อถามว่า หากต้องตั้งรัฐบาลแล้วต้องจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีเงื่อนไขเยอะ ตรงนี้หนักใจ หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เมื่อถึงช่วงนั้นการเมืองที่ผ่านๆมา พอมีการเลือกตั้งในที่สุดก็สามารถลงตัวได้ ที่ปฏิเสธว่าไม่ต้องการรวม ก็เป็นยุทธศาสตร์เป็นลีลาในการหาเสียงเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนให้พรรคของตัวเองให้มากที่สุด แต่ในที่สุดพอพ้นการเลือกตั้งตอนมาจับมือกัน เชื่อว่าจะมีหลายพรรคมาจับมือกับพลังประชารัฐ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเดตล็อกว่า พรรคการเมือง ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้

“สมศักดิ์”บุกแพร่เปิดศูนย์ พปชร.

วันเดียวกันนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐเดินทาง เปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ จ.แพร่ เขต2โดยมีนายวิตติ แสงสุพรรณ พร้อมทั้ง นายบุหลัน ราษฎร์คำพรรณ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.และชาวบ้านรอต้อนรับกว่า700 คนพร้อมยังเป็นการมาหาสมาชิกพรรค

นายธนกรเปิดเผยว่าประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมยังฝากขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาตรการช่วยเหลือคนยากคนจนกว่า14.5ล้านคนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะได้ประโยชน์มาก โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ ที่เบิกเงินสดได้คนละ 500บาทรวมถึงค่าน้ำ 100 บาทต่อเดือน ค่าไฟ 230 บาทต่อเดือน ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปได้ค่าเดินทางไปหาหมอ1,000บาทและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้ค่าเช่าบ้านเดือนละ400บาท ชาวบ้านอยากให้รัฐบาลทำโครงการนี้ต่อไปและยังเกรงว่ารัฐบาลใหม่อาจจะมายกเลิกโครงการอีกด้วย

นายกฯย้ำเดินหน้าสู่เลือกตั้ง กพ.62

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวร่วมกับนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายหลังการหารือ ที่สำนักนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงถึงการเลือกตั้งในประเทศไทยว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งต้นปีหน้าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มุ่งหวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความเป็นธรรม บริสุทธิ์ใจ อยู่ในกรอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และตนจะไม่เข้าไปก้าวล่วงส่วนนี้ ยืนยันว่าเราให้ เสรีภาพแก่พรรคการเมืองและนักการเมืองมาโดยตลอด ไม่ได้มีการปิดกั้นใครทั้งสิ้น

กลับถึงไทยนายกฯปัดจ้อแบ่งเขต

ต่อมาเวลา14.00น.พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะได้เดินทางจากท่าอากาศยานเบอร์ลินเทเกลกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี มาถึงท่าอากาศยานทหาร2กองบิน6ดอนเมืองโดยทันทีที่เจอสื่อมวลชนนายกรัฐมนตรีได้ทักทายอย่างอารมณ์ดีโดยกล่าวว่า บ้านเมืองเรียบร้อยดีมั้ย นายกฯไม่อยู่ ผู้สื่อข่าวก็ตอบว่า เรียบร้อยดี แล้วผู้สื่อข่าวได้ถามถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ก.ก.ต.)ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า”เพิ่งมาถึง จะมาถามอะไร แบ่งคงแบ่งเขต”

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

การเมือง

 
 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

 ........................................

อนาคตแตก!‘ช่อ’รับปรามNGNใช้เงิน ไม่คุกคามยุติกิจกรรม แค่สั่งให้ลบโพสต์

อนาคตแตก!‘ช่อ’รับปรามNGNใช้เงิน ไม่คุกคามยุติกิจกรรม แค่สั่งให้ลบโพสต์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 18.50 น.

29 พ.ย. 61  น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ยืนยันว่า มติของกรรมการพรรคที่ตัดสินใจ หยุดการปฏิบัติหน้าที่รักษาการคณะกรรมการเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ (NGN) มาจากเรื่องของ การใช้งบประมาณไม่เหมาะสม เพียงประเด็นเดียวเท่านั้น ที่นำมาพิจารณา ประกอบกับหลักฐานที่มี จำเป็นต้องมีมาตรการต่อเรื่องดังกล่าว แต่การเปิดเผยรายละเอียด คงต้องรอการยินยอมจากอดีตว่าที่กรรมการเครือข่ายคนรุ่นใหม่  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน หากได้รับการอนุมัติ ทางเรายินดีเปิดเผยสำหรับกระแสข่าวเรื่องการข่มขู่ กรณีการลบโพสต์ “ชวนยื่นหนังสือปฏิรูปกองทัพ” ของ NGN นั้น  ยอมรับว่า ได้แจ้งให้ทาง NGN ลบโพสต์จริง แต่ ไม่ได้มีการข่มขู่ เรื่องอนาคตการทำงาน หรือคุกคามใดๆตามที่ถูกกล่าวอ้าง 

“ตอนแรก เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของพรรค แต่เมื่อออกมาไปข้างนอก เราก็ยินดีชี้แจง ประเด็นต่างๆ  สาเหตุที่เราไม่อยากเปิดเผยหลักฐาน  เพราะไม่อยากทำลายอนาคตคนรุ่นใหม่ สำหรับแคมเปญ รณรงค์ยื่นหนังสือปฏิรูปกองทัพ ในวันที่ 7 ธ.ค. นี้เป็นแนวคิดของกลุ่ม NGN และที่ผ่านมาทางพรรคเองไม่ได้สั่งให้ยุติกิจกรรมแต่อย่างใด” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

 

ด่วน! ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศกกต.แบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.350เขตทั่วประเทศ

ด่วน! ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศกกต.แบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.350เขตทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 11.59 น.

29 พ.ย.61 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ กำหนดว่าเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวกำหนด และประกาศเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๑ เพื่อดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งและเป็น การเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้น

ต่อมาได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบ หรือเปลี่ยนแปลงการพิจารณาหรือดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามหมวด ๓ การจัดการเลือกตั้ง แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และข้อ ๗ ของคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ในกรณี ที่มีข้อร้องเรียนของประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ให้ได้ข้อยุติ โดยหากเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน ที่ไม่อาจดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ออกไว้ ก็ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกประกาศ เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กำหนดระยะเวลาในการยื่นคำร้องเรียนหรือการแสดงความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ ๒๐ - ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติในการพิจารณาการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๕๔/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ ถึงครั้งที่ ๖๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๖๓/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๖๗/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๖๘/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓๕๐ เขตเลือกตั้ง จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๐ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ คำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๑ เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ประกาศเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ทราบทั่วกัน ดังนี้

(คลิกอ่านรายละเอียดทั้งหมดที่นี่ : ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขต)

 .......................................

 

พปชร.โว'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ'โดนใจปชช. เล็งเปย์ให้อีกเพียบ!

พปชร.โว'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ'โดนใจปชช. เล็งเปย์ให้อีกเพียบ!

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 17.24 น.

พปชร.โว"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"โดนใจปชช. เล็งเปย์ให้อีกเพียบ ด้านคกก.เฉพาะกิจเลือกตั้งเดินหน้าลงทุกพื้นที่ เตรียมเซตทีมย่อยช่วยดูแต่ละภาค

29 พ.ย.61 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี กรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง เปิดเผยถึงการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการฯ ว่า ได้หารือกันถึงกรอบการทำงานว่าจะทำอย่างไรบ้าง ซึ่งหลักๆ จะไปเสริมทีมที่ทำอยู่แล้ว โดยเอานโยบายไปพูดให้ประชาชนฟัง โดยจะทำเป็นลักษณะทูเวย์ คือ หากนโยบายไหนโดนใจก็ทำต่อเนื่องเลย แต่ถ้านโยบายไหนไม่โดนใจก็จะปรับปรุงทันที

"อย่างเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องยอมรับว่าโดนใจประชาชนมาก เราก็จะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จะทำเหมือนเป็นกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะมีการส่งเงินไปถึงประชาชนโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านหน่วยงานรัฐแล้ว เช่น อาจจะเป็นลักษณะของการถือบัตรเอทีเอ็ม"

อย่างไรก็ตาม การทำงานของคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ อาจจะไม่ทันในช่วงเวลาที่มีอยู่ ดังนั้น จึงจะต้องเซตทีมขึ้นมาดูในแต่ละภาคด้วย

 

ชวนเที่ยวงาน‘พรรณไม้งามฯ’ครั้งที่31

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นางสาวพนิตนาฏ ธนาอภินันทน์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครร่วมกับมูลนิธิสวนหลวง ร.9 จัดงาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9” ขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2561ณ สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำพิธีเปิดสวนหลวง ร.9 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2530

นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้เที่ยวชมดอกไม้นานาชนิดที่เบ่งบานอร่ามสวยงามทั่วสวนหลวง ร.9 แล้ว ยังได้ชมนิทรรศการ “สืบสานพระราชปณิธาน” จัดโดย สำนักงาน กปร. (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ชมนิทรรศการไม้เมืองหนาวจากต่างประเทศ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ต้นไม้ที่ชนะการประกวด “สมุนไพรไทยจากป่าสู่ปวงชน” การออกร้านจำหน่ายต้นไม้-อุปกรณ์การจัดสวน การจัดสวนแนวตั้ง โดยภาครัฐและภาคเอกชน กิจกรรมสอยกัลปพฤกษ์ รวมทั้งการแสดงดนตรีสตริง-ลูกทุ่ง กทม. การแสดงน้ำพุดนตรี และการออกร้านจำหน่ายสินค้า สำหรับกิจกรรมพิเศษในวันหยุด ผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินกับ “วิถีตระการ เบิกบานวิถีไทย” ตลาดชาววัง ตลาดชาวบ้าน และตลาดน้ำกิจกรรม DIY การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงร่วมสมัย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ช่วงเย็นถึงค่ำ (เวลา 17.00-19.00 น.) บริเวณสนามราษฎร์ การแสดงดนตรี 4 เหล่าทัพ จากวงดุริยางค์กองทัพบก วงดุริยางค์กองทัพเรือ วงดุริยางค์กองทัพอากาศ และวงดุริยางค์ตำรวจ สำหรับบริเวณหน้าหอรัชมงคล มีการแสดงกลางแจ้งจากหลายหน่วยงาน อาทิ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การแสดงวิพิธทัศนาของโรงเรียนผดุงศิษย์พิทยา ลิเก คณะตั้มเศกศิลป์ พูลทรัพย์ ดนตรีลูกทุ่งคริสตี้และคณะดนตรีวง KU Wind ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการแสดงดนตรีของกองดุริยางค์ทหารบก

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานเดิน-วิ่ง ในวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น. บริเวณหน้าหอรัชมงคล การจุดพลุ ในวันที่ 1 และ 10 ธันวาคม 2561 เวลา 19.00 น. บริเวณตระพังแก้ว และการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 30 รูป ในวันที่ 5 ธันวาคม 2561 เวลา 07.00-09.00 น. บริเวณหน้าหอรัชมงคล

กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนประชาชนเที่ยวชมงาน “พรรณไม้งาม อร่ามสวนหลวง ร.9” ระหว่างวันที่1-10 ธ.ค. 2561 ณ สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น.

ทุ่มแสนล้าน! กนย.มีมติเดินหน้าดันราคายาง 4 มาตรการ

ทุ่มแสนล้าน! กนย.มีมติเดินหน้าดันราคายาง 4 มาตรการ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 22.24 น.

กนย.มีมติเดินหน้าดันราคายาง 4 มาตรการ ทุ่มกว่าแสนล้านบาท ชี้ทุก อปท.ทำถนนยางพารา หมู่ละ1 กม.ใช้งบ 9.2 หมื่นล้านบาท ดูดยางจากระบบ1.4 ล้านตัน

29 พ.ย.61 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.) ครั้งที่ 1/2561 ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบใน 4 โครงการ เพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบในสัปดาห์หน้า ประกอบด้วย 1.โครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2561 – 2562 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพของเกษตรกรชาวสวนยาง เป้าหมาย เกษตรกรชาวสวนยางที่มีสวนยางในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ที่เปิดกรีดแล้ว และขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 จำนวน 999,065 ราย และคนกรีดยาง 304,266 ราย รวมเนื้อที่ 9,448,447 ไร่ โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามพื้นที่เปิดกรีดจริง ไร่ละ 1,800 บาท ไม่เกินรายละ 15 ไร่ กรณีมีคนกรีดยางแบ่งเป็นเจ้าของสวนยาง 1,100 บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 700 บาทต่อไร่ วงเงิน 17,512,734,883 บาท ซึ่งเป็นงบของ ธ.ก.ส. และ กยท.

2.โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร โดยการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำน้ำยางพาราไปใช้สร้างถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ ทั่วประเทศจำนวน 75,032 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 กิโลเมตร รวมระยะทาง 75,032 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้มีการดูดซับน้ำยางออกจากตลาดในปริมาณมาก และจะทำให้ราคายางมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร จัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การยางแห่งประเทศไทย และดำเนินโครงการโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตามแผนปฏิบัติงานโครงการปรับปรุงถนนภายในหมู่บ้าน ให้เป็นถนนที่มีการนำยางพารามาเป็นส่วนผสม  ในการก่อสร้างถนนในชั้นพื้นฐานหนา 15 เซนติเมตร กว้าง 6 เมตร คาดว่าสามารถเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศมากขึ้นโดยการนำยางพารามาใช้ในการทำถนน เป็นจำนวนน้ำยางสด 1,440,614.4 ตัน หรือคิดเป็นน้ำยางข้น 720,320.2 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,326.9600 ล้านบาท วงเงิน92,327.4320 บาท (ใช้งบประมาณจากเงินสะสมขององค์กรปกครองท้องถิ่น)

3.โครงการการบริหารจัดการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของสถาบันเกษตรกร โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพและมีความพร้อมเป็นแหล่งรับซื้อยางพาราจากสมาชิกเกษตรกรและรวมตัวกันเพื่อจำหน่ายยางพาราเพื่อการส่งออก ขณะนี้ได้สำรวจเบื้องต้นพบว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 8 กลุ่มสหกรณ์ที่ดำเนินการอยู่แล้ว อาทิ สหกรณ์กองทุนสวนยางอำเภอบ่อทอง จำกัด จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสถาบันเกษตรต้นแบบที่สามารถผลักดันสินค้ายางพาราส่งออกไปต่างประเทศได้สำเร็จ จึงให้กรมส่งเสริมสหกรณ์คัดเลือกสหกรณ์การยางที่มีความเข้มแข็งและสนใจทำผลิตภัณฑ์ยางส่งออกเข้าร่วมโครงการ (วงเงินสินเชื่อของ ธ.ก.ส. 5,000 ล้านบาท)

4.โครงการลดพื้นที่ปลูกยางพาราเพื่อปลูกพืชอื่นทดแทน เป็นการช่วยลดความเสี่ยงด้านผลกระทบจากราคายางตกต่ำ และช่วยเพิ่มรายได้รวมไปถึงสร้างทางเลือกในอาชีพ เพื่อความยั่งยืนให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง จึงได้ตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อดูแลกำกับเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และการยางแห่งประเทศไทย

“ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง หากเกิดปัญหาอุปสรรคให้รีบแจ้งทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า โดยการขับเคลื่อนทั้ง 4 โครงการนี้จะเร่งรัดให้เกิดเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุด ซึ่งตั้งใจอย่างยิ่งว่าอยากให้ความสำเร็จนี้เป็นของขวัญก่อนปีใหม่ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะเชิญบริษัทล้อยางทั้งในและต่างประเทศ มาหารือร่วมกันเป็นช่วงสุดท้าย ถึงประเด็นการเพิ่มปริมาณการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร ซึ่งจะต้องขอรับการช่วยเหลือและสนับสนุนอะไรจากรัฐบาลบ้าง ” นายกฤษฎา กล่าว

ปูตินแจงยึดเรือยูเครนเพราะล้ำน่านน้ำ

ปูตินแจงยึดเรือยูเครนเพราะล้ำน่านน้ำ

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มอสโก/เคียฟ/ซิมเฟโรโพล (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ย้ำกองกำลังรัสเซียมีสิทธิยึดเรือยูเครน 3 ลำ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพราะแล่นเข้าเขตน่านน้ำรัสเซีย

ผู้นำรัสเซียแถลงยืนยันในการประชุมด้านการลงทุนระหว่างประเทศที่กรุงมอสโกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุเผชิญหน้าทางทะเลกับยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ยูเครนกระทำการดังกล่าวเพื่อยั่วยุด้วยการให้กองเรือแล่นเข้าน่านน้ำรัสเซีย และยังไม่ยอมหยุดตามคำสั่งของกองเรือลาดตระเวนรัสเซีย ถือเป็นการกระทำความผิดชัดเจน ประธานาธิบดีปูตินตั้งคำถามกลับว่า หากมีกองเรือต่างชาติรุกล้ำน่านน้ำเข้ามา จะให้กองกำลังรัสเซียทำอย่างไรและยืนยันว่ารัสเซียปฏิบัติตามหลักการและกฎหมายเพื่อปกป้องเขตแดนประเทศ หากประเทศใดเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ก็ต้องดำเนินการในแบบเดียวกัน พร้อมกับตั้งความหวังว่า จะได้พบหารือนอกรอบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินาสุดสัปดาห์นี้ หลังจากทรัมป์ออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า อาจพิจารณายกเลิกการประชุมกับปูตินเพราะไม่พอใจเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับยูเครน

กองเรือรัสเซียและยูเครนปะทะกันในน่านน้ำรัสเซีย และรัสเซียได้ยึดเรือยูเครนได้ 3 ลำ ทางชายฝั่งไครเมีย หลังเรือทั้ง 3 ลำ พยายามที่จะแล่นข้ามทะเลดำ ไปยังทะเลอาซอฟ โดยผ่านช่องแคบเคิร์ช นับเป็นการปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดระหว่างรัสเซียและยูเครนในรอบหลายปี ขณะที่ผู้พิพากษาศาลไครเมีย ในเมืองซิมเฟโรโพล สั่งให้ควบคุมตัวทหารเรือยูเครน 9 นาย เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อรอการพิจารณาคดี เมื่อวันพุธ ทำให้ทหารเรือยูเครนทั้งหมด 24 นาย ที่ถูกทหารรัสเซียจับกุมพร้อมยึดเรือรบ 3 ลำนอกชายฝั่งคาบสมุทรไครเมีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถูกจำคุก 2 เดือนเท่ากัน จนถึงอย่างน้อยวันที่ 25 มกราคม 2562 จากความผิดข้อหาล่วงล้ำพรมแดนทางทะเลของรัสเซียอย่างผิดกฎหมาย

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนเผยว่า ท่าเรือ 2 แห่งในทะเลอาซอฟถูกรัสเซียปิดล้อม หวังกดดันให้ยูเครนออกไปจากดินแดนของที่เป็นของยูเครนตามกฎหมายสากล เรือที่เข้าออกท่าเรือยูเครนส่วนใหญ่เป็นเรือบรรทุกธัญพืชและเหล็ก

 

นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง  อย่าลืมนโยบาย‘ลดเหลื่อมล้ำ’

นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง อย่าลืมนโยบาย‘ลดเหลื่อมล้ำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้วสำหรับ “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)” ซึ่งประชาชนจะได้ลงคะแนนเสียงเลือกคณะผู้บริหารประเทศและผู้ออกกฎหมายด้วยตนเองหลังจากที่ “เว้นวรรคประชาธิปไตย” มากว่า 4 ปี โดยหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก รัฐบาลทหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็จะปลดล็อกทางการเมืองเต็มรูปแบบ ให้พรรคต่างๆ หาเสียงได้ในอีกไม่นานหลังจากนี้ เพื่อปูทางไปสู่วันเข้าคูหากาบัตร 24 ก.พ.2562

“ความเหลื่อมล้ำ” ช่องว่างระหว่างคนฐานะดีกับฐานะด้อยในสังคมไทยที่ค่อนข้างห่างกว้างนั้นเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมานานและยังไม่มีรัฐบาลไหนแก้ได้อย่างจริงจัง “รวยกระจุกจนกระจาย” ยังเป็นวลีที่อยู่คู่คนไทย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้มีการจัดเสวนาเรื่อง “ตั้งโจทย์-ตอบอนาคต : วาระการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง” ณ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดยมีนักวิชาการมาฝากประเด็นไปถึงนักการเมืองให้ช่วยคิดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

อาทิ ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอแนะว่า 1.การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐต้องเน้นสวัสดิการสังคมมากขึ้น เช่น การศึกษา สาธารณสุข การอุดหนุนกลุ่มเปราะบางอย่างผู้พิการ ผู้สูงอายุ 2.ตามหาคนจนให้ถูกตัวและสร้างระบบฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อที่การจัดสรรงบประมาณจะได้ทำอย่างมีประสิทธิภาพ

3.ปฏิรูปการใช้จ่ายงบประมาณด้านการศึกษา เช่น โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษการจัดสรรงบประมาณก็ต้องแตกต่างจากโรงเรียนปกติ หรือเพิ่มงบประมาณรายหัวให้กับเด็กด้อยโอกาส ยกระดับโรงเรียนให้มีคุณภาพดีใกล้เคียงกันเพื่อลดปัญหาการต้องเดินทางไปเรียนไกลบ้าน การประเมินผลงานครูควรมาจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กมากกว่างานเอกสาร

รวมทั้ง “โรงเรียนขนาดเล็ก” จะทำอย่างไร? ต้องยุบรวมหรือไม่? แล้วถ้ายุบจะมีผลกระทบต่อการเดินทางของนักเรียนหรือเปล่า? หากมีจะแก้ไขอย่างไร? ในทางเศรษฐศาสตร์ต้องยอมรับว่าโรงเรียนขนาดเล็กมีต้นทุนการศึกษาต่อหัวค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องไปดูรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละพื้นที่ และควรยกระดับศูนย์เด็กเล็กแต่ละท้องถิ่นให้มีคุณภาพ เพื่อเตรียมตัวให้เด็กปฐมวัยพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้นต่อไป

4.ดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ประกันสังคม แม้ปัจจุบันจะมี “มาตรา 40” ให้แรงงานที่ไม่ได้อยู่กับสถานประกอบการสมัครใจเป็นผู้ประกันตน แต่พบว่าได้รับความสนใจค่อนข้างน้อย 5.การบริหารภาครัฐต้องเน้นประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณ 6.ส่งเสริมการออมโดยเฉพาะในกลุ่มคนระดับล่าง เพื่อเตรียมตัวดำรงชีพหลังเกษียณ แต่อุปสรรคคือไม่สามารถไปออมในตลาดทุนได้ ดังนั้นอาจต้องหาแนวทางอื่น

7.ขยายการเก็บภาษีไปถึงรายได้ที่ยังไม่ถูกจัดเก็บ เช่น กำไรจากเงินปันผลหุ้น กำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้มีรายได้สูงบางกลุ่มที่ยังไม่ถูกนำเข้าสู่ระบบภาษี 8.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ควรเก็บแบบแยกรายได้ ระบบปัจจุบันที่ใช้อยู่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เช่น คน 2 คนมีรายได้เท่ากัน คนหนึ่งมีรายได้ทางเดียวก็ถูกคิดภาษีในอัตราเดียว อีกคนมีรายได้หลายทางซึ่งรายได้แต่ละทางคิดภาษีแตกต่างกัน ทำให้ทั้ง 2 คนเสียภาษีไม่เท่ากัน

9.ปฏิรูประบบลดหย่อนภาษี ให้เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท รวมถึง “ยุติการลดหย่อนภาษีในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” เพราะพบว่าคนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มคนรายได้สูง แต่ “หากจะไม่ยุติเพราะต้องการให้ประชาชนทั่วไปนำเงินมาออมในตลาดทุน ก็ควรจำกัดเพดานการ
ลดหย่อน” เช่น ให้เฉพาะคนที่มีรายได้ไม่เกิน5 แสนบาทต่อปีเท่านั้น เป็นต้น

10.เสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพราะ อปท. อยู่ใกล้ประชาชนในพื้นที่มากที่สุด รู้ว่าใครเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไร “มุ่งกระจายอำนาจ” นอกจากการเมืองแล้ว “กระจายอำนาจการคลัง” ให้มีรายได้มั่นคงเพียงพอ เช่น “แก้ไขกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยให้ลดการยกเว้นที่ดินเกษตรกรรมรวมถึงบ้านหลังหลักจาก 50 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาท”เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีบ้านหรือที่ดินมูลค่าเกินดังกล่าว หากไม่ลดเพดานยกเว้นลงก็แทบจะเก็บภาษีนี้ไม่ได้เลย

11.แก้ปัญหาการถือครองที่ดินแบบกระจุกตัว อีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องแก้ไขกฎหมายภาษีที่ดินฯ ฉบับ สนช. เพราะอัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า จำกัดเพดานไว้ที่ร้อยละ 3 ไม่จูงใจให้คนที่ถือครองที่ดินมากๆ ยอมปล่อยที่ดินออกมาเนื่องจากราคาที่ดินเพิ่มร้อยละ 4-5 จึงอาจมองว่ายังคุ้มค่าที่จะครอบครองที่ดินไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจากภาคประชาชน เช่น ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าเก็บตามจำนวนที่ดินที่ถือครอง จัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินรัฐในรูปโฉนดชุมชน จัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อช่วยคนมีรายได้น้อยเข้าถึงที่ดิน

ขณะที่ รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมในประเด็นการกระจายอำนาจว่า “อย่าอ้างแต่ท้องถิ่นทุจริตฝ่ายเดียว เพราะราชการส่วนกลางก็มีข่าวฉาวไม่ต่างกัน” เช่น ทุจริตเงินสงเคราะห์คนจน โดยเชื่อว่าถ้าประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากพอจะควบคุมผู้บริหารท้องถิ่นได้เอง “การผูกขาดทางเศรษฐกิจ” ที่มีปัญหาเพราะจำนวนมาก “ผูกขาดด้วยกฎระเบียบที่อิงกับ
ภาครัฐ” การผูกขาดแบบนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

นอกจากนี้ก็มีเรื่องที่ดิน เพราะต้องไม่ลืมว่า “ประเทศไทยมีคนอีกมากที่ต้องพึ่งพาการเกษตร ซึ่งคนเหล่านี้อายุมาก ยากจะปรับเปลี่ยนสู่ยุค 4.0 ได้”การมีที่ดินพอให้ประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองจึงจำเป็น “ที่ดินก็ต้องมีคุณภาพด้วย” ไม่ใช่แจกอย่างเดียว สุดท้ายเมื่อเพาะปลูกไม่ได้ก็ต้องขาย อีกทั้ง “การแก้ปัญหาคนจนต้องดูเป็นรายกลุ่มไม่ใช่นโยบายเหมารวม” ภาครัฐมีกำลังคนจากหน่วยงานต่างๆ มากมายทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นภาระงบประมาณมาก

ทางด้าน นายจักรชัย โฉมทองดี ตัวแทนองค์กร Oxfam กล่าวว่า ในขณะที่หลายคนเชื่อกันว่าความร่ำรวยมาจากการขยันทำงานและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แต่ในความเป็นจริงของโลก “คนรวย 1 ใน 3 มาจากมรดก และอีก 1 ใน 3 มาจากธุรกิจที่ผูกขาดโดยได้สิทธิพิเศษจากรัฐ” นอกจากนี้ “จากการสอบถามคน 10 ประเทศ ประเทศละ 1,200 คน ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าความขยันจะยกระดับชีวิตของตนเองได้” สะท้อนภาพโครงสร้างที่ทำให้ผู้คนสิ้นหวัง

ผู้แทน Oxfam เสนอแนะว่า “สิทธิแรงงาน” เป็นอีกประเด็นที่หากปรับปรุงให้ดีขึ้นจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำลงได้ เช่น ร้านฟาสต์ฟู้ดเจ้าหนึ่งที่มีสาขาทั่วโลก ในเดนมาร์กพบว่าค่าจ้างพนักงานอยู่ที่ 20 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง มากกว่าสหรัฐอเมริกาที่รายได้พนักงานในงานเดียวกันอยู่ที่ 8.9 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง ซึ่งความแตกต่างอยู่ที่ในเดนมาร์กมีกลไกให้พนักงานต่อรองกับนายจ้างดีกว่าในสหรัฐ

หรือจะเป็น “ค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีพพื้นฐาน (Living Wage)” และ “ค่าจ้างที่เท่าเทียมของหญิงและชายในงานเดียวกัน”ที่ยังพบปัญหานี้อยู่ในประเทศไทย ตลอดจน“สิทธิของแรงงานข้ามชาติ” ที่ในเวทีโลกให้ความสำคัญ และมีผลต่อการส่งออกสินค้าของไทยด้วย!!!

 

mgronline
Thailand Web Stat
 
 

“พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙” งดงามหลากสีสัน จัดเต็มให้ชมกัน 1-10 ธ.ค.นี้

เผยแพร่: 29 พ.ย. 2561 12:14   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
 

มูลนิธิสวนหลวง ร.๙ กำหนดจัดงาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙” ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00- 19.00 น. ณ สวนหลวง ร.๙ กรุงเทพมหานคร

 

ภายในงานจัดแสดงดอกไม้นานาพันธุ์ และไม้เมืองหนาวจากต่างประเทศบานสะพรั่งทั่วสวน พร้อมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการสืบสานพระราชปณิธาน การจัดประกวดไม้ดอกไม้ประดับ และไม้พันธุ์หายาก 11 พันธุ์ไม้ และมีการบรรเลงดนตรีท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ รวมถึงถ่ายภาพย้อนยุคด้วยชุดไทย 

นอกจากนี้ยังมีร้านค้าจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวงและของที่ระลึกจากมูลนิธิ ตลาดนัดต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนครบวงจรในราคาย่อมเยา และการพยากรณ์โชคชะตาโดยนักพยากรณ์ที่มีชื่อเสียง และกิจกรรมน่าสนใจอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 



สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager

..............................................

30 พฤศจิกายน 2561

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน