*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5247
  • จำนวนผู้ชม : 3267574
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 317 , 17:34:48 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link @ : learning english with voa news : Tuesday, February 5, 2019 

          : ‘ฝุ่นพิษ’เช้านี้เพิ่มขึ้นเกือบทุกพื้นที่

            5 กุมภาพันธ์ 2562

          จากการติดตามของสื่อ แล้วทำให้ได้เห็นเรตติ้งความนิยมของพรรคต่างๆที่เคลื่อนไหวขึ้น - ลงอยู่ในขณะนี้ ซึ่งแกนนำ

ของพรรคที่ถูกมองว่าเรตติ้งตก ก็ต้องแก้ตัวอย่างหนักเลยทีเดียว เพราะสื่อสมัยนี้มักจะตั้งคำถามแบบ 'ตรงประเด็น' นั่นเอง

 

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเน้นย้ำข้อมูลงาน' บรมราชาภิเษก "ต้องแม่นยำ"

ข่าวทั่วไป  :  1 วันที่ผ่านมา
พลอฉัตรชัย สาริกัลยะ,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พศ2562,สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,แถลงข่าว,ทัศนีย์ ผลชานิโก

ผู้บรรยายต้องมีความรู้และระบบการถ่ายทอดในห้วงพระราชพิธีฯ ให้ประชาชนได้รับทราบบรรยากาศ

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุม 2 ชั้น 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 นำแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ 

 

 

      สมเด็จพระเทพฯ ทรงเน้นย้ำข้อมูลงาน' บรมราชาภิเษก

      ว่าการประชุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการติดตามผลการดำเนินงานและเรื่องที่เน้นย้ำเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสด็จฯ ไปทรงเป็นองค์ประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานฯ เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ว่าพระองค์ทรงเน้นย้ำเรื่องการประชาสัมพันธ์อยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรก การใช้ข้อมูลข่าวสารในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุด ผู้ประกาศหรือผู้บรรยายต้องมีความรู้ในเรื่องนี้ เรื่องที่ 2 ระบบการถ่ายทอดในห้วงพระราชพิธีฯ ถือว่าเป็นห้วงที่มีความสำคัญ ผู้บรรยายบางครั้งบรรยายมากเกินไป จนกระทั่งประชาชนไม่สามารถรับทราบบรรยากาศพระราชพิธีเลย เป็น 2 ข้อที่รับสั่งไว้ ซึ่งการประชุมในวันนี้ ได้นำทั้ง 2 เรื่องที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งไว้มาเน้นย้ำกับคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ทุกคนให้ไปวางแผนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายทอดสด ซึ่งมีหลายขั้นตอนมาก โดยต้องมองลึกลงไปในช่วงเวลาถ่ายทอด ต้องนำเรื่องที่รับสั่งไว้มาใส่เกล้าและดำเนินการอย่างเข้มงวด

 

 

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเน้นย้ำข้อมูลงาน' บรมราชาภิเษก

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ

       “การที่จะบรรยายสดๆ ต้องระมัดระวัง เน้นว่าต้องมีบทบรรยายที่ถูกต้องและแม่นยำ โดยบทบรรยายจะผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการฯ เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ต้องไม่บรรยายมากจนเกินไป เพราะบางครั้งประชาชนที่รับฟังทางวิทยุหรือโทรทัศน์ต้องการซึมซับบรรยากาศงานพระราชพิธี เรื่องนี้ต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

     พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ในเรื่องการทำงานร่วมกัน ในเบื้องต้นได้ใช้การถ่ายทอดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นหลัก แต่อาจมีเพิ่มเติมว่า ผู้ดำเนินการเกี่ยวกับโทรทัศน์ และวิทยุ ก็อยากจะมีส่วนร่วมในพระราชพิธีครั้งนี้ จึงอยากจะให้คณะกรรมการถ่ายทอดสดได้เปิดโอกาสให้ทีวีหลายๆ ช่องเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะเผยแพร่พระราชพิธีนี้ ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ และสื่ออกไปให้พี่น้องประชาชนได้เห็นรายละเอียดอย่างครบถ้วน และสมบูรณ์ ตั้งแต่เริ่มเรื่องของพิธีตักน้ำก็จะให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ มาเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบกันด้วย

   “ในการประชุมครั้งนี้ผมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะและสร้างสรรค์ผลิตสื่อ อนุกรรมการด้านศูนย์ถ่ายทอดวิทยุและโทรทัศน์ คณะอนุกรรมการด้านศูนย์สื่อมวลชน และคณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศ จัดทำงบประมาณเสนอภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขั้นตอนต่อไปจะเสนองบเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณพิจารณา” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว”

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเน้นย้ำข้อมูลงาน' บรมราชาภิเษก

   พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ตัวเองได้เน้นย้ำว่างานนี้ รัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด เพราะฉะนั้นในทุกเรื่องต้องละเอียดรอบคอบ และสามารถสื่อสารได้กับทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ และในห้วงเวลานี้ ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ต้องทำงานให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับทราบข้อมูลทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน แต่พิธีการต่างๆ จะมีการซักซ้อมกันตั้งแต่เดือนมีนาคม อาทิ ซักซ้อมริ้วขบวนเสด็จฯ ทางสถลมารค อยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกคนมีส่วนร่วมในพระราชพิธีประวัติศาสตร์แห่งชีวิตที่มีความสำคัญของชาติ พี่น้องประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้หมด อาทิ ในช่วงนั้นประพฤติตนเป็นคนดี ไม่เกะกะระราน ไม่สร้างความวุ่นวายภายในบ้านเมือง ก็ถือว่ามีส่วนร่วมสูงสุดแล้ว

    “ในห้วงพระราชพิธีระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศจะทำให้การถ่ายทอดสดทั้งในและต่างประเทศ 170 ประเทศทั่วโลก อยากเน้นให้คนไทยทุกคนสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้อย่างถูกต้อง โดยสามารถเข้าไปติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านในช่องทางwww.phralan.in.thและแฟนเพจเฟซบุ๊ก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเน้นย้ำข้อมูลงาน' บรมราชาภิเษก

นางทัศนีย์ ผลชานิโก

     ขณะเดียวกัน นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการของคณะอนุกรรมการด้านศูนย์สื่อมวลชน กล่าวว่า ปัจจุบันกรมประชาสัมพันธ์ได้จัดตั้งช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องผ่านช่องทางเว็บไซต์www.phralan.in.thและเฟซบุคพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ทั้งสองช่องทางเปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว เสนอข้อมูลที่เป็นทางการจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ฯลฯ ประกอบด้วยเอกสารซึ่งระบุแหล่งที่มาชัดเจนโดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานที่จัดทำเอกสารดังกล่าว สื่อมวลชนสามารถนำข้อมูลจากเอกสารเหล่านี้ไปประชาสัมพันธ์ต่อได้ เนื่องจากพบว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างไม่ถูกต้อง เช่น คำว่า หมายกำหนดการ และกำหนดการ เป็นต้น โดยทั้งสองช่องทางจะมีการอัพเดทข้อมูลพิธีการหรือกำหนดการอยู่เสมอ

     นางทัศนีย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชนสำหรับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเบื้องต้นจะเปิดเป็นศูนย์ย่อยที่ชั้น 1 หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. เป็นต้นไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำศูนย์เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับงานพระราชพิธีฯ พร้อมจัดเตรียมเอกสารและหนังสือที่เกี่ยวข้องให้สืบค้น และมีแผนจะจัดทำอีบุคเพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถดาวน์โหลดได้ด้วย ตลอดจนจัดทำแผ่นพับเพื่อชี้เป้าแหล่งข้อมูลในการสืบค้น เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ เตรียมจัดอบรมสื่อมวลชนจำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกเดือนกุมภาพันธ์ ร่วมกับสำนักคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เชิญนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์มาอบรมให้ความรู้ จำนวน 3 วัน ครั้งที่ 2 เชิญผู้บรรยายในการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 3 จัดอบรมจิตอาสา และครั้งที่ 4 จัดอบรมสื่อมวลชนและเดินทางลงพื้นที่ที่มีการเตรียมงานพระราชพิธีเช่น กระบวนพยุหยาตราสถลมารค และเครื่องประกอบพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งกรมศิลปากร โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเน้นย้ำข้อมูลงาน' บรมราชาภิเษก

   “พระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีการใช้คำศัพท์เฉพาะและมีประวัติความเป็นมาตามโบราณราชประเพณี จะต้องคำนึงถึงความถูกต้อง หากประชาชนไม่แน่ใจการใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่ถูกต้องสามารถสอบถามได้ที่กรมประชาสัมพันธ์และสำนักราชบัณฑิตยสภาเท่านั้น ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานและสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อสร้างการรับรู้ในโบราณราชประเพณีที่มีมาโดยตลอด ซึ่งคนไทยมีความรักความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์” นางทัศนีย์ กล่าว

     นางทัศนีย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ครั้งต่อไป รองนายกฯ ให้หลักการว่า หากมีวาระพิจารณาเร่งด่วนจะนัดประชุมคณะกรรมการองค์ใหญ่ อย่างไร คณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด จะมีประชุมเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ช่วงใกล้วันพระราชพิธีจะเปิดแอพพลิเคชั่นไลน์ให้ข้อมูลและตอบคำถามประชาชนเพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ได้จัดทำหนังสือรวบรวมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ มีการจัดพิมพ์หนังสือความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และหนังสือรวบรวมบทความพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และหนังสือรวบรวมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 76 จังหวัดในประเทศไทย จัดทำโดยกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจกจ่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกด้วย

'สกุณา สาระนันท์'ชาวบ้านจะไปเลือกตั้งมากต้องการเปลี่ยนเเปลง

คนในข่าว  :  7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เสรี สาระนันท์,สกุณา สาระนันท์,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,พรรคไทยรักไทย,พรรคเพื่อไทย

คอลัมน์...  ตลาดความคิด... รุ่นใหม่การเมือง

          "พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาน แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม” คือคำขวัญประจำ จ.สกลนคร

          สกลนครคือจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน วันนี้มีผู้เเทนฯ ได้ 6 คน

          การเมืองยามนี้พรรคน้องใหม่บางพรรคหวังที่จะปักธงในเเดนอีสานให้ได้มากที่สุด โดยต้องเเข่งกับพรรคเพื่อไทยซึ่งครองเเชมป์พื้นที่เเดนที่ราบสูง

          “เสรี สาระนันท์” อดีตส.ส.พื้นที่นี้ที่อยู่กับพรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย วันนี้เสรีส่ง “สกุณา สาระนันท์” บุตรสาว ลงสมัครผู้เเทนราษฎร เขต 5

          “นก” มีดีกรีป.ตรี เกษตรศาสตร์ ม.ขอนเเก่น เเละป.โท เทคโนโลยีชีวภาพ พระจอมเกล้าธนบุรี

          “ชาวบ้านสะท้อนปัญหาราคาสินค้าเกษตรเเละส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต วันนี้โพลล์เเละผลวิจัยด้านเศรษฐกิจมันสะท้อนเเล้วว่า เศรษฐกิจไทยดีขึ้นจริงหรือไม่ ชาวบ้านมีความหวังมาตลอดว่าจะมีการเลือกตั้ง เพราะมองว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะช่วยเเก้หลากปัญหาได้"

          “เมื่อมีกระเเสข่าวความไม่เเน่นอนเรื่องเลือกตั้งชาวบ้านก็ไม่มั่นใจ เพราะพวกเขามองว่าการเลือกตั้งคือทางออกของประชาธิปไตยเเละชีวิตจะดีขึ้นจากทุกวันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฉะนั้นหากมีความชัดเจนเมื่อใดเชื่อว่าชาวบ้านจะมาใช้สิทธิ์กันมาก เพราะต้องการความมั่นใจในชีวิต ต้องการเปลี่ยนเเปลงกับสิ่งที่ผ่านมาในรอบหลายปีมานี้ ตรงนี้จะสะท้อนความเชื่อมั่นของต่างชาติที่มีต่อเมืองไทยด้วย”

          นกบอกว่า เวลาลงพื้นที่ก็รับฟังเเละยืนยันว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยคิดเเละจะใช้เป็นนโยบายจะช่วยชาวบ้านได้ ตอนนี้กระเเสของพรรคนั้นชาวบ้านตอบรับเพราะผลงานที่พรรคทำมาตั้งเเต่สมัยไทยรักไทยจนวันนี้
 

นายกรู้มั๊ย สภาพัฒน์ ขวาง ทอท. งบ  4.2 หมื่นล้าน สะท้านเมือง

ทางออกนอกตำรา,คอลัมน์,นายกรัฐมนตรี,ประยุทธ จันทร์โอชา,สนามบินสุวรรณภูมิ

เรื่องให้ที่หลายฝ่ายเพิกเฉย คือ ความพยายามของ ทอท.ที่จะเดินหน้าสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิแบบเต็มรูปแบบ งบประมาณรวม 4.2 หมื่นล้านบาท

ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3441 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 3-6 ก.พ.2562 โดย...บากบั่น บุญเลิศ

นายกฯลุงตู่...รู้มั๊ย

“สภาพัฒน์”ขวาง”ทอท.”

งบเทอร์มินอล  4.2 หมื่นล้าน สะท้านเมือง

          ขณะนี้มีเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครต่างพากันเพิกเฉย อาจมองไม่รู้ ดูไม่เห็น ไปไม่เป็น หรือมี “ม่านสีม่วงบังตา” ผมก็ไม่รู้ มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากชวนทุกท่านช่วยกันจับจ้อง...

          นั่นคือ ความพยายามของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ที่มี ประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน นิตินัย ศิริสมรรถการเป็นผู้อำนวยการใหญ่ ที่จะเดินหน้าสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิแบบเต็มรูปแบบ งบประมาณรวม 4.2 หมื่นล้านบาท

          โครงการลงทุนชุดนี้น่าจะดูดี เหมาะสม เมื่อพิจารณาจากความแออัดของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิที่ในปี 2561 ทะลุขึ้นมา 63 ล้านคนเข้าไปแล้ว และมีการประเมินว่าในปี 2565 จะทะลุไปถึง 73 ล้านคน

          หากจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิของไทยที่รัฐบาลลงทุนไปก้อนโตให้กลายเป็น “ฮับการบิน” ในภูมิภาค มีเที่ยวบิน 70-80 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จำเป็นต้องลงทุนทั้งรันเวย์ และอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ มารองรับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยให้เศรษฐกิจศิวิไลซ์มากขึ้น

นายกรู้มั๊ย สภาพัฒน์ ขวาง ทอท. งบ  4.2 หมื่นล้าน สะท้านเมือง

 

          อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้แผนการลงทุนของ ทอท.ได้เดินมาถึงจุดเปลี่ยนอันสำคัญ เมื่อ “สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ:สภาพัฒน์” มีหนังสือถึงนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้ไปกำกับดูแล สั่งการให้ บริษัท ทอท. ในการลงทุนขยายสนามบินให้ดี

          หลายคนสงสัยว่ากะอีแค่หนังสือของสภาพัฒน์ มันจะมีนํ้ายาอะไร หากหน่วยงานของรัฐที่เป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นบริษัทในตลาดหุ้น ที่สร้างกำไรก้อนโตในปี 2561 ถึง 25,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,487 ล้านบาท จากที่มีกำไรสุทธิ 20,683 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายหรือการให้บริการเพิ่มขึ้น 5,636 ล้านบาท รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน 3,160 ล้านบาท รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 2,475 ล้านบาท หรือ 10.28% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร

          ผมอยากบอกว่า ถึงตอนนี้ต้องเลิกคิดว่าสภาพัฒน์คือเสือกระดาษกันได้แล้ว เพราะรัฐบาลนายกฯ ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก้กฎหมายของสภาพัฒน์ใหม่ให้เป็นรูปแบบจาก “คณะกรรมการ” เป็น “สภาพัฒน์” เต็มรูปแบบเพื่อให้ทำหน้าที่กลั่นกรอง ระงับยับยั้งโครงการใช้งบประมาณแผ่นดินที่ไร้ประสิทธิภาพ มิใช่แค่ให้คำปรึกษากับรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีเช่นในอดีต

 

          อำนาจที่ผมว่านั้นอยู่ในมาตรา 20(10) ของพระราชบัญญัติ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ระบุหน้าที่และอำนาจไว้ดังนี้ “ติดตามและประเมินผลการดำเนินการ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบาย แผนงาน และโครงการพัฒนาที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม ทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเร่งรัดปรับปรุงหรือเลิกล้มโครงการพัฒนาอันหนึ่งอันใดเมื่อเห็นสมควร”

          ผมถึงบอกว่า สภาพัฒน์ลงดาบฟันบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ที่จะลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 จนแผลเหวอะหวะ

          เหวอะหวะยังงัย ผมพามาดูรายละเอียดกันให้เห็นภาพ...เริ่มจาก บริษัท ทอท.ฯ ทำหนังสือขอหารือว่าจะขอเปลี่ยนแปลงการขยายเทอร์มินัล 1 จากแผนเดิมที่กำหนดให้ขยายฝั่งตะวันออกก่อนแล้วจึงมาขยายฝั่งตะวันตก มาเป็นขอขยายสนามบินฝั่งตะวันตกก่อน

          สภาพัฒน์ เห็นว่า ผู้บริหาร ทอท.ไม่ยึดถือตามแผนแม่บทเดิม ทั้งในเรื่องสร้างเทอร์มินัล 2 และการขยายเทอร์มินัล 1 จึงขอให้ปลัดกระทรวงคมนาคมไปทบทวนแผนแม่บทในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ

          หนังสือของสภาพัฒน์บอกไปว่า ให้ทอท.เร่งขยายเทอร์มินัล 1 ด้านทิศตะวันออกซึ่งออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครม.ก็ได้อนุมัติไปแล้ว ทำไมจึงไปเปลี่ยนเสียละ...นายท่าน...(อันนี้ผมแปลเอง)

          ข้อสอง ทำไมถึงปรับโครงการขยายเทอร์มินัล 1 ด้านทิศตะวันตกและมาเร่งก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ซึ่งตามแผนแม่บทจะสร้างทางทิศใต้ของเทอร์มินัล 1 ฝั่งถนนบางนา-ตราด แต่บริษัท ทอท.จะสร้างในตำแหน่งที่ผิดแผนแม่บทในทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเทอร์มินัล 1 บนฝั่งมอเตอร์เวย์...อันนี้ผมก็ไม่ทราบได้ แต่ใครลองไปกางแผนผังจะเห็นนัยแห่งผลประโยชน์ที่ “ซ่อนเร้น”ของการเชื่อมต่อของอาคารผู้โดยสาร

          คำทักท้วงของสภาพัฒน์ไม่รู้เป็นไร ผมตงิดๆใจว่า “ทศพร ศิริสัมพันธ์” เลขาธิการ สภาพัฒน์ และน่าจะรู้ว่า ทอท.คิดการใหญ่อันใดอยู่ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร จึงไม่ยอมขยายพื้นที่อาคารด้านฝั่งตะวันออก แต่ขอเปลี่ยนไปสร้างอาคารทางฝั่งตะวันตกแทน...แปลว่า รู้ทันบรรดาไอ้เสือการท่า...

          ทอท.อ้างว่า ความจำเป็นที่ต้องสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือเทอร์มินัล 2 ก็เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคน ในปี 2578 แต่ในหนังสือของสภาพัฒน์ระบุว่า “อ้าว...ในแผนแม่บทของ ทอท. ประเมินผู้โดยสารในปี 2578 ไว้แค่ 120.6 ล้านคนเท่านั้นมิใช่หรือ...ทำไมตัวเลขเปลี่ยนเป็น 150 ล้านคน...”

          สภาพัฒน์ยังล็อกคอตีเข่าอีกว่า การลงทุนทั้งหมดนั้น ทอท.ได้นำแผนการลงทุนของภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่อีอีซีและสนามบินอู่ตะเภาร่วม 2 แสนล้านบาท และจะรองรับผู้โดยสารเป็น 30 ล้านคนในอีก 10 ปีแล้วหรือยัง

นายกรู้มั๊ย สภาพัฒน์ ขวาง ทอท. งบ  4.2 หมื่นล้าน สะท้านเมือง

 

          ผมไม่รู้ว่า ทุกท่านเชื่อใคร และเห็นอะไร ซ่อนอยู่ในข้อขัดแย้งของ 2 องค์กรนี้ แต่สำหรับผม ขอบอกว่า “สงครามของ 2 หน่วยงานนี้ไม่ธรรมดา มีเดิมพันสูง”และมี “ไอ้โม่งหรือนินจา” ตัวฉกาจอยู่เบื้องหลัง เขาคนนั้นมีพลังมากขนาดทำให้เปลี่ยนแผนแม่บทในการลงทุนก้อนโตได้ก็แล้วกัน

          หน่วยงานหนึ่งประสงค์จะใช้งบก้อนโตขององค์กรไปลงทุนขยายอาคารผู้โดยสาร และจำนวนเงินที่ลงทุนก็ถือว่าก้อนโต เป็นเงินที่สูงกว่าอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ที่เคยสร้างไว้ร่วม 100%

          หน่วยงานหนึ่งทำหน้าที่กลั่นกรอง ให้คำปรึกษาและต่อมากฎหมายที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ให้มีอำนาจระงับยับยั้ง หรือล้มเลิกโครงการเมื่อเห็นสมควร...

          เดิมพันในเรื่องการใช้งบประมาณในการลงทุน 4.2 หมื่นล้านบาทมารองรับผู้ดดยสารของสนามบิน

          สุวรรณภูมิของ บริษัท ทอท.ฯจึงสูงยิ่ง ถึงขนาด อาคมเติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ต้องลงมาดูเอง...มันไม่ธรรมดาแน่นอนพี่น้องครับ

          ผมไม่รู้ว่าจะบอกทุกท่านและคนไทยอย่างไร โดยไม่สุ่มเสี่ยงกับการฟ้องร้อง คุกตะราง โทษฐานหมิ่นประมาท

          ได้แต่บอกว่า “มันต้องมีอะไรในกอไผ่”....ไม่เช่นนั้นไม่มีการพยายามเปลี่ยนแปลงผลักดัน และต่อสู้กันหนักหน่วง ผมไม่รู้ว่า “นายกฯลุงตู่” รู้เรื่องนี้หรือยัง ถ้ายัง...ผมจะมาลุยไฟให้ท่านเห็นแผลผุพอง เอามั้ยครับ!

ลีลาการเมือง 'บิ๊กตู่' ช่อดอกไม้-ไม้หน้าสาม

คันฉ่อง ส่องเลือกตั้ง,คอลัมน์,บิ๊กตู่,ลุงตู่,ประยุทธ จันทร์โอชา,พลังประชารัฐ,พปชร

แม้คำตอบจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่หลุดปากตอบว่า "รับ" ที่จะทำให้กลายเป็น "คนการเมือง" เต็มตัว

คันฉ่อง ส่องเลือกตั้ง ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,441 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 3-6 ก.พ.2562 โดย นาย NO VOTE

ลีลาการเมือง 'บิ๊กตู่'

"ช่อดอกไม้-ไม้หน้าสาม"

          พลิกพลิ้วในกระแสการเมืองมาแต่ต้นสัปดาห์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวที่ดักถามเป็นรายวัน หาความชัดเจนเรื่องขึ้นบัญชีนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ

          แม้คำตอบจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่หลุดปากตอบว่า "รับ" ที่จะทำให้กลายเป็น "คนการเมือง" เต็มตัว

          เปิดสัปดาห์ใหม่นักข่าวจี้ถามเรื่องรับเป็นนายกฯบัญชีพรรคหรือไม่ เพราะ กกต.เคาะวันชัดเจนแล้ว ให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร ส.ส.และส่งบัญชีรายชื่อผู้ที่จะสนับสนุนเป็นนายกฯ ตั้งแต่ 4-8 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

          วันแรก "บิ๊กตู่" บอก ยังไม่มีใครทาบทามเป็นทางการ และต้องดูนโยบายพรรคก่อน ซึ่งก็ตรงกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่รับว่ายังไม่ได้ทาบทามอย่างเป็นทางการ เพราะต้องมีกระบวนการของพรรคก่อน

          ถัดมา "บิ๊กตู่" ตอบอีกว่า หากจะเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง พรรคการเมืองนั้นต้องไม่ล้มเลิกงานหรือนโยบายที่รัฐบาลนี้ทำไว้ บอกเป็นนัยว่าพร้อม “รีเทิร์น” นั่งเก้าอี้นายกฯหลังเลือกตั้ง

          ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามทั้งในนามพรรคหรือกลุ่มมวลชนเขย่า "บิ๊กตู่" ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หลังจาก 4 รัฐมนตรี ที่ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคพปชร.ประกาศลาออกจากตำแหน่ง  อ้างกลัวใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ทางการเมือง   

          พร้อมกับกระแสการเมืองที่เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า หรือ "บิ๊กตู่" จะไม่ลงบัญชีพรรค แต่อาจลอยตัว รอเป็นนายกฯ ก๊อก 2

          ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ สร้างความชัดเจนเพิ่มอีกว่า หากจะกลับมาเป็นนายกฯ จะไม่ใช่นายกฯคนนอก ดับกระแสนายกฯคนนอก เป็นการยืนยันว่าถ้าจะเป็นนายกฯจะมาในช่องบัญชีนายกฯ ของพรรค

          ถัดมาในการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะแวะจิบกาแฟในห้างใหญ่ ว่ามีหลายพรรคทาบทามมา แต่เลือกได้ที่เดียว ต้องขอดูนโยบายพรรคก่อน  ก่อนย้ำเมื่อต้องเดินบนการเมือง "ต้องอดทน" ให้มากขึ้น

          ขณะที่ พปชร.ได้ประชุมพรรคและมีมติเสนอชื่อ "พล.อ.ประยุทธ์" อยู่บัญชีนายกฯของพรรค "บิ๊กตู่" ก็บอกว่า ยังมีเวลาพิจารณาถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หรือจะดึงไปจนถึงเส้นตายวันสุดท้าย

          โดยเย็นวันรุ่งขึ้นแกนนำ พปชร. มีนัดหมายจะเข้าพบเพื่อขอชื่อในบัญชีนายกฯของพรรคอย่างเป็นทางการ  

          เช้าวันศุกร์สุดสัปดาห์ บนเวทีแถลงผลงาน 4 ปีรัฐบาล "บิ๊กตู่" พลิกบทใช้ "ไม้หน้าสาม" สวนกระแส "ไล่พ้นเก้าอี้นายกฯ" หลุดสบถ "มึงลองมาไล่ดูสิ" ไม่ได้ท้าทายแต่ยืนยันไม่ลาออก

 ยกทั้งหลักการ กฎหมาย และกรณีเลือกตั้งทั่วโลก รวมถึงรัฐบาลในอดีตไม่ว่ายุคไหน ยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ก็ไม่เคยมีใครลาออก  

 ชำแหละทั้งรัฐบาล "อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์" ตีแสกหน้า "ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย"

 เพิ่งบอกว่าจะ "อดทน" ไปแค่ไม่กี่วันเองนะลุงตู่...

"บ้านใหญ่ 62" เลี่ยงเผชิญหน้า หยุดกระแส "เพื่อชิน"

การเมือง,เลือกตั้ง 2562,บ้านใหญ่-สะสมทรัพย์,สะสมทรัพย์,จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ,ทักษิณ,ยิ่งลักษณ์,บ้านใหญ่โมเดล,บุญเกื้อ พากเพียรศิลป์,ตระกูล หาญสวัสดิ์,ตระกูลหาญสวัสดิ์

นักเลือกตั้ง "บ้านใหญ่-สะสมทรัพย์" เป็นตัวอย่างของการปรับตัวให้อยู่รอด ก็ที่ต้องปรับตัวเก่ง เพราะกติกาเลือกตั้งฉบับมีชัยนี่แหละ !

          000 หลังวุ่นกันพักใหญ่ นักการเมืองทั้งหลาย ก็จัดแถวเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง หลายคนคาดหวังว่า การเมืองไทยยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัย เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทในการรณรงค์หาเสียง และจะทำให้พฤติกรรม “ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง” เปลี่ยนแปลงไป

          000 ว่ากันตามจริง พอเห็นหน้าตา “นักเลือกตั้ง” ที่ไปยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ร้อยละ 80 ยังเป็น “คนเก่า” และตัวแทน “ระบอบอุปถัมภ์ท้องถิ่น” สรุปว่า คนการเมืองนั้นปรับตัวเก่ง เมื่อกติกาเลือกตั้งฉบับมีชัย ต้องการให้เกิดสภาพความหลากหลาย ไม่เกิด “เผด็จการรัฐสภา” พวกเขาก็ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง

          000 นักเลือกตั้ง “บ้านใหญ่-สะสมทรัพย์” เป็นตัวอย่างของการปรับตัวให้อยู่รอด การเอาชนะเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องลำบากลำบน แต่เรื่องจะอยู่อย่างไร โดยคนรอบข้างไม่เดือดร้อน นี่คือปัญหาใหญ่ พี่น้อง “สะสมทรัพยฺ์” จึงควบสิบล้อออกจากองค์พระปฐมเจดีย์ ไปตามถนนมาลัยแมน มุ่งสู่ปลายทางที่สุพรรณบุรี ผนึกกำลังกับทายาท “บรรหาร ศิลปอาชา” เพื่อภารกิจสานฝันให้ใครบางคน

อนุชา สะสมทรัพย์ กับ ป๋าสุนทร แก้วพิจิตร

         000 สนามนครปฐม พ..นี้ ไม่มีอะไรที่ตื่นเต้นเร้าใจ เพราะสองตระกูลใหญ่ แบ่งเค้กกันลงตัว “4+1” ฝ่ายตระกูล “สะสมทรัพย์” วางตัว “พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์” ลูกชายไชยา สะสมทรัพย์ ที่เขต 2 “ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร” เขต 3 “อนุชา สะสมทรัพย์” เขต และ “เผดิมชัย สะสมทรัพย์” เขต 5 ทั้งหมดลงสนามในนามพรรคชาติไทยพัฒนา

พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์

          000 เหลือเขต นครปฐม บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ ปล่อยตระกูล “แก้วพิจิตร” เป็นผู้ดูแล หลังจากกำนันไก่ สมพัฒน์ แก้วพิจิตร จากไปกะทันหัน “สุนทร แก้วพิจิตร” ประธานสภาเทศบาลเมืองนครปฐม ก็ดึง “เสธ.แก้ว” พ..สินธพ แก้วพิจิตร มารับช่วงต่อและได้เป็น ส..นครปฐม วันนี้ “เสธ.แก้ว” อำลาชาติไทยพัฒนา มาอยู่ประชาธิปัตย์ 

..สินธพ แก้วพิจิตร

           000 เครือข่าย “เพื่อชิน” มอบให้พรรคไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร ส..เขต เก็บแต้มตกน้ำ และที่น่าสนใจคือ ธนัญญา พันธุ์การรุ่ง เขต นครปฐม โดยการสนับสนุนของลูกหลาน “ปัญญวัฒน์ บุญมี” หรือ “กำนันประสานต์” นักการเมืองรุ่นเก๋า ที่เคยเป็นผู้แทนฯ เมืององค์พระมาหลายสมัย

          000 แม้พยายามจะ “ปั้น” และ “ปั่น” ผ่านสื่อโซเชียล แต่กระแสพรรคภูมิใจไทย ก็ยังไม่ขยับติดกลุ่ม “ท็อปทรี” รวมถึงกระแสหัวหน้าพรรค “อนุทิน ชาญวีรกูล” เรื่องนี้ คนคุมเกมค่ายสีน้ำเงินเข้าใจดี จึงหาทางออกด้วยการใช้ยุทธศาสตร์ “บ้านใหญ่โมเดล” ที่เฟื่องฟูในอดีต แต่เจอกระแสทักษิณพังทลายไปแล้วในภาคอีสาน และภาคเหนือตอนบน  

 

ทีมโกทร ภูมิใจไทย ปราจีนบุรี

          000 พื้นที่ภาคกลาง อิทธิพล “บ้านใหญ่โมเดล” ยังขลังอยู่ ยกตัวอย่างสนามปราจีนบุรี “เสี่ยหนู” มอบให้ “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ อดีต ส..ผูกขาด เป็นเสนาธิการใหญ่ วางแผนยึด เขตเลือกตั้ง โดย “โกทร” ให้ลูกสาว "กนกวรรณ วิลาวัลย์“ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และ “เพชรินทร์ เสียงเจริญ” อดีต ส..ปราจีนฯ ลงบัญชีรายชื่อ พร้อมเสนอตัวผู้สมัคร ส.. 3เขตคือ เขต อำนาจ วิลาวัลย์ หลานชายของโกทร เขต ชยุต ภุมมะกาญจนะ อดีต ส..หลายสมัย และเขต สฤษดิ์ บุตรเนียร

 

สุนทร วิลาวัลย์ กับลูกสาว

          000 มิเพียง “โกทร” ได้ “ชยุต” ทายาทตระกูลการเมืองเก่ามาร่วมทีม และยังมี “เล็กน้ำ” บุญเกื้อ พากเพียรศิลป์ นายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี เป็นกองหนุนคนสำคัญ ดังที่ทราบกัน “เล็กน้ำ” ถูกแขวนตำแหน่งมายาว นายกฯ ลุงตู่ เพิ่งปลดล็อกให้เมื่อไม่นานนี้

ชยุต ภุมมะกาญจนะ

          000 ยุทธศาสตร์ “บ้านใหญ่โมเดล” ของค่ายภูมิใจไทยในปีนี้ ยังฝากหวังไว้ที่ “ชาญ พวงเพ็ชร์” นายก อบจ.ปทุมธานี ที่สร้างขุมกำลังนักการเมืองท้องถิ่นจนเข้มแข็ง และต้องบันทึกไว้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่ไม่มีตระกูล “หาญสวัสดิ์” ในสนามเลือกตั้งเมืองปทุมฯ บารมีของชาญแผ่ขยายไปทั่วทุกอำเภอ และ “หาญสวัสดิ์” เหลือพื้นที่การเมืองแค่ “เทศบาลเมืองปทุมธานี” เท่านั้น

          000 ต้นตำรับชื่อดีมีชัย “จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะ” ลงทุนเปลี่ยนชื่อภรรยาเป็น “ยิ่งลักษณ์” และน้องสาวเป็น “ยิ่งรัก” เพื่อการสมัคร ส..สังกัดพรรคเพื่อชาติ จากอุบายง่ายๆ “ขายแบรนด์เก่า”

          ทำให้ผู้สมัคร ส..เพื่อชาติ ที่โคราช เปลี่ยนชื่อเป็น “ทักษิณ” คน “ยิ่งลักษณ์” 1คน และที่พะเยา คน พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกัน เพื่อให้จดจำง่าย ทั้งสองคนทำประโยชน์ให้แก่สังคมและบ้านเมือง จึงอยากให้จดจำตลอดไป

ออสเตรเลียถูกตั้งคำถามขณะเดินหน้าจี้ไทยปล่อย"ฮาคีม"

ต่างประเทศ ข่าวต่างประเทศ  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ฮาคีม,ออสเตรเลีย,ตั้งคำถาม,จี้ปล่อยตัว,ทางการไทย

มีคำถามยังไม่มีคำตอบหลายข้อ ตำรวจสากลออสเตรเลียแจ้งไทยคนมีหมายแดงเข้าประเทศ นำไปสู่การจับกุมฮาคีม

หนังสือพิมพ์ การ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานบนเวบไซต์วันนี้ว่าออสเตรเรียเรียกร้องอีกครั้ง ให้รัฐบาลไทยใช้อำนาจตามกลไกที่มี ปล่อยตัว ฮาคีม อีล อาไรบี  อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรนที่ได้สถานะผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย หลังจากที่อัยการต่างประเทศของไทยยืนยันว่า ฝ่ายบริหารมีอำนาจปล่อยตัวฮาคีมได้ โดยไม่ต้องอาศัยกระบวนการศาล 

มารีส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลไทยและบาห์เรน ตระหนักดีว่าประเด็นนี้มีความสำคัญต่อรัฐบาลออสเตรเลียและชาวออสเตรเลีย 

ขณะที่ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะทวิตเตอร์  ชะตากรรมของฮาคีมอยู่ในความสนใจอย่างมาก และเป็นประเด็นถกเถียงกันในหลายแง่มุม ภายใต้แฮชแทก #SaveHaekeem ที่สนับสนุนการคืนอิสรภาพให้กับอดีตนักฟุตบอลบาห์เรนทันที  และ #boycottthailand ที่เรียกร้องให้บอยคอตมาเที่ยวประเทศไทย หากไม่ปล่อยตัวฮาคีมกลับออสเตรเลีย ซึ่งต่อมาก็มีแฮชแทกมาแรง  #SaveThailand ผุดขึ้นมาตอบโต้ด้วยมองว่าไทยตกที่นั่งลำบากให้ต้องสางปมละเอียดอ่อน โดยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงบทบาททางการออสเตรเลียเองต่อการจับกุมตัวอดีตนักฟุตบอลรายนี้ในประเทศไทยมาตั้งแต่แรก 

ฮาคีม เดินทางจากเมลเบิร์น ถูกจับกุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 27 พฤศจิกายน ตามหมายแดง ( red notice ) ขององค์การตำรวจสากล ( อินเตอร์โพล) ที่ออกหมายโดยขัดกับนโยบายคุ้มครองผู้ลี้ภัย 

เป็นอินเตอร์โพลออสเตรเลียเอง ที่แจ้งทางการไทยเมื่อฮาคีมเดินทางมาถึง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนอัตโนมัติเวลาบุคคลในหมายจับแดงเดินทาง โดยที่ออสเตรเลียไม่ได้แจ้งสถานภาพผู้ลี้ภัยของเขา 

การ์เดียน รายงานในสกู๊ปพิเศษเมื่อ 20 มกราคม ว่า อินเตอร์โพลปฏิเสธตอบคำถามว่า เหตุใดจึงอนุมัติหมายแดงให้บาห์เรน ในวันเดียวที่ฮาคีมได้รับอนุมัติวีซ่ามาไทย ทั้งยังไม่ชัดเจนด้วยว่าบาห์เรนล่วงรู้แผนเดินทางของอดีตนักฟุตบอลทีมชาติคนนี้ได้อย่างไร 

ฮาคีม กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ก่อนมาไทย เขาได้ถามเจ้าหน้าที่รัฐบาลออสเตรเลียแล้วว่าถ้ามาไทยจะปลอดภัยหรือไม่ และได้รับแจ้งว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น 

 ออสเตรเลียถูกตั้งคำถามขณะเดินหน้าจี้ไทยปล่อย

สก็อตต์ มอร์ริสสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย  กล่าวกับ อลัน โจนส์ นักจัดรายการชื่อดังของสถานี 2GB ในออสเตรเลีย เมื่อสุดสัปดาห์ว่า อัล อาไรบี มีส่วนผิด “หากคุณได้วีซ่าคุ้มครองถาวร และพำนักในออสเตรเลีย กรุณาอย่าเดินทางไปประเทศที่อาจพาตัวเองไปเสี่ยงในสถานการณ์แบบนี้” 

ต่อข้อถามว่าแล้วเจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย “แจ้งเบาะแส” ทางการไทยหรือไม่ มอร์ริสสัน กล่าวว่า  สิ่งเราโฟกัส ณ เวลานี้ก็คือพาเขากลับบ้าน 

รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียและนักการทูตพยายามลอบบี้ช่วยฮาคีม มาตั้งแต่ถูกจับกุมตัว แต่มอร์ริสสัน ผู้นำออสเตรเลีย เพิ่งแทรกแซงกรณีฮาคีมด้วยตนเองเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยพูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย และส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของไทย แต่เขาบอกว่า 2GB ว่ายังไม่ได้รับคำตอบ 

ข่าวออนไลน์

คุณป้าด่าแหลกลั่นห้างใส่พนักงานโลตัส หลังคิดเงินผิดบาทเดียว

คลิปเด็ด  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

คลิปที่ 1

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัสแห่งหนึ่ง

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัสแห่งหนึ่ง กรณีที่คุณป้าใส่เสื้อสีน้ำเงินที่มาซื้อของ แต่ในระหว่างที่คิดเงิน พนักงานคิดเงินผิด 1 บาท จากนั้นเจ้าตัวก็เกิดอาการสุดฉุน ด่ากราดใส่พนักงานด้วยคำหยาบสารพัดมากมาย ลั่นห้างบอกให้พนักงานขอโทษ แถมบอกว่ารู้มั้ยลูกค้าคือเจ้านายมึง ซึ่งคลิปนี้ถูกวิจารณ์ไปอย่างกว้างขวาง และมีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คุณป้าใช้อารมณ์เกินเหตุหรือเปล่า 

คลิปนี้มีการระบุข้อความว่า  " ลูกค้า คือเจ้า นายมุงนะ สัส !!! #คิดเงินผิด 1 บาท จะเอากันให้ตายเลยรึไง "

..............................................

5 กุมภาพันธ์ 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน