*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5003
  • จำนวนผู้ชม : 3205772
  • จำนวนผู้โหวต : 1688
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1688 คน
<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 353 , 18:56:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเตืองพรรคการเมืองที่ไม่เข้าร่วมเสวนาวันนี้ ดังรายงานข่าวท้ายนี้

           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ขอร้องว่าอย่าเอาเรื่องการเมืองอย่าเอากฎหมายมาสู้กัน ต้องเอากฎหมายที่เขียนไว้เพื่อคนทุก

คนมาทำให้ได้ ใครที่ไม่เห็นชอบ ไม่มา ไม่ยอมมาดูกฎกติกา ก็คิดกันเอาเอง ถ้าวันที่ 7 ธ.ค. นี้ ไม่มาก็คือไม่ต้องมา แล้วถ้าประชาชน

จะเลือกกลับเข้ามาอีกก็ตามใจไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ไม่เคารพกติกาเป็นนักมวยขึ้นเวทีแล้วกรรมการเรียกมาชี้แจงนักมวยส่ายหน้าไม่

ยอมมา ถ้าไม่มาก็เลิกชกไปเสีย ประชาชนก็อย่าไปดูและต้องคิดกันเอาเอง 

"ไทยรักษาชาติ" สู้เผด็จการสืบทอดอำนาจ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง,ณัฏฐา มหัทธนา,วิบูลย์ บุญภัทรรักษา,ไผ่ ดาวดิน,ไม่สนับสนุน,สืบทอดอำนาจ,คสช,ปรีชาพล พงษ์พานิช,จาตุรนต์ ฉายแสง,ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ,เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช,ประชาธิปไตย

กลุ่มคนอยากเลือกตั้งให้กำลังใจพรรคไทยรักษาชาติ แสดงจุดยืนชัดเจน ไม่สนับสนุน คสช. สืบทอดอำนาจ - แทรกแซงการเลือกตั้ง

               7 ธ.ค. 61 ที่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)  กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา และนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือพ่อของ ไผ่ ดาวดิน เดินทางมาที่พรรค ทษช. เพื่อให้กำลังใจพรรค ทษช. ที่ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. และไม่สนับสนุน คสช. ในการแทรกแซงการเลือกตั้ง โดยมอบดอกไม้สีขาวเพื่อแสดงพลังอันบริสุทธิ์ของประชาชน ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยไม่มีอะไรแอบแฝง ถ้าหากพรรค ทษช. ต่อสู่กับเผด็จการ หลังก็จะพิงประชาชนได้เสมอ โดยมี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ทษช. นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำพรรค ทษช. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช แกนนำพรรค ทษช. ให้การต้อนรับ

               ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า พรรค ทษช. เราเป็นพรรคเกิดใหม่ที่มีขนาดเล็ก แต่จุดยืนชัดเจนในประชาธิปไตย กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเคลื่อนไหวในภาคประชาชน เราก็จะขับเคลื่อนในภาคการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเติบโต แข็งแรง ปราศจากการแทรกแซงอำนาจนอกระบบ ทำให้ประชาชนกลับมาเป็นใหญ่ในแผ่นดินอีกครั้ง สิ่งที่เราทำสอดรับกันเพื่อให้อนาคตของประชาชนและประเทศไทยดีขึ้น

               นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การที่เขาเรียกประชุมวันนี้เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เราตัดสินใจได้ไม่ยาก การเลือกตั้งจะเสรี เป็นธรรม รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าให้ กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ คสช. ที่จะมาเป็นกรรมการ ซึ่งเป็นผู้เล่น และผู้แข่งขันเอง ดังนั้น ถ้าเราไปยอมรับตรงนี้เท่ากับว่าเราไปยอมรับให้ คสช. แทรกแซงการเลือกตั้งได้

               ส่วนการไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการที่กลุ่มคนเลือกตั้งที่มาหาเราในวันนี้นั้นเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่ คสช. กำลังทำทั้งหมดเพื่อสืบทอดอำนาจการปกครองโดยคณะรัฐประหาร ซึ่งเราในฐานะพรรคการเมือง เรายอมไม่ได้ และเราต้องหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. ซึ่งเราจะให้กำลังใจกันและกัน

 

ล็อก "กาบัตร" 24 ก.พ. 62

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,ไทม์ไลน์,กกต,เลือกตั้ง,คสช,ครม,แคนดิเดต,นายกฯ

"วิษณุ" กางไทม์ไลน์ "กกต." เปิดแคนดิเดต "นายกฯ" 14 ม.ค. 62 ล็อก "กาบัตร" 24 ก.พ. 62

               เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 61 ที่ สโมสรทหารบก  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมจัดทำแผนขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองและแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป ได้จัดที่นั่ง 6 คน ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถัดไปคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และนายศุภชัย ยาวะประภาษ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

               โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเริ่มการประชุมว่า ในการพบกันระหว่างพรรคการเมืองและแม่น้ำ 5 สายวันนี้ เนื่องด้วย คสช. และรัฐบาล มีหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความปลอดภัย ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยความสงบเรียบร้อย ในช่วงต่อจากนี้เป็นต้นไป รวมถึงที่ผ่านมาด้วยตลอด 4 ปี การประชุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ครั้งแรก พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ข้อ 8 เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็จัดให้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อหารือ จัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาร่วมประชุมในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกของการเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย ในการสร้างการรับรู้ ความมั่นใจ และความเข้าใจ ในแต่ละฝ่ายที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไป ถือเป็นการสร้างบรรยากาศความสามัคคีปรองดองนั่นเอง ขอให้เป็นการหารือกันฉันมิตร เป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างหนึ่ง

               “หลายพรรคประกาศและให้สัมภาษณ์ว่า ยินดีจะมาร่วมวันนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความตั้งใจที่จะช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนบางพรรคการเมืองที่ประกาศว่าไม่เข้าร่วมประชุม ก็ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง ว่าเข้าใจอะไรถ่องแท้แล้วถึงไม่มา หรือตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่ร่วมมือกับทุกภาคส่วน”

               จากนั้นนายวิษณุได้กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า โรดแม็พทางการเมืองที่รัฐบาลเคยชี้แจงให้กับที่ประชุมรับทราบในเดือน ธ.ค. 2561 ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง จะปลดล็อกการทำกิจกรรมทางการเมือง คำสั่งและประกาศ คสช. จำนวน 9 ฉบับ (ยกเว้นในข้อที่ไม่เกี่ยวกับการทำกิจกรรม) และในวันที่ 20 ธ.ค. นี้ กกต. ประกาศใช้ระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส. จากนั้นวันที่ 28 ธ.ค. รัฐบาลจะหยุดเสนอร่าง พ.ร.บ. ให้กับ สนช.

               นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนเดือน ม.ค. 2562 ในวันที่ 2 ม.ค. ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้หาเสียงได้ วันที่ 4 ม.ค. กกต. ออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส. จำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัด เขตเลือกตั้งสถานที่รับสมัครแบบบัญชีรายชื่อและในระหว่างวันที่ 14 - 18 ม.ค. 2562 เปิดรับสมัคร ส.ส. จำนวน และให้แจ้งชื่อผู้ที่จะเสนอเป็น นายกฯ วันที่ 25 ม.ค. 2562 ประกาศรายชื่อผู้สมัครแบ่งเขต บัญชีรายชื่อของทุกพรรค

               นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับเดือน ก.พ. 2562  ในวันที่ 4 - 16 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และกำหนดวันที่ 15 ก.พ. หยุดการพิจารณากฎหมาย จากนั้นวันที่ 17 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 24 ก.พ. เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป ขณะที่เดือน เม.ย. 2562 ในวันที่ 25 เม.ย. เป็นวันสุดท้ายของการประกาศผลการเลือกตั้ง และในวันที่ 28 เม.ย. เป็นวันสุดท้ายที่ คสช. จะคัดเลือก ส.ว. 250 คน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และประกาศแต่งตั้งต่อไป

               “จากนั้นในวันที่ 9 พ.ค. จะเป็นวันสุดท้ายของการประชุมรัฐสภาครั้งแรก จากนั้นจะเป็นช่วงเวลาประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ตั้ง ครม. และ ครม. ถวายสัตย์ฯ ซึ่ง ครม. และ คสช. จะพ้นจากตำแหน่ง และ ครม. ใหม่แถลงนโยบาย (ภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันถวายสัตย์ฯ)”

ล็อก

ล็อก

ล็อก

 

"นายกฯ ตาอยู่" ไม่ใช่แนวทางของผม !!

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,เสี่ยหนู,นายกฯ ตาอยู่,พรรคภูมิใจไทย,ศักดิ์ศรี,อนุทิน ชาญวีรกูล

"เสี่ยหนู" ยัน ไม่เป็นตาอยู่ ชิงเก้าอี้ นายกฯ ย้ำ ทำงานการเมืองต้องมีเกียรติ รอผลเลือกตั้ง ตัดสินอนาคต

               7 ธ.ค. 61  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ของพรรค ว่า พรรคภูมิใจไทย ยังไม่คิดเรื่องการจับขั้ว พรรคเพียงต้องการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน การที่สมาชิกได้เข้าไปในสภาฯ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว คำว่าผู้แทนราษฎรมีความยิ่งใหญ่ เพราะนี่คือตัวแทนของประชาชน ส่วนตำแหน่งหลังจากนั้น ล้วนเป็นเรื่องของอนาคต เราไม่สามารถกำหนดอะไรได้ทั้งสิ้น เลือกตั้ง ปี 2554 เราเคยจับมือกับพรรคหนึ่งว่าจะไปด้วยกัน แต่พอหลังเลือกตั้ง เขาเป็นฝ่ายรัฐบาล เราเป็นฝ่ายค้าน

               "ผมทำงานการเมือง ผมมีศักดิ์ศรี ที่ผ่านมามีคนบอกว่าผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีตาอยู่ ผมบอกเลย ตาอิน กับ ตานา เขาแย่งปลากัน แล้วตาอยู่มาคว้าพุงปลาไปกิน ในขณะที่เขาทะเลาะกัน แสดงว่าตาอยู่เป็นคนไม่ดี เพราะแทนที่จะไปไกล่เกลี่ย ดันไปฉวยโอกาส วิถีของตาอยู่ไม่ใช่แนวทางของผม" นายอนุทิน กล่าว

               นายอนุทิน กล่าวต่อว่า หากพรรคภูมิใจไทยมีเสียงเป็นอันดับรอง ตนจะไม่เป็นนายกฯ และไม่ต่อรองขอตำแหน่ง เนื่องจากพรรคอันดับต้นเขารู้แล้วว่าเราไม่ใช่ตัวจริง ตนไม่อยากตกนรก กลับมาที่ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยส่งครบทุกจังหวัด แต่อาจจะไม่ครบทุกเขต เพราะเราต้องส่งคนที่เจ๋งที่สุด ตอนนี้เรามีระบบการคัดสรรผู้สมัครที่ไว้ใจได้ แน่นอน พรรคภูมิใจไทยไม่ได้หวังแค่ได้รับความนิยมในภาคอีสาน แต่หวังเป็นพรรคการเมืองของคนทั้งประเทศ

               ส่วนที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ ส.ส. เท่านั้น เท่านี้ นั่นเป็นการวิเคราะห์จากคะแนนเก่า แต่การเลือกตั้ง 2562 กฎกติกาเปลี่ยนไปแล้ว เราอาจจะได้เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง สุดแล้วแต่ประชาชน แต่ตนจะทำงานให้ดีที่สุด ทุกวันนี้ ตนและทีมงานรับฟังปัญหาประชาชน ร่วมคิดกับทีมยุทธศาสตร์ของพรรคตลอด สมาชิกของพรรคก็อยู่ติดพื้นที่ ไม่ห่างชาวบ้าน เราทำอย่างสุดความสามารถ ผลออกมาอย่างไร เราไม่มีคำว่าเสียใจ

               เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยหวังดูแลกระทรวงอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สมัยก่อน เราได้โอกาสดูแลกระทรวงดีๆ แต่นั่นมันเป็นเรื่อง 10 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ไม่ได้วางเป้าในลักษณะนั้น เราขอแค่ให้มีผู้สมัครเราเข้าไปทำงานในสภาฯ ให้มากที่สุด ส่วนจะได้ดูแลกระทรวงไหน หรือเป็นฝ่ายค้าน ตนยอมรับได้ทั้งนั้น แต่ขอให้บ้านเมืองไปข้างหน้าได้ ประชาชนอยู่ดีกินดี อยากให้เรากลับมาดูเรื่องการใช้งบฯ อยากให้งบฯ ของรัฐมันถึงมือประชาชน คนในประเทศ ให้งบฯ หมุนวนอยู่ในมือคนไทยหลายๆ รอบ

 

"ประยุทธ์" ไล่ "พรรค" เมินถก 7 ธ.ค. ให้เลิกชก

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,ประยุทธ์,นายกรัฐมนตรี,คสช,ถก,พรรค,เลิกชก

"ประยุทธ์" โอด ถึงให้เงินคนจนก็ยังโดนด่าทุกวัน เผย ถ้าให้แล้วคนรักก็ดี ถาม ทำไมเมื่อก่อนไม่มีแบบนี้ ซัด "พรรคการเมือง" ไม่ร่วมถก 7 ธ.ค. ไล่ให้เลิกชก

               เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 เวลา 07.00 น. ที่ โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ ถนนสุขุมวิท ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ

               จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พบปะกับประชาชนที่มาคอยต้อนรับบนสถานีเคหะสมุทรปราการ พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้มีรถยนต์จดทะเบียนปีละ 4,000,000 กว่าคัน ส่วนถนนมีเท่าเดิมจึงจำเป็นต้องมีวิธีการเพื่อลดจำนวนรถยนต์ที่มีอายุเกินเพื่อให้รถใหม่เข้ามาแทน แต่บางคนก็มีรายได้น้อยไม่อยากเปลี่ยนรถ จึงถือเป็นความจำเป็นหลายอย่างจึงต้องมาดู โดยเฉพาะเรื่องของการให้บริการรถสาธารณะ เช่น รถตู้ ก็จำเป็นต้องเป็นรถใหม่ถ้าเกิน 10 ปี ก็คงจะไม่ปลอดภัย อีกทั้งมีความจำเป็นต้องสร้างทางเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ชั้นในและปริมณฑล สิ่งสำคัญจำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟฟ้าให้ได้ก่อน แต่บางครั้งก็ติดขัดในเรื่องพื้นที่ซึ่งเจ้าของไม่ยินยอม ก็ต้องสร้างอ้อมจนทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

               โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามประชาชนที่มาต้อนรับว่ามาจะพื้นที่ใดบ้าง เมื่อประชาชน ตอบว่ามาจากบางปู พล.อ.ประยุทธ์ จึงกระเซ้าทันทีว่า “มาจากบางปูแล้ววันนี้ยังมีปูอยู่หรือเปล่า พื้นที่นี้เคยไป” และกล่าวอีกว่า “รัฐบาลพยายามที่จะสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนดีขึ้น เพราะจะให้รัฐบาลแจกอย่างเดียวคงไม่ได้ ทุกวันนี้รัฐบาลถือว่าให้มา ไม่ใช่แจกให้มาเพื่อเป็นการลดภาระแม้จะเป็นเงินไม่กี่ร้อยบาท รัฐบาลให้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์เพื่อให้มารักผมถึงได้ให้ แม้ถึงจะให้อย่างไรก็ด่าผมเพียบอยู่ทุกวัน ถ้าให้แล้วรักผมมันก็ดีซิ แต่ให้ก็ยังมาด่าผมอีกว่าน้อยเกินไป ต้องการมากกว่านี้แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนให้ทั้งหมดต้องคำนึงถึงสัดส่วนการใช้งบประมาณ ซึ่งมีกฎหมายคุมอยู่ทุกฉบับ และที่ใช้ทุกวันนี้ยืนยันว่าไม่มีการใช้เกินกรอบวงเงินงบประมาณที่กฎหมายกำหนด ต้องคิดให้ดีถ้าจะมาว่าผมต้องดูว่าทำไม สมัยก่อนเราถึงไม่มีเงินทำไมผู้มีรายได้น้อย จึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตรงนี้ เงินไปอยู่ที่ไหนขอให้คิดดู ผมก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนเหมือนกัน ทุกวันนี้รัฐบาลทำให้ทุกอย่างทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ทำถนนหนทาง รวมทั้งการบริหารการจัดการน้ำทั้งประเทศ มากที่สุดใน 4 ปี ถามว่าเอาเงินมาจากไหนก็ต้องบอกว่าเงินมันมีอยู่และยังมีเงินที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้วย ยืนยันว่าทั้งหมดไม่เกินสัดส่วนตามกฎที่กฎหมายกำหนด หนี้สาธารณะ 41.7 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีคนบอกว่ารัฐบาลนี้ทำหนี้สาธารณะประเทศล้มละลาย ไม่เคยฟังอะไรเลย ไม่รู้เรื่องเลย กฎหมายบอก 60 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกินก็อันตราย บางประเทศใช้ 200 เปอร์เซ็นต์ แต่เขามีรายได้เยอะ พวกเรามีรายได้ที่จะจ่ายภาษีเยอะหรือยัง ก็ยังไม่มี รัฐบาลจะต้องดูตรงนี้ว่าจะทำอย่างไรจะเดินหน้าประเทศได้ ที่สำคัญงบประมาณต้องไม่รั่วไหล ต้องระบุในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือระหว่างปี 2561 - 2580” นายกฯ กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลพยายามทำให้ทุกคนเข้าถึงซึ่งโอกาสและรายได้แต่ต้องเคารพกฎหมาย คนค้าขายก็ต้องพัฒนาและปรับปรุง ไม่ใช่มากล่าวหาว่าเป็นเพราะรัฐบาลทำให้ค้าขายไม่ดี วันนี้ต้องต่อสู้เพราะการค้าขายออนไลน์มีคู่แข่งจำนวนมาก และทุกอย่างต้องใช้กฎหมาย

               “ผมขอถามว่าผมใช้อำนาจของผมมาทำร้ายพวกคุณหรือยัง จับพวกคุณไปทำอะไรหรือเปล่า มีแต่พูดเสียงดุบ้างเท่านั้น บางเวลาก็ตลกและน่ารักบ้าง ยืนยันว่าไม่มีอะไรกับใครอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเมืองก็ว่ากันไปสิ่งสำคัญที่สุดก็อย่าลืมงานอุ่นไอรักคลายความหนาวที่จะมีขึ้นขอให้ทุกคนไปเที่ยวชมกัน เป็นการแสดงถึงความรักความสามัคคีและความจงรักภักดีของพวกเรา ที่มีให้กับ 3 สถาบันหลักของชาติ ขอให้รักกันถ้าไม่รักกันไม่สามัคคีกัน ทุกอย่างก็จะกลับไปที่เก่าหรืออยากจะให้กลับไปอยู่ที่เดิม ชอบเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือดีหรือที่คนเยอะเยอะมารวมตัวกัน แล้วขายของได้เยอะอย่างนั้นหรือ คิดอย่างนี้ไม่ได้ประเทศเราจำเป็นต้องสงบ อย่าลืมว่า 4 ปีที่ผ่านมาทุกอย่างแม้จะสงบแต่ก็ยังมีปัญหาบ้าง การทำความผิดการทุจริตทำได้ไม่มากนัก ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย ยอมรับว่ายังมีอยู่ยังเห็นได้ว่ามีการทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ทุกวัน รวมทั้งเทศกิจ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาทุกประเทศก็มีแบบนี้เช่นกัน แต่ทั้งหมดต้องระมัดระวังว่าทำอย่างไรสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นและมีความมั่นคงเกิดขึ้น ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เจ้าหน้าที่ เอกชน ประชาชน ผู้นำทางการเมือง และผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น” นายกฯ กล่าว

               พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ขอร้องว่าอย่าเอาเรื่องการเมืองอย่าเอากฎหมายมาสู้กัน ต้องเอากฎหมายที่เขียนไว้เพื่อคนทุกคนมาทำให้ได้ ใครที่ไม่เห็นชอบ ไม่มา ไม่ยอมมาดูกฎกติกา ก็คิดกันเอาเอง ถ้าวันที่ 7 ธ.ค. นี้ ไม่มาก็คือไม่ต้องมา แล้วถ้าประชาชนจะเลือกกลับเข้ามาอีกก็ตามใจไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ไม่เคารพกติกาเป็นนักมวยขึ้นเวทีแล้วกรรมการเรียกมาชี้แจงนักมวยส่ายหน้าไม่ยอมมา ถ้าไม่มาก็เลิกชกไปเสีย ประชาชนก็อย่าไปดูและต้องคิดกันเอาเอง 

               จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่ง นายกฯ พยายามชี้แจงและให้ชาวบ้านได้เข้ามาใช้ประโยชน์จากหน่วยงานราชการ อย่าไปกู้หนี้นอกระบบที่ต้องเสียดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด โดยระบุว่า ปัญหาที้เกิดขึ้น ตนไม่โทษใครแต่คงต้องโทษตัวเองที่ไม่สามารถชี้แจงหรืออธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

กรรมเก่าโกโก้ 

โกโก้,ราคายาง

กรรมเก่าโกโก้  : บทความพิเศษ

          ชะตากรรมที่ชาวสวนยางพารากำลังประสบอยู่ในขณะนี้ แทบไม่แตกต่างจากวิบากกรรมซ้ำซ้อนของชาวสวนมะพร้าวเมื่อ 30 ปีก่อน

          มีข่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรสวนยางปลูกโกโก้ทดแทนต้นยางพาราที่ราคาตกต่ำต่อเนื่อง นัยว่าเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืน หลังจากที่รัฐบาลได้คลอดมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะหน้าไปแล้ว

          เมื่อไม่กี่วันก่อน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราในวงเงิน 18,604 ล้านบาท โดยจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางไร่ละ 1,800 บาทไม่เกินรายละ 15 ไร่ ในพื้นที่ไร่หนึ่งแบ่งให้เจ้าของสวน 1,100 บาท คนกรีดยาง 700 บาท

          ด้านคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานเสนอโครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพารา 75,032 กิโลเมตร วงเงิน 92,327 ล้านบาท

          ทั้งสองแนวทางข้างต้นนี้ ถูกวิเคราะห์วิจารณ์แจกแจงกันพอสมควรว่า เป็นการแก้ปัญหาแบบเอาตัวรอดเฉพาะหน้า เพื่อไม่ให้เกิด “ม็อบ” สวนยางพาราในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังต้องเข้าไต้เข้าไฟเรียกเก็บคะแนนนิยม อีกทั้ง ถนนลาดยางพาราก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่า ที่ผ่านมาคล้ายเหลวเหมือนน้ำยาง ทำกันไปไม่กี่กิโลเมตร แล้วก็หยุดด้วยสารพัดเงื่อนไขอุปสรรค

          กลับมาว่ากันด้วย แผนการช่วยเหลือชาวสวนยางอีกหนึ่งมาตรการ พูดอีกอย่างก็คือ จะให้ชาวสวนยางแปลงร่างไปเป็นชาวสวนอย่างอื่น เช่น ชาวสวนผลไม้ (แว่วๆ ว่าจะให้เป็นชาวสวนกัญชาด้วยซ้ำ) และที่มีข่าวออกมาล่าสุดคือ ชาวสวนโกโก้

          โดยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ได้มีหนังสือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาผลดีผลเสียของการสนับสนุนปลูกโกโก้เอาไว้คือ
          1.ศึกษาข้อมูลด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศของพืชโกโก้ว่ามีความแนวโน้มต้องการมากน้อยเพียงใด

          2.ศึกษาสภาพพื้นที่ที่จะใช้ทำการเพาะปลูกโกโก้ตามคุณภาพดิน (Zoning by Agri-Map) ว่าพื้นที่ภูมิภาคใดของประเทศไทยที่มีความเหมาะสมกับการปลูกพืชดังกล่าวและจะสามารถสนับสนุนให้ปลูกในพื้นที่สวนยางทดแทนยางเก่าหรือปลูกแซมในสวนยางได้หรือไม่อย่างไร

          3.ประมาณการต้นทุนและความยากง่ายเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าในการเพาะปลูก/การบำรุงรักษาระหว่างเพาะปลูกและการแปรรูปโกโก้ออกเป็นผลผลิตสู่ตลาดตามห่วงโซ่การผลิตโกโก้ว่าเป็นอย่างไร

          4.หากผลการศึกษาปรากฏว่าพื้นที่ประเทศไทยมีความเหมาะสมในการปลูกและผลิตโกโก้ รวมทั้งให้ผลตอบแทนคุ้มทุนในเชิงเศรษฐศาสตร์ด้วยแล้วให้เร่งรัดจัดทำแผนการผลิต (Agriculture Production Plan) โกโก้ ทั้งนี้อาจใช้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนา มาใช้เป็นต้นแบบในการวางแผนการผลิตโกโก้ในครั้งนี้ก็ได้

          ไม่ว่าผลการศึกษาจะออกมาอย่างไรก็ตาม แต่ที่ต้องคำนึงถึงก็คือ การบริหารงานภายใต้ “รัฐราชการ” อย่างความล้มเหลวในอดีต อันเป็นบทเรียนแสนขมขื่นของชาวสวนและทุกฝ่ายต้องคำนึงถึงให้มาก

          เป็นความขมขื่นของชาวสวนมะพร้าวหลายจังหวัดไล่ตั้งแต่สุราษฎร์ธานี ชุมพร ขึ้นมาถึงประจวบคีรีขันธ์ และภาคกลางตอนล่างเมื่อ 30 ปีก่อน  

          เพราะต้นไม้ต่างถิ่นที่ชื่อโกโก้ ชนิดเดียวกับที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะมาเป็นพันธุ์เทพ ทดแทนพืชยางพาราอยู่ในขณะนี้

          แม้จะได้รับการพัฒนาพันธุ์ออกมาเป็น “ชุมพร 1” ที่อ้างว่ามีความเหมาะสมกับพื้นที่ก็ตาม

          แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า เมื่อครั้งกระโน้น ก็มีแรงสนับสนุนให้ชาวสวนมะพร้าวปลูกโกโก้ ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันนี้

          ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ อยู่ในวงรอบเดียวกันกับ วิธีการแก้ปัญหาแบบวนกลับ

          ราคามะพร้าวตกต่ำแบบสุดกู่ในขณะนี้ ก็เหมือนเมื่อเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีก่อน

          ราคามะพร้าวมีความคล้ายกับยางพาราคือ บางช่วงราคาดี แต่บางปีราคาตกเอามากสุดกู่ จนชาวสวนต้องขายรถ จำนองที่ดินทำกินแลกเงินมาใช้จ่ายกันก็มี

          ไม่น่าเป็นไปได้เลยว่า ราคามะพร้าวใหญ่ซึ่งเคยมีราคาสูงผลละ 20-25 บาท จะตกต่ำลงไปเหลือลูกละหกสลึงสองบาท

          (เก็บเกี่ยวเดือนละครั้งก็เจ๊งทุกเดือน เพราะลำพังค่าจ้างก็เข้าเนืิ้อไปแล้วเกือบเท่าตัวของราคาผลผลิต)

          ไม่น่าเป็นไปได้เลยว่า ราคายางกิโลกรัมละ 180-200 บาท จะตกต่ำลงไปเหลิือ 3 กิโล 100 

          แต่มันก็เป็นไปแล้ว และก็เป็นมายาวนานเท่าที่ชาวสวนเจนเนอเรชั่นหนึ่งจะเก็บจำ นำมาเล่าสู่กันชั่วลูกหลาน เหมือนสาหัสนิทานอันไม่รู้จบ วนเวียนเป็นวงจรวิปโยคโศกสลด

          วิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลก็เหมือนกันทุกยุคสมัยไม่พัฒนาไปไหน

          สนับสนุนให้ปลูกโน่นนี่นั่น เสร็จแล้วก็ตัวใครตัวมันถือว่า สำเร็จตามนโยบาย

          สวนโกโก้ที่ปลูกแซมลงไปในพื้นที่ว่างระหว่างต้นมะพร้าวเขียวขจีดารดาษ ทั่วบางสะพานน้อย บางสะพานใหญ่ ชุมพร สุราษฎร์ฯ เมื่อช่วงเริ่ม ประมาณปี 2530 แต่จากนั้นไม่นาน ชาวสวนต้องน้ำตาตกใน เพราะผลโกโก้ที่ออกสะพรั่งเต็มต้น เหมือนพืชต่างถิ่น สร้างความเสียหายไปในพริบตา เพราะเอาเข้าจริง ไม่มีพ่อค้าโผล่หน้ามารับซื้อดังเช่นที่วาดฝันกันมา

          เช่นกันกับส่วนราชการที่ควรลงมาดูแลใกล้ชิด ติดตามผลผลิต และการตลาด ก็หายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งให้ชาวสวนตัดฟันถอนทิ้งโกโก้กันเพียงลำพัง

          แต่ชาวสวนมะพร้าวยุคนั้นยังไม่เคราะห์ร้ายจนเกินไปนัก เพราะธรรมชาติของโกโก้ งอกงามภายใต้แสงรำไรชายทางมะพร้าวได้ ชาวสวนจึงไม่จำเป็นต้องด่วนได้ใจเร็วตัดต้นมะพร้าวทิ้งไปก่อนหน้า

          ไม่เช่นนั้นก็คงจะเสียหายเกินเยียวยาเป็นแน่

          ส่วนสวนยางพารา มีสภาพที่แตกต่างกันไป เพราะใบยางอันหนาทึบเกินไปอาจไม่เอื้อให้โกโก้เจริญงอกงามได้ แนวโน้มจึงทำให้ชาวสวน(ซึ่งปลูกพืชตามกระแส) จะพากันตัดต้นยางเปิดพื้นที่ (แม้ต้นยางอายุยังไม่ถึง 25 ปีก็ตาม) เพื่อแซมโกโก้ แม้ตามธรรมชาติมันเป็นพืชชอบแสงรำไรก็ตาม

          น่าเป็นห่วงเหลือเกินว่า เกษตรกรสวนยางจะกลายเป็นหนูทดลองยา เหมือนเช่นที่ชาวสวนมะพร้าวเคยเป็นมาก่อน
หน่วยงานของรัฐจะคิดเองเออเองอีกไม่ได้ 

          บทเรียนความล้มเหลวจากการสนับสนุนปลูกโกโก้ในสวนมะพร้าว ถือเป็นกรรมเก่าที่ไม่ควรจะลืมเลือน

          กรรมเก่าที่ย้ำเตือนว่า รัฐราชการ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากได้ทำตามนโยบายไปแล้ว ทั้งเรื่ืองราคา การหาตลาด และหลักประกันอื่นๆ อย่างเช่น แรงงานและเวลาที่เสียไป ที่ต้องนับเป็นต้นทุนด้วยต่างหาก

          ต้องรับผิดชอบกันยาวๆ ไม่ใช่ละเลยอย่างที่เคยเป็นมา

แก้ปัญหา"ยาง-ปาล์ม-ประมง-ท่องเที่ยว"ยุทธศาสตร์"ทษช."

ไทยรักษาชาติ,ยุทธศาสตร์,ท่องเที่ยว,ราคายาง,ปาล์ม,ประมง

แก้ปัญหา"ยาง-ปาล์ม-ประมง-ท่องเที่ยว" ยุทธศาสตร์ "ไทยรักษาชาติ" ยึดด้ามขวาน

          นับถอยหลังสู่วันที่ 11 ธันวาคม ซึ่ง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. จะมีผลบังคับใช้และน่าจะเป็นไปตามที่ฝ่ายผู้อำนาจได้ปรารภไว้หลายต่อหลายครั้งว่า จะมีการปลดล็อกพรรคการเมืองอย่างเต็มตัว แต่ก็คงต้องดูผลการประชุมแม่น้ำ 5 สายในวันที่ 7 ธันวาคม ว่าจะออกมาแบบใด...

          ฉะนั้นหลังการหารือ ไม่ว่าพรรคใดจะร่วมหรือบอยคอตวงประชุม... ถือว่าเป็นการเดินหน้าเต็มตัวเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง แต่กว่าจะถึงวันนั้นพรรคการเมืองหลายพรรคได้เริ่มโยนแนวนโยบายต่างๆ ที่จะใช้หาเสียงออกมาให้ประชาชนได้รับรู้เป็นระยะๆ

แก้ปัญหา

          รวมไปถึงพรรคน้องใหม่แต่คนหน้าเดิมอย่าง "พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)” ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นพรรคเครือข่ายแม้วที่เน้นการได้มาซึ่ง “ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ” เป็นหลัก ดังนั้นหากพรรคนี้จะเน้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พื้นที่ซึ่ง ทษช.จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ส่วนใหญ่นั้น รับรู้กันดีบนอาคารแห่งหนึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะและอาคารใหญ่ ณ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ว่าจะเป็นพื้นที่ซึ่งรู้ๆ กันว่า ”มีคะแนนแต่แพ้” แต่ทุกคะแนนล้วนแต่ “สำคัญทั้งหมด” จึงเรียกได้ว่า ”เน้นทุกคนเน้นทุกเขต”

          หากกางแผนที่ประเทศไทยไล่เลียงพื้นที่ เพื่อวัดโอกาสของคะแนนซึ่งทษช.จะได้รับมา คงต้องตัดพื้นที่ "ภาคเหนือและภาคอีสาน” ออกไป เพราะเป็นพื้นที่ของอดีต ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือคือ “ภาคกลางบางจังหวัด, กทม., ภาคตะวันออก และภาคใต้ทั้งภาค”

แก้ปัญหา

          “ภาคใต้” เสมือนยาขม หากย้อนกลับไปช่วงสมัยพรรคไทยรักไทย, พลังประชาชน และเพื่อไทย พบว่า “พรรคเครือข่ายเพื่อแม้ว” แทบจะไม่มี ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้เลย (จะมี ส.ส.บ้างในส่วนของ 3 ชายแดนจังหวัดภาคใต้ อนึ่งทรท.เคยล้มยักษ์ "ปชป.” ได้ครั้งหนึ่งที่ จ.พังงา หลังเหตุสึนามิ

          ต้องไม่ลืมว่าในอดีตที่ผ่านมา คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น มีความสำคัญแต่ครั้งนั้นไม่สำคัญเท่าในครั้งนี้ (ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ใบหนึ่งเลือกคนที่รัก ใบหนึ่งเลือกพรรคที่ชอบ) แต่วันนี้ใช้ใบเดียว “เลือกทั้งคนและพรรค” สามารถพูดได้ว่าแม้จะส่งครบทุกเขต แต่คะแนนที่ได้มา ”ก็ไม่ได้หวังมากนัก”

          แต่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หนึ่งคะแนนนั้นไม่ใช่หนึ่งคะแนนแบบในอดีตอีกต่อไป ฉะนั้นคะแนนในภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัดถือว่า "มีความสำคัญทุกคะแนน” โดยที่ทุกพรรคหวังว่าจะได้มาครอง

แก้ปัญหา

          “ก่อแก้ว พิกุลทอง” เลขานุการคณะกรรมการทำงานพื้นที่ภาคใต้ พรรคทษช. เปิดเผยว่า “ในภาคใต้ เราจะคัดสรรบุคลากรที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อพี่น้องชาวใต้และเป็นตัวแทนของพรรคในการดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องชาวใต้ที่ตอนนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก ปัญหาหลักๆ ในขณะนี้คือ เรื่องราคาสินค้าเกษตร ยาง ปาล์ม การท่องเที่ยว ประมง ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่ส่งกระทบเป็นวงกว้างจากการบริหารของรัฐบาล คสช. ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้สะท้อนมา เป็นโจทย์ที่ ทษช.นำข้อมูลมาประกอบในการจัดทำนโยบายและตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาพี่น้องชาวใต้ให้ได้”

          “แนวทางหลักในการแก้ปัญหาคือ ปัญหาความเป็นอยู่ แก้ไขราคาสินค้าเกษตร แก้กฎหมายประมง ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของคนไทยทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ในวันเลือกตั้ง จะออกมาเยอะแค่ไหน ยิ่งออกมามากก็มีโอกาสที่เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศมาฝ่ายประชาธิปไตยง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่ออกมา ประเทศก็อยู่กับประเทศที่สืบทอดอำนาจเผด็จการต่อไป จะเดือดร้อนกว่าเดิม เพราะจากนี้ไม่มี ม.44 ในการแก้กฎหมาย" นายก่อแก้วกล่าว

แก้ปัญหา

          คีย์แมนบางคนของพรรคน้องใหม่ให้ทัศนะอีกมุมว่า ในพื้นที่ภาคใต้แล้วคงไม่ง่ายที่ ทษช.จะมาโกยคะแนน เพราะต้องไม่ลืมว่า “ประชาธิปัตย์” คือแชมป์เก่าตลอดกาลในพื้นที่ภาคใต้ และยามนี้หลากพรรคจะดึงบุคคล ”ดี เด่น ดัง” มาลงประชันเพื่อหวังปักธง ฉะนั้นน่าจะแข่งกันดุเดือด

          คีย์แมนคนนี้บอกว่าแต่ต้องไม่ลืมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ธรรมดา เพราะคนไทยห่างหายจากการเลือกตั้งมานาน หากนับจริงๆ ก็กว่า 7 ปี มีการประเมินว่า ประชาชนกำลังโหยหา “คนมาแก้ไขปัญหา” ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่หากดูกันจริงๆ จะพบว่าเป็นกันอย่างชัดเจน 2 ฝั่งคือ พรรคฝั่งประชาธิปไตยกับพรรคฝั่งสนับสนุนทหาร

          “แม้ประชาธิปัตย์จะเป็นคู่แข่งสำคัญของ ทษช. ที่ภาคใต้ แต่ที่ผ่านมาคนใต้ผิดหวังกับพรรคสีฟ้าเป็นอย่างมาก เพราะปูทางสู่การยึดอำนาจ จนได้รัฐบาลทหารเข้ามาบริหารประเทศ แต่ทำให้คนภาคใต้เดือดร้อน ยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกคือ 1.ประชาธิปัตย์มีการแตกหน่อออกไปเป็นหลายพรรค มีการแข่งกันและตัดคะแนนกันเอง ไม่ว่าจะเป็นพลังประชารัฐ, รวมพลังประชาชาติไทย, ประชาชนปฏิรูป และอื่นๆ 2.พี่น้องประชาชนผิดหวังตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของ คสช. จึงทำให้คะแนนนิยมของประชาธิปัตย์และเครือข่ายน่าจะลดลงจำนวนมาก” คีย์แมนพรรคเครือข่ายเพื่อแม้วระบุ

แก้ปัญหา

          อย่างไรก็ตามแม้คะแนนของประชาธิปัตย์อาจจะลดลง แต่ ทษช.หวังจะเป็นพรรคอันดับ 2 ในการคว้าคะแนนทั้งหมดของพื้นที่ภาคใต้ แม้จะมีพรรคอื่นส่งผู้สมัครด้วย ไม่ว่าจะเป็นประชาชาติ, ภูมิใจไทย, อนาคตใหม่ หรือแม้กระทั่งเพื่อไทย และพันธมิตรอย่างเสรีรวมไทย รวมทั้งเพื่อชาติ ที่แต่ละพรรคล้วนต้องการทุกแต้มแบบไม่ให้ตกน้ำ

          คีย์แมนพรรคเครือข่ายเพื่อไทยบอกว่า “เชื่อว่าทีมภาคใต้ของ ทษช. ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนปักษ์ใต้ทั้งทีม(และเป็นแกนนำนปช.) การอธิบายทำความเข้าใจ การรู้ปัญหาแนวทางแก้ไขและรู้จักคู่แข่งอย่างประชาธิปัตย์เป็นอย่างดี จึงจะเป็นข้อได้เปรียบอีกด้วย สุดท้าย ทษช.ยืนยันว่า จะส่งผู้สมัครในภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด จำนวน 50 เขต"

          สุดท้ายแล้วต้องมาดูกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ทษช.จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์กอบโกยคะแนนมาเพื่อเพิ่ม ส.ส.ให้พรรคได้มากขนาดไหน...

          เปิดคะแนน 2 พรรคใหญ่ในอดีต
          จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งมีจำนวน 66,188,503 คน เป็นฐานในการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 189,110 คนต่อ ส.ส. 1 คน มีการเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2557 ทั้งสิ้น 23 จังหวัด ภาคใต้เดิมมี ส.ส. 53 คน ลดเหลือ 50 คน

          คะแนนพรรคจากการเลือกตั้งสองครั้งล่าสุด (คะแนนของสองพรรคใหญ่)
          ปี 2550 ประชาธิปัตย์ได้ 12.1 ล้านเสียง ปี 2554 ได้ 11.43 ล้านเสียง
          ปี 2550 พลังประชาชน ได้ 12.3 ล้านเสียง ปี 2554 เพื่อไทย ได้ 15.8 ล้านเสียง

 ............................................

7 ธันวาคม 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน