*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5076
  • จำนวนผู้ชม : 3225282
  • จำนวนผู้โหวต : 1696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1696 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 474 , 20:02:43 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link : ปูใช้พาสปอร์ตกัมพูชาจดทะเบียนบริษัท//‘พปชร.’ยันทำแน่ เสก สปก.4-01เป็นที่ดินทองคำ

     10 มกราคม 2562

         ภาษาการเล่นฟุตบอลแบบปลอดภัยไว้ก่อนได้แก่ 'play safe' ครับ ซึ่งหากเรายังไม่รู้ว่าจะเลือกพรรคใดดี ก็

ควรลงคะแนนให้พรรคที่ค่อนข้างจะสะอาดเอาไว้ก่อนจะเป็นการดี แม้จะเงอะๆงะๆสักหน่อยก็ยังดี ส่วนพรรคที่ออก

ท่าทางว่าจะเข้ามาเป็นรัฐบาลอย่างเต็มที่ แต่เมื่อแพลมนโยบายออกมาว่า จะทำให้ที่ดินสปก.กลายเป็นทองคำ หรือ

อีกพรรคที่นโยบายคือการนำพา'เจ้านาย' กลับจากการหลยคดีไปอยู่นอกประเทศ เพื่อกลับมาสานต่อการโกงกินกัน

อย่างมโหฬารต่ออีกก็อย่าไปเลือกเลย เพราะจะทำให้ชาติปลอดภัย safty ก่อนดีกว่า โดยเฉพาะ ถ้าไม่อยากเห็น

ทหารออกมาเอ็กเซอไซต์กันอีก เพราะพวกนี้ขับไล่ด้วยเสียงในสภาไม่สำเร็จเป็นแน่ดังที่เจอกันมาแล้ว

 

 

ลึกสุด "คุณหญิงอ้อ-ยงยุทธ" เพื่อชาติ-เพื่อใคร?

ยงยุทธ ติยะไพรัช,ฮั่น มิตติ ติยะไพรัช,พรรคเพื่อชาติ,พรรคไทยรักษาชาติ,คุณหญิงอ้อ,พจมาน ชินวัตร,ทักษิณ,นปช,ตู่ จุตพร

ภาพ "คุณหญิงอ้อ" ในงานมงคลสมรสคืนนั้น ให้คำตอบประเด็นหนทางการเมืองของตระกูลติยะไพรัชได้หมด ทำไม "เสี่ยฮั่น" เป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ 

          000 ฤดูหาเสียงปีนี้ เกิดอาการแปลกๆ หลายอย่าง พรรคเก่าที่ครองแชมป์สนามบ้านนอก กลับทำตัวเยี่ยง พรรคยาจก” มีเวทีปราศรัยน้อยมาก รถแห่ก็หายาก สายข่าวแอบกระซิบ กระสุนขัดลำกล้อง” ใครอยากหาเสียงต้องดูแลตัวเอง 

          000 กล่าวถึงพรรคน้องใหม่สาย นปช.(ปีกสายกลาง) ต้องโฟกัสไปที่ ยงยุทธ ติยะไพรัช” ประธานฝ่ายเชียร์พรรคเพืื่อชาติ ที่ไปปราศรัยแถวพิษณุโลก ทำนองว่า จะนำ “ทักษิณ” กลับบ้าน แต่ภายหลังเจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายความยาวยืด ได้ข้อสรุปว่า หาเสียงจะพาทักษิณกลับ 3 ครั้งแล้ว ก็ทำไม่ได้ ส่วนครั้งที่ 4 “ยงยุทธ” เสนอเปิด พื้นที่พูดคุย” และคุยกับทักษิณนั่นเอง

 

ลึกสุด

ยงยุทธ ในวันหาเสียงที่พิษณุโลก

          000 บนถนนการเมืองที่ว่างเว้นสภาผู้แทนฯ มา 4-5 ปี “ยุทธ แม่จัน” ไม่เคยหายหน้าไปจากจอทีวี เขามาคลุกคลีตีโมงอยู่กับ จตุพร พรหมพันธุ์” และ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” ที่ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ที่ตั้งสถานีทีวีดาวเทียม “พีซทีวี” จึงเกิดพรรคเพื่อชาติขึ้น

          000 ส่วนที่เชียงราย สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” อดีตนายก อบจ.เชียงราย คู่ชีวิตของยงยุทธ รับบทแม่ทัพใหญ่รักษาฐานเสียง คู่ขนานไปกับการทำทีมฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด โดยลูกชาย มิตติ ติยะไพรัช” บริหารงานจนประสบความสำเร็จ และวันนี้ “เสี่ยฮั่น” มาเป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ฉะนั้น ทุกย่างก้าวของ “ยุทธ แม่จัน” จึงต้องจับตามองใกล้ชิด

          000 ต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตระกูล ติยะไพรัช” จัดงานฉลองมงคลสมรสให้ลูกสาว “น้องโฮม ปิยะรัฐชย์” กับนายตำรวจหนุ่ม ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และที่สร้างความตื้นตันใจให้แก่ครอบครัวยงยุทธคือ “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร” ให้เกียรติเป็นประธานคล้องพวงมาลัยมงคลสมรสคู่บ่าวสาว ซึ่ง “สลักจฤฎดิ์” ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณ “คุณหญิงป้าของลูกๆ ที่ได้เมตตากับครอบครัวติยะไพรัช”

 

ลึกสุด

คุณหญิงพจมานถ่ายภาพร่วมกับตระกูลติยะไพรัช

 

          000 ภาพ คุณหญิงป้า” ของยงยุทธ-สลักจฤฏดิ์ ในงานมงคลสมรสคืนนั้น ให้คำตอบประเด็นหนทางการเมืองของตระกูลนี้ได้หมด ทำไม “เสี่ยฮั่น” เป็นเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ และ ทำไม “ยงยุทธ” จับมือ “จตุพร” สร้างพรรคเพื่อชาติ สร้าง “เกาะกลาง” เปิดพื้นที่การเจรจากับนายใหญ่ที่พเนจรกินอุ่นนอนอิ่มอยู่ต่างแดน

          000 เบื้องหลังมวลชนหลายพันคนมาฟังการหาเสียงของพรรคเพื่อชาติ ที่ตลาดแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ต้องให้เครดิตผู้ชายคนนี้ ปัณณวัฒน์ นาคมูล” หรือชื่อเดิม “จเร นาคมูล” นักกิจกรรมรามคำแหง รุ่นเดียวกับจตุพร พรหมพันธุ์ สมัยแดงทั้งแผ่นดิน ปัณณวัฒน์รับบทประธาน นปช.อุตรดิตถ์ สร้างเครือข่ายคนเสื้อแดงจนเป็น กองกำลังหลัก” ให้ นปช.ส่วนกลาง

ลึกสุด

วันเลือกตั้ง? 'รัฐบาล-กกต.' อย่าทำชาติพัง!

พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,เลือกตั้ง,กกต,รักแผ่นดิน

คอลัมน์...  รักแผ่นดิน  โดย... ฅนไท  ที่มา... หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 

          รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สร้างความคาดหวังกับประชาชนเมื่อ 7 ธันวาคม 2561 ว่าการเลือกตั้ง ส.ส.จะเกิดขึ้น ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 จึงวาง time line ว่า เปิดศักราชใหม่ 2 มกราคม 2562 จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง แต่เมื่อมีหมายกำหนดการจากสำนักพระราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คนไทยทุกคนเข้าใจและยอมรับได้ หากว่าจำเป็นต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องการให้ทับซ้อนกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ

          แต่รัฐบาลและ กกต.ซึ่งมีหน้าที่ร่วมกัน กำหนดความชัดเจนในการเลือกตั้ง ต้องมีความชัดเจนได้แล้วว่า จะคืนอำนาจให้กับประชาชนได้เมื่อใด ไม่ใช่ออกอาการยื้อซ้ายที-ขวาที เช่น กรณี วิษณุ เครืองาม มือกฎหมายของรัฐบาล ที่ไปเจรจากับ กกต. ระบุว่า อยากให้ 24 หรือ 31 มีนาคม เป็นวันเลือกตั้ง แต่ กกต.ก็มีเหตุผลว่า ควรเป็น 10 มีนาคม เพื่อป้องกันปัญหาการเลือกตั้งจะสะดุดลง หากมี "คนหัวหมอ” ยื่นฟ้องว่า การเลือกตั้งมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะการรับรอง ส.ส.ไม่ควรล่าช้าเกินวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 หรือ 60 วันนับแต่วันหย่อนบัตร

          ผ่านพ้นศักราชใหม่ ด้วยการประชุมคณะรัฐมนตรี 2 นัด ยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมา ซึ่งการกำหนดวันเลือกตั้ง เป็นอำนาจร่วมกันของ ครม.-กกต. แต่เมื่อยังไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้ง การนับหนึ่งแห่งการเลือกตั้งก็เกิดขึ้นไม่ได้ จึงไม่แปลกใจ ที่พรรคการเมืองฝั่งตรงข้ามรัฐบาล และภาคประชาชนทั่วไป รวมทั้ง “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” กำลังก่อกระแสคัดค้านการทำงานของทั้งรัฐบาลและ กกต.ในความไม่ชัดเจนต่อการกำหนดเลือกตั้ง

          ความอึมครึมนี้ มีคำถามจากนักธุรกิจทั้งในและนอกประเทศเหมือนกัน คือ “จะมีการเลือกตั้งหรือไม่และเมื่อใด” เพราะความไม่ชัดเจนที่ถูกกระทำขึ้นมาจากผู้มีหน้าที่กำหนดสององค์กร คือ รัฐบาลและ กกต.ไม่ทำหน้าที่ที่ถูกต้องของตนเอง หมดเวลาที่ ทั้งรัฐบาลและ กกต.จะยื้อและสร้างความไม่ชัดเจนในการเลือกตั้งให้ปกคลุมประเทศนี้ เพราะความอึมครึมที่เกิดขึ้นทำลายทั้งบรรยากาศการลงทุนและบรรยากาศประชาธิปไตยในประเทศ

          “จงอย่าทำชาติพังเลย!” ถ้าแค่ตกลงกันแล้วกำหนดวันเลือกตั้งไม่ได้ ท่านทั้งหลายอย่าเป็นเลย รัฐบาลหรือกกต. เพราะเป็นไปก็ “เปลืองเวลาประเทศ” วันนี้ไม่มีทางอื่นแล้ว เราต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง และเตรียมตัวส่งมอบการบริหารให้กับรัฐบาลที่มาจากอำนาจของประชาชน ที่อาจจะเป็นรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อไปหรือไม่ก็ได้ ไม่มีใครรู้ได้ นอกจาก “ประชาชน” จะเป็นผู้ให้คำตอบ

          ดังนั้น รัฐบาลและ กกต.จงเลิก “ยื้อ” เวลาเสียเถิด เพราะถ้ายังไม่ชัดเจน อาจจะไม่มีเวลาให้ท่าน “ยื้อ” อีกต่อไป!

"ประยุทธ์"แนะ"เลือกตั้ง"ให้ได้"นายกฯ"ดีไม่ใช่แฮปปี้งานไม่ทำ

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ,กองทุนหมู่บ้าน,เลือกตั้ง

"ประยุทธ์"แนะคนไทย"เลือกตั้ง"ให้ได้"นายกฯ"ที่ดีไม่ใช่ได้แบบ"ตามใจ-แฮปปี้"แต่งานไม่ทำ ลั่นแจกเงิน "อสม."ไม่หวังมารัก เซ็งคนหามาพูดมาก

                     10 มกราม 2562 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อาคาร 2 อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานในงาน "มหกรรมการแสดงผลการดำเนินงานโครงการตามแนวทางประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง" 

                      พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินกองทุนต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ ถือว่าใช้เงินไปพอสมควร แต่เงินเหล่านี้ คิดว่าไม่ไปไหน ถ้าไม่เกิดการทุจริต ตนคาดหวังว่าจะไม่มีทุจริต ถ้าทุจริตก็ต้องถูกตรวจสอบ หลายอย่างบางทีเกิดความไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกัน หรืออาจมีการให้ร้ายกันบ้าง คงเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมในวันนี้ สังคมโซเชียลมีเดีย เวลาโพสก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ด่าคนโน้นคนนี้ มีความสุขไปวันๆ 

                      "ผมคิดว่า ทำลายประเทศทำลายกันเองอย่างนี้ไม่ได้ ไม่มีใครจะสร้างประเทศไทยให้ยั่งยืนได้ ผมก็ไม่ได้ ใครก็ไม่ได้ นอกจากคนไทยด้วยกัน จะเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลที่ดีก็อยู่ที่คนไทยทั้งหมด รัฐบาลที่ดีต้องได้ นายกรัฐมนตรีที่ดีด้วย ไม่ใช่ได้อะไรมาก็ไม่รู้ที่ตามใจพอใจ ที่มีความสุขแฮปปี้แล้วทำหรือเปล่า ไปทบทวนดู ไอที่พูดๆ กันมาทั้งหมด ผมไม่ได้ให้ร้ายใคร ผมพูดตรงนี้เพราะผมไม่ใช่นักการเมืองในขณะนี้ที่จะไปลงเลือกตั้ง ผมพูดในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีความห่วงกังวลในประเทศของเรา ผมคิดว่าทุกคนก็ต้องห่วงเช่นผมเหมือนกัน ห่วงหรือไม่ ห่วงชาติหรือไม่ เมื่อห่วงแล้วก็ต้องหวงด้วย ไม่ใช่ห่วงอย่างเดียวแต่ไม่หวง ดินแดนนี้เป็นดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ คิดง่ายๆให้รู้สึกดีภูมิใจในความเป็นชาติ                     

                    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ขอให้พากันไปงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว เพื่อแสดงพลัง ที่อยากให้ไปไม่ได้อยากให้ทุกคนไปเหนื่อยไปร้อน สิ่งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานลงมาเพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างไร และดูว่าในงานมีอะไรบ้าง ที่พัฒนาไปแล้วในหลาย ๆ จังหวัด เพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตรงนี้คือกลไกประชารัฐ ไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะอันนี้เกิดขึ้นก่อนนานแล้ว รัฐบาลได้ให้งบประมาณไปพัฒนา       

                   ตอนนี้เชื่อว่าคงรอกันว่าเมื่อไหร่จะได้ใหม่ รัฐบาลกำลังหาเงินอยู่ มันเป็นภาระระยะยาว หลายโครงการเกิดขึ้นใหม่ในรัฐบาลนี้ มีการพัฒนามาตลอด สิ่งไหนดีก็ทำต่อ และต้องดีจริงๆ ไม่ใช่ตรงนั้นมีความสุข ตรงนี้เจ๊ง แบบนี้ไม่ได้ โครงการแบบนั้นทำกันมาแบบไม่มีรายละเอียด เมื่อทำมาก ๆ ก็เจ๊งไปหมด แม้กระทั่งงบที่ลงไปให้โรงพยาบาลที่ไม่ดูเรื่องการป้องกัน ใช้เงินมหาศาล วันนี้รัฐบาลต้องเติมเงินลงไปเยอะ ก็คิดว่าดีกัน แต่การบริการก็ยังเหมือนเดิม

                   วันนี้ต้องมาแก้ไขกันใหม่ จริง ๆ แล้ว การรักษาพยาบาลไม่ ไม่ได้สอนใคร แต่ต้องการให้ทุกคนเกิดความคิดเหมือนที่ผมคิด มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ไตร่ตรองเอาเอง เพราะบังคับไม่ได้ หลายคนบอกผมเป็นคนขี้โมโหบ้าง บังคับบ้าง ผมเคยบังคับอะไรท่านหรือเปล่า มีแต่กฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วทั้งนั้น ถ้าไม่บังคับใช้กฎหมายบ้านเมืองก็ไร้ขือแปร ซึ่งมันไม่ได้ ประเทศไทยต้องใช้กฎหมายให้เกิดความเท่าเทียม 

อัยการ แจ้ง อคส.-อ.ต.ก.ส่งเอกสารเอกชนชดใช้ค่าข้าวเพิ่ม

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อสส,อคส,อตก,ส่งเอกสาร,เอกชนชดใช้,ยิ่งลักษณ์,บุญทรง,จำนำข้าว,ระบายข้าว,รองโฆษกอัยการ

"รองโฆษกอัยการ" เผยมหากาพย์ค่าเสียหายจำนำข้าว-ระบายข้าว แยกบังคับคดีปกครองอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์-กลุ่มบุญทรง นับแสนล้าน ส่วนเอกชนกว่า 300 ราย

          วันที่ 10 ม.ค.62 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย จากผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ทั้งนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชน ภายหลังที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ รวมทั้งนักการเมืองในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐสังกัดกรมการค้าต่างประเทศ และกลุ่มเอกชนไปเมื่อปี 2560 ว่า เมื่อมีการดำเนินคดีอาญาโดยฟ้องอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการจำนำข้าวและระบายข้าวจนศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาแล้ว ภายหลังก็ได้มีการดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน

          ส่วนแรก คือที่ กระทรวงการคลัง มีคำสั่งทางปกครองบังคับคดีให้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ , นายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ , นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ , นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ , นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็น ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ , นายอัครพงศ์ (หรืออัฐฐิติพงศ์) ช่วยเกลี้ยงหรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ มูลค่านับแสนล้านบาท

         ต่อมาผู้ได้รับคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางละเมิด ทั้ง 6 รายดังกล่าวก็ได้ยื่นฟ้อง รมว.คลัง และกระทรวงการคลัง เป็นคดีปกครอง ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ซึ่งส่วนนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีปกครองได้ดำเนินการแก้ต่างให้ รมว.คลังและหน่วยงานรัฐคือกระทรวงการคลังแล้ว สำหรับคำขอทุเลาการบังคับคดีศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด แต่บางรายขอยื่นทุเลาการบังคับคดีเข้ามาอีก ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล ส่วนคำฟ้องที่ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองให้ชดใช้ค่าสินไหนทดแทนนั้นขณะนี้คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองกลาง 

          ส่วนกรณีองค์การคลังสินค้า (อคส.) และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) ได้ส่งคดีให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปกครอง เพื่อให้ดำเนินการพิจารณาฟ้องเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับ อคส. และ อ.ต.ก ที่ผิดสัญญาฝากเก็บรักษาข้าวสารและสัญญาตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร รวมมูลค่าหลายแสนล้านบาทนั้น โดยคดีในส่วนนี้ทางสำนักงานอัยการคดีปกครอง ได้รับสำนวนคดีจาก อคส. จำนวน 246 คดี และจาก อ.ต.ก จำนวน 89 คดี ทั้งหมดเป็นเรื่องต่อเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าว

          ซึ่งหลังจากได้รับเรื่องแล้วทางสำนักงานคดีปกครองโดย นายเทพสิทธิ์ รักไตรรงค์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันพิจารณา ซึ่งคณะทำงานได้พิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่า ทางคดียังขาดเอกสารและพยานหลักฐาน โดยคดีมีเอกสารและพยานหลักฐานยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ คณะทำงานจึงมีมีมติให้ อคส. และ อ.ต.ก รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการ โดย นายเทพสิทธิ์ อธ.อัยการสำนักงานคดีปกครอง ได้มีคำสั่งแจ้งทั้ง 2 หน่วยงานไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 ที่ผ่านมาว่าให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมมาภายใน 16 ม.ค.นี้ ทั้งนี้หากเอกสารครบถ้วนแล้ว คณะทำงานอัยการคดีปกครองจะพิจารณามีความเห็นและคำสั่งต่อไป

          เมื่อถามว่า การฟ้องเรียกค่าเสียหายให้กับ อคส. และ อ.ต.ก. นี้ จะไม่มีปัญหาเรื่องอายุความดำเนินคดีใช่หรือไม่ อย่างไร นายประยุทธ กล่าวว่า ประเด็นข้อนี้ทางคณะทำงานถือเป็นเรื่องสำคัญและได้ตระหนักอยู่แล้ว ขอให้สบายใจได้ว่าไม่เกิดความเสียหายเพราะเรื่องนี้ ในชั้นพนักงานอัยการแน่นอน.

"วิษณุ" ลั่น "เลือกตั้ง" ไม่เกินมี.ค.62

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วิษณุ,กกต,เลือกตั้ง,ไม่เกินมีค62,จัดตั้งรัฐบาล,ประกาศก่อน,สอยทีหลัง

"วิษณุ" คาด กกต.เคาะวันเลือกตั้งไม่เกิน 26 ม.ค.นี้ ลั่นกาบัตรไม่เกิน มี.ค.62 แจงปม 150 วันไม่รวมประกาศผล 60 วัน เตือนประกาศก่อนสอยทีหลัง ไม่ควร อันตรายต่อรัฐบาล

          วันที่ 10 ม.ค. 62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเพื่อเตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถึงการกำหนดวันเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เราได้รายงานหมายกำหนดการพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกให้กกต.ทราบเป็นระยะแล้ว และจากวันนี้จะรายงานให้ทราบเพิ่มเติมด้วย เชื่อว่า กกต. จะนำไปประกอบการพิจารณาได้มาก จากนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกับกกต. เขาดูหมายกำหนดการก็คงคิดเองได้

         เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง จะประกาศก่อนวันที่ 26 ม.ค.นี้ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "เอาเป็นว่าประกาศในเดือนมกราคม และการเลือกตั้งไม่เกินเดือนมีนาคม กกต.จะเป็นผู้กำหนด"

          เมื่อถามว่า จะรู้วันเลือกตั้งเมื่อใด นายวิษณุ กล่าวว่า ตนก็อยากรู้ เพราะตนไม่รู้เรื่องนี้ ถามที่ทำเนียบฯไม่ได้ ต้องไปถามที่อื่น ส่วนการประกาศพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง จะมีเมื่อใดนั้น รัฐบาลไม่อยู่ในฐานะที่จะประกาศได้ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ไม่ประกาศ เมื่อถามว่า ขณะนี้พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยัง เมื่อถามย้ำว่า กกต.สามารถตัดสินใจเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งได้ก่อนวันที่ 26 ม.ค.นี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า น่าจะเป็นเช่นนั้น


         นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อถกเถียงการจัดเลือกตั้งภายใน 150 วัน ต้องรวม 60 วันที่กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น ตนถือหลักว่า การจัดเลือกตั้ง 150 วันเป็นเรื่องหนึ่ง การประกาศผล 60 วันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะกฎหมายคนละมาตรา ไม่ใช่เอาสองมาตรามารวมกัน ต้องเลือกตั้งให้เสร็จก่อน จากนั้นถึงจะนับระยะเวลาการประกาศผลต่อไปอีก 60 วัน โดยในส่วนนี้คิดว่า กกต.ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะคาดว่าผู้ชนะเลือกตั้งอาจร้องผู้แพ้เพื่อตัดคะแนนไม่ให้นำไปรวมในปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้ หากจะประกาศผลก่อนเพื่อสอยทีหลังก็ไม่ควรเพราะอันตราย จะกระทบการจัดตั้งรัฐบาล

          เมื่อถามว่า จะไม่มีการใช้ ม.44 เพื่อขยายกรอบ 150 วัน ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เพราะใช้ไม่ได้ ที่เขาพูดกันไม่ใช่การเรียกร้อง แต่อยากดูว่าจะกล้าใช้หรือไม่ ที่ผ่านมา คสช. ไม่เคยใช้ ม.44 ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือแก้รัฐธรรมนูญ

          เมื่อถามว่า ถึงวันนี้พูดได้หรือไม่ว่า 24 ก.พ.62 จะไม่มีการเลือกตั้ง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่กล้าพูด สื่อฟังก็ไปสรุปเอาเองได้.

กัมพูชาปัดรายงานสื่อฮ่องกงไม่เคยออกพาสปอร์ตให้"ยิ่งลักษณ์"

ต่างประเทศ ข่าวต่างประเทศ  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กัมพูชา,หนังสือเดินทาง,ยิ่งลักษณ์

ไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชายืนกรานไม่เคยออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯหญิงของไทย 

หลังจากหนังสือพิมพ์ เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ สื่อใหญ่ในฮ่องกง รายงานเมื่อวันพุธ ( 9 ม.ค.) ที่ผ่านมาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชา 

เป็นเอกสารการจัดตั้งบริษัท พีที คอร์เปอร์เรชัน คอมปานี ในฮ่องกง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมปีที่แล้ว ราว 1 ปีหลังจากหลบหนีโทษจำคุก 5 ปี ตามความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว 

นอกจากนี้ สื่อฮ่องกง ยังรายงานด้วยว่า 4 เดือนหลังจากนั้น อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์กลายเป็นประธานซัวเถา อินเตอร์เนชันแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล ( เอสไอซีที ) บริษัทบริหารท่าเรือในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน 

พนมเปญ โพสต์ สื่อกัมพูชา รายงานวันนี้ว่า ได้สอบถามไปที่เอสไอซีที ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ แต่เมื่อสอบถามจาก พล.อ. เหมา จันดารา ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกองงานเอกสารประจำตัว กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาในช่วงนั้น  ก็ได้รับการยืนยันว่ากัมพูชาไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้กับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ 

“เราไม่ทราบว่าเป็นเรื่องลวงหรือไม่ แต่เราไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้แก่ชาวต่างชาติ” พร้อมอธิบายว่าการทำเช่นนั้น จะขัดกฎหมายกัมพูชา เนื่องจากการออกหนังสือเดินทางแก่ชาวต่างชาติ กระทำได้เฉพาะบุคคลที่โอนสัญชาติผ่านพระราชกฤษฎีกา ที่สมเด็จพระนโรดมสีหมุณี ลงปรมาภิไธยแล้วเท่านั้น 

“มีใครในโลกที่ไม่รู้รู้ว่า ยิ่งลักษณ์ เป็นคนไทย และอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย แล้วเธอจะใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ในฐานะพลเมืองกัมพูชาได้อย่างไร” 

ขอโอกาสพา "ทักษิณ" กลับบ้าน : เกมหาเสียง "เพื่อชาติ"

เจาะประเด็นร้อน  :  1 วันที่ผ่านมา
อินไซต์การเมือง,ทักษิณ,กลับบ้าน,ยงยุทธ ติยะไพรัช,เพื่อชาติ,หาเสียง,คดีทักษิณ,หนีตลอดชีวิต,ศาลฎีกานักการเมือง,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

"ยงยุทธ" ขอโอกาสพา "ทักษิณ" กลับบ้าน มีเป้าหมายอะไร อัพเดท 5 คดีทักษิณ ที่ศาลแผนกคดีอาญานักการเมือง

                และแล้วพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่า “พรรคเพื่อทักษิณ” ก็สามารถนำ “ทักษิณ ชินวัตร” มาหาเสียงได้ แม้จะมีข้อกฎหมายสกัดไว้

                ในการปราศรัยหาเสียงในโอกาสเปิดสถาบันพัฒนาการเมืองที่พิษณุโลกของพรรคเพื่อชาติ เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา “ยงยุทธ ติยะไพรัช”อดีตประธานรัฐสภา แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อชาติ ที่เรียกตัวเองว่าเป็น “กองเชียร์” ของพรรค เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ได้พา “ทักษิณ” ขึ้นเวทีหาเสียงอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

                “เราได้พยายามให้ ดร.ทักษิณกลับมาประเทศไทย 3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงขอโอกาสครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่ 4 หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อชาติ...”

 

ขอโอกาสพา

                ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีการวางกติกาใหม่เพื่อสกัดไม่ให้ “ทักษิณ” มาเกี่ยวข้องกับ “พรรคทักษิณ” ซึ่งเดิมก็คือพรรคเพื่อไทย แต่ตอนนี้แตกสาขาออกมาเป็นพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ

                กติกาที่ว่า คือรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ต้องดําเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงําหรือชี้นําโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น”

                และมาเขียนล็อกไว้ให้ชัดเจนอีกครั้งในกฎหมายพรรคการเมือง 2 มาตรา

                มาตรา 28 ระบุว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

                และ มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

                เรียกว่า มีทั้งบังคับ “พรรคการเมือง” และบังคับ “บุคคล” คือ ทั้งห้ามไม่ให้พรรคปล่อยให้มีคนมาทำและห้ามคนไม่ให้กระทำการดังกล่าว และมีลงโทษไว้ทั้งสองส่วนเช่นกัน

                บทลงโทษในส่วนตัวบุคคล คือ จำคุก 5-10 ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ส่วนบทลงโทษพรรค คือ “ยุบพรรค”

                จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา มีการนำนโยบายของทักษิณมาหาเสียงกันชัดๆ จนเกิดเป็นสโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ครั้งนี้พรรคเครือข่ายทักษิณไม่สามารถทำแบบนั้นได้แล้ว

 

ขอโอกาสพา

(อ่านต่อ...มาตามนัด ?? ยุบพรรคเพื่อไทยเพราะ "ทักษิณ")

 

                การบอกว่าจะพา “ทักษิณ” กลับบ้าน จึงเป็นช่องทางที่อาจจะ “หลบเลี่ยง” ข้อกฎหมายได้

                โดย “ยงยุทธ” มาอธิบายเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นว่านี่เป็นแนวทางในการสร้างความปรองดองในชาติตามแนวทางของพรรค ซึ่งต้องแก้ที่เหตุ และเสนอให้มีการเปิดโต๊ะพูดคุยกับ “ทักษิณ”

                อย่างไรก็ตาม หากใครมีข้อมูลเชิงลึก จะรู้ว่าตอนนี้ “พรรคเพื่อชาติ” กำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

                เพราะหลังจาก “ยงยุทธ” และ “จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำในฐานะ “กองเชียร์” อีกคนของพรรคย้ำเรื่องการสร้างพรรคเพื่อเป็นเกาะกลางให้คนที่มีความเห็นต่างกันมาอยู่ด้วยกันได้ ทำให้ “ถูกสงสัย” ในจุดยืนของพรรคว่าอยู่ตรงไหนแน่ จนทำให้เกิดกระแสในพื้นที่ว่า พรรคเพื่อชาติไม่ใช่พรรคเพื่อทักษิณ

 

ขอโอกาสพา

(อ่านต่อ...เปิดจุดยืน !! จตุพร - ยงยุทธ - เพื่อชาติ - เพื่อทักษิณ ??)

 

                หากจับสังเกตดูจะเห็นว่าช่วงหลังการพูดบนเวทีหาเสียงของเพื่อชาติจะบอกชัดเจนว่าอยู่ฝั่งไหน

                เช่นล่าสุด ในการปราศรัยหาเสียงของ “จตุพร” ที่อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา เขาบอกชัดเจนว่า ที่เกิดพรรคเพื่อชาติเพราะกติการัฐธรรมนูญที่ทำให้รวมอยู่เป็นพรรคใหญ่ไม่ได้ “คะแนนเสียงที่กาให้พรรคเพื่อชาติจะนำไปรวมให้กับฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อให้ชนะฝ่ายเผด็จการ”

 

ขอโอกาสพา

(ภาพ : เฟซบุ๊ก Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ )

 

                ถึงตอนนี้ต้องบอกว่ายุทธศาสตร์ “ขอโอกาสพาทักษิณกลับบ้านครั้งที่ 4” ของยงยุทธ สัมฤทธิ์ผลแล้ว

                พรรคเพื่อชาติ สามารถทำให้ผู้คนรู้ว่าพรรคนี้คือพรรคเพื่อทักษิณ สามารถหาเสียงจาก “ทักษิณ” ได้ และที่สำคัญทำให้ “ทักษิณ” กลับมาเป็นอยู่ในโฟกัสได้แบบเนียนๆ

                โดยเฉพาะเมื่อสองบิ๊กของ คสช. คือ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาคลุกวงในอยู่ด้วย

 

ขอโอกาสพา

 

ขอโอกาสพา

 

ขอโอกาสพา

 

ขอโอกาสพา

 

ขอโอกาสพา

                หลัง “บิ๊กป้อม” มาคอมเมนต์เรื่องนี้่ว่าไม่เคยห้ามทักษิณกลับบ้าน “กลับมาได้ แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย” ทักษิณก็สวนกลับผ่านทวิตเตอร์จนเกิดแฮชแท็กร้อนในโซเชียล “กระบวนการยุติธรรมแบบป้อมๆ” จนทำให้ “บิ๊กป้อม” หลุดคำ “ไอ้ทักษิณ” มา และบอกให้ไปคุยกับศาล ก็เพิ่มความร้อนแรงขึ้นไปอีก

                ส่วน “บิ๊กตู่” แม้จะพูดแค่ไม่กี่คำแต่ก็ทำให้เรื่อง “ทักษิณ” เป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ในหนังสือพิมพ์วันต่อมาได้อีก

                “หลักการรัฐบาลคือเจรจากับผู้หลบหนีคดีไม่ได้ ถ้าคิดว่าไม่ผิดก็กลับมาสู้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

                สำหรับคดีของทักษิณนั้น ล่าสุดมีคดีที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกานักการเมือง 5 คดี ได้แก่ 1.คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ 2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัวหรือคดีหวยบนดิน 3.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ–ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต 4.คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร และ 5.คดียื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ

                ในส่วน 4 คดีแรกนั้นมีการร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้คดีชะงักลงเพราะไม่สามารถนำตัว “ทักษิณ” มาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้ แต่ตอนหลังมีการแก้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีของศาลฎีกานักการเมืองใหม่ทำให้สามารถเดินหน้าพิจารณาคดีได้

ขอโอกาสพา

 

                ที่สำคัญ หากศาลตัดสินว่าผิด และยังไม่ได้กลับมารับโทษ จะไม่มีการนับอายุความ ไม่เหมือนคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ศาลสั่งจำคุก 2 ปี แต่มีอายุความ 10 ปี และเพิ่งหมดอายุความไปเมื่อ 21 ตุลาคม ปีที่แล้ว

                นั่นหมายถึงถ้าถูกตัดสินจำคุก “ทักษิณ” อาจต้องหนีตลอดชีวิต !!

 

ดูคลิป

 

==================

สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 
mgronline
 

"ชนาธิป" ซัดโทน "ช้างศึก" ทำได้ เฉือน "บาห์เรน" 1-0 ลุ้นเข้ารอบนัดสุดท้ายเอเชียน คัพ

เผยแพร่: 10 ม.ค. 2562 19:53   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
 
ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซัดประตูสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก กลายเป็นประตูชัยช่วย "ช้างศึก" เอาชนะ บาห์เรน 1-0 เก็บสามแต้มอันล้ำค่าเอาไว้ได้ ลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายแบบเต็มตัว 

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย "เอเชียน คัพ 2019" ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 10 มกราคม 2562 ทีมชาติไทย ลงสนามนัดที่สองรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ พบ ทีมชาติบาห์เรน 

ขุนพล "ช้างศึก" ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือรักษาการ เกมที่แล้วพ่ายแพ้ต่อ อินเดีย 1-4 เกมนี้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่นและตัวผู้เล่นในบางตำแหน่ง โดยหันมาใช้ปราการหลังตัวกลาง 3 คน พร้อมจัด ธีรศิลป์ แดงดา ยืนกองหน้าคู่กับ อดิศักดิ์ ไกรษร โดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวทำเกม 

ด้าน บาห์เรน ของกุนซือ มิโรสลาฟ ซูคัป เกมแรกเสมอกับเจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยสกอร์ 1-1 จากการโดนจุดโทษช่วงท้ายเกม โดยเกมนี้มาในระบบ 4-2-3-1 วาง โมฮาเหม็ด มาร์ซูค เป็นหน้าเป้า และมี อาลี มาดาน, โมฮาเหม็ด มาร์ฮูน และซาเยด ซาอีด เป็น 3 แนวรุก 

ครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมเล่นกันได้อย่างสูสี แม้บาห์เรนจะครองบอลได้มากกว่าในช่วง 10 นาทีแรก แต่หลังจากนั้นเป็นทีมชาติไทยที่เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้และครองบอลบุกเข้าใส่บาห์เรนได้เยอะกว่าเล็กน้อย 

"ช้างศึก" มีโอกาสจากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายทะลุช่องให้ ธีรศิลป์ แดงดา หลุดไปในกรอบเขตโทษ แต่จังหวะที่กำลังจะยิงโดนสกัดไว้ได้ก่อน ถัดมายังมีโอกาสลุ้นประตูจากอดิศักดิ์ ไกรษร ที่เกือบจะได้ง้างเท้ายิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่โดนกองหลังบาห์เรนมาสกัดไว้ได้อีก 

บาห์เรน อาศัยความสูงใหญ่ของผู้เลนคอยเล่นงานแนวรับไทยจนปั่นป่วน บรรดากองหลังตัวกลางทั้ง 3 คน อย่าง อดิศร พรหมรักษ์, สุพรรณ ทองสงค์ และพรรษา เหมวิบูลย์ โดนใบเหลืองกันไปคนละใบ หมดเวลาการแข่งขัน 45 นาทีแรก บาห์เรน เสมอ ไทย 0-0 

ครึ่งเวลาหลังทีมชาติไทยเริ่มต้นกันได้อย่างคึกคักเปิดฉากบุกอย่างต่อเนื่อง น.47 โอกาสทองจาก ทริสตอง โด ที่วิ่งมาเก็บตกลูกเปิดที่เลยมาเสาสอง แต่เจ้าตัววิ่งมายิงบอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย 

แต่แล้วความพยายามของทีมชาติไทยมาประสบความสำเร็จ น.58 มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่อดิศักดิ์ ไกรษร เปิดไซต์ก้อยมาให้ทริสตอง โด หลุดมาทางริมกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนปาดเข้ากลางบอลแฉลบกองหลังบาห์เรน มาเข้าทาง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซัดด้วยซ้ายแสกหน้านายทวารคู่แข่งเข้าไปอย่างสวยงาม 

น.71 ไทย เกือบได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จ่ายทะลุช่องมาให้ อดิศักดิ์ ไกรษร หลุดเข้าไปยิงเล่นทางผ่านมือนายทวารบาห์เรนไปแล้วแต่บอลเจ้ากรรมดันไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ช่วง 10 นาทีสุดท้าย บาห์เรน โหมบุกใส่ทีมชาติไทยอย่างหนักเพื่อทำประตูตีเสมอให้ได้ แต่แนวรับทีมช้างศึกยังเล่นกันได้อย่างมีระเบียบวินัยทำให้คู่แข่งหาทางเจาะเข้าทำประตูกันอย่างยากลำบาก 

น.89 ทีมชาติไทยเกือบหนีห่าง 2-0 อีกครั้ง จากจังหวะทำชิ่งกันของชนาธิป มาให้ ธีรศิลป์ กระชากบอลมาคนเดียวหลุดมาในกรอบเขตโทษ แต่ยิงไปติดปลายมือผู้รักษาประตูบาห์เรนข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย 

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ทีมชาติไทย เฉือนชนะ บาห์เรน ไปด้วยสกอร์ 1-0 เก็บสามแต้มอันล้ำค่าเอาไว้ได้ ขึ้นไปมี 3 แต้ม ส่วน บาห์เรน มี 1 คะแนนเท่าเดิม 

โปรแกรมนัดต่อไป "ช้างศึก" ทีมชาติไทย จะลงสนามพบเจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 14 มกราคม 2562 ที่ฮาซซา บิน ซาเยด สเตเดียม เมืองอัลไอน์ แข่งขันเวลา 23.00น. ตามเวลาไทย เป็นการลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบเต็มตัว 

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
ทีมชาติบาห์เรน : ซาเยด ชับบาร์ ฮาเชม (GK), ซาเยด เรดฮา อิซา, ฮาหมัด อัล ชัมซาน, วาลีด อัล ฮายาม, อาห์เหม็ด จูม่า, อับดุลวาฮับ อาลี อัลซาฟี, คามิล อัล อาสวาด, อาลี มาดาน, โมฮาเหม็ด มาร์ฮูน, ซาเยด ซาอีด, โมฮาเหม็ด มาร์ซูค 

ทีมชาติไทย : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), สุพรรณ ทองสงค์, พรรษา เหมวิบูลย์, อดิศร พรหมรักษ์, ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ทริสตอง โด, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร

 

 

 

 

 

 
 
...................................................
 
10 มกราคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน