*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5076
  • จำนวนผู้ชม : 3225282
  • จำนวนผู้โหวต : 1696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1696 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 405 , 13:52:38 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

พฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2562 

         ข่าว 'ทักษิณ' พาน้องสาว 'ปู' ไปลงทุนกิจการท่าเรือที่ซัวเถา ก็มีรายละเอียดว่าเขาใช้พาสปอร์ตกัมพูชา

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ 'ฮุนเซ็น' ผู้นำกัมพูชาปฏิเสธป็นพัลวัน ทำให้ย้อนนึกไปในประวัติศาสตร์ที่ไทยเคยใช้ความรุนแรง

กับเขมร เพราะมีสาเหตุที่เขมรชอบ 'หักหลัง'ไทยบ่อยๆเมื่อมีโอกาสเปิดให้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปพาสปอร์ตกัมพูชา à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูปพาสปอร์ตกัมพูชา à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูปพาสปอร์ตกัมพูชา à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูปพาสปอร์ตกัมพูชา

          ดังข่าวท้ายนี้        

10 ม.ค.62 เว็บไซต์ นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง เสนอข่าว "Former Thailand prime minister Yingluck Shinawatra does have a Cambodian passport, and may have used it to flee in 2017" โดยระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่หนีออกจากประเทศไทยในช่วงที่ศาลตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เมื่อปี 60 และถูกตัดสินให้จำคุก 5 ปี ใช้หนังสือเดินทางของกัมพูชา แม้ทางการกัมพูชาจะปฏิเสธก็ตาม

รายงานสถานะบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกงซึ่งต้องการเปิดเผยเอกสารต่างๆ ออกสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ทำให้ทราบว่า ยิ่งลักษณ์ วัย 51 ปี ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชา โดยลงทะเบียนเป็นผู้อำนวยการของ P.T. Corporation Company เพียงคนเดียว ซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ 24 ส.ค.61 หรือเกือบ 1 ปี หลังจากที่เดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา อดีตนายกฯ หญิงของไทยยืนยันว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นเรื่องการเมือง

        พรรค พปชร. แถลงนโยบายพรรคว่า จะแก้กฏหมายที่ดินสปก.ให้ซื้อขายกันได้ โดยอ้างว่าเป็น ก.ม.เก่าเกินกว่า 45 ปีแล้ว ซึ่ง

ประเด็นนี้จะเป็นที่วิพากย์วิจารณ์โกลาหนกันต่อไป ซึ่งตามที่จริงแล้ว พ.ร.บ. 'สปก.' นี้ มีเจตนารมย์ให้ผู้บุกรุกที่ป่าหวงห้ามสามารถใช้

เป็นที่ทำการเกษตรได้ โดยจะโอนให้กันได้เฉพาะแก่ทายาทเท่านั้น แล้วคราวนี้จะให้ขายต่อได้ดื้อๆ จึงคาดได้ว่าที่ดินประเทศไทยจะ

ตกเป็นของนายทุนแทบไม่เหลือในไม่ช้านั่นเอง ... แล้วเราก็ได้เห็นธาตุแท้ของพรรค 'พปชร.' กันแล้วนะครับ

         ข้อสำคัญกรณีนี้ ขึ้นอยู่กับ 'บิ๊กตู่' ที่จะยอมตกอยู่ในสภาวะแวดล้อมไม่โปร่งใส เพียงขอให้ได้สืบทอดตำหน่งนายกฯหรือไม่

ซึ่งคนไทยทั่วไปก็คงไม่เชื่อว่า 'บิ๊กตู่' จะคิดง่ายๆเท่านั้นครับ

         สำหรับข่าวปฏิบัติของโจรก่อการร้าย 3 จ.ว.ภาคใต้ แสดงความกำเริบเสิบสานฆ่าคนชิงรถไปทำคาร์บอมป์บ้าง ฆ่าเจ้าหน้าที่

และอสส.เพื่อชิงอาวุธปืนเกิดขึ้นทุกวี่วัน คนไทยก็ได้แต่เจ็บช้ำน้ำใจ แต่โจรพวกนี้ก็ยังขยายตัวยิ่งขึ้นทุกวันอยู่นั่นเอง

 

 

 

นายกฯขออย่าทำร้ายประเทศ ต้องสงบเรียบร้อยที่สุดเพื่อพระราชพิธี-เลือกตั้ง

นายกฯขออย่าทำร้ายประเทศ ต้องสงบเรียบร้อยที่สุดเพื่อพระราชพิธี-เลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 13.22 น.

10 ม.ค.62 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อาคาร 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในงาน "มหกรรมการแสดงผลการดำเนินงานโครงการตามแนวทางประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง" โดยนายกฯ ขึ้นเวที กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งสำคัญคือการเลือกตั้ง ต้องดำเนินการให้สงบเรียบร้อยที่สุด และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ พิธีพระบรมราชภิเษก

ทั้งนี้ บ่ายวันที่ 10 ม.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินนี้ บ้านเมืองนี้ เป็นจารีตประเพณี ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าเอาอะไรมาพันกันทั้งสิ้น เป็นเรื่องการทำงานที่ต้องทำให้ได้เพื่อความสงบเรียบร้อย ทั้งการเลือกตั้ง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรื่องการขับเคลื่อนกองทุนและงานอื่นๆ ทั้งหมด ต้องไปด้วยกันได้

"อะไรที่มีปัญหาให้ปรับแก้กันไป ไม่ใช้มันจะเป็นจะตายกันหมด และตนไม่ได้ต้องการจะยืดเยื้อ เพราะตนก็เหนื่อยเต็มทีที่ต้องมาพูดแบบนี้ เราต้องทำวันนี้เพื่อลูกหลาน ทุกอย่างต้องรักษาสืบไปให้เขาด้วย จำคำตนไว้แล้วกัน คิดแบบนี้มาตลอด ถ้าเราไม่ห่วงเขาแบบนี้จะหายไปทั้งหมดในสมัยเรา และวันหน้าเขาจะลำบากยิ่งกว่าเรา" นายกฯ กล่าว

สื่อฮ่องกงแฉ'ปู'ใช้พาสปอร์ตกัมพูชาจดทะเบียนบริษัท พบชื่อ'แม้ว'นั้งกก.บห.

สื่อฮ่องกงแฉ'ปู'ใช้พาสปอร์ตกัมพูชาจดทะเบียนบริษัท พบชื่อ'แม้ว'นั้งกก.บห.

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 11.27 น.

10 ม.ค.62 เว็บไซต์ นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง เสนอข่าว "Former Thailand prime minister Yingluck Shinawatra does have a Cambodian passport, and may have used it to flee in 2017" โดยระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่หนีออกจากประเทศไทยในช่วงที่ศาลตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เมื่อปี 60 และถูกตัดสินให้จำคุก 5 ปี ใช้หนังสือเดินทางของกัมพูชา แม้ทางการกัมพูชาจะปฏิเสธก็ตาม

รายงานสถานะบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกงซึ่งต้องการเปิดเผยเอกสารต่างๆ ออกสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ทำให้ทราบว่า ยิ่งลักษณ์ วัย 51 ปี ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชา โดยลงทะเบียนเป็นผู้อำนวยการของ P.T. Corporation Company เพียงคนเดียว ซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ 24 ส.ค.61 หรือเกือบ 1 ปี หลังจากที่เดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา อดีตนายกฯ หญิงของไทยยืนยันว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นเรื่องการเมือง

ถึงกระนั้นยังไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่าบริษัทที่ยิ่งลักษณ์ ก่อตั้งนั้นทำธุรกิจอะไร แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ หลังจากนั้นอีก 4 เดือน ยิ่งลักษณ์ ไปมีชื่อเป็นผู้บริหารของบริษัท Shantou International Container Terminals ซึ่งดำเนินกิจการท่าเรือในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ขณะที่ ศ.ฉงจาเยียน (Prof.Chong Ja Ian) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ตั้งคำถามว่า ถ้าหนังสือเดินทางกัมพูชานั้นเป็นของจริง แล้วยิ่งลักษณ์หามาได้อย่างไร?

ศ.ฉง กล่าวต่อไปว่า มันอาจสมเหตุสมผลก็ได้ เพราะการเดินทางระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นง่ายเพียงข้ามชายแดน อย่างไรก็ตาม นสพ.Phnom Penh Post สื่อท้องถิ่นกัมพูชา อ้างคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐบาลกัมพูชาที่มีหน้าที่ออกหนังสือเดินทาง ย้ำว่ายิ่งลักษณ์เป็นชาวต่างชาติ ทางการกัมพูชาจึงไม่สามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศทั้งไทยและกัมพูชาไม่มีความเห็นในเรื่องนี้

รายงานของ South China Morning Post กล่าวต่อไปว่า กัมพูชากับจีนนั้นมีสายสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร ขณะที่มีภาพถ่ายของยิ่งลักษณ์ และพี่ชาย คือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ของไทยอีกคนหนึ่ง ไปเยี่ยมภูมิลำเนาของบรรพชน ณ มณฑลกวางตุ้ง เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อนึ่ง ยังมีชื่อบริษัทเดียวกันในประเทศไทยที่จดทะเบียนแยกจากบริษัทในฮ่องกง ที่พบว่ามีชื่อลูกสาวทั้ง 2 ของนายทักษิณ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสถานที่จดทะเบียนบริษัท P.T. Corporation Company ณ อาคาร K11 Atelier ย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) บนเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นอาคารสูง 66 ชั้น โดยเจ้าของอาคาร คือ บริษัท Pacific International Capital พนักงานของบริษัทดังกล่าวระบุว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทที่อดีตนายกฯ ของไทยจดทะเบียน และปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น เช่นเดียวกับ เฉินหว่ายตัน (Chen Huaidan) 1 ในกรรมการบริษัท Pacific International Capital และเป็นกรรมการบริษัท SingHaiyi Group ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ก็ไม่มีคำชี้แจงใดๆ

ข้อมูลที่เปิดเผยของบริษัท SingHaiyi Group ทำให้ทราบว่า เฉินทำงานเป็นฝ่ายกฎหมายของศาลเมิองซัวเถา จนถึงปี 2538 และเชื่อว่าเธอกับ กอร์ดอน ถังยี่กัง (Gordon Tang Yigang) ผู้เป็นสามีนั้น สนิทสนมกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ดังข้อมูลจากสำนักงานที่ดินฮ่องกง ที่พบว่าสามีภรรยาคู่นี้ใส่ชื่อยิ่งลักษณ์เข้าไปเป็นผู้พักอาศัยในบ้านหรู ราคา 250 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือราว 1,000 ล้านบาท ที่ครอบครองอยู่ ในช่วงปี 2555

ไม่ต่างจากก่อนหน้านั้น เฉินและสามีปรากฏชื่อในฐานะผู้บริจาคเงิน 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 41 ล้านบาท ผ่านบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วย เจบ บุช (Jeb Bush) ลูกชายของ จอร์จ บุช (George Bush) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ในการหาเสียงเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐเมื่อปี 2559 ด้านบริษัท HYL Secretarial Services ที่รับดูแลงานเลขานุการของ บริษัท P.T. Corporation Company ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล โดย อเล็กซานเดอร์ เหลียง เหอ-หยิน (Alexander Leung Ho-yin) ผู้อำนวยการบริษัท HYL กล่าวว่า P.T. ได้เปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัทอื่นแล้ว

รายงานของ South China Morning Post ยังกล่าวอีกว่า ในเดือน ธ.ค.61 บริษัท Hutchison Port Holdings ที่ถือหุ้นของ Shantou International Container Terminals ในชื่อบริษัท Hutchison Ports Shantou ได้ขายหุ้นที่มีอยู่ร้อยละ 70 และยิ่งลักษณ์ได้เข้าไปซื้อหุ้นจำนวนนั้นไว้ อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงจาก Hutchison Port ระบุว่าได้ขายหุ้นทั้งหมดในมูลค่าที่ไม่เปิดเผยให้กับนักลงทุนชาวสิงคโปร์ที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่ไม่ได้กล่าวถึงข้อตกลงอื่นนอกเหนือจากนั้น นอกจากกล่าวว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมบริษัทที่นักลงทุนเข้ามาซื้อหลังมีการขายหุ้น

เอกสารสถานะของบริษัทต่างๆ ในฮ่องกงที่เปิดเผยออกมา ยังทำให้ทราบอีกว่า เฉินเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัท Shantou International Container Terminals ในวันที่ 11 พ.ย. 2561 พร้อมด้วยทีมงานที่เป็นชาวสิงคโปร์ จีน และมีชาวฮ่องกงอีก 3 คน ขณะที่หุ้นอีกร้อยละ 30 ของบริษัทดังกล่าวอยู่ในการครองครองของ China Merchants Port Group นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้อำนวยการบริษัท Planet Telecom (HK) Company Limited ในฮ่องกง เมื่อปี 59 โดยทักษิณนั้นใช้หนังสือเดินทางประเทศมอนเตเนโกร ตั้งแต่หลังปี 2549 ที่เขาถูกทำรัฐประหาร และพักอาศัยอยู่ในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.scmp.com/news/hong-kong/politics/article/2181359/former-thailand-prime-minister-yingluck-shinawatra-does-have

 

พปชร.มั่นใจอีสานกวาด 60 เก้าอี้ชัวร์ ‘จำลอง’ชี้โคราช 10 ที่นั่งผ่านแน่

พปชร.มั่นใจอีสานกวาด 60 เก้าอี้ชัวร์ ‘จำลอง’ชี้โคราช 10 ที่นั่งผ่านแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 13.40 น.

พปชร.มั่นใจอีสานกวาด 60 เก้าอี้ชัวร์ ‘จำลอง’ชี้โคราช 10 ที่นั่งผ่านแน่

10 ม.ค.62 ที่ จ.นครราชสีมา นายจำลอง ครุฑขุนทด แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 14 พรรค พปชร. กล่าวถึงการเลือกตั้ง ว่า ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐพร้อมแล้ว ไม่ว่าเวลาไหน แต่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว เราไม่ต้องการที่จะให้ยืดเยื้อไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามีงานสำคัญอยู่ข้างหน้า ถ้าเราทำให้เรียบร้อยเร็วขึ้นก็จะเกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ตนไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเลื่อนหรือไม่เลื่อนคงไม่ใช่ประเด็น เพราะ กกต.ยังไม่ประกาศวันเลือกตั้ง เพียงแต่เรากำหนดคาดหมายเอาเองว่าวันที่ 24 ก.พ.62 เป็นโรดแม็ปของรัฐบาลที่ประกาศเอาไว้ แต่วันนี้อย่างไรเสียการเลือกตั้งก็ไม่เลยที่รัฐธรรมนูญกำหนด 150 วัน คือ กลางเดือน พ.ค.62

“ส่วนที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ฟันธงว่าภาคอีสาน พรรคจะได้มากกว่า 60 ที่นั่งแน่นอน ผมคิดว่าก็น่าเป็นไปได้ เพราะภาคอีสานเกือบ 120 คน ตามกระแสปัจจุบันเราได้ 50% ถือว่าเป็นไปได้ ส่วน จ.นครราชสีมา 14 ที่นั่ง ผมมั่นใจว่าอย่างน้อยต้องมี 10 ที่นั่งขึ้นไปผ่านได้แน่ๆ” นายจำลอง กล่าว

ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า 14 ที่นั่งของ จ.นครราชสีมา ตนเรียนว่าวันนี้เราทุกคนทำดีที่สุด โดยเฉพาะการเข้าถึงประชาชนไปพบปะพูดคุย และกำหนดนโยบายของพรรคให้กับประชาชนได้รู้ ฉะนั้นสุดท้ายจะได้ที่คนกี่ที่นั่งอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน

 

แกนนำ‘พปชร.’ปัดขายฝัน ยันทำแน่เสก สปก.4-01เป็น‘ที่ดินทองคำ’

แกนนำ‘พปชร.’ปัดขายฝัน ยันทำแน่เสก สปก.4-01เป็น‘ที่ดินทองคำ’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 13.30 น.

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ชี้เสก ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดทำได้จริงหากได้บริหารประเทศต้องทำตามคำพูด ด้าน“บุญจง”โวประชาชนอยากได้เยอะมาก 

10 ม.ค.62 ที่ จ.นครราชสีมา นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตกลุ่ม 16 แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 14 พรรค พปชร. กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงของแกนนำคนสำคัญ ทั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า การลงพื้นที่พบพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่ ส.ป.ก. และมีการปราศรัยเรื่องการแก้กฎหมาย ส.ป.ก. 4-01 นั้น ตนคิดว่าอย่างน้อยประชาชนก็มีความหวัง โดยเฉพาะคนที่เป็นเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ผู้มีที่ดินและไม่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้เหมือนคนอื่น เขาก็จะมีโอกาส ถ้าพรรคพลังประชารัฐมีโอกาสได้บริหารประเทศก็เป็นความหวังของเขาที่จะอยู่ดีกินดีขึ้น ส่วนจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงไรนั้นก็อยู่ที่เสียงข้างมาก

“ถ้าพรรคพลังประชารัฐมีเสียงข้างมาก และเป็นตัวรัฐบาลเอง ก็ถูกบรรจุไว้ในนโยบาย แล้วก็ต้องทำตามนโยบายที่ได้รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้เหมือนสมัยเมื่อรัฐบาลอื่นๆก่อนเป็นรัฐบาล ไม่ว่า 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ฉะนั้นทำนองเดียวกันรัฐบาลนี้รับปากอะไรไว้ถ้าพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลก็ต้องทำตามที่ประกาศเอาไว้”

ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นโยบายของพรรคที่ประกาศให้ไว้กับประชาชนเรื่อง ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด ความเป็นไปได้นั้น ตนต้องเรียนว่าทุกนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ จะเกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เมื่อประชาชนสะท้อนปัญหามาเราก็เอาเรื่องนี้มากำหนดนโยบาย ฉะนั้นนโยบาย ส.ป.ก.เป็นโฉนดมีความชัดเจน เพราะประชาชนที่ถือ ส.ป.ก.วันนี้อยากได้เยอะมาก เพราะความเป็นจริง ส.ป.ก.ได้เปลี่ยนมือไปมาก และขณะเดียวกันการจะจำหน่าย โอน หรือจะทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น มันไม่มี วันนี้เมื่อพรรคพลังประชารัฐได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน จึงได้มายืนยันว่านโยบายนี้จะต้องผลักดันให้เป็นนโยบายของพรรคอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า กรณี ส.ป.ก.4-01 ซึ่งสมัยนานมาแล้วมีอดีต ส.ส.กลุ่ม 16 โจมตีทำนอง พายเรือให้โจรนั่ง จนพรรคประชาธิปัตย์ต้องยุบสภา และพรรคพลังประชารัฐนำมาเป็นนโยบายประกาศกับประชาชนตรงนี้จะเกิดปัญหาความเป็นไปได้หรือฝันไปหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า ตนต้องเรียนว่าการโจมตีมันเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้ ส.ป.ก.นั้นได้เกิดขึ้นเมื่อปี 2518 ใช้เวลานานพอสมควรแล้ว โดยข้อเท็จจริงก็มีการเปลี่ยนสภาพ เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากแล้ว ฉะนั้นเราต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดว่า ข้อเท็จจริงปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร แล้วประชาชนที่ครอบครอง ส.ป.ก.เขามีความต้องการอย่างไร ฉะนั้นในอดีตต้องยอมรับว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่ปัจจุบันก็ต้องนำเสนอในสิ่งประชาชนอยากได้

 

ปชป.ย้อนศร‘พ่อมดดำ’ อัดเสก สปก.เข้ามือนายทุน ปูดเขตอีอีซีมีกว้านซื้อแล้ว

ปชป.ย้อนศร‘พ่อมดดำ’ อัดเสก สปก.เข้ามือนายทุน ปูดเขตอีอีซีมีกว้านซื้อแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.16 น.

ปชป.ย้อนศร‘พ่อมดดำ’ อัดเสก สปก.เข้ามือนายทุน ปูดเขตอีอีซีมีกว้านซื้อแล้ว

10 ม.ค.62 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีการตอบโต้กับเรื่องนโยบายที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ระหว่างสมาชิกพรรค ปชป. กับนายสุชาติ ตันเจริญ กรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดยนายสุชาติ ได้นำกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อปี 2538 จนทำให้รัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำยุบสภา ว่า ในฐานะเป็นผู้เสนอนโยบายโฉนดสีฟ้า ให้กับทางพรรค ปชป. ตนคิดว่าการต่อสู้ทางการเมือง ด้วยการต่อสู้กับชุดความคิดเชิงนโยบายนั้นถูกต้องแล้ว เพราะเป็นการก้าวข้ามวาทกรรมทางการเมือง กรณีที่ดินถือเป็นตัวอย่างของชุดความคิด เพราะนโยบายเรื่อง ส.ป.ก. ระหว่างทางพรรค ปชป. กับพรรค พปชร. เห็นชัดว่า พปชร.เพลี่ยงพล้ำในเรื่องนี้

“เพราะเรื่องนี้นายสุชาติ ออกมาพูด 2 วันไม่เหมือนกัน วันแรกนายสุชาติออกมาพูดชัดว่าจะแก้กฎหมาย ส.ป.ก.ให้เปลี่ยนวัตถุประสงค์จากเพื่อการเกษตรอย่างเดียวไปทำอย่างอื่นได้ด้วย เช่น ทำโรงงาน รีสอร์ท และการพาณิชย์ กับเปลี่ยนเป็นใบสลักสิทธิ์ ให้ซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้ โดยไม่จำกัดผู้ซื้อและไม่จำกัดจำนวนไร่ที่จะซื้อ แต่พอถูกพรรค ปชป. ออกมาแย้งว่าเป็นการเอาที่ดินหลวงไปขายสุดท้ายก็อยู่ในมือนายทุน นายสุชาติก็กลับมาพูดอีกคล้ายนโยบายโฉนดสีฟ้าของพรรค ปชป.ว่าจะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในที่ดิน แต่โฉนดสีฟ้าไปไกลกว่าคือสามารถนำไปเป็นหลักประกันในธนาคารทุกธนาคารได้ และสามารถประกันตัวในศาลได้ และรองโฆษก พปชร.ก็ออกมายอมรับว่า ความคิดนี้ยังไม่ตกผลึก” นายสาทิตย์กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า นโยบายที่ดีจะต้องลดความเหลื่อมล้ำและคิดถึงคนไร้ที่ทำกิน ซึ่งนโยบายของพรรค ปชป. ยังมีเรื่องโฉนดชุมชนที่เป็นการรับรองสิทธิชุมชน ให้กับคนที่ทำกินอยู่ในป่าที่เสื่อมโทรมแล้วและทำกินมานาน รวมทั้งมีการตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นแหล่งทุนให้กับคนที่อยู่ในที่โฉนด ซึ่งนโยบายนี้จะประสบความสำเร็จได้ จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ไปแล้ว แต่ไม่ตรงจุด เพราะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้  ดังนั้นถ้าพรรค ปชป. ได้เป็นรัฐบาล ก็จะแก้กฎหมายให้เอาเงิน 2 เปอร์เซ็นต์ ของการจัดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า ในที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วเอาเงิน2 เปอร์เซ็นต์นี้ไปให้กับธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นเงินทุนจัดหาที่ดินให้คนยากจนต่อไป ซึ่งส่วนหนึ่งธนาคารที่ดินก็จะรับซื้อที่ดิน ส.ป.ก.ที่เจ้าต้องการขายเพื่อจัดให้คนจนต่อไปด้วย

“ชุดความคิดโฉนดที่ฟ้าของพรรค ปชป.จะทำที่ดินเป็นทองคำให้มือคนจน ตรงกันข้ามกับนโยบายของพรรค พปชร. ที่ทำที่ดินเป็นทองคำในมือนายทุน และจริงๆแล้วควรสำรวจว่าขณะนี้ที่พูดเรื่องแปลงส.ป.ก.เป็นโฉนด มีนายทุนไปกว้านซื้อที่ ส.ป.ก.ที่ไหนบ้าง มีจำนวนเท่าไหร่ เป็นของใคร ส่วนนี้รัฐต้องยึดกลับคืนมา ผมเชื่อว่ามีการกว้านซื้อกันอยู่ โดยเฉพาะที่ดินในเขตอีอีซี ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” นายสาทิตย์ กล่าว

เครือข่ายประชาชนยื่นข้อเสนอสนช.ปรับปรุง'กม.หวย'

เครือข่ายประชาชนยื่นข้อเสนอสนช.ปรับปรุง'กม.หวย'

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 12.55 น.

10 ม.ค.62 ที่รัฐสภา เครือข่ายภาคประชาชน อาทิ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก , เครือข่ายคนรุ่นใหม่ไม่พนัน , เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เพื่อขอให้ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่..) พ.ศ. .... อาทิ สร้างความถ่วงดุลในการพิจารณารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการออกสลากฯ ผ่านรูปแบบเดิม คือ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองแทนการให้อำนาจตามร่างกฎหมายใหม่ ที่กำหนดให้บอร์ดสำนักงานสลากฯ เป็นผู้พิจารณา รวมถึงกำหนดการออกสลากรูปแบบใหม่ได้ในอนาคตนั้น ให้ศึกษารวมถึงรับฟังความเห็นแทนการให้สิทธิพิจารณาออกสลากรูปแบบใหม่ได้ ส่วนประเด็นการแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคานั้น ควรกลับไปใช้บทบัญญัติเดิมคือ หักค่าบริหารจัดการ 12 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรัฐจะได้ไม่เสียประโยชน์ ขณะที่การเพิ่มโทษผู้ขายสลากเกินราคานั้น ควรบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับสลากเพื่อไปขายต่อ และขอให้บัญญัติเนื้อหาด้วยว่า ให้นำรายได้จากการขายสลากสนับสนุนการแก้ปัญหาการพนันในสังคม

ด้าน นายสุรชัย กล่าวว่า ยอมรับว่าจากการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนรัฐบาล และตัวแทน สนช.มีข้อกังวลในหลายประเด็น โดยเฉพาะการเปิดช่องให้ออกสลากกินแบ่งพิเศษรูปแบบออนไลน์ที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีเป็นคดีความ ดังนั้น ในชั้นกรรมาธิการฯ จะพิจารณาให้รอบคอบ และอาจจะเชิญตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนมาให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ข้อกังวลที่ภาคสังคมห่วงนั้น สนช.พยายามจะพิจารณาร่างกฎหมายให้รอบคอบ แต่การตัดสินใจในการเขียนบทบัญญัติยอมรับว่าขึ้นอยู่กับชั้นกรรมาธิการฯ ส่วนข้อเรียกร้องของภาคประชาชนนั้นยอมรับว่านำเสนอช้าไปหน่อย แต่ตนจะพยายามคัดสำเนาเอกสารแจกให้ที่ประชุม สนช.ใช้ประกอบการพิจารณาในวาระแรกด้วย

 

สมาคมฯลุยตรังชงแผนศึกษาขุดคลองแนว9A ยันไม่เกี่ยวข้องพรรคคลองไทย

สมาคมฯลุยตรังชงแผนศึกษาขุดคลองแนว9A ยันไม่เกี่ยวข้องพรรคคลองไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.33 น.

สมาคมฯลุยตรังชงแผนศึกษาขุดคลองแนว9A ยันไม่เกี่ยวข้องพรรคคลองไทย

10 ม.ค.62 ที่ จ.ตรัง สมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา นำโดย พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา และเลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ , พล.อ.ประดิษฐ์ บุญเกิด เลขาธิการสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา , พล.ต.ศรชัย แก้วนพ เหรัญญิกสมาคมฯ , นายทัศชัย อินทร์วิเศษ นายกสมาคมคลองไทยฯ สาขา จ.ตรัง , กำนันระพี อินทร์วิเศษ อุปนายกฯ , กำนันประดิษฐ์ สุขเสน กรรมการสมาคมฯ , กำนันสมหมาย หมาดทิ้ง กรรการสมาคมฯ เดินทางมาพบปะผู้นำภาคราชการและเอกชน มีนายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัด(รอง ผวจ.) ตรัง , นายประชา งามรัตนกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง , นายภราดร นุชิตศิริพัตรา นายกสมาคมชาวสวนยาง จ.ตรัง และรองนายกสภาหอการค้า จ.ตรัง , นายใจ สังขารา รองนายกสภาอุตฯ ฝ่ายคอนกรีต , นายชัยฤทธิ์ ถ้ายย้วน นายกสมาคมปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง ให้การต้อนรับ

พล.อ.พงษ์เทพ  กล่าวว่า ตนขอขอบคุณทางจังหวัดตรังที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมภาคประชาชนที่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ประชาชนได้เสนอโครงการคลองไทย แนว 9 A เพื่อประโยชน์เศรษฐกิจทางมหาสมุทร โครงการศึกษาจึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศชาติโดยรวม เป็นการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างอาชีพที่มีความเป็นสากลเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลาย  โดยทางสมาคมคลองไทยฯได้มีการศึกษาลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชน จนนำไปสู่การนำเสนอต่อ พลอ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาคลองไทยแนว 9A ขึ้นอย่างเป็นทางการ ล่าสุด  พล.อ.ประยุทธ์  มอบหมายให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสภาความมันคงแห่งชาติ เข้ามาดูแลในการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการคลองไทย แนว9 A

พล.อ.พงษ์เทพ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีบัญชาลงมาให้หาทางและพยายามหาวิธีการที่จะลงมาพบปะกับทางพื้นที่ในจังหวัดเพื่อหาข้อมูลว่าสิ่งที่ประชาชนได้ยื่นหนังสือไปว่ามีความต้องการมากน้อยเพียงใด ก็ต้องลงมาหาข้อมูล ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมศึกษาต่อไปหรือไม่นั้น ก็ต้องดูแลพื้นที่จากนั้นจะได้ตั้งคณะกรรมการศึกษา

“ในส่วนของสมาคมคลองไทยฯ มีความมั่นใจว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีมีบัญชามาแล้ว ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการศึกษากันต่อไป เมื่อตั้งแล้วก็ต้องศึกษาส่วนจะมีการผลออกมาอย่างไร ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาในเชิงลึกว่าถ้าดีก็เดินต่อ ถ้าไม่ดีก็เก็บทิ้งไว้ให้อยู่ไปอีกเป็นร้อยปี สำหรับสมาคมฯเองก็มีส่วนร่วมในการให้การสนับสนุนในการให้ความรู้กับภาคประชาชน ส่วนการขับเคลื่อนเป็นเรื่องของประชาชนเอง ทางสมาคมฯไม่ได้ไปชี้นำหรือแนะว่าต้องทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ เป็นเรื่องความต้องการของประชาชนเอง” พล.อ.พงษ์เทพ กล่าว

พล.อ.พงษ์เทพ กล่าวอีกว่า ทางภาคใต้เองไม่เคยมีโครงการใหญ่ๆ โดยเฉพาะโครงการที่ดีและใหญ่ที่เกิดจากภาคประชาชนก็ไม่เคยมีมาก่อน ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติไทยว่า ประชาชนคิดโครงการที่ดี ซึ่งมีมาแล้วแต่ถูกเก็บทับไป มันจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกับประเทศชาติ หากโครงการนี้ในทัศนะของตนถ้าเกิดขึ้นได้คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นบุญของประชาชน แต่ทั้งนีทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาในเชิงลึก

เมื่อถามว่ามีประเด็นเสียงสะท้อนว่า การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีการจัดตั้งพรรคคลองไทย จะมาเกี่ยวพันกับทางสมาคมฯด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.พงษ์เทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางพรรคการเมือง ทางสมาคมฯไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะว่าเป็นเรื่องของสิทธิของประชาชนคนไทย อย่างที่ตนเรียนให้ทราบว่า เรามีประเทศไทย แต่มีพรรคการเมืองชื่อพรรคชาติไทยก็ไม่เห็นมีใครไปว่า ถือว่าเป็นสิทธิและคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าทางพรรคการเมืองมองเห็นถึงผลประโยชน์ของชาติ

“ส่วนผู้ที่สนับสนุนเห็นด้วยกับการให้มีการขุดคลองไทย จะไปสนับสนุนพรรคคลองไทย หรือไม่นั้นอาจจะมีส่วนหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่นโยบายของพรรคที่สำคัญที่สุดคือ ความต้องการของประชาชนสำคัญกว่านโยบายของพรรคถ้าเอาความต้องการของประชาชนไปเขียนเป็นนโยบายพรรคตนคิดว่าจะมีคุณค่ามากกว่า เป็นการสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนโดยตรง” พล.อ.พงษ์เทพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคคลองไทย เปิดตัวดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นทางการไปแล้ว มี นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตรังครบ 3 เขต

เร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม หลังท่วมกว่า 2.6 พันไร่-คาด 7 วันเมืองคอนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

เร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม หลังท่วมกว่า 2.6 พันไร่-คาด 7 วันเมืองคอนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.28 น.

"กรมชลฯเร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม กว่า1.6 พันไร่ เมืองคอน น้ำลดแล้ว ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ คาดว่าอีก 7 วันสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ขณะที่แม่น้ำตรังลดลงไม่กระทบตัวเมือง"

10 ม.ค. 62 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมสวนส้มโอทับทิมสยาม ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กว่า 1.6 พันไร่ ปริมาณน้ำได้ลดลง และกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา ส่วนน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเขต อ.ชะอวด อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร และ อ.เฉลิมพระเกียรติ กรมชลประทานได้เดินเครื่องสูบน้ำ จำนวน 31 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 24 เครื่อง พร้อมทั้งเปิด-ปิด ประตูระบายน้ำที่ติดกับทะเลตามจังหวะการขึ้น-ลง ของระดับน้ำทะเล เพื่อช่วยเพิ่มการระบายน้ำอีกทางหนึ่ง 

ส่วนสถานการณ์น้ำแม่น้ำตรัง หลังจากกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำตามสะพานและจุดเสี่ยงรวมทั้งบริเวณจุดเฝ้าระวัง ที่สถานี X.233, X.56 อ.ห้วยยอด และที่สถานี X.47 อ.เมือง ทำให้น้ำระบายได้ดีขึ้น ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มลดลง และไม่ส่งผลกระทบต่อเทศบาลเมืองตรังอย่างแน่นอน  ทั้งนี้จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยทุกพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติภายใน 7 วัน

 

'บิ๊กฉัตร'ยันยุโรปเชื่อมั่นสินค้าประมงไทย! หลังพ้นไอยูยู-การค้ามนุษย์

'บิ๊กฉัตร'ยันยุโรปเชื่อมั่นสินค้าประมงไทย! หลังพ้นไอยูยู-การค้ามนุษย์

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.20 น.

"บิ๊กฉัตร ยืนยัน ผู้นำเข้ากลุ่มยุโรป เชื่อมั่นสินค้าประมงไทยมาจากทำประมงถูกกฏหมาย หลังพ้นไอยูยูและการค้ามนุษย์ คาดสินค้าทะเลไทยรับการยอมรับได้ยอดนำเข้าพุ่งกระฉูด"

10 ม.ค. 62 ที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม สหภาพยุโรป(อียู) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุมผู้นำเข้าสินค้าประมงไทยภายหลังอียูปลดใบเหลืองประมงไทย โดยมีสมาคมผู้นำเข้าสินค้าประมงสหภาพยุโรปรายใหญ่เข้าร่วมงาน อาทิ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร ประจำสหราชอาณาจักร สมาคมการค้าที่สนับสนุนการค้าอย่างยั่งยืน (AMFORI)  

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า แม้ในช่วงที่มาประเทศไทยจะมีปัญหาความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และปัญหาการค้ามนุษย์ หรือไอยูยู แต่ต้องถือว่าผู้นำเข้าในกลุ่มประเทศยุโรปยังคงให้ความเชื่อมั่นสินค้าประมงของไทยมาโดยตลอด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Seafood Task Force ที่ช่วยสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อแนะนำในการดำเนินการต่างๆ ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการที่แก้ไขปัญหาในระยะเวลาอันสั้น  ทั้งที่เป็นการทราบดีทั่วโลกว่าปัญหาด้านการประมงนั้นใช้ระยะเวลาที่ยาวนานไม่น้อยกว่าสิบปี โดยสิ่งที่รัฐบาลไทยได้วางรากฐานการแก้ไขปัญหาการทำประมงของประเทศ ก็เพื่อมุ่งไปสู่การประมงอย่างยั่งยืนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ 

ด้านกรอบกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการปฏิรูปการประมงของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งพระราชกำหนดการประมง 2558 และพระราชกำหนดเรือไทย 2561 เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับอนุสัญญา ข้อตกลงสากล   ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ UN หรือ FAO ที่จุดมุ่งหมายให้มีการทำการประมงอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบ  

ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงและกองเรือประมง ประเด็นที่เคยกังวลและตั้งคำถามอยู่เสมอว่าการประมงของประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ทำประมงเกินกว่าทรัพยากรสัตว์น้ำ (Over fishing) หรือไม่ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าสภาวะการประมงไทยในวันนี้ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยนับวันจะดีขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีการจัดสรรทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นธรรมให้แก่ชาวประมงทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ การพัฒนาการประมงย่างยั่งยืนผ่านโครงการปรับปรุงการทำการประมง ซึ่งขณะนี้มีการพัฒนาอยู่ในหลายพื้นที่และหลายกลุ่มสัตว์น้ำ  และชาวประมงพื้นบ้าน รัฐบาลได้สร้างความเข้มแข็ง ให้กับชุมชนประมงชายฝั่ง ตามมาตรฐาน Blue Band” โดยชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต 

ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) การทำประมงผิดกฏหมาย ซึ่งดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งการควบคุมเรือไทยและเรือต่างชาติ เป็นไปตามกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องภายใต้การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (FMC) ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) ใน 22 จังหวัดชายทะเลของไทย และด่านตรวจสัตว์น้ำ 
ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งสำคัญที่สุดที่ผู้นำเข้าสินค้าประมง จะมั่นใจได้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของไทย รวมทั้งวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศมาผลิตไม่ได้มาจากการทำการประมงผิดกฏหมาย สามารถตรวสอบย้อนกลับได้ทุกสายการผลิต ไปสู่การเป็นการทำประมงถูกกฏหมายทุกขั้นตอนหรือ IUU-free Thailand 

ด้านแรงงาน เรื่องแรงงานในภาคประมงทะเล ที่มีการดำเนินการควบคู่กันเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้แรงงานในภาคประมงทะเลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องนั้นอยู่ภายใต้หลักมนุษยธรรมและความรับผิดชอบ ซึ่งผลจากการดำเนินการทำให้การรับอนุสัญญา ILO  C188  เป็นเรื่องที่เป็นไปได้และคาดว่าในปีนี้ประเทศไทยจะมีการยื่นสัตยาบันอนุสัญญาฉบับดังกล่าว
 
“ความสำเร็จครั้งนี้ส่งผลดีปรับภาพลักษณ์ทำการประมงของไทยและส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับ4 ของโลก ได้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก พ้นจากไอยูยู หรือการค้ามนุษย์ ได้สร้างความมั่นใจต่อผู้นำเข้าและผู้บริโภค โดยไทยจะไม่หยุดแค่นี้  มีเป้าหมายส่งเสริมความยั่งยืนทางทะเลในทุกระดับ ครอบคลุมเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมรับผิดชอบกับประชาคมโลกในการรักษาทรัพยากรทางทะเล และสินค้าประมงจากไทย มาจากแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยร่วมกับทุกประเทศในโลกนี้ เพื่อขจัดปัญหาการทำประมง IUU และปัญหาการค้ามนุษย์ ในภาคประมงให้หมดสิ้นไป " พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

 
ด่วน! คนร้ายสวมรอยแต่งชุดทหาร กราดยิง อส.พลีชีพ 4 ศพในโรงเรียนปัตตานี ชิงปืนหนี

ด่วน! คนร้ายสวมรอยแต่งชุดทหาร กราดยิง อส.พลีชีพ 4 ศพในโรงเรียนปัตตานี ชิงปืนหนี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.09 น.

ด่วน! คนร้ายสวมรอยแต่งชุดทหาร กราดยิง อส.พลีชีพ 4 ศพในโรงเรียนปัตตานี ชิงปืนหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.54 น. วันนี้(10 ม.ค.62) ร.ต.ท.วิชา หนูแป้นน้อย รอง สว.(สอบสวน)  พนักงานเวร สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลประจัน เสียชีวิต 4 นาย เหตุเกิดภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ หมู่ 5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งการให้ครูนักเรียนกลับบ้านและปิดเรียนทันทีแล้ว

ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ อส. ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) จำนวน 4 นาย ปฎิบัติหน้าที่คุ้มครองครูและเด็กนักเรียนตามปกติซึ่งจะมานั่งประจำบริเวณใต้ถุน อาคารเรียน ปรากฏว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะแต่งกายคล้ายชุดทหารทำทีท่ามาตรวจความเรียบร้อยในโรงเรียน และได้มีการทักทายเมื่อสบโอกาสได้ใช้อาวุธสงครามกระหน่ำอย่างเลือดเย็น  หลังก่อเหตุได้นำอาวุธปืนเอชเค 4 กระบอกพาหลบหนีไปด้วย นอกจากนี้คนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบและวัตถุต้องสงสัยตามเส้นเข้าออกโรงเรียน

สมาชิก อส.ชคต.ประจัน ที่เสียชีวิต 4 นาย ดังนี้

1.อส.สุไลมาน แวอุเซ็ง  อายุ  36 ปี   11/1  ม.6  ต.ประจัน

2.อส.มูฮำมัด เต๊ะเด็ง  อายุ 33 ปี 88/2 ม.4 ต.สะนอ อ.ยะรัง

3.อส.อับดุลเลาะ สาและ อายุ 35 ปี 38/1 ม.3 ต.ยะรัง อ.ยะรัง

4.อส.บือราเฮง จิ   อายุ 32 ปี 3/3 ม.2 ต.ยะรัง อ.ยะรัง

 
 
....................................................
 
10 มกราคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน