*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4991
  • จำนวนผู้ชม : 3202625
  • จำนวนผู้โหวต : 1687
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1687 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 389 , 15:47:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ผมไม่ชอบดูฟุตบอลที่ทีมไทยแข่งกับทีมต่างชาติครับ เพราะทีมไทยสร้างความผิดหวังให้ผมอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วส่วน

ใหญ่ทีมไทยก็ตกเป็นรองตลอดกาล ไม่มีความหวังตั้งแต่ก่อนแข่งเสียอีกด้วย

         ครั้นแล้ว การแข่งขันระหว่างทีมไทย - มาเลเซียเมื่อเย็นวาน ก็ตอกย้ำความเบื่อหน่ายแก่ผมอย่างสาหัสมากขึ้นอีก เพราะ

เรามีโอกาสที่จะเอาชนะในนาทีสุดท้ายด้วยการยิงลูกโทษอยู่แล้ว แต่คนยิงก็ดันยิงโด่งเกินคานประตูอย่างไม่ใกล้เคียงเลยทีเดียว

เหมือนคนยิงไม่ไม่มั่นใจ เพราะไม่มีการฝึกซ้อม ฯลฯ ซึ่งสรุปได้ว่าเขาไม่พร้อมที่จะทำหน้าที่นี้เลย แต่ทำไมยังมาทำหน้าที่อัน

สำคัญเช่นนั้นอีกเล่า 

         อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณกองเชียร์คนไทย ที่ตามเชียร์กันอย่างเข้มแข็งตลอดมา ครับ

(หมายเหตุ : เมื่อสักครู่นายกสมาคมฟุตบอลไทย โผล่หน้าออกมาแถลงแก้ตัวทางจอโทรทัศน์ โดยบอกว่าแมตซ์เมื่อวานไม่ได้มีความ

สำคัญ ..... ผมฟังแล้วหน้ามืดพาลด่าหมูด่าหมาลั่นบ้าน เพราะหมั่นไส้เต็มทีนั่นเอง)

 

  1. หน้าหลัก
  2.  
  3. กีฬา
  4.  
  5. ข่าว
  6.  
  7. ฟุตบอล
  8.  
  9. โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ลา ลีกา ลีกเอิง และ กัลโช่ เซเรีย อา ประจำวันที่ 8 - 9 ธ.ค. 61
เผยแพร่ 6 ธ.ค. 2561,15:52น.ปรับปรุงล่าสุด 6 ธ.ค. 2561,16:11น.

โปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลาลีกา บุนเดสลีกา กัลโช่ เซเรียอา และ ลีกเอิง ทางช่อง พีพีทีวี

โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ลา ลีกา ลีกเอิง และ กัลโช่ เซเรีย อา ประจำวันที่ 8 - 9 ธ.ค. 61

ชมถ่ายทอดสดทางออนไลน์ที่ https://www.pptvhd36.com/live/sport/1
และ Application : PPTVHD36 สามารถดาวน์โหลดได้ที่
- iOS : //goo.gl/Jt1qMA 
- Android : //goo.gl/nTWUS2

โปรแกรมถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก และลีกอื่นๆ ประจำวันที่ 8 - 9 ธ.ค. 61 !!

โปรแกรมถ่ายทอดสดประจำวันที่ 8 - 9 ธ.ค. !! จัดเต็มให้คอลูกหนัง พลาดไม่ได้เปิดวันเสาร์กับศึกพรีเมียร์ลีก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล บุกเยือน บอร์นมัธ และปิดท้ายสุดสัปดาห์นี้กันด้วยการชมฟอร์ม "ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา

 

 

ติดตามอ่านข่าว ความเคลื่อวไหววงการลูกหนังอัพเดทก่อนใคร คลิก! >> https://www.pptvhd36.com/sport/news

ลงทะเบียน ดูบอลออนไลน์ฟรี คลิก! >> https://www.pptvhd36.com/register

เช็คผังรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลเพิ่มเติม คลิก! >> https://www.pptvhd36.com/schedule/sport

 

 
 

คสช. ให้นอนคิด 1 คืน ร่วมถกแม่น้ำ 5 สาย

Breaking news  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,Breaking news,แม่น้ำ 5 สาย,พรรคการเมือง,ถก,อย่าวิจารณ์,มารยาท

คสช. ให้ "พรรคใหญ่" นอนคิด 1 คืน ร่วมถก "แม่น้ำ 5 สาย" ชี้ หากไม่มา "อย่าวิจารณ์" เพราะเป็นมารยาท

               เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ที่ ทำเนียบรัฐบาล  พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวถึงการประชุมหารือร่วมกันระหว่างแม่น้ำ 5 สาย และพรรคการเมือง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ในวันที่ 7 ธันวาคม นี้ ที่ สโมสรทหารบกถนนวิภาวดี ทาง คสช. ได้ส่งหนังสือเชิญไปยังกลุ่มพรรคการเมืองแล้ว 105 พรรคการเมือง ซึ่งส่วนหนึ่งได้ตอบรับมาบ้างแล้ว และบางส่วนก็ยังนิ่งอยู่ ทั้งนี้ คสช. อยากให้ทุกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือเพื่อเดินไปสู่การเลือกตั้งที่เรียบร้อย

               พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ ย้ำว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ คสช. จัดเพื่อให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการเตรียมการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้ามารับทราบข้อมูล รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะของฝ่ายการเมือง ทั้งนี้ ไม่อยากให้เอาข้อความในบัตรเชิญบางข้อความมาตีความ เพราะเป็นเพียงแค่การ์ดเชิญมาร่วมประชุมเท่านั้น แต่ในสาระจริงๆ มีข้อปลีกย่อยอีกมากมาย ซึ่งอยากให้พรรคการเมืองเปิดใจและได้เข้ามาพูดคุยร่วมกัน แต่หากไม่มาและหลังจบการพูดคุยวันที่ 7 ธันวาคมแล้ว บุคคลใดหรือพรรคการเมืองใดที่ไม่ได้รู้สาระหรือรายละเอียดในที่ประชุม ก็ไม่ควรจะวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องของมารยาท อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เจาะจงเพียงแต่มีการพูดถึงภาพรวมเท่านั้น

               พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขว่าพรรคการเมืองที่ตอบรับเข้ามาประชุมในวันพรุ่งนี้ได้ เนื่องจากขอดูพรุ่งนี้อีก 1 วัน วันนี้เขาไม่มา พรุ่งนี้เขาอาจจะเปลี่ยนใจ ซึ่งเหตุการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน ซึ่งอยากให้พรรคการเมืองที่ตั้งใจจะไม่มาให้กลับไปนอนคิดอีก 1 คืน เพื่อตัดสินใจเข้าร่วมประชุมในวันที่ 7 ธันวาคม นี้

60 พรรคตอบรับร่วมวงถก คสช.

การเมือง  :  54 นาทีที่ผ่านมา
60 พรรค,ร่วมวงถกคสช,หาเสียงเลือกตั้ง

กกต.พร้อมยืนยันต่อที่ประชุม คสช. ถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง เบื้องต้นมีพรรคตอบรับแล้ว 50-60 พรรค 19 ธ.ค.นัดพรรคการเมืองถกแนวทางหาเสียง กฎหมายเลือกตั้ง

 

         
           สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) - 6 ธ.ค.61-กกต.พร้อมยืนยันต่อที่ประชุม คสช. ถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง เบื้องต้นมีพรรคตอบรับแล้ว 50-60 พรรค 19 ธ.ค.นัดพรรคการเมืองถกแนวทางหาเสียง กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ปัดแสดงความเห็นป้ายหนุนนายกฯ ที่ราชบุรี ส่วนกรณี “ฟิล์ม” ไม่ขาดคุณสมบัติลงสมัคร ส.ส. เพราะไม่ได้ติดคุกจริง 

           พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักแสดงชื่อดัง ในฐานะรองโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท ถูกศาลอาญาพิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงอาญาไว้ ในคดีร่วมกันประกอบธุรกิจ บัตรชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต จะขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. หรือไม่ ว่า. ตนขอพูดในหลักการของกฎหมาย ไม่ขอระบุเป็นรายบุคคล ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดเฉพาะผู้สมัครที่เคยได้รับโทษจำคุก ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งโทษจำคุกหมายถึงการถูกจำคุกจริง ไม่รวมถึงการรอลงอาญา เว้นแต่คุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรีที่รัฐธรรมนูญกำหนด ว่าห้ามถูกศาลสั่งลงโทษจำคุก แม้จะรอลงอาญาก็ตาม นอกจากนี้การขาดคุณสมบัติหรือไม่จะต้องพิจารณาฐานความผิดด้วยว่า เกี่ยวกับกฎหมาย ป.ป.ช. หรือ ฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ โดยอำนาจการพิจารณาว่าจะขาดคุณสมบัติหรือไม่เป็นหน้าที่ของ ผอ.เลือกตั้งประจำเขต หากผู้สมัครรายใดรู้ตัวว่าคุณสมบัติไม่ครบ แต่ยังลงรับสมัครจะมีความผิดเป็นโทษจำคุกตั้งแต่ 1- 10 ปี ปรับ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10- 20 ปี ซึ่งถือว่าโทษแรงมาก

           “ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลใช้บังคับอยากฝากเตือนผู้สมัคร พรรคการเมือง ว่าอย่ากระทำการใดๆ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตได้ เพราะบทลงโทษของการเลือกตั้งค่อนข้างที่จะรุนแรง” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว
           ส่วนการขึ้นป้ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของกลุ่มภาคีเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอรัปชั่นที่ จ.ราชบุรีนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ไม่แสดงความคิดเห็น แต่เมื่อถามต่อว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นการเสียงล่วงหน้าหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่าหลักการทั่วไปของการหาเสียงจะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม ซึ่งกำหนดโดยค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่เท่ากันในทุกพรรค ซึ่งในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ กกต.จะนัดพรรคการเมืองมาหารือถึงแนวทางในการหาเสียง การจัดทำป้ายหาเสียง การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย การดีเบต และค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. โดยจะมีการรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองในเรื่องเหล่านี้ด้วย 
          พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงการหารือของ กกต.กับ คสช. รัฐบาล และพรรคการเมืองที่สโมสรกองทัพบก ในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.) ว่าเบื้องต้นมีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมประชุม 50-60 พรรคแล้ว ซึ่งในส่วนของสำนักงาน กกต.ก็จะรายงานความพร้อมในจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ทยอยพิจารณาเสร็จแล้ว และหากกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ก็จะทยอยประกาศระเบียบต่างๆออกมา

..........................................

พปชร.ได้เกิน 150 ที่นั่ง สูสีเพื่อไทยในถิ่นเหนือ

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สุริยะโพล,150 ที่นั่ง,คมชัดลึก

 "สุริยะโพล" บอก พปชร. ได้เกิน 150 ที่นั่ง พื้นที่อีสาน-กลาง แต่ยังสูสีเพื่่อไทยในถิ่นเหนือ และอาจสู้ ปชป.ในถิ่นใต้ไม่ได้ เตรียมใช้นโยบายของพรรค เดินหน้าขอคะแนน

            โรงแรมรามาการ์เด้น - 6 ธันวาคม 2561 -  "สุริยะโพล" บอก พปชร. ได้เกิน 150 ที่นั่ง พื้นที่ อีสาน - กลาง แต่ยังสูสีเพื่่อไทยในถิ่นเหนือ และอาจสู้ ปชป.ในถิ่นใต้ไม่ได้ เตรียมใช้นโยบายของพรรค เดินหน้าขอคะแนนนิยม ยังอุบนโยบายใหม่ หวั่นพรรคอื่นลอกเลียนแบบ 

            นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ  ให้สัมภาณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธร่วมงานทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ว่า  เรื่องดังกล่าวยังเร็วไปที่จะให้ความเห็นในขณะนี้ เนื่องจากการจับมือร่วมกันทำงานหลังการเลือกตั้งต้องพิจารณาจากจำนวนส.ส.ที่ได้ด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคพลังประชารัฐต้องพยายามทำนโยบายที่ตอบสนองความต้องการประชาชน เพื่อให้ ผู้สมัครส.ส.ของพรรคได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนไม่เคยพบว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

     พปชร.ได้เกิน 150 ที่นั่ง สูสีเพื่อไทยในถิ่นเหนือ

          นายสุริยะ กล่าวถึงการคาดการณ์จะได้จำนวน ส.ส.เข้าสภาในนามพรรคพลังประชารัฐด้วยว่าจากการลงพื้นที่ทำให้ประเมินได้ว่า พรรคจะได้ส.ส.เข้าสภามากกว่า 150 ที่นั่ง แบ่งเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 50- 60 ที่นั่ง, ภาคกลาง ประมาณ 40 ที่นั่ง ขณะที่ภาคเหนือและภาคใต้นั้นยอมรับว่าการแข่งขันมีความสูสี เพราะพื้นที่ภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์มีความเข้มแข็งในพื้นที่ แต่ทางพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทำงานเต็มที่ ขณะที่ภาคเหนือ ล่าสุดการตอบรับจากประชาชนเป็นไปในทางที่ดี กับการแข่งขันระหว่างพรรคเพื่อไทยนั้นมีความสูสี

พปชร.ได้เกิน 150 ที่นั่ง สูสีเพื่อไทยในถิ่นเหนือ

          "ประเมินตัวเลขไว้ที่จำนวนดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขขั้นต่ำ หากผู้สมัคร ส.ส. ทำงานในพื้นที่ และเผยแพร่นโยบาย เชื่อว่าจะได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคจะทำมากกว่าพรรคไทยรักไทยหรือพรรคเพื่อไทยที่มีแค่ 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้านเท่านั้น ขณะที่กระแสตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ เชื่อว่าหากผู้สมัครทำเต็มที่จะได้รับความนิยมมากกว่าพรรคเพื่อไทย ส่วนประเด็นนโยบายของพรรคที่จะใช้หาเสียงนั้น ผมยังเปิดเผยไม่ได้เพราะกังวลว่าพรรคเพื่อนจะลอกเลียนแบบ" นายสุริยะ กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนต่อการเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในบัญชีที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ นายสุริยะ กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจทำงานต่อหรือไม่ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่แสดงเจตนาที่ชัดเจน อย่างไรก็ดีที่หลายฝ่ายมองว่ามีความน่าจะเป็นที่พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นนายกฯ อีกรอบเพราะมีเสียงส.ว. 250 เสียงสนับสนุนนั้น ส่วนตัวมองว่าต้องใช้เสียงส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อการทำงาน เช่น การพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ เป็นต้น

         พปชร.ได้เกิน 150 ที่นั่ง สูสีเพื่อไทยในถิ่นเหนือ

          เมื่อถามถึงกรณีที่สังคมเรียกร้องให้นายกฯ และรัฐมนตรีในรัฐบาลคสช. ลาออก เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในอดีตไม่เคยมีกรณีที่ฝ่ายบริหารลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยตนสมัยที่ทำงานกับพรรคไทยรักไทย นายกฯ ขณะนั้น รวมถึงรัฐมนตรีไม่ต้องลาออก ยังสามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ ดังนั้นอย่านำประเด็นที่คนเรียกร้องไม่เคยทำมาก่อน จับเป็นประเด็นให้รัฐบาลชุดปัจุบันต้องปฏิบัติ ส่วนกรณีที่มีผู้ระบุว่าเพราะ นายกฯและรัฐมนตรีเข้ามาโดยระบบไม่ปกตินั้น  ตนมองว่าไม่เห็นความแตกต่างเพราะรัฐบาลต้องทำหน้าที่ต่อไป โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องใช้กลไกของรัฐบาลขับเคลื่อน  พปชร.ได้เกิน 150 ที่นั่ง สูสีเพื่อไทยในถิ่นเหนือ

          เมื่อถามย้ำถึงการจุดประเด็นต่อสู้เลือกตั้งระหว่างฝ่ายเผด็จการและฝ่ายประชาธิปไตย นายสุริยะ กล่าวว่า การแข่งขันเลือกตั้งคงไม่ใช่ประเด็นเลือกฝ่ายเผด็จการหรือฝ่ายประชาธิปไตยเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่ผู้ที่แสวงหาอำนาจ เพราะการตัดสินใจยึดอำนาจนั้นเพราะความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์มีความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย และเมื่อบ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบจึงให้จัดการเลือกตั้ง

.........................

"คนอยากเลือกตั้ง" ให้กำลังใจ "เพื่อชาติ" ไม่ร่วมถกคสช. 

การเมือง  :  26 นาทีที่ผ่านมา
คนอยากเลือกตั้ง,ให้กำลังใจเพื่อชาติ,ไม่ร่วมถกคสช,คมชัดลึก

"คนอยากเลือกตั้ง" หอบกุหลาบขาว ให้กำลังใจ "เพื่อชาติ" ไม่ร่วมถกคสช. 

          พรรคเพื่อชาติ ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว - 6 ธ.ค.61-น.ส.ณัฏฐามหัทธนา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำกระเช้าดอกกุหลาบสีขาว มามอบเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรของพรรคเพื่อชาติ โดยมีทีมโฆษกของพรรค ประกอบด้วย น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ นายรยุศด์ บุญทัน และ น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ เป็นตัวแทนรับมอบ

       โดยน.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกของการเดินสายให้กำลังใจกับพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางไปให้กำลังใจพรรคเสรีรวมไทย จากนั้นจึงได้เดินทางมาที่พรรคเพื่อชาติ ซึ่งการนำกระเช้าดอกกุหลาบสีขาวมามอบให้นั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพรรคที่มีคนรุ่นใหม่ใส่ใจประชาธิปไตย ซึ่งกุหลาบขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ในจุดยืนของทุกพรรคที่ยึดมั่นใจระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ไม่ควรมีสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเจือปน 

            ทั้งนี้เราไม่ได้ไปให้กำลังใจเฉพาะพรรคที่ปฏิเสธเข้าร่วมประชุมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 7 ธ.คเท่านั้น แต่เราดูเหตุผลและจุดยืนของแต่ละพรรคด้วย โดยเฉพาะพรรคที่มีจุดยืนชัดเจนว่าคสช.จะต้องไม่แทรกแซงการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจ ดังนั้นเราในฐานะภาคประชาชน ก็ขอให้กำลังใจกับทุกพรรคที่ไม่ร่วมสังฆกรรมกับสิ่งแปลกปลอมของประชาธิปไตย และขอให้รู้ว่าหากเงยหน้าสู้กับเผด็จการหลังก็พิงประชาชนได้

         ส่วนการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าพรรคการเมืองไหนไม่มาร่วมประชุม ถือว่าไม่ยอมรับกติกา น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า กติกาของคนที่ไม่เคารพกติกา คงเป็นประเด็นที่ไม่ต้องต่อความยาว ระยะเวลาเกือบ 5 ปี  คนไทยได้เห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร

 

'ลุงตู่' อย่าเหนียมคนไทยชอบชัดเจน!        

พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา,พรรคพลังประชารัฐ,ไทยรักษาชาติ,ทักษิณ ชินวัตร,สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,พรรคเพื่อไทย,จาตุรนต์ ฉายแสง,ภูมิใจไทย,อนุทิน ชาญวีรกูล

'ลุงตู่' อย่าเหนียมคนไทยชอบชัดเจน!  : คอลัมน์ รักแผ่นดิน โดย... ฅนไท.  นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับ 6 ธันวาคม 2561 

          ถามกันวันละสามเวลา ‘ลุงตู่’ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะรับการเสนอขื่อจากพรรคการเมืองเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของบัญชีพรรคการเมืองหรือไม่ และพรรคการเมืองใด? แต่เจ้าตัวก็ไม่ตอบแบบฟันธงอย่างชัดแจ้ง แต่แย้ม ๆ มาว่า “ผมสนใจการเมือง” “ยังไม่มีพรรคไหนมาเชิญ” และล่าสุดหลุดมาว่า พรรคพลังประชารัฐ น่าสนใจ หรือภาษาหนังสือพิมพ์ พาดหัวว่า “เข้าตา”  

          ความจริงถึงเวลานี้เลิกเหนียมให้นักข่าวเล่น 20 คำถามและให้ประชาชนมานั่งสงสัยกันต่อไปจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้งอีกเลย รู้กันแบบแบเบอร์ ว่า ท้ายที่สุด ‘ลุงตู่’ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะรับเสนอชื่อจากพรรคพลังประชารัฐที่จะเข้ามาเป็นผู้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 อยู่แล้ว ทั้งการปูทางส่ง 4 รัฐมนตรี มานั่งกุมบังเหียนพรรครอ และการอำนวยความสะดวกในหลายกรณี จนไม่มีทางเป็นอื่น

          

          ประชาธิปัตย์ ชัดเจน คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อไทย เป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ไทยรักษาชาติ(ทษช. = ทักษิณ ชินวัตร) ส่งจาตุรนต์ ฉายแสง (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) ภูมิใจไทย เป็นอื่นไม่ได้ อนุทิน ชาญวีรกูล ขอจอง แต่พลังประชารัฐ ที่คนการเมืองรู้หมดแล้วว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ แต่ยังไม่กล้าประกาศทั้งผู้เสนอและผู้รับการเสนอ (ไม่รู้กลัวอะไร)                                             

          ตามประสาคนข่าว ได้ยินมาว่า เป็นเพราะหวั่นว่าหากประกาศชัดเจนว่าลุงตู่ จะนำธงพลังประชารัฐ ออกทำศึกเลือกตั้งจะถูกกดดันให้แสดงสปิริต ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อความ เป็นกลาง”  

          บอกตรงนี้เลยว่าพวกที่ออกมาเรียกร้องสปิริต เรื่องนี้ก็มีแค่นักการเมืองที่ในอดีต ซึ่งก็ไม่เคยมีการแสดงสปิริต ชวน หลีกภัย แห่งปชป.ยุบสภา 2 ครั้ง คือ ปี 2538 และ 2543 ก็นั่งรักษาการจนส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลใหม่ทั้งสองหน  บรรหาร ศิลปอาชา ยุบสภาปี 2539 อยู่ในตำแห่นงจนส่งมอบให้บิ๊กจิ๋ว พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หลังการเลือกตั้ง  ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างการเลือกตั้ง 2 หน คือ ปี 2547 และปี 2549(โมฆะ)  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่างการเลือกตั้งปี 2554 และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อยากนั่งรักษาการอยู่ในการเลือกตั้งปี 2557(โมฆะ) แต่ถูกศาลสั่งให้พ้นตำแหน่ง จนต้องเข็นนิวัตรธำรง บุญทรงไพศาล มารักษาการแทน

          สรุปคนที่เรียกร้องสปิริตคนอื่นในประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยแสดงสปิริติ ดังนั้น ‘ลุงตู่’ ไม่ต้องเหนียม อยากลงการเมืองก็ประกาศให้ชัด คนไทยชอบความขัดเจน..ขอรับ..!

เรื่องที่วุ่นและยุ่งของพรรคเพื่อแม้ว

เจาะประเด็นร้อน  :  7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เพื่อไทย,ทักษิณ,ชินวัตร,สุดารัตน์ เกยุราพันธ์,เหลิม บางบอน,เพื่อชาติ,ไทยรักษาชาติ,ยุทธ ตู้เย็น,ตู่ เสื้อแดง

จังหวะของพรรคและคนการเมืองยามนี้ เริ่มมีลีลาทั้งบวกและลบออกสื่อกันแล้ว และน่าจะมีข่าวคราวหนาหูหนาตาขึ้นเรื่อย

          ศึกนอกพรรคนั้น มันเกิดขึ้นทุกวันอยู่แล้ว เพราะธรรมชาติของคนการเมืองที่อยู่คนละพรรคนั้น มันย่อมมีสงครามน้ำลายเพื่อดิสเครดิตขั้วตรงข้าม (เว้นแต่ผลประโยชน์ลงตัว คนที่ชังหน้ากันยังสามารถโอบกอดและร่วมงานกันได้) แต่ศึกในพรรคนั้น "มีอยู่ทุกยุค เคียงคู่ทุกพรรค” และเป็นสนิมเกิดแต่เนื้อในตน หลายพรรคต้องยุบตัวและแยกออกไป มันก็มาจากอาการไม่กินเส้นของคนในพรรคนั่นเอง

          ยามนี้พรรคใหญ่สายเพื่อแม้วนั้นมีข่าวศึกในพรรคปูดมาเสมอๆ เปิดหัวจาก "เพื่อไทย” ที่ตอนนี้อาการ "พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” เกิดขึ้น...ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า "เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เกิดเหตุการณ์วางมวยขึ้นระหว่างนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กับผู้ที่ได้รับการวางตัวให้ลงสมัครแทน เนื่องจากนายนวัธ มีเรื่องคดีความ ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้”

          งานนี้สองบิ๊กในพรรคอย่าง “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ออกมาแจงว่า ”เป็นเรื่องเกินเลยจากข้อเท็จจริง ยอมรับว่ามีความขัดแย้งจริงจำนวน 10 เขตที่มีผู้ต้องการลงสมัครซ้ำกันเป็นจำนวนมาก กำลังพยายามเคลียร์ในเขตที่ยังมีความซ้ำซ้อนอยู่” ส่วน “ภูมิธรรม เวชยชัย” สำทับว่า ”ข่าวดังกล่าว มีการนำเสนอที่เกินเลยข้อเท็จจริงไปบ้าง...จริงๆ แล้วเป็นเพียงการสอบถามด้วย “เสียงที่เกินปกติ” และก็ยุติลงโดยมิได้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งผมได้ขอให้อดีตผู้สมัครทุกคน ”ใจเย็นๆ” และให้รอการประชุมคณะกรรมการสรรหาซึ่งกำลังเร่งรีบพิจารณา ภายหลังครบกำหนดการยื่นใบสมัครแบบ ส.ส.1 ให้พรรคพิจารณาตามกระบวนการ ...จึงขอเรียนยืนยันข้อเท็จจริงในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์” 

          ข่าวแบบนี้แม้สองคีย์แมนบอกว่าไม่จริง...แต่มันคล้ายให้การ "ภาคเสธ” แบบนี้ใครๆ ก็ดูออกว่า “กังฟูคิก” น่าจะบังเกิด ณ OAI Tower ในวันนั้นเป็นแน่แท้

          วันเดียวกันคนที่ "กลับมาแล้ว แรงสุด หยุดยาก” คงไม่พ้น “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ที่กลับมาช่วยงานเพื่อไทยอย่างเต็มตัว โดยเหลิม บางบอน ออกมาโพสต์และให้ข่าวกับสื่ออัดขั้วตรงข้ามแบบไม่ยั้งมือ แต่อย่าลืมว่า “สารวัตรเหลิมกับเจ๊หน่อย” ยังซดเกาเหลาอยู่ แม้ "เหลิม บางบอน” จะบอกว่า "คงได้ขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกันอยู่แล้ว แต่ท่านคงไม่เดินทางไปปราศรัย เพราะภารกิจท่านเยอะมาก แต่สุดท้ายคงได้มาขึ้นเวทีร่วมกัน คนจะมาเป็นนายกฯ จะไม่ให้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงได้อย่างไร”

          แต่ข่าวและภาพที่ปรากฏรวมทั้งคำพูดของ "เหลิม บางบอน” ที่สื่อออกมาในช่วงที่แกนนำพรรคถ่ายภาพร่วมกัน ใครบางคนเชิญ "เหลิม บางบอน” ให้ยืนถ่ายภาพใกล้กับ "เจ๊หน่อย” แต่ชายคนนี้ระบุว่า "ไม่เป็นไรๆ ยืนตรงนี้ได้ ไม่เป็นไรๆ” และเขยิบเดินจากแกนนำคนอื่นเพียง 1-2 คนเท่านั้น แบบนี้หากยังเรียกว่า "รักกัน” ก็น่าจะแปลกไปนิด

          เหลียวไปดูพรรคเครือข่ายแม้วคือพรรค "เพื่อชาติ” ที่ตอนนี้ก็มีเสียงลอยมาแว่วๆ ว่าอาการ "ขโมยซีน” ของคนในพรรคบังเกิดแล้ว นัยว่าเพื่อโปรโมทตัวเองในการให้ข่าวกับสื่อมวลชน การแย่งกันออกสื่อของคนการเมืองนั้น มันเป็น “เรื่องปกติ” แต่ที่ไม่ปกตินั้นคือ “การที่ใครบางคนขโมยบทของอีกคนหนึ่งที่แบ่งกันเล่นแล้วไปนั่นเอง” หากสองกองเชียร์ที่วันนี้คือคนกุมบังเหียนพรรคนี้ตัวจริงอย่าง "ยุทธ ตู้เย็น” และ "ตู่ เสื้อแดง” ไม่รีบออกมาเคลียร์ รับรองเพื่อชาติ "ดัง(ด้านลบ)” ไม่แพ้เพื่อไทย

          ส่วนพรรคคนรุ่นใหม่ ณ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่ชื่อ “ไทยรักษาชาติ” ยามนี้มีข่าวขัดแย้งภายในระหว่าง ”ผู้อาวุโสที่เพิ่งสละยานแม่มาร่วมอุดมการณ์กับทษช.กับคนรุ่นใหม่สายเจ๊ปู” สายสืบให้ข้อมูลว่า คนในพรรคสั่งปิดข่าวเพราะไม่อยากให้ภาพลักษณ์เสียหาย ด้วย “ยังบลัด” อยากจะสร้างพรรคด้วยตัวเอง ไม่ต้องการให้รุ่นใหญ่มาครอบงำ ฉะนั้นและฉะนี้ คนรุ่นใหม่จึงปิดกั้นมิให้ผู้อาวุโสมีส่วนร่วมในการกุมอำนาจ กุมนโยบาย กุมทิศทางของพรรค และมีข้อมูลว่าผู้อาวุโสถึงขั้น ”ชี้หน้าด่า ฉีกกระดาษป้ายชื่อ” ใส่กันเลยทีเดียว

          ทั้งหมดทั้งมวลที่แคะมาเล่าสู่กันฟังจากพรรคเพื่อแม้วนั้น...หลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนการเมืองจะขัดแย้งกัน เพราะถ้าไม่ขัดแย้งกันก็คงไม่เรียกว่า “พรรคทักษิณ”

          ไม่อย่างนั้นเมื่อหลายวันก่อน นายใหญ่จะบ่น "ปวดหัว” ออกมาหรือ... 

อัพเดท "ปฏิทินการเมือง" เลือกตั้ง 24 ก.พ.62

เจาะประเด็นร้อน  :  15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปฏิทินเลือกตั้ง,ปฏิทิน,เลือกตั้ง,24 กพ,ปลดล็อก,การเมือง,ประยุทธ์,นายกฯ,พลังประชารัฐ,สว,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

อัพเดทปฏิทินการเมืองสู่การเลือกตั้ง 24 ก.พ. จับตา "เกมชิงอำนาจ" ทุกช่วงจังหวะเวลาจากนี้

                 เหลืออีก 5 วัน กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้น วันศุกร์นี้ (7 ธ.ค.) คสช.ได้นัด กกต.และพรรคการเมืองมารับฟังแผนและขั้นตอนไปสู่การเลือกตั้ง

                 ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่คสช.นัดพรรคการเมืองมาหารือเกี่ยวกับการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง แต่เป็นครั้งแรกที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะมาเป็นประธานการประชุมเอง ครั้งแรกเมื่อ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มานั่งหัวโต๊ะ

อัพเดท

                 มีหลายพรรคประกาศว่าจะไม่มาร่วมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือพรรคเดิม เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ที่แจ้งว่าไม่ต้องการมาร่วมการประชุมที่คสช.เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของ คสช. แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าจะไม่มาร่วมหารือด้วย 

                 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ให้เหตุผลว่าเพราะเป็นเพียงการให้ไปรับทราบแผนและขั้นตอนดำเนินการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่เชิญไปร่วมจัดทำแผน และเวลาการประชุมก็กำหนดไว้เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

                 อีกเหตุผลของพรรคประชาธิปัตย์ คือ เพราะครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นประธาน

                 “คสช.มีพฤติกรรมหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นกลายเป็นพรรคการเมืองเพื่อจะลงสนามเลือกตั้งโดยมีรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งยังใช้คำสั่ง คสช.เข้าแทรกแซงการจัดการเลือกตั้ง ทำให้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อยุติความขัดแย้งหรือขจัดทุจริตคอรร์รัปชั่น อีกทั้งสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีหลายสถานะ ทั้งหัวหน้า คสช. นายกฯ และว่าที่ผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ จึงขอตั้งคำถามว่าจากหลายสถานะของพล.อ.ประยุทธ์ จะเหมาะสมเป็นประธานการประชุมดังกล่าวหรือไม่...หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่นั่งเป็นประธาน ทางพรรคจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะเข้าร่วมหรือไม่” นี่คือส่วนหนึ่งของถ้อยคำที่นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงออกมา

                 ถือเป็นท่าทีที่น่าสนใจยิ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร พยายามต่อสายไปยังแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเจรจาให้มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกครั้งหลังเลือกตั้ง

                 นี่คือส่วนหนึ่งของความเข้มข้นทางการเมืองที่จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้ไป

 

อัพเดท

  

                 7 ธันวาคม วางปฏิทิน–ปลดล็อกการเมือง

                 สำหรับปฏิทินการเมืองที่น่าสนใจจากนี้ไปจะเริ่มที่การประชุมของ คสช.กับกกต.และพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธันวาคม สาระสำคัญคือการวางปฏิทินขั้นตอนจากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งและการกำหนดช่วงเวลาที่จะปลดล็อกการเมือง

                 เรื่องปลดล็อกทางการเมืองนั้น หัวใจอยู่ที่ 2 คำสั่ง คือ ประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองประชุม หรือดําเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง ที่ออกมาตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ที่ออกมาเมื่อ 1 เมษายน 2558

                 หากปลดคำสั่งทั้งคู่จะทำให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเสรี

                 แต่คำถามคือ จะมีการปลดล็อกเมื่อไร?

                 ตอนนี้มีความเป็นไปได้ 2 ช่วงเวลา คือ หนึ่ง อาจจะปลดล็อกหลังจากกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้วันที่ 11 ธันวาคมนี้เลย หรือไปปลดล็อกหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส.ออกมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือนนี้

                 หากไปปลดล็อกหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง อาจจะทำให้ คสช.คุมสถานการณ์การเมืองต่อไปได้อีกหน่อย แต่ผลเสียคือ พรรคพลังประชารัฐของฝ่าย คสช.ก็จะถูกคุมไว้ด้วย นั่นคือสิ่งที่ คสช.ต้องนำมาบวกลบคูณหารก่อนตัดสินใจ

                 หาเสียงอย่างมีเงื่อนไข?

                 อีกปมที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการปลดล็อกการเมือง คือ เรื่องการหาเสียง

                 มีกระแสข่าวออกมาว่าการหาเสียงครั้งนี้อาจมีเงื่อนไขมากขึ้น ไม่เหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ซึ่งหากย้อนไปดูสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ก็ถือว่าสอดคล้องกัน

                 “การหาเสียงจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด โดยต้องขออนุญาตเป็นครั้งๆ ไป แต่บางอย่างอาจไม่ต้องขอ การปลดล็อกมันต้องเป็นแบบนั้น บางอย่างต้องขอ บางอย่างไม่ต้องขอ ซึ่งต้องหาวิธีในการกำหนดให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ก่อนจะไปถึงประชาธิปไตยตีกันเละ” คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา

 

อัพเดท

(อ่านต่อ...บิ๊กตู่ ลั่น"หาเสียง"ต้องอยู่ในกรอบขออนุญาตเป็นครั้งๆ)

                 แน่นอนหากมีการปลดล็อกและเปิดให้หาเสียงได้อย่างอิสระเหมือนเดิม “บิ๊กตู่” และพรรคพลังประชารัฐ จะเป็น “ตำบลกระสุนตก” ในสนามแข่งขันครั้งนี้อย่างแน่นอน

                 เปิดชื่อนายกฯ ไฮไลท์ก่อนเลือกตั้ง

                 หลังปลดล็อกการเมืองแล้วช่วงที่จะเป็นไฮไลท์สำคัญก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง คือช่วงเปิดรับสมัครส.ส. เพราะช่วงนั้นแต่ละพรรคที่จะเสนอบัญชีนายกฯ ต้องเปิดออกมา โดยรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า พรรคต้องแจ้งบัญชีนายกฯ ต่อ กกต.ก่อนปิดรับสมัคร ส.ส.

                 ตามปฏิทินล่าสุดกำหนดช่วงเปิดรับสมัครส.ส.ไว้ประมาณวันที่ 14-18 มกราคม

                 แน่นอนที่เป็นไฮไลท์มากที่สุดก็น่าจะเป็นส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะอยู่ในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

 

อัพเดท

                 ถึงแม้ว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จะบอกว่า หลังปลดล็อกการเมืองจะให้ความชัดเจนเรื่องนี้ แต่เอาเข้าจริงคาดว่าจะชัดเจนก็ช่วงที่พรรคต้องเปิดชื่อออกมาในช่วงกลางเดือนมกราคม

                 นอกจากพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ยังต้องรอดูด้วยว่าพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียวหรือไม่ หรือจะเสนอครบ 3 รายชื่อ

                 จับตา “สมคิด” โผล่บัญชีนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ

                 ตอนนี้มีข่าว 2 กระแส กระแสหนึ่งบอกว่าพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว ขณะที่อีกกระแสบอกว่าจะเสนอ 3 รายชื่อตามที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ โดยมีข่าวว่ารายชื่ออันดับ 2-3 คือ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”รองนายกฯ และ “อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

                 แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า สูตรเสนอชื่อนายกฯ 3 รายชื่อนี้มีมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ช่วงเริ่มพูดคุยเพื่อตั้งพรรคแล้วจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

                 ในส่วนรายชื่อนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยก็น่าสนใจ ถึงแม้ตอนนี้จะค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะเป็นหนึ่งในสามชื่อนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่ยังต้องรอดูอีก 2 ชื่อว่าจะเป็นใคร จะมีการ “เปลี่ยนใจ” กันวินาทีสุดท้าย ส่งสายตรงตระกูลชินวัตรลงด้วยหรือไม่

                 ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ ตัวเต็งน่าจะเป็น “จาตุรนต์ ฉายแสง” แต่ด้วยยุทธศาสตร์ที่วางให้ “ไทยรักษาชาติ” เล็กกว่า “เพื่อไทย” ฉะนั้นถ้าไม่มีสายตรงชินวัตร “คุณหญิงหน่อย” ก็น่าจะมีโอกาสมากกว่า “จาตุรนต์” ยกเว้นคุณหญิงหน่อยเจอ “อุบัติเหตุ” ระหว่างทาง

 

อัพเดท

(อ่านต่อ...ลงตัวแล้ว !! 'สุดารัตน์ - จาตุรนต์' ตัวชิงนายกฯ)

                 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่ามีอะไรตื่นเต้นเพราะต้องเป็น “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ส่วน “ชวน หลีกภัย” ที่มองกันว่าอาจจะเป็นตัวที่ทำให้เกมพลิกคงไม่มาอยู่ในเกมชิงอำนาจในครั้งนี้

                 60 วัน หลังเลือกตั้ง ช่วงชุลมุน

                 กติกาการเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้ว่าการประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต.ต้องประกาศไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 60 วัน ฉะนั้นจะประกาศเพียงครั้งเดียวไม่ใช่ประกาศแบบกะปริดกะปรอยหลายครั้งอย่างที่ผ่านมา ซึ่ง กกต.ก็วางแผนไว้ว่าคงใช้เวลาเต็มแม็กซ์ 60 วัน

                 ดังนั้นช่วงระหว่างรอ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตา

                 ด้านหนึ่งคือ ผู้ชนะการเลือกตั้งคนไหน พรรคไหน จะผ่านการรับรอง คนไหนจะโดนจับว่าทุจริต โดนไล่ออกจากสนามและจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมไปถึงจะมีพรรคไหนที่โดนยุบพรรคเพราะเหตุแห่งการทุจริตเลือกตั้งหรือไม่ด้วย

                 อีกด้านหนึ่ง เนื่องจากหลังวันเลือกตั้งก็จะได้เห็นตัวเลขผู้ชนะของแต่ละพรรคแล้ว นั่นหมายถึงระหว่างรอการประกาศของกกต. ก็จะเป็นช่วงของการเจรจาต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลด้วย มุมนี้ยิ่งต้องจับตาห้ามกะพริบ เพราะมีการคาดการณ์กันว่าอาจจะได้เห็นการต่อรอง “แบบพิสดาร” เหมือนตอนแบ่งเขตเลือกตั้งเกิดขึ้น

                 ไม่ต้องรอเปิดประชุมรัฐสภาก็คงจะรู้แล้วว่าใครจะได้เป็นนายกฯ

                 ส.ว. 250 คน ในมือ คสช.

                 ในระหว่างกระบวนการเลือกตั้งส.ส. อีกด้านก็จะมีการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ว. 250 คน ที่จะมาร่วมเลือกนายกฯ หลังการเลือกตั้งด้วย

                 ส.ว.250 คนนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วน 50 คนแรกจะมาจากกระบวนการเลือกกันเองใน 10 กลุ่มอาชีพที่สมัครกันเข้ามา 7,210 คน หลังมีการเลือกกันเองในระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศแล้ว จะเหลือ 200 คนให้ คสช.เลือกเหลือ 50 คน

                 อีก 200 คน กลุ่มใหญ่ 194 คนจะมาจากการสรรหาของคณะกรรมการที่คสช.ตั้งและสุดท้ายให้ คสช.เลือก ส่วนที่เหลืออีก 6 คนมาจากปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้นำเหล่าทัพ บก-เรือ-อากาศ-ตำรวจ

 

อัพเดท

(อ่านต่อ...เอกซเรย์ที่มา-อำนาจ 250 ส.ว. ค้ำบัลลังก์ "บิ๊กตู่")

                 จับตา “เกมชิงอำนาจ” ทุกช่วงเวลาจากนี้ไป...

===================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

"คลอปป์"ปลื้มหงส์เก็บชัยเหนือเบิร์นลีย์

กีฬา กีฬาต่างประเทศ  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจอร์เกน คลอปป์,ลิเวอร์พูล,เบิร์นลีย์

เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ระบุพอใจฟอร์มลูกทีมหลังบุกชนะ เบิร์นลีย์ 3-1 พร้อมเก็บ 3 คะแนนสำคัญไล้จี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี จ่าฝูงต่อไป

      เกมพรีเมียร์ อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) "หงส์แดง" ที่ใช้ผู้เล่นชุดผสมโดน "เดอะ คลาเรตส์" ออกนำไปก่อนจาก แจ็ค คอร์ก ในนาทีที่ 54 แต่แล้วพวกเขาก็มายิงคืน 3 ลูกรวด เริ่มจาก เจมส์ มิลเนอร์ นาที 62, โรแบร์โต ฟีร์มีโน นาทีที่ 69 และเซอร์ดาน ชากิรี นาทีที่ 90 รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงเช่นเดิม โดยมี 39 แต้มตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" 2 คะแนน

    หลังจบการแข่งขันเฮดโค้ชชาวเยอรมนี เผยถึงเกมที่ผ่านมาว่า "เบิร์นลีย์ มาในแผนการที่ดี และมีความดุดัน ทำให้เราต้องเจองานยากในช่วงครึ่งแรก ถึงกระนั้นหลังจากที่เราถูกขึ้นนำ เราก็เริ่มครองเกมได้มากขึ้น และมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่ดี ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากที่เราได้ 3 แต้มมาครองในเกมนี้"

      นอกจากนั้นจากชัยชนะในเกมนี้ยังส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ทฤดูกาลในเกมลีกด้วยสถิติที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร 125 ปี หลังชนะ 12 เสมอ 3 ลงจากการลงสนาม 15 นัด

ขอบคุณภาพจาก : Liverpool FC

"หญิงหน่อย" ชู 3 ประเด็นสร้างรายได้ท่องเที่ยว

การเมือง  :  14 นาทีที่ผ่านมา
สุดารัตน์,เพื่อไทย,ท่องเที่ยว

"หญิงหน่อย" ชู 3 ประเด็นสร้างรายได้จากท่องเที่ยวแนะยกเลิกวีซ่าจีน ชี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจดับทุกตัว กำลังซื้อวูบ 100 เปอร์เซ็นต์

                6 ธันวาคม 2561 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางไปร่วมรับฟังความคิดเห็น " Fung Forum Tourism"  

                ทิศทางท่องเที่ยวไทย จากวันนี้ถึงวันต่อไป และรับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ M Academy ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า Big C ราชดำริ   

                คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมรับฟังความเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวว่า ถือเป็นปัญหาใหญ่ ที่ผ่านมาเครื่องยนต์เศรษฐกิจดับทุกตัว กำลังซื้อในประเทศดับ 100% แต่รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะทำให้พืชผลทางการเกษตรราคาสูงขึ้นได้ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบกระเทือนตามมา ทั้งนี้ การท่องเที่ยวหลัก ๆ จะอยู่ที่นักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งที่มาแบบทัวร์และมาเดี่ยว  แต่เหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตนั้นเกิดจากความบกพร่องในการบริหารจัดการ และเรื่องของความปลอดภัย อีกทั้งผู้ใหญ่ในรัฐบาลก็ยังไปโทษว่าเป็นความผิดของเขาอีก จึงทำให้เห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยยะ จนส่งผลให้ธุรกิจของคนไทยมีปัญหามากขึ้น 

                คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า วันนี้การท่องเที่ยวเป็นตัวที่จะสร้างรายได้แบบเร็วๆ โดยที่ไม่ต้องไปลงทุนสร้างรางหรือทำถนนก็สร้างรายได้ให้ประเทศได้ทันที ซึ่งแบ่งเป็น 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ 1. สร้างความเชื่อมั่นให้คนที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการมาท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ มีระบบป้องกันภัย ระบบการกู้ภัย มีหน่วยฉุกเฉินออกไปช่วยได้อย่างทันเวลา คนเสียชีวิตและคนเจ็บน้อยลง

              การจี้ปล้นและการทำร้ายร่างกายเราต้องให้การดูแลเหมือนเขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง เหล่านี้จะสร้างความมั่นใจได้ เพียงแค่เราแบ่งรายได้มาสัก 5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการท่องเที่ยวก็จะมาสร้างตรงนี้ให้เข้มแข็งจริงๆ ขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคือ การยกเลิกการทำวีซ่าของนักท่องเที่ยวชาวจีน ในลักษณะเดียวกับที่ประเทศไทยยกเลิกการทำวีซ่าในภูมิภาคอาเซียนและญี่ปุ่น               

               2.ในทุกจังหวัด ทุกพื้นที่มีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนตัวอยู่ ซึ่งถือเป็นเทรนด์ของตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ชอบแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามีอยู่ในทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ไม่ใช้คำว่าเมืองรอง เพราะทุกสถานที่ของเราต้องโชว์ศักยภาพให้เห็นว่าเป็นเมืองหลัก แสดงให้เห็นถึงความน่าหลงใหลในแต่ละด้านของแต่ละพื้นที่ และ 3. เพิ่มโปรดักส์ใหม่ ๆ เช่น การขายวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว วัฒนธรรมไทยประเพณีต่าง ๆ มีอยู่ทุกเดือน แต่ละภาค แต่ละชนเผ่า แต่ละศาสนา

              ตรงนี้สามารถที่จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ อาจจะจัดให้มีอีเวนท์ได้ในทุก ๆ เดือน 12 เดือน 12 ครั้ง รวมถึงเรื่องของสุขภาพและการดูแลความสวยความงามก็สามารถเป็นจุดแข็งให้กับประเทศไทยได้ แต่ที่ผ่านมามักจะติดกฎเยอะ ระเบียบแยะ ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องลงทุนด้วยตัวเงิน เพียงแต่ตัดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นออกเท่านั้นเอง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรก็ยังเป็นที่สนใจในสายตาของชาวต่างชาติด้วย   

              คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า 3 เรื่องใหญ่ ๆ นี้ที่เราสนใจ จึงจะมารับฟังในวันนี้ รายได้จากการท่องเที่ยว 1.8 ล้านล้านบาทนั้นจะเพิ่มขึ้นได้ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ไม่ยากเลย เพียงแค่สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ให้ได้ อย่าคิดว่าเราเป็นเมืองรอง แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ซึ่งรัฐบาลจะต้องจัดการให้เป็นระบบ

จดหมายไอนส์ไตน์ที่ตั้งคำถามเรื่องพระเจ้าถูกประมูล 95 ล้าน

ไอน์สไตน์,จดหมายไอน์สไตน์,95 ล้าน,พระเจ้า,ัตั้งคำถามพระเจ้า

"คำว่าพระเจ้าสำหรับผม ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการแสดงออกและผลผลิตความอ่อนแอของมนุษย์" 

สำนักประมูล คริสตี แจ้งว่า จดหมายที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์อัจริยะชาวเยอรมันเชื้อสายยิว เขียนถึง เอริก กุตคินท์ นักปรัชญาชาวเยอรมันเชื้อสายยิวในปี ค.ศ.1954 ถูกประมูลไปที่ราคา 2.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 94.6 ล้านบาท )

นับเป็นราคาประมูลสูงทำสถิติใหม่สำหรับจดหมายไอนส์ไตน์ สูงว่าราคาจดหมายที่เขาเขียนเตือนประธานาธิบดีแฟรงค์คลิน ดี.รูสเวลท์ ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเตรียมการเรื่องระเบิดปรมาณูของเยอรมนีในปี 1939  ซึ่งนำออกประมูลในปี 2002 ที่ราคา  2.1 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังสูงเกินคาดหมายไปมาก จากที่ประเมินว่าจดหมายฉบับนี้จะขายได้ราว 1-1.5 ล้านดอลลาร์ 

เนื้อหาในจดหมายที่นำออกประมูลเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐ ( 4 ธ.ค.) ไอน์สไตน์เขียนเป็นภาษาเยอรมัน ว่า“สำหรับผมแล้ว คำว่าพระเจ้า ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการแสดงออกและผลผลิตความอ่อนแอของมนุษย์” และ “คัมภีร์ไบเบิล เป็นรวมเล่มของความเคารพนับถือ แต่ยังคงเป็นตำนานปรับปรามากกว่า” 

จดหมายความยาว 2 หน้ากระดาษ เคยขายหลังสุดให้นักสะสมเอกชนในปี 2008  ที่ราคา 404,000 ดอลลาร์

ไอน์สไตน์เขียนจดหมายลงวันที่ 3 มกราคม 1954  ราว 1 ปีก่อนเสียชีวิต หลังจากกุตคินท์ ส่งหนังสือของเขาชื่อ “เลือกชีวิต:เสียงเรียกของไบเบิลสู่การปฏิวัติ” “Choose Life: The Biblical Call To Revolt” ไปให้ และถือเป็นหลักฐานสะท้อนมุมมองต่อพระเจ้าและศาสนาของเขาอย่างชัดเจนที่สุด 

นอกจากประเด็นศาสนาและพระเจ้า ยังมีมุมมองต่อชาวยิว 

“สำหรับผม ศาสนาอันบริสุทธิ์ของชาวยิว มิได้ต่างจากทุกศาสนา นั่นคือการกลับชาติมาเกิดของความเชื่อผีสางยุคบุพกาล  ส่วนชาวยิวซึ่งผมยินดีที่เป็นส่วนหนึ่ง และมีความผูกพันลึกซึ้งทางใจนั้น สำหรับผมแล้ว ก็ไม่ได้มีศักดิ์ศรีต่างจากกลุ่มชนอื่นทั่วโลก”  

“จากประสบการณ์ของผม ชาวยิวไม่ได้ดีไปกว่ามนุษย์กลุ่มอื่น แม้พวกเขาได้รับการปกป้องจากความเลวร้ายสุดขีดเพราะไร้อำนาจ แต่ผมไม่อาจรับความเชื่อเรื่องชาวยิวเป็นผู้ถูกเลือก”

แม้ไอน์สไตน์ วิจารณ์งานของกุตคินท์แบบไม่อ้อมค้อม แต่เขาก็พยายามหาจุดร่วม โดยชี้ว่าทั้งสองมีความเชื่อในความสำคัญของรากฐานทางศีลธรรมที่เข้มแข็ง เหนือผลประโยชน์ส่วนตัว และการแสวงหาเพื่อประโยชน์มนุษยชาติ   

......................................................

6 ธันวาคม 2561

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

redribbons07
........................................
คงจะไม่มีการเปลี่ยนใจอีกแล้วกระมัง พรรคที่บอกว่าไปร่วมก็คงไม่ไปแล้ว ส่วนทางรัฐบาลก็บอกไมง้อนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 06/12/2018 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

คสช. ให้นอนคิด 1 คืน ร่วมถกแม่น้ำ 5 สาย

......................................

ยังยืนยันความเห็นเดิมว่าทุกพรรคควรไปร่วมหารือกับคสช.

ประเด็นไหนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็จะได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุย

ถ้าไม่ไปแล้วก็เหมือนที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก

คสช. กล่าวคือ หากไม่มา "อย่าวิจารณ์"

เพราะเท่ากับยอมรับให้คสช.จัดการไป

ยังไงถ้าหัวหน้าพรรคไม่ไป ส่งตัวแทนพรรคไปก็ยังดี

สร้างบรรยากาศที่ดีเริ่มต้นทางการเมือง เพราะในที่สุดเมื่อได้รับ

เลือกมา ก็เป็นสส.อยู่ในสภาเดียวกัน

ความเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนที่อยากให้มีการเมืองที่

สร้างสรรค์ค่ะ


#ปวดตับกับการเมือง





.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน