*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5072
  • จำนวนผู้ชม : 3223945
  • จำนวนผู้โหวต : 1696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1696 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 9 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 512 , 21:31:48 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

             9 มกราคม 2562

          เจตนาของ 'แม้ว & ปู' ทำตัวให้เป็นข่าวแบบอยู่ไมาสุขอย่างหนึ่ง อาจจะยั่วให้ฝ่ายรัฐบาลคสช.เกิดโทสะก็ได้ แล้วก็ได้ผล

เมื่อ 'บิ๊กป้อม' หลุดปาก 'ไอ้ ...' ออกมาแล้วนั่นเอง แล้วฝ่ายทักษิณก็คงจะนำไปขยายผลต่อยืดยาวออกไป

          

 

 

 

ซัวเถาที่ "ปู" ไป มีอะไรดี

เจาะประเด็นร้อน  :  10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ซัวเถา,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,อดีตนายกฯ,ปู ยิ่งลักษณ์

บุคคลที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยคนอื่นๆ ที่สืบเชื้อสายมาจากจีนแต้จิ๋วแห่งซัวเถาล้วนมีมากมาย

          สมัยก่อนคนจีนโพ้นทะเลรุ่นปู่ย่าตาทวด พากันคว้าเสื่อผืนหมอนใบ กระโดดลงเรือสำเภาที่ท่าเรือเมืองซัวเถา โล้มาจนถึงไทยแลนด์แดนยิ้ม ผ่านชีวิตยากแค้นสาหัสกว่าจะได้ดี

          วันนี้ สาวไทยนั่งเฟิร์สคลาสข้ามทะเลไปเป็นคนใหญ่ที่นั่น ก็อย่างที่รู้พร้อมกันจากข่าว อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพิ่งดำรงตำแหน่งประธานและผู้แทนโดยชอบธรรมของ บริษัท ซัวเถา อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัลส์ จำกัด บริษัทบริหารท่าเรือในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศจีน

ซัวเถาที่

          ซึ่งที่จริง ต้นตระกูลบ้านนี้ก็สืบเชื้อสายจีนโพ้นทะเลมาจากแถบซัวเถานั่นแหละ ดังที่ทั้งสองพี่น้อง ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เพิ่งเดินทางไปเยี่ยมญาติฝั่งบิดาที่เมืองนี้มาเมื่อช่วงวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา นั่นเอง

          ส่วนที่มาที่ไปลึกๆ ของดีลนี้คืออะไร ก็ว่ากันไป วันนี้มาทำความรู้จักเมืองซัวเถา และตำนานคลื่นทะเลสร้างคนกันดีกว่า

          กล่าวถึง “ซัวเถา” หรือออกเสียงว่า “ซานโถว” เป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลจีนตะวันออกแห่งมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ในเขตอารยธรรมจีนกลุ่มน้อยที่เรียกว่า “แต้จิ๋ว” โดยตามข้อมูลระบุว่า “ชาวจีนแตจิ๋ว” เป็นเชื้อสายที่พบมากที่สุดในประเทศไทย

          จะด้วยความที่เป็นเมืองชายฝั่ง หรือเพราะใจเด็ดๆ ของชาวแต้จิ๋ว ที่พากันอพยพล่องเรือออกจากบ้านเกิดไปยังดินแดนต่างๆ รวมถึงไทย หลายระลอกด้วยกัน แต่คำว่า “ดีกว่าอดตายในดาบนี้” มันฝังอยู่ในใจของชาวจีนยุคนั้นทั้งสิ้น

 

ซัวเถาที่

ภาพจากเพจ กรุงเทพ กรุงเทพ (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=375957223233464&set=a.145263856302803&type=3&theater)

          กล่าวคือ จากข้อมูลที่ระบุว่าเมืองไทยมีชาวจีนกลุ่มเชื้อสายต่างๆ อพยพเข้ามาไทย ดังนี้ กลุ่มจีนแต้จิ๋ว มาจากตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุ้ง, กลุ่มจีนฮกเกี้ยน มาจากตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน, กลุ่มจีนไหหลำ มาจากตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำ, กลุ่มจีนกวางตุ้ง มาจากตอนกลางของมณฑลกวางตุ้ง และกลุ่มจีนแคะ มาจากตอนเหนือของมณฑลกวางตุ้ง

          โดยช่วงสมัยอยุธยาของไทย ชาวจีนที่ได้เดินทางมายังไทยส่วนใหญ่เป็นชาวฮกเกี้ยนที่มาถึงก็ได้ดิบได้ดีเป็นข้าราชการกันมาก โดยขึ้นฝั่ง แถบภูเก็ต ระนอง สงขลา ปัตตานี

          แต่ชาวจีน “แต้จิ๋ว” ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือระหว่างปี พ.ศ. 2488-2492 เข้ามามากที่สุด เพราะนอกจากหนีภัยสงครามจากน้ำมือคนแล้ว บ้านเมืองยังเกิดทุพภิกขภัย แห้งแล้ง อดอยากไปทั่วหัวระแหง อยู่ไปเท่ากับรอวันตาย

          ว่ากันว่า ตัวเลขคราวๆ ระบุว่ามีชาวแต้จิ๋วกว่าสองล้านคนที่บ่ายหน้ามายังแดนสยาม รวมถึง มาเลเซีย และ สิงคโปร์

          ขณะที่ยังมีเรื่องเล่าปากต่อปากจากบรรพบุรุษชาวซัวเถาในบางมุม ที่สมาชิกเวบไซต์พันทิปผู้ภาคภูมิใจในความเป็นลูกหลานชาวจีนแต่จิ๋วได้เล่าเอาไว้

          เพราะคงไม่มีใครเถียงว่า ชาวจีนนั้นได้ชื่อว่าขยันและมานะจนสร้างตัวได้ดิบได้ดีมากมายขนาดไหน

          เช่นว่า ในการเดินทางจากซัวเถามาถึงประเทศไทย ใช้เวลาประมาณ 20 วันบวกลบ โดยเรือส่วนมากเป็นเรือสินค้า ที่ทำการค้าขาย

          และไม่ได้โล้แบบเที่ยวเดียวยิงตรงถึงไทยเลย แต่จะแวะตามเมืองท่าต่างๆ ไปเรื่อยๆ ขณะที่ข้อมูลบางส่วนระบุว่า สมัยปลายรัชกาลที่ 5-6 มีเรือยนต์เดินทะเลแล้วการเดินทางเข้ามาจากจีนสู่ไทยก็รวดเร็วขึ้น

 

          อย่างที่บอกว่า ชีวิตไม่ง่าย การเดินลงเรือใช่แปลว่า “รอด” เพราะกว่าที่พวกเขาจะมาถึงเมืองไทยที่หมาย ต้องผ่านความอดอยาก ลำบาก หิวโหยนานัปการ

          ที่ได้ยินบ่อยๆ คือ พวกเขาต้องกินข้าวต้ม โดยดูดก้อนหินคั่วกับน้ำเกลือเท่านั้น เสร็จแล้วก็ล้างหินเอาไปแช่น้ำเกลือต่อเพื่อมื้อต่อไป

          นอกจากนี้ที่มาไม่ถึง แต่ตายจากไประหว่างทางก็มีมาก ทั้งป่วยไข้ ทะเลาะเบาะแว้ง และขาดอากาศหายใจ ฯลฯ โดยศพก็จะถูกโยนทิ้งทะเลไปเป็นเรื่องปกติ

          ที่น่าสนใจคือบางรายบอกว่า ขึ้นฝั่งผิด ชีวิตเปลี่ยน! เพราะบางคนอาจเหนื่อยล้าเกินไปจะเดินทางต่อ จึงตัดสินใจขึ้นฝั่งในบางประเทศ

          หากบางคนโชคดี เมื่อมีชุดที่เดินทางมาก่อนหน้า ร่ำรวยมีเงินก็เดินทางกลับบ้านเกิด แล้วให้ข้อมูลรุ่นหลังไว้ว่าต้องมาให้ถึงฝั่งไทยเท่านั้น!

           แต่ที่แน่ๆ มาถึงแล้ว ชีวิตก็มิได้ง่ายและราบเรียบเหมือนปูกลีบกุหลาบ หากพวกเขาต้องกัดฟัน สู้ชีวิต ขยัน มานะ เลือดตากระเด็นไปหลายลิตร

          ทั้งหมดราวกับว่า พวกเขายอมทำทุกอย่าง เพื่อเก็บเกี่ยวเอาทุกๆ ความสุข ความอบอุ่น และการอิ่มท้องกลับคืนมา ค่าที่รอนแรม ทิ้งบ้าน ทิ้งครอบครัว และคนรักมาไกลแสนไกล!

          แต่มาถึงไทยแล้ว ใช่ว่าจะเดินขึ้นฝั่งแบบสวยๆ ได้ง่ายๆ เหมือนกันเพราะที่จริงแล้ว ชาวจีนพากันอพยพขึ้นฝั่งไทยในหลากหลายจุด

          เช่นที่ ท่าเรือราชวงศ์ กทม., ท่าเรือ จ.จันทบุรี, ท่าเรือที่เกาะสีชัง หรือแม้แต่ที่ท่าเรือเบตงก็มีมาก จากนั้น ก็แยกย้ายกันไปตามความฝัน

          ชีวิตแทบเหมือนสำเภาโบราณที่ปรับหันไปตามสายลม เพราะที่เซซัด ล่มจม เพราะคลื่นโถม หรือหันหัวเรือผิดทางลมก็มีมาก เช่น ไปติดฝิ่น หรือไม่เกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆ นานา ฯลฯ

          แต่ที่ประสบความสำเร็จจนเติบโตเป็นเจ้าสัวก็มีไม่น้อย โดยไม่ต้องกล่าวถึงระดับตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือที่เรามักเรียกกันว่า พระเจ้าตาก ที่ข้อมูลระบุว่า ทรงมีเชื้อสายแต้จิ๋ว เพราะพระบิดาของพระองค์เป็นชาวแต้จิ๋ว เกิดในตระกูลแต้ ชื่อนายแต้เจียว อพยพจากอำเภอเถ่งไฮ่เข้ามาค้าขายในเมืองไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนพระมารดาเป็นคนไทย ชื่อนางนกเอี้ยง

          ก็ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยคนอื่นๆ ที่สืบเชื้อสายมาจากจีนแต้จิ๋วแห่งซัวเถา โดยเฉพาะที่อำเภอเถ่งไฮ้นี้ก็มีมากมาย เช่น ตระกูลพนมยงค์ ที่ว่ากันว่า หมู่บ้านแอ่ตั้งเป็นบ้านเกิดบรรพบุรุษของ ปรีดี พนมยงค์ นอกจากนี้ยังมี ตระกูลอึ๊งภากรณ์ ตระกูลรัตตกุล ตระกูลหวั่งหลี ตระกูลเจียรวนนท์ ฯลฯ

         ที่เด็ดดวง คือ สายตระกูล "คงมาลัย" ของพี่ตูน บอดี้สแลมของพวกเรา คุณทวด “คง” ผู้ที่เกิดเมื่อปี 2430 และเป็นลูกคนที่ 5 หรือ คนสุดท้องของครอบครัวนั้น ได้ตัดสินใจเดินทางจากหมู่บ้านโซวแจ่ ชุมชนถ้ำปีโง้ว (ถ่าปีเฮีย) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนสาย เฉาโจว(แต้จิ๋ว)-ซานโถว หรือซัวเถา เพื่อมาตั้งรกรากที่ อำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ซึ่งก็แปลได้ว่า พี่ตูนของพวกเรามีดีเอ็นเอนักสู้จาก “ซัวเถา” ก็คงไม่ผิด!! (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/scoop/304825)

"ประยุทธ์"เตือน"ชาวนา"อย่าหลงคารม"หาเสียง"

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ,เกี่ยวข้าว,หนองจอก

"ประยุทธ์"ลงนาเกี่ยวข้าว ก่อนร่วมรำวงครึกครื้น ลั่นตั้งราคาข้าวส่งเดชไม่ได้ืใครมาหาเสียง ให้ตันละ 1.7 หมื่น ทำได้ที่ไหนผิดกฎหมายแล้วหนี โอดมาหาว่าไปทำอะไรเขา

                   9 มกราคม 2562  ที่โรงเรียนวัดใหม่เจริญราษฎร์ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พร้อมคณะ เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานทางวิชาการของโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร  

                   สังกัดสำนักงานเขตหนองจอก และผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหานคร พร้อมเดินทางไปยังแปลงนาเกษตรกร บริเวณศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่เขตหนองจอก และผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหานคร อาทิ เครื่องฟักไข่อัจฉริยะ ก่อนดูลูกแพะ พร้อมคุยหยอกล้อว่า ได้กินอะไรหรือยังแต่เช้ามารับนายกฯ จากนั้นยังได้ชมการละเล่นจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนวัดใหม่เจริญราษฎร์ พร้อมได้ร่วมเล่นเกมสะบ้าบ่อน ก่อนรับชมการละเล่นมอญซ่อนผ้า และดูการรำแบบชาวมอญจากนักเรียน พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน  

                  ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเปลี่ยนมาสวมชุดม่อฮ่อม คาดผ้าขาวม้า สวมหมวกสานและนั่งรถไถนา(อีแต๊ก) มาที่แปลงนาของ นางยวง เว้บ้านแพ้ว เกษตรกรที่ปลูกข้าว กข.51 จำนวน 15 ไร่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มาด้วยใจ สวัสดีพี่น้องชาวมุสลิมและไทยพุทธ เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาโดยตลอด เรามีประชาธิปไตยจะเลือกตั้งก็ว่าไปให้ถูกต้อง อย่าไปหลงที่เขาพูดอะไร มันก็ปวดหัว นายกฯก็ปวดหัว ตอนนี้แก้ปัญหาเรื่องความเดือดร้อน ลงพื้นที่นี้ดีใจทราบว่าพื้นที่นี้มีความรักสามัคคีกันดี 

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินทักทายประชาชน ปรากฎว่า ประชาชนขอให้นายกฯหยุดเดินเพื่อถ่ายรูป ซึ่งนายกฯกล่าวว่า ไม่มีใครสั่งนายกได้ ยกเว้นประชาชน มีคนบอกว่านายกฯพูดไม่เพราะ ยอมรับว่าบางทีนายกฯพูดไม่เพราะบ้าง เมื่อพูดไม่เพราะให้อภัยกันได้ไหม บางทีก็มีคนคอยยั่วต่อมอยู่เรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่มีใครสั่งตนได้นอกจากประชาชน ในสื่อโซเชียลมีการนำคำพูด 4 ปีที่ผ่านมาของตนมาตัดต่อ ตนอาจพูดผิดไปบ้างให้อภัยไม่ได้หรืออย่างไร เพราะบางทีมีคนยั่วโมโหให้อภัยกันไม่ได้เหรอจ๊ะ เหมือนดอกกุหลาบแดงที่ทุกคนมอบให้ ก่อนนายกฯ จะร่ายกล่อนขณะที่ถือดอกกุหลาบที่ชาวบ้านมอบให้ว่า "กุหลาบแดงแจ้งรักจิต" ตนก็ให้กุหลาบแดงกลับให้ทุกคน 

                  จากนั้นนายกฯได้ร่วมเกี่ยวข้าว พร้อมกล่าวว่า ไม่ได้มาสร้างภาพ เขาให้มาเกี่ยวข้าวก็เกี่ยว ตนก็ต้องดูก่อนว่าเขาเกี่ยวกันยังไง ซึ่งคุณตาคุณยายก็มีไร่นาอยู่  นายกฯได้ชวนเกษตรกรชาวนาร่วมกันเกี่ยวข้าวอย่างอารมณ์ดี โดยมีการเปิดเพลงเกี่ยวข้าวประกอบด้วย  ภายหลังเกี่ยวข้าวเสร็จนายกฯได้ขออย่าปิดเพลง และได้ร่วมกันรำวงเกี่ยวข้าวอย่างครึกครื้น

                 ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการ ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่เขตหนองจอก นายกฯกล่าวว่า การออกนโยบายเรื่องข้าว การตั้งราคารับซื้อข้าวเท่านั้นเท่านี้ ต้องมีวิธีการตั้งราคา ตั้งส่งเดชไม่ได้ เหมือนตอนนี้ที่มีคนมาหาเสียง บอกจะให้ราคาข้าว 16,000 -17,000 บาทต่อตัน ทำได้ที่ไหน มันผิดกฎหมาย แล้วเกิดอะไรขึ้น ก็หนีไง แล้วมาบอกว่าตนทำอะไรเขา ตนไม่ได้ทำอะไรเลย

.......................................

"ทักษิณ" จะได้กลับบ้าน หรือ ต้องหนีตลอดชีวิต

เจาะประเด็นร้อน  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อินไซต์การเมือง,ทักษิณ,กลับบ้าน,ยงยุทธ ติยะไพรัช,เพื่อชาติ,หาเสียง,คดีทักษิณ,หนีตลอดชีวิต,ศาลฎีกานักการเมือง,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

"ยงยุทธ" ขอโอกาสพา "ทักษิณ" กลับบ้าน มีเป้าหมายอะไร อัพเดท 5 คดีทักษิณ ที่ศาลแผนกคดีอาญานักการเมือง

                และแล้วพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่า “พรรคเพื่อทักษิณ” ก็สามารถนำ “ทักษิณ ชินวัตร” มาหาเสียงได้ แม้จะมีข้อกฎหมายสกัดไว้

                ในการปราศรัยหาเสียงในโอกาสเปิดสถาบันพัฒนาการเมืองที่พิษณุโลกของพรรคเพื่อชาติ เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา “ยงยุทธ ติยะไพรัช”อดีตประธานรัฐสภา แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อชาติ ที่เรียกตัวเองว่าเป็น “กองเชียร์” ของพรรค เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ได้พา “ทักษิณ” ขึ้นเวทีหาเสียงอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

                “เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณกลับมาประเทศไทย 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ 4 หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ...”

 

                กติกาที่ว่า คือรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ต้องดําเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงําหรือชี้นําโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น”

                และมาเขียนล็อกไว้ให้ชัดเจนอีกครั้งในกฎหมายพรรคการเมือง 2 มาตรา

                มาตรา 28 ระบุว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

                และ มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

                เรียกว่า มีทั้งบังคับ “พรรคการเมือง” และบังคับ “บุคคล” คือ ทั้งห้ามไม่ให้พรรคปล่อยให้มีคนมาทำและห้ามคนไม่ให้กระทำการดังกล่าว และมีลงโทษไว้ทั้งสองส่วนเช่นกัน

                บทลงโทษในส่วนตัวบุคคล คือ จำคุก 5-10 ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ส่วนบทลงโทษพรรค คือ “ยุบพรรค”

                จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา มีการนำนโยบายของทักษิณมาหาเสียงกันชัดๆ จนเกิดเป็นสโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ครั้งนี้พรรคเครือข่ายทักษิณไม่สามารถทำแบบนั้นได้แล้ว

 

(อ่านต่อ...มาตามนัด ?? ยุบพรรคเพื่อไทยเพราะ "ทักษิณ")

 

                การบอกว่าจะพา “ทักษิณ” กลับบ้าน จึงเป็นช่องทางที่อาจจะ “หลบเลี่ยง” ข้อกฎหมายได้

                โดย “ยงยุทธ” มาอธิบายเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นว่านี่เป็นแนวทางในการสร้างความปรองดองในชาติตามแนวทางของพรรค ซึ่งต้องแก้ที่เหตุ และเสนอให้มีการเปิดโต๊ะพูดคุยกับ “ทักษิณ”

                อย่างไรก็ตาม หากใครมีข้อมูลเชิงลึก จะรู้ว่าตอนนี้ “พรรคเพื่อชาติ” กำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

                เพราะหลังจาก “ยงยุทธ” และ “จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำในฐานะ “กองเชียร์” อีกคนของพรรคย้ำเรื่องการสร้างพรรคเพื่อเป็นเกาะกลางให้คนที่มีความเห็นต่างกันมาอยู่ด้วยกันได้ ทำให้ “ถูกสงสัย” ในจุดยืนของพรรคว่าอยู่ตรงไหนแน่ จนทำให้เกิดกระแสในพื้นที่ว่า พรรคเพื่อชาติไม่ใช่พรรคเพื่อทักษิณ

 

(อ่านต่อ...เปิดจุดยืน !! จตุพร - ยงยุทธ - เพื่อชาติ - เพื่อทักษิณ ??)

                หากจับสังเกตดูจะเห็นว่าช่วงหลังการพูดบนเวทีหาเสียงของเพื่อชาติจะบอกชัดเจนว่าอยู่ฝั่งไหน

                เช่นล่าสุด ในการปราศรัยหาเสียงของ “จตุพร” ที่อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา เขาบอกชัดเจนว่า ที่เกิดพรรคเพื่อชาติเพราะกติการัฐธรรมนูญที่ทำให้รวมอยู่เป็นพรรคใหญ่ไม่ได้ “คะแนนเสียงที่กาให้พรรคเพื่อชาติจะนำไปรวมให้กับฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อให้ชนะฝ่ายเผด็จการ”

                ถึงตอนนี้ต้องบอกว่ายุทธศาสตร์ “ขอโอกาสพาทักษิณกลับบ้านครั้งที่ 4” ของยงยุทธ สัมฤทธิ์ผลแล้ว

                พรรคเพื่อชาติ สามารถทำให้ผู้คนรู้ว่าพรรคนี้คือพรรคเพื่อทักษิณ สามารถหาเสียงจาก “ทักษิณ” ได้ และที่สำคัญทำให้ “ทักษิณ” กลับมาเป็นอยู่ในโฟกัสได้แบบเนียนๆ

                โดยเฉพาะเมื่อสองบิ๊กของ คสช. คือ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาคลุกวงในอยู่ด้วย

 

                หลัง “บิ๊กป้อม” มาคอมเมนต์เรื่องนี้่ว่าไม่เคยห้ามทักษิณกลับบ้าน “กลับมาได้ แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย” ทักษิณก็สวนกลับผ่านทวิตเตอร์จนเกิดแฮชแท็กร้อนในโซเชียล “กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ” จนทำให้ “บิ๊กป้อม” หลุดคำ “ไอ้ทักษิณ” มา และบอกให้ไปคุยกับศาล ก็เพิ่มความร้อนแรงขึ้นไปอีก

                ส่วน “บิ๊กตู่” แม้จะพูดแค่ไม่กี่คำแต่ก็ทำให้เรื่อง “ทักษิณ” เป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ในหนังสือพิมพ์วันต่อมาได้อีก

                “หลักการรัฐบาลคือเจรจากับผู้หลบหนีคดีไม่ได้ ถ้าคิดว่าไม่ผิดก็กลับมาสู้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

                สำหรับคดีของทักษิณนั้น ล่าสุดมีคดีที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกานักการเมือง 5 คดี ได้แก่ 1.คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัวหรือคดีหวยบนดิน 3.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ–ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต 4.คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร และ 5.คดียื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ

                ในส่วน 4 คดีแรกนั้นมีการร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้คดีชะงักลงเพราะไม่สามารถนำตัว “ทักษิณ” มาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้ แต่ตอนหลังมีการแก้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีของศาลฎีกานักการเมืองใหม่ทำให้สามารถเดินหน้าพิจารณาคดีได้

 

 

                ที่สำคัญ หากศาลตัดสินว่าผิด และยังไม่ได้กลับมารับโทษ จะไม่มีการนับอายุความ ไม่เหมือนคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ศาลสั่งจำคุก 2 ปี แต่มีอายุความ 10 ปี และเพิ่งหมดอายุความไปเมื่อ 21 ตุลาคม ปีที่แล้ว

                นั่นหมายถึงถ้าถูกตัดสินจำคุก “ทักษิณ” อาจต้องหนีตลอดชีวิต !!

 

ดูคลิป

 

==================

สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 

"บิ๊กตู่" ดีใจเหยียบลาดกระบังถิ่นเพื่อไทย

การเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ,บิ๊กตู่,ดีใจเหยียบถิ่นเพื่อไทย,ลาดกระบัง,ชาวลาดกระบัง

"ประยุทธ์" เผย ดีใจได้เยี่ยมชาวลาดกระบัง บอกอย่าไปเชื่อใครว่าใจร้าย รับพูดไม่เพราะ แต่ใจซื่อตรง ฉีกยิ้มไม่หุบ ชาวบ้านตะโกนเชียร์ เป็นนายกฯ คนต่อไป

          เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2562 เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานกำหนดการลงพื้นที่และพบปะประชาชนในพื้นที่กรุงเทพตะวันออก ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ที่บริเวณคลองลำอ้อต้น แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง จ.กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังบรรยายสรุป เรื่อง การกำจัดผักตบชวาโดยชีววิธี (สารสกัดธรรมชาติ) ซึ่งนายกฯได้สอบถามสาวโรงงาน jcare ซึ่งผลิตสำลีและอุปกรณ์การแพทย์ว่า ลำบากมากหรือไม่ ค่าแรงดีหรือไม่ มีงานก็ทำไปก่อน พร้อมทำสัญลักษณ์บอกรักทุกคน

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมตลาดเกรียงไกร ซอยเคหะร่มเกล้า 35 พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า ดีใจเป็นนายกฯ ที่ได้มาตรงนี้ เป็นนายกฯแล้วมาได้ทุกที่ เขาบอกว่านายกฯเป็นคนตลก เป็นคนง่ายๆ และตนไม่ใช่เป็นนายกฯที่ใจร้ายอย่างที่ใครเขาพูด อย่าไปเชื่อเขา ตนอาจจะพูดไม่เพราะเท่าไหร่ แต่หัวใจซื่อสัตย์ ซื่อตรง ยืนยันวันนี้ไม่ได้มาแบบหาเสียง แต่มาเยี่ยมประชาชน 

 

          พร้อมกันนี้นายกฯได้ร่วมทำไข่เค็มกับชาวบ้าน ขณะที่ประชาชนตะโกนบิ๊กตู่สู้ๆ ซึ่งนายกฯได้ยิ้มอารมณ์ดี พร้อมขอบคุณน้ำใจไมตรีทุกคน และถามชาวบ้านกลับว่า จะให้สู้อะไร ก็สู้กับคนไม่ดี เรื่องความขัดแย้ง เรื่องการรับผลประโยชน์จะต้องไม่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันมีชาวบ้านคนหนึ่งได้ตะโกนเชียร์ขอให้เป็นนายกคนต่อไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นเครื่องขยายเสียงของนายกฯได้เกิดสะดุดเสียงขาดๆหายๆ นายกฯจึงหยอกว่า ท่าทางเครื่องขยายเสียงไม่ค่อยดี ไม่งั้นก็ผอ.เขตไม่ค่อยดี หรือผู้ว่าฯกทม.ไม่ค่อยดีหรือเปล่า ไมค์ต้องดีกว่านี้ 

          จากนั้นนายกฯ กล่าวอีกว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนวันนี้ตนมาทำงานไม่ได้มาการเมือง เดี๋ยวจะโดนเขาว่าเอาอีก นายกฯอยากไปทุกที่เพราะรู้ว่าประชาชนยากลำบาก ขอให้อดทนกับตนนิดนึง รู้ว่าหลายอย่างเดือดร้อน เราวางพื้นฐานไปได้ทีละขั้น จะต้องดีขึ้น มันดีวันเดียวไม่ได้ อย่าไปเชื่อใครบอกจะดีวันนั้นวันนี้ ใครจะมาหาเสียงก็ชั่งน้ำหนักดูด้วยว่าทำได้หรือไม่ได้      

          ขณะเดียวกันในช่วงหนึ่งได้มีชาวบ้านมาร้องเรียนนายกฯว่า ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายกฯจึงพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า พูดแบบนี้ได้อย่างไรพูดแบบนี้เสียหาย ไม่ได้บัตรคนจน เพราะเอาไปให้แต่คนรวยหรืออย่างไร เขามีกฎเกณฑ์ของเขาว่ารายได้ 30,000 บาทไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งมันก็มาจากภาษี นอกจากนี้ชาวบ้านยังร้องเรียนเรื่องพื้นที่ขายของบนทางเท้า ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า การจะขยับต้องดูด้วยว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ วันนี้ต้องให้โอกาสกับคนอื่น คนที่ใช้จราจรและทางเท้า ต้องไม่มีปัญหา และเป็นไปตามกฎหมาย

          "คนที่ไม่ชอบผม ผมจะรักเขาให้มากขึ้น เพราะเขาโกรธและเกลียดผม ผมเกลียดต่อก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย เพราะยังไงผมก็ต้องทำงานให้ท่าน นั่นคือรัฐบาล จะนักการเมืองหรือผมก็ต้องทำงานให้เหมือนกัน ไม่เช่นนั้นจะมาเดินทำไม ไม่ได้หาเสียงหรอก ในเมื่อไม่รักผมอยู่แล้ว นายกฯเกลียดใครไม่ได้หรอก เพราะถ้าเกลียดก็ไม่อยากทำอะไรต่อให้ เว้นแต่คนไม่เคารพกฎหมาย" นายกฯ กล่าว

          นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ความสงบสุขคือพื้นฐานของประเทศ จะทำอะไรก็ตามบ้านเมืองต้องสงบสุข ยิ่งปีนี้จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้รักกัน และรักษากฎหมายเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อกัน แต่ถ้าเราไม่รักษากฎหมายมันก็ลำบาก 

          นอกจากนี้ระหว่างการพูดคุยกับชาวบ้านยังมีชาวบ้านมาขอเบอร์โทรศัพท์ นายกฯได้หัวเราะและกล่าวว่า ขอโทษที ก่อนจะเดินไปพบพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสอบถามว่าขายดีหรือไม่ และอย่ามาโทษว่าราคาสินค้าแพงเพราะรัฐบาลนี้ วันนี้ลงพื้นที่คนก็มาแออัดอยู่ที่ตลาด เดี๋ยวคนจะมาบ่นว่านายกฯมา ขายของไม่ได้อีก

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การลงพื้นที่ตลาดเกรียงไกรครั้งนี้ มีชาวบ้านมาร้องเรียนเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมาก บางคนขอให้เพิ่มเงิน และบางคนบอกว่ายังไม่ได้บัตร นอกจากนี้ยังมีคนพิการที่เข้ามาร้องเรียนว่ายังไม่ได้บัตรเช่นกันนายกรัฐมนตรีจึงรับเรื่องและส่งเรื่องต่อให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. รับไปดำเนินการ. 

 

แอปเปิลจ่ายค่าตอบแทน"ทิม คุก"ปีที่แล้ว 500 ล้าน 

ต่างประเทศ ข่าวต่างประเทศ  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทิม คุก,แอปเปิล,ค่าตอบแทน,ค่าเหนื่อย

เผย ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอปเปิล ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม  22 % ในปีที่ผ่านมา รวมรายได้ทั้งปีเฉียด 15.7 ล้านดอลลาร์  


สำนักข่าวเอเอฟพี อ้างเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า  ตัวเลขค่าตอบแทน 15.7 ล้านดอลลาร์ ( ราว 502.8 ล้านบาท ) ของทิม คุก ประกอบด้วยเงินเดือน 3 ล้านดอลลาร์  โบนัส 12 ล้านดอลลาร์ และค่าตอบแทนอื่นๆ  เช่น ค่าเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว และค่ารักษาความปลอดภัย อีก 6.8 แสนดอลลาร์

 

 

 

คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนของแอปเปิล ยกเหตุผลในการจ่ายโบนัสว่าเนื่องจากยอดขายปี 2018 ที่แข็งแกร่ง ยอดขายสุทธิอยู่ที่ 2.656 แสนล้านดอลลาร์ รายได้จากการดำเนินงาน 7.09 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16% ทะลุเป้าหมายโครงการสร้างแรงจูงใจเพิ่มยอดขายประจำปีสูงสุด 

นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ผู้บริหารวัย 58 ปี ผู้รับช่วงต่อจาก สตีฟ จ็อบ อัฉริยภาพไอทีผู้ล่วงลับ ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นมาก  

ในปี 2016 คุกได้รับค่าเหนื่อย 8.7 ล้านดอลลาร์ และ 12.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 

ข่าวค่าตอบแทนที่ปรับเพิ่มขึ้น 22% ของซีอีโอ มีขึ้นราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากแอปเปิล เพิ่งออกมาปรับลดประมาณการณ์รายได้ในไตรมาสล่าสุด โดยอ้างว่าภาวะเศรษฐกิจในจีนและตลาดเกิดใหม่ ชะลอตัวมากกว่าที่คาด  

เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่แอปเปิลปรับลดรายได้ ก่อนเปิดเผยผลประกอบการอย่างเป็นทางการ ฉุดราคาหุ้นแอปเปิลดิ่งลงทันที และจากที่เคยรั้งแชมป์บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดมายาวนาน ปัจจุบัน แอปเปิลตกลงไปอยู่อันดับ 4 เป็นรองแอมะซอน ไมโครซอฟต์ และกูเกิล  

นักลงทุนบางส่วนมองว่าการปรับลดคาดการณ์รายได้ เป็นสัญญาณว่าบริษัทขาดแกดเจ็ตใหม่ๆเรียกความสนใจ หลังจากไอโฟน อุปกรณ์มือถือที่ถูกวิจารณ์ว่าราคาสูงเกินไป 

 ......................................................

9 มกราคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน