*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5003
  • จำนวนผู้ชม : 3205787
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 214 , 10:59:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน น้องจ๋า โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         มีพาดหัวข่าววันนี้ว่า

อนาคตใหม่’โชว์กึ๋นแก้ระบบการศึกษา ชู‘เรียนฟรี-มีเงินเดือน’ ทำให้เป็นลัทธิ

         การพูดหาเสียงแบบพล่อยๆ นึกอะไรได้ก็พูดไปเลย ระวังจะเป็นเหมือนพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา เพราะคำพูดพล่อยจะกลาย

เป็นนโยบาย แล้วเป็นพิษตามมาอย่างร้ายแรงบ้านเมืองย่ำแย่มาแล้ว

         สำหรับข่าวข้างล่างนี้ รัฐบาลควรทำให้จริงจัง เพราะ 'หนี้นอกระบบ' เป็นตัวบ่อนทำลายอย่างรายแรง แตประชาชนก็ต้องให้

ความร่วมมืออย่างจริงจังเช่นกัน หากจำเป็นจริงๆก็ไปพึ่งธนาคารออมสินหรือธนาคารที่เปิดโอกาสให้กู้ได้จะดีกว่า

'บิ๊กตู่'เผยข่าวดีหนี้นอกระบบ จัดตั้งศูนย์ปราบโกงช่วยปชช.ถูกยึดที่ดินไม่เป็นธรรม

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้กู้ ผ่อนรายวัน รายสัปดาห์ แข่งกับหนี้นอกระบบ https://youtu.be/pOk__s7ytL4


ข่าวดี!! ออมสินพร้อมแก้หนี้นอกระบบ ให้กู้รายละแสน

รัฐจะดึงเจ้าหนี้นอกระบบมาอยู่บนดิน

ธนาคารออมสินพร้อมขึ้นทะเบียนแก้หนี้ นอกระบบ เล็งคัดแยกกลุ่มประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย โชห่วย หลังมีลูกหนี้แห่ขอกู้รายละ 1 แสนบาท แต่ต้องเจรจากับเจ้าหนี้เอง

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่เบื้องต้นธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่แล้วทั้งการ ขาดสภาพคล่องและการเป็นหนี้นอกระบบ

โดยที่ผ่านมามีประชาชนเข้ามาขอกู้เงินอัตราดอกเบี้ยต่ำไปชำระหนี้นอกระบบมาก ขึ้น เฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวน 12 ราย ให้กู้รายละ 1 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเท่าธนาคารประชาชน ซึ่งอยู่ในระดับ 0.5% ต่อเดือน ถือว่าต่ำมากหากเทียบกับการกู้เงินนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20-30% ต่อเดือน

ส่งผลให้สินเชื่อโดยรวมของธนาคารในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ พุ่งขึ้นไปกว่า 2.5 แสนล้านบาทแล้ว โดยมีรายย่อยกู้เพิ่มจาก 1.6 ล้านรายเป็น 1.8 ล้านราย

ทั้งนี้ หากจะให้ออมสินเข้ามาแก้ไขหนี้นอกระบบก็ พร้อมจะดำเนินการรับลงทะเบียนได้ทันที เพราะออมสินมีสาขาทั่วประเทศกว่า 600 สาขา แต่การช่วยเหลือคงต้องมีการคัดแยกว่าเป็นกลุ่มไหน มีหนี้สินจากสาเหตุใด และใครเป็นเจ้าหนี้

หากเป็นกลุ่มเกษตรกรก็เป็นหน้าที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเป็นผู้ดูแล แต่หากเป็นผู้ประกอบการรายย่อย โชห่วย ที่มีหนี้สินจากการประกอบอาชีพ และเพื่อการดำรงชีพธนาคารก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ

?หากช่วยเหลือคงไม่สามารถช่วยได้ทุกรายต้องดูว่าเป็นกลุ่มไหน และมีหนี้สินจากการประกอบอาชีพจริง เพื่อคัดเลือกกลุ่มที่มีหนี้สินจากการพนันหรือทำอาชีพไม่สุจริต และการเจรจากับเจ้าหนี้คงเป็นหน้าที่ของลูกหนี้เอง เพราะหากเจ้าหน้าที่แบงก์เข้าไปเจรจาคงไม่เหมาะสมนัก เพราะธนาคารไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหนี้เป็นใครซึ่งอาจเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล? นายเลอศักดิ์ กล่าว

ส่วนผลการดำเนินการงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา แม้จะปล่อยสินเชื่อแล้วกว่า 2.52 แสนล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ธนาคารก็พร้อมจะขยายสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธนาคารประชาชนและสินเชื่อห้องแถว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาหนี้เสีย เพราะปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 3% หรือ 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผลกำไร 8 เดือนสูงถึง 9.8 พันล้านบาท

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก  คมชัดลึก

‘สมชัย’จี้กกต.แจ้งข้อมูลเลือกตั้ง ซัดขนาดประกาศ‘แบ่งเขต’ก็ยังไม่มี

‘สมชัย’จี้กกต.แจ้งข้อมูลเลือกตั้ง ซัดขนาดประกาศ‘แบ่งเขต’ก็ยังไม่มี

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 09.18 น.

‘สมชัย’จี้กกต.แจ้งข้อมูลเลือกตั้ง ซัดขนาดประกาศ‘แบ่งเขต’ก็ยังไม่มี

3 ธ.ค.61 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ภาพรายละเอียดของการแบ่งเขตใน จ.เชียงใหม่ และนนทบุรี พร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “อยากได้แบบนี้ ราชกิจจาฯ ลงแบ่งเขตเลือกตั้งไปตั้งแต่บ่ายพฤหัสที่ 29 พฤศจิกายน 2561 จนถึงบัดนี้ เว็ปไซต์ของสำนักงาน กกต.จังหวัดต่างๆส่วนใหญ่ ยังไม่ได้ลงรายละเอียดของการแบ่งเขตในจังหวัด รูปแผนที่ และจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขตให้สังคมทราบ”

“ผมสุ่มดูประมาณ 10 แห่ง พบที่ทำได้ดีและทำแล้ว คือ เชียงใหม่ และ นนทบุรี แต่ยังขาดจำนวนผู้มีสิทธิในแต่ละเขต ส่วนเว็ปกลางของ กกต. ไม่มีแม้กระทั่ง ประกาศในราชกิจจาฯ”

“เลือกตั้งคุณภาพ เริ่มจาก การให้ข้อมูลที่ชัดเจนจาก กกต.ครับ”

 

 

‘อนาคตใหม่’โชว์กึ๋นแก้ระบบการศึกษา ชู‘เรียนฟรี-มีเงินเดือน’ ทำให้เป็นลัทธิ

‘อนาคตใหม่’โชว์กึ๋นแก้ระบบการศึกษา ชู‘เรียนฟรี-มีเงินเดือน’ ทำให้เป็นลัทธิ

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 10.23 น.

‘อนาคตใหม่’โชว์กึ๋นแก้ระบบการศึกษา ชู‘เรียนฟรี-มีเงินเดือน’ ทำให้เป็นลัทธิ

3 ธ.ค.61 นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sustarum Thammaboosadee แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แนะใช้ “คูปองการศึกษา” คนที่มีฐานะไม่ดี แต่มีศักยภาพสามารถกู้เงินมาลงทุนการศึกษาได้ เพิ่มสวัสดิการการศึกษาเด็กในครอบครัวยากจนโดยให้ “แต้มต่อ” ด้วยมาตรการ CCT (Conditional Cash Transfer) ให้เงินโอนที่มีเงื่อนไขให้เด็กได้เรียน

โดยนายษัษฐรัมย์ ระบุว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับระบบนี้ มันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นและยิ่งทำให้การศึกษากลายเป็นสินค้า และอุดด้วยเครดิต ที่ไม่ต่างจากระบบ 'ทุนการศึกษา' ปัจจุบันที่ต้องมาพิสูจน์ความ 'เก่ง'ให้ตรงกับกลไกตลาดที่ควบคุมโดยกลุ่มทุน”

“ทางแก้ของระบบการศึกษาที่ง่ายมากคือการทำให้ เรียนฟรี และมีคุณภาพ เป็นมิตรกับผู้เรียน นานถึงที่สุด มีเงินเดือนระหว่างเรียน แบบถ้วนหน้าไม่เกี่ยวกับความเก่งหรือยากจนร่ำรวย คุณจะวัดได้อย่างไรว่าใครเก่งกว่าใครในยุคนี้ ทางออกต่อการศึกษาแบบเสรีนิยมใหม่ คือทำให้มันเป็นสิทธิ”

“งบประมาณใช้เพิ่มเล็กน้อย แต่เลิกเถียงได้แล้วว่าใครควรได้สิทธิบ้าง?”

 

กระทรวงพลังงานเดินสายรับฟังความคิดเห็นแผนPDPฉบับใหม่ประเดิมภาคเหนือเชียงใหม่

กระทรวงพลังงานเดินสายรับฟังความคิดเห็นแผนPDPฉบับใหม่ประเดิมภาคเหนือเชียงใหม่

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 11.04 น.

3 ธ.ค.61 ที่ห้องประชุมโรงแรมดวงตะวัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน จัดเวทีฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) ของ ประเทศไทย ฉบับใหม่ โดยมี นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รอง ผอ.สนง.นโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พร้อมนางสุพิตร พัดเปรม ผอ.ศูนย์พยากรณ์ และสารสนเทศพลังงาน สนพ.และ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผอ.สำนักนโยบายไฟฟ้า สนพ.ร่วมให้แนวทางการทำงานของ PDF ให้กับชาวบ้านใน จ.เชียงใหม่ จำนวน 300 คนร่วมประชุมรับฟัง

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) ของ ประเทศไทย ฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีที่เกิดใหม่ Disruptive Technology ซึ่งกระบวนการปรับปรุงมีขั้นตอนของการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่เป็นผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียมาอย่างต่อเนื่อง จนได้แนวทางเบื้องต้นเป็นร่างแผน PDP ฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อนำมารับฟังความคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะต่อร่างแผน PDP ฉบับใหม่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยในวันนี้ (3 ธ.ค.61) เป็น “เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนา กำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) ของประเทศไทย ฉบับใหม่  หรือ Public  Hearing ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้รวมประมาณ 300 ราย  

ทั้งนี้ เวทีเสวนามีการนำเสนอการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า (Load Forecast) และค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า รายภูมิภาค รวมทั้ง การนำเสนอแนวทางการจัดทำ PDP โดยหลักการในการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่นั้น จะให้ความสำคัญใน 3 ด้านคือ 1.ด้านความมั่นคง (Security) สร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาค มีการพิจารณาโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในระดับที่ เหมาะสม และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า  2.ด้านราคา(Economy) โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ รักษาระดับ ราคาฟ้าขายปลีกไม่ให้สูงขึ้น และ 3.ด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology) ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การพัฒนาสู่ระบบ Smart Grid เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตลาดสู่ Prosumer ที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลายเป็นผู้ผลิตเองในอนาคตด้วย 

นายวัฒนพงษ์ กล่าวว่า ร่างแผน PDP ฉบับใหม่จะแตกต่างจากแผนที่ผ่านมาคือ การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ได้มีการคำนึงถึงการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (IPS) และการพิจารณาถึงความสมดุลของระบบไฟฟ้าตามรายภาครวมอยู่ด้วย ซึ่งภายหลังจาก เดินสายรับฟังความคิดเห็นที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว จะมีการเดินสายต่อไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออก ที่ จ.ชลบุรี หลังจากนั้นจะมีเวทีสรุปความเห็นอีกครั้งที่กรุงเทพฯ 

สำหรับผลจากการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ สนพ.จะรวบรวมเป็นแนวทางในการปรับปรุงร่างแผน PDP ฉบับใหม่ และจะ สรุปนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนำเสนอคณะรัฐมนตรี ต่อไป

 
'บิ๊กตู่'เผยข่าวดีหนี้นอกระบบ จัดตั้งศูนย์ปราบโกงช่วยปชช.ถูกยึดที่ดินไม่เป็นธรรม

'บิ๊กตู่'เผยข่าวดีหนี้นอกระบบ จัดตั้งศูนย์ปราบโกงช่วยปชช.ถูกยึดที่ดินไม่เป็นธรรม

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 09.38 น.

1 ธ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha" ระบุว่า  สวัสดี พี่น้องประชาชนที่รัก วันนี้ผมมีข่าวดีเรื่องการจัดการหนี้นอกระบบมาเล่าให้ฟังครับ ชาวนาที่กู้หนี้ยืมสินจากนายทุนเงินกู้ โดยเอาที่นาไปจำนองแล้วถูกยึด เพราะดอกเบี้ยสูงและไม่เป็นธรรม บางคนถึงกับต้องทำนาบนที่ดินของตัวเองที่ถูกนายทุนยึดไป

รัฐบาลจึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ตามไปดำเนินการนำที่ดินที่ถูกยึดไปโดยไม่เป็นธรรม และมีการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์เอามาคืนให้กับลูกหนี้ 

ตอนนี้ก็มากกว่า 180 ล้านโฉนด รวมที่ดินกว่า 7,000 ไร่ คิดเป็นมูลหนี้มากกว่า 52,000 ล้านบาท จากนั้นก็จัดขึ้นทะเบียนนายทุนเงินกู้และกำหนดดอกเบี้ยที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกัน เราจะทำเรื่องนี้ต่อไป เพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน  โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ

 
 
 
สวัสดี พี่น้องประชาชนที่รัก วันนี้ผมมีข่าวดีเรื่องการจัดการหนี้นอกระบบมาเล่าให้ฟังครับ ชาวนาที่กู้หนี้ยืมสินจากนายทุนเงินกู้ โดยเอาที่นาไปจำนองแล้วถูกยึด เพราะดอกเบี้ยสูงและไม่เป็นธรรม บางคนถึงกับต้องทำนาบนที่ดินของตัวเองที่ถูกนายทุนยึดไป

รัฐบาลจึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ตามไปดำเนินการนำที่ดินที่ถูกยึดไปโดยไม่เป็นธรรม และมีการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์เอามาคืนให้กับลูกหนี้ 
ตอนนี้ก็มากกว่า 180 ล้านโฉนด รวมที่ดินกว่า 7,000 ไร่ คิดเป็นมูลหนี้มากกว่า 52,000 ล้านบาท จากนั้นก็จัดขึ้นทะเบียนนายทุนเงินกู้และกำหนดดอกเบี้ยที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกัน เราจะทำเรื่องนี้ต่อไป เพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ

 

2หมื่นแห่ต้อนรับ'บิ๊กตู่'ลุยพื้นที่ชัยภูมิ (ประมวลภาพ)

2หมื่นแห่ต้อนรับ'บิ๊กตู่'ลุยพื้นที่ชัยภูมิ (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 10.32 น.

3 ธ.ค.61 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปตรวจราชการพี่จ.ชัยภูมิ และเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ 

โดยนายกฯและคณะนั่งเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท.135 มายังกองบิน 1 ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา จากนั้นนายกฯและคณะเดินทาง โดยเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอคมายังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชัยภูมิ ต่อมานายกฯ นั่งรถยนต์ โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 1กษ 4747 กรุงเทพมหานคร มายังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง เพื่อฟังบรรยายสรุป พร้อมพบและกล่าวกับประชาชน 20,000 คน

 
 
 
 
 
 
 
 
เหลือ4โซนกู้‘ระเบิด’แม่น้ำแม่กลอง กางแผน‘เก็บ-ทำลายทิ้ง’

เหลือ4โซนกู้‘ระเบิด’แม่น้ำแม่กลอง กางแผน‘เก็บ-ทำลายทิ้ง’

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 08.45 น.

เหลือ4โซนกู้‘ระเบิด’แม่น้ำแม่กลอง กางแผน‘เก็บ-ทำลายทิ้ง’

3 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ราชบุรี ว่า เมื่อเวลา 21.50 น.วันที่ 2 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลอง ออกคำแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เรื่อง “การปฏิบัติงานการเก็บกู้วัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลองด้านใต้สะพานธนะรัชต์ (ฉบับที่ 4)” ระบุว่า ตามที่หน่วยประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้ลงสำรวจพื้นที่ใต้ได้บริเวณสะพานธนะรัชต์และสะพานจุฬาลงกรณ์ เพื่อเก็บข้อมูลและตำแหน่งของวัตถุระเบิด เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเก็บกู้วัตถุระเบิด ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2561 นั้น ศูนย์บัญชาการณ์เก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลอง สรุปผลการปฏิบัติงานในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนี้

ชุดสำรวจและค้นหาดำเนินการใช้เครื่องมือ SIDE SCAN SONAR, ECHO SOUNDER, Navieator sonar, Mine detector, เครื่องวัดความลึก เครื่องระบุตำแหน่งวัตถุใต้น้ำ และใช้นักประดาน้ำสำรวจบริเวณตอม่อพื้นที่ใต้สะพานจุฬาลงกรณ์และสะพานธนะรัชต์ทั้งหมด ไม่พบวัตถุระเบิดเพิ่มเติม ยังคงเหลือพื้นที่อีก 4 โซน คือบริเวณ โซนที่ 5 ถึงโซนที่ 8 ซึ่งเป็นบริเวณแม่น้ำแม่กลองฝั่งตลาด และฝั่งกรมการทหารช่าง จะดำเนินการสำรวจในวันต่อไป หรือวันนี้(3 ธ.ค.61)

สรุปผลการสำรวจและค้นหาวัตถุระเบิด ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2561 พบระเบิดอากาศจำนวน 7 ลูก

ทั้งนี้ หากมีกำหนดการเก็บกู้วัตถุระเบิดจะมีการประกาศแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้า ขอให้รับฟังข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น กรุณางดเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอันอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่สาธารณชน ประกาศ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ผู้บัญชาการเหตุการณ์

ด้านนายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า หลังจากฝ่ายสำรวจ EOD จากกองทัพเรือและทหารอากาศที่มีองความรู้เรื่องระเบิด ได้ลงแบ่งพื้นที่ กำหนดจุดลอยทุ่นขึ้นมาแบ่งเป็นโซนอันตราย โดยการแบ่งออกเป็น 8 โซน ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.61 จนถึงวันนี้ ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์ก็ได้มีการออกมาประกาศแล้วว่าพบวัตถุระเบิด 3 ลูกเป็นอย่างน้อยและก็ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่าการพบระเบิดเพิ่มเติมอีก แต่ต้องขอพิสูจน์ในรายละเอียด อย่างน้อยต้องมีสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เมื่อสำรวจครบ 7 วัน ตามที่เราวางแผน ก็จะเว้นช่วงเพื่อมา วิเคราะห์พื้นที่ วิเคราะห์ว่าเป็นระเบิดชนิดไหน เพราะเดิมเราคิดว่าอาจจะเป็นของประเทศเดียว

ผู้ชำนาญการระบุว่าอาจจะเป็นระเบิดจากฝ่ายสัมพันธมิตรหลายฝ่าย เพราะระเบิดมีความยาวที่ต่างกันแต่รายละเอียดต้องรอให้ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นผู้ประกาศให้ทราบเป็นรายวัน จึงอยากให้ประชาชนติดตามสถานการณ์เป็นรายวัน ทางผู้อำนวยการบัญชาการเหตุการณ์จะประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยทุกวันในช่วงเย็น จะได้สื่อกันตรงทุกสื่อ และสามารถสอบถามได้ทุกอย่างเรายินดีให้ข้อมูล

“ตอนนี้ยังยืนยันว่าทุกอย่างยังอยู่ใต้น้ำอย่างปกติ ระเบิดเขาก็นอนอย่างสงบเรียบร้อย ภาพเบื้องต้นที่ทางหน่วยประดาน้ำและถอดอมภัณฑ์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ถ่ายขึ้นมาให้ดู แต่เราไม่สามารถเผยแพร่ให้ดูได้ตอนนี้เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก ซึ่งการกู้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพ EOD 3 เหล่าทัพ และตำรวจ ถ้าหากจำเป็นที่เราไม่รู้ที่มาที่ไปเราก็จะขอความรู้จากสมาคมที่มีความรู้ในเรื่องนี้ จะร่วมมือในการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำการเก็บกู้ได้หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมวันสำคัญ คือ วันที่ 9 ธันวาคมไปแล้วจากนั้นจะเริ่มวางแผน 1 สัปดาห์ และทำเวิร์กช็อป 2 อาทิตย์ ว่าถ้านำขึ้นมาแล้วจะเอาไว้ตรงไหน” นายวีรัส กล่าว

นายวีรัส กล่าวอีกว่า สมมุติเหตุการณ์ว่าถ้าวันนี้มี 5 ลูก จะระเบิดรายวันอย่างไร เอาไปทำลายตรงไหน ถ้าทำลายไม่ได้จะเก็บอย่างไรให้ปลอดภัย และ 2 ถ้าหากในการดำเนินการในช่วงนั้น ถ้าจำเป็นก็จะมีการขอร้องประชาชนประชาสัมพันธ์ให้ทราบ อาจจะต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คนเจ็บบางส่วนไปไว้ในที่ปลอดภัย ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่รบกวนวิถีชีวิตประจำวัน จะปฏิบัติการในชั่วโมง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าไม่ชัวร์เพื่อความปลอดภัยก็จะมีประกาศขอความร่วมมือ อาจจะเคลื่อนย้ายประชาชนบางส่วน เพื่อให้ปลอด ซึ่งเราจะแจ้งข่าวสารทุกวัน ถึงจะไม่เจออะไรก็ต้องประกาศให้ทราบถึงสถานการณ์

นายวีรัส กล่าวอีกว่า ถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ว่าได้รับบาดเจ็บบ้างหรือ ไม่ เรื่องนี้เป็นปกติของการลงไปปฏิบัติหน้าที่ในน้ำ พอเจ้าหน้าที่ลงไปอยู่ในน้ำนานก็จะมีการรัดให้เกิดบาดแผล มีอาการคัดจากน้ำ เป็นเรื่องปกติเพราะถังก๊าซช่วยหายใจมีความหนัก ซึ่งเรามาเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลตลอด รวมไปถึงอาหารการกินของเจ้าหน้าที่ทางบริษัทเขาดูแลตลอด สนับสนุนเต็มที่

ส่วนการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปปฏิบัติงานในน้ำ 1 ชุด จะลงได้ไม่เกิน 1 ชม. ก็จะสลับไป ชุดหนึ่ง 3 คน วันหนึ่งทำงาน 6 ชม. จะอยู่ที่ 18 นาย เพราะเจ้าหน้าที่จะทำงานตลอดไม่ได้เพราะปัจจัยหลายๆอย่าง อาทิ ก๊าซช่วยหายใจ การถนอมร่างกาย และชุดที่ใส่จะเกิดการรัดจนได้รับบาดเจ็บ เราจะถนอมความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคนเพราะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า และทางจังหวัดต้องขอบคุณทางทหารเรือ ที่ส่งเครื่องมือที่ทันสมัยมาปฏิบัติหน้าที่ ส่วนทหารช่างส่งเรือที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด และ การสนับเครื่องมือพิสูจน์ทราบต่างๆ ที่มีความทันสมัย และกล้องบันทึกภาพใต้น้ำที่สามารถบันทึกความคมชัด สามารถใช้ประโยชน์ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนอย่างเต็มที่

นายวีรัส ระบุอีกว่า จากสภาพระเบิดที่มีการถ่ายขึ้นมา สภาพของระเบิดยังไม่น่ากังวล ยังคงมีสภาพเหมือนเมื่อ 70 ปีที่แล้วที่ประชาชนเคยเห็น เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีสภาพตามที่ชาวบ้านที่พบเห็นรายงานเข้ามาก็นอนสงบเงียบอยู่ในแม่น้ำแต่มันอยู่ในบริเวณแนวการก่อสร้างสะพานรถไฟ ถ้าเราไม่เอาขึ้นอันตราย สภาพที่เห็นจากภาพจะเป็นท่านอนจมทรายนิดหน่อย เจ้าหน้าที่เขามีเทคนิคของเขา เช่น จะทำให้ลอยขึ้นมาได้ เท่าที่ตนเองถามเจ้าหน้าที่ว่าจะทำอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่ามีเทคนิคทางวิชาการ เรื่องนี้ต้องให้ทางมืออาชีพได้ปฏิบัติการ แต่ไม่ต้องกังวล ทางผู้บัญชาการเหตุการณ์จะรายงานให้ทราบเป็นระยะอยู่แล้ว

 
เด็กไอเดียบรรเจิด! เปิดธรุกิจรับถักเปีย-ผูกโบในโรงเรียน โปรโมชั่นแสนถูก

เด็กไอเดียบรรเจิด! เปิดธรุกิจรับถักเปีย-ผูกโบในโรงเรียน โปรโมชั่นแสนถูก

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 08.51 น.

3 ธ.ค. 61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ" ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยเจ้าของเฟซบุ๊กได้เดินทางไปเป็นคุณครูคุมสอบที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ พอดีสายตาไปเจอแผ่นป้ายประกาศกิจการ "ฟิวส์ บิวตี้" ซาลอนประจำห้องเรียน ที่พร้อมให้บริการทำผมให้กับทุก ๆ คน

โดยข้อความได้เขียนว่า  มัดรวบผมหางม้า ผูกโบ และถักเปีย ทั้งเปียเดี่ยวและเปีย 2 ข้าง ใครอยากทำทั้งเปียและผูกโบด้วยก็ได้เช่นกัน สนนราคาน่ารักเป็นกันเอง ถูกสุด 2 บาท แพงสุด 5 บาท  โดยมีโปรโมชั่นสามารถเหมาเป็นแพกเกจรายเดือนก็ได้ ในราคาเดือนละ 100 บาท ไม่สะดวกเงินสด โอนออนไลน์ก็ได้เช่นกันจ้า ทิ้งท้ายด้วยว่า จ่ายก่อยทำจ้า "งดเชื่อ เบื่อทวง"

 
ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง! ชาวบ้านนำเศษฟางอัดแท่งขายสร้างรายได้ในชุมชน

ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง! ชาวบ้านนำเศษฟางอัดแท่งขายสร้างรายได้ในชุมชน

วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 10.45 น.

3 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหมดฤดูเก็บเกี่ยวเกษตรกรในหลายพื้นที่นำข้าวที่สีออกจากรวง เหลือเพียงฟางข้าวที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไร ซึ่งเกษตรกรในบางพื้นที่ก็จะนำฟางข้าวดังกล่าว ไปเผาและทำลาย ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน สร้างมลพิษ ให้แก่โลกและทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

นางสุมาลี หอมสมบัติ เกษตรกรและประธานกลุ่มสตรีอำเภอภูหลวง บ้านเลขที่ 56 หมู่ 1 บ้านหนองบัว ต.ภูหอ อ.ภูหลวง จ.เลย กล่าวว่า ตนและกลุ่มญาติ กว่า 5 คน เป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่มารับจ้างเอาฟางมาอัด เพื่อทำฟางอัดก้อน ซึ่งจะจะนำฟางมาอัดเพื่อนำไปเพาะเห็ดฟาง เพื่อนำไปปลูกผักปลอดสารพิษ ตนนั้นเสียดายฟาง หลังจากเกี่ยวข้าวแล้วก็จะเหลือฟาง ทางกลุ่มก็จะไปหากองฟางที่เกษตรกรสีทิ้งไว้ แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรไปขออัด เพื่อนำไปทำประโยชน์ เช่น ไปทำเก้าอี้ฟางตามบ้านเรือนอาศัยไว้ตอนรับแขกในหมู่บ้าน ที่เดินทางมาบ้าน และในพื้นที่หากต้องการนำไปปรับภูมิทัศน์ในพื้นที่ หมู่บ้าน

 

“เรายึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ ร.9 เป็นอุตสาหกรรมเล็กในครัวเรือน เครื่องอัดก็เป็นรุ่นเก่า ซื้อมือสอง เป็นการพึ่งพาตัวเอง สามารถผลิตก้อนฟางได้ วันละ 30-40 ก้อนต่อวัน และจำหน่ายให้แก่ชุมชน ผู้ที่สนใจ ก้อนละ 20 บาท หรือจำหน่ายให้บุคลภายนอกหมู่บ้าน ในราคา 3 ก้อน 100 บาท หรือจะนำไปขายปลีกก้อนละ 25 บาท ขาย อัดใช้ภายในชุมชน เปลี่ยนของที่เหลือใช้ นำมาเป็นประโยชน์ ลดโลกร้อน และสร้างรายได้ ให้ครอบครัว ให้ลูกหลาน ได้มีรายเสริมในช่วงหลังเก็บเกี่ยว” นางสุมาลี กล่าว

 

 .....................................................

3 ธันวาคม 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน