*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5198
  • จำนวนผู้ชม : 3257775
  • จำนวนผู้โหวต : 1709
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1709 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 567 , 12:17:40 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , พุธทรัพย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม 2562

สวัสดีครับ

         ต้องยอมรับว่า คนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเห็นช่องทางทำมาหากินจนร่ำรวยไปตามกัน

อย่างตระกูล 'คู' หรือ 'ชินวัตร'  เป็นต้น ซึ่งมีความน่าสนใจมิใช่น้อย ผมจึงค้นข้อมูลเรื่อง 'อั้งยี่จีนง่วนเส็ง ที่จันทบุรี กับ นายเส็ง แซ่คู

ที่เชียงใหม่ ประวัติศาสตร์ที่น่าฉงนของตระกูลชินวัตร' ให้ผู้สนใจติดตามอ่านที่ส่วนท้ายของเว็บเพ็จนี้แล้ว


 "อั้งยี่คณะหนึ่งมีนามสมญาว่า “งี่เฮ็ง” สำนักงานตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ อำเภอพลอยแหวน จังหวัดจันทบุรีแห่งหนึ่ง มีนายง่วนเส็ง

บุตรนายเช้า (ชาติจีน) เป็นหัวหน้าสมาคมอั้งยี่"

นายเส็งขึ้นฝั่งที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และประกอบอาชีพรับจ้างใช้แรงงานทั่วไป จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ เขายังมี

อาชีพเป็น “นายอากรบ่อนเบี้ย” คอยเก็บภาษีบ่อนพนันและภาษีสุราส่งให้ทางการ เขาแต่งงานกับหญิงไทยชื่อ “ทองดี” และมีบุตร

รวมทั้งหมด 9 คน บุตรคนโตมีชื่อว่า “นายเชียง ชินวัตร” เกิดเมื่อ พ.ศ. 2434  ฯลฯ

 

 

ใต้ตอนบนฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ อ่าวไทย-อันดามันคลื่นลมมีกำลังอ่อนลง

ใต้ตอนบนฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ อ่าวไทย-อันดามันคลื่นลมมีกำลังอ่อนลง

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 07.14 น.

7 ม.ค.62 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้จะมีฝนลดลง เว้นแต่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง จะมีฝนปานกลาง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้ สำหรับคลื่นลม บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ปาบึก” (PABUK) ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังอ่อนลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

'ไพศาล'ชี้ช่องสำคัญ ยก4เดดล็อกหนทางสางปมปัญหาสู่การ'เลือกตั้ง'

'ไพศาล'ชี้ช่องสำคัญ ยก4เดดล็อกหนทางสางปมปัญหาสู่การ'เลือกตั้ง'

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 10.52 น.

7 ม.ค.62 นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Paisal Puechmongkol" ระบุว่า เดดล็อก!!!

1 เดดล็อกใหญ่ คือ ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน150 วันนับแต่วันที่กฎหมายเลือกตั้งใช้บังคับ

นั่นคือต้องประกาศผลเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคม62

2 เดดล็อกที่สองต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดการเลือกตั้งก่อน กกต.จึงจะประกาศวันรับสมัครและวันเลือกตั้งได้

และเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลในการ "ขอรับพระราชทาน พระราชฎีกาให้มีการเลือกตั้ง"

ซึ่งต้องมีการหารือเป็นการภายในก่อน จะพูดเองเออเองคนเดียวไม่ได้

เรื่องนี้จึงเป็นปมสำคัญที่สุด!!!

3 เดดล็อกที่สาม วันเลือกตั้งต้องต้องเป็นไปตาม กฎหมาย ที่ให้ กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง ภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้งด้วย

ดังนั้นวันเลือกตั้งจึงต้องไม่เกินวันที่ 9 มีนาคม2562

4 เดดล็อกที่สี่ กกต.ต้องให้พรรคการเมืองมีเวลาเสียง ประมาณ 45 ถึง 60 วัน และต้อง ประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง ก่อนวันรับสมัครอีกร่วม15วันกกต.จึงต้องประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งประมาณวันที่ 9 มกราคม 2562

ซึ่งกกต. ยืนยันว่า จะสามารถประกาศได้ หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว 5 วัน!!

ก็ไล่เลียงนับวันกันเองนะครับ

ผมเตือนไว้ก่อนแล้วนะครับว่า วิบากกรรมในเรื่อง ปลดล็อคกัญชา ให้ประชาชนได้ใช้ เป็นยารักษาโรคเป็นการทั่วไปโดยไม่มีการผูกขาด นั้นมีจริงและจะเกิดขึ้นจริง

"ข้าพเจ้าชูแขนขึ้นป่าวประกาศธรรม

แต่หามีใครเชื่อฟังข้าพเจ้าไม่

ธรรมนำมาซึ่งความสงบสุข

แต่ไฉนเล่าจึงไม่มีผู้ใดปฏิบัติธรรม"

 
รปช.จัดอบรมว่าที่ผู้สมัครส.ส. เปิดโผผู้สมัครสุราษฎร์'ตระกูลเทือกสุบรรณ'ลง3เขต

รปช.จัดอบรมว่าที่ผู้สมัครส.ส. เปิดโผผู้สมัครสุราษฎร์'ตระกูลเทือกสุบรรณ'ลง3เขต

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 11.09 น.

รปช. จัดอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.  เปิดโผผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ ‘ตระกูลเทือกสุบรรณ’ ลง 3 เขต ลูก ‘เจะอามิง’ ลงนราธิวาส  อดีตโฆษกฯ กทม. ลงสู้เขตหนองจอก

7 ม.ค.62 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้จัดการอบรมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)

ทั้งนี้ ความคืบหน้าในการทำไพรมารีผู้สม้คร ส.ส.นั้น ในส่วน จ.สุราษฏร์ธานี ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคมีฐานเสียงมากที่สุดนั้น พรรคได้ส่งผู้สมัครครบทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ เขต 1 นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฏร์ธานี , เขต 2 น.ส.ยอดขวัญ ชุมวระ (วิชัยดิษฐ) ,เขต 3 น.ส.ภัสสร พัฒนสิงห์ ภรรยาของนายอุทัย ยอดมณี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ,เขต 4 นายเชน เทือกสุบรรณ อดีต สส.สุราษฏร์ธานี ,เขต 5 นายปิติ เชาวลิต หรือ สจ.ปิ๊ก และเขต 6 นายภูมิ เทือกสุบรรณ หลานชายของนายสุเทพ

สำหรับจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ อาทิ จังหวัดกระบี่ เขต 1 นายจักรพรรดิ สุคนธกนิษฐ์ บุตรชายของนายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกระบี่ ,จังหวัดสตูล เขต 2 นายอานันทธ์สิทธิบูลย์ หยังสู ,จังหวัดนราธิวาส เขต 4 นายเจ๊ะอีลย๊าส โต๊ะตาหยง บุตรชายของนายเจะอามิง โต๊ะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส เป็นต้น ส่วนกรุงเทพมหานคร เช่น นายกิตติศักดิ์ ทาทิพย์ เขต 16 คลองสามวา นายวสันต์ มีวงษ์ อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร เขต 17 หนองจอก เป็นต้น

 

นายกฯถึงเมืองคอน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจปชช.ประสบภัย'ปาบึก'

นายกฯถึงเมืองคอน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจปชช.ประสบภัย'ปาบึก'

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 09.06 น.

"นายกฯ"ยกคณะ เดินทางให้กำลังใจ พร้อมติดตามการฟื้นฟู-เยียวยาช่วยผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อน"ปาบึก"

7 ม.ค.62 เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย , นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา , นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ , นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ซึ่งเดินทางถึงเมื่อเวลา 08.50 น.

ทั้งนี้ นายกฯ จะใช้เวลาตลอดทั้งวันปฏิบัติภารกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัย รวมทั้งติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปเร่งฟื้นฟูเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุพายุโซนร้อนปาบึก พัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ ซึ่ง จ.นครศรีธรรมราช ถือเป็นจังหวัดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด

โดยจุดแรก นายกฯ จะเดินทางไปวางพวงหรีดเคารพศพ นายปรีชา จันทร์แก้ว อายุ 69 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุพายุโซนร้อน และพบญาติผู้เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 7 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จากนั้นจะเดินทางไปยังสามแยกเนินตาขำ ต.บางพระ เพื่อมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย และตรวจสภาพความเสียหายบริเวณแหลมตะลุมพุก

จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ อ.ปากพนัง เพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยและนักเรียนของโรงเรียน พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัยด้วย และจุดสุดท้าย นายกฯ จะเดินทางไปยัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และจะลงเรือกู้ภัยไปยังพื้นที่หมู่ 4 ต.ท่าไร่ เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองปากนคร ก่อนจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในเวลา 17.30 น.

'แม้ว-ปู'โผล่จีนเยี่ยมบรรพบุรุษ สาวกโชว์ภาพทีมต้อนรับ แขวะใครอาจจะควันออกหู (ชมคลิป)

'แม้ว-ปู'โผล่จีนเยี่ยมบรรพบุรุษ สาวกโชว์ภาพทีมต้อนรับ แขวะใครอาจจะควันออกหู 

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 07.43 น.

7 ม.ค.62 เพจเฟซบุ๊ก "กรุงเทพ กรุงเทพ" ซึ่งมักรายงานความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ภาพและข้อความต่อเนื่องกัน โดยระบุว่า

- "ดูนายกฯ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ให้หายคิดถึง ไปจีนเยี่ยมญาติได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น สื่อแผ่นดินใหญ่ ลงข่าวเกาะติด ทั้งสองท่านไปมณฑลกวางตุ้งเพื่อเยี่ยมญาติ ที่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เพื่อไปเยี่ยมญาติพี่น้องฝั่งพ่อ พร้อมเยี่ยมชมเมือง Meizhou ในวันเสาร์ ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านอย่างอบอุ่น และพาทั้งสองไปเยี่ยมพื้นที่ท้องถิ่น"

"ข่าว"ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" จากสื่อจีน ขึ้นอันดับ รีวิวยอดนิยมอันดับ 2 ในวันนี้ 2.พี่ชายและน้องสาว "ทักษิณ ยิ่งลักษณ์" อดีตนายกรัฐมนตรีกลับไปเยือนบรรพบุรุษ Meizhou Fengshun ในฝูเจี้ยน"

"ทีมต้อนรับ มีคนโกรธลมออกหูรึเปล่าก็ไม่รู้"

"ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" เป็นรุ่นที่สี่ของคนจีนในไทย และบ้านบรรพบุรุษของพวกเขา อยู่ที่หมู่บ้าน 东省梅 , เมือง 州市丰 มณฑลกวางตุ้ง ทักษิณและยิ่งลักษณ์มีชื่อภาษาจีนอีกชื่อหนึ่ง ชื่อ "ทักษิณ" คือ 丘达信 ชื่อ "ยิ่งลักษณ์" คือ 丘英乐

มีรายงานว่าในปี 1860 丘志勤 ปู่อาวุโส ของ "ยิ่งลักษณ์" ย้ายครอบครัวของเขามาที่ประเทศไทย แต่ด้วยปัจจัยหลายประการ เขาต้องกลับไปยังประเทศจีน โดยทิ้งให้ลูกชายคนเล็กของเขา " 丘春盛 " อยู่ในประเทศไทย บุคคลนี้เป็นปู่ทวดของ"ยิ่งลักษณ์"

ตามกฎหมายไทย ชาวต่างชาติสามชั่วอายุคนขึ้นไปในประเทศไทย สามารถขอนามสกุลไทยได้ และปู่ของ "ยิ่งลักษณ์" เปลี่ยนนามสกุลของเขาว่า "ชินวัตร" เพื่อเตือนคนในอนาคตให้ "ซื่อสัตย์และทำสิ่งที่ดี" (老实做好事) #แปลจากสื่อจีน"

- "ออกจากจีนไป ? ตอนนี้นายกฯ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" อยู่ดูไบ นะครับ"

 
 
 
 
 
ชาวแหลมตะลุมพุกเตรียมพร้อม! รอต้อนรับ'นายกฯตู่'เข้มความปลอดภัยเต็มร้อย

ชาวแหลมตะลุมพุกเตรียมพร้อม! รอต้อนรับ'นายกฯตู่'เข้มความปลอดภัยเต็มร้อย

วันจันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562, 10.34 น.

7 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงเรียนราประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บรรยากาศเตรียมความพร้อมรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่จะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดจากพายุปาบึก พัดถล่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทยได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาที่ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บ้านเรือนประชาชนทั้งหมู่บ้าน เครื่องมือทำการประมง ได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนร้านอาหารบริเวณชายหาดแหลมตะลุมพุก ถูกคลื่นสูงกว่า 4 เมตร ซัดจนพังพินาศทั้งหมด  ล่าสุดทางจังหวัด ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งมูลนิธิต่างๆ เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยเบื้องต้นแล้ว

ส่วนการเตรียมพร้อมรับ ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่กำหนดจะเดินทางถึงบริเวณโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก ในเวลา 11.00  น.เป็นไปด้วยความเข็มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อปพร.อส.ตร. เข้าอำนวยความสะดวก ทั้งสถานที่จอดรถ สถานที่ต้อนรับ ได้มีการจัดเตรียมด้วยความเรียบร้อย ส่วนด้านการรักศลษาปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเครื่องตรวจวัตถุระเบิด สแกนพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย ส่วนบริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงเรียน มีการติดสติกเกอร์รูปหัวใจให้กับผู้ประสบภัย รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี  

ขณะที่ภายในโรงเรียน มีสื่อมวลชนขากหลายแขนงเฝ้าติดตามภารกิจของนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตามกำหนดการหลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสนาสบินจังหวัดนครศรีธรรมราช มีกำหนดเดนทางไปรับฟังบรรยายสรุปความเสียหายที่สามแยกเนินตาขำ ต่อจากนั้นเดินทางมาเยี่ยมผู้ประสบภัยที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ หมู่บ้านแหลมตะลุมพุก และจะรับประทานอาหารเที่ยงที่โรงเรียนราประชานุเคราะห์   

 
 
 

อั้งยี่จีนง่วนเส็ง ที่จันทบุรี กับ นายเส็ง แซ่คู ที่เชียงใหม่ ประวัติศาสตร์ที่น่าฉงนของตระกูลชินวัตร

สิ่งอย่างหนึ่งที่เริ่มมั่วจับแพะชนแกะบนโลกของไซเบอร์เกี่ยวกับประวัติของอดีตนายกที่ชั่วที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ที่โยงใยไปถึงจีนง่วนเส็งที่ก่อการกบฎเป็นอั้งยี่ที่จันทบุรี แล้วโยงไปถึงจีนชุนเชียงแช่คูที่อพยพไปเชียงใหม่ที่ต่อมาเป็นพ่อของนายบุญเลิศ แซ่คู  หรือต่อมาเปลี่ยนชื่อนามสุกลเป็น เลิศ ชินวัตร  และคนนี้คือพ่อของทักษิณชินวัตร ซึ่งผมอ่านแล้วอย่างไรก็มั่ว แต่ผมคิดว่ามั่วในฝั่งที่เขียนโดยคนตระกูลชินวัตร แต่ฝั่งที่เขียนโดยหลวงสาครคชเขตน่าจะตรงมากกว่า มาดูกันว่าผมจับสิ่งที่ดูแล้วไม่น่าเป็นจริงในไทม์ไลด์ของประวัติตระกูลอย่าไรบ้าง

สิ่งที่จะอ้างอิงในตอนนี้เกือบจะเหลือเพียงสิ่งเดียวคือหนังสือ “จดหมายเหตุความทรงจำสมัยฝรั่งเศสยึดจันทบุรี ตั้งแต่พ.ศ.2436-2447” เขียนโดย หลวงสาครคชเขต (ประทวน สาคริกานนท์) สำนักพิมพ์ศรีปัญญา ที่เขียนขึ้นมาหลังจากเหตุการณ์หลายปีได้เขียนบันทึกว่า เมื่อฝรั่งเศสเข้าไปยึดที่จังหวัดจันทบุรีระหว่าง พ.ศ.2438-2439 



"อั้งยี่คณะหนึ่งมีนามสมญาว่า “งี่เฮ็ง” สำนักงานตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ อำเภอพลอยแหวน จังหวัดจันทบุรีแห่งหนึ่ง มีนายง่วนเส็ง บุตรนายเช้า (ชาติจีน) เป็นหัวหน้าสมาคมอั้งยี่"
จีนง่วนเส็งได้ทำความเดือดร้อนไปทั่วจนทั้งฝรั่งเศษและไทยต้องร่วมมือกันจับเอามาขังคุกที่กรุงเทพอยู่หลายปีซึ่งข้อความในบันทึกความทรงจำได้เขียนว่า "หัวหน้ากับพรรคพวกถูกรับพระราชอาญาจองจำกักขังไว้หลายๆ ปี ตั้งแต่นั้นมาสมาคมอั้งยี่ก็แตกหมู่แตกคณะ" ซึ่งเหตุการณ์นี้หลวงสาครคชเขตได้บันทึกว่าเกิดระหว่าง พ.ศ.2438-2439 
 


นอกจากนั้นได้มีบันทึกต่อมาได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่จีน ง่วนเส็ง ไปทำร้ายร่างกายผู้พิพากษาบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์ตอนนี้เป็นช่วงที่ฝรั่งเศสมอบเมืองจันทบุรีคืนแก่สยามในพ.ศ.2447 โดยผู้พิพากษาท่านนั้นคือหลวงวิพิธพจนการ ได้ถูกนายง่วนเส็ง หัวหน้าอั้งยี่คณะงี่เฮ็ง ให้พรรคพวกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ ทั้งนี้ปรากฏว่านายง่วนเส็งมีความเจ็บแค้นหลวงวิพิธฯ ตั้งแต่ครั้งเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดตราดก่อนสมัยฝรั่งเศสปกครองได้ตัดสินคดีความจำคุกพวกอั้งยี่คณะของเขา แสดงว่านายง่วนเส็งหลังจากติดคุกในกรุงเทพแล้วก็ย้อนกลับไปจันทบุรีอีกครั้ง 

ผมเกริ่นหลักฐานมาเสียยาวคราวนี้เรามาดูไทม์ไลน์กันบ้างนะครับจะเห็นเหตุการณ์อะไรกระจ่างขึ้น

**** อั้งยี่จีนง่วนเส็งก่อการขึ้นมาในช่วงปี 2438-2439 หลังจากนั้นก็โดนจับติดคุกกรุงเทพเป็นระยะเวลายาวหลายปี

**** อั้งยี่จีนง่วนเส็งหลังจากพ้นโทษก็ย้อนกลับมาทำร้ายผู้พิพากษาหลวงวิพิธพจนการ ในปี พ.ศ.2447 แสดงว่าติดคุกไม่ถึงสิบปี

ถ้าจะให้ผมเดาอายุของอั้งยี่จีนง่วนเส็งตอนที่ตั้งตัวเป็นหัวหน้าอั้งยี่ในช่วงปี 2438-2439 ได้น่าจะอายุไม่ต่ำกว่า 35ปี และตอนออกมาจากคุกแล้วทำร้ายผู้พิพากษาก็อายุปาเข้าไป 45 แล้ว ดังนั้นอั้งยี่จีนง่วนเส็ง น่าจะเกิดอยู่ระหว่างปี 2400-03 อะไรทำนองนี้ ที่ผมเดาอายุในช่วง 35ปีอย่างนี้เพราะกำลังห้าวเต็มที่ ไม่เด็กเกินไปที่จะเป็นผู้นำอั้งยี่  ไม่แก่เกินไปจนนำออกไปปล้นชาวบ้านไม่ไหว จะเผือเหลือเผื่อขาดก็บวกลบไม่เกินห้าปีจากที่ผมเดา



ตอนนี้เรามาเปลี่ยนหนังสือกันบ้างเป็นอีกเล่มคือหนังสือ “เผ่าพงศ์วงศาตระกูลชินวัตร” เขียนโดย ธนวัฒน์ ทรัพย์ไพบูลย์ สำนักพิมพ์ Animate Group ได้เขียนว่า นายเส็ง แซ่คู หรือ “คูชุนเส็ง” เป็นคนจีนแคะ อาศัยอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง เดินทางหนีความลำบากในประเทศจีนมายังประเทศไทยเช่นเดียวกับตระกูลคนจีนอื่นๆ ในไทย โดยคาดว่านายเส็งมาถึงเมืองไทยประมาณ พ.ศ. 2403 



 
 
 นายเส็งย้ายจาก จ.จันทบุรีมาประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่ตลาดน้อย เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2447 อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปที่ จ.เชียงใหม่  และลงหลักปักฐานที่ อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2453

เราเอาประวัติศาสตร์จากหนังสือสองเล่มมาขยำรวมกันดูนะครับว่ามันมีช่องว่างอะไรบ้าง

**** นายเส็ง แซ่คู ตามประวัติที่เขียนโดยข้อมูลของตระกูลชินวัตรเข้าเมืองไทยปี 2403 ตอนนั้น นายเส็ง แซ่คู น่าจะเป็นคนหนุ่มแล้ว อายุที่น่าจะเดาได้คงประมาณสัก 20ปี หรือไม่น่าจะต่ำไปกว่านี้

**** นายเส็ง แซ่คู บุตรรวมทั้งหมด 9 คน บุตรคนโตมีชื่อว่า “นายเชียง ชินวัตร” เกิดเมื่อ พ.ศ. 2434 ถ้าจะเดาตามอายุที่มาจากเมืองจีน  นายเส็ง แซ่คู มีลูกคนแรกตอนอายุประมาณ 53ปี อย่างนั้นหรือทั้งที่มียศฐาบรรดาศักดิ์เป็นถึงนายอากรบ่อนเบี้ย ไม่น่าจะใช่ชีวิตปกติสำหรับปกติของคนเมื่อร้อยปีก่อน

**** หลังจากนั้นนายเส็ง แซ่คู ย้ายจาก จ.จันทบุรีมาประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่ตลาดน้อย เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2447 อยู่พักหนึ่ง ซึ่งเวลานั้นนายเส็ง แซ่คูน่าจะอายุเกิน 65 แล้ว ก่อนจะตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปที่ จ.เชียงใหม่  และลงหลักปักฐานที่ อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2453 

**** นายเชียง แซ่คู หรือ เชียง ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายเส็งแซ่คูติดตามพ่อมาอยู่ อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2453 ตอนนั้นอายุ 19 ปี นายเส็ง แซ่คู อายุปาเข้าไป 72 แล้ว คนอายุขนาดนี้จะหอบลูกหอบเมียมาเริ่มชีวิตใหม่ในสถานที่ไม่เคยรู้จักคงน่าจะเป็นไปได้ยาก 
 



ตอนนี้มีปี พศ.ที่ตรงกันโดยบังเอิญอีกจุดคือ อั้งยี่จีนง่วนเส็งหลังจากพ้นโทษก็ย้อนกลับมาทำร้ายผู้พิพากษาหลวงวิพิธพจนการ ในปี พ.ศ.2447 และ นายเส็ง แซ่คู ย้ายจาก จ.จันทบุรีมาประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่ตลาดน้อย เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2447 มันช่างตรงกันโดยบังเอิญว่าอั้งยี่จีนง่วนเส็งทำร้ายผู้พิพากษาและหนีมาอยู่กรุงเทพเพราะเคยติดคุกออกจากคุกแล้วต้องเคยอยู่กรุงเทพมาบ้าง ทำให้มีข้อสังเกตุว่า นายเส็ง แซ่คู กับ อั้งยี่จีนง่วนเส็ง น่าจะมีโอกาสสูงที่จะเป็นคนเดียวกัน

และนายนายเส็ง แซ่คู จีนฮกเกี้ยนที่อพยบมาเมืองไทยเมื่อปี 2403 มันแก่เกินไปที่จะลงได้สนิทกับไทม์ไลน์ที่มีลูกคนโตเอาในปี พ.ศ. 2434 ในวัยใกล้หกสิบปีทั้งที่มีฐานะหน้าที่การงานการเงินระดับนายอากรบ่อนเบี้ยขนาดนั้น และย้ายเข้ามาค้าขายในกรุงเทพเอาอายุประมาณ 65 นี่ก็ผิดสังเกตุ เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานแน่นหนาร่ำรวยขนาดนั้นแล้วจะย้ายมาค้าขายตอนแก่ในกรุงเทพทำไม และยิ่งอพยบไปเชียงใหม่เอาตอนอายุเจ็ดสิบกว่านี่มันไม่น่าจะใช่ชีวิตคนปกติที่ทำกันเลย   แต่ถ้าเป็นอั้งยี่จีนง่วนเส็ง ที่อายุน้อยกว่าอีกไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีน่าจะเป็นไปได้สูงกว่าว่าจะเป็นคนเดียวกันมากกว่า นายนายเส็ง แซ่คูที่อพยบมาเมืองไทยในปี พศ.2403

นี่เป็นความเห็นของผมหลังจากอ่านหนังสือสองเล่นนี้แล้วช่วงเวลาของเนื้อเรื่องมันค้านความรู้สึกจนอดเอามาเขียนให้อ่านกันไม่ได้

 
 
 
..............................................................
 
7 มกราคม 2562
 
 
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน