*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5076
  • จำนวนผู้ชม : 3225282
  • จำนวนผู้โหวต : 1696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1696 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 9 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 515 , 11:01:38 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                     9 มกราคม 2562

          "เย้ยหมายจับ!เพจดังปักพิกัดที่ทำงาน'ยิ่งลักษณ์'เลิกเร่ร่อนนั่งคุมท่าเรือซัวเถา" คือ พาดหัวข่าวเกี่ยวกับ

ความยิ่งใหญ่ของทักษิณ ชินวัตรกับน้องสาว เราคนไทยอ่านแล้วก็ได้แต่ช้ำใจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

ไทย - จีนที่ปราศจากความเสมอภาคต่อกัน เพราะจีนย่อมรู้สถานะของทั้งสองว่าเป็นคนหนีคดีอาญาของไทย

แต่จีนก็เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองมากกว่า

         ประเด็นนี้ทำให้นึกย้อนไปถึงคราวที่จีนขอตัวชาวอุยกูร์ที่หนีมาจากเขตปกครองตนเองของจีน ซึ่งเมื่อจีน

ขอตัวมาทางเราก็จัดส่งให้ทันที ไม่คำนึงว่าคนอุยกูร์จะต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างไร จึงน่าข้องใจกับท่าทีของ

จีนยิ่งนัก

 

 

ขอบคุณทุกฝ่าย! นายกฯยินดีอียูปลดใบเหลือง ย้ำ'ประมงไทย'จะดีขึ้น

ขอบคุณทุกฝ่าย! นายกฯยินดีอียูปลดใบเหลือง ย้ำ'ประมงไทย'จะดีขึ้น

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 07.23 น.

9 ม.ค.62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองการทำประมงไอยูยู หรือการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ของไทย ซึ่งถือเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ นับว่าเป็นข่าวดีอย่างมาก

"นายกฯ ขอบคุณอียูที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยู นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือน เม.ย.58 ที่สำคัญต้องยกความดีให้ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ทั้งชาวประมง ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันเสียสละ อดทน และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและปฏิบัติตามหลักสากล" นายพุทธิพงษ์ กล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ เน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการประมงและชาวประมงพื้นบ้านคงเห็นถึงประโยชน์ที่ทุกคนได้ลงแรงกันมา และนับจากนี้สถานการณ์ประมงของไทยจะดีขึ้น ค้าขายได้มากขึ้น เพราะนานาประเทศมีความเชื่อมั่น ส่วนรัฐบาลยืนยันว่าจะยกระดับมาตรฐานการประมงไทยทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือไอยูยูฟรี อย่างสมบูรณ์ต่อไป

เย้ยหมายจับ!เพจดังปักพิกัดที่ทำงาน'ยิ่งลักษณ์'เลิกเร่ร่อนนั่งคุมท่าเรือซัวเถา

เย้ยหมายจับ!เพจดังปักพิกัดที่ทำงาน'ยิ่งลักษณ์'เลิกเร่ร่อนนั่งคุมท่าเรือซัวเถา

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 07.35 น.

ความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุคคลหลบหนีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำคุก 5 ปี จากคดีปล่อยทุจริตจำนำข้าว หลังเพจเฟซบุ๊กดัง "กรุงเทพ กรุงเทพ" ได้โพสต์รูปและข้อความ ระบุว่า "อดีตนายกรัฐมนตรี yingluck ของไทย ได้รับตำแหน่งเป็นประธานของสถานีขนส่งตู้คอนเทนเนอร์นานาชาติ ซัวเถา"

9 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจดังกล่าวได้โพสต์ตึกที่ทำงานและแผนที่ประกอบ พร้อมระบุว่า "ที่ทำงานท่านประธาน ยิ่งลักษณ์ "SICT"(Shantou International Container Terminals) พื้นของท่าเรือมี 425,000 ตารางเมตร ความยาวคือ 460 เมตร ซึ่งสามารถตอบสนองการปฏิบัติการ ของเรือคอนเทนเนอร์สองลำขนาด 25,000 ตัน

มีลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ มีพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร ให้บริการจัดเก็บกล่องสินค้าอันตราย และตู้เย็นมาตรฐาน 300 ตู้  คลังสินค้ารับส่งแบบใหม่ ตั้งอยู่ในอาคารครอบคลุมพื้นที่ 4,200 ตารางเมตร

มีการติดตั้งปั้นจั่นคอนเทนเนอร์ขั้นสูงสามตัวที่ด้านหน้าของอาคาร ซึ่งมีความสามารถในการยก 41 ตัน และ 25 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อชั่วโมง

ที่ลานแห่งนี้ติดตั้งเครนสำหรับตั้งสิ่งของ 41 ตันสำหรับการโหลดและขนถ่าย

นอกจากนี้เทอร์มินัลยังมีอุปกรณ์เสริมหลายอย่างเช่น รถเครนขนาด 50 ตัน รถเครนติดตั้งคอนเทนเนอร์ขนาด 40 ตัน ด้านหน้าตู้คอนเทนเนอร์เปล่า 8 ตัน รถยกคอนเทนเนอร์ขนาด 3 ตัน รถยก 3 ตันแบบเตี้ย"

ก่อนหน้านั้น เพจดังกล่าว ระบุว่า เมื่อรับตำแหน่งประธาน สิ่งที่ CEO ยิ่งลักษณ์ ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาคือ มีการถอนตัวของท่าเรือจูไห่ที่มีรายได้เกือบ 2 พันล้าน การถ่ายโอนส่วนหนึ่งของ Huizhou International Terminal ไปยัง Terminal Yantian Phase III

การประเมินบทบาทของบริษัท SICT แม้ว่าจะมีผลกำไรชายฝั่ง 460 เมตร และท่าเทียบเรือ 30,000 ตัน แต่ไม่สามารถแข่งขันกับพื้นที่ท่าเรือ Guang'ao ต้องการคนเก่งเข้าไปแก้ไข!

 
 
 
ราชกิจจาฯเผยแพร่คำพิพากษา'สมชาย-ชวลิต-พัชรวาท-สุชาติ'รอดคดีทุบพธม.

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำพิพากษา'สมชาย-ชวลิต-พัชรวาท-สุชาติ'รอดคดีทุบพธม.

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 09.58 น.

9 ม.ค.62 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีหมายเลขดําที่ อม. อธ. ๒/๒๕๖๐ คดีหมายเลขแดงที่ อม. อธ. ๒/๒๕๖๑ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โจทก ฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ , พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ , พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว จำเลย จากกรณีการสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อปี 2551 คลิกอ่านรายละเอียดทั้งหมดที่นี่

'จุฤทธิ์'ชูนโยบายปชป.คิดบนพื้นฐาน'แก้จน-ลดเหลื่อมล้ำ-ไม่ขัดกฎหมาย'

'จุฤทธิ์'ชูนโยบายปชป.คิดบนพื้นฐาน'แก้จน-ลดเหลื่อมล้ำ-ไม่ขัดกฎหมาย'

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 10.48 น.

"จุฤทธิ์"ชูนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ คิดบนพื้นฐาน"แก้ปัญหาความจน-ลดความเหลื่อมล้ำ-ไม่ขัดต่อกฎหมาย"

9 ม.ค.62 นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ กรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงนโยบายของหลายพรรคที่กำลังเปิดตัวในขณะนี้ ว่า วันนี้เรามีพระราชบัญญัติประกอบพรรคการเมือง ที่กำหนดเงื่อนไข 3 ประการ ในการทำนโยบายของพรรคการเมืองทุกพรรค คือ 1.วงเงินที่มาของเงินที่จะใช้ 2.ความคุ้มค่า 3.ผลกระทบและความเสี่ยง ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อวินัยการเงินการคลังที่ดี และป้องกันนโยบายประชานิยมที่นำไปสู่การคอร์รัปชัน และนำพาประเทศไปสู่ความสูญเสียแบบในอดีต

วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาดูนโยบายของทุกพรรคการเมือง ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว เช่น การที่พรรคการเมืองบางพรรคคิดจะออกนโยบายนำที่ดิน ส.ป.ก.มาออกเป็นโฉนด ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า ที่สุดนโยบายดังกล่าวจะทำให้ที่ดิน ส.ป.ก.ไปตกอยู่ในมือของนายทุน ผู้มีทุนซึ่งจะมากว้านซื้อที่ ส.ป.ก.ภายหลังจากออกเป็นโฉนดแล้ว และเกษตรกรก็จะไม่มีที่ทำกินเหมือนเดิม และจะต้องไปเช่าที่นายทุนเพื่อทำเกษตรกรต่อ หรือต้องไปบุกรุกป่าเพื่อหาที่ทำกินใหม่ แล้วป่าก็จะหมดประเทศ ดังนั้น การนำที่ ส.ป.ก.ไปออกโฉนดจึงน่าที่จะมีผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกนโยบายที่เราคิด อยู่บนพื้นฐานของการแก้ปัญหาความจน ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ขัดต่อกรอบของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเกิดปั๊บรับสิทธิ์แสน โฉนดสีฟ้า ประกันรายได้คนไทย เรียนฟรีถึง ปวส.หรือปะฉะดะ ยาเสพติด ทุกนโยบายล้วนไม่ทำลายวินัยการเงินการคลังในอนาคต และเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้คนไทยอยู่ดีกินดีกว่าทุกวันนี้

ยึดทรัพย์1,600ล้าน! 'บิ๊กโจ๊ก'แถลงจับนายทุนเงินกู้4จว.อีสาน ย้ำทำตามกม.-ปัดกลั่นแกล้งใคร

ยึดทรัพย์1,600ล้าน! 'บิ๊กโจ๊ก'แถลงจับนายทุนเงินกู้4จว.อีสาน ย้ำทำตามกม.-ปัดกลั่นแกล้งใคร

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 07.54 น.

"บิ๊กโจ๊ก"ลงพื้นที่บุรีรัมย์แถลงจับนายทุนเงินรายสำคัญในพื้นที่4จังหวัดภาคอีสาน รวบผู้ต้องหาตามหมายจับ7ราย ยึดและอายัดทรัพย์สินทั้ง"อาคารพาณิชย์-ตึกแถว-ที่ดิน-โฉนดที่ดิน-เงินสด"รวมกว่า1,600ล้านบาท ยันการจับกุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องการเมืองหรือกลั่นแกล้งใคร ทำตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม

9 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น.วานนี้ (8 ม.ค.) ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) , พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 , พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา , พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ , พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ , นายกฤษฎา แก้วสองเมือง รองผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยทหารในพื้นที่ แถลงข่าวการดำเนินการภายใต้ยุทธการ "ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่" ครั้งที่ 24 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา , บุรีรัมย์ , สุรินทร์ และ จ.ขอนแก่น

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 7 ราย ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด" ประกอบด้วย นางสุภาภรณ์ นพวิชัย , น.ส.พรรณวิภา นพวิชัย , นายวิวัฒน์ เกตตะโกมล , นางเมธี กัลป์เจริญศรี , น.ส.ศิริอร รัตนมงคลกุล , นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และ น.ส.ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธุ์

ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหา มูลค่า 130 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ และตึกแถว จำนวน 9 คูหา , บ้านพร้อมที่ดินจำนวน 3 หลัง , เงินสด 900,000 บาท , ที่ดินเนื้อที่ 300 ไร่ , รีสอร์ท 27 หลัง , รถยนต์กระบะ 3 คัน และตรวจยึดโฉนดที่ดิน 774 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,506 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,634.5 ล้านบาท

โดยในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าทำการตรวจค้นในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ 4 จุด , อ.นางรอง 6 จุด , อ.โนนดินแดง 2 จุด และ อ.กระสัง 1 จุด ผลการตรวจค้นสามารถยึด/อายัดทรัพย์สินมูลค่า 40 ล้านบาท ยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 271 ฉบับ จำนวนเนื้อที่ 580 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 542 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด"

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยราชการที่เกี่ยว ข้องร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

"ยืนยันว่า การดำเนินการจับกุมกลุ่มนายทุนในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่มีการแถลงข่าวได้มีประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือมามอบดอกไม้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลืออีกด้วย

 
 
 
 
 
 
 
ก.เกษตรฯผุดยุทธศาสตร์ เกลือทะเลไทย เล็งดันราคาสูงกว่าต้นทุน

ก.เกษตรฯผุดยุทธศาสตร์ เกลือทะเลไทย เล็งดันราคาสูงกว่าต้นทุน

วันอังคาร ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562, 13.38 น.

ก.เกษตรฯ ผุดยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย เปิด3จุดประมูล ระหว่างเดือนม.ค.-มิ.ย. ขับเคลื่อนสหกรณ์เกลือทะเลไทยจับมือสหกรณ์จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ดันราคาสูงกว่าต้นทุน 

8 ม.ค. 62 นายอานัติ วิเศษรจนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการเกลือทะเลทั้งระบบ ว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 เห็นชอบให้การทำนาเกลือในส่วนที่เป็นเกลือสมุทรเป็น “เกษตรกรรม” และผู้ทำนาเกลือเป็น “เกษตรกร” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย ปี 2560 – 2564 เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าเกษตร อันจะเป็นการช่วยเหลือคุ้มครองอาชีพเกลือทะเลให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยกำหนดแนวทางการดำเนินงานในลักษณะเกษตรแปลงใหญ่ โดยใช้ระบบสหกรณ์ และดำเนินการตามนโยบายตลาดนำการผลิต เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ ส่งผลให้อาชีพนี้คงอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไป 

“ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเกลือทะเลของ 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ให้เกิดความเข้มแข็งของเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล” นายอานัติ กล่าว 

นายอานัติ กล่าวว่า สำหรับชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาราคาเกลือที่ตกต่ำ กำหนดทิศทางและนโยบายเกี่ยวกับเกลือทะเล โดยเฉพาะราคาเกลือให้มีเสถียรภาพมากขึ้น จนขายได้ราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต โดยให้ชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด เป็นจุดศูนย์กลางในการรวมกันซื้อรวมกันขาย เจรจาต่อรองในการกำหนดทิศทางของราคาเกลือทะเล เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาเกลือทะเลให้เกิดความมั่นคงไม่ผันผวน อีกทั้งยังมีเป้าหมายในการอนุรักษ์พื้นที่ทำนาเกลือทะเลของประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทำให้สมาชิกสหกรณ์ชาวนาเกลือมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยระบบสหกรณ์ 

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย จำกัด ได้กำหนดวิธีจำหน่ายเกลือทะเลโดยวิธีแบบประมูล ระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน 2562 

“เพื่อให้เกิดการยกระดับราคาเกลือทะเล โดยมีการกำหนดจุดจำหน่าย 3 จุด คือ จุดที่ 1 จังหวัดสมุทรสาคร เปิดประมูลทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด ต.โคกขาม อ.เมือง จุดที่ 2 จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดประมูลทุกวันพุธ เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสมุทรสงคราม และจุดที่ 3 จังหวัดเพชรบุรี เปิดประมูลทุกวันศุกร์ เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด โดยในปี 2562 มีปริมาณเกลือแต่ละประเภท ได้แก่ เกลือขาว มีจำนวน 8,184 ตัน เกลือกลาง มีจำนวน 149,540 ตัน และเกลือดำ มีจำนวน 3,020 ตัน และมีแผนการส่งมอบเกลือของสหกรณ์สมาชิก ในปี 2562 รวมทั้งสิ้น 228 ราย จำนวน 160,744 ตัน” ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว 

นายอานัติ กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการบริหารจัดการเกลือทะเลทั้งระบบ ซึ่งจะทำให้เกลือที่ผลิตมีคุณภาพมากขึ้น เกษตรกรทำนาเกลือได้ราคาสูงกว่าต้นทุน เกษตรกรทำนาเกลือได้รับการจัดการหนี้สินเดิม สมาชิกสหกรณ์อนุรักษ์พื้นที่ทำนาเกลือไว้ให้ลูกหลานได้ อีกทั้งรัฐยังสามารถช่วยเหลือเกษตรกรทำนาเกลือโดยใช้ระบบสหกรณ์ได้ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการ ได้แก่ (ร่าง) มาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล และ (ร่าง) มาตรฐานสินค้าเกษตรเกลือทะเลธรรมชาติ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนให้เกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อเข้าสู่ระบบ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะบูรณาการการทำงานตามแนวทางประชารัฐต่อไป

คิมจองอึนเยือนจีน  หลังขู่เปลี่ยนท่าทีเจรจานิวเคลียร์

คิมจองอึนเยือนจีน หลังขู่เปลี่ยนท่าทีเจรจานิวเคลียร์

วันพุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปักกิ่ง (เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) - ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางเยือนจีน หลังจากที่เขาเพิ่งออกมาขู่อาจเปลี่ยนแปลงท่าทีการเจรจาปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือกับสหรัฐ และจะประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นครั้งที่ 4 ทำให้คาดว่า การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

สื่อของรัฐบาลจีนและรัฐบาลเกาหลีเหนือ ยืนยันว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมนางรี โซล จู ภริยา ได้เดินทางถึงจีนแล้วในวันอังคารด้วยรถไฟหุ้มเกราะของผู้นำเกาหลีเหนือ เพื่อเริ่มการเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคมนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ผู้นำจีน โอกาสนี้ นายคิมและประธานาธิบดีสีจะประชุมสุดยอดกันเป็นครั้งที่ 4 ด้วย โดยเมื่อปีที่แล้ว ผู้นำทั้งสองเคยประชุมสุดยอดกันมาแล้ว 3 ครั้ง ในระหว่างที่คิมเดินทางเยือนจีน 3 ครั้ง ส่วนการเยือนจีนครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของปีนี้ ขณะที่วันที่ 8 มกราคม ยังเป็นวันเกิดครบอายุ 35 ปี ของผู้นำเกาหลีเหนืออีกด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่เคยยืนยันเรื่องวันเกิดของคิมอย่างชัดเจน

การเดินทางเยือนจีนของผู้นำเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในขณะที่มีรายงานข่าวว่า กำลังมีการเตรียมการประชุมสุดยอด ครั้งที่ 2 ระหว่างนายคิม กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งได้ประชุมสุดยอดกันเป็นครั้งแรกและครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทำให้คาดกันว่า การประชุมสุดยอด ครั้งที่ 2 ระหว่างคิมกับทรัมป์นั้น น่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ โดยสำนักข่าวบีบีซี ตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ 2 ครั้ง คือ ระหว่างคิมกับประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ และระหว่างนายคิมกับประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐ ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วนั้น ผู้นำเกาหลีเหนือก็ได้เดินทางเยือนจีน และได้ประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสีของจีนก่อนหน้าการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ และกับทรัมป์ คาดว่า การเยือนจีนครั้งล่าสุดนี้ เกาหลีเหนือต้องการจะประสานยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือกับจีนให้สอดคล้องกัน ก่อนหน้าที่การประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับทรัมป์ ครั้งที่ 2 จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังจากที่นายคิมเคยเตือนว่าเกาหลีเหนืออาจจะเปลี่ยนท่าทีเรื่องการเจรจาแก้ปัญหาขัดแย้งนิวเคลียร์กับสหรัฐ หากสหรัฐยังเดินหน้าคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ และก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือและสหรัฐได้พบปะกันที่เวียดนามเพื่อหารือเรื่องสถานที่สำหรับจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2

ด้านนักวิเคราะห์ยังชี้เหตุผลอีกประการ ที่ทำให้คิมเดินทางเยือนจีน ในช่วงเวลาที่มีข่าวว่า จะมีการประชุมสุดยอด ครั้งที่ 2 ระหว่างเขากับทรัมป์ ก็เพื่อเตือนสหรัฐให้ไม่ลืมว่า เกาหลีเหนือก็ยังมีทางเลือกทั้งทางการทูตและทางเศรษฐกิจ ที่นอกเหนือไปจากสหรัฐและเกาหลีใต้ นั่นก็คือจีนนั่นเอง โดยจีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ โดยเป็นทั้งแหล่งการค้าและความช่วยเหลือของเกาหลีเหนือ

 

...................................................

 
The Thaiger

The Thaiger

 

THAILAND

Thai cabinet extends visa-fee-waiver until after Songkran

The Thaiger

Published

 1 min ago 

on

 January 9, 2019
Thai cabinet extends visa-fee-waiver until after Songkran | The Thaiger
follow us in feedly

Tourists from over 21 countries will continue to benefit from an extension to the visa fee waiver introduced in November last year.

In a move to boost tourism, the cabinet has extended the 2,000 baht visa-on-arrival fee waiver, according to Tourism and Sport Minister, Veerasak Kowsurat this morning (Tuesday).

The waiver was set to end on Sunday, January 6, 2019, but will now continue through the Chinese New year holidays next month and Songkran in the middle of April.

The numbers of tourists arriving from mainland china had significantly dropped in Q3, 2019 following several incidents resulting in Chinesedeaths, principally the sinking of ‘Phoenix‘ where 47 Chinese tourists died.

The countries included in the fee waiver include…. Andorra, Bulgaria, Bhutan, China,  Cyprus, Ethiopia, Fiji, India, Kazakhstan, Latvia, Lithuania, Maldives, Malta, Mauritius, Papua New Guinea, Romania, San Marino, Saudi Arabia, Ukraine, Uzbekistan and Taiwan.

For the original story regarding the initial visa waiver announcement, click HERE.

SOURCE: Bangkok Post

 

Phuket tram project seeks private sector investment

The Thaiger

 

 January 9, 2019
Phuket tram project seeks private sector investment | The Thaiger
follow us in feedly

(The term ‘tram’ and ‘light rail’ are variously used to describe the new public transport project for Phuket.)

The Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) is now inviting the private sector and local administrative bodies to get behind and invest in a mass-transit project in Phuket. The project is valued around 35 billion baht. The next rounds of talks and presentations are being held in Bangkok this Friday.

The main feature is a new 58.5 kilometre long light rail service valued at 34.8 billion baht. The tram route plans to run from Tha Noon in Phang Nga province, across Sarasin Bridge onto Phuket, past the airport, through Phuket Town on the east coast and then finishing at Chalong’s main intersection near the Chalong Circle.

The Phuket tram project has been divided into two phases: a 41.7 kilometre section from Phuket airport to Chalong intersection and a second phase, a 16.8 kilometre stretch from Tha Noon in Phang Nga to Muang Mai at the north end of Phuket, linking to the first phase.

The MRTA will contract the first phase which will have 21 stations. They expect to seek cabinet approval for the project in the middle of this year with construction likely to begin in 2020. They estimate it will be operational by 2023.

At this stage, the MRTA says tram fares will  be calculated based on the distance travelled but a maximum fare would not be more than be 100 – 137 baht. This would put the cost of daily use for many local Thais out of reach of their budgets (it costs about 80 baht to fill an average 110cc scooter which would last most of the week).

Phuket tram project seeks private sector investment | News by The Thaiger

An earlier rendering of the proposed route and stops for the Phuket Light Rail/Tram

Critics say the tram stops avoid most of the tourist hot spots along the west coast of the island and features on locals living along the main Thepkasattri truck route from Thalang to Phuket Town and then Chao Fah east to Chalong.

They also don’t believe that Thai users are likely to give up their point-to-point motorcycle transport for a more inconvenient, and expensive, tram that will necessitate them using expensive taxis, buses and motorcycle taxis at either end to get them to their destinations.

Critics also cite the three year construction period, which if following recent major road construction projects, is likely to blow out to four or five years and and the massive disruption of traffic during the construction time. They also believe the loss of road space along the route will restrict local road traffic even more, neutralising the nett gains of the new tram system.

The island’s Governor says Phuket is experiencing rapid growth and that traffic is getting worse, adding that an efficient mass transit system, was urgently needed to accommodate tourists (without explaining how the new light rail/tram would actually assist tourists).

The MRTA is also working on a three-route tram project in Chiang Mai. The red line would be worth 30.4 billion baht and the 11.9 kilometre Green Line would have 10 stations worth 36.2 billion baht. The Blue Line will travel from the Chiang Mai Zoo to Tha Phae-Don Chan.

Phuket tram project seeks private sector investment | News by The Thaiger

.............................................
 
9 มกราคม 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน