*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5072
  • จำนวนผู้ชม : 3223945
  • จำนวนผู้โหวต : 1696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1696 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 8 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 365 , 19:41:11 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link : ‘บิ๊กป้อม’ลั่นไม่มีต่อรอง ทำตามกม //ปธ.กกต.ปัดส่งสัญญาณมท.แจ้งเลื่อนเลือกตั้ง !!

           8 มกราคม 2562

          เห็นว่าเงียบๆอยู่ก็ใจไม่ดี แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงแล้วว่า จะถกกันวันที่ 10 ม.ค.นี้ ถึงการเฉลิมพระ

เกียรติ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร.10 กันแล้ว ซึ่งพอมีพระบรมราชโองการหมายกำหนดการลงมา ก็จะได้ดำเนิน

การได้ทันที

 

 

 

 

"นายกฯ" เผย 10 ม.ค.นี้ ถกจัดงานเฉลิมพระเกียรติ "ร.10"

Breaking news  :  38 นาทีที่ผ่านมา
เตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ,ร10,พิธีบรมราชาภิเษก

"ประยุทธ์ เผย 10 ม.ค.นี้ ถกเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ "ร.10" เนื่องในโอกาสพิธีบรมราชาภิเษก

          วันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในวันที่ 10 ม.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบฯ จะมีการประชุมเพื่อเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีรายละเอียดมากมาย ซึ่งหลังประชุมในวันดังกล่าวคงจะชี้แจงให้ทราบต่อไป.

"บิ๊กตู่" โยน "ป.ป.ช." สอบ "ชัชชาติ" คดีค้างเก่า !!

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประยุทธ์ โยน ปปช,สอบชัชชาติ,คดีค้างเก่า,ป้อง 4 รมต,แนะ ปชช

"ประยุทธ์" โยน "ป.ป.ช." สอบ "ชัชชาติ" คดีค้างเก่า เผย 10 ม.ค.นี้ แถลงการจัด "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก" ป้อง 4 รมต. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด บอกวันนี้สู้ด้วยนโยบาย

          วันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งปิดคดีนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.6 หมื่นล้านบาท หลังจากได้รับความนิยมจนเพื่อไทยเตรียมเสนอเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรค ว่า

          "นิยมอะไร นิยมความขัดแย้งหรือ ทำไมต้องสร้างคะแนนนิยมในเรื่องนี้ เขาเป็นอย่างไรล่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กล่าวกันขึ้นมาผ่านทางโซเชียลมีเดีย มีหลักฐานอะไรหรือเปล่า เรื่องนี้ก็เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ให้เขาไปตรวจสอบมาสิ เฮ้อ มันก็แปลกดีเหมือนกัน ไอ้โน่นทำตรงนี้หน่อยก็มาขยาย หรือคนนี้ทำนิดเดียวก็ขยายกันออกไป เสร็จแล้วสื่อก็มาตั้งคำถามว่า จะมีการต่อต้านกันหรือไม่ มีการกลัวกันหรือเปล่า ก็ถามกันอยู่แค่นี้ วันที่ 10 ม.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีรายละเอียดมากมาย หลังการประชุมก็จะมีการชี้แจงให้ทราบกันต่อไป"

          เมื่อถามถึงความชัดเจนของการทำหน้าที่ของ 4 รัฐมนตรีที่เป็นแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งลักลั่นกันอยู่ในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พูดมากันไม่รู้จะกี่ครั้งแล้ว ก็พูดกันอยู่นั่น เอาตรงนั้นมาจับตรงนี้ ตนมีหน้าที่กำกับดูแลในการทำงานของทุกคน ในบทบาทของนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้ง 4 คน ก็มีบทบาทหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีของครม. ก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนตรงนี้ให้ดีที่สุด ในส่วนที่เขาไปทำงานอื่น นอกเวลาราชการ เขาก็ลาตนทุกครั้ง ทุกวันที่ออกไป ก็ถือเป็นการลาตามสิทธิของเขา ส่วนจะไปทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่อย่าทำให้งานในหน้าที่เสียหายก็แล้วกัน ส่วนเขาไปทำหน้าที่ตรงโน้นแล้วได้ประโยชน์อะไรตนก็ไม่รู้ จะทำให้คนแนนนิยมมันขึ้นหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะวันนี้ทุกคนก็สู้กันด้วยนโยบาย ซึ่งตนก็ขอเตือนประชาชนว่า นโยบายบางนโยบายที่พูดกันออกมามันเป็นไปไม่ได้ และทำไม่ได้ เพราะมีกติกาหลายตัวและกฎหมายที่กำกับอยู่ อีกทั้ง พ.ร.บ.การเงินการคลังก็มีอยู่ บอกว่าจะให้โน่นให้นี่มันไม่ได้ บอกว่าจะแบ่งสัดส่วนระหว่างคนผลิต คนกลาง ปลายทาง มันไม่มีกฎหมายในโลกนี้ที่ไหนทำ ขอร้องอย่าพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เดี๋ยวประชาชนจะหลงเชื่อ สิ่งสำคัญ อยากให้ทุกคนจดบันทึกว่า พรรคไหนหาเสียงไว้ว่าอย่างไร ดูว่าเมื่อได้รับการคัดเลือกแล้วทำได้แค่ไหน ถ้าทำไม่ได้คราวหน้าก็อย่าไปเลือก ก็เท่านั้นเอง วันนี้ยังมีงานหลายอย่างที่เราต้องมาทำ 

"ประยุทธ์" ไม่เจรจา "ทักษิณ" คนหนีคดี!

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประยุทธ์,ไม่เจรจาทักษิณ,ทักษิณคนหนีคดี,ไม่เจรจา,คนอยากเลือกตั้ง

"ประยุทธ์" ถามทำไมต้องเจรจา "ทักษิณ" ชี้หลักการ รัฐบาลจะเจรจากับคนหนีคดีไม่ได้ ท้าคิดว่าไม่ผิด กลับมาสู้คดี แขวะ "คนอยากเลือกตั้ง" ชุมนุม มีกี่คน ที่บอกแน่นขนัด

          วันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงข้อเสนอของนายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเพื่อชาติที่เสนอให้ คสช. ตั้งโต๊ะเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความปรองดองและประกาศจะนำนายทักษิณกลับบ้าน ว่า ตนไม่ได้สนใจ เพราะตนยึดมั่นในหลักการของรัฐบาล ว่าการเจรจากับใครสักคน ทำไมจะต้องเจรจา เราไปสู้รบกับเขาหรือ 

          "เขาไม่ได้สู้รบกับผม ไม่ใช่สงคราม เพราะฉะนั้นหลักการของรัฐบาลก็คือ จะเจรจากับผู้หลบหนีคดีไม่ได้ ถ้าคิดว่าไม่มีความผิดก็กลับมาสู้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกฎหมายที่มีความผิดก็เป็นกฎหมายปกติ ไม่ใช่เป็นคำสั่งมาตรา 44 ของผมเสียเมื่อไหร่ หรือเป็นอะไรของผมสักอย่างเลย เป็นกฎหมายปกติทั้งสิ้น" นายกฯ กล่าว 

          เมื่อถามว่า รัฐบาลและ คสช. จะรับมือกับกลุ่มเคลื่อนไหวอย่างไร หลังมีกระแสต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า ก็ไปปลุกระดมกันเรื่อยๆ มันก็คงจะมี วันนี้ที่บอกว่ามีกระแสต่อต้านมากขึ้น ถามว่า มีมากขึ้นเท่าไหร่ มีกี่คน ที่บอกว่ารวมกันแน่นขนัด มีกี่คน สื่อเขียนกันเข้าไปเถอะ กลัวจะไม่ยุ่งหรืออย่างไรไม่รู้ ขอร้องสื่อโซเชียลอย่าไปเขียนปลุกระดม อย่าไปให้ค่าความสำคัญมากนัก ก็รู้กันอยู่ว่ามันควรหรือไม่ควร ถูกหรือผิดกฎหมาย ทุกคนรู้กันหมด เพียงแต่วันนี้มันถูกครอบงำจากหลายๆ อย่าง. 

เหลิม" วงแตก! เรตติ้งร่วงพึ่ง "พลังเก้าอี้"

 

เฉลิม อยู่บำรุง,เหลิม บางบอน,คนใหญ่ฝั่งธน,รตอเฉลิม,อดิศร เพียงเกษ,พรรคเพื่อไทย,คนเสื้อแดง,หมู่บ้านเสื้อแดง,หาเสียง,สนามเลือกตั้งอีสาน,เลือกตั้ง 2562

อะไรกันนี่ จากที่เคยเดินสายปราศรัย 6 จังหวัดภาคอีสาน แบบคนล้นหลาม วันนี้มาเพียบเหมือนกัน แต่เป็น "มวลชนเก้าอี้" ทำเอาขุนศึกฝั่งธนฯ งงเด้!!

          000 เซียนการเมืองอีสานวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ สนามเลือกตั้งที่ราบสูงนาทีนี้ ไม่ต่างจาก “เทศกาลหาปลาในหนองน้ำ” นักหาปลาช่วงชิงหว่านแหชนิด “แหใครแหมัน” ต่างจากปี 2554 ที่หนองน้ำมีเจ้าของชื่อ “เพื่อไทย” นักหว่านแหค่ายอื่น ทำได้แค่เก็บตกปลาเล็กปลาน้อย

          000 รูปธรรมที่อธิบายความเรื่อง “แหใครแหมัน” สังเกตได้จากเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าเวทีที่มี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” หรือ “...เฉลิม อยู่บำรุง” ขึ้นไฮด์ปาร์ค จะพบว่า “มวลชน” มาเต็มโควตา“เก้าอี้” ที่จัดเตรียมไว้ ไม่มีทะลักล้น

          000 เปรียบเทียบสมัยเลือกตั้ง 2554 บรรยากาศเวทีปราศรัยเพื่อไทย ที่มี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไปโชว์ตัว คล้ายเวทีม็อบเสื้อแดง ไม่มีเก้าอี้ มวลชนแดงพรึ่บ บางจังหวัดมหาชนเรือนหมื่น ปีนต้นไม้ฟัง “น้องสาวทักษิณ” หาเสียง

          000 สำหรับ “แม่ทัพเฉลิม” เดินสายปราศรัย จังหวัดภาคอีสานช่วงปลายปีที่แล้วบรรยากาศไม่ต่างจากสมัยที่ “เหลิม บางบอน” อยู่พรรคความหวังใหม่ ระดับขุนศึกฝั่งธนฯ ปราศรัย ต้องมาแบบล้นหลาม ไม่ใช่มาแบบ “มวลชนเก้าอี้” อย่างนี้ เสียเหลี่ยมขุนศึกฝั่งธนฯ ไม่ใช่น้อย

 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เดินสายอีสาน

มวลชนเก้าอี้กลับมาฮิตในสนามเลือกตั้งอีกหน

          000 ที่น่าสนใจ ตอนแรก “แม่ทัพเหลิม” แถลงใหญ่โตจะมีสองดาวไฮด์ปาร์คร่วมทีมคือ “อดิศร เพียงเกษ” อดีตประธานสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง 24 และ “สุทิน คลังแสง” หัวหน้าคณะรำวงสวรรค์บ้านนา แต่พอเดินสายจริง ก็ทางใครทางมัน

          000 “อดิศร” ได้เป็น ส..สมัยแรก เพราะ “น้าเหลิม” หนุนส่ง แต่มาวันนี้ ลูกชายของ “ทองปักษ์ เพียงเกษ” เป็นดาวฤกษ์ และดาวไฮด์ปาร์คเต็มตัว เพราะตลอด ปีที่ผ่านมา โผล่หน้าทางจอแดงตลอด ขนาดไม่มีทีวีดาวเทียมแล้ว อดิศรก็ยังมี “สถานี ตรงไปตรงมา Facebook Live TV” ไปปราศรัยที่ไหน ก็ไลฟ์กันที่นั่น

          000 ระหว่าง “เหลิม” เดินสายอีสาน “หมอแคนขอนแก่น” โผล่ไปแจมที่บึงกาฬหนเดียว และไม่พลาดที่จะตีรถไปหนองบัวลำภู เพราะ “คุณหญิงหน่อย” บินมาเปิดตัว “สยาม หัตถสงเคราะห์” ลูกชายของ “กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์” เรียกว่าหมอแคน “อดิศร” อยู่เป็น และเลือกจะอยู่กับใคร?

หมอแคน "อดิศร" บินเดี่ยว

          000 หลังสูญเสียน้องสาว “จุรีพร สินธุไพร” แกนนำแดงพัทยาให้พรรคพลังประชารัฐ “นิสิต สินธุไพร” ก็เดินหน้าหาเสียงในเขต ร้อยเอ็ด เปิดตัวลูกสาว “จิราพร สินธุไพร” ลงสนาม ส..เขต นัยว่าทายาทอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน นปชเพิ่งจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ 

จิราพร สินธุไพร ลูกสาวของ นิสิต สินธุไพร ลงเขต 3 ร้อยเอ็ด 

          000 แดงอีสานมีราคาค่างวด แยกย้ายกันไปลงสนามในนามพรรคเพื่อชาติ พรรคอนาคตใหม่ และล่าสุด พรรคประชาชาติก็ใช้บริการ “เสื้อแดงท้องถิ่น” เมื่อไม่กี่วันมานี้ “...ทวี สอดส่อง” เลขาธิการพรรคประชาชาติ ลงไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส..อุดรธานี ทั้ง เขต และในนั้น มี “อฤเดช แพงอะมะ” ประธานคนอีสานปกป้องประชาธิปไตย ก๊วน “หมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย” และ ส.อบจ.อุดรฯ เขต อ.ทุ่งฝน ลงสมัคร ส..เขต อุดรธานี

อฤเดช แพงอะมะ แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ เขต 3 อุดรธานี

          000 นายใหญ่แดนไกล พยายามจะใช้มุกเก่า “เสื้อแดงปูพรมแอร์วอร์” สร้างกระแสนายกฯ สองพี่น้อง แต่เที่ยวนี้ดูไม่ไหลลื่น ฝ่ายความมั่นคงประกบติด “แกนนำแดง” ขยับตัวลำบาก เราจึงเห็น “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” มาป้วนเปี้ยนแถวเมืองจีน

'สีกากี'ไม่เลือกข้าง..ความสงบเลือกตั้ง'บิ๊กปู'คุม(อยู่)!?

 

สีกากี,เลือกตั้ง,พลตอศรีวราห์,ผบตร

คอลัมน์...  สายตรวจเลือกตั้ง โดย... มณเฑียร อินทะเกตุ

          หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) “ปลดล็อก” ให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ นั่นหมายถึงการ “ลั่นระฆัง” ส่งสัญญาณนับถอยหลังเข้าสู่การ “เลือกตั้ง” ที่ประเทศไทยว่างเว้นประชาธิปไตยมานานมากกว่า 4 ปี ซึ่งเดิมทีรัฐบาลมีการวางโรดแม็พวันหย่อนบัตรเป็น 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ถึงกระนั้นช่วงรอยต่อของปีกลับมีกระแสแพร่สะพัดเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป 

          แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าเลื่อนหรือไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง แต่บรรดาผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ “ส.ส.” ของแต่ละพรรคแต่ละเขต ก็เตรียมเดินหน้าหาเสียง งัดนโยบาย ขายกลยุทธ์เพื่อเรียกคะแนนเสียง ทั้งลงพื้นที่จริง หรือแม้แต่เคลื่อนไหวในโลกโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นช่องทางเข้าถึงง่ายทุกเพศวัย หนำซ้ำเป็นช่องทางการสื่อสารที่สังคมยุคปัจจุบันนิยมเสมือนหนึ่งเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิต 

          จะว่าไปแล้วทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ระหว่างการหาเสียงมักมีคดีความเกิดไม่มากก็น้อย ทั้งการป้ายสี สาดโคลน หวังดิสเครดิตซึ่งกันและกัน จ้องจับผิดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่างๆ นานา ลามไปถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ชนิดที่เรียกได้ว่า “เด็ดปีก” หัวคะแนนคู่แข่ง กลายเป็นคดีอาชญากรรมรุนแรง

          หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า “ศึกเลือกตั้ง” ครั้งนี้น่าจะมีความดุเดือด เข้มข้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์เที่ยงธรรม “ตำรวจ” ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับใช้กฎหมาย และปฏิบัติงานใกล้ชิดประชาชนจึงต้องมีแผนรับมือ โดยทันทีที่ “ปลดล็อกเลือกตั้ง” แม่ทัพสีกากีอย่าง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ไม่รีรอ มอบหมายให้ “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่ดูแลงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ เป็นผู้ควบคุมสั่งการดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งทั้ง ส.ว.และ ส.ส. 

          ภายหลังรับมอบคำสั่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้เปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) โดย “บิ๊กปู” นั่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายสอดรับกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนที่จะร่อนหนังสือคำสั่งไปยัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 (ภ.1-9) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด​​ โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 4 ส่วน คือ 1.การลงพื้นที่หาข่าวตรวจสอบข้อมูลที่กระทบการเลือกตั้ง การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 2.อำนวยความสะดวกการรักษาความปลอดภัย 3.การอำนวยการด้านจราจร และ 4.ติดตามก่อน ขณะ หลัง การเลือกตั้ง การหาเสียง การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เตรียมพร้อมศึกษาอำนาจการสอบสวน ว่าเรื่องใดเป็นของ กกต. เรื่องใดเป็นของตำรวจ

          แน่นอนว่าภารกิจของตำรวจเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเน้นย้ำเฝ้าระวังการซื้อสิทธิ์ขายเสียง..! ตามที่ กกต.ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือให้ช่วยเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่เอนข้าง เอียงฝ่าย ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทั้งส่วนตัวและหน้าที่ความรับผิดชอบ ถ้าพบใครกระทำความผิดต้องดำเนินการจับกุมทันที 

          เกี่ยวกับประเด็นนี้ทาง ผบ.ตร.ก็ได้ย้ำหนักแน่นว่า ตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย การไปติดตาม ใกล้ชิด นักการเมือง ผู้สมัคร ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครต่างๆ ต้องดูด้วยว่าไปเพื่ออะไร ไปหาข่าวหรือไปทำอะไร โดยหลักการไปได้ แต่ย้ำว่าการไปต้องวางตัวเป็นกลาง หากทำอะไรสุ่มเสี่ยงก็ต้องพิจารณาลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา !

          ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ในฐานะ ผอ.ศลต.ตร. เคยบอกว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2562 ศลต.ตร.จับตาพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองต่างๆ ที่อาจใช้จังหวะช่วงเทศกาล จัดเลี้ยงต่างๆ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตาม กกต.เป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แต่ตำรวจก็ต้องสืบสวนหาข่าว ยอมรับว่าพบมีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มเคลื่อนไหวในช่วงปีใหม่ ซึ่งกำลังจับตาดูอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมอนิเตอร์มาตลอด อะไรที่เป็นความผิดก็ดำเนินการทางคดีได้เลย อะไรที่ต้องรอการร้องทุกข์จาก กกต. ก็จะมีกระบวนการดำเนินการ ประชาชนก็ไปศึกษากฎหมายดีๆ ว่าอะไรทำได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจก็สร้างการรับรู้ เพิ่มความเข้าใจในการบังคับใช้กฎหมายแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เป็นนัยสำคัญว่าจะมีการชุมนุม เชื่อว่าตอนนี้เข้าโหมดหาเสียงแล้ว ทุกคนจะเลือกใช้พื้นที่หาเสียงอย่างถูกต้อง ในส่วนสันติบาลก็ลงพื้นที่หาข่าวความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยไม่ไปจำกัดสิทธิของนักการเมืองและประชาชน และทราบว่านักการเมืองมีการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียรณรงค์หาเสียงมากขึ้น

          จากนี้ต้องรอชมว่าทีมงาน “บิ๊กปู” ที่คอยมอนิเตอร์นักการเมืองในห้วงเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ผ่านมาจะมีใครเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ การเลือกตั้งที่คาดว่าดุเดือดตำรวจจะเอาอยู่ขนาดไหน..!?

"นายกฯ"เตือนรถหลวงใช้ส่วนตัวโทษไล่ออก

Breaking news  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

รถหลวง,ไล่ออก,นายกฯ

"ประยุทธ์"เตือนทุกส่วนราชการ เอารถหลวงใช้ส่วนตัว โทษสถานหนักไล่ออก                   

                 8 มกราคม 2562  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสังเกตของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้เสมือนเป็นรถประจำตำแหน่ง ว่า มติครม.เห็นชอบดำเนินการตามนั้น และถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงในการเอารถราชการที่ตัวเองไม่มีสิทธิใช้ ไปใช้ส่วนตัว จะต้องถูกลงโทษสถานหนักคือไล่ออก ปลดออก ซึ่งตนได้กำชับไปแล้วและขอเตือนทุกส่วนราชการ

 

"กิตติรัตน์"ซัดคสช.สร้างงบผูกพันสูงกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์

การเมือง  :  19 นาทีที่ผ่านมา
กิตติรัตน์,เพื่อไทย,งบประมาณ,คสช

"หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย"ชู  3 หลักการแก้ปัญหา เทียบบริหารจัดการงบประมาณรัฐบาลคสช.สร้างงบผูกพัน ก.กลาโหม ทะลุแสนล้านสูงกว่ารัฐบาลปชต.ยิ่งลักษณ์

                8 มกราคม 2562  ที่พรรคเพื่อไทย  ได้จัดเสวนาเพื่อแสดงวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ทีมเศรษฐกิจของพรรค ซึ่งอดีตดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.คลัง เป็นผู้บรรยาย  

                โดยมี "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรค , "นายภูมิธรรม เวชยชัย" เลขาธิการพรรคฯ และนายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายของพรรค และสมาชิกพรรค ร่วมรับฟังข้อมูลและแนวทางการแก้ไขปัญหา

                "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กล่าวเปิดการเสวนาว่า วันนี้เราก็จะมาพูดคุยกันในรายละเอียดจากที่เราเคยแถลงไปแล้วในหลักของการทำงาน และหลักคิดของเราว่าเรามีหลักคิดแตกต่างจากที่รัฐบาลในปัจจุบันทำ อย่างไร และเรามองปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร โดยเรายังคิดว่ามีงานหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคซึ่งรอการแก้ไข โดยวันนี้เราจะมีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คือ นายกิตติรัตน์ มาอธิบายให้ฟัง

                "นายกิตติรัตน์" กล่าวว่า แนวคิดของพรรคเพื่อไทย เราจะไม่ปล่อยให้ปัญหาความล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง  ยืดเยื้อไป แต่เราจะช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยทั้งเรื่องการส่งออก ท่องเที่ยว เรื่องการลงทุนภาคเอกชน รายได้เกษตรกร รายได้แรงงาน และการใช้จ่ายงบประมาณ ส่วนสู่ความถดถอย ซึ่งตนขอเปรียบเทียบลักษณะเศรษฐกิจเสมือนเครื่องบินที่จะมีเครื่องยนต์ 4 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องยนต์ที่ 1 เรื่องการส่งออก-การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ที่ 2 อย่างมารวมกันเพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถดูดเงินตราต่างประเทศเข้ามาได้ , เครื่องยนต์ที่ 2 การลงทุนภาคเอกชน

                โดยที่นักลงทุนเขาไม่มั่นใจในประเทศเราก็จากการที่มีนักลงทุนบางรายถูกปฏิบัติโดยใช้กฎหมายพิเศษจัดการกับเขา ทำให้กังวลว่ารายอื่นจะโดนหรือไม่ ทำให้การลงทุนจึงชะลอลงไป ซึ่งตัวเลขการลงทุนส่วนนี้จะต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงที่เป็นภาวะปกติ , เครื่องยนต์ที่ 3 เรื่องการบริโภคในประเทศ คือกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งหลาย หากประชาชนทั่วไปมีรายได้ที่ดีก็จะกลายเป็นกำลังซื้อจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้าก็ขายของได้ , เครื่องยนต์ที่ 4 การบริหารงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันการบริหารงบประมาณอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท การจะดูงบประมาณให้มีกำลังที่ดีถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นหากแต่ละส่วนทำงานได้ดีการที่จะนำพาเครื่องบินทะยานไปสู่เป้าหมายอย่างไม่ยากเย็นแม้จะมีภาวะอากาศเป็นอุปสรรคแค่ไหนก็ตาม นี่คือสิ่งที่เราเชื่อว่าหากบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ดี ต้องบริหารจัดทั้ง 4 เรื่อง             

                "นายกิตติรัตน์" ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงบประมาณช่วงปี 2557 ซึ่งเป็นงบประมาณปีสุดท้ายช่วงที่รัฐบาลซึ่งมาจากประชาธิปไตยภายใต้การนำของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารจัดการ และ ปี 2561 ที่ผ่านมาว่า รายรับในปี 2557 เมื่อเทียบกับปี 2561 แม้จะพบว่าปี 2561 รายรับรัฐบาลนี้จะเพิ่มขึ้นมา 2 แสนล้านบาท แต่ก็เพิ่มขึ้นจากรายการภาษีน้ำมันถึง 130,000 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงยอดนิยมอย่างกระทรวงกลาโหม ก็มีงบผูกพัน โดยในอดีตเมื่อปี 2557 ผ่านงบแล้วมีอยู่ที่ 76,000 ล้านบาท แต่ในปี 2561 และ 2562 ยอดงบผูกพันทะลุ 1 แสนล้านบาท

               นอกจากนี้ในงบประมาณปี 2562 ความผูกพันก็ไม่ได้ผูกพันแค่ 4 ปีแต่ดูจากข้อมูลคือ 4 ปีขึ้นไปซึ่งยาวนานกว่ากำหนด และถ้าดูจากมติ ครม. บางครั้งที่มีการใช้จ่ายงบประมาณ เช่น เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.61 บอกว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน กรอบวงเงิน 3,375 ล้านบาท โดยให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ปลูกจริงไร่ละ 1,500/ครัวเรือน ที่ให้ใช้จากเงินทุน ธกส. สำรองจ่ายก่อน แล้วให้ ธกส. จัดทำรายละเอียดเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป แปลว่าเงินที่เอามาช่วยไม่ใช่งบประมาณที่มาช่วย

               " นายกิตติรัตน์" กล่าวย้ำตอนท้ายว่า หลักคิดที่พรรคเพื่อไทยจะนำมาแก้ปัญหา คือหลักคิด 3 ข้อ 1.การบริหารจัดการที่ดี ด้วยโครงสร้างที่มีบูรณาการของระดับนโยบายและระดับบริการต่างๆ เช่น ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้กำกับของนายกฯ หรือรองนายกฯ ดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง , กระทรวงอุตสาหกรรม , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงพลังงาน , กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อย่างใกล้ชิด ก็จะมีการดำเนินการสนับสนุนซึ่งกันและกันแบบครบวงจร

                 2.กฎและระเบียบต่างๆ ที่เรามี ซึ่งที่ผ่านมา สนช.ภูมิใจว่าช่วงปีของท่านได้ผ่านกฎหมายต่างๆ มากมายหลายฉบับ แต่จริงๆ ก็น่าเสียดายว่าบางฉบับไม่น่าผ่านออกมาเพราะผ่านออกมาแล้วก็ใช้ปฏิบัติไม่ได้ เช่นเรื่องแรงงานต่างด้าว ที่ภายหลังต้องใช้ ม.44 มาระงับยับยั้งการใช้ หรือเช่นการนั่งท้ายรถกระบะ ดังนั้นถ้ากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศจะเป็นอุปสรรคการดำเนินธุรกิจในประเทศ ดังนั้นการแก้ไขก็จ้เป็นทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้

                3.ที่สำคัญมาก คือ รัฐบาลไทยต้องตระหนักในหน้าที่ว่า เรายังมีกลไกตลาดที่ไม่สมบูรณ์ การจะปล่อยให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไปตามกลไกตลาดจะเป็นเรื่องที่ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ การที่ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำลงมา อาจไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล แต่ที่สำคัญเมื่อราคาลดลงมาแล้วรัฐบาลไม่แก้ไข ดังนั้นต้องตระหนักรู้ว่าหน้าที่แก้ไขเป็นของรัฐบาล ซึ่งการบริหารภาพใหญ่ในเรื่องการดูแลพืชผลทางการเกษตร การดูแลรายได้ ค่าแรง ค่าจ้างแรงงาน ล้วนเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องเข้าไปกำกับส่วนที่เป็นกลไกตลาดที่ไม่สมบูรณ์นั้น

               "หากละเลยแนวคิด 3 เรื่องนี้ไป การจะทำให้เศรษฐกิจดีได้ดั่งหวัง ก็จะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเพราะหน่วยงานไม่สอดประสานกัน เพราะกฎระเบียบต่างๆ ขัดขวางการลงทุนธุรกิจภาคเอกชนซึ่งพร้อมจะทำโดยสุจริต และเพราะกลไกตลาดไม่ทำงานทำให้เกิดผู้ได้ประโยชน์และผู้ที่เสียประโยชน์อย่างรุนแรง ไม่มีการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข" นายกิตติรัตน์ กล่าว  

กคช.ร่วมบูรณาการเดินหน้าโครงการบ้านล้านหลัง

เศรษฐกิจ ข่าวเศรษฐกิจ  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
    ดร.ธัชพล กาญจนกูล
บ้ารนล้านหลัง

กคช.ร่วมบูรณาการเดินหน้าโครงการบ้านล้านหลัง

              การเคหะแห่งชาติร่วมสนองนโยบายรัฐที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัยด้วยการนำโครงการ      ที่อยู่อาศัยเข้าร่วมโครงการ “บ้านล้านหลัง” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อร่วมผลักดันให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึง ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจแห่จองโครงการกันอย่างล้นหลาม 

              ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงาน หรือ    ผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยได้นำโครงการของการเคหะแห่งชาติกว่า 141 โครงการ 10,070 หน่วย ราคาเริ่มต้นเพียง 374,000 บาท มาเข้าร่วมโครงการ “บ้านล้านหลัง” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนโครงการ โดยการเคหะแห่งชาติถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ได้ให้ความร่วมมือในการบูรณาการร่วมกันในครั้งนี้

               นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ได้นำมาร่วมกับโครงการ “บ้านล้านหลัง” อาทิ ทรัพย์ขายทอดตลาด - เจ้าหนี้อื่นๆ ของกรมบังคับคดี ทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทรัพย์รอการขายของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทจำกัด (SAM) และโครงการที่อยู่อาศัยของผู้ประกอบการภาคเอกชน เป็นต้น รวมถึงทรัพย์รอการขายและทรัพย์ขายทอดตลาดของ ธอส.

                ซึ่งโครงการ “บ้านล้านหลัง” ถือเป็นการบูรณาการร่วมกันครั้งใหญ่ของสถาบันการเงินและหน่วยงานด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ร่วมมือกันตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม สร้างความเสมอภาคในสังคม รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน โดยจากการเปิดให้จองสิทธิที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดีเกินคาด ซึ่งถือว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ     เกินเป้าหมายที่รัฐบาลได้ตั้งไว้

             โดยทาง ธอส. พร้อมที่จะขยายเฟส 2 และเฟส 3 รวมถึงจะขยายวงเงินสินเชื่อให้กับ       คนที่มาจองไม่ทันเฟสแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาสินเชื่อกลุ่มแรกเสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน หลังจากนั้นจะประเมินว่ามีผู้กู้ผ่านกี่ราย และต้องการวงเงินเพิ่มอีกเท่าใดหากวงเงินขอกู้เกินกว่าที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ 

 

"นายกฯ" เผยยังไม่เคยบอกเลื่อน-ไม่เลื่อน "เลือกตั้ง"

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประยุทธ์,เลื่อน-ไม่เลื่อน เลือกตั้ง,โวต่างชาติเข้าใจ,พิธีบรมราชาภิเษก,บิ๊กตู่

"ประยุทธ์" เผยยังไม่เคยบอก เลื่อน-ไม่เลื่อน "เลือกตั้ง" โวต่างชาติเข้าใจ ถามเสมอมาร่วม "พระราชพิธีฯ" ได้หรือไม่ ถามเป็นอะไรนักหนา เอานานาชาติมากดดัน

          วันที่ 8 ม.ค. 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ด้วยท่าทีหงุดหงิด ตั้งแต่เริ่มต้นว่า "วันนี้เราจะเอาเรื่องอะไรที่ขัดแย้งกันดี หรือจะเอาเรื่องที่สร้างสรรค์ งั้นตอบคำถามที่ถามมาก็แล้วกัน"

          จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งกับนานาประเทศอย่างไร หลังมีกระแสข่าวการเลื่อนเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ. 2562 ออกไปว่า "เรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้ง ผมยังไม่เคยบอกว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่เท่าที่ผ่านมานั้น คิดว่าต่างชาติเขาเข้าใจเราอยู่แล้ว ซึ่งการไปต่างประเทศที่ผ่านมา ก็มีการถามผมเสมอว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนี้เป็นพิธีสำคัญของประเทศไทย อยากจะทราบว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร และหากมีความประสงค์จะมาร่วมในพระราชพิธีดังกล่าวได้หรือไม่ มีการถามผมเกือบทุกประเทศ แล้วมันเป็นอะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าใจ ในประเทศยังไม่พอหรือจะเอาต่างประเทศมากดดันกันอีก ผมอยากถามว่าที่นี่คือประเทศอะไร ประเทศไทยใช่หรือไม่ คนไทยใช่ไหม เพราะฉะนั้นเราควรจะสำนึกกันบ้างในเรื่องเหล่านี้ และผมไม่ได้มีความขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อยากให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดโดยเร็วและมีเสถียรภาพ รัฐบาลมีเสถียรภาพ อย่าไปพูดถึงว่าจะขยายอำนาจกันต่อ ผมไม่เห็นว่า ผมจะมีอำนาจอะไรตรงไหนเลย ผลประโยชน์อะไรผมก็ไม่ได้ เรื่องนี้ผมพูดได้เต็มปากของผม" 

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง โปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่มีราชกิจจานุเบกษาลงมา เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น. 

 ...............................................

8 มกราคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน