*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5003
  • จำนวนผู้ชม : 3205807
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 289 , 11:05:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ขณะนี้มีกลุ่ม 4 รัฐมนตรี รวมอยู่ในพรรค 'พปชร.' แล้วยังไม่ลาออก โดยที่นายวิษณุ เครืองาม ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล

ก็ได้ยืนยันว่าไม่ต้องลาออก จึงเกิดมีเสียงคัดค้านจากพรรคการเมืองอื่นๆ จนกระทั่งกกต. ต้องออกความเห็นให้รัฐมนตรีพิจารณา

การควรหรือไม่ควรด้วยตนเอง ดังข่าวท้ายนี้

5 ธ.ค. 61 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า .. 

การอ้างว่า รมต.สมัยก่อนๆไม่เคยลาออกช่วงเลือกตั้ง เป็นตรรกะที่ไม่ครบถ้วน 

มีความเห็นจากหลายฝ่าย (รองนายกวิษณุ และ อดีตประธาน กกต.) ระบุว่า ๔ รมต.ที่ไปตั้งพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องลาออก ด้วยเหตุผลในอดีตว่าที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็ไม่เคยมีรัฐมนตรีลาออกนั้น เป็นตรรกะที่ถูกเพียงครึ่งเดียว 

เนื่องจาก การดำรงอยู่ของ รัฐมนตรีในภาวะปกติและภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแตกต่างกัน 

รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๙ ระบุว่า ในช่วงการเลือกตั้ง รัฐมนตรีในครม.รักษาการ จะทำ ๔ เรื่องไม่ได้ คือ ๑) การอนุมัติงบประมาณโครงการที่ผลผูกพันรัฐบาลหน้า ๒) การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ (เว้นที่ กกต.เห็นชอบ) ๓) ใช้เงินสำรองจ่าย ฉุกเฉินจำเป็น(เว้นแต่ กกต.เห็นชอบ) และ ๔) ใช้ทรัพยากรหรือบุคคลของรัฐเพื่อการหาเสียง 

 

 
 
หมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด9-13องศา ใต้มีฝนตก

หมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด9-13องศา ใต้มีฝนตก

วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 07.41 น.

5 ธ.ค. 61 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้ากับมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง 

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณดังกล่าวมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่ลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง 

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

‘สมชัย’เตือน4รมต.พปชร.‘วิญญูชนควรรู้ว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ’

‘สมชัย’เตือน4รมต.พปชร.‘วิญญูชนควรรู้ว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ’

วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 10.07 น.

5 ธ.ค. 61 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า .. 

การอ้างว่า รมต.สมัยก่อนๆไม่เคยลาออกช่วงเลือกตั้ง เป็นตรรกะที่ไม่ครบถ้วน 

มีความเห็นจากหลายฝ่าย (รองนายกวิษณุ และ อดีตประธาน กกต.) ระบุว่า ๔ รมต.ที่ไปตั้งพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องลาออก ด้วยเหตุผลในอดีตว่าที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็ไม่เคยมีรัฐมนตรีลาออกนั้น เป็นตรรกะที่ถูกเพียงครึ่งเดียว 

เนื่องจาก การดำรงอยู่ของ รัฐมนตรีในภาวะปกติและภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแตกต่างกัน 

รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๙ ระบุว่า ในช่วงการเลือกตั้ง รัฐมนตรีในครม.รักษาการ จะทำ ๔ เรื่องไม่ได้ คือ ๑) การอนุมัติงบประมาณโครงการที่ผลผูกพันรัฐบาลหน้า ๒) การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ (เว้นที่ กกต.เห็นชอบ) ๓) ใช้เงินสำรองจ่าย ฉุกเฉินจำเป็น(เว้นแต่ กกต.เห็นชอบ) และ ๔) ใช้ทรัพยากรหรือบุคคลของรัฐเพื่อการหาเสียง 

มาตราดังกล่าว บังคับใช้เฉพาะกรณีที่อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร แล้ว ครม.ทั้งชุดต้องพ้นจากตำแหน่งแล้วให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ (ครม.รักษาการ)จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ แต่ไม่ใช่กรณีเลือกตั้งครั้งแรก ที่ครม.ยังมีอำนาจเต็ม ไม่ใช่ ครม.รักษาการ 

ดังนั้น ๔ รัฐมนตรี หากไม่ลาออกในช่วงเลือกตั้ง แล้วไปกระทำการใน ๔ เรื่องข้างต้น เช่น บังเอิญไปใช้ทรัพยากรของรัฐที่หมิ่นเหม่ไปในทางหาเสียง หรือไปอนุมัติงบประมาณหรือโครงการใดๆ ที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไปหรืออนุมัติงบฉุกเฉิน และมีลักษณะเป็นการหาเสียง จะเกิดการฟ้องร้องตีความกันอีกว่า ทำได้หรือทำไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการจะเกิดความวุ่นวาย หากแต่งตั้งแล้วเป็นโมฆะภายหลัง 

กฎหมายไม่ได้บอกให้ลาออก แต่วิญญูชนควรรู้ว่า อะไรควรทำ ไม่ควรทำ 

ยิ่งวิญญูชนยิ่งควรรู้ว่า อะไรควรพูด ไม่ควรพูด

 
สมชัย ศรีสุทธิยากร
4 ชั่วโมงที่แล้ว

การอ้างว่า รมต.สมัยก่อนๆไม่เคยลาออกช่วงเลือกตั้ง เป็นตรรกะที่ไม่ครบถ้วน

มีความเห็นจากหลายฝ่าย (รองนายกวิษณุ และ อดีตประธาน กกต.) ระบุว่า ๔ รมต.ที่ไปตั้งพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องลาออก ด้วยเหตุผลในอดีตว่าที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็ไม่เคยมีรัฐมนตรีลาออกนั้น เป็นตรรกะที่ถูกเพียงครึ่งเดียว

เนื่องจาก การดำรงอยู่ของ รัฐมนตรีในภาวะปกติและภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแตกต่างกัน

...ดูเพิ่มเติม

 

‘นายกฯ’นำตักบาตร‘วันพ่อแห่งชาติ’ระลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

‘นายกฯ’นำตักบาตร‘วันพ่อแห่งชาติ’ระลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 08.31 น.

5 ธ.ค. 61 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท้องสนามหลวง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 500 รูป เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ พุทธศักราช 2561 โดยมีองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ และประชาชนเข้าร่วม 

พร้อมกันนี้ได้มีการจัดริ้วขบวนอัญเชิญพานพุ่มดอกไม้ของเหล่าข้าราชการ และตัวแทนประชาชนจากภาคส่วนต่าง ๆ ไปในพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดีพระเกียรติคุณ และถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ 

ขณะที่ประชาชนพร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

รายงานพิเศษ : นาแปลงใหญ่ลพบุรีเชื่อมั่นปลูกข้าวGAP  เจาะตลาดข้าวคุณภาพ-ดันราคาขายพุ่ง

รายงานพิเศษ : นาแปลงใหญ่ลพบุรีเชื่อมั่นปลูกข้าวGAP เจาะตลาดข้าวคุณภาพ-ดันราคาขายพุ่ง

วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การส่งเสริมการทำนาในรูปแบบแปลงใหญ่ เป็นหนึ่งในนโยบายที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาโครงสร้างการผลิตข้าวของประเทศไทย ด้วยการส่งเสริมให้ชาวนารายย่อยมารวมตัวกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันคิด ช่วยกันพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวให้ได้มาตรฐาน โดยมีภาครัฐให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิตข้าว ตลอดจนสนับสนุนปัจจัยการผลิต ที่สำคัญคือมีการเชื่อมโยงตลาดข้าวมาตรฐาน GAP ของกลุ่มนาแปลงใหญ่ ให้มีแหล่งรับซื้อที่แน่นอนในราคาที่สอดคล้องกับคุณภาพที่สูงกว่าข้าวทั่วไป

ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวกันทำนาแปลงใหญ่ เพื่อรวมกันผลิต รวมกันจำหน่าย เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองทางการค้าและที่สำคัญคือการผลักดันให้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ทุกรายมีการผลิตข้าวตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือมาตรฐาน GAP เป็นอย่างน้อย ก่อนจะพัฒนาไปสู่ขั้นการผลิตข้าวอินทรีย์ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานข้าวไทย ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ชาวนาไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยึดอาชีพทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จึงมีทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการปลูกข้าว เรียกว่าเป็นชาวนามืออาชีพอยู่แล้ว เพียงแค่ลองปรับระบบการผลิตให้เข้าสู่มาตรฐานตามหลักวิชาการอีกไม่กี่ขั้นตอน ก็จะสามารถพัฒนาไปสู่การผลิตข้าวปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต และยังต่อยอดเชื่อมโยงกับตลาดข้าวที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าว GAP ครบวงจร ให้มีการทำข้อตกลงซื้อขายข้าว(MOU)ระหว่างกลุ่มนาแปลงใหญ่ GAP กับผู้ประกอบการค้าข้าว เกษตรกรจึงสามารถวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เมื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ สินค้าก็จะขายได้ในราคาที่ดีขึ้น ส่งผลไปถึงรายได้ที่ดีขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรมีการผลิตข้าวได้มาตรฐาน GAP ทั้งระบบกรมการข้าว จึงมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เร่งเข้าไปถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีในการผลิตข้าวให้กับกลุ่มนาแปลงใหญ่ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,350 กลุ่ม ทั้งที่เป็นกลุ่มเก่าและกลุ่มตั้งใหม่ ให้มีความเข้าใจและตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กรมการข้าวจะเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำทุกระยะตั้งแต่เริ่มเพาะปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว และการดูแลเก็บรักษาหลังเก็บเกี่ยว เพื่อเป้าหมายหลักคือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มรายได้และความยั่งยืนให้กับชาวนาไทย

ด้านนายพิเชษ ธูปแก้ว ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.บ้านเบิก อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี กล่าวว่า กลุ่มนาแปลงใหญ่แห่งนี้ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 มีสมาชิก 150 ราย ซึ่งกรมการข้าว ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการผลิตข้าวให้ได้มาตรฐาน GAP เป็นอย่างน้อย เนื่องจากเป็นมาตรฐานสากลที่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพและราคาข้าวได้ จากการที่รัฐบาลได้ทำโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าว GAP ครบวงจร ทำให้สามารถขายข้าวได้ราคาเพิ่มขึ้นตามคุณภาพนั่นเอง อย่างเช่น ปกติขายข้าวอยู่ที่ 6,000-7,000 บาทต่อตัน แต่พอมาทำข้าว GAP สามารถเพิ่มมูลค่าข้าวได้อีก 2,000-3,000 บาท

ถึงแม้ว่าการผลิตข้าว GAP จะช่วยยกระดับคุณภาพข้าวได้อย่างเด่นชัด แต่ก็มีขั้นตอนการดำเนินการที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด ทำให้มีอุปสรรคกับเกษตรกรบางรายโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีอายุเฉลี่ย 50-60 ปีขึ้นไปจะปฏิบัติตามได้ค่อนข้างยากในเรื่องการจดบันทึก แต่ในเรื่องความสนใจและต้องการปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตข้าวมาตรฐานนั้นสมาชิกกลุ่มนาแปลงใหญ่ทุกคนพร้อมที่จะดำเนินการตามอยู่แล้ว ดังนั้นกลุ่มจึงมีเป้าหมายให้สมาชิกกลุ่มที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ปัจจุบันมีอยู่เพียง 20 ราย ให้ช่วยเป็นพี่เลี้ยง เป็นต้นแบบให้กับสมาชิกรายอื่น โดยคาดว่าในปีนี้อย่างน้อยต้องมีสมาชิกผ่านมาตรฐาน GAP เพิ่มขึ้นเป็น 50 ราย และขยับขึ้นไปเรื่อยๆ จนครบทั้งหมด

“การปรับเปลี่ยนมาผลิตข้าว GAP สิ่งที่ได้รับอย่างแรกคือความปลอดภัยจากการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเหมาะสม ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในตลาดข้าวคุณภาพมากขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตข้าวของเกษตรกร อย่างในจังหวัดลพบุรีมีการรับซื้อข้าว GAP จากกลุ่มนาแปลงใหญ่ไปสีแปรรูปจำหน่ายในกลุ่มจังหวัดได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี เกษตรกรก็มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวแบบเดิมเพื่อขายข้าวเปลือกให้โรงสีอย่างเดียว รายได้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนไป ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนคงอยู่ไม่ได้ เราก็จะใช้ข้อดีตรงนี้มานำเสนอเป็นแรงผลักดันให้สมาชิกนาแปลงใหญ่หันมาผลิตข้าวมาตรฐาน GAP มากขึ้น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และสร้างความยั่งยืนในอาชีพต่อไป”

 
 

กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้า พัฒนาวิทยากรกำจัดศัตรูพืช เพิ่มศักยภาพ‘รร.เกษตรกร’

วันพุธ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมาหนึ่งในรูปแบบการถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกร ตามภารกิจหลักของกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีบทบาทถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรและเทคโนโลยีไปสู่เกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตดีและมีรายได้ที่มั่นคงคือ ระบบการเรียนรู้ผ่าน “โรงเรียนเกษตรกร” ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง ด้วยวิธีส่งเสริมให้ลงมือปฏิบัติต่อเนื่องตลอดฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อให้เกษตรกรคิดและทำได้จริง ทั้งนี้ เกษตรกรชาย หญิง ตลอดจนเด็กและเยาวชนจะมีโอกาสในการเรียนรู้เท่าเทียมกัน ร่วมกันคิดและตัดสินใจในการประกอบอาชีพการเกษตร โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเป็นวิทยากรกระบวนการ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนรู้สู่การเกษตร 4.0 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงมุ่งพัฒนาโรงเรียนเกษตรกรให้มีคุณภาพต่อเกษตรกรมากยิ่งขึ้น

“ดังนั้น ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้เป็นวิทยากรกระบวนการด้านการจัดการศัตรูพืชที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่เท่าทันต่อศัตรูพืชที่หลากหลายในปัจจุบัน เกิดทักษะในการจัดการกับศัตรูพืชอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำได้อย่างทันท่วงที แล้วสามารถกลับไปทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการในโรงเรียนเกษตรกรในระดับจังหวัด ส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดทักษะและความรู้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” นายสำราญกล่าว

และว่า ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรวางแนวทางพัฒนาระบบการจัดการศัตรูพืชผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอ จังหวัด และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชในเขตภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญและมุ่งเน้นวิธีจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานหรือ IPM และถ่ายทอดความรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดทักษะเป็นสำคัญ โดยวางแนวทางป้องกันกำจัดศัตรูพืชของกรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านการบูรณาการความรู้จากกรมวิชาการเกษตรและผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก เพื่อสร้างศักยภาพในการส่งเสริมทักษะแก่เกษตรกรในโรงเรียนเกษตรกรได้อย่างมีคุณภาพ โดยเกษตรกรที่สนใจพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดที่สำนักงานเกษตรอำเภอ และเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนเกษตรกรใกล้บ้าน

หนุ่มชาวเน็ตแฉภาพ'กองจดหมาย'ถูกทิ้งปริศนา!?

หนุ่มชาวเน็ตแฉภาพ'กองจดหมาย'ถูกทิ้งปริศนา!?

วันอังคาร ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 20.24 น.

4 ธ.ค.61 กรณีมีผู้โพสต์รายหนึ่งได้ลงภาพกองจดหมายจำนวนมากและระบุข้อความว่า “ยังมีอีกเยอะ อยากรู้ ปณ. ไหนถามมานะครับ ” และมีผู้เข้าไปคอมเมนท์เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว แต่ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่ายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลและหากจะพบกับทางผู้บริหารของสำนักงานให้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอเข้าพบเท่านั้น

ต่อมา จึงได้เดินทางไปในชุมชนบ้านพลงซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการไปรษณีย์มาบตาพุดประมาณ 5 กม. เพื่อพบกับเจ้าของเฟซบุ๊ก และเมื่อสอบถามชาวบ้านก็ไม่มีใครทราบเรื่องจดหมายดังกล่าว จึงไม่ทราบว่าถูกทิ้งไว้บริเวณไหน อย่างไร ??

 

 
 
...................................................
 
5 ธันวาคม 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน