*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5003
  • จำนวนผู้ชม : 3205807
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 313 , 18:47:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน feng_shui โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         รายงานข่าวเกี่ยวกับการแถลงของนายกรัฐมนตรี มีข่าวสำคัญที่น่ายินดีเป็นที่ยิ่งของพสกนิกรชาวไทย ได้แก่ข่าวจะมี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร.10 ในเวลาอีกไม่ช้า ซึ่งเราจะรอคอยหมายกำหนดการด้วยใจจดใจจ่อทีเดียว

 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ พระบรมฉายาลักษณ์ ร.10

พระบรมฉายาลักษณ์ ร. 10

 

"พิธีบรมราชาภิเษก ร.10"จะมีในเวลาอันใกล้นี้

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พิธีบรมราชาภิเษก,ร10

"ประยุทธ์"ลงพื้นที่"ชัยภูมิ"บอกถือเป็นบ้านเกิดพ่อมารับราชการ แต่งงานกับสาวเมืองนี้ เผย "พิธีบรมราชาภิเษก" จะมีในเวลาอันใกล้ขอ"เลือกตั้ง"สงบยินดี ไทย จะกลับสู่"

              3 ธันวาคม 2561  ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง  

              อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เมื่อถึงจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ นายกฯได้ขึ้นรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 1 กษ 4747 กรุงเทพมหานคร ไปยังอ่างเก็บน้ำลำสะพุง โดยมีข้าราชการ ประชาชนมาต้อนรับ 2 หมื่นกว่าคนมารอต้อนรับ จากนั้นนายกฯและคณะรับฟัง บรรยายสรุปโครงการอ่างเก็บน้ำสะพุง เมื่อสร้างเสร็จสามารถบรรจุ 32.00 ล้านลูกบาศก์เมตร  จัดส่งน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานได้ถึง 38,400 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 14,160 ครัวเรือนหรือ 87,600 คน 
                 

              จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า มีโอกาสได้มาพบปะพี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิอำเภอหนองบัวแดง ถือเป็นจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของตนอีก 1 หลัง เพราะพ่อมารับราชการที่โคราชและแต่งงานกับสาวชัยภูมิ วันนี้ผมก็เกิดมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นบ้านเกิดของตนเช่นเดียวกันญาติพี่น้องก็ยังมีอาศัยอยู่ในพื้นที่ วันเวลาแห่งการรอคอยของพี่น้องประชาชน ผมก็รอคอยที่จะพูดการจะเปลี่ยนแปลง เราต้องสนใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลนโยบายที่ออกมาจะต้องชัดเจนว่าจะทำอะไรเพื่อใครที่ไหน

              เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาลมีผลสัมฤทธิ์สอดคล้องกับการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำปีในทุกๆปีจะต้องมีการบริหารจัดการให้เหมาะสม ต้องขอบคุณ พ่อแม่พี่น้องที่มาในวันนี้ ตั้งแต่เป็นนายกฯ มาถือว่าที่นี่มีประชาชนมาให้การต้อนรับมากที่สุดแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนชัยภูมิ ปกติไปไหนเขาจะฟ้อนเพลงเดียว แต่ที่นี่ฟ้อน 3 เพลง และทราบว่าได้มีการเตรียมเสื้อผ้าเองทั้งหมด ไม่เป็นภาระของภาคราชการ ต้องขอบคุณคณะฟ้อนด้วยความจริงใจและขอชื่นชม             

              นายกฯ กล่าวว่า ยินดีและเป็นเกียรติ แม้อากาศจะร้อนทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ใช่ตนมาชัยภูมิแล้วปากหวาน ตนไม่ใช่คนปากหวานแบบนั้น แต่ด้วยความภูมิใจ ดีใจความเป็นคนชัยภูมิ ถือเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในโลกใบนี้อีก ซึ่งตนมีโอกาสไปหลายประเทศ สิ่งที่เขารักและชอบเราคือความเป็นธรรมชาติสวยงาม ป่าเขาลำน้ำทะเล แผ่นดินสวยงาม อาหารการกินอร่อย มีถึง 4 ภาค ซึ่งมีหลายอย่างที่ติดตลาดโลก รวมถึงส้มตำต้องทำให้สะอาดด้วย สิ่งเหล่านี้กำลังจะขึ้นบัญชีอาหารหลายอย่างและวันนี้โขนของเราก็ได้ขึ้นบัญชีทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แล้ว อีกทั้งรอยยิ้มใบหน้าของคนไทยเป็นมิตรไมตรี มีลักษณะของความเต็มใจ ในการดูแลคน เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สมานฉันท์เราจะทิ้งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้และ 3 สิ่งที่เป็นสถาบันของชาติคือชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ทั้ง 3 สิ่งนี้เราทิ้งไม่ได้ เพราะเป็นสถาบันหลักของประเทศมาโดยตลอดในทุกรัชกาลที่ผ่านมา        

              นายกฯ กล่าวว่า ฉะนั้นวันนี้ยินดีเป็นเกียรติที่มาพบไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางภูมิภาคท้องถิ่นมารวมกับประชาชนในวิชาในระดับนโยบายข้าราชการระดับผู้ปฏิบัติประชาชนผู้ร่วมมือในลักษณะของการสานพลังประชารัฐไม่เกี่ยวกับการเมือง วันนี้มาติดตามการทำงาน ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ที่เป็นไปไม่ได้เพราะติดขัดปัญหามากมาย การออกแบบติดขัดการรักษาระบบนิเวศน์มีปัญหาพื้นที่ใหญ่เกินไป ประชาชนไม่ยินยอมเหล่านี้ไม่ใช่ว่าหยุดโครงการแล้วเก็บเอาไว้ แต่รัฐบาลนี้เอามาทุกอัน อันไหนทำได้ก็ทำ

             ทั้งนี้ก็ต้องมีปัญหาในเรื่องของระบบงบประมาณที่มีอยู่อย่างจํากัดแต่เราก็พยายามขับเคลื่อนให้ดีที่สุด ซึ่งรัฐบาลนี้เราใช้งบประมาณในการบริหารจัดการน้ำมากพอสมควรมากกว่าทุกรัฐบาล โดยทำอย่างทั่วถึงไม่ใช่ทำเฉพาะตรงนี้เพราะชอบเรา ตรงไหนไม่ชอบก็ต้องทำ ตรงไหนที่ไปไม่ได้ก็ต้องไป นั่นคือรัฐบาลนี้ทำแบบนี้ รัฐบาลหน้าก็ต้องเป็นแบบนี้ ประชาชนต้องรักทุกรัฐบาลเพราะรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดนโยบายลงมาโดยประชาชนเป็นผู้ร่วมมือ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นได้คือเราปรับวิธีการแบบใหม่ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ชาติ        

              นายกฯ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงการใหญ่ที่มีงบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาทต้องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโครงการที่จะดำเนินการไม่ใช่ตามใจคนนั้นคนนี้ จะต้องมีพื้นฐานหลักการวิชาการมีความเห็นของประชาชนโครงการที่เกิดได้เป็นเพราะประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นขอให้โครงการนี้เป็นประวัติศาสตร์เป็นตัวอย่างของคนไทยทั้งประเทศ เราอยากจะได้อะไรอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต้องทำให้ได้ก่อน เราจะต้องร่วมมือกันอาจจะมีคนเสียมากเสียน้อยแต่ไม่มีใครเสียทั้งหมดและไม่มีใครได้ทั้งหมดจะได้ไปด้วยกันมากบ้างน้อยบ้างตรงนี้ใช้คำว่าชาติประชาชนได้ประโยชน์    

              "การทำงานถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยจะไปไม่ได้ทั้งหมด ระบบประชาธิปไตยคือเห็นด้วยมากกว่าคนที่ไม่เห็นด้วยน้อยกว่า ก็ต้องยอมเสียงส่วนใหญ่ นั่นคือหลักการที่ถูกต้อง แต่บางคนบางพื้นที่ไม่ยอมกันแต่เราเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางมาหลายสิบปี เราต้องพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง หลังจากที่เป็นประเทศรายได้ปานกลางมาเป็น 10 ปีแล้ว เราจะต้องพัฒนาให้สูงขึ้นโดยการพัฒนารายได้รายหัวและรายได้ของประเทศ พร้อมกันนี้ต้องดูความจําเป็นพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ลดระดับความยากจน การแบ่งคนไม่ใช่เป็นการแบ่งชนชั้นวรรณะ แต่เป็นการแบ่งรายได้ แต่ละพื้นที่มี ความเจริญที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งประเทศ" นายกฯ กล่าว   

               นายกฯ กล่าวว่า ปีหน้าประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ประเทศไทยจะต้องเป็นประธานอาเซียนอย่างแน่นอน โดยไม่มีใครมาปิดกั้นใดๆ  แต่ขออย่างเดียว ขอให้เป็นการประชุมที่สงบ เพราะไทยเคยเป็นมาแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ไม่สำเร็จ นั่นคือสิ่งที่จะต้องแก้ไขให้ได้ ขอถามไปยังประชาชนว่าแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้หรือไม่ ผมอยากจะขอ 2 เรื่อง การเลือกตั้งต้องสงบเรียบร้อยเรื่องการเป็นประธานอาเซียนก็ต้องสงบอย่าให้ใครมาทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีก มันเสียชื่อประเทศไทยในสายตาชาวโลก 

              "  เราจะมีอะไรเข้ามาอีกในระยะเวลาอันใกล้นี้ นั่นคือพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจะต้องประกอบพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก วันนี้พระองค์ท่านทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องมีพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกทรงเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่คือหนึ่งในหลักสำคัญของประเทศ ผมรู้ว่าทุกคนจงรักภักดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ขอให้ทุกคนได้ช่วยกัน ซึ่งสิ่งที่รัชกาลที่ 9 ทรงทำไว้ทั้งหมดรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานรักษาต่อเนื่อง "

              โดยทรงรับสั่งกับผมและรัฐบาลเสมอ คือการดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ทำสิ่งที่ประชาชนต้องการให้ได้โดยเร็ว โดยแก้ไขเหตุติดขัดต่างๆ และต้องชี้แจงให้ได้ ว่าทำได้เพราะอะไรไม่ได้เพราะอะไร ไม่อย่างนั้นประชาชนจะไม่เข้าใจ อย่างที่บอกว่าจะมีประชาชนได้และที่ได้บางส่วน จะได้มากได้น้อย หรือเสียมากเสียน้อย เหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงรับสั่งไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำฉันจะเป็นป่าเป็นป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำแล้วพวกเราจะไม่ทำหรือ เราจะไม่รักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้หรืออย่างไรแล้วจะไม่รักษาป่า หรืออย่างไรเพราะหากไม่มีป่าก็จะไม่มีน้ำ รวมไปจนถึงที่ดินทำกิน      

              นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลจะพยายามแก้ไขให้ได้ในรัฐบาลนี้รวมถึงการส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปเข้ามาแก้ โดยเฉพาะเรื่องของน้ำจะต้องบริหารจัดการให้มีน้ำอุปโภคบริโภคคนสัตว์มีพอใช้เพราะน้ำคือชีวิตทุกคนต้องรู้น้ำมาจากไหน มีมากน้อยเพราะอะไร และต้องรู้วิธีการบริหารจัดการด้วยตัวเอง หากรอคอยเพียงความช่วยเหลืออย่างเดียว ทุกอย่างก็จะไม่เกิดประโยชน์ และเขื่อนลำสะพุงแห่งนี้จะสร้างเสร็จในระยะเวลา 6 ปีรัฐบาลนี้อนุมัติงบประมาณปี 61 และปี 62 ดังนั้น รัฐบาลต่อไปที่เข้ามาก็จะต้องสนับสนุนงบประมาณตรงนี้ด้วย แต่ตนเองอยากให้สนับสนุนงบประมาณนี้ให้เร็วขึ้น เพื่อทำให้อ่างน้ำนี้สามารถเก็บน้ำได้ภายในปี 2564 จากเดิมที่กำหนดไว้เป็นปี 2565 หรือปี 2566 เพื่อส่งน้ำเข้าสู่ระบบระบายน้ำเดิมและเส้นทางธรรมชาติ ก่อนทำเส้นทางส่งน้ำใหม่เสร็จสิ้น            

                 นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเน้นแนวทางบ้านวัดโรงเรียนเพราะขณะนี้เกิดปัญหาสังคมเยอะ ขณะที่สื่อโซเชียลมักจะนำเสนอปัญหาความขัดแย้ง ทุกวันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาจะพบเรื่องของคนนั้นคนนี้หรือคนนั้นทะเลาะกับคนนี้ เรียกว่าเป็นข่าวตลาดเสียมาก สิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์และสร้างปัญญาให้กับประชาชนมีน้อย แต่ตนเข้าใจว่าเป็นความสุขเป็นความพึงพอใจของบางคน แม้จะมีคนที่ชื่นชอบข่าวแบบนี้ แต่ข่าวในเชิงสร้างสรรค์วันนี้ได้รับรู้บ้างหรือไม่

               ตนเห็นว่าวันนี้มีน้อยมากเพราะบางคนเมื่อเปิดไปเจอช่องที่เป็นทางการมีเนื้อหาก็จะปิดหนี เพราะคนไทยยังไม่ค่อยสนใจเรื่องที่ไกลตัวเรา ถึงยังไม่มีนักวิจัยที่เก่งๆ มากนัก เพราะไม่มีการผลิตคิดค้นเหมือนที่ต่างประเทศทำ วันนี้เขาคิดค้นและสร้างดาวเทียมเดินทางไปถึงดาวอังคาร ต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนเดินทางจากโลกไปยังดาวอังคาร แต่เรายังไม่คิดถึงขั้นนั้น วันนี้บั้งไฟเราส่งไปถึงอวกาศได้หรือไม่ บั้งไฟบ้านเรามีมานานแล้วนี่เป็นเพราะเราสนใจแต่สิ่งใกล้ตัว สิ่งที่เป็นความสนุกสนานเพลิดเพลินก็เข้าใจนี่คือคนไทย แต่เราต้องหันมาสนใจโลกภายนอกบ้าง ต้องมองต่างประเทศเปิดทีวีช่องสารคดีทั้งเรื่องสัตว์ป่าเรื่องน้ำและโลกภายนอกรวมถึงบ้านเมืองของประเทศอื่นๆด้วย    

              นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลทำถึงแม้จะชอบหรือไม่ชอบ แต่รัฐบาลก็ทำให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุดให้ทั่วถึงทุกพื้นที่เรื่องแรกคือการจัดสรรที่ดินยืนยันการปล่อยข่าวรัฐบาลจะยึดที่ดินสปก. ต้องไปดูกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดจะยึดคืนพื้นที่สปก.จากเกษตรกรเพราะเรื่องเหล่านี้มีหน่วยงานมีกฎหมายที่ดำเนินการ หากจะเอาคืนจะเป็นพวกที่นำไปขายต่อเพราะถือว่าผิดจุดมุ่งหมายของกฎหมาย ทั้งนี้ มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมาในช่วงนี้ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมือง แต่เป็นมาตรการที่ทยอยออกมาตามลำดับเพื่อให้ประชาชน ได้มีค่าใช้จ่ายลดค่าครองชีพในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคลดภาระในช่วงปีใหม่ ให้เกิดการกระตุ้นในภาคธุรกิจ หากจะมองว่าคนรวยได้ประโยชน์ก็ไม่ต้องนำเงินที่ได้ไปซื้อ แต่หันไปซื้อกับสหกรณ์การเกษตรหรือร้านในชุมชน

              ปัจจุบันสามารถใช้บัตรผ่านระบบออนไลน์ได้ในร้านที่มีเครื่องรองรับซึ่งร้านเหล่านั้นก็จะต้องขึ้นทะเบียนด้วยเช่นกัน ซึ่งระบบพวกนี้จะสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนทั่วโลกก็ใช้ ประเทศสิงคโปร์กำลังจะอนุมัติงบประมาณ 500 ล้านเหรียญเพื่อดูแลผู้มีรายได้ปานกลาง รัฐบาลปัจจุบัน มีแนวคิดที่จะดูแลประชาชนทุกกลุ่ม หากรัฐบาลมีงบประมาณที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายของรัฐบาลจะต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้เสียภาษี ตนเข้ามาวันนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องการขึ้นภาษีอะไรเลย ตนเดินทางไปประเทศเยอรมนี พบว่าภาษีเขาสูงมาก ทุกคนเสียภาษี ตนถามเขาว่ามีปัญหาหรือไม่ เขาบอกไม่มีเขาภูมิใจที่เสียภาษี ภูมิใจที่ได้ช่วยชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลับมาสู่ประชาชนของเขาทั้งประเทศ หากเรายังมีปัญหาตรงนี้ก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้
         

             นายกฯ กล่าวว่า ปัญหา ที่ดินทำกิน แหล่งน้ำ ความขัดแย้ง ปัญหาการทำงานของรัฐบาล ปัญหาเรื่องการเลือกตั้งจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้ ยินดีที่ประเทศไทยจะกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นเรื่องของกฎกติกา ข้อกฎหมายต่างๆ ที่ออกมา การจะทำอะไร จะต้องเป็นไปตามกติกา จะต้องไม่ใช่ลักษณะสู้กติกาหรือกฎหมาย  สมาคมต่างๆ จะต้องไม่ทำเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาง ปาล์ม ข้าวหรือเกษตรอื่นๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็มักจะวนกลับมาเรื่อยๆ เหมือนเวียนกันมาตาม   

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในตอนท้ายว่า เหนื่อยไหมที่นั่งฟังกัน ฟังตนอาจจะเวียนหัวพอสมควร ตนเองก็เวียนหัวอยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายเรื่องด้วยกัน ถ้าเราแยกกันหมายถึงแยกกันเดินร่วมกันตีรัฐบาลก็น่วมหมด เราจะต้องมาร่วมกับรัฐบาแล้วเดินหน้าไปด้วยกันมองข้างหน้า ถ้าข้างหน้าเดินไปไม่ได้เราจะตีกันทุกเรื่องและพันกันข้างหลังแบบนี้ไม่มีทางพ้นกับดักรายได้ปานกลางลาง      

               "วันนี้ฝากความรัก ความคิดถึงจากคนกรุงเทพฯและคนทุกจังหวัดมาด้วย เราไม่ได้มีแค่จังหวัดนี้จังหวัดเดียวหรืออำเภอหนองบัวแดงอำเภอเดียว เรามี 70,000 กว่าหมู่บ้าน กรุงเทพฯที่ต้องพัฒนาเพราะเป็นกลางธุรกิจ แต่วันหน้าต้องขยายเมืองออกมา สร้างการค้าอุตสาหกรรมในเมืองต่างให้คนต่างจังหวัดไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ ด้วยแนวทางบริหารแบบกลุ่มจังหวัดและภูมิภาค ขณะที่ส่วนท้องถิ่นก็ต้องจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้อง รวมถึงงบประมาณยุทธ์ศาสตร์และการปฏิรูป ทุกอย่างจะถูกสานต่อไปยังรัฐบาลต่อไป ฝากพ่อแม่พี่น้องดูแลรัฐบาลใหม่ให้ดี ใครจะมาเป็นตนไม่รู้" นายกฯ กล่าว

เสื้อแดงทิ้งเพื่อไทยเกลี้ยง! เจ๊หน่อยยิ้มขอปฏิรูปพรรค 

กวาดบ้านกวาดเมือง,เจ๊หน่อย,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ทักษิณ,ชินวัตร,จตุพร พรหมพันธุ์,เพื่อไทย,พรรคไทยรักษาชาติ,พรรคเพื่อชาติ,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,วีระกานต์ มุสิกพงศ์,เหวง โตจิราการ

เสื้อแดงทิ้งเพื่อไทยเกลี้ยง! เจ๊หน่อยยิ้มขอปฏิรูปพรรค  : คอลัมน์... กวาดบ้านกวาดเมือง โดย... ลมใต้ปีก

          ในที่สุดเสื้อแดงสองกลุ่มใหญ่ที่เคยอาศัยชายคาพรรคเพื่อไทยในการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในและนอกสภา เพื่อให้ถึงฝั่งฝันของตนเองโดยไม่สนใจวิธีการและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน ได้ตัดสินใจทิ้งพรรคเพื่อไทย ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่จนไม่เหลือเชื้อเสื้อแดงไว้ในเพื่อไทยอีกต่อไป 

          แดงตัวพ่ออย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ ออกไปก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ แม้เจ้าตัวจะลง ส.ส.ไม่ได้ด้วยติดคุณสมบัติเพราะติดคุกมา แต่เป็นผู้ก่อตั้งและอยู่เบื้องหลังที่เชิด สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของอิมพีเรียลเวิลด์ นายทุนใหญ่เสื้อแดงเป็นหัวหน้าพรรค 

          ส่วนแดงอีกสาย ทั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, เหวง โตจิราการ พร้อมภรรยา(ธิดา) และอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ไปร่วมกับลูกหลานนักการเมืองขุมข่ายทักษิณ ชินวัตร ในนามพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.=ทักษิณชินวัตร)

          แรกๆ มองว่าน่าเห็นใจเจ๊หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ เพื่อไทยที่ถูกวางตัวเป็นหมายเลขหนึ่งบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ว่าถูกทิ้งให้รักษาซากพรรคเพื่อไทย ที่ใครต่อใครก็เข้าใจว่าสถานการณ์เป็นเช่นนั้น 

          แต่ลึกๆ ในห้วงหัวใจของเจ๊หน่อย กลับคิดว่าดี บนวิกฤติ ย่อมเป็นโอกาส วิกฤติการทิ้งพรรคของเสื้อแดง และอีกนับร้อยชีวิต จากเพื่อไทยไปพรรคอื่น กลายเป็นโอกาสที่ เจ๊หน่อยจะปฏิรูปพรรคเพื่อไทย ตามแนวทางของประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย 

          เจ๊หน่อยบอกกับใครต่อใครเสมอมาว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเคลื่อนไหวบนท้องถนนอย่างรุนแรง ที่ผ่านมา เธอจึงไม่เคยปรากฏกายบนเวทีเสื้อแดงเลย ดังนั้นการจากไปของเสื้อแดงจนไม่เหลือสักคนในพรรคเพื่อไทย จึงกลายเป็นความสุขของ “เจ๊หน่อย” โดยปริยาย ถึงขนาดจัดงาน “คิกออฟเพื่อไทยในบริบทใหม่ จันทร์ที่ 3 ธันวาคม” 

          แต่เจ๊หน่อยจะลืมไปไหมว่าพรรคนี้เขามีเจ้าของ ตัวจริงเสียงจริง ทักษิณ ชินวัตร ที่จะเปลี่ยนบริบทอย่างไร ก็ต้องพึ่ง “กระสุนดินดำ” แห่งตระกูลชินวัตร แม้ว่าช่วงนี้น้ำเลี้ยงจะถูกปิดท่อ โอนกระสุนจากต่างประเทศไม่ได้ ทักษิณ ชินวัตร ก็พยายามต่อโทรศัพท์ติดต่อกับนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์หลายราย หนึ่งในนั้นมีกรณีข่าว "คาว” “ว.5โฟร์ซีซั่นส์” และเครือข่าย เพื่อหยิบยืมกระสุนมาอุดหนุนทั้งเพื่อไทย และพรรคทายาทอสูร แม้จะยากลำบากเพียงใดในการลำเลียง “กระสุนดินดำ” แต่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทักษิณ ชินวัตร ดำรงสถานะเจ้าของพรรคทั้งสองอยู่อย่างแท้จริง 

          คำถามและความท้าทายจึงพุ่งไปที่เจ๊หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะนำพาเพื่อไทย เข้าสู่ “บริบทใหม่” ได้อย่างไร ? ที่สำคัญ อย่าลืมว่าการจากไปของเสื้อแดงทั้งสองกลุ่มจนเกลี้ยงพรรคเพื่อไทย เป็นการจากไปพร้อมขนคะแนนสนับสนุน ที่เป็นฐานสำคัญของเพื่อไทยที่กล่าวอ้างมาตลอดว่ามี 14-15 ล้านเสียง นั่นหมายความว่า เพื่อไทย ภายใต้การนำของเจ๊หน่อย ต้องรับสภาพว่า เพื่อไทยจะเล็กลง ! 

"เฉลิม"ซัดอีแอบเบื้องหลัง 4 รมต.ไม่ลาออก

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เฉลิม อยู่บำรุง,เพื่อไทย,พลังประชารัฐ

"เฉลิม"ซัดอีแอบเบื้องหลัง 4 รมต.ไม่ลาออกเย้ย สมศักดิ์-สุริยะ"นำทีมหาเสียง เชื่อ"เพื่อไทย"ชนะขาด ชี้ส.ส.ย้ายร่วมไร้คะแนน

             3 ธันวาคม 2561 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้ยังสับสนวุ่นวาย เพราะมี 4 รัฐมนตรีไปตั้งพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)  

             แต่ยังมีอีกคนที่เป็น อีแอบ ใช้4รัฐมนตรีออกหน้า ทำไม 4รัฐมนตรีไม่ลาออก ไม่รู้สึกละอายบ้างหรือ แต่ตนตอบแทนได้เลยว่า คงไม่ละอาย เพราะถ้าละอายคงลาออกแล้ว คนที่สมัครเข้าพรรคพปชร. เข้าใจผิดว่าจะได้เป็นรัฐบาล ทั้งที่อาศัยใบบุญ ปฏิวัติรัฐประหาร ขณะนี้รัฐมนตรี4คน เอาเปรียบทุกขั้นตอน พรรคอื่นปราศรัยหาเสียง ไม่ได้ แต่พรรคพปชร.ทำได้ 

             ทั้งนี้ต้องขอบคุณที่ตั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานคณะกรรมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพปชร.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พอเอ่ยชื่อ 2 คนนี้ ทางการเมืองรู้เลยว่า พรรคพปชร.แพ้แล้ว อยู่ในสภาฯเคยอภิปรายอะไรบ้าง ถ้าพรรคเพื่อไทยป้องกันการโกง กับคนที่ตั้งท่าจะโกงได้ พรรคเพื่อไทยชนะขาด     

               ส่วนกรณีที่พรรคพปชร.ชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อต้องดูว่า คนที่จะชูขึ้นมาได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปหรือไม่ วันนี้คนเห็นฝีมือแล้ว เหมือนลิเก ดูไปสามรอบ จะให้เล่นรอบที่สี่ คนคงรู้แล้ว ไม่มีอะไรตื่นเต้น พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าจะมาเล่นการเมือง ไม่ผิด แต่ประชาชนก็ได้เลือกแล้ว ตัดสินใจแล้วเช่นกัน แต่วันนี้4รัฐมนตรี ต้องลาออกได้แล้ว ต้องมีสำนึกทางการเมือง แม้อดีตส.ส.เพื่อไทย ย้ายไปพรรคพปชร. ก็คงไปแต่ตัว แต่คะแนนไม่ได้ตามไปด้วย จะได้กลับมาสักกี่คน หน้าชื่น อกตรม  

คดีเสื้อแดงค้างการสอบสวนอีก 15 สำนวน

การเมือง  :  42 นาทีที่ผ่านมา
ดีเอสไอ,เสื้อแดง,อภิสิทธิื เวชชาชีวะ,สุเทพ เทือกสุบรรณ

ดีเอสไอแจงคดีก่อการร้าย-สลายการชุมนุมนปช. ปี 53 รวม 371 สำนวน เหลือค้าง 15 สำนวน ยังพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลไม่ได้ว่า ใครเป็นผู้ก่อเหตุทำให้บาดเจ็บ-เสียชีวิต

             3 ธันวาคม 2561 ทีมโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงผลการสอบสวนคดีการชุมนุมก่อความไม่สงบของกลุ่มนปช.ในปี 2553 ว่า ตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 3/2553  

             ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2553 ให้กระทำความผิดทางอาญา กรณีก่อการร้าย การขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใด ๆ การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ อันเกี่ยวกับการชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายในช่วงปลายปี พ.ศ.2552 เป็นต้นไปในราชการอาณาจักร รวมถึงความผิดที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกัน หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า คดีเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มนปช.เป็นคดีพิเศษนั้น

             ดีเอสไอได้รับคดีอาญามาสอบสวนดำเนินคดี ทั้งสิ้น 371 คดี แบ่งเป็น 4 กลุ่มคดี ดังนี้ กลุ่มที่ 1 คดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย จำนวน 155 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว กลุ่มที่ 2 คดีเกี่ยวกับการขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใด ๆ จำนวน 25 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว กลุ่มที่ 3 คดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 169 คดี สอบสวนเสร็จ 154 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 15 คดี และกลุ่มที่ 4 คดีเกี่ยวกับการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ จำนวน 21 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว

             สำหรับคดีกลุ่มที่ 3 ที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนจำนวน 15 คดีนั้น ในข้อเท็จจริงดีเอสไอได้สอบสวนเสร็จสิ้นและส่งไปยังอัยการแล้ว แต่เนื่องจากคดีกลุ่มดังกล่าวจะมีการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และผู้บริหารระดับสูง ในความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่น จากการสั่งการให้สลายการชุมนุม ฯ รวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2560 ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าข้อหาดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อัยการจึงคืนสำนวนให้ดีเอสไอเพื่อส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ซึ่งต่อมาดีเอสไอได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังป.ป.ช.แล้ว

             “ในส่วนของดีเอสไอรับสอบสวนในประเด็นผู้ลงมือกระทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามมติของ ป.ป.ช. ซึ่งอัยการขอให้ดีเอสไอแยกสำนวนการสอบสวนตามจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ อีกจำนวน 15 คดี เนื่องจากเห็นว่าแม้ผู้ตายและผู้บาดเจ็บจะอยู่ในที่เกิดเหตุหรือเหตุการณ์เดียวกัน แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากการกระทำของบุคคลคนเดียวกัน”ทีมโฆษกดีเอสไอระบุ

 

"หมอเหวง" ซัด "บิ๊กตู่" เกรี้ยวกราดไม่เหมาะผู้นำ

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไม่เหมาะเป็นผู้นำ,หมอเหวง,บิ๊กตู่,ประชาชาติ,ฒิภาวะทางอารมณ์ บกพร่อง,ไม่จริงใจ

"หมอเหวง" ซัด นายกฯ ขอโทษแล้วโมโหซ้ำ ไม่จริงใจไม่เหมาะเป็นผู้นำ "ประชาชาติ" เย้ย "บิ๊กตุ่" น่าสงสารวุฒิภาวะทางอารมณ์บกพร่อง

          3 ธ.ค. 61 - นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการแสดงอารมณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กรณีถูกซักถามเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งในที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ว่า ที่ผ่านมา นายกฯแสดงอารมณ์กราดเกี้ยวถึงขั้น ขู่ทุ่มโพเดียม ขว้างปาสิ่งของมานับสิบครั้ง ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในอำนาจ เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมสำหรับคนอยู่ในตำแหน่งนายกฯที่เป็นผู้บริหารสูงสุดในประเทศ แม้นายกฯจะแก้เกี้ยวโดยการออกมาขอโทษ แต่ก็ยังมีพฤติกรรมเช่นเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงถึงความไม่จริงใจในการขอโทษและไม่คิดจะเปลี่ยนพฤติกรรม ถือว่าหนักข้อกว่าเก่าเพราะแสดงถึงความไม่เคารพประชาชน

          นพ.เหวง กล่าวอีกว่า ครั้งล่าสุดนายกฯใช้ ม.44 ออกคำสั่งเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง เมื่อมีคนออกมาตั้งคำถามก็ต้องรับผิดชอบจะใช้ถ้อยคำรุนแรงถึงขั้นว่า “แม่ง ซังกะบ๊วย” ไม่ได้ แล้วยังแสดงการกลบเกลื่อนเหมือนเดิมให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษ เป็นเหมือนการตบหน้าประชาชน แล้วประชาชนยังอยากให้คนเช่นนี้กลับมาเป็นนายกฯอีกหรือ

          นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งคงไม่ได้เพราะทุกครั้งที่พรรคหารือกับกกต. ทาง กกต.จะบอกเสมอว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและมีผลกระทบโดยรวม เจ้าหน้าที่กกต.จะต้องแจ้งคสช.ให้รับทราบแล้วก็แจ้งที่ประชุมกกต.เพื่อให้อนุมติ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคสช.แล้วออกอาการเกรี้ยวกราดจึงเป็นไปไม่ได้ และการที่พล.อ.ประยุทธ์ ออกอาการเกรี้ยวกราดนั้นเกิดขึ้นบ่อย จนทุกคนมั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก ทำให้มองว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนน่าสงสาร วุฒิภาวะทางอารมณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ ชำรุด เพราะทำจนชินแล้วจะแก้ยาก การเป็นนายกฯแล้วแสดงพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยๆ มันไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ คงเข้าใจผิดว่าประเทศไทยคือกองทัพ ที่ท่านสั่งหันซ้ายหันขวาได้ แต่ประเทศไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อนายกฯมีบุคลิกเช่นนี้ประชาชนที่ไหนจะกล้าถามอะไร พรรคประชาชาติมองว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก และไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะแสดงกริยาเกรี้ยวกราดกับสื่อซึ่งทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน.

"สมศักดิ์" ห่วง"พปชร."ชง"ประยุทธ์"นั่ง"นายกฯ"

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมศักดิ์,ห่วง พปชร,ชงชื่อประยุทธ์นั่งนายกฯ,สืบทอดอำนาจ,คมชัดลึก

"สมศักดิ์" นำถกแนวทางหาเสียง ห่วง "พปชร." ชงชื่อ "ประยุทธ์" นั่ง "นายกฯ" โดนโจมตี สืบทอดอำนาจ" ดักคอ พวกแพ้ "เลือกตั้ง" หยิบเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง

          3 ธ.ค.61-"สมศักดิ์" นำถกแนวทางหาเสียง ห่วง "พปชร." ชงชื่อ "ประยุทธ์" นั่ง "นายกฯ" โดนโจมตี สืบทอดอำนาจ" ดักคอ พวกแพ้ "เลือกตั้ง" หยิบเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง แนะ พูดเรื่องปากท้องปชช. ดีกว่า โอด เสียเปรียบ พรรคอื่นหลายเรื่อง

          ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ โดยที่ประชุมส่วนใหญ่หารือถึงแนวทาง วิธีการในการหาเสียง ให้เป็นไปตามกฎหมาย และไม่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงในระหว่างที่ยังไม่ปลดล็อกการเมือง 

         

             โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่เป็นห่วงเกรงว่าจะถูกนำไปพูดให้เป็นประเด็นทางการเมืองคือ การสืบทอดอำนาจ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ สืบทอดอำนาจ ซึ่งมีพรรคการเมืองบางพรรคพูดเรื่องนี้อยู่เสมอ และเชื่อว่ายิ่งใกล้วันรับสมัคร ส.ส. และลงคะแนนจะยิ่งเอาประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูด โดยไม่เอาเรื่องของนโยบายที่เป็นประโยชน์มานำเสนอ แต่จะเอาเรื่องที่พูดแล้วทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองมาพูด เท่าที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้งมาหลายครั้ง ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการสืบทอดอำนาจแน่นอน ถ้าดูจากเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น การตั้ง ผบ.ทบ. จะมาจากสายบูรพาพยัคฆ์ แต่ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ.ที่ได้รับการแต่งตั้งก็ไม่ได้เป็นสายบูรพาพยัคฆ์ จึงชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมตรีไม่ได้คิดที่จะสืบทอดอำนาจ แต่คืนความชอบธรรมให้แก่กองทัพ

             นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากการประชุมพรรคพลังประชารัฐครั้งแรก ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ไม่เห็นมีชื่อนายพลสักคน ไม่มีฝ่ายของทหารเข้ามาเลย และผู้ที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อก็ไม่มีทหาร จึงคิดว่าไม่น่าจะมีการสืบทอดอำนาจ และขอเรียนว่าอย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาพูดให้บ่อย เพราะการเมืองวันนี้ต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เพื่อไปสู่การกินดีอยู่ดีของประชาชนให้มากจะเป็นประโยชน์กว่า ไม่ใช่พูดเอาไว้แล้วเวลาเลือกตั้งไม่ชนะ แล้วจะเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง ตนกังวลมากว่าหลังเลือกตั้งจะสร้างปัญหา และทำให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้นมาอีก เพราะที่ผ่านมาหลังความวุ่นวายบ้านเมืองเสียโอกาส เสียเวลากับการทำงานให้ประชาชนมาหลายปี

             ผู้สื่อข่าวถาม ถึงกรณีที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ระบุชัดว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ของพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีทหารหรือใครมาเป็น ส.ส. จะไปสืบทอดอำนาจได้อย่างไร เพราะในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่มีทหารเลย ตนไม่ได้ปฏิเสธว่าใครจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา และวันนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

            เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองระบุว่าคะแนนนิยมของพรรค พปชร. ในภาคอีสานไม่ได้สูงอย่างที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อ้างว่าจะได้ 40-50 ที่นั่ง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าประเมินไปแล้วจะเกิดการโต้เถียงและวิจารณ์ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เท่าที่ดูนโยบายของพรรคและผลงานที่ผู้สมัคร ส.ส. นำไปอ้างอิงยังเห็นว่าเป็นบวก แต่ในขณะที่พรรคอื่นที่ลงไปในพื้นที่ยังไม่เห็นว่าพูดถึงนโยบายอะไรนอกจากการสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้ง เรื่องเผด็จการ มีอยู่เท่านั้น ตนจะพยายามทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ว่าไม่ใช่อย่างที่วิจารณ์

           เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรค พปชร.ได้เปรียบพรรคอื่นในหลายเรื่อง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้พรรค พปชร. เสียเปรียบหลายเรื่อง เช่น ตั้งพรรคช้า มีผู้สมัครหน้าใหม่จำนวนมาก แต่พยายามคัดสรรผู้สมัครหน้าใหม่ เพื่อมาทำการเมืองแบบใหม่ และในสังคมไม่มีอะไรที่เสียเปรียบหรือได้เปรียบทั้งหมด ต้องคละกันไป แต่เวลานี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองอื่นพูดเรื่องนโยบายเลย

           เมื่อถามว่า การชูพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะเป็นจุดดีหรือจุดด้อยต่อพรรค พปชร.อย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นทั้งสองอย่าง คือจะมีคนช่วยหาเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เรื่องคะแนนเสียงของสมาชิกอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม ถ้ามีคราบไคลของทหารเข้ามาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกวิจารณ์ แต่ถ้ามี พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว ถามว่าจะไปสืบทอดอำนาจอย่างไร" นายสมศักดิ์ กล่าว

เสรีพิศุทธ์" อัด "อีแอบ" ชี้ ศาลยกฟ้องแต่ยังดื้อจะจับ

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เสรีพิศุทธ์,อัดอีแอบ,คมชัดลึก

"เสรีพิศุทธ์" อัด "อีแอบ" ชี้ ศาลยกฟ้องแต่ยังดื้อจะจับ ฟุ้งหลังเลือกตั้งจองเก้าอี้"นายกฯ- รมว.กลาโหม" หวังปฏิรูปทหาร

          3 ธ.ค.-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น.ที่ด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกพรรคถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความดำเนินคดีนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกนั่งรถไปแจ้งความเลย ไม่เข้าใจภาษาเลย ไอ้คำว่าแอบนั้นมันคือแอบทำ แอบประชุม พูดง่ายๆทำกันข้างเดียว

        เสรีพิศุทธ์

        “เขาเรียกอีแอบ การส่งหมายเรียกตำรวจยังไม่เซ็นเลย แล้วทหารจะรู้เรื่องหรือ ถ้าตำรวจไม่เซ็นศาลก็ต้องยกคำร้อง เพราะฉะนั้นการออกหมายเรียกไม่ได้ทำตามกระบวนการของกฎหมาย”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

        “ไม่รู้จะอยากได้ตัวผมไปทำไม ผมก็อยู่นี่ ออกทีวีทุกวัน ข้อความที่ผมโดนฟ้อง  เช่น ออกกฎหมายต่างๆ ก็โกง คำสั่งต่างๆก็โกง แล้วยังสืบทอดอำนาจอีก คุณคิดว่าผมพูดผิดตรงไหน ตอนนี้ก็ตั้งพรรคพลังประชารัฐมา เป็นพรรคของใครล่ะ ตอนนี้เขาก็ประกาศแล้ว จะชูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว 

  เสรีพิศุทธ์ 

        เมื่อถามว่า มองกรณีที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯว่าอย่างไร พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอก พวกนี้โกงมาตั้งแต่เขียนรัฐธรรมนูญ จนตอนนี้ภาพมันชัดเจนขึ้นมาแล้ว ส่วนระบบการแบ่งเขตแบบใหม่ของกกต.นั้น เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ให้พรรคการเมือง ประชาชน ร่วมเสนอรูปแบบ และเมื่อกกต.ดำเนินการเสร็จแล้ว แต่พรรคพลังประชารัฐไม่ต้องการ ก็เลยมีคำสั่งคสช.ออกมาให้กกต.แบ่งเขตใหม่ โดยให้ฟังความคิดเห็นจากคสช. และครม.ซึ่งเมื่อกกต.จะแบ่งเขตอย่างไรก็ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย เขียนกฎหมายแค่นี้ก็โกงกันแล้ว ถ้ามองถึงผลกระทบนั้นพรรคการเมืองเก่าๆจะกระทบมาก เพราะอดีตส.ส.ที่มีพื้นที่อยู่แล้ว จะถูกแบ่งถูกแยก ส่วนพรรคของตนคงไม่กระทบมาก แต่จะยุ่งขึ้นนิดหน่อย ในขั้นตอนดำเนินการ เมื่อเขตใหม่ยังไม่ออก ก็ต้องเอาเขตเก่าเตรียมไว้ก่อน แต่พอออกมาใหม่ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ จะยุ่งก็ตรงนี้ สงสารก็แต่พรรคเก่าๆที่มีอดีตส.ส.อยู่แล้ว

         เสรีพิศุทธ์

         เมื่อถามว่า จากการลงพื้นที่ กระแสพรรคเสรีรวมไทยเป็นอย่างไร เพราะชื่อของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ติดอันดับเป็นหนึ่งในแคนดิเดตชิงนายกฯ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีใครจะสู้กับทหาร แต่เลือกตั้งเสร็จตนนจะไปเป็นรมว.กลาโหมเอง จะปฏิรูปทหาร ให้เลิกปฏิวัติเสียที

        เมื่อถามย้ำว่า หลังเลือกตั้งถ้าฝ่ายประชาธิปไตยชนะ จะรับตำแหน่งรมว.กลาโหมใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “ผมจองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนรมว.กลาโหมนั้นของแถม คุณจะเอาใครเป็นนายกฯล่ะ มีแต่คนขี้โกงทั้งนั้น “

        พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนยันด้วยว่า การหารือระหว่างพรรคการเมืองกับคสช.และกกต.ในวันที่ 7 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ตนและพรรคเสรีรวมไทยจะไม่ไปร่วม  ตนกับเผด็จการจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีท้าคนอื่นชก ตนขอท้าพวกเผด็จการมาชกกับตนดีกว่า ยืนยันว่าไม่ไป พวกนี้มันโกงตลอด จะไปทำไม

เผยยอด 7,100 คน ลงสมัคร ส.ว.

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,เลือกตั้ง,สว,สมาชิกวุฒิสภา,กกต

เผยยอดผู้สมัคร ส.ว. ไม่เป็นทางการ 7,100 คน เตรียมตรวจสอบคุณสมบัติก่อนประกาศรายชื่อ 5 ธ.ค. นี้ ใครไม่มีชื่อยื่นค้านได้ภายใน 3 วัน

               เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 61  พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงผลการรับสมัคร ส.ว. ว่า ขณะนี้สำนักงานกำลังสรุปยอดรวมของผู้สมัครอย่างเป็นทางการ เบื้องต้น คาดว่ามียอดผู้สมัครประมาณ 7,100 คน

               ซึ่งหลังปิดรับสมัครแล้ว ผู้อำนวยการเลือก ส.ว. จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร โดยใช้เวลา 5 วัน และจะประกาศรายชื่อผู้สมัคร วันที่ 5 ธ.ค. โดยผู้ไม่มีชื่อในประกาศ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน หรือภายในวันที่ 8 ธ.ค.

               สำหรับผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. ซึ่งผู้อํานวยการการเลือกระดับอําเภอ สั่งไม่รับสมัครหรือสั่งลบชื่อผู้สมัครออกจากบัญชีรายชื่อผู้สมัคร หากประสงค์จะยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ศาลมีคําสั่งให้รับสมัครหรือสั่งเพิ่มชื่อในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ให้ยื่นคําร้อง เอกสารประกอบคําร้อง และบัญชีระบุพยาน พร้อมด้วยสําเนาหนึ่งชุด ต่อศาลจังหวัดที่เขตเลือกอยู่ในเขตอํานาจ หรือศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลแพ่งธนบุรี หรือศาลแพ่งอื่นในกรุงเทพมหานคร ที่เขตเลือกอยู่ในเขตอํานาจ และมิได้อยู่ในเขตอํานาจของศาลจังหวัด ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร หรือวันที่ผู้อํานวยการการเลือกสั่งลบชื่อ แล้วแต่กรณี

               ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิ์สมัครรับเลือก การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก และการเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

"ปลดล็อกการเมือง" ปลดตรงไหน??

เจาะประเด็นร้อน  :  18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขยายปมร้อน,เจาะประเด็นร้อน,ปลดล็อก,การเมือง,พรรคการเมือง,ประยุทธ์,คสช,รุมกินโต๊ะ,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

(ขยายปมร้อน) ในการหารือของ คสช.กับ กกต.และพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธันวาคม จะได้คำตอบเรื่องปลดล็อกการเมือง

               วันศุกร์นี้ (7 ธันวาคม) คสช.นัดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมืองมาพูดคุย ก่อนที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ ประเด็นสำคัญของการหารือ คือ "เรื่องปลดล็อกการเมือง"

                สำหรับกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้นี้ เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับสุดท้าย ในจำนวน 4 ฉบับ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีก่อนจะเริ่มนับเวลาไปสู่การเลือกตั้งกันจริงๆภายใน 150 วัน ซึ่งตอนนี้มีการกำหนดวันเลือกตั้งไว้ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

                กฎหมายลูก 3 ฉบับที่มีผลบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว คือ กฎหมาย กกต. กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว.

               มาที่เรื่องสำคัญ คือการปลดล็อกการเมืองที่เรียกร้องกันมานาน ที่ผ่านมา คสช.ผ่อนคลายให้ในบางกิจกรรม คราวนี้น่าจะถึงเวลาที่จะมีการ “ปลดล็อก” กันจริงๆ

               สำหรับคำสั่งที่ “ล็อกพรรคการเมือง” ไว้ มี 2 คำสั่ง คือ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองประชุม หรือดําเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง ออกมาตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ที่ออกมาเมื่อ 1 เมษายน 2558

 

ผบ.ทบ. กระชับสัมพันธ์ทางทหารไทย - สหรัฐฯ

การเมือง,ผบทบ,เยือน,กองทัพสหรัฐฯ,รัฐฮาวาย,กระชับสัมพันธ์,ประธานอาเซียน

ผบ.ทบ. เยือน กองทัพสหรัฐฯ กระชับสัมพันธ์ทางทหาร เสริมบทบาทไทย ประธานอาเซียนปี 62 พร้อมเยี่ยมชม กองกำลังป้องกันตนเอง

               1 ธ.ค. 61  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก อยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนกองทัพสหรัฐอเมริกา (รัฐฮาวาย) อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของ ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก

               พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับ พร้อมหารือข้อราชการกับ พลเรือเอก Phillip S. Davidson ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก และ พลเอก Robert B. Brown ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก (US Army Pacific Command : USARPAC) พร้อมเยี่ยมชมหน่วยงานสำคัญ อาทิ กองกำลังป้องกันตนเอง รัฐฮาวาย (Hawaii National Guard) ที่มีประสบการณ์ด้านการบรรเทาภัยพิบัติ ภูเขาไฟระเบิด พายุเฮอร์ริเคน , หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษภาคพื้นแปซิฟิก (Special Operations Command Pacific : SOCPAC) , กองพลทหารราบที่ 25 พร้อมชมการสาธิตทางทหารของ Lightning Academy ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกหลักสูตรทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ และมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นต้น

               พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของผู้บัญชาการทหารบกในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารของกองทัพบกไทย - กองทัพบกสหรัฐฯ ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค อันจะส่งผลดีต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนในปี 2562 นี้ด้วย

               อย่างไรก็ตาม กองทัพบกไทย - สหรัฐฯ มีความร่วมมือต่อกันในหลายด้าน อาทิ การฝึกทางทหารในระดับหน่วย การแลกเปลี่ยนบุคลากรเข้าศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับข้าราชการทหารและนักเรียนนายร้อย การพัฒนางานบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดทำหลักนิยมทางทหาร ความร่วมมือด้านการแพทย์ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และงานด้านบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงความร่วมมือในการจัดประชุมหารือในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ เป็นต้น

               ​ทั้งนี้ ในปี 2562 กองทัพบกไทย และ กองทัพบกสหรัฐฯ มีกำหนดเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุม “กองทัพบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก” ในระหว่าง 8 - 12 กันยายน 2562 ณ ประเทศไทย โดยจัดการประชุมใน 3 ระดับ คือ ผู้บัญชาการทหารบก นายทหารระดับสูงของกองทัพบก และนายทหารประทวน เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ข้อคิดเห็น รวมถึงประสบการณ์ในงานด้านความมั่นคง

               การประชุมดังกล่าว กองทัพบกสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีกองทัพบกมิตรประเทศในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพร่วม

จับตาเบร็กซิทกับอนาคตของอังกฤษ

เบร็กซิท,รู้สึกกับจุฬาฯ,อังกฤษ

จับตาเบร็กซิทกับอนาคตของอังกฤษ : คอลัมน์...  รู้สึกกับจุฬาฯ

          การลงประชามติด้วยคะแนนเสียง 52 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 23 มิถุนายน 2559 เป็นวันชี้ชะตาของสหราชอาณาจักรที่จะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) และเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทางสหราชอาณาจักรก็มีมติว่าจะออกจากสหภาพยุโรปในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม 2562 หรือประมาณอีก 4 เดือนข้างหน้า

          ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุโรปศึกษา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า หลังจากที่ผู้นำชาติในสหภาพยุโรป 27 ชาติลงมติอนุมัติข้อตกลงถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรในสัปดาห์ที่ผ่านมา (28 พ.ย.) ในขณะนี้ การเตรียมตัวออกจากสหภาพยุโรป คือการนำร่างข้อตกลงเบร็กซิท(Brexit) ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรและคณะมนตรียุโรป (ที่ประชุมหัวหน้ารัฐบาลของรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป) ไปเสนอต่อรัฐสภาสหราชอาณาจักรเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งจะลงมติในวันที่ 11 ธันวาคมนี้


          ประเด็นที่น่าจับตามองต่อทิศทางข้างหน้าของเบร็กซิทคือ ร่างฯ ข้างต้น จะผ่านความเห็นชอบของสภาสามัญหรือสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ เพราะร่างฯ ถูกต่อต้านอย่างหนักหน่วงทั้งจากบรรดาพรรคฝ่ายค้าน แม้แต่ ส.ส.จำนวนมากในพรรคอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ เอง รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลก็ยืนกรานปฏิเสธที่จะลงมติเห็นชอบ ในขณะเดียวกัน เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เรียกร้องให้สาธารณชนสนับสนุนข้อตกลงนี้เพื่อเคารพต่อเสียงประชามติเมื่อปี พ.ศ. 2559


          ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ร่างฯ อาจไม่ได้รับคะแนนเสียงเพียงพอและไม่ผ่านการเห็นชอบ ซึ่งในทัศนะของอาจารย์ณัฐนันท์ เชื่อว่าทางเลือกใหม่อาจเป็นการถอนตัวจากสหภาพยุโรปแบบไม่มีข้อตกลง หากไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะใช้ทางเลือกใด หรือการใช้วิธีเจรจาเพื่อแก้ไขร่างข้อตกลงใหม่ การลงประชามติเบร็กซิทอีกครั้ง หรือการสิ้นสุดลงของคณะรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดรัฐบาลใหม่หรือเลือกตั้งทั่วไป

          “ผู้นำสหราชอาณาจักรจำนวนหนึ่งออกมาแสดงทรรศนะว่าร่างฉบับปัจจุบันถือเป็นข้อตกลงลักษณะเดียวที่เป็นไปได้ แต่หากสภาสามัญไม่ให้ความเห็นชอบร่างฯ ก็อาจต้องถอนตัวโดยไม่มีข้อตกลง หรือยกเลิกถอนตัว ประกอบกับความเห็นทางเลือกอื่นๆ ที่แตกต่าง อาจกดดันให้ ส.ส.ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างฯ ยอมลงมติให้ความเห็นชอบ เพราะการออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อตกลงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสิทธิพลเมืองร้ายแรง ส่งผลให้ร่างฯ สามารถผ่านความเห็นชอบของสภาได้ในท้ายสุด”

          อาจารย์ณัฐนันท์กล่าวต่อว่า ผลกระทบของเบร็กซิทที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายหน้ายังประเมินได้ยาก แต่หากเบร็กซิทสามารถนำพาสหราชอาณาจักรไปสู่ความมั่นคงและมั่งคั่งกว่าก่อนสมัยที่ยังเป็นรัฐสมาชิกของอียูจะส่งผลเชิงลบต่อสหภาพยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ โดยรัฐสมาชิกอื่นๆ อาจจัดให้มีการลงประชามติอย่างเดียวกันและดำเนินถอนตัวตามอย่างสหราชอาณาจักร ในทางตรงข้าม หากเบร็กซิทนำพาสหราชอาณาจักรไปสู่หายนะ ก็จะกลายเป็นบทเรียนให้พลเมืองในรัฐสมาชิกอื่นของอียูไม่เอาเป็นแบบอย่าง

          สำหรับสหภาพยุโรปเอง ในกรณีที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกไปและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเดียวยุโรปในอนาคต สหภาพยุโรป มีแนวโน้มที่จะบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเมืองได้ลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะปราศจากการถูกขัดขวางโดยสหราชอาณาจักรในหลายประเด็น เช่น บริการ ตลาดเงินทุน นโยบายต่างประเทศ และความมั่นคง อย่างที่เคยประสบมา

          “ยิ่งไปกว่านั้น สาระของนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงนี้อาจมีความเป็นอิสระจากนโยบายของสหรัฐอเมริกามากขึ้นเพราะสหราชอาณาจักรมีความใกล้ชิดกับสหรัฐมากสุดในหมู่รัฐสมาชิกสหภาพยุโรป แต่การขาดมหาอำนาจอย่างสหราชอาณาจักรไปก็อาจนำไปสู่ภาวะที่เยอรมนีและฝรั่งเศสกุมอำนาจในสหภาพได้มากขึ้น อาจกระตุ้นให้เกิดกระแสต่อต้านในรัฐสมาชิกบนแนวคิดที่มองว่าสภาพยุโรปเป็นเหมือนจักรวรรดิของเยอรมนีและฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้อิทธิพลของสหราชอาณาจักรในเวทีระหว่างประเทศลดลงอีกด้วย”

          สำหรับผลกระทบเบร็กซิทที่อาจจะเกิดกับประเทศไทยนั้น อาจเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หากสหราชอาณาจักรยังคงเป็นสหภาพศุลกากรของสหภาพยุโรป การดำเนินการทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรก็อาจไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่หากมิเป็นเช่นนั้น ไทยกับสหราชอาณาจักรก็อาจจะเปลี่ยนไปดำเนินการทางกฎระเบียบทั่วไปขององค์การการค้าโลก หรือพัฒนากรอบความตกลงอื่นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น

          นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังมีความสัมพันธ์กับไทยผ่านรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับอาเซียน แต่หากเบร็กซิทเกิดขึ้นจริง ก็น่าจับตามองว่าสหราชอาณาจักรจะวางตำแหน่งความสัมพันธ์ต่ออาเซียนและประเทศไทยในอนาคตต่อไป อย่างไร

 

..................................................

3 ธันวาคม 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 03/12/2018 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

feng_shui
....................................
ชอบบล็อกข่าวนี้นะครับ เยอะดี

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 03/12/2018 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน