*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5182
  • จำนวนผู้ชม : 3253738
  • จำนวนผู้โหวต : 1709
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1709 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 286 , 18:58:13 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link : 4 พรรค‘ดีเบต’ประกาศจับมือ ‘มาร์ค’ลั่นไม่จำเป็นต้องร่วมกับ คสช.(ชมคลิป)

            11 มกราคม 2562

                  การหาเสียงของนักการเมืองพรรคต่างๆต้องระมัดระวังเต็มที่ เพราะอาจจะถูกฟ้องร้องยุบพรรคก็ได้ นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียัง

ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามการหาเสียงที่เกินจริงอีกด้วย ทั้งนี้ เพราะที่แล้วมาไม่มีการจำกัด ใครนึกอะไรได้ก็พูดไป แล้วสิ่งที่พูดก็จะถือ

นโยบายของพรรคนั้นๆ ส่วนจะเสียหายหรือไม่ อย่างไรก็ไม่ต้องปรารมภ์เลยแหล่ะ

         

 

"นายกฯ"โอดไม่ได้ทำเท่ปีนหลังคา

นายกฯ,ปาบึก,ซ่อมหลังคา

"นายกฯ"เผยลงพื้นที่"นครศรีฯ"เยี่ยมผู้ประสบภัยปชช. เหตุทนดูไม่ได้ ปัดปีนหลังคาตอกตะปู หวังทำเป็นเท่ วอน อย่ามองสร้างภาพ

                 8 มกราครม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช

                  ทั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยพายุโซนร้อนปาบึกเมื่อวานนี้ว่า จากการลงพื้นที่ไปนั้น ตนเห็นแล้วว่าประชาชนน่าสงสาร เขาจนแย่อยู่แล้ว บ้านช่องแม้จะซ่อมมาก็เหมือนเดิม ให้อยู่อาศัยได้ แต่เมื่อดูในบ้านที่นอนหมอนมุ้งเขาดูได้ที่ไหน เครื่องมือประกอบอาชีพก็ไม่ดีพอ เขาก็เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ค่อยได้ดูแลอะไรเขา ตนได้สั่งการไปแล้ว เราจะเน้นดูแลพี่น้องประมง ทั้งชายฝั่งและประมงพื้นบ้านให้ดีขึ้นทั้ง 22 จังหวัด จะทำอย่างไร เรื่องบ้านช่องห้องหอ อุปกรณ์ที่เป็นพื้นฐานความจำเป็นของครอบครัว ทั้งนี้ ตนได้เร่งรัดให้ดำเนินการควบคู่ไปกับการดูแลพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากปาบึก ตนทนเห็นสภาพแบบนั้นไม่ได้ ต้องหามาตรการให้เหมาะสมในการดำเนินการ รัฐมนตรีหลายกระทรวงได้รับไปแล้ว เพื่อเร่งดำเนินการให้ทั่วถึง

                 นายกฯ กล่าวว่า โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงตนได้พบเขาก็เข้าใจ หน่วยราชการในพื้นที่จะต้องเข้าใจตรงนี้ หาหนทางปฏิบัติพลิกแพลงให้ได้ แต่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ใช้ดุลพินิจ จะเป็นการส่อให้เห็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ ซึ่งเขาจนกันอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ตนเกลียดมากที่สุด

                  นายกฯ กล่าวว่า วันนี้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อรับฟังผลการปฏิบัติเรื่องการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู จากคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ ก็ขอส่งกำลังใจหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุดแล้วแต่คณะกรรมการจะลงมติมาอย่างไร อันนี้ถือเป็นเรื่องความเป็นความตายของเรามากกว่าเรื่องที่ทะเลาะอยู่กันทุกวันนี้

                 นายกฯ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ตนเดินทางไปต่างจังหวัด ไม่ได้ไปหาเสียง หรือไปเพื่อสร้างคะแนนนิยม แต่ไปเพื่อรับฟังจากเขาและเวลาตนเดินพบประชาชน ตนก็ไม่ได้เดินตามที่เขาจัดให้เดิน จะเห็นได้ว่าตนเดินเข้าไปที่บ้าน เข้าไปที่เรือ นั่นอยู่นอกกำหนดการทั้งสิ้น

                 "การที่ผมขึ้นหลังคา ไม่ใช่ผมเท่ ผมแอ็ก ไม่ใช่ ต้องมองว่าที่ผมทำทำเพื่ออะไร ผมให้กำลังใจคนที่กำลังตอกอยู่ข้างบนและถามว่าเหนื่อยหรือไม่ ร้อนหรือไม่ อยู่บนนี้ทั้งวัน เขาก็ตอบว่าไม่เป็นไรครับ ผมทำได้ ซึ่งผมเห็นว่ามันต้องพูดกับลูกน้องเขาบ้าง ให้กำลังใจ นายกฯ ก็ขึ้นมาได้เหมือนกัน ทุกคนจะได้มีกำลังใจในการทำงาน ลูกน้องเขาไม่ได้มุ่งหวังว่าผมจะต้องไปทำเก่งกว่าเขา ผมพอทำได้ เด็ก ๆ เคยฝึกเคยเรียนมา สมัยประถม มัธยม เขาก็สอนมา ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย ฉะนั้น อย่าไปมองว่าทุกอย่างสร้างภาพ ไม่ใช่หรอก ทุกอย่างต้องมีการฝึกฝนทั้งสิ้น" นายกฯ กล่าว

                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการซ่อมบ้านเรือนตนได้สั่งการไปแล้ว จะต้องแบ่งโซนนิ่งพื้นที่ จะเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็แล้วแต่ และใช้ช่างแต่ละประเภทให้ตรงกับการซ่อมแซม พร้อมเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไป ถ้าเป็นไปได้ช่วยบริจาคสิ่งของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ดีกว่าทิ้งเป็นขยะ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนรายได้น้อย ดีกว่าเก็บไว้รกบ้าน ตนเองได้สำรวจที่บ้านตลอด มีอะไรก็แจกจ่ายไปข้างนอก มันไม่เกิดประโยชน์กับเรา แต่เกิดกับลูกน้องก็ให้เขาไป

                 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ให้วงเงินจากกรมบัญชีกลางไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่มเติม 20 ล้าน ทุกจังหวัด ดังนั้น ต้องใช้จ่ายให้คุ้มค่า เมื่องบบริจาคมา ก็ต้องแยกสัดส่วนการใช้จ่ายให้ดี ทั้งนี้ อย่างที่ดำเนินการถือเป็นการขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน ไม่ใช่รัฐบาลทำอย่างเดียว หรือให้รัฐบาลหาเงินให้อย่างเดียว ถมลงไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ประชาชนคนไทยใครดูแลตรงไหนได้ก็ต้องช่วยกัน และขอบคุณทุกคนที่ร่วมบริจาคสมทบช่วยผู้ประสบภัย นี่คือประวัติศาสตร์ความเป็นไทย ไม่มีที่อื่นทำแบบนี้ได้ นอกจากประเทศเราเท่านั้น

                 นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสาทำงานต่อไปเพราะบ้านเรือนต้องช่วยกันทำความสะอาดอีกนาน รวมถึงครัวจิตอาสาพระราชทาน จะมีต่อเนื่องไปจนกว่าเขาจะหากินกันเองได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนผ่อนคลายมีขวัญกำลังใจ ที่ครัวทหารและจิตอาสาลงไปประกอบเลี้ยง

                 นายกฯ กล่าวว่า การประกวดแข่งขันแกะสลักน้ำแข่งที่ประเทศจีนนั้น ตัวแทนประเทศไทยได้รับรางวัลเป็นปีที่ 10 ปีนี้แกะเป็นรูป 13 หมูป่า สื่อไม่รู้เรื่องเลย สนใจแต่จะขัดแย้งกันอย่างไร ขยายกันเข้าไป มันรู้กันอยู่แล้ว ก็พูดแค่พอสมควร อย่าไปขยายกันมากมายบทรบราฆ่าฟันลิเกฟันกันไปมาอยู่นั่น ไม่ตายสักคน แต่บ้านเมืองมันปั่นป่วน เสถียรภาพมันไม่มี งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็จะเกิดขึ้น แล้วยังไง มันต้องหาใครรับผิดชอบ ก็ต้องคนไทยทุกคนรับผิดชอบ ไม่ใช่แต่นายกฯ รับผิดชอบ หัวหน้าคสช. รับผิดชอบตลอด เพราะเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ ใช่
รับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ทุกคนต้องช่วยรับผิดชอบด้วย รับผิดชอบต่อสังคมวันนี้อารมณ์ดี

 

"3 รมต. - 1 อดีต รมต." พร้อมแจง ศร. ปมถือหุ้นสัมปทานรัฐ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,พรรคเพื่อไทย,พท,อบจพะเยา,ปราศรัย,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,กกต,ศร,ศาลรัฐธรรมนูญ,วินิจฉัย,รมต,ถือหุ้นสัมปทานรัฐ

"โฆษกรัฐบาล" เผย "3 รมต. - 1 อดีต รมต." ยังบริสุทธิ์ เชื่อ พร้อมแจง "ศร." ปม ถือหุ้นสัมปทานรัฐ ปัด "รัฐบาล" แกล้ง สั่งห้าม "พท." ปราศรัยสนามกีฬาพะเยา

               เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 62 เวลา 13.00 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) วินิจฉัยคุณสมบัติ 3 รัฐมนตรี และ 1 อดีตรัฐมนตรี ถือครองหุ้นสัมปทานของรัฐ ประกอบด้วย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี , นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ , นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วย รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม และอดีต รมช.ศึกษาธิการ ว่า

               ถือเป็นขั้นตอนปกติ กกต. จะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไปเพื่อหาข้อเท็จจริง ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงต่อไป เชื่อว่าทุกคนมีความยินดีในการเข้าไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในกรณีของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ โดยนายดอนได้ให้ความร่วมมือในการชี้แจงทั้งหมด ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาประมาณเดือนกว่าก็มีคำวินิจฉัยออกมาว่าไม่มีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ เรื่องนี้ก็เช่นกันที่ทั้ง 4 คน พร้อมให้ความร่วมมือ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรัฐมนตรีบางคนทำงานให้พรรคการเมืองด้วย จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 4 คน เพราะทุกคนพร้อมให้ข้อมูลกับศาลรัฐธรรมนูญ และตอนนี้ไม่ถือว่าเป็นผู้ที่ขัดคุณสมบัติ ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เพราะต้องรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาตรฐานเดิมคือ ประมาณเดือนกว่าๆ

               เมื่อถามว่า รัฐมนตรีทั้ง 3 คน ได้มีการรายงาน นายกฯ แล้วหรือยัง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดกับ นายกฯ แต่ตามหลักเมื่อรัฐมนตรีถูกตรวจสอบ รัฐมนตรีก็ต้องปกป้องตัวเอง ใช้สิทธิ์อันชอบธรรมในการชี้แจง ไม่มีลัดขั้นตอน ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

 

               นายพุทธิพงษ์ กล่าวถึงกรณี อบจ.พะเยา ออกหนังสือยกเลิกการอนุญาตให้พรรคเพื่อไทย (พท.) ใช้พื้นที่สนามกีฬา อบจ.พะเยา เพื่อปราศรัยกับประชาชน ว่า หากเป็นพื้นที่ส่วนราชการต่างๆ จะต้องมีการขออนุญาตก่อน ส่วนการจะอนุญาตหรือไม่แล้วแต่พื้นที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการ เชื่อว่าในอนาคตเรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง กกต. จะกำหนดว่าสถานที่ใดสามารถปราศรัย หรือทำกิจกรรมการเมืองได้หรือไม่ได้

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการจัดเตรียมเวทีเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่อนุญาตให้ใช้ ถือเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ถือเป็นสิทธิ์ของหน่วยงานในพื้นที่ ไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล ดังนั้น เป็นเรื่องปกติในการจะขอใช้พื้นที่ไหนก็ต้องขออนุญาตหน่วยงานนั้นๆ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานว่าจะให้หรือไม่ให้

               เมื่อถามว่า มีการพูดกันว่ามีการสั่งการมาจาก กทม. นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแบบนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องของ กกต. และยืนยันว่า การจะอนุญาตขอใช้พื้นที่เป็นส่วนรับผิดชอบของแต่ละพื้นที่ เพราะมีผู้รับผิดชอบและมีอำนาจในการอนุมัติอยู่แล้ว

               เมื่อถามว่า รัฐบาลต้องถามไปยังท้องถิ่นหรือไม่ว่าทำไมจะต้องยกเลิก นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ ที่ตอนแรกอนุญาตเพราะอะไร และภายหลังไม่อนุญาตเพราะอะไร แต่รัฐบาลไม่ทราบ เขาต้องชี้แจง เพราะเป็นอำนาจของเขา รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีอำนาจไปจำกัดสิทธิ์ใคร

 

"บิ๊กแดง" ปัด "คสช. - ทหาร" ปล่อยคลิปฉาวดิสเครดิตนักการเมือง

การเมือง,โบว์ อยากเลือกตั้ง,Bow Nuttaa Mahattana,คลิปฉาว,ดิสเครดิต,นักการเมือง,ผบทบ,อภิรัชต์ คงสมพงษ์,ทหาร,คสช,ประยุทธ์,นายกรัฐมนตรี

ปัด "คสช. - ทหาร" ปล่อยคลิปฉาวดิสเครดิตนักการเมือง "บิ๊กแดง" ระบุ ไม่รู้จะโยงใครก็บอกทหารทำ ชี้ จนท. พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีการแจ้งมา

               เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 61 ที่ กองบัญชาการกองทัพบก  พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของ “โบว์ อยากเลือกตั้ง” ที่ใช้ชื่อว่า “Bow Nuttaa Mahattana” ออกมาตำหนิสื่อที่มีการเผยแพร่คลิปหลุดนักการเมืองชื่อดังมีเพศสัมพันธ์กับนักกิจกรรมสาว เหมือนเป็นการโยงถึงการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของ คสช. เพื่อสาดโคลนการเมือง ว่า ตนยังไม่เห็นเลย แต่อย่างที่ตนบอกว่า แม้ทหารอยู่เฉยๆ พอเกิดอะไรขึ้นก็บอกทหารทำ เพราะไม่มีใครแล้ว เนื่องจากรัฐบาลนี้ก็เป็นรัฐบาลทหาร คนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทหารก็ต้องมาบอกว่าเป็นทหาร แต่ตนไม่เข้าใจว่าเวลาทหารหรือรัฐบาลถูกฝ่ายตรงข้ามสาดโคลนในลักษณะที่เกิดขึ้น ใครเป็นคนทำ ทั้งนี้ ตนยังไม่ทราบและยังไม่เห็น ทราบจากสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ถ้าประชาชนเดือดร้อนก็มาแจ้งได้ เมื่อทราบแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องก็ต้องหาข้อเท็จจริงต่อไป

               เมื่อเวลา 16.00 น. พล.อ.อภิรัชต์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ว่า ตนได้กำชับให้กำลังพลดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ 8 เศรษฐกิจเมืองทั้งหมด โดยจะมีการจัดตั้งกองกำลังของทหารทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงมหาดไทย

               พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงการกำชับกำลังพลช่วงการเลือกตั้งภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปลดล็อกทางการเมืองเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่า ในส่วนของทหารต้องเตรียมการในการทำความเข้าใจในพื้นที่และให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง ทั้งนี้ เรื่องการเมืองตนไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเราเป็นทหาร แม้ว่าจะถูกจับตามอง โดยเฉพาะตนที่มีตำแหน่งอีกตำแหน่ง คือ เลขาธิการ คสช. โดยกองกำลังทหารจะให้ความเป็นธรรม เราจะพยายามรักษาเสถียรภาพ เพราะกองทัพ คือ กองทัพ ตนเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะอยู่ที่ประชาชน โดยประชาชนย่อมเห็นว่าที่ผ่านมาผู้บริหารประเทศใครที่มีความจริงใจต่อประชาชน ใครที่ทำงานอุทิศทุ่มเทให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นเรื่องการเลือกตั้งในส่วนของกองทัพ กำลังพลส่วนหนึ่งก็ถือเป็นประชาชน ถือเป็นการตัดสินใจของประชาชน

ปชป. ชู ยกระดับคุณภาพหลักประกันสุขภาพ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,ยกระดับ,คุณภาพ,หลักประกันสุขภาพ,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,Big Data,ไม่เห็นด้วย,ยุบรวม,3 กองทุนหลักประกันสุขภาพ

"ประชาธิปัตย์" ยกระดับคุณภาพหลักประกันสุขภาพด้วยฐานข้อมูล "Big Data" ไม่เห็นด้วย ยุบรวม 3 กองทุนหลักประกันสุขภาพ

               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกล่าวในงานเสวนา เวทีมองไปข้างหน้า “พรรคการเมือง กับการสร้างหลักประกันสุขภาพเพื่อคนไทยทุกคน” ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยกระดับคุณภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ด้วยการนำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แก้ปัญหารอคิวนาน ทำระบบส่งต่อคนไข้ราบรื่น ใช้ระบบการจัดการเพื่อสร้างความเป็นอิสระในเรื่องงบประมาณ การจัดการ และการกระจายอำนาจ

               พรรคประชาธิปัตย์ มองไปข้างหน้า จากปัญหาขณะนี้ที่พบว่า 1. เราต้องการปรับปรุงคุณภาพบริการ ซึ่งแนวทางสำคัญอันหนึ่งที่จำเป็นจะต้องทำก็คือ การเอาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) กับเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาตรงนี้ จะรวม หรือไม่รวมกองทุนก็ตาม ควรจะต้องรวมฐานข้อมูล เพื่อที่จะทำให้รัฐ หรือกองทุนที่บริหารเรื่องสุขภาพต่างๆ สามารถใช้ข้อมูลนี้แก้ปัญหาต่างๆ ของประชาชน เช่น ระยะเวลาที่ต้องมารอ ปัญหาการจ่ายยา หรือประเภทของยาที่มีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ รวมถึงระบบการส่งต่อคนไข้

               ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และการรวมข้อมูลเหล่านี้มาเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ไปรับบริการไม่ต้องเข้าคิวเป็นเวลานาน ได้รับการจ่ายยาที่เหมาะสม และมีระบบส่งต่อที่มีข้อมูลที่จะทำให้มีความราบรื่นมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมไปถึงการได้รับการดูแลกรณีฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ครอบคลุมและมีความลักลั่นอยู่

               2. ถึงเวลาที่จะต้องมีหลักประกันเพิ่มเติมสำหรับกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ว่าจะต้องได้รับการประกันว่าการเพิ่มขึ้นของงบประมาณนั้น ต้องไม่น้อยกว่าเงินเฟ้อ ไม่ไปขึ้นอยู่กับปัญหาฐานะการเงินการคลังของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีงบประมาณที่เพียงพอ

               นอกจากนั้น สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการจะทำเพิ่มเติม คือ สิทธิ์ของกลุ่มต่างๆ ต้องได้รับการดูแลเป็นการเฉพาะมากขึ้น เราพูดถึงตั้งแต่ก่อนเกิด เรื่องไอโอดีน เรามีนโยบาย “เกิดปั๊บ รับสิทธิ์แสน” ผู้หญิง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลการตรวจสุขภาพ สุขภาพจิตก็เป็นอีกเรื่องที่จะต้องมีการขยายสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น ในการขยายสิทธิประโยชน์เหล่านี้ ระบบการบริหารก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วย

               นอกจากจะไม่เอาซูเปอร์บอร์ดแล้ว ต้องให้ความเป็นอิสระมากขึ้นในการบริหารจัดการ และหลักการที่ควรจะมีตั้งแต่ต้น ซึ่งแม้เหมือนกับจะมี แต่ยังมีไม่เด็ดขาดก็คือ ในฐานะที่เป็นผู้ซื้อบริการ กับผู้ขายบริการ ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน กระทรวงสาธารณสุขยังคงมีบทบาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องและทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือการขาดประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นระบบที่จำเป็นอย่างมากก็คือ เรื่องกระจายอำนาจ เพราะการบริหารจัดการเงินควรที่จะให้อำนาจกับทางโรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น ลงไปที่หน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลแต่ละโรงพยาบาล หรือเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลที่ส่งต่อกัน

               ที่สำคัญจะต้องมีการทำงานเชื่อมโยงกับบริการในเชิงรุก และจะต้องนำเอาการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เข้ามาช่วยทำงาน ก็คือทั้ง รพ.สต. อสม. ซึ่งเป็นระบบที่พรรคประชาธิปัตย์ให้การสนับสนุนมาตลอด วันนี้จะต้องทำงานในเชิงรุก เข้าไปดูแลคนติดบ้าน ติดเตียง จะต้องระดมกำลังให้ท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการจัดบริการเหล่านี้ ไม่ใช่ติดขัดปัญหากับ สตง. หรือการไม่ยอมกระจายอำนาจให้เขาเข้ามามีส่วนร่วม

               นอกจากนั้นบริการที่จะทำให้เกิดการทั่วถึง ก็ควรดึงคลินิกเอกชนเข้ามาอยู่ในกติกาที่จะสามารถช่วยจัดบริการให้กับประชาชนได้ ลดความจำเป็นในการเดินทาง ลดความยาวของคิวและเวลาที่ต้องเสียไป จนถึงทุกวันนี้ปัญหากติกาที่เกี่ยวข้องกับการดึงเอาหน่วยบริการเอกชนเข้ามายังมีอยู่ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้พรรคประชาธิปัตย์จะแก้โดยการนำเอาเทคโนโลยี เอาการรวมข้อมูล เอาระบบการจัดการที่สร้างความเป็นอิสระในเรื่องงบประมาณ การจัดการ และการกระจายอำนาจ มายกระดับคุณภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต้องสนับสนุนให้เป็นรัฐสวัสดิการ และยืนยันว่าไม่ใช่ประชานิยม พร้อมทั้งไม่เห็นด้วยกับการรวมกองทุนหลักประกันสุขภาพ ทั้ง 3 กองทุน เพราะอาจมีปัญหาในการบริหารจัดการ และการใช้สิทธิ์ของข้าราชการ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวถึงประเด็นที่ประชาธิปัตย์มองถึงความท้าทายในอนาคตของระบบประกันสุขภาพ ว่า

               1. ปัญหาเรื่องระบบการเงินการคลัง ถึงทุกวันนี้เรายังมีปัญหาปีแล้วปีเล่า ที่ สปสช. สำนักงบประมาณ และรัฐบาล ยังต้องมาต่อรองอยู่ตลอดเวลา และหลายปีที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามา ก็มีปัญหาว่าในที่สุดการจัดสรรงบประมาณไม่ได้เป็นไปตามที่ สปสช. คิดว่ามีความจำเป็น การปรับปรุงกติกาของการจัดสรรงบประมาณนี้ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

               ส่วนระบบอื่นที่มีอยู่อีก 2 ระบบนั้น ในมุมมองของประชาธิปัตย์ อยากยืนยันว่า เช่น มาตรฐานการรักษาพยาบาล หรือคุณภาพของยา ต้องเท่าเทียมกัน แต่ประเด็นการรวมกองทุนนั้น ประชาธิปัตย์มีข้อคิดที่ต่างออกไป อย่างเช่น กรณีประกันสังคม พรรคฯ มองว่า คนที่อยู่ในระบบประกันสังคมคือคนที่เสีย 2 ต่อ เสียทั้งภาษีเพื่อมาดูแลระบบของทุกๆ คนอยู่แล้ว และยังเสียเงินสมทบเข้าไป รวมทั้งเงินส่วนหนึ่งที่อยู่ในกองทุนนี้ก็เป็นเงินที่ได้เสียไปแล้ว

               ฉะนั้นสิ่งที่ประชาธิปัตย์อยากนำเสนอก็คือ เราควรจะเปิดโอกาสให้คนในระบบกองทุนประกันสังคมตัดสินใจว่าเขาอยากอยู่ในระบบนี้ต่อหรือไม่ ถ้าเขาไม่อยากจะเสียเงินสมทบก็ให้เขาออกมาอยู่กับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ถ้าเขายังมีความประสงค์อยู่ต่อ ก็ให้สมทบเงิน และระบบนี้ก็สามารถแข่งขันกันได้ เพียงแต่มาตรฐานพื้นฐานของการรักษาพยาบาลกับคุณภาพยาต้องเท่าเทียมกัน

               ส่วนกรณีของราชการ มองว่าคนที่เข้ามารับราชการบนเงื่อนไขที่คิดว่าเขาจะได้รับสิทธิ์นี้ ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ควรจะเริ่มต้นจากคนที่เข้ารับราชการใหม่ และต้องพูดตามความเป็นจริงว่า คนจำนวนมากที่ตัดสินใจเข้ามารับราชการนี้ยอมที่จะได้เงินเดือนต่ำกว่าถ้าเขาไปอยู่ภาคเอกชน เพื่อที่จะแลกกับสวัสดิการนี้ ในต่างจังหวัดเราจะพบครอบครัวจำนวนมากที่พ่อแม่คิดอย่างนี้ แล้วพยายามสนับสนุนให้ลูกเข้ารับราชการ เพราะฉะนั้นในส่วนของพรรคฯ มองว่า ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ก็ต้องมีการชดเชยในส่วนของคนที่เป็นข้าราชการว่าสิทธิ์ที่เขาคิดว่าเขาพึงจะได้นี้ แล้วเราไปเอาออกมาจากเขา เขาจะได้รับการชดเชยอย่างไร

               ประเด็นหลักที่อยากย้ำก็คือ เราอย่าไปมองว่ารวมกองทุน ถ้าเราคิดว่าจะมาสร้าง หรือยกระดับมาตรฐานให้ดีขึ้น เพราะสิ่งที่เกรงก็คือ ถ้าเรารีบไปสู่การยุบกองทุน กลับมองว่าไม่แน่ใจว่าถ้าบริหารจัดการในแบบปัจจุบันแล้ว คุณภาพของคนในระบบหลักจะดีขึ้น แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่หลายคนเคยได้จากระบบราชการก็ดีอาจจะเสื่อมถอยลง นั่นไม่ควรจะเป็นเป้าหมาย ประเด็นหลักก็คือต้องหาเงินมาสนับสนุนให้เพียงพอ

               ที่สำคัญก็คือ ระบบสวัสดิการที่มาจากภาษี เรายังไม่ได้พูดกันเลยว่า ระบบภาษีนี้เป็นธรรมหรือไม่ เพราะขณะนี้ภาษีของเรามีลักษณะถดถอยค่อนข้างมาก ถ้าเราพยายามหาเงินให้พอ แต่สุดท้ายเราต้องไปสู่ระบบ VAT 20% ก็ไม่เป็นประโยชน์ในแง่ของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ตรงกันข้ามในแง่ของภาษีเงินได้ กลายเป็นว่ามนุษย์เงินเดือนไม่ได้มีรายได้มาก ซึ่งข้าราชการส่วนใหญ่ก็อยู่ในกลุ่มนี้ ก็เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะถูกหัก ณ ที่จ่าย แต่คนที่มีรายได้สูงจริงๆ รวยจริงๆ กลับมีช่องโหว่ช่องว่างในการที่ไม่ต้องเสียภาษี โดยได้รับสิทธิ์ยกเว้นต่างๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือโจทย์ที่ประชาธิปัตย์มองว่าสำคัญในการสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ

               ส่วนกรณีของโรงพยาบาลเอกชนนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเข้าไปควบคุม เพราะกฎหมายปัจจุบันนี้อ่อนเกินไปที่ให้เพียงแค่แจ้งค่าบริการนั้นมันไม่เพียงพอ สำคัญก็คือในแง่ของการบริหารทรัพยากรในภาพรวมทั้งหมด เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีนโยบายที่เชื่อมโยงกับเรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ ประชาธิปัตย์ก็เป็นผู้ที่สนับสนุนระบบของ สสส. ระบบของสมัชชาสุขภาพ ที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และในช่วงที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เราก็มีความชัดเจนในการเคารพสิ่งที่ปรากฏอยู่ในธรรมนูญสุขภาพ ก็คือการไม่ให้รัฐบาลไปสนับสนุนธุรกิจด้านการรักษาพยาบาลและสุขภาพ เพราะนั่นจะเป็นตัวที่สร้างความเหลื่อมล้ำ และดึงทรัพยากรออกไปจากบริการของภาครัฐ

ปชป. ชู ยกระดับคุณภาพหลักประกันสุขภาพ

ปชป. ชู ยกระดับคุณภาพหลักประกันสุขภาพ

               ดังนั้น การลดความเหลื่อมล้ำ สำหรับพรรคฯ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องยืนยัน เช่นเดียวกันกับกระบวนการพัฒนาทั้งหมด เรามีความจำเป็นที่จะต้องพูดให้ชัด ประชาธิปัตย์ก็บอกว่า วันนี้คุณภาพชีวิตของคน ความก้าวหน้า ความเป็นอยู่ของผู้คนทางเศรษฐกิจ จะไปผูกติดกับตัวเลข GDP อีกต่อไปไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นตัวสะท้อนที่ดีอีกต่อไป เพราะฉะนั้นนโยบาย กระบวนการที่พรรคฯ ทำอย่างสมัชชาสุขภาพขึ้น ก็เพื่อที่จะให้นโยบายไม่ใช่เฉพาะด้านสาธารสุข แต่นโยบายสาธารณะทุกมิติจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาวะของผู้คน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งระบบเหล่านี้จะเป็นหลักประกันที่ดีที่สุดที่ทำให้ประเทศเดินหน้าได้

วัดศักดิ์สิทธิ์ฮินดูทำพิธีชำระมลทินหลังผู้หญิง 2 คนเข้าวัด

วัดฮินดู,ผู้หญิง,ผู้หญิงเข้าวัด,วัดศักดิ์สิทธิ์

ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 40 ปีสองคน สร้างประวัติศาสตร์เข้าไปในวัดต้องห้ามสำหรับหญิงวัยมีประจำเดือน 

วัดซาบารีมาลา ในรัฐเกรละ  ทางใต้ของอินเดีย ต้องปิดชั่วคราว ในวันนี้  ขณะเจ้าอาวาสประกอบพิธีชำระล้างมลทิน หลังจากมีผู้หญิงสองคน เล็ดรอดเข้าไปภายในเทวสถานศักด์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวฮินดูแห่งนี้ได้เป็นครั้งแรก นับจากศาลสูงอินเดียมีคำตัดสินประวัติศาสตร์ ยกเลิกคำสั่งห้ามผู้หญิงในวัยมีประจำเดือน ย่างเท้าเข้าไป 

 วัดศักดิ์สิทธิ์ฮินดูทำพิธีชำระมลทินหลังผู้หญิง 2 คนเข้าวัด

ชาวฮินดูถือว่าประจำเดือน เป็นสิ่งสกปรก ห้ามพวกเธอเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา 

เทวสถานศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าวัด หากอยู่ในช่วงมีประจำเดือน แต่วัดซาบารีมาลา เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงวัย 10-50 ปีเข้าไปภายในอารามเลย 

 
 
และแม้ว่าศาลสูงมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ยกเลิกคำสั่งห้ามนี้ตั้งแต่เดือนกันยายน  แต่ชาวฮินดูสายเคร่งที่ได้รับการหนุนหลังจากพรคภารติยชนตะ (บีเจพี ) ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี พยายามขัดขวางผู้หญิงที่คิดจะเข้าถึงเทวสถาน ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเมืองโคชิ รัฐเกรละ หลายครั้งบานปลายเป็นความรุนแรง

กระทั่งเช้ามืดวันนี้  สตรีสองคน ได้แก่ คานาคา ดูร์กา นักเคลื่อนไหว วัย 42 ปี กับ บินทุ ทนายความ สวมชุดคลุมสีดำ เดินปะปนเข้าไปภายในวัดได้ ก่อนกลับออกมาโดยมีตำรวจช่วยอำนวยความสะดวก 

 วัดศักดิ์สิทธิ์ฮินดูทำพิธีชำระมลทินหลังผู้หญิง 2 คนเข้าวัด


พินารายี วิชายัน มุขมนตรีรัฐเกรละ กล่าวยืนยันว่าเป็นความจริง ตำรวจมีหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยแก่ทุกคนที่ต้องการเข้าไปสักการะในวัด 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ นักเคลื่อนไหวรวมถึงนักสิทธิสตรี แซ่ซ้องเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่  อีกด้าน ผู้หญิงหลายสิบคนในเมือง ธิระนันทปุรัม เมืองหลวงของรัฐเกรละ  ชุมนุมเรียกร้องให้มุขมนตรีลาออก ส่วนแกนนำพรรคบีเจพีในท้องถิ่นประกาศจะชุมนุมประท้วงทั่วรัฐเป็นเวลา 2 วัน 

 วัดศักดิ์สิทธิ์ฮินดูทำพิธีชำระมลทินหลังผู้หญิง 2 คนเข้าวัด


เมื่อวานนี้  สตรีอินเดียหลายพันคนรวมตัวเป็นโซ่มนุษย์ทั่วรัฐเกรละ เพื่อแสดงพลังสนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถเข้าอารามแห่งนี้ได้ 

ล่าสุด มีรายงานว่าตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตา ระเบิดควันและฉีดน้ำสลายการประท้วงและการปะทะระหว่างสองกลุ่มที่เป็นขั้วตรงในหลายพื้นที่ทั่วรัฐ มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายคน 

.................................................

11 มกราคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน