*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4991
  • จำนวนผู้ชม : 3202627
  • จำนวนผู้โหวต : 1687
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1687 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 311 , 11:29:38 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ฟุตบอลไทยกำลังอยู่ในสภาพเดิมๆ คือ ยังอ่อนปวกเปียกไม่มีอะไรดีขึ้น ที่น่าสังเกตได้แก่การเรียกร้องให้นำโค้ช 'ซิโก้'

มาคุมทีมชาติตามเดิม ซึ่งตามที่จริงแล้ว ความสามารถของ 'ซิโก้' ก็มีขีดจำกัด ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมชาติไทยดีขึ้นแต่อย่างไร

         นอกจากนั้น การเรียกร้องยังพุ่งเป้าไปที่นายกสมาคมฟุตบอลไทย เพื่อให้เปลี่ยนตัวเป็นคนที่เหมาะสมมากกว่าคนปัจจุบันอีก

ด้วย แต่ดูท่าทีแล้วนายกฯยังกอดเก้าอี้แน่นทีเดียว ผิดจากที่เคยพูดว่าหากทำดีไม่ได้ก็จะลาออกเพื่อให้มีคนมาทำหน้าที่แทนต่อไป

         ประเด็นปัญหาฟุตบอลไทยนี้ ไม่ปรากฏว่ามีพรรคการเมืองใดประกาศเป็นนโยบายของตัวเองแม้แต่สักราย ถ้ามีก็คงจะได้คะแนน

นิยมไม่น้อย

พูดไม่ออก! AK9 รับคิดมากไปทำพลาดโทษทดเจ็บ

Goal
22:11 5/12/18
 
ดาวยิงช้างศึกออกมาพูดน้ำเสียงสั่นหลังยิงจุดโทษในช่วงทดเจ็บพลาด ทำให้ไทยต้องตกรอบซูซูกิคคัพ

อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าทีมชาติไทย รับคิดมากก่อนยิงจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ทำให้พลาดไม่เข้าประตู ทำให้ต้องหยุดที่รอบรองชนะเลิศ ในฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน

ทัพช้างศึกเพิ่งบุกไปเจ๊ามาเลเซีย 0-0 และกลับมาเล่นในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งกองหน้าวัย 27 ปี ยิงจุดโทษพลาดในช่วงเวลาทดเจ็บ ทำให้ผลจบลงด้วยการเสมอ 2-2 ส่งให้ทัพเสือเหลืองเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยกฎอเวย์โกล

“พูดไม่ค่อยออกครับ” AK9 เริ่มกล่าว
 

“นี่คือฟุตบอล จะจำไว้เป็นบทเรียน ก็ต้องสู้ต่อไปครับ จังหวะจุดโทษผมพลาดเอง คิดเยอะไปหน่อย มันก็เป็นบทเรียนของผม ก็อยากฝากบอกทุกคนจังหวะนี้ไม่ควรกังวล”

“ขอบคุณทุกกำลังใจ ผมก็ทำเต็มที่ และไม่อยากผิดพลาด มันก็เป็นบทเรียนของผมครับ” อดิศักดิ์ พูดปิดท้ายแบบน้ำตาคลอ

 

 

......................................

 
 

ใต้ตอนล่างฝนตกหนัก ภาคอื่นอากาศเย็น อุณหภูมิลดลง

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 07.28 น.

ใต้ตอนล่างฝนตกหนัก พื้นที่อื่นอากาศเย็น มีหมอกในช่วงเช้าอุณหภูมิลดลง

7 ธ.ค. 61 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้ากับมีหมอกหนาบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงปกคลุมถึงประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. 61 จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงปกคลุมถึงประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในวันนี้(7 ธ.ค.) ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย  

ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัด นครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 
ชัยภูมิ! ‘รัฐบาล’แจงถางเขาหัวโล้น ไม่มีป่าทำที่จอดฮ.รับนายกฯอย่าบิดเบือน

ชัยภูมิ! ‘รัฐบาล’แจงถางเขาหัวโล้น ไม่มีป่าทำที่จอดฮ.รับนายกฯอย่าบิดเบือน

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 09.28 น.

7 ธ.ค.61 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้อ้างว่า ข้าราชการถางป่า 10 ไร่ เพื่อทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์ให้นายกรัฐมนตรีขึ้นไปปลูกต้นไม้ บริเวณจุดสกัดโล่ใหญ่ อุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ และกีดกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.61ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยรายงานว่า บริเวณที่ปรับเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 4-5 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม สภาพเป็นภูเขาหัวโล้น มีเพียงหญ้าคาปกคลุม และไม่มีต้นไม้แต่อย่างใด โดยเมื่อปี 2557 พื้นที่แถบนี้อยู่ในเขตปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า 13,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบันปลูกป่าไปแล้ว 7,000 ไร่ ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 

“ทางจังหวัดชัยภูมิ ไม่ได้ห้ามประชาชนเข้าไปยื่นหนังสือแก่นายกรัฐมนตรี รวมทั้งยังได้จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้าเพื่อรับเรื่องร้องเรียนในวันดังกล่าวจำนวน 2 จุด คือ บริเวณอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อ.หนองบัวแดง และอุทยานแห่งชาติตาดโตน อ.เมือง โดยมีจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 23 เรื่อง และ 16 เรื่องตามลำดับ ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่กล่าวอ้างไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้ข่าวดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

.................................

'เลิศวิโรจน์'สักการะพระพรหม หลังรับแต่งตั้งเป็นกกต.ใหม่-วางเป้าจัดเลือกตั้งยุติธรรม

'เลิศวิโรจน์'สักการะพระพรหม หลังรับแต่งตั้งเป็นกกต.ใหม่-วางเป้าจัดเลือกตั้งยุติธรรม

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 10.02 น.

"เลิศวิโรจน์" สักการะพระพรหม หลังได้รับแต่งตั้งเป็นกกต.ใหม่ -ระบุเป้าหมายทำงานต้องกล้าหาญ /ปราศจากอคติ/ หวังจัดเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม 

7 ธ.ค 61 เวลา 08.49 น.ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​ คนใหม่เข้าสักการะองค์พระพรหม  อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม.ภายหลังได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นกกต.

นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารับราชการมาตลอดชีวิตอยากตอบแทนแผ่นดินเท่าที่แรงของตัวเองมีอยู่ โดยจะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งหน้าที่ของกกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์และยุติธรรม ส่วนตัวคณะกรรมการต้องความกล้าหาญ ปราศจากอคติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายในการทำงาน

ส่วนหนักใจกับการจัดการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ5ปีหลังรัฐประหารหรือไม่นั้น นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่กกต.ทั้ง7 ต้องดูแล จัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุด ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนความหนักใจนั้นมองว่าทุกยุคทุกสมัยมีการเปลี่ยนแปลง แต่กกต.มีบุคลากรที่มีคุณภาพ และเครื่องมือที่ทันสมัย 

เมื่อถามถึงความกดดันในการจัดการเลือกตั้ง นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า  เรื่องนี้อยู่ที่ประชาชน เพราะประชาชนรู้หน้าที่ และรู้ถึงระบบประชาธิปไตย ถ้าประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น ปัจจัยที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรมก็จะน้อยลง ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญครั้งนี้แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปด้วยดี 

พร้อมกันนี้ นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่า ตนจะเดินทางไปร่วมประชุมกับแม่น้ำ5สายในบ่ายวันนี้ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ด้วย และในการประชุมคณะกรรมการ กกต. ครั้งหน้าก็จะเข้าร่วมประชุมด้วย

 

 หน้าแรก / การเมือง

ไทยนิยมฯสร้างมั่นคง!'ทองเปลว'สั่งลุยพัฒนาโครงสร้างแหล่งน้ำชลประทาน

ไทยนิยมฯสร้างมั่นคง!'ทองเปลว'สั่งลุยพัฒนาโครงสร้างแหล่งน้ำชลประทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 21.06 น.

6 ธ.ค.61 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของกรมชลประทาน ว่า ขณะนี้ได้ทำการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วร้อยละ 42 หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท โดยนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน การส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ และการจ้างแรงงานชลประทาน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ โดยการวิเคราะห์ปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับการนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทานนั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทานเพื่อบรรเทาเหตุอุทกภัยและภัยแล้ง โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดพื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้นจำนวน 2.1 ล้านไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 361,704 ครัวเรือน และปริมาตรน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 14 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์แล้วจำนวนกว่า 1.01 ล้านไร่ มีครัวเรือนรับประโยชน์จำนวน 224,519 ครัวเรือน ได้พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 60 ไร่

ในส่วนการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐนั้น กรมชลประทานได้ดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยการนำน้ำยางพาราข้นมาเป็นส่วนผสมเพื่อซ่อมแซมปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ซึ่งผลการวิจัยเราพบว่า การใช้น้ำยางพารามีความเหมาะสมทั้งในแง่คุณสมบัติด้านวิศวกรรม ทำให้ถนนลูกรังที่ผสมน้ำยางมีความแข็งแรงมากขึ้น สภาพผิวถนนเป็นที่พึงพอใจของเกษตรกรที่ใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตรหรือใช้สัญจรทั่วไป ภายในปีนี้เฉพาะงบไทยนิยม ยั่งยืน กรมชลประทานมีแผนซ่อมแซมปรับปรุงถนนคันคลองชลประทาน ที่เป็นถนนลูกรังรวมระยะทางทั้งสิ้น 999.65 กิโลเมตร ต้องการใช้น้ำยางพาราประมาณ 3,509.5 ตัน ขณะนี้สนับสนุนน้ำยางพาราจากเกษตรกรไปแล้วจำนวน 848.59 ตัน ได้ระยะทาง 419 กม.

สำหรับการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต ได้ดำเนินการทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร พบว่า ผลการดำเนินงานการสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จาก 7,520 คน เป็น 8,918 คน เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 149 ล้านบาท จาก 188 ล้านบาท คาดว่าเมื่อสิ้นโครงการฯ จะช่วยจ้างแรงงานมาซ่อมแซมระบบชลประทาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยได้อีกหลายร้อยคน

"เป้าหมายของการทำงานครั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ พัฒนาประสิทธิภาพแหล่งน้ำของชลประทาน นำสู่การพัฒนา แก้ไขปัญหาในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศครั้งนี้ยังได้เสริมสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เสริมสร้างความมั่นคงของชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป" อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

 
'บิ๊กป้อม'ไม่ล้วงลูก'ส.บอลไทย' หลังแฟนคลับจี้'สมยศ'รับผิดชอบ-เรียก'ซิกโก้'คุมทีม

'บิ๊กป้อม'ไม่ล้วงลูก'ส.บอลไทย' หลังแฟนคลับจี้'สมยศ'รับผิดชอบ-เรียก'ซิกโก้'คุมทีม

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 10.50 น.

7 ธ.ค. 61ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานโอลิมปิกแห่งประเทศไทยกล่าวถึงกรณีกระแสเรียกร้องให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยรับผิดชอบต่อกรณี ทีมฟุตบอลไทยตกรอบการแข่งขัน ซูซูกิคัพ ว่า 

เรื่องดังกล่าวต้องไปถามสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เนื่องจากไม่ได้บริหารสมาคมฟุตบอล เป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุน ส่วนที่มีกระแสเรียกร้องให้ นายเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองหรือ โค้ชซิโก้ กับมาคุมทีมนั้น เรื่องนี้ก็แล้วแต่ทางสมาคมฟุตบอลที่จะต้องเป็นผู้พิจารณา

‘บิ๊กป้อม’ยันบ่ายวันนี้จบ ซัดพรรคการเมืองขี้เกียจ คาดปลดล็อกหลัง11ธ.ค.

‘บิ๊กป้อม’ยันบ่ายวันนี้จบ ซัดพรรคการเมืองขี้เกียจ คาดปลดล็อกหลัง11ธ.ค.

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 11.13 น.

“บิ๊กป้อม” อารมณ์ดี ยื่นไมตรีทุกพรรค บอกพร้อมพูดคุย ไม่ห่วงสถานการบ้านเมือง หลังปลดล็อค ชี้ ทุกอย่างจบ 7 ธ.ค.นี้ ยัน “บิ๊กตู่” ลาออกจาก นายกฯ ไม่ได้ 

7 ธ.ค. 61 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง การร่วมหารือระหว่างแม่น้ำ 5 สายกับพรรคการเมืองในช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ที่สโมสรที่ทำเนียบรัฐบาลทหารบกถนนวิภาวดีว่า ขั้นตอนการพูดคุยนั้นจะชี้แจงโรดแมปการเลือกตั้ง และให้พรรคการเมืองได้สอบถามความคิดเห็น  ส่วนการกำหนดวันปลดล็อกพรรคการเมืองนั้น ต้องพิจารณาดูก่อนว่า จะดำเนินการปลดล็อกได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหรือไม่ เพราะทุกอย่างต้องรอพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะเป็นหลัง 11 ธันวาคม แต่การทำกิจกรรมของพรรคการเมืองนั้น แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีการปลดล็อกอย่างเป็นทางการแต่พรรคการเมืองก็ดำเนินการทำกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง  ส่วนพรรคการเมืองหลายพรรคไม่เข้าร่วมการพูดคุยนั้น ก็แล้วแต่เขา แต่เขายืนยันว่า จะทำตามขั้นตอนทุกอย่างเพียงแต่ขี้เกียจมาฟัง

เมื่อถามว่า พรรคการเมือง ออกมาระบุว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เป็นประธานการหารือ ก็จะมาร่วมประชุมด้วยนั้นพล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า แล้วพรรคการเมืองที่อยากให้นายกฯมามีมากมาย ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่อยากให้มามีเพียง 2 พรรคเท่านั้น อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองที่ไม่ได้มาหารือในวันนี้ก็ไม่ควรมาเรียกร้องอะไรภายหลังเพราะวันนี้ทุกอย่างก็จะจบ 

เมื่อถามว่า ภายหลังการปลดล็อกทางการเมืองในส่วนงานด้านความมั่นคงจะดูแลอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการหาเสียง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องดูว่าผิดกฎหมายบิดเบือนหรือไม่ กฎหมายหากทำผิดก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ส่วนการใช้เวทีปราศรัยหาเสียงปลุกระดมเพื่อหวังผลทางการเมืองนั้น ก็สามารถพูดได้ แต่อย่าบิดเบือน ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่าจะมีการปลุกระดมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเลือกตั้งนั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะมี เพราะเราตกลงกันแล้วในที่ประชุม และพรรคการเมืองที่ไม่มาก็บอกว่าพร้อมจะปฏิบัติตาม 

เมื่อถามว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะทุกคนก็อยากเลือกตั้งด้วยกันทั้งนั้น  สำหรับบทบาทของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อมาตรา 44 สิ้นสุดการบังคับใช้หรือจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่มาทำหน้าที่ 

เมื่อถามว่า เป็นเพราะเหตุใดช่วงนี้ถึงอารมณ์ดี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ไม่มีอะไร ก็ไม่เล่นการเมืองแล้ว ก็ต้องอารมณ์ดี เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เล่นการเมือง แต่ในส่วนของตำแหน่งทางการเมืองหลังการเลือกตั้งนั้น ตนยังไม่ทราบ ก็ไม่รู้อนาคตแต่วันนี้ทำตรงนี้ให้ดีที่สุด 

เมื่อถามถึง กรณีที่เคยระบุว่าพร้อมที่จะพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนก็พร้อมพูดคุยกับทุกพรรค และคุยได้กับทุกคนแต่ตอนนี้ยังไม่เจอ หากเจอ นายอภิสิทธิ์ ก็คงถามสารทุกข์สุขดิบว่าสบายดีหรือไม่ เพราะก่อนหน้านั้นในสมัยที่ นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็เป็น รมว. กลาโหม 

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค และมั่นใจว่าจะเป็นแกนนำอันดับ 1 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองก็หวังเช่นนั้น 

“ผมยังไม่ได้คุยกับพรรคประชาธิปัตย์ ยังตอบไม่ได้ ในเรื่องของการมาทำงานการเมืองร่วมกัน ทุกอย่างต้องใจเย็น และนายอภิสิทธิ์ ก็ระบุชัดเจนว่ายังไม่ถึงเวลา ที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ผมมีไมตรีให้กับทุกพรรค การเมืองสามารถคุยกันได้หมด” พล.อ.ประวิตร กล่าว 

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากจะมาเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีอีกสมัย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ ลาออกไม่ได้ เพราะเป็นหัวหน้าคสช.และต้องทำหน้าที่ดูแลประเทศ ไปจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่

 
‘ไพศาล’พยากรณ์ ถกพรรคการเมือง มี3ปรากฏการณ์สำคัญ

‘ไพศาล’พยากรณ์ ถกพรรคการเมือง มี3ปรากฏการณ์สำคัญ

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 08.06 น.

7 ธ.ค.61 นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Paisal Puechmongkol” ระบุเนื้อหาว่า การนัดประชุมพรรคการเมือง เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งมีพรรคใหญ่ถึง 10 พรรคไม่เข้าร่วมประชุมนั้น เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองสำคัญ คือ

1. เป็นการแสดงท่าทีทางการเมือง ที่ทำให้เห็นว่า พรรคการเมืองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ไม่ยอมรับ การประชุมครั้งนี้กับกลุ่มที่ยอมรับ

ทำให้เห็นเงาการแบ่งกลุ่มทางการเมืองโดยธรรมชาติ

2. การที่พรรคการเมืองใหญ่ถึง 10 พรรค มีท่าทีทางการเมืองไปในทางเดียวกัน ทำให้เห็นเค้าโครง การได้มา ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะมาจากกลุ่มไหน เพราะในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ส.ว. ไม่มีสิทธิ์ เข้าร่วมประชุมด้วย

3. แม้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปลดล็อคการเมือง แต่ในโลกโซเชียลมีเดียนั้น กึกก้องกระหึ่ม 

ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาด การรณรงค์เลือกตั้งครั้งใหญ่ของประเทศไทย ที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ประชาชาติไทย ได้ผ่านบทเรียนและประสบการณ์ความ เจ็บช้ำปวดร้าว และทุกข์ทรมานมานานแล้ว มีประสบการณ์อันอุดมสมบูรณ์ในการเลือกหา รัฐบาลของประชาชน 

เหล้าเน่า จะขายได้หรือไม่ 

อีกไม่นานคงรู้กัน

ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จะมีผลใช้บังคับ อยากฝากเตือนผู้สมัคร พรรคการเมือง ว่าอย่ากระทำการใดๆ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตได้ เพราะบทลงโทษค่อนข้างที่จะรุนแรง”

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

 

เลาะรั้วเกษตร : จากยางถึงโกโก้

เลาะรั้วเกษตร : จากยางถึงโกโก้

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คิดว่าจะไม่เขียนถึงเรื่องยางพาราอีกแล้ว แต่จะรอดูว่ามาตรการของรัฐบาลที่ประกาศไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงไร และเอาใจช่วยให้ชาวสวนยางข้ามพ้นปัญหาราคายางตกต่ำไปให้ได้ แต่บังเอิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฤษฎา บุญราช ไอเดียบรรเจิด สั่งการทางไลน์ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ อนันต์สุวรรณรัตน์ แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางส่งเสริมการปลูกโกโก้แทนสวนยางที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือสวนยางที่ให้น้ำยางน้อยไม่คุ้มทุน

คณะทำงานที่ว่านี้ ท่านเสนอมาว่าน่าจะประกอบด้วย ผู้แทนจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การยางแห่งประเทศไทย และ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือหน่วยงานอื่นๆ ตามความเหมาะสม

ตรงนี้แหละที่เป็นห่วง ห่วงว่าถ้าคณะทำงานประกอบไปด้วยหน่วยงานที่หลากหลายเกินไป เกรงจะหาข้อสรุปไม่ได้เสียที เช่นเดียวกับหลายเรื่องที่เคยเห็นมา

อันที่จริงเรื่องของโกโก้ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรกรในภาคใต้ และภาคตะวันออก เพราะตามประวัติโกโก้ในประเทศไทยระบุว่า มีผู้นำโกโก้มาปลูกครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2446 ต่อมาในปี พ.ศ.2495 กรมกสิกรรมได้ทดลองนำมาปลูกที่สถานีกสิกรรมบางกอกน้อย กรุงเทพฯ สถานีกสิกรรมพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี สถานียางคอหงส์ จังหวัดสงขลา และ สวนยางนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช และปี พ.ศ.2515กรมกสิกรรม นำโกโก้พันธุ์ลูกผสมจากประเทศมาเลเซีย มาปลูกที่สถานีทดลองยางในช่อง จังหวัดกระบี่

ต่อมาในปี พ.ศ.2522 พ.ต.อ.กฤช สังขทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยนั้น นำผลโกโก้ และ กิ่งพันธุ์โกโก้ หลายพันธุ์ จากประเทศมาเลเซีย มาปลูกที่สถานีทดลองพืชสวนสวี จังหวัดชุมพร และ พ.ศ.2525 กรมวิชาการเกษตร ได้นำเข้ากิ่งพันธุ์โกโก้ พันธุ์ต่างๆจาก รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา มาปลูกที่สถานีทดลองพืชสวนสวี

ปี พ.ศ.2535 กรมวิชาการเกษตรได้นำเข้ากิ่งพันธุ์โกโก้อีก 10 พันธุ์ จากมหาวิทยาลัยรีดดิ้ง ประเทศอังกฤษ มาปลูกที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์โกโก้ของไทยในปัจจุบัน โดยมีพันธุ์โกโก้ที่รวบรวมไว้ทั้งสิ้น จำนวน 34 พันธุ์

กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร ได้ศึกษาวิจัยโกโก้ ในด้านการปรับปรุงพันธุ์ การตัดแต่งกิ่ง การป้องกันกำจัดศัตรูพืช และวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปเป็นเมล็ดแห้ง จนได้เทคโนโลยีที่สามารถถ่ายทอดให้กับเกษตรกรได้ในปี พ.ศ. 2537 พร้อมทั้งได้ปรับปรุงพันธุ์โกโก้ และผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปผลิตเป็นต้นพันธุ์โกโก้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกได้ปีละหลายแสนเมล็ด

เท่าที่ทราบ กรมส่งเสริมการเกษตรเคยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโกโก้แซมในสวนมะพร้าวเช่นกัน แต่จะด้วยเหตุเพราะการตลาด หรือ ขั้นตอนการผลิตเมล็ดแห้งเพื่อจำหน่ายยุ่งยากสำหรับเกษตรกรหรืออย่างไรไม่แน่ชัด พื้นที่ปลูกโกโก้ค่อยหายไป

จนเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าตั้งแต่ ปี 2549 เป็นต้นมา ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ได้ส่งเสริมปลูกโกโก้ในจังหวัดจันทบุรี พื้นที่ปลูกโกโก้จึงได้ขยายไปในภาคตะวันออก รวมทั้งยังมีงานวิจัยและพัฒนาการผลิตโกโก้ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ได้แก่ การทดสอบพันธุ์โกโก้สำหรับทำช็อกโกแลต รวบรวมและศึกษาพันธุ์โกโก้สายพันธุ์ต่างๆ และ ศึกษาคุณภาพทางกายภาพ เคมี และการยอมรับทางประสาทสัมผัสของโกโก้สายพันธุ์ต่างๆ

การปลูกโกโก้ต้องอาศัยร่มเงาในอดีตจึงต้องส่งเสริมปลูกโกโก้แซมในสวนมะพร้าว ไม่แน่ใจว่า การปรับปรุงพันธุ์โกโก้ของกรมวิชาการเกษตร จะมีพันธุ์ที่ปลูกเป็นแปลงโกโก้ล้วนๆ ได้หรือไม่ ถ้าไม่มีพันธุ์โกโก้ที่ชอบแดด การปลูกแทนยางก็อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่อาจปลูกเป็นพืชแซมในสวนยางได้

ให้กรมส่งเสริมการเกษตร ของอธิบดี สำราญ สาราบรรณ์ กับกรมวิชาการเกษตร ของอธิบดี เสริมสุข สลักเพ็ชร์คุยกัน 2 กรมก่อนก็น่าจะหาข้อสรุปได้ในเบื้องต้น หรือไม่ก็น่าจะมอบให้คณะกรรมการพืชสวน ของกระทรวงเกษตรฯ ทำการศึกษาและพิจารณาเสนอรัฐมนตรีฯ ไม่ต้องตั้งคณะทำงานให้เสียเวลา

แว่นขยาย

 

เดินชิว กิน เที่ยว ชมตลาดร่มบวรหวนรำลึกบรรยากาศย้อนยุค ร.5

เดินชิว กิน เที่ยว ชมตลาดร่มบวรหวนรำลึกบรรยากาศย้อนยุค ร.5

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 11.08 น.

เดินชิวชมตลาดหวนรำลึกบรรยากาศสมัยรัชกาลที่ 5 สัมผัศความเป็นไทยๆ ย้อนยุคโบราณ กับ "ตลาดร่มบวร" แลนมาร์คท่องเที่ยวน้องใหม่ที่ได้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มบุญ แถมเซลฟี่บรรยากาศดั่งอยู่ในกองถ่ายภาพยนตร์

 

 

7 ธ.ค.61 พาไปกันที่วัดประดู่ (พระอารามหลวง) อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ได้เนรมิตสวนหย่อมหน้าเรือนสมเด็จพระสังฆราช เป็นชุมชนตลาดไทยโบราณ ที่ย้อนวันวานกลับไปสู่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงเสด็จประพาสต้น คลองประดู่และทรงเสด็จมาประทับ ณ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดประดู่ เพื่อทรงมากราบสักการะ หลวงปู่แจ้ง อดีตเจ้าอาวาสปัจจุบันมรณะภาพไปแล้ว ด้วยความศรัทธาส่วนพระองค์ ที่ยังคงปรากฎร่องรอย จุดผูกเรือ พระที่นั่ง บริเวณต้นสะเดาใหญ่ที่ริมน้ำหน้าวัด คลองประดู่ที่เป็นสายน้ำเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม หรือ เมืองพี่เมืองน้อง 

 

 

หลังจากนั้น พระองค์ท่านยังได้ทรงนิมนต์หลวงปู่แจ้ง เข้าไปงานพระราชพิธี ในพระราชวังอีกหลายครั้ง และยังได้ทรงพระราชทาน เครื่องราชศรัทธามากมาย อาทิเช่น ตาลปัด จปร บาตร ปิ่นโต เตียงบรรทม และเก๋งเรือพระที่นั่ง 

ปัจจุบันทางวัดได้จัดเป็นเรือนพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้เยี่ยมชม โดยเรียกตลาดนี้ว่า "ตลาดร่มบวร" ภายในตลาดมีการจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นบ้านแบบไทยๆ นั่งกินอาหาร หรือ เลือกซื้อแบบนั่งกับพื้น การเดินชมตลาดที่ได้รสชาติความเป็นๆ ไทยเค้าเสียงเพลงไทยเดิมที่สลับผัสเปลี่ยนกับการเล่นดนตรีไทยสด จากนักเรียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการละเล่นของเด็กๆ ที่จะมาสร้างบรรยากาศให้ได้นึกถึงในสมัยๆโบราณ อาทิการละเล่นขี่ม้าก้านกล้วย การละเล่นวิ่งว่าวไทย การเล่นหุ่นกระบอก

 

 

นายเอกชัย พลอยหิน หรือ เอส เจ้าของสวนส้มทิพย์ ชาวอำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า "ตลาดร่มบวร" คือความหมาย คือการอยู่ร่วมกันภายใต้ความร่วมมือร่วมใจ ของ บ้าน วัด โรงเรียน ราชการ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ท่าน ได้เคยทรงเสด็จมาประทับ ณ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดฯ โดยที่ภายในตลาด “ร่มบวร” จะจำลองวิถีชีวิต ชาวไทยในยุคก่อน มีการละเล่นเด็กๆ การแสดงไทยๆ ดนตรีไทยบรรเลงสด หุ่นกระบอกจากเพชรบุรี(ลูกศิษย์อาจารย์โจ หลุย) การสาธิตการร้อยมาลัยเพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงาน ได้ซื้อเพื่อนำไปถวายพระพุทธเจ้าใหญ่

 

 

คุณเอส กล่าวต่อว่า ภายในตลาดร่มบวร มีการขายอาหารไทย จัดเป็นสำรับ ขนมไทยทำกันสดๆ การห่อเมี่ยงคำ มีผลไม้สดที่นำออกมาจากชาวสวน และของดีในชุมชนวัดประดู่ ชุมชนวัดเพลง มาตั้งร้านค้าให้ได้เลือกซื้อ พร้อมมีกิจกรรมมากมาย โดยที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะแต่งกายโดยชุดไทยท้องถิ่นมานั่งจำหน่ายสินค้า 

 

 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมภายในวัด ชมพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา สักการะองค์พระพุทธเจ้าใหญ่ พระประธานในพระอุโบสถ ชมพระตำหนักพระสังฆราช มีหุ่นปั้น จำลองด้วยดินสอพอง ชมเก่งเรือพระที่นั่งพระราชทาน ฯลฯ และพิเศษทุกวันอาทิตย์ เวลา 9.00 น.จะมีการถวายสังฆทานพระ 9 รูป ทุกๆสัปดาห์ หรือผู้ที่จะทำบุญถวายอาหารเพลก็สามารถนิมนต์พระสงฆ์จากวัดมาฉันท์เพลกลางตลาด โดยการจัดซื้อสำรับอาหารทั้งของคาวและของหวาน จากภายในตลาดเพื่อความเป็นสิริมงคล และจะมีพิธีรดน้ำมนต์ จากบ่อน้ำมนต์ศักสิทธิ์ของวัดประดู่ด้วย แถมยังมีกิจกรรมในตลาด มีการสาธิต การปรุงยา ตำหรับหลวงปู่แจ้ง ที่ใช้ใบมะกา กับ ข่าต้ม ให้ได้ทดลองชิมด้วย

 

 

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถแต่งกายด้วยชุดไทยโบราณ หรือ ชุดไทยพื้นบ้านมาเที่ยวภายในตลาด หรือ ภายในวัดได้ โดยทุกพื้นที่ภายในวัดมีความสวยงามที่จะย้อนเวลาให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมเสมือนอยู่ภายในโรงถ่ายภาพยนต์ ตั้งแต่ปากประตูซุ้มทางเข้าที่มีท้าวเวสสุวรรณ รูปทรงสมัยทารวดี ขนาดสูงใหญ่ยืนอยู่หน้าปากประตูเข้าวัด ภายในจะมีเรือนไทยที่เข้ากับการแต่งกายไปสนุกเซลฟี่ 

 

 

นอกจากนี้ ยังมีพระอุโบสถ์ ที่มีความสวยงามด้วยรูปทรงของโบสถ์ และรวดลายที่ติดไว้ตามผนัง ที่ดูแล้วสวยไม่เหมือนใคร ส่วนที่บริเวณริมคลงประดูที่ท่าน้ำของวัด ซึ่งเป็นสายน้ำที่คั่นระหว่างอำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี และ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ยังคงความเก่าแก่ของอาคารบ้านเรือน สะพานไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปี หรือ สะพานเชื่อมเมืองพี่เมืองน้อง

 

 

"ตลาดร่มบวร" นับว่าเป็นสถานที่ชุมชนท่องเที่ยวน้องใหม่ ที่น่าสนใจเข้ามาปักหมุดเพื่อวางโปรแกรมพักมาผ่อนช่วงปลายปี หรือ ใกล้ช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เริ่มเปิดตลาด เวลา 10.00-16.30 น. การเดินทางสะดวกจากกรุงเทพมหานคร 115 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 30 น.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 034 - 772299 วัดประดู่ (พระอรามหลวง)

 


 

 .......................................................

7 ธันวาคม 2561



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน