*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5185
  • จำนวนผู้ชม : 3254512
  • จำนวนผู้โหวต : 1709
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1709 คน
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 311 , 18:39:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link : ‘หญิงหน่อย’โพสต์เด็กไทย คิดนอกกรอบ ... ทักษิณ // ‘บิ๊กแดง’ฮึ่มคนอยากเลือกตั้ง!

12 มกราคม 2562

สวัสดี ครับ 

         ผมต้องนำรูปรอยยิ้มสวยๆ มาฝากกันในยามที่ยิ้มหายากมากขณะนี้ ก่อนที่การเมืองจะดึงอารมณ์ของเราอยู่ในห้วงโลกันต์

เสียก่อน

         สำหรับ ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ หรือ“ผู้กองจอย”  ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สังกัด

หมวดแพทย์ ช่วยราชการฝ่ายการพยาบาล ฉก.สงขลา ที่ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกซ้าย ได้รับบาดเจ็บต้องส่งตัวไปรักษายัง

รพ.ยะลาแต่ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว ซึ่งถึงแม้จะอยู่ในหน่วยพยาบาลแต่ก็ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ดี แต่แม้ว่าจะเกิดอันตรายถึงชีวิต เธอ

ก็ยังมีกำลังใจยอดเยี่ยมทีเดียว

  

ร.ต.อ.หญิง สินีนาถ คงพุทธ หรือ“ผู้กองจอย” 

         ส่วนอดีตตำรวจอย่างนายวัน อยู่บำรุง ที่นายวัน อยู่บำรุง ที่ถูกปลดออกจากราชการตำรวจ พร้อมถอดยศ ร.ต.ต. เนื่องจาก

ขาดคุณสมบัติ ไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร และปลอมแปลงใบนำผ่านการคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร สด.43 ก็แสดงท่าทีฮึกเหิมที่จะชนะ

การเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างสุดๆทีเดียว

 

วันเด็กแห่งชาติ กองทัพไทย โชว์ FANCY DRILL

การเมือง ข่าวการเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,วันเด็กแห่งชาติ,กองทัพไทย,Fancy Drill

กองทัพไทย โชว์ Fancy Drill ในวันเด็กแห่งชาติ พร้อมเปิดเรียนรู้กิจกรรม ศาสตร์พระราชา จำลองห้องเรียนเตรียมทหาร

               เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 62  ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ  พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานงานวันเด็กแห่งชาติ โดยการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Edutainment (ความรู้คู่บันเทิง) แบบบูรณาการอย่างทั่วถึง เน้นความเรียบง่าย คุ้มค่า ประหยัด ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีรูปแบบการจัดพื้นที่การเรียนรู้ แบ่งเป็น 4 พื้นที่ ประกอบด้วย

               พื้นที่การเรียนรู้ที่ 1 “ศาสตร์แห่งองค์พระราชา ตอน สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” เพื่อร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด มาเชื่อมโยง ประยุกต์ ให้สอดคล้องกัน ให้เยาวชนได้เห็นความสำคัญของแม่น้ำลำคลอง การพัฒนาคูคลอง พื้นที่การเรียนรู้ที่ 2 “ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ ตอน สุภาพบุรุษจักรดาว” สร้างแรงบันดาลใจ บ่มเพาะ หล่อหลอมกระบวนการทางความคิด ทัศนคติ แนะแนวทางเพื่อให้เยาวชนก้าวเข้าสู่การเป็นรั้วของชาติ และมีเจตคติที่ดีต่อทหาร โดยร่วมกิจกรรมผ่านสถาบันการศึกษาอันเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายทหารอาชีพ

               นอกจากนี้ ยังมีการจำลองกิจกรรมภายในโรงเรียนเตรียมทหาร 5 ห้อง คือ ห้องรายงานตัว ห้องเรียน 4.0 ซึ่งมีการสอนแบบ Active Learning โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนใจมากขึ้น ห้องสนามฝึก และห้องสำเร็จการศึกษา พื้นที่การเรียนรู้ที่ 3 “มหัศจรรย์พลังสามัคคี” แสดงแสนยานุภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ โดยใช้การปฏิบัติการร่วมสามเหล่าทัพ พร้อมเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบ ภายใต้การอำนวยการของกองบัญชาการกองทัพไทย พื้นที่การเรียนรู้ที่ 4 “หนูน้อยนักพัฒนา” แสดงยุทโธปกรณ์และเครื่องกลในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การบรรเทาภัยพิบัติให้แก่ประชาชน และการฟื้นฟูอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

               ภายในงาน เด็กๆ จะได้รับความรู้ ครบทั้งสาระและความบันเทิงเชิงสร้างสรรค์ นำไปสู่การพัฒนาทางความคิดของเด็กในอนาคต นอกจากนี้มีการฝึกหัดขับรถจักรยานยนต์ที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ การจัดแสดงขบวนพาเหรด การจัดแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรีของนักเรียนเตรียมทหาร หรือ Fancy Drill และการแสดงของเหล่าทัพมีการจัดบริการสวนสนุกสไลเดอร์ลม รถไฟราง และม้าหมุน นอกจากนั้นยังมีอาหารและเครื่องดื่มบริการฟรี พร้อมทั้งมีรถบริการรับ - ส่ง จากถนนแจ้งวัฒนะ ถนนนาวงประชาพัฒนา ถนนสรงประภา ถนนวิภาวดีรังสิต มายังกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางอีกด้วย

 

 
 

วันที่รอคอยของ...  "วัน อยู่บำรุง"

พรรคเพื่อไทย,รตอเฉลิม

"ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือ เดินเข้าห้องประชุมสภา เเล้วกล่าวต่อที่ประชุมว่า ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย"

          “อยู่บำรุง” คือตระกูลการเมืองย่านฝั่งธน (หนองเเขมเเละบางบอน) ที่สองพี่น้อง (ร.ต.อ.เฉลิมเเละเนาวรัตน์) ครองพื้นที่มายาวนานในการเป็นส.ส.เเละส.ก.เมืองกรุง

          ตระกูลนี้เเข่งขันกับตระกูลอื่นๆ ในพื้นที่กันมาหลายสิบปี มีเเพ้มีชนะตามกระเเสเเละข่าวสารในช่วงนั้นๆ เเต่ "อยู่บำรุง” ก็ยังหวังว่าจะมีทายาทเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสืบสานเจตนาของครอบครัวต่อไป

          เจ้าของมอตโต้ "ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม” ซึ่งพ่อของ "อาจหาญ, วัน, ดวง อยู่บำรุง" บอกว่า "ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช" เป็นผู้เขียนถึงอดีตสารวัตรกองปราบปรามคนนี้ที่ผันกายลงเล่นการเมืองเมื่อหลายสิบปีก่อน

          “สารวัตรเฉลิม" บอกเล่าเรื่องราวนี้ด้วยความระลึกถึงข้อเชียนของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ที่เขียนไว้เเละเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่ปราชญ์ของเเผ่นดินกล่าวขานถึงคนการเมืองไฟเเรงยามนั้น เเละส่งผลให้ทายาทอยากรับหน้าที่นี้ต่อไป

          "ขุนศึกฝั่งธน” ที่ยามนี้เป็นเสมือนทัพหน้าที่นำว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยตะลุยเก็บเเต้มเพื่อก้าวขึ้นเป็นว่าที่พรรคอันดับหนึ่งในการหย่อนบัตร โดยหวังว่าชาวบ้านทั่วไทยจะไว้วางใจให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้ง เเละอีกหนึ่งภารกิจของชายคนนี้ต้องสานฝันให้เป็นจริงให้ได้นั่นคือ ทำให้บุตรชายคนรองก้าวเข้าสู่ห้องประชุมสภาผู้เเทนฯ ในฐานะส.ส.กทม.เขตบางบอนเเละหนองเเขมให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หลังจากที่เคยลงสนามมาสองครั้งเเล้วทำได้เพียงเเค่ได้ “ลิ้มประสบการณ์เเละเกือบชนะ”


          พรรคเพื่อไทยจะส่ง “วัน อยู่บำรุง” หรือหนุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 110 ลงปะทะกับนักเรียนเก่าชมพูฟ้า รุ่นที่ 105 จากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อคว้าโควต้าส.ส.บางบอนเเละหนองเเขม

          โดยทายาทคนที่สองของร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า “คราวนี้เเข่งกับ พ.ต.อ.นพ.สามารถ ม่วงศิริ รุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน ผมเกือบชนะตระกูลนี้ในครั้งที่เเล้ว คราวนี้ผมขอเกือบเเพ้รุ่นพี่เเล้วกันในการเลือกตั้งครั้งนี้”


          0 คุณพ่อทำงานการเมืองเสี่ยงหรือไม่?
          เสี่ยงเเต่ทุกคนในครอบครัวยอมรับ มันเป็นสไตล์การทำงานของคุณพ่อ คิดอย่างเดียวทุกอย่างที่เกิดขึ้นฟ้าดินกำหนดมา เเต่เชื่อไหมเอาทิงเจอร์ไปราดข้างหลังคุณพ่อรับรองไม่มีผลเพราะคุณพ่อไม่มีเเผล ไม่มีความเจ็บปวดเจ็บเเสบ เพราะคุณพ่อวิจารณ์ทุกฝ่ายที่ทำไม่ถูก เมื่อไม่ถูกใจใคร ทำอะไรท่านไม่ได้ก็ลงที่พวกผม (หัวเราะ) 

          สมัยที่พวกผมยังเป็นวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวสนุกก็มีเรื่องมีราวบ้างเพราะโดนคนอื่นหาเรื่อง บางครั้งเชื่อไหม? ทะเลาะกันเเวบเดียว ไม่กี่นาทีนักข่าวมาถึงที่เลย มันเป็นเเบบนี้หลายรอบ จนพวกผมสงสัยกันเลยว่ามีอะไรหรือเปล่า? เเต่วันนี้ผมโตเเล้ว สิ่งที่ผ่านมามันคืออดีต พวกผมเคยทำผิดพลาดในเรื่องส่วนตัว เเต่ย้ำว่าอยู่บำรุง ไม่เคยสร้างความเสียหายให้ประเทศ

          0 ลงเลือกตั้งครั้งนี้ครั้งที่เท่าใด?
          ครั้งที่สาม ครั้งเเรกสมัยอยู่พรรคความหวังใหม่เมื่อปี 2544 ได้ 17,074 คะเเนน เเต่ผมได้คะเเนนมากที่สุดนะสมัยพรรคความหวังใหม่ที่ส่งส.ส.ในกทม. ตอนนั้นคุณพ่อให้ลงสนามหาประสบการณ์ ครั้งที่สองสมัยพรรคเพื่อไทยปี 2554 ได้ 40,465 คะเเนน เกือบชนะ ลงสมัครคราวนั้นเตรียมตัวสามเดือน ตอนเย็นคะเเนนผมนำโด่งจนเเกนนำพรรคประชาธิปัตย์โทรศัพท์มาเเสดงความยินดี เเต่ช่วงดึกคะเเนนบัตรเสียในเขตนี้มีเเปดพันใบ เเต่บัตรเสียเฉลี่ยในกทม.ทุกเขตราวสองพันใบ

          ตอนนั้นลงพื้นที่ชาวบ้านสอบถามว่า เลิกเกเรหรือยัง? ไม่มีเลือกตั้งไม่เห็นหน้าเลย? ผมตอบว่าเลิกเเล้วครับ โตเเล้ว คำเเนะนำของชาวบ้านในพื้นที่ผมรับมาพิจารณาเเละขออภัยในสิ่งที่กระทำในอดีต เชื่อไหมตอนนั้นลงพื้นที่เเจกบัตรเเนะนำตัว ผมเดินสะดวก เพราะชาวบ้านเเหวกทางให้เดิน (หัวเราะ) บางครั้งเเนะนำตัวเสร็จชาวบ้านเอาบัตรเเนะนำตัวของผมที่เพิ่งให้ไปทิ้งเลย (หัวเราะ) พูดง่ายๆ ชาวบ้านเมิน ผมเสียใจนะในตอนนั้นเเต่ไม่ท้อ

          เจ็ดปีเศษตั้งเเต่วันนั้นยันวันนี้ ผมทำการบ้านเเละตั้งกลุ่ม “ใจถึง พึ่งได้” มาช่วยสังคม โดยบุคลากรที่ชอบวิธีการทำงานของผมมาช่วยงานทำสิ่งดีๆ ให้สังคม เเฟนคลับของกลุ่มนี้มีทั่วโลกเเละทั่วไทยราวหนึ่งเเสนเเปดหมื่นคน ผมอยากให้เเฟนคลับอยู่ในเขตบางบอนเเละหนองเเขมมากในตอนนี้ (หัวเราะ) ผมเชื่อเลยว่าไม่มีใครมีเเฟนคลับเป็นกลุ่มเป็นก้อนเเบบผม

          ตอนนี้ผมลงพื้นที่เสมอ ชาวบ้านยอมรับผมมากขึ้น เเละหวังว่าเลือกตั้งคราวนี้ผมคงจะเกือบเเพ้ (หัวเราะ) คราวที่เเล้วคะเเนนที่ผมได้มานั้นมาจากกระเเสพรรคเเละคะเเนนของคุณพ่อ คราวนี้ผมทำงานมาหลายปี มีเเฟนคลับเเละชาวบ้านในพื้นที่ยอมรับมากขึ้น เชื่อว่าผมจะได้รับโอกาส

          0ทำไมอยากลงการเมือง?
          พี่น้องสามคน (อาจหาญ, วัน, ดวง) มีผมชอบการเมืองคนเดียว พี่ชายไปทำธุรกิจ น้องชายรับราชการ (ทหาร) ความฝันของผมตั้งเเต่เด็กคืออยากเป็นส.ส.เพราะไปช่วยคุณพ่อหาเสียง คุณพ่อบอกเสมอว่า การเมืองไม่ใช่มรดก จะยกให้เอ็งง่ายๆ นั้นมันทำไม่ได้ เอ็งอยากได้ต้องสร้างเอาเอง ทำอย่างไรก็ได้ให้ไปนั่งในหัวใจชาวบ้าน

          คุณพ่อทำงานการเมืองตั้งเเต่เป็นส.ส.เเละเป็นรัฐมนตรี ผมไปช่วยงานตลอด เรียนรู้การทำงานมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า “อยู่บำรุง” ต้องมีทายาทรุ่นต่อจากคุณพ่อเเละคุณอา (เนาวรัตน์ อยู่บำรุง ส.ก.กทม.) คนไทยรู้จักอยู่บำรุงเพราะทั้งสองท่าน อย่าลืมว่าทั้งสองท่านไม่เคยโดนอภิปรายหรือข้อหาทุจริตนะ ผมต้องรับหน้าที่นี้ต่อจากทั้งสองท่านโดยต้องเป็นผู้เเทนฯ ให้ได้

          ผมทำงานการเมืองมาห้าตำเเหน่งเเล้วนะ (เลขานุการรมช.สาธารณสุข รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขานุการ รมช.คมนาคม ที่ปรึกษา รมช.คมนาคม สองสมัย) ประสบการณ์ไม่ถือว่าน้อย ขาดเพียงการเป็นผู้เเทนฯ เท่านั้น

          “ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือเดินเข้าห้องประชุมสภาเเล้วกล่าวต่อท่ี่ประชุมว่า “ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย” ตรงนี้เป็นเกียรติในชีวิตของผมเลยนะ ผมหวังว่าผมต้องเป็นส.ส.ให้ได้ในช่วงก่อนที่คุณพ่อจะวางมือทางการเมือง”

"ผู้กองจอย" ดอกไม้ใต้ไฟ

ผู้กองจอย,ไฟใต้,ความรุนแรง,สามจังหวัดชายแดนภาคใ,สงขลา,ทหารหญิง

เช้ามืดของวันที่ 8 มกราคม ขณะที่หลายคนยังคงหลับใหล แต่ที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ฐานของ ตชด.43 ยังคงเกิดหลักฐานว่าความรุนแรงของพื้นที่ปลายด้ามขวานยังมีอยู่เสมอ

          เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ในพื้นที่เหมือนกลับมาร้อนแรงมากขึ้นอีกครั้ง

          อย่างไรก็ดี ในเคสของเช้าวันที่ 8 มกราคม ยังมีมุมดีที่วันนั้นไม่มีใครเสียชีวิต แต่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย หากหนึ่งใน

          แน่นอนจากข่าววันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ผู้กองจอยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุขอบคุณทุกความห่วงใยที่มีให้ ซึ่งแปลว่าเธอปลอดภัยแล้ว

          แต่ลึกๆ เราต่างรู้ดีว่าสถานการณ์ที่ผู้หญิงคนนี้ต้องเผชิญ มันคงไม่จบแต่เพียงเท่านี้

          เพราะเธอเพิ่งยืนยันว่าจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม เฉกเช่นคนในพื้นที่ ซึ่งหาก "บ้านเกิด" จะหมายถึง "เรือนตาย" ก็คงต้องให้มันเป็นไปเช่นนั้น !

ผู้กองยอดหญิง

          ก็ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่านอกจากความเป็นผู้หญิงในเครื่องแบบ ที่ดึงดูดความสนใจแล้ว ใบหน้าที่สะสวยของผู้กองจอย ยังทำให้คนไทยอดที่จะติดตามและอยากรู้จักเธอมากขึ้นไม่ได้

          จนกระทั่งเมื่อได้เห็นจากหน้าข่าว ยิ่งพบว่าผู้กองจอยคือผู้หญิงแกร่งคนหนึ่ง

 

 

          เพราะผู้กองจอยนั้นเป็นชาว จ.ปัตตานี โดยกำเนิด เรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนสายบุรี(แจ้งประชาคาร) ถ.สายบุรี ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

          จากนั้นมุ่งหน้าเรียนพยาบาลที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐบาลระดับตติยภูมิขั้นสูง เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคใต้ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

          โดยการมาทำงานเป็นพยาบาล ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ก็เป็นความสมัครใจของตนเอง แรกเริ่มเธออยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อ.ทุ่งสง ที่กองกำกับการ 8 กองบังคับการฝึกพิเศษ-ค่ายศรีนครินทรา

          ชีวิตการทำงานตอนนั้น มีการออกหน่วยแพทย์พบปะเยี่ยมเยียนชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เธอจึงเกิดความรู้สึกอยากที่จะมาช่วยประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น และเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นกัน

 

          ไม่เพียงใจที่แข็งแกร่ง บนใบหน้าที่สวยคมแล้ว ผู้กองจอยยังมีสายเลือดนักสู้อยู่ในตัวเต็มเปี่ยม เพราะเธอเป็นบุตรของ ด.ต.สถาพร คงพุทธ ผบ.หมู่ ป.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี 

           และที่ต้องเน้นคือ บิดาของผู้กองจอย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องสังเวยชีวิตให้แก่ไฟในพื้นที่ โดยเขาและน้องชายของผู้กองจอย หรือ ด.ช.พัชรพล คงพุทธ อายุ 14 ปี ถูกคนร้ายลอบยิงที่ปากซอยหน้าบ้าน หรือบริเวณริมถนนท่าเสด็จ ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2555 หรือเมื่อ 6 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นมีข้อมูลในเฟซบุ๊กของเธอระบุว่าช่วงปี 2556 เธอได้เริ่มงานใหม่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

          ผู้กองจอยบอกว่า “ที่ผ่านมาก็คิดอยู่ตลอดว่าสักวันหนึ่งอาจจะเจอเหตุการณ์ด้วยตนเอง เพราะว่าเราอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เมื่อไรก็เกิดขึ้นได้ มันอยู่ที่สติ ถ้าเรามีสติเราก็จะควบคุมทุกอย่างได้”

 

 

          “เราก็ใช้อาชีพของเราซึ่งเป็นพยาบาล คุณพ่อซึ่งเป็นตำรวจ ได้ทำหน้าที่สองหน้าที่คือหน้าที่ที่เรารัก และหน้าที่ที่พ่อรัก”

          เป็นครั้งแรกที่ได้มีการส่งอาสาสมัครทหารพรานหญิง นาวิกโยธิน จำนวนกว่า 100 นาย เข้าร่วมในภารกิจรักษาความสงบและอธิปไตยของชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

นักรบหญิงแกร่ง

          ในสมรภูมิชายแดนใต้ มิได้มีเพียง “ตำรวจหญิง” เท่านั้น หากแต่ยังมี “ทหารพรานหญิง” สังกัดกรมทหารพรานที่ 41-49 กองทัพภาคที่ 4 และทหารพรานหญิง สังกัดกรมทหารพรานจากกองทัพภาคที่ 1-3 ที่ขึ้นทางยุทธการกับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมแล้ว 9 หมวดทหารพรานหญิง นอกจากนี้ ยังมี “ทหารพรานนาวิกโยธินหญิง” สังกัดกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

          ทหารพรานหญิง มีบทบาทในการทำหน้าที่ ในเนื้องานที่มีความละเอียดอ่อน การดูแลเอาใจใส่และสร้างความเข้าใจ สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในพื้นที่ให้มีความเข้าใจในภารกิจหลักของทหาร

          การฝึกอาสาสมัครทหารพรานหญิง ก็จะฝึกหลักสูตรทหารพรานเบื้องต้น เช่น การเฝ้าระวัง การประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ยังจะต้องฝึกทางยุทธวิธี เหมือนกับทหารพรานผู้ชายทุกประการ แต่อาสาสมัครทหารพรานหญิงยังจะต้อง “ฝึกหลักสูตรพิเศษ” เช่น การทำคลอด, การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล

 

 

          ทหารพรานหญิงปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่แพ้ชายใด คุณสมบัติสำคัญของพวกเธอ คือเป็นคนในพื้นที่ สามารถพูดภาษาท้องถิ่นได้ และพูดภาษาไทยควบคู่กันไป ด้วยอัธยาศัยท่าทีที่อ่อนโยน อ่อนหวาน ละเอียดอ่อน

 

มวลบุปผาในดงแดน

        บทบาทของเจ้าหน้าที่ผู้หญิงในชายแดนใต้ ย่อมแตกต่างจากข้าราชการในภูมิภาคอื่น ทุกวินาทีคือความเป็นความตาย ดังบทความเรื่อง “ดอกไม้ใต้ไฟ” จากเฟซบุ๊กของ ถนอม ขุนเพชร์ สื่อมวลชนอิสระที่เป็นคนในพื้นที่ ได้เล่ามุมหนึ่งของเรื่องนี้ไว้น่าสนใจ

          เขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งที่ต้องเดินทางเก็บข้อมูลสารคดีเกี่ยวกับ “มะโย่ง” ศิลปะการแสดงพื้นบ้านมลายูที่กำลังสูญหาย โดยต้องไปดูการจัดแสดงที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวชายแดนสะบ้าย้อย

          แต่การเดินทางเข้าพื้นที่ไม่ปลอดภัย จึงได้ประสานความร่วมมือเจ้าหน้าที่อำเภอสะบ้าย้อยคนหนึ่งอาสาพาไป

          ทางอำเภอจึงจัดรถนำทางพร้อมกำลังอาสาสมัครจำนวนหนึ่ง พร้อมอาวุธ และแน่นอนที่เจ้าหน้าที่จะมีผู้หญิงรวมอยู่ด้วย !

 

          “รถกระบะแบบแค็บที่ผมนั่งรวมสามคน นอกจากเจ้าหน้าที่อำเภอผู้หญิง คนขับตำรวจตระเวนชายแดนก็ผู้หญิง เธอไม่ได้แต่งเครื่องแบบ เป็นคนผิวเนียนสวยเท่ ผมนั่งหน้าข้างคนขับ ได้คุยกันจึงรู้ว่าชีวิตคนทำงานพื้นที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของความเสี่ยง ไว้ใจใครยาก”

          “คุ้นกันบ้างแล้วเธอจึงแนะนำว่าในรถมีปืนอยู่ทั้งหมดกี่กระบอก ทั้งปืนสั้นพก ปืนยาว ของหลวง ปืนส่วนตัว ประจำลิ้นชักหน้ารถ หลังเบาะ ซอกมุมต่างๆ มากขนาดนี้ สองสตรีต่างเย้ากันว่าจะชักออกมายิงทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจไม่ทันขยับหากโดนถล่ม หันมาทางผม ส่งสัญญาณว่าควรจะต้องช่วยเธอลั่นไกบ้างสักกระบอก พูดเป็นเล่น ผมกลัวขึ้นสมองมาจริงๆ ทำใจดีสู้เสือแอบคิดหนักจนเหงื่อตก เรียน รด. ยิงปืนมาไม่กี่นัด ยิงเป้างานวัดไม่เคยถูก ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นแค่ขำๆ”

          จากมุมนี้ เราอ่านแล้วอาจยิ้มขัน หากทางกลับกัน ถ้าเราอยู่ตรงนั้นก็คงหัวเราะไม่ออก

          แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัด คือเจ้าหน้าที่หญิงเหล่านั้น แม้จะพูดเรื่องความเป็นความตายได้อย่างรื่นรมย์ หากในความจริงพวกเธอกลับตั้งรับ และตื่นตัวตลอดเวลา

 

ภาพจากเฟซบุค Joy Sinee

 

          วันนั้น นักเขียนของเรา จึงได้ชื่นชมการแสดงมะโย่งคณะสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่สมใจ ท่ามกลางการอารักขาอย่างดีและปลอดภัยกลับบ้านพร้อมข้อมูลที่ตามหา

          แต่เขารู้ดีว่าความตายและอันตรายไม่เคยจบลง และมันก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อได้ยินข่าวเหตุโจมตีในเส้นทางที่เขาใช้ในหนนั้น มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต !

         ถึงตรงนี้ จะว่าไปแล้ว สถานการณ์ที่ผู้หญิงในพื้นที่ต้องแบกรับ ความเสี่ยง ความตาย นักสิทธิฯ หรือบทความงานวิจัยมีออกมามากมายไม่เคยหยุด พอๆ กับความรุนแรงที่ไม่เคยจบ

        จนเมื่อมาเกิดเหตุกับกลุ่มของ “ผู้กองจอย” เราก็ได้เวลามานั่งเขียน นั่งขบคิดกันอีก เหมือนถูกใครกดปุ่ม

         แต่การที่เราชาวกรุง เหมือนไม่ได้ตระหนกตกใจมากมายอีกแล้วนั้น เพราะเราหมดหวัง หรือเราชาชินกันแน่ ยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ สำหรับคนในพื้นที่ มันไม่ใช่ !

////////

ขอบคุณบทความจากเฟซบุค ถนอม ขุนเพชร์ 

ติิดตามอ่านทั้งหมดได้ที่ลิงค์นี้

"หญิงหน่อย" กร้าว ฝากผู้มีอำนาจอย่าคุกคาม

การเมือง ข่าวการเมือง  :  19 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,พรรคเพื่อไทย,หญิงหน่อย

"หญิงหน่อย" กร้าว ฝากผู้มีอำนาจอย่าคุกคาม ไม่แฟร์เพื่อไทยทำถูก ก.ม.

               11 ม.ค. 62  ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถ.แจ้งวัฒนะ เวลา 16.00 น. เศษ ภายหลังร่วมวงเสวนา "เวทีมองไปข้างหน้า กับการสร้างหลักประกันสุขภาพเพื่อคนไทยทุกคน" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุนาพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ห้ามใช้สถานที่ราชการใน จ.พะเยา การปราศรัยระหว่างพบปะประชาชนในพื้นที่ ว่า

               โดยประสบการณ์และข้อเท็จจริงที่ตนได้ทำงานการเมืองมาหลายปี การที่จะใช้เวทีปราศรัยหรือทำกิจกรรมใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทางราชการจะให้ใช้สถานที่ราชการทุกครั้ง เช่น สนามหลวงก็ถือเป็นสถานที่ราชการ และการไปตามจังหวัดต่างๆ ก็ต้องไปตามสนามกีฬาใหญ่ๆ ที่เป็นสถานที่ราชการ แต่ถ้าเป็นการใช้สถานที่ของเอกชน หากเป็นพรรคใหญ่อาจมี Connection ดี ก็อาจจะขอใช้สถานที่เอกชนได้ แต่พรรคเล็กไม่มี Connection ก็อาจจะใช้สถานที่เอกชนไม่ได้

               ขณะที่ตั้งแต่อดีตนานมาแล้ว เขาก็ให้ใช้สถานที่ราชการได้ แต่ครั้งนี้พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลเองก็ไปใช้สนามกีฬา 700 ปี ที่ จ.เชียงใหม่ ส่วนใน จ.พะเยา เอง ก่อนหน้าที่พรรคเพื่อไทยจะลงไปพบปะประชาชน ก็มีพรรคการเมืองของฝั่งที่สนับสนุนรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปใช้สถานที่ที่เป็นของเทศบาลถึง 2 ครั้ง ก็เป็นสถานที่ราชการเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องความชัดเจนจากฝ่ายผู้มีอำนาจว่า ตกลงการไม่ให้ใช้สถานที่ราชการนั้น ไม่ให้ใช้กับบางพรรคหรือไม่ให้ใช้ทุกพรรค และถ้าไม่ให้ใช้ทุกพรรคแต่ที่ผ่านมาทำไมมีบางพรรคใช้ได้ แบบนี้จะจัดการอย่างไร และมาตรการต่อไปจะมีมาตรฐานอย่างไร ก็ขอให้มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร

               คุณหญิงสุดารัตน์ เล่าเหตุการณ์ว่า เราไม่ได้ทำแตกต่างจากพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลทำเลย การปราศรัยขอพบปะพี่น้องประชาชน เมื่อวานนี้ก็ได้รับหนังสืออนุญาตจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว จนไปตั้งเวทีและตั้งเก้าอี้ได้จนเสร็จ แต่อยู่ๆ ก็มีการแจ้งยกเลิกในเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่มีการนัดหมายจะพบประชาชนอยู่แล้วในเวลา 09.00 น. จึงไม่มีใครที่จะไปยกเลิกคน 1,000 คน ที่จะมาได้ทัน เพราะมีการยกเลิกเราอย่างกะทันหัน แต่เพราะพวกเราไม่ต้องการให้ข้าราชการเดือดร้อน ก็รู้ว่าเขาถูกบังคับมาเพราะข้าราชการผู้ใหญ่ไม่ต้องเอ่ยชื่อ เดี๋ยวเขาจะเดือดร้อน เขาโทรมาคุยกับตนเองว่าได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ที่อยู่กรุงเทพฯ ว่า อย่าให้มีการปราศรัยเด็ดขาด เราเห็นใจข้าราชการเขา ถ้าเกิดเขาไม่ทำตามคำสั่งเขาก็ต้องโดน ดังนั้น เราจึงไม่ได้เข้าไปในสถานที่ที่เขาห้ามเลย แต่จะให้เราทำอย่างไร ในเมื่อประชาชนมาแล้วเราจะไปยกเลิกได้อย่างไร เราก็ใช้รถเครื่องเสียงขนาดเล็กและเข้าไปขออนุญาตให้มันถูกต้อง เดี๋ยวจะหาว่าผิดกฎหมายอีก

Ads by AdAsia
Play

               "ก็ไม่เป็นไรค่ะ ท่านมีอำนาจ จะรังแก ข่มเหงเรายังไงก็ทำไป เพราะว่าไปห้ามเขาไม่ให้ใช้อำนาจในการข่มเหงเรา ก็ทำไม่ได้ แต่แนวทางข้างหน้าควรจะมีความชัดเจน อย่าอ้างว่าสถานที่ราชการไปใช้ปราศรัยไม่ได้ ก็ในเมื่อพรรคที่สนับสนุนพวกท่าน ท่านก็ให้ใช้ แต่พอพวกเราท่านไม่ให้ใช้ ไม่ใช่มาตรฐาน ต้องเรียกว่าไม่ยุติธรรม"

               เมื่อถามว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการอย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตัวผู้สมัครเขาก็อาจจะดำเนินการฟ้องร้อง เนื่องจากเขาได้รับหนังสืออนุญาตเป็นทางการว่าให้เขาเข้าไป มีหนังสือลงวันที่ ตีตราของหลวงชัดเจนว่าอนุญาตให้ใช้สถานที่ได้ เขาก็ไปลงทุนลงแรง เอาเต็นท์มาลง จัดเวทีและเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว จึงเป็นเรื่องของผู้สมัครจะพิจารณาว่าเขาจะฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ซึ่งหากผู้สมัครเขาจะฟ้องเขาก็คงจะพิจารณาฟ้องหน่วยงานก่อน โดยหน่วยงานที่รับคำสั่งอันมิชอบมาก็ต้องแก้ต่างต่อไป

               เมื่อถามถึงเหตุการณ์การติดตามรักษาความปลอดภัยของกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ จะบอกหรือไม่ว่าเราไม่ต้องการ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า อยากเรียนก่อนว่าปกติทุกครั้งที่เสร็จสิ้นภารกิจ ตนจะเดินตรงไปหาข้าราชการไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัคร , ตำรวจบ้าน , อปพร. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขาใส่เครื่องแบบแล้วเขามาช่วยดูแลเรา ตนจะเดินไปจับมือขอบคุณเขาทุกครั้งที่เขามาดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนจำนวนมากที่มาพบเรา ซึ่งพวกเขาก็จะใส่เครื่องแบบทำให้เรารู้ว่าเขาเป็นใคร แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับตนล่าสุด จริงๆ ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้พักใหญ่แล้ว แต่ที่เกิดขึ้นใน จ.เชียงราย ก็จะมีลักษณะของชายฉกรรจ์ใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ไม่ปรากฏป้ายชื่อแสดงสังกัด หรือลักษณะของเครื่องแบบชัดเจนที่ให้เห็นว่าเป็นหน่วยงานใด แต่มาเดินตาม ซึ่งไม่ได้มาเพียง 1 หรือ 2 คน โดยพวกเขาก็จะเดินตามเราไปทุกจุด เช่น

               ไปตลาดก็จะเดินซ้าย - ขวาแล้วถ่ายรูป โดยลักษณะการแต่งกายของชายฉกรรจ์ที่ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นหน่วยงานใด ทำให้เราต้องเดินเข้าไปถามว่าเขาเป็นใครจึงมาติดตามเรา ถ้าไม่เข้าไปถามก็คงผิดปกติแล้ว เพราะการที่มีบุคคลมาเดินติดตามก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อมีเรื่องที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับเราในฐานะประชาชน เรามีสิทธิ์ที่จะรักษาชีวิตของเรา มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าใครมาติดตามเรา โดยปกติเวลาที่ตนลงพื้นที่ก็จะมีเลขาฯ ที่เป็นผู้หญิง ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ตนจึงเดินเข้าไปถามด้วยตนเองดีๆ ว่าพวกเขามาจากไหน

               "ถ้าจะมารักษาอารักขากันจากหน่วยราชการส่งมา ก็เป็นเรื่องที่ดี มีน้ำใจ ต้องขอบคุณที่มีการส่งเจ้าหน้าที่มาอารักขาดูแลความปลอดภัยโดยที่เราไม่ได้ขอ แต่ถ้าจะให้ดี ก็โปรดสวมเครื่องแบบมาทำ แสดงตัวให้ชัดว่ามาจากหน่วยงานใด ไม่ใช่มาในลักษณะที่เสมือนเราเป็นโจรเป็นผู้ร้ายมีคนมาสะกดรอยตามเรา โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ใส่ชุดนอกเครื่องแบบทำให้ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ขณะที่ก็ไปยืนอยู่ในมุมมืดยืนกันอยู่ 6 - 7 คน มองมาที่เรา ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้ขอให้มาอารักขาเรา แต่ถ้าเกิดเป็นห่วงเรามากอยากจะส่งมาก็ควรช่วยมาบอกกันด้วยและช่วยใส่เครื่องแบบมา ไม่เช่นนั้นเราจะมีความรู้สึกในทางตรงกันข้ามมากกว่าว่าเราถูกคุกคามจากใครก็ไม่รู้"

               เมื่อถามว่า ต่อไปในการลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ จะมีการปรับแผนอย่างไรบ้าง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถ้ายังมีการห้ามใช้สถานที่ราชการจริงก็ต้องปฏิบัติกันอย่างเสมอภาค เพราะพรรคเราก็ไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างจากพรรคที่สนับสนุน นายกฯ ตู่ เป็น นายกฯ ต่อไปเลย ใช้สถานที่แบบเดียวกัน ทำหนังสือขออนุญาตถูกต้องและได้รับอนุญาตมาแล้วด้วย แต่กลับถูกยกเลิกโดยคำสั่งจากผู้ยิ่งใหญ่เช่นที่ผ่านมา ต่อไปการปฏิบัติต่อไปจะมีมาตรฐานอย่างไรก็ควรช่วยแสดงให้เห็นความชัดเจนเพื่อจะได้ทำให้ถูกต้อง ดังนั้น ถ้าถามว่าจะเราจะปรับแผนอย่างไร ตนก็ตอบไม่ได้ว่าจะปรับแผนอย่างไรเพราะที่ผ่านมาพวกตนทำตามกฎหมายถูกต้อง ขออนุญาตถูกต้อง ได้รับอนุญาตถูกต้อง ก็ไม่ทราบจะปรับแผนอย่างไร

               "ได้แต่เพียงขอความชัดเจนจากผู้มีอำนาจไม่ใช่นึกว่าตัวเองมีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้ ต้องช่วยให้ความเป็นธรรม จึงจะเป็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรมไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นการอันแฟร์ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้จริงๆ"

               เมื่อถามถึงผู้มีอำนาจที่กล่าวถึง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ข้าราชการระดับสูงเขาก็แจ้งมาว่าเขาอึดอัดใจเราเองก็ไม่อยากให้เขาลำบากใจ ซึ่งพวกตนต้องขอโทษประชาชนเพราะในวันดังกล่าวต้องมานั่งบนพื้นถนนลาดยางมะตอย ซึ่งเวลาแดดส่องก็จะมีอุณหภูมิร้อนมาก ขณะที่ประชาชนก็ได้รอพบไม่ได้เดินทางกลับเราเองก็พยายามที่จะไม่ละเมิดเมื่อเขาสั่งห้ามเข้าสถานที่ และเราก็ไม่อยากให้ข้าราชการตัวเล็กๆ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนใดมาเดือดร้อนเพราะเราเราจึงไม่เข้าไป

 

"หงส์แดง"หวังสามแต้มบุกเยือน"ไบร์ทตัน"ศึกพรีเมียร์ลีก

กีฬา กีฬาต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูล,ไบร์ทตัน,ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ลิเวอร์พูล วางสามประสานเกมรุก ทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และโรแบร์โต ฟีร์มีโน บุกเยือน ไบร์ทตัน ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

     การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันนี้ (12 ม.ค.) คู่ที่น่าสนใจ ไบร์ทตัน ทีมอันดับ 13 ของตารางที่มี 26 แต้มจาก 21 นัด เปิดสนาม ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล จ่าฝูง ที่มี 54 แต้มจาก 21 นัด ในเวลา : 22.00 น.

   ความพร้อมล่าสุดเริ่มที่เจ้าถิ่นของเทรนเนอร์ คริส ฮิวจ์ตัน นัดล่าสุด เสมอ เวสต์แฮม มา 2-2 ในลีก และชนะ บอร์นมัธ 3-1 ใน เอฟเอ คัพ

   ส่วนเกมนี้จะไม่มี แบร์นาโด ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และโฮเซ อิซเควียร์โด ที่เจ็บเข่าเช่นกัน รวมไปถึง อลิเรซา ยาฮานบัคช์ ที่ไปรับใช้ทีมชาติ อิหร่าน ใน เอเชียน คัพ

   การจัดทีมพร้อมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำโดย  มาร์ติน มอนโตยา, เชน ดัฟฟี, ปาสกาล กรอสส์, ดาวี่= พรอพเพอร์ และเกลน มาร์รีย์

   ส่วนทีมเยือนของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ พาทีมแพ้ 2 นัดติดทั้งในลีกที่พ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-2 และวูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2ในเอฟเอ คัพ

    ขณะที่เกมนี้จะไม่มี เดยัน ลอฟเรน, โจ โกเมซ,  อดัม ลัลลานา, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่มีปัญหาอาหารบาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ โจเอล มาติป กลับมาฝึกซ้อมแล้วทว่าไม่น่าจะฟิตพอสำหรับเกมนี้

   การจัดทัพจะใช้ผู้เล่นชุดใหญ่คืนสนามอีกครั้ง ทั้ง อลิสซง เบ็คเกอร์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน และซาดิโอ มาเน

    สำหรับ 5 นัดหลังสุดที่ทั้งคู่พบกันในทุกรายการเป็น ลิเวอร์พูล ที่เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด

โปรแกรมการแข่งขันในคู่อื่นๆ
19.30 น.
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ อาร์เซนอล
22.00 น.
เบิร์นลีย์ พบ ฟูแลม
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี พบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์
คริสตัล พาเลซ พบ วัตฟอร์ด
เลสเตอร์ ซิตี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

 

7 ปี กับการเดินทางของ “เรือนจำสุขภาวะ” สร้างสุข เติมพลังบวกผู้ต้องขังในโลกกำแพงสูง

 

 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ,เรือนจำสุขภาวะ
 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ,เรือนจำสุขภาวะ
 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ,เรือนจำสุขภาวะ
 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ,เรือนจำสุขภาวะ
 
 
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ,เรือนจำสุขภาวะ
 
 
 

“เรือนจำสุขภาวะ เป็นการฟื้นฟูผู้ต้องขังแบบบูรณาการ สร้างพื้นฐานการดำเนินชีวิตในเรือนจำที่ไม่ให้ต่างจากสังคมทั่วไปมากที่สุด ทั้งในทางกายภาพ และวิถีการดำรงชีวิต จิตสำนึกที่ดี โดยเมื่อการลงโทษสิ้นสุดลง ผู้พ้นโทษจะสามารถเผชิญต่อการออกมาอยู่ในสังคมภายนอกได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการคืนกลับสู่สังคมอีก”

ประโยคบอกเล่าตอนหนึ่งของ ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ (สสส.) เปิดใจเล่าถึงแรงบันดาลใจสำคัญของการเดินทางเรือนจำสุขภาวะ (Healthy Prison Journey)  ในการจัดการประชุมวิชาการเชิงนโยบายเรื่อง การเดินทางของเรือนจำสุขภาวะ (Healthy Prison Journey) ที่ สสส. ร่วมกับ สมาคมนักวิจัยประชากรและสังคม สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

เอ่ยถึง “เรือนจำ” หลายคนคงนึกภาพสถานที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูง ไม่ต่างอะไรกับชุมชนปิดตายจากสังคม

หากแต่สิ่งที่มากกว่าการเป็นสถานที่กักขังของผู้กระทำผิดภายใต้กำแพงสูงชันนั้น ยังปิดกั้นความรู้และความเข้าใจจากคนภายนอกต่อการมีตัวตนของคนที่ต้องโทษ ที่ต้องผจญปัญหาในการดำรงชีวิตไปต่างจากคนทั่วไป

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ต้องขังจำนวนกว่า 3 แสนคน ขณะที่เรือนจำมีอยู่ 143 แห่ง และรองรับผู้ต้องขังได้เพียง 1 แสนกว่าคนเท่านั้น ทว่าปัญหา “คนล้นคุก” นี้ยังนำมาสู่ปัญหาด้านอื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะด้านสุขภาวะ ดังนั้นการขยายผล “เรือนจำสุขภาวะ” เสริมพลังบวกให้ผู้ต้องขัง เน้นพัฒนาสาธารณสุขมูลฐาน ระบบสุขภาพบูรณาการ ยกระดับคุณภาพชีวิต กลับมายืนในสังคม จึงเป็นเจตนารมย์ที่ทุกฝ่ายร้อมใจที่จะผลักดันงานนี้ให้เกิดขึ้น

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมปาฐกถานำเรื่อง “นโยบายเรือนจำสมัยใหม่เปิดประตูสู่สังคม” ว่า ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินงานตามพระราชดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจ โดยมีเป้าหมาย การให้กำลังใจ ให้โอกาส ช่วยส่งเสริมและพัฒนา กลุ่มผู้ต้องขังสตรี กลุ่มเด็กติดผู้ต้องขัง กลุ่มเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดและกลุ่มผู้ขาดโอกาสอื่น ๆ ในกระบวนการยุติธรรม และยังมีเป้าหมายสำคัญในการรณรงค์ให้สังคมไทย เป็นสังคมที่พร้อมจะเป็นกำลังใจ และให้โอกาสแก่บุคคลที่แม้จะก้าวพลาดแต่ก็ได้เรียนรู้ที่จะเริ่มชีวิตใหม่เป็นคนดีของสังคม

“สำหรับโครงการเรือนจำสุขภาวะ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เข้ามาเสริมร่วมกับโครงการกำลังใจในพระราชดำริฯ โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ร่วมกับ สสส. ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสุขภาวะของคนไทย หนุนเสริมให้เกิดการวิจัยเชิงนโยบายและการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความรู้ นวัตกรรม การสื่อสารกับสังคม และภาครัฐถึงแนวทางการดูแลสุขภาวะของผู้ต้องขังหญิงอย่างเท่าเทียมกับคนภายนอก และในปีหน้าทางกรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดให้มีการยกเลิกจำหน่ายบุหรี่ในร้านค้าเรือนจำเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ต้องขังอีกด้วย”

ขณะที่ ฝั่งผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวเสริมว่า ภารกิจหลักของ สสส. คือ การสร้างเสริมสุขภาพ และทำให้ทุกคนในแผ่นดินไทยมีสุขภาวะที่ดี ไม่เว้นแต่ผู้ต้องขัง ที่แม้ว่าจะเป็นผู้เคยกระทำความผิดกฎของบ้านเมือง แต่เขาเหล่านี้ก็ต้องการโอกาสและการดูแลที่เท่าเทียมกับคนทั่วไป

“ต้องยอมรับว่าการทำงานด้านสุขภาวะของผู้ต้องขังไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับการจัดงานในวันนี้เป็นการนำเสนอผลงานตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ของโครงการ “เรือนจำสุขภาวะ” ที่ได้จากการปฏิบัติ การดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง โดยเรือนจำสุขภาวะ จะแสดงให้เห็นแนวทางสำคัญในการปรับเปลี่ยนเรือนจำให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ต้องขังสามารถทำกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ทางบวก เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ให้ผู้ต้องขังมีสุขภาวะที่ดีทางกาย ใจ สังคม และปัญญา ภายใต้องค์ประกอบ 7 ด้าน ได้แก่ 1. เพิ่มความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ต้องขัง 2. ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคที่พบบ่อยในเรือนจำ 3. เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการบริการสุขภาพ 4. ผู้ต้องขังมีพลังชีวิตคิดบวกและมีกำลังใจ 5. ดำรงชีวิตอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและเอื้ออาทร 6. สามารถธำรงบทบาทของการเป็นแม่ ลูก หรือเป็นสมาชิกในครอบครัว และ 7. มีโอกาสสร้างที่ยืนในสังคม” ภรณีกล่าว

มาที่ รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า จากการได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ความรู้สึกของผู้ต้องขังต่างให้ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การที่ต้องห่างจากครอบครัว โดยเฉพาะแม่ที่ต้องห่างจากลูก จะต้องประสบกับภาวะกดดัน และมีความเครียดสูง จากการสำรวจดังกล่าวจึงนำมาสู่การวางแผนแก้ไขปัญหาจนเกิดเป็นกิจกรรมโยคะในเรือนจำ โดยเริ่มครั้งแรกที่เรือนจำกลางจังหวัดราชบุรี มีผู้ต้องขังสนใจเข้าร่วมกว่า 200 คน เนื่องจากจำนวนผู้ต้องขังมีจำนวนมากจึงได้มีการคัดเลือกผู้ที่มีทักษะมาฝึกอบรมให้กลายเป็นผู้สอนเพื่อถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นในเรือนจำ เพื่อให้โครงการเกิดความยั่งยืน โดยการเล่นโยคะเป็นการฝึกความอิสระในร่างกาย คลายความกดดัน และความเครียด อีกทั้งยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง หลายคนยอมรับกับเราว่า รู้สึกสนุกและมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ร่วมกิจกรรม นอกจากนี้โยคะยังเป็นจุดหนึ่งของการสร้างอาชีพได้เมื่อพ้นโทษ ซึ่งปัจจุบันมีผู้พ้นโทษ ที่ออกมาแล้วยึดอาชีพครูสอนโยคะเป็นหลัก โดยใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

“โยคะในเรือนจำ เป็นเพียงหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการเรือนจำสุขภาวะ ที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง ซึ่งยังมีงานวิจัยทั้งนโยบายและเชิงปฏิบัติหลายงานที่นำมาใช้พัฒนาสุขภาวะในเรือนจำได้ ทั้งการฝึกเรื่องการนวดแผนไทย ทำเทียนหอม ทำตุ๊กตาไหมพรม หรือวาดภาพบนผ้าบาติก และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจริง ๆ แล้วการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ มันไม่ใช่แค่เป็นกิจกรรมที่ดีต่อตัวผู้ต้องขังเองเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะได้ประโยชน์ก็คือสังคมในวงกว้าง หากคนในสังคมลองปรับความคิดของตนเอง และมองด้วยความเข้าใจ รศ.ดร.นภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน