*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5194
  • จำนวนผู้ชม : 3256614
  • จำนวนผู้โหวต : 1709
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1709 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 465 , 16:22:30 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link : ม็อบฯนัดอนุสาวรีย์ชัยฯค้านเลื่อนเลือกตั้ง//สมชัยปูดกกต.ไม่กล้าเลื่อนกลัวติดคุก 

  5 มกราคม 2562

         อ้าวแล้วกัน ... ข่าว 'เจ๊แดงขายบ้าน' ที่แต่แรกบอกว่า ที่ตั้งราคาขาย 300 ล้านบาทนั่นน่ะ ต้องรีบซื้อกันนะ เพราะเท่ากับ

ขายทิ้งก็ว่าได้เชียวนะ แต่วันนี้กลับมีข่าวตามมาว่า บ้านหลังอื่นๆในหมู่บ้านเศรษฐีการเมืองแจ้งวัฒนะนั้น มันมีราคาแค่ 50 ล้านเท่า

นั้นเอง แหม ...เกลือที่ว่าเค็มยังเค็มไม่เท่าเจ๊แกเลยนะเนี่ย ... อุแม่เจ้า ....

         ท้ายเว็บเพ็จนี้ มีข่าวพร้อมภาพให้เห็นความหายนะจากพายุ 'ปาบึก' ที่หมู่บ้านแหลมตะลุมพุกครับ ซ้ำรอยหายนะจากพายุ

'เกย์' เมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว น่าอนาถเสียจริงเชียวครับ

 

 

แกะรอย "เจ๊แดง"ขายบ้าน 300 ล้าน?ในหมู่บ้านนักการเมือง

เยาวภา วงศ์สวัสดิ์,เจ๊แดง,ทักษิณ,ชินวัตร,จำนำข้าว

อุตส่าห์ทำเป็นเงียบๆ หายไปเงียบๆ แล้วเชียว ยังมีตาดีส่องชีวิตแล้วเอามาป่าวประกาศจนได้

          กับข่าวลือลั่นที่ยังไม่คอนเฟิร์มจากเจ้าตัวว่า “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พี่สาวอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แห่งตระกูลชินวัตร ประกาศขายบ้านในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ แจ้งวัฒนะ ชนิดที่บอกเลยว่าเซลล์แหลกรับพายุปาบึก ในราคา 300 ล้านบาท!!

 +++

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง

          ชาวบ้านร้านตลาดอย่างเราๆ อ่านแล้วงงว่ามันลดตรงไหน เกิดใหม่อีกสิบชาติก็ไม่ต้องหวังที่จะได้มีบ้านราคาขนาดนี้

          แต่ในแวดวงมหาเศรษฐีเขารู้กันดีว่า นี่แหละคือราคาลดชนิดหั่นตัวขาดสองท่อนเลย เพราะบ้านหลังนี้มีมูลค่าเดิมอยู่ที่ 600 ล้านบาท...แม่เจ้า!!

          ข่าวลือนี้แน่นอนทำเอาคนไทยตาลุกวาว หูผึ่ง ถามทำไมคนระดับเศรษฐีเมืองไทยต้องทำขนาดนี้ จะว่าร้อนเงินก็ไม่ใช่

          แต่จมูกคนไทยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเจ้าของบ้านตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั่นแหละ

          หลังคนเคยสนิทที่ชื่อ บุญทรง เตริยาภิรมย์ หนึ่งในจำเลยคดีจำนำข้าว ที่ว่ากันว่ายอมเปิดปากให้ข้อมูลบางอย่างแก่ป.ป.ช.แล้ว ก่อนที่ ป.ป.ช.จะส่งคำฟ้องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา

          แม้รายงานจะไม่มีการยืนยันว่า “เจ๊แดง” ไปเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้ แต่เมืองไทยแดนดราม่า เรื่องปะติดปะต่อ มโน มะนาว คนไทยถนัด!

          ยิ่งนาทีนี้เรื่องของคดีจะว่าอย่างไรพี่ป้าน้าอาไม่อยากรู้เท่ากับว่าบ้านหลังนี้ที่ว่าเหลือ 300 ล้านบาทนั้น มันอะไรยังไงกันแน่!

          ปรากฏพอพลิกไปอ่านอีกที ข่าวยังระบุว่าราคาบ้านในหมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ แจ้งวัฒนะนี้ ตกหลังละ 50 ล้านบาทเท่านั้น

          แต่ที่ของเจ๊แดงแพงกว่าใครเพื่อนก็เพราะบ้านของเธอหรูหรามีระดับสมศักดิ์ศรีคนใหญ่ โดยนอกจากเนื้อที่ที่กว้างขวางราวกับสนามกอล์ฟแล้ว ตัวบ้านก็ยังอลังการงานสร้าง มีการต่อเติมอาคารเพิ่มเติมมากมาย นั่นเ

          อย่างไรก็ดีเอาเข้าจริงๆ พูดถึงบ้านคนรวยระดับนี้คนไทยก็เข้าใจได้ไม่ยากว่ามันต้องประมาณไหน และเชื่อขนมกินได้เลยว่า คนรวยๆ เขาไม่ได้มีบ้านกันแค่หลังสองหลัง

          แต่ในเคสของเจ๊แดง เยาวภา แหล่งข่าวใกล้ชิดคอนเฟิร์มว่า ก็มีตามที่เห็นเป็นข่าวว่ามีอยู่สองที่นั่นแหละ


+++


          บ้านเราแสนสุขใจ
          ที่แรกคือบ้านพักเลขที่ 275 ในโครงการเชียงใหม่กรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ระบุว่าเป็นเหมือนบ้านพักอาศัยยามที่ขึ้นไปทำกิจธุรกิจ ธุรกรรมต่างๆ หรือบัญชาการทางการเมือง หรือไปพักผ่อนที่เชียงใหม่เท่านั้น

          ส่วนฐานที่มั่นจริงๆ ซึ่งเป็นยานแม่ ก็คือบ้านใหญ่ที่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ กทม. ที่ลือกันว่ากำลังประกาศขายนั่นแหละ

          สำหรับโครงการเชียงใหม่กรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม นั้น มีข้อมูลว่าเป็นของตระกูล “เรืองกฤตยา” ตระกูลใหญ่แวดวงอสังหาริมทรัพย์

          มีพื้นที่เกือบ 1,000 ไร่ เริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ปี 2534 โดยมีการแบ่งแปลงจัดสรรที่ดินเปล่าและสนามกอล์ฟ ที่สำคัญเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังฐานะดี และฐานลูกค้ามากกว่า 80% มาจากกรุงเทพฯ

          ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่เจ้าของบ้านในโครงการนี้จะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงคนไทยรู้จักกันดีอยู่จำนวนมาก

          แอบกระซิบว่า นอกจากครอบครัววงศ์สวัสดิ์แล้ว ก็ยังมีบ้านของอดีตนายกฯ ของเราทั้งสองคนพี่น้องแห่งชินวัตรนั่นแหละ โดยอยู่คนละหลังในโซนเดียวกันในหมู่บ้านแห่งนี้!!

          พี่น้องที่เหลือก็แยกย้ายกันไป เช่นน้องสาวอีกคนที่ชื่อ มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล ก็มีบ้านพักที่หมู่บ้านคุ้มเวียงพิงค์วิลล่า ถนนเชียงใหม่-เชียงราย ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด

          หรือน้องชายอีกคนอย่าง พายัพ ชินวัตร ก็มีบ้านพักอยูในซอยวัดอุโมงค์ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่

          ทีนี้มาว่ากันที่บ้านหลังที่ 2 ที่หมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ แจ้งวัฒนะ ซึ่งหากอ้างตามแหล่งข่าวก็พบว่านี่คือบ้านหลักของเจ๊แดง เยาวภา

          และจริงๆ แล้วจะเรียกว่าเป็นศูนย์รวมของครอบครัวก็ว่าได้ เพราะที่นี่พ่อแม่ลูกอยู่อาศัยกับครบทุกคน อบอุ่นสุดๆ

          โดยนอกจากเจ้าของบ้านอย่างเจ๊แดงกับสามี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีต นายกฯ อีกคนแล้ว ลูกๆ ก็อยู่ที่นี่ด้วยกัน


          ทั้ง “เชียร์” ชินณิชา อดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย “เชน” ผศ.ดร.ยศชนัน์ และ “เชอร์รี่” ชยาภา ที่ไปร่วมหอลงโรงกับ นัม ลีนาล ทายาทนักการเมืองระดับแถวหน้าของกัมพูชา แต่หากกลับมาเมืองไทยทีไร บ้านเบเวอร์ลี่ฮิลล์นี่แหละคือรังนอน


+++ 


          หมู่บ้านนักการเมือง
          พูดถึงบ้านเจ๊แดง หากย้อนดูข่าวเก่าๆ บางคนคงจำได้กับข่าวใหญ่ที่มีการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรร “ชินณิชาวิลล์” เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2546

          ค้นไปค้นมา ปรากฏว่าที่จริงแล้วหมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ แจ้งวัฒนะแห่งนี้ ก็คือ “หมู่บ้านชินณิชาวิลล์” นั่นแหละ

          วันนั้นทุกคนรับรู้ตรงกันว่านี่คือโครงการบ้านจัดสรรสุดหรูของน้องสาวนายกรัฐมนตรี เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพราะงานเปิดตัวอลังการไปด้วยคนใหญ่คนโต

          ตั้งแต่ “คุณหญิงพจมาน และทักษิณ ชินวัตร” ที่มาในฐานะประธานเปิดงาน และยังมีขาใหญทั้ง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

          และแขกระดับวีไอพี เช่น สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, เนวิน ชิดชอบ, ประยุทธ มหากิจศิริ

          ดังนั้นด้วยภาพแบบนี้จึงไม่แปลกที่จากชื่อหมู่บ้านที่ตั้งมาจากชื่อของบุตรสาว คนไทยกลับเรียกขานใหม่ว่า “หมู่บ้านนักการเมือง”!!

          แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะชื่อนี้หรือไม่ที่ทำให้ภายหลังหมู่บ้านแห่งนี้ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลง

          โดยราวช่วงปี 2549 ข่าวจากฐานเศรษฐกิจลงวันที่ 17 กันยายน 2549 (ก่อนรัฐประหารแค่สองวัน) มีข้อมูลระบุว่าโครงการชินณิชาวิลล์ นั้น ไปอยู่ในความดูแลของบริษัท สร้างสินพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่มีเสี่ยใหญ่คนหนึ่งดูแล

          ปรากฏว่าเขาได้เล่าความเป็นมาของหมู่บ้านนี้ไว้ว่าเดิมชื่อโครงการ “ทรอปิคานา พาราไดซ์ไอซ์แลนด์ แจ้งวัฒนะ” พัฒนาในนาม บริษัท การ์เด้นซิตี้ ลากูน คลับ จำกัด เริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ปี 2539 มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท

          ต่อมาในปี 2542 โครงการประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจนกลายเป็น NPL และเจ้าหนี้ได้นำโครงการขายทอดตลาด กระทั่งผู้ถือหุ้นเก่าๆ กลับมาซื้อคืน 25% จากเจ้าหนี้

          ที่สุดในปี 2545 ผู้ถือหุ้นของบริษัท การ์เด้นซิตี้ ลากูน คลับ จำกัด ได้ขอให้มือดีคนหนึ่งมาดูแลบริหารโครงการ โดยเป็นบุคคลที่มีความสนิทสนมกับ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อีกด้วย

          วันนั้นเสี่ยใหญ่บอกกับฐานเศรษฐกิจว่าเจ๊แดงไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของโครงการแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้บริหารได้ชักชวนให้มาซื้อที่ดินภายในโครงการ

          และขอชื่อบุตรสาวของเจ๊แดงมาเป็นชื่อโครงการซึ่งผู้ถือหุ้นก็ไม่ได้ว่าอะไร จึงทำให้ทุกคนมองว่าเป็นโครงการของเจ๊แดง

          วันเปิดตัวช่วงปี 2546 ก็เลยสร้างความฮือฮาด้วยการเชิญนักการเมืองมา ทำให้ถูกมองว่าชินณิชาวิลล์ เป็น “หมู่บ้านนักการเมือง” ไปโดยปริยาย

          จนกระทั่งปี 2549 โครงการเรียกว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่จึงมีการเปลี่ยนแปลงในผู้ถือหุ้นและผู้บริหารเห็นว่าภาพลักษณ์โครงการชินณิชาวิลล์ ไม่ค่อยดี และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ๊แดง จึงมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "หมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ในปัจจุบัน

          ประมาณว่า เจ๊แดงและครอบครัว ก็เป็นเพียงลูกบ้านคนหนึ่งเท่านั้น

          เรื่องเล่าอาจจบแค่นี้ แต่เรื่องราวยาวกว่านี้นัก อยากรู้ต้องไปหาข่าวเรื่อง “คดีซุกบ้านหรู ชินณิชาวิลล์” ที่เจ๊แดงและครอบครัวต้องเจอช่วงหลังรัฐประหาร 2549 มาไล่อ่านกันดู

          อาจถึงกับต้องถามว่า นี่มันซับซ้อนจนต้องขายบ้านทิ้งกันเลยหรือ!? 

 

'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' สุภาพบุรุษสุดที่รัก!

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์,อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม,พรรคเพื่อไทย,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

การที่พรรคเพื่อไทยปรับกระบวนท่าในการหาเสียงครั้งนี้ ต่อให้เป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์ว่า นี่คือการหยั่งกระแส แลท่าที

          แต่รู้หรือไม่ ข่าวนี้ทำให้คนไทยหลายคนมีชีวิตชีวาที่จะเข้าคูหามากขึ้น ด้วยความหวังจะได้เห็น “(ว่าที่)นายกรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” กันแล้ว ?

          การปรับ หรือการหยั่งดังกล่าว ก็คือการปล่อยข่าวมาว่าได้เสนอชื่อ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคในการลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

          เบื้องต้นข่าววงในระบุว่าชัชชาติได้ลำดับที่ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 2 และ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค เป็นลำดับที่ 3 จนถึงวันเลือกตั้งค่อยเคาะอีกที ซะอย่างงั้น !!

          แต่ไม่ว่าจะเป็นการโยนหิน จับกระแส วัดเรตติ้ง อะไรยังไงก็ตาม แต่ไปๆ มาๆ เราก็ได้เห็นกันแล้วว่าชัชชาติมาแรงจริงๆ

          ทั้งจากโพลล์สำรวจแบบมาไวของสื่อข่าวสด ที่ระบุว่า 92% ต้องการนายกฯ ชื่อชัชชาติ อีก 2% เป็นของนายกฯ คนปัจจุบัน

          หรือโพลล์ของเฟซบุ๊กหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ที่เพียงตั้งโพลล์วันแรก (2 ม.ค. 2562) ชัชชาติก็ฟาดไป 73% อีก 13% เป็นของฝ่ายคุณหญิงหน่อย

          แล้วก็เป็นในทิศทางเดียวกับโพลล์ของพรรคเพื่อไทยที่ระบุว่าหากชูคุณหญิงหน่อยเป็นนายกฯ จะได้ 190-200 ที่นั่ง ขณะที่เป็นชัชชาติจะได้ 220 ที่นั่ง พรรคเลยมีการปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายอย่างที่เห็น !!

          ขณะที่ฟากสื่อมวลชนเอง ก็พากันหยิบยกเรื่องราวประวัติของชัชชาติมานำเสนอกันอย่างไม่มีเสียงร้องยี้เลยสักแอะ !

          เหล่านี้ ล้วนเป็นหลักฐานอย่างดีว่า คนไทยจำนวนมากชื่นชอบอดีตรมต.คนนี้เป็นอันมาก

          ถามทำไม แน่นอนด้านหนึ่งกับบทบาทของรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้รับการทาบทามจากนายกฯ หญิงด้วยตนเอง

          เริ่มแรกชัชชาติเป็น รมช.คมนาคม ช่วงเดือนมกราคม 2555 จากนั้นวันที่ 27 ตุลาคม ปีเดียวกัน ก็ขยับขึ้นไปนั่งเจ้ากระทรวงเต็มตัว ได้รับมอบหมายงานหลายอย่าง

          แต่ถ้าย้อนไปอีก ที่จริงแล้วชัชชาติเคยช่วยงานตั้งแต่สมัยเป็นพรรคไทยรักไทย โดยให้คำปรึกษาแก่กระทรวงคมนาคมมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ 2 และรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช

          แถมตอนนั้นเขามาทำโดยที่ไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ เลย หากมาในนามนักวิชาการที่มาดูแลในส่วนของงานเทคนิค พูดง่ายๆ ว่า "ปิดทองหลังพระ” ในกระทรวงคมนาคมมาหลายสมัย

          ที่สุด เมื่อภาพออกมาว่าชัชชาติคือคนที่บ้านใหญ่ไว้วางใจ คนไทยสายนิยม "ตระกูลชิน” จึงพากันชื่นชอบ อดีต รมต.คนนี้ไปโดยปริยายไร้คำถาม !


          000

          แต่อีกทางหนึ่ง ถ้าจับเอาเฉพาะ “ตัวตน” ของชายชื่อชัชชาติ เราจะพบกับความ “น่าทึ่ง” หลายอย่าง

          อย่างที่รู้ แม้ภายหลังเขาจะช่วยงานอยู่เบื้องหลังจนได้เป็นรัฐมนตรีเต็มตัวในปี 2555 แต่ช่วงแรกเขากลับเป็นรัฐมนตรีโลกลืม คือคนไม่รู้จักมากที่สุด !

          แต่เมื่อระยะทางพิสูจน์ม้า ในเวลาต่อมาเขาคนนี้ ได้กลายมาเป็นรัฐมนตรีที่คนไทยรู้จักมากที่สุด ถึงกับให้ฉายาว่า “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ก็คงเป็นคำตอบ

          โดยเฉพาะบทบาทในการผลักดันเมกะโปรเจกต์เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย

          คนไทยได้เห็นชัชชาติผู้มากับข้อมูลเต็มหน้าตัก มีคำตอบทุกคำถาม มีคำอธิบายทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า 2 ล้านล้านบาทนี้ “ได้มากกว่าเสีย”

          19 กันยายน 2556 ชัชชาติยืนเด่นเป็นสง่าในรัฐสภาต่อหน้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างไม่หวาดหวั่น พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า

          “...การคมนาคมต้องทำในภาพรวม รถไฟทำทีละท่อนไม่ได้ ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ส่วนเรื่องการสร้างหนี้ เราต้องพิจารณาเรื่องมิติของเวลาด้วย การที่เราไม่ทำมา 20 ปี แล้วมาทำตอนนี้ อันนี้คือการที่คนในอดีตสร้างหนี้มาให้เราหรือเปล่า ในปี 2536 เราอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ เวลานั้นใช้งบประมาณ 80,000 ล้านบาท มาวันนี้เราต้องใช้เงิน 400,000 ล้านบาท และถ้าเราไม่ทำวันนี้ นักเรียนที่มานั่งฟังในสภาที่ต้องทำในอนาคต อาจจะต้องจ่าย 2 ล้านล้านแล้วทำได้แค่รถไฟทางคู่ก็ได้ เวลามีมูลค่า...”

          อย่างที่รู้ ไฟท์นั้น กรรมการให้ชัชชาติแพ้คะแนนแรงเสียดทานว่า “เสียมากกว่าได้” แต่กลับชนะใจคนไทยเข้าเต็มเปา !

          แถมยังลามไปได้ใจคนรุ่นใหม่ กับภาพลักษณ์ “รัฐมนตรีติดดิน” ที่ลงพื้นที่ดูงานด้วยตนเอง นั่งวิน โบกรถเมล์ โหนรถสองแถว ต่อคิวขึ้นรถไฟ

          เป็นภาพที่ถูกใจคนไทยว่านี่คือนักการเมืองที่เข้าถึงง่าย ใครไปสวนลุมฯ ตอนเช้าจะเจอเขามาออกกำลังกายแทบทุกวัน ร่วมกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ไม่ได้ขาด ทั้งปั่นจักรยาน วิ่งมาราธอน ฯลฯ

          ลองนึกดูว่าจะมีรัฐมนตรีไทยคนไหนบ้างที่เข้าไปทำบุญที่วัด โดยสวมเสื้อแขนกุด หิ้วถุงอาหาร และเดินด้วยเท้าเปล่า จนมีผู้คนนำไปเป็น “มีม” มากมายหลายท่า อย่างชื่นชอบกันสุดๆ

          จะมีรัฐมนตรีไทยคนไหนกันที่ได้เป็นสติกเกอร์ในแอพพลิเคชั่นไลน์ หรือนั่งเล่นกับ “เจ้าหลง” แมวที่สถานีรถไฟลาดกระบังได้อย่างเป็นธรรมชาติ

          และจะมีนักการเมืองคนไหนกัน ที่กล้าสวนกระแส โดยปฏิเสธที่จะรับเป็นหนึ่งใน “กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ” ที่นายกฯ ลุงตู่เซ็นเองกับมือช่วงเดือนตุลาคม 2560

          วันนั้นเจ้าตัวออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “แก่นแท้ของกลยุทธ์ คือการเลือกว่าอะไรไม่ควรทำ” อันเป็นคำกล่าวของไมเคิล พอร์ตเตอร์ กูรูด้านกลยุทธ์

          แต่วันนี้ ท่ามกลางกระแสว่าชัชชาติกลับมาแล้ว และประกาศยุติบทบาทซีอีโอที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อเลือกที่จะลงการเมือง ทำให้หลายคนฟันธงว่าเขามาแน่ !

          และต่อให้เจ้าตัวปฏิเสธอย่างถ่อมตนว่า ตนเองนั้นมีชื่อเสียงเฉพาะในโซเชียลมีเดีย คนต่างจังหวัดไม่ค่อยรู้จักก็เถิด

          เหล่านี้กลับยิ่งทำให้ภาพของคนติดดิน สมถะ และ “น่าเอาใจช่วย” ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ไปซะแล้ว !!

..............................................

"สมชัย"โพสต์  9 พ.ค.ความหวาดผวาของ 7 กกต.

การเมือง  :  8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กกต,สมชัย ศรีสุทธิยากร

"สมชัย"โพสต์แฉความหวาดผวาของ 7 กกต. เลื่อนเลือกตั้งไปวันใด ไม่สำคัญเท่าต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งให้ได้ภายใน 9 พ.ค. เขตปลอดคุก-ความรับผิดทางแพ่ง 5,800 ล้าน

                  5 มกราคม 2562  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงความหวาดผวาของ กกต.หากประกาศผลเลือกตั้ง หลังวันที่ 9 พ.ค.62

                   โดยกล่าวว่า กกต.มีเวลา 60 วันหลังวันเลือกตั้ง ในการประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส. 500 คน เพื่อให้สามารถประชุมสภาฯนัดแรกได้. หากกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 ก.พ. กำหนดครบ 60 วัน คือวันที่ 25 เม.ย. หากกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 10 มีนาคม กำหนดครบ 60 วัน คือ วันที่ 9 พ.ค.

                    นายสมชัย ระบุด้วยว่า วันที่ 9 พ.ค.มีความหมายอะไร คำตอบคือ เป็นวันครบ 150 วันหลังจาก พรป.เลือกตั้งส.ส.มีผลบังคับใช้. มีความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ โดย พรป.ส.ส.เป็นพรป.ฉบับสุดท้าย มีผลใช้บังคับเมื่อ 11 ธ.ค. 61 โดยมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ เขียนว่า หลังจาก พรป.สำคัญ 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน ซึ่งคำว่า “แล้วเสร็จ”ดังกล่าว เป็นคำที่ กกต.หวาดผวาที่สุด

                    แล้วเสร็จ คือ จัดการหย่อนบัตรเสร็จ หรือ ประกาศผลให้ได้ร้อยละ 95 ยังเป็นปริศนาที่ยังไม่มีใครตอบกกต.ชุดที่ 4 เคยทำหนังสือถึง 2. หน่วยงาน คือคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือในประเด็นดังกล่าวคำตอบจากประธาน กรธ. ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน เขียนเป็นเอกสารตอบมายัง กกต.ว่า เรื่องนี้ กรธ.เป็นผู้เขียน กม.ไม่ใช่ผู้ตีความกฎหมาย จึงไม่สามารถให้คำตอบได้. ถือเป็นคำตอบที่เสียดายเงินเดือนยิ่ง. ขณะที่คำตอบจาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบมาว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1. ที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานได้พิจารณาเห็นว่า กกต.ควรสอบถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญจะเหมาะสมกว่า. เมื่อ กกต.คิดจะถามศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีเสียงสัมภาษณ์จากบางท่านในศาลรัฐธรรมนูญว่า ต้องรอให้เกิดเรื่องก่อนจึงจะส่งได้ คือ จัดเลือกตั้งไปก่อน หากมีใครร้องมา ศาลจึงวินิจฉัย (เฮ้อ บ้านเมืองเรา)” นายสมชัยระบุ

                  ดังนั้น หากเลือกตั้งเสร็จ และ กกต.เอ้อระเหย ไปประกาศผลหลังวันที่ 9 พ.ค. แล้วบังเอิญมีมือดีไปร้องศาล และบังเอิญศาลวินิจฉัยสรุปว่า กกต.จัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ. กกต.ต้องรับผิดทั้งทางอาญาและแพ่ง รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย 5,800 ล้านบาท ที่เสียไป หาร 7 แค่คนละ 800 กว่าล้านบาท. ดังนั้นจะเลื่อนการเลือกตั้งเป็นเมื่อใด กกต.จะต้องพยายามประกาศผลให้ได้ร้อยละ 95 ภายในวันที่ 9 พ.ค. งานนี้รัฐบาลไม่เกี่ยว เพราะกกต.เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง รัฐบาลแค่ส่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูลและเสนอวันเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างอยู่ที่ กกต. ตัดสินเอง 

นครฯน้ำสูงต่อเนื่อง !

ข่าวทั่วไป  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปาบึก,ภาคใต้,นครศรีธรรมราช

สูงต่อเนื่อง"กรมชลฯ"เร่งสูบน้ำเมืองนครศรีฯอ่วมหนักจากพายุปาท่วม 30 ซม.

                   5 มกราคม 2562 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้(5 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK)  

                มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (5 ม.ค. 62) ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน นั้น

               สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังพายุโซนร้อน “ปาบึก” ขึ้นฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้(4 ม.ค. 62) ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 10 – 30 เซนติเมตร กรมชลประทาน ได้ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยใช้เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งไว้เตรียมพร้อมตามจุดต่างๆ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว    

                  ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชลดลงอย่างต่อเนื่อง คงเหลือน้ำท่วมขังในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง ในขณะเดียวกัน ฝนที่ตกหนักทำให้ระดับน้ำในคลองท่าดี ที่สถานี X.200 อ.ลานสกา เพิ่มสูงขึ้นในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา  วัดระดับสูงสุดได้ +35.65 เมตร(รทก.) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 606 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที)

                   ซึ่งปริมาณน้ำนี้ จะไหลแผ่เข้าสู่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ผ่านคลองสายหลักต่างๆ อาทิ คลองนครน้อย คลองท่าชัก คลองคูพาย คลองสวนหลวง และคลองป่าเหล้า เป็นต้น ส่งผลให้เช้านี้(5 ม.ค. 62)ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เป็นต้นมา แนวโน้มระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทาน และเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้เดินเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งตรียมพร้อมไว้แล้วก่อนหน้านี้อย่างเต็มพิกัด เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด คาดการณ์ว่าระดับน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จะสูงสุดตามที่คาดการณ์ไว้ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงของวันนี้(5 ม.ค. 62) หากฝนไม่ตกหนักลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 - 3 วัน 

 


รวมรูปภาพ ทุกข์สุดปลายแหลมตะลุมพุก เมื่อพายุปาบึกผ่านพ้น
 

ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ทยอยเดินทางกลับบ้านหลังจากหลบภัยพายุโซนร้อนมาอยู่ในที่ปลอดภัยเมื่อคืนที่ผ่านมา สำรวจความเสียหาย บ้านเรือน และเรือประมงที่ถูกคลื่นลมซัดกระหน่ำอย่างหนัก โดยเฉพาะเรือประมงพื้นบ้านเครื่องมือทำมาหากินหลักของคนที่นี่จมน้ำเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้หลายลำ ขณะที่พระภิกษุวัดแหลมตะลุมพุก ก็เดินทางกลับวัดเช่นกัน เดินสำรวจสิ่งของภายในวัดที่โดนคลื่นซัด ยกพระพุทธรูปที่ล้มเท่าที่แรงพอมี คอยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านเข้ามาช่วยทำความสะอาด และฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเช่นเดิมต่อไป

ภาพ จรูญ ทองนวล ( Charoon Thongnual ) #NationPhoto #พายุโซนร้อนปาบึก #แหลมตะลุมพุก #ปากพนัง #นครศรีธรรมราช

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

........................................................
 
5 มกราคม 2562
 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน