*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5362
  • จำนวนผู้ชม : 3290048
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 496 , 19:22:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

6 กุมภาพันธ์ 2562

          คนไทยอยู่กับคสช.มานานเหมือนกัน เป็นเวลาถึง 5 ปี ซึ่งหากเราเป็นคนธรรมดาไม่มีความขัดแย้งกับ

คสช.เราก็อยู่กันอย่างสบายๆ มอบให้คสช.จัดการกับการปฏิรูปเพื่อเตรียมปูทางการเมืองไทยให้ราบรื่นตลอดมา

แต่ต่อไปนี้เราต้องบิดขี้เกียจเตรียมตัวช่วยกันดูแลประเทศได้แล้ว โดยก่อนอื่นเราต้องเลือกคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่

เป็นผู้แทนของเราในสภา หรือร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดหลังเลือกตั้งก็ได้

 

 

 

 

6 ก.พ.2548 ในความทรงจำสีจางๆ

วันนี้ในอดีต  :  16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทักษิณ ชินวัตร,พรรคไทยรักไทย,ยุบพรรคไทยรักไทย,บอยคอตเลือกตั้ง,ฉีกบัตรเลือกตั้ง

จำได้หรือไม่ ที่การเมืองไทยถูกบริหารงานโดย "รัฐบาลพรรคเดียวแบบพรรคเด่นพรรคเดียว (single party government)" โดยพรรคไทยรักไทย

          มาถึงวันนี้ทั้งที จะไม่ให้กล่าวถึงหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของไทยฉากนี้ ก็คงพลาดเต็มทีละ

          ยิ่งช่วงนี้กลิ่นอายเลือกตั้งใกล้เข้ามา หลายคนก็หวนคิดถึงบรรยากาศการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยเต็มใบที่เราเคยสัมผัสกันบ้าง ไม่มากก็น้อย

           มันเหมือนความทรงจำสีจางๆ ที่ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับฝุ่นควันเวลานี้

           เพราะวันนี้เมื่อ 14 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 คือ วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 23 ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 หรือที่เรียกกันว่า “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

           และผลคือ พรรคไทยรักไทยยังคงชนะเลือกตั้ง และเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้!!

ปรากฏการณ์ซ้อนสองชั้น

           ย้อนกลับไปนิดหนึ่ง หลังจากที่รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 และหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลจากการชนะการเลือกตั้งฯ ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 และเริ่มบริหารประเทศตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 มาจนครบวาระ 4 ปี

          ครั้งนั้นว่า พีคแล้ว ตรงที่พรรคไทยรักไทย ได้ทำให้ประเทศไทยเกิดปรากฏการณ์ที่ว่า “นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยสามารถบริหารประเทศได้ครบวาระ”!! (อ่าน 5 มกราคม 2548 ครั้งแรก และครั้งเดียว! http://www.komchadluek.net/news/today-in-history/308145)

 

6 ก.พ.2548  ในความทรงจำสีจางๆ

          แต่ที่พีคหนักเข้าไปอีกคือ จนเมื่อได้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้นตามกติกา ซึ่งนับเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 23 ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ผลปรากฏว่า  พรรคเดิมยังสร้างปรากฏการณ์ตามมาอีก "ไทยรักไทย" ยังคงชนะเลือกตั้ง และเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

           จนมีนักวิชาการ กล่าวว่านี่เป็นช่วงที่การเมืองไทยถูกบริหารงานโดย “รัฐบาลพรรคเดียวแบบพรรคเด่นพรรคเดียว (single party government)” โดยพรรคไทยรักไทย  (http://wiki.kpi.ac.th)

           สำหรับชัยชนะครั้งที่สองนั้น พรรคไทยรักไทยได้จำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรถึง 377 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคการเมืองหมด เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ได้มาเพียง 96 ที่นั่ง, พรรคชาติไทย 25 ที่นั่ง และพรรคมหาชน 2 ที่นั่ง และส่งผลให้เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านไปโดยทันที

           ที่สุด พรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคการเมืองเดียว ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสืบเนื่องอีกหนึ่งสมัย ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2548

           ถามทำไม พรรคนี้ถึงมาได้ไกลขนาดนี้ คงจำกันได้กับความทรงจำแต่เก่าก่อนที่คนไทยส่วนใหญ่มีให้กับพรรคนี้ กับบรรดานโยบายประชานิยม ผ่านโครงการต่างๆ ที่เคยหาเสียงไว้ เช่น โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการพักชำระหนี้เกษตรกร โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์, บ้านเอื้ออาทร ฯลฯ

 

6 ก.พ.2548  ในความทรงจำสีจางๆ

เจ้าตำรับผ้าขาวม้าการเมือง

 

       Thailand Only

           แต่การเมืองแบบ Thailand Only มาไกลขนาดนี้นับว่าเก่งแล้ว เพราะปรากฏว่าภายหลัง ปัญหาคลื่นแทรกทางการเมืองเข้ามาถาโถม มีการพบว่าหลายโครงการมีปัญหาในการดำเนินการ และมีคำถามเรื่องความโปร่งใส และความพร้อมตรวจสอบ

          ที่สุด คณะรัฐมนตรีคณะนี้ ก็สิ้นสุดลงด้วยการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 โดยครั้งนั้น รัฐบาลทักษิณยังคงปฏิบัติหน้าที่ “รักษาการ” จนกว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไป และมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่ต่อ

          แต่เนื่องจาก การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในไทย วันที่  2 เมษายน พ.ศ. 2549 เกิดเหตุการณ์เช่น 3 พรรคฝ่ายค้าน ประชาธิปัตย์, ชาติไทย, มหาชน คว่ำบาตรการเลือกตั้ง โดยไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งลงแข่งขัน

          รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร หัวหน้าภาควิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉีกบัตรเลือกตั้งต่อหน้าสื่อมวลชน แสดงแนวทางการดื้อแพ่ง
          นายยศศักดิ์ โกศัยกานนท์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ใช้ไม้จิ้มฟันแทงที่นิ้วหลายครั้งและนำเลือดมาใช้ในการ กาบัตรเลือกตั้งและยืนยันว่าเป็นการผิดกฎหมาย ในเขตลาดพร้าว เพื่อเป็นการแสดงแนวทางอารยะขัดขืน แบบหนึ่ง (อ่าน 2 เม.ย.2549 3 พรรคคว่ำบาตรเลือกตั้ง 1 อาจารย์ฉีกบัตรในคูหา http://www.komchadluek.net/news/today-in-history/318918)

 

6 ก.พ.2548  ในความทรงจำสีจางๆ

 

          และปัญหาด้านอื่นๆ อีกมากมาย เกี่ยวกับข้อวิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในยุคนั้น

          ที่สุด การเลือกตั้งหนนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 ท่าน จึงวินิจฉัยให้มีการเพิกถอนการเลือกตั้ง และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ 

          พูดง่ายๆ ว่าถูกประกาศให้เป็นโมฆะ คณะรัฐมนตรีชุดนี้จึงต้องรักษาการต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งประกาศว่าจะเลือกตั้งในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549

          แต่แล้ว ก่อนจะถึงการเลือกตั้งก็ได้เกิดการก่อรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.) จึงทำให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้สิ้นสุดลง

          และนำมาสู่การที่ พรรคไทยรักไทย ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค ด้วยมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 และ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ถูกวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง (อ่าน 30 พ.ค. 2550 ‘ยุบพรรคไทยรักไทย’ http://www.komchadluek.net/news/today-in-history/279742)

 

6 ก.พ.2548  ในความทรงจำสีจางๆ

          ถือเป็นการปิดฉากพรรครัฐบาลที่ทำสถิติสำคัญๆ ไว้กับประเทศไทยในที่สุด       

ความหวังเหรียญทอง 24 มี.ค.

          อย่างไรก็ดี หลังจากนั้น เมืองไทยก็ยังคงสลับสับเปลี่ยน ราวกับเก้าอี้ดนตรี โดยมีรัฐบาลจากขั้วอื่นขึ้นมาบริหารประเทศ และกลับมาที่ขั้วของอดีตพรรคไทยรักไทยอีกครั้งในปี 2554 แต่จนแล้วจนรอด ก็ตามมาด้วยการทำรัฐประหารอีกครั้งในปี 2557

          แต่ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ทั้งเลือกตั้ง และตั้งเอง ไม่เคยอยู่จนครบสมัยเลย ดังนั้น ในความทรงจำของคนไทยหัวใจประชาธิปไตย ก็มิอาจลืมได้ว่า เมืองไทยเราก็เคยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และสามารถอยู่จนครบเทอมได้เหมือนกัน และนั่นคือ "รัฐบาลทักษิณ 1"!

          มาถึงวันนี้ แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่คนไทยรอมานานหลายปี กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่จะถึง หลายคนอดตั้งความหวังวันฟ้าใสไม่ได้ แต่หลายนก็อาจคิดไปไกลว่า จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ กลัวว่า น่าจะตามรอยรัฐบาลอื่นๆ ก่อนหน้านี้ซะมากกว่า

6 ก.พ.2548  ในความทรงจำสีจางๆ

         แต่บางคนบอกเลย "ไม่แน่" เพราะภายใต้กติกาการเลือกตั้งหนนี้ ล้วนผ่านการ คิด วางแผน เขียน "พิมพ์เขียว" มาอย่างดีแล้วว่า จะไม่ให้ “เสียของ” อีกเด็ดขาด!!

         ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นกับว่าฝ่ายไหนจะชนะเลือกตั้ง...แค่นั้นเอง

/////////////////////

ขอบคุณข้อมูลจาก 

http://wiki.kpi.ac.th/

.....................................................

แจ้งเตือนพรรคการเมืองส่งข้อมูลตั้งสาขาภายใน 2 วัน

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สาขาพรรคการเมือง,กกต,สมัครสส

กกต.แจ้งพรรคการเมืองส่งข้อมูลตั้งสาขา-ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดภายใน 2 วัน หลังพบมีส่งผู้สมัครในจังหวัดที่กกต.ยังไม่รับรองจัดตั้ง  เบื้องต้น 70 พรรคส่งสมัคi

                    6 กุมภาพันธ์ 2562  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีหนังสือลงวันที่ 5 ก.พ.62 แจ้งถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค เรื่อง การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. 

                    ทั้งนี้หลังปรากฏว่าพรรคการเมืองได้ส่งผู้สมัครส.ส.เพิ่มเติมจากจังหวัดที่ได้แจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไว้ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ดังนั้นเพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในการพิจารณาตรวจสอบประกอบการประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. หากพรรคการเมืองได้จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อส่งผู้สมัครส.ส.เพิ่มเติมจากที่ได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง

                    ขอให้พรรคการเมืองมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดดังกล่าวต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 2 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด กกต.จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่

                    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากข้อมูลเบื้องต้นที่สำนักงานกกต.ได้รับจนถึงขณะนี้มีพรรคการเมืองส่งสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว 70 พรรคการเมืองโดยมีทั้งเป็นพรรคการเมืองที่กกต.ได้รับรองเรื่องการจัดตั้งสาขาและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และยังไม่ได้แจ้งให้กกต.พิจารณารับรอง หลังการปิดรับสมัครนอกจากกกต.จะตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครแล้ว ก็จะตรวจสอบเรื่องของการจัดตั้งสาขาและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดว่าเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าการจัดตั้งไม่ถูกต้อง ก็จะไม่มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ยื่นสมัครของพรรคการเมืองนั้นให้เป็นผู้สมัคร

............................................

ส่องบัญชีรายชื่อ "เซเลบแดง" รั้งท้าย เสร็จศึกลอยแพขุนพล

บัญชีรายชื่อ,สสบัญชีรายชื่อ,เลือกตั้ง 2562,การเมือง,การหาเสียง,การเลือกตั้ง,เลือกตั้ง สส,พรรคเพื่อไทย,พรรคไทยรักษาชาติ,แกนนำ นปช,แกนนำเสื้อแดง,คนเสื้อแดง

มาดูการจัดลำดับรายชื่อของพรรคสีแดง ส่องไปส่องมา เห็นแต่  "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ที่ได้อันดับ 7 ดีที่สุดคนเดียว ที่เหลืออีกหลายคน น่าเป็นห่วง

          000 หากสำรวจ “กระแสมวลชน” ในภาคอีสานและภาคอื่นๆ ปรากฏว่า “แดง” ไม่แรงจัดเหมือนเลือกตั้ง 2554 อาจจะเป็นว่า ช่วงรัฐบาลประยุทธ์ ฝ่ายความมั่นคง “บล็อก” การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจนแทบกระดิกตัวไม่ได้

          000 ฉะนั้น “บัญชีรายชื่อ” ของ “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคไทยรักษาชาติ” จึงมีการจัดลำดับสำหรับ “แกนนำแดง” ไว้ในลำดับท้ายๆ เฉพาะพรรคไทยรักษาชาติ ที่คาดหมายว่าจะโกยแต้มให้ได้ ส..บัญชีรายชื่อ ได้ส่งผู้สมัคร ส..บัญชีรายชื่อ 108 คน แต่ดูจากการจัดลำดับแล้ว พบว่าแกนนำ นปชและแกนนำแดงท้องถิ่น ที่พาเหรดมาอยู่พรรคน้อง ทษชได้ลำดับต่ำกว่า 20 ลงไปถึง 60 

ส่องบัญชีรายชื่อ

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ที่อยู่โซนปลอดภัย

          000 ส่องดูชัด-ชัด มี “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ที่ได้อันดับ ดีที่สุดคนเดียว ส่วนที่เหลือ อาทิ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ก่อแก้ว พิกุลทองอุบลกาญจน์ อมรสินระพิพรรณ พงศ์เรืองรองเหวง โตจิราการวิภูแถลง พัฒนภูมิไทพายัพ ปั้นเกตุมยุเรศ โคตรชมภู และ กรวีร์ สาราคำ อยู่ในโซนต่ำกว่า 20 ลงไป ถือว่า “เสี่ยงสอบตก” สูง และไม่ต่างจากแกนนำ นปช.คนดังที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย อย่าง "นิสิต สินธุไพร" และ ชาญยุทธ เฮงตระกูล อยู่ในอันดับต่ำกว่า 40 

          000 วันแรกของการรับสมัคร ส..เขตทั่วประเทศ “มือปราบทุนสีเทา” พล...สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้นำทีมงานจับกุม “นายทุนเงินกู้” ในพื้นที่ศรีสะเกษ ปรากฏว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับ คน และในกลุ่มนี้มีนักการเมืองสองคนคือ “สุนีย์ อินฉัตร” อดีตส..ศรีสะเกษ และ “มาลินี อินฉัตร” อดีตส..ศรีสะเกษ  ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

          000 20 ปีมาแล้วคนศรีสะเกษจะได้ยินชื่อ “สุนีย์ อินฉัตร” ในนามผู้ใจบุญสุนทาน มีพื้นเพเป็นชาวนครสวรรค์ จากนั้นได้ย้ายถิ่นฐานไปประกอบธุรกิจที่ชลบุรี ประสบผลสำเร็จบนเส้นทางสายธุรกิจ จึงได้เดินสายทำบุญ จนมาปักหลักที่ อ.ปรางค์กู่ ตั้งแต่ปี 2537 และได้ตั้ง “มูลนิธิสุนีย์ อินฉัตร” ช่วยเหลือเด็กยากจน

 

ส่องบัญชีรายชื่อ

สุนีย์ อินฉัตร กับผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ

          000 เลือกตั้ง 2538 “แม่สุนีย์” ของชาวบ้านให้การสนับสนุน “เสี่ยลาว” พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ลงสมัครส.และได้รับเลือกเป็น ส..ศรีสะเกษ พรรคชาติพัฒนา เวลานั้นนักการเมืองแดนดอกลำดวนหลายคนได้เข้ามาพึ่งพาแม่สุนีย์ จนทำให้เธอได้รับชัยชนะในศึกชิง ส..ศรีสะเกษ ปี 2547 

          000 เมื่อได้ตำแหน่ง ส..ศรีสะเกษ “แม่สุนีย์” จึงดันลูกสาว “มาลินี อินฉัตร” เป็น ส..ศรีสะเกษ ปี 2548 สังกัดไทยรักไทย หลังจากนั้น “มาลินี” ก็ย้ายออกจากค่ายทักษิณ แล้วสอบตกก็กลับมาค่ายเพื่อไทย ถูกเตะไปอยู่ ส..บัญชีรายชื่อ เลือกตั้ง 2562 “แม่สุนีย์” กับลูกสาว “มาลินี” จัดทัพ “เพื่อชาติ” ส่งคนเสื้อแดงลงสนาม ส..ศรีสะเกษทุกเขตเลือกตั้ง หวังเรียกศรัทธากลับคืนมาอีกหน 

 

ส่องบัญชีรายชื่อ

มาลินี อินฉัตร กองหนุนพรรคเพื่อชาติ

          000 เหมือนจะจบแต่ไม่ยุติ จากเขต สงขลา “เจือ ราชสีห์อดีตส.แพ้ไพมารีโหวตให้ "สรรเพชญ บุญญามณีลูกชายของนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา ก็ลามไปที่เขต "วิรัตน์ กัลยาศิริ” อดีตส.อยู่ระหว่างการรักษาตัว หลังการเข้ารับการผ่าตัดบริเวณกระดูกสันหลัง จึงมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ทางพรรคประชาธิปัตย์วางแผนส่ง “ไพร พัฒโน” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ลงสมัครแทน และ “ไพร” ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งเรียบร้อย

 

ส่องบัญชีรายชื่อ

วิรัตน์ กัลยาศิริ

          000 ไม่ทันข้ามคืน “ไพร” แถลงถอนตัวพร้อมมีชื่อ “พล...สาคร ทองมุณี” อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จะมาลงส..เขต ทำเอากรรมการบริหารพรรค ปชป.ต้องประชุมแก้ไขปัญหาด่วน สุดท้ายหวยก็มาลง “วิรัตน์” อีกเช่นเดิม 

ส่องบัญชีรายชื่อ

ไพร พัฒโน 

          000 เขต สงขลา เดิมเป็นพื้นที่ของ ไพร พัฒโน สมัยที่เคยดำรงตำแหน่งส..ประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2547 โดยมี วิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมนักกฎหมายคนสำคัญของพรรค ขยับขึ้นมาเป็น ส..เขต ยุคหลัง

 

ส่องบัญชีรายชื่อ

พล...สาคร ทองมุณี กับ ชวนหลีกภัย

          000 จริงๆ แล้ว “พี่หลวงคร” พล...สาคร ทองมุณี ลูกหาดใหญ่ เตรียมสู้ศึกชิงนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ มาก่อนเกษียณอายุราชการตำรวจในเดือนก..ปีที่แล้ว แต่เวลานั้นก็มีข่าว “พฤกษ์ พัฒโน” รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ที่ทำงานร่วมกับพี่ชายมาถึง สมัยพร้อมชน “พี่หลวงคร” ในสีเสื้อทีมของตัวเอง

โอกาสสุดท้าย ของ "บิ๊กตู่"

เจาะประเด็นร้อน  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บิ๊กตู่,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,โอกาสสุดท้าย,นายกฯ,พลังประชารัฐ,มึงมาไล่ดูสิ,มึงมาไล่กูสิ,ตวาดชาวประมง,ไอ้ห่า,จะให้กูทำยังไง,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

(อินไซต์การเมือง) โอกาสสุดท้าย ของ "บิ๊กตู่"

                 เหลือเวลาอีกวันเดียว “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้า คสช.ต้อง “เปิด” ออกมาแล้วว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตของตัวเอง แม้ในความเป็นจริงน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจมานานแล้ว

                 ตามกำหนดเวลาหลังจากพรรคพลังประชารัฐส่งเทียบเชิญไปเป็นนายกฯในบัญชีพรรคแล้ว “บิ๊กตู่” จะต้องตัดสินใจอย่างช้าที่สุดคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐสามารถไปยื่นบัญชีนายกฯต่อ กกต.ได้ทันก่อนที่จะปิดรับสมัคร ส.ส.ในวันเดียวกัน

                 ดูจากสถานการณ์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันแรกที่ “บิ๊กตู่” เข้ามาในฐานะหัวหน้า คสช. จนเพิ่มอีกบทบาทในฐานะ นายกฯ คนที่ 29 ของไทย จนมาถึงวันนี้ต้องบอกว่าคะแนนนิยมและเครดิตในตัวอดีตผู้บัญชาการกองทัพบกคนนี้ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ

                 ด้วยระยะเวลาที่เคยบอกว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” กลายเป็นอยู่นานกว่าที่คาด นานกว่าอายุรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งปกติที่มีอายุ 4 ปี บวกกับ “พฤติการณ์” ของรัฐบาลที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเจตนาที่จะยื้อเวลาการอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากการใช้ “อภินิหารกฎหมาย” เลื่อนเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์ ตกลงไปด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ชาวบ้านทั่วประเทศรู้สึกว่าขัดสน ขณะที่รัฐบาลถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุน เป็นอีกปัจจัย

                 ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้นรอบด้าน ทำให้หลายครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถเก็บอารมณ์เกรี้ยวกราดของตัวเองเอาไว้ได้ หลุดคำที่ไม่เหมาะสมออกมานับครั้งไม่ถ้วน ก็เป็นอีกส่วน

                 ตัวอย่างเช่น

                 29 มกราคม 2558 ระหว่างให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่กระทรวงเกษตร ซึ่งนักข่าวถามถึงกรณีที่ คสช. ทยอยเรียกนักการเมืองเข้ามารายงานตัว ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มมีอารมณ์ และพูดว่า “ผมไม่ได้เป็นพวกบ้าอำนาจ ไม่เข้าใจกันสักที หาเรื่องกันอยู่นั่น... เมื่อวานทีนึงแล้ว โมโห ไอ้คนถ่ายรูป ถ่ายได้อย่างไร ผมก็ทำนิ้วของผมไปเรื่อย ไอ้ห่า ถ่ายออกมาว่าผมชี้นิ้วอย่างนั้นอย่างนี้ เนี่ยที่เขาเรียกว่าว่าจิตใจมันต่ำไง ด่าซะที ไม่กลัวหรอก ด่าแบบนี้ จะทำไม”

 

โอกาสสุดท้าย ของ

(ดูคลิป คลิกที่นี่)

 

                 การให้สัมภาษณ์ของนายกฯในวันนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดและมีคำสบถหลายคำทั้ง ไอ้บ้า ขี้ข้า พร้อมน้ำเสียงสีหน้าที่แสดงความไม่พอใจแทบตลอดเวลา แต่ก็พยายามบอกว่าที่เสียงดังไม่ได้โมโห

                 12 มกราคม 2559 ระหว่างการแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ หลังจากถูกถามอยู่พักหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าอารมณ์ไม่ดีแล้ว “1.ท่านบอกให้ผมไปทำถนน 2.ท่านบอกประโยชน์น้อย 3.ใช้งบประมาณเปลือง แล้วจะให้กูทำยังไงวะ ปัดโธ่ กระทรวงมหาดไทยจะทำถนนเส้นทางในหมู่บ้านก่อน... พอแล้ว ผมขี้เกียจตอบคุณ... พอแล้วไปถามไอ้นี่มัน..."

 

โอกาสสุดท้าย ของ

(ดูคลิป คลิกที่นี่)

 

                 27 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านในการไปประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.ปัตตานี จู่ ๆ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตวาดใส่ชาวประมงที่มายื่นเรื่องและกำลังอธิบายเรื่องราว “อย่ามาส่งเสียงกับผมเข้าใจหรือเปล่า ผมฟังคุณ พูดดีๆก็ได้” ก่อนจะเดินไปแล้วบอกว่า “จะมากดดันผมไม่ได้” สร้างความงุนงงกับชาวประมงรายนั้นและผู้อยู่ในเหตุการณ์

 

โอกาสสุดท้าย ของ

(ดูคลิป คลิกที่นี่)

                 30 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างเป็นประธานประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก “สภาพัฒน์” พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการแบ่งเขตแบบ “พิสดาร” ในหลายพื้นที่

                 "สื่อที่อยู่ข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียว เรื่องการแบ่งเขต แม่งจะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไร ก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้”

                 ล่าสุด 1 กุมภาพันธ์ 2562 ระหว่างแถลงผลการดำเนินงานปีที่ 4 ของรัฐบาลคือ พล.อ.ประยุทธ์ ก็หลุดคำที่ทำให้เกิดความสั่นสะเทือนมากที่สุดในบรรดาคำที่เคยพูดมา “มึงมาไล่ดูสิ” ที่หลายคนฟังแล้วบอกน่าจะเป็น “มึงมาไล่กูสิ” ด้วยซ้ำ

 

โอกาสสุดท้าย ของ

(ดูคลิป คลิกที่นี่)

                 แทบทุกครั้งนายกฯก็จะออกมาหรือส่งโฆษกฯออกมาขอโทษหรือแสดงความเสียใจกับคำพูดที่ได้พูดไป

                 มีการมองไปว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกฯที่กลไกการตรวจสอบของสภาฯทำงานได้ตามปกติ หากมีการอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ในสภา รวมถึงหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไร

                 ในสภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มี “ดาบอาญาสิทธิ์” คือ อำนาจตามมาตรา 44 เหมือนเดิม ในภาวะที่ผู้คนทั้งในสภานอกสภาไม่ต้องเกรงกลัวหรือกระทั่งเกรงอกเกรงใจเพราะอำนาจพิเศษนั้น “บิ๊กตู่” จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

                 นั่นคือด้านหนึ่ง

                 อีกด้าน ต้องยอมรับว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ มาอยู่ในบัญชีนายกฯพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นนายกฯแน่นอน

                 โอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.มาเป็นที่หนึ่ง และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกฯอย่างสง่างามแทบจะเป็นศูนย์

                 พล.อ.ประยุทธ์ จะยิ่งถูกจับจ้อง ถูกตั้งคำถาม ถูกสงสัย ในทุกฝีก้าว ที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

                 ยังไม่รวมถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้ลงนามในการเลือก 250 ส.ว.ที่จะต้องถูกครหาว่าเลือกมาเพื่อโหวตให้ตัวเองกลับมาเป็นนายกฯ

                 หนึ่งวันจากนี้ จึงเป็น “โอกาสสุดท้าย” ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเลือกอนาคตตัวเอง

 

โอกาสสุดท้าย ของ

 

                 แน่นอน การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ เองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงอนาคตของประเทศไทยด้วย

 

=====================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

จากเด็กวัดสู่เด็กเสิร์ฟกาแฟความขยันอดทนเท่ารู้ที่"รอด"

จตุพล เนติธรรมรัตน์,เด็กเสิร์ฟ,เด็กวัด,ร้านกาแฟ

"ถ้าผมมีโอกาสเจอหน้าพ่อแม่ อยากบอกว่าขอบคุณที่ให้ชีวิตได้มาเกิดในชาตินี้ ถึงแม้จะไม่ได้เจอหน้ากันก็ตาม

    
          ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะเป็นเด็กดี คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำได้หลังจากเกิิดมา  "นนท์" จตุพล เนติธรรมรัตน์ นศ.ปี 3 สาขาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

 

          ปัจจุบันนนท์ อายุ 22 ปี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 เกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ 2.4  ตั้งแต่จำความได้บ้านของเขาคือวัด พ่อของเขาคือหลวงพ่อไพฑูรย์ เขมวีโร เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง (อดีตเจ้าอาวาส) เพราะนอกจากจะรับเลี้ยงเหมือนผู้ให้กำเนิดมาแล้วยังให้ใช้นามสกุล "ชีวิตวัยเด็กในวัดสระแก้ว เขามีความสุขมาก อบอุ่นไม่รู้สึกอ้างว้างเพราะมีหลวงพ่อและเพื่อนๆ เด็กวัด เขาเรียนที่โรงเรียนวัดสระแก้วจนจบชั้นป.6

จากเด็กวัดสู่เด็กเสิร์ฟกาแฟความขยันอดทนเท่ารู้ที่

          เป็นธรรมดาที่เด็กวัดไม่มีพ่อแม่จะต้องโดนเพื่อนๆ ล้อเลียน นนท์ เล่าว่า ระหว่างที่เรียนโดนแกล้งโดนล้อแต่ก็ทำให้เขาแข็งแกร่งทำอะไรหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง ทั้งการเรียนและการใช้ชีวิต เคยคิดจะถามหลวงพ่อหลายครั้งว่าพ่อแม่เป็นใครอยู่ที่ไหน แต่ไม่ทันจะได้ถามหลวงพ่อก็มรณภาพไปเสียก่อนตอนเรียนอยู่ชั้นป.5 ต่อมานนท์ จึงอยู่ในความดูแลของ ดร.พระมหาไพเราะ ฐีตสีโล เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว รูปปัจจุบัน

จากเด็กวัดสู่เด็กเสิร์ฟกาแฟความขยันอดทนเท่ารู้ที่

 

          หลังเรียนจบ ป.6 นนท์ เรียนต่อที่โรงเรียนบางเสด็จวิทยาคมระหว่างที่เรียน ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรมไปด้วย เขาได้รับได้คัดเลือกเป็นสภานักเรียนโรงเรียน ทำงานในส่วนของการดูแลความเรียบร้อยภายในโรงเรียน ฝึกให้มีความรับผิดชอบในหน้าที่ และทำงานพิเศษเก็บเงินโดยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟโต๊ะจีน เพื่อหาเงินมาใช้ในการทำรายงานกลุ่มตอนเรียน และเก็บเงินไว้ใช้ในยามที่จำเป็น

 

จากเด็กวัดสู่เด็กเสิร์ฟกาแฟความขยันอดทนเท่ารู้ที่


          ด้วยความที่เป็นขยันอดทนและมีน้ำใจ หลังเรียนจบชั้นม.6 นนท์ จึงได้รับทุนจากโรงเรียนบางเสด็จวิทยาคม เรียนต่อปริญญาตรีที่สาขาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี และมูลนิธิพุทธรักษาให้ค่าครองชีพปีละ 9,000 บาท และรายเดือนละ 3,000 บาท จนกว่าจะสำเร็จปริญญาตรี 
   

จากเด็กวัดสู่เด็กเสิร์ฟกาแฟความขยันอดทนเท่ารู้ที่

          แต่เขาต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาใช้และจ่ายค่าเทอม โดยหลังเลิกเรียนทำงานพิเศษหลังที่ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัย เวลา 17.00-23.00 น. วันละ 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 40 บาท มีรายได้ประมาณวันละ 240 บาท นำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่อวันตกวันละ 100 บาท และค่าเช่าบ้านเป็นหลังอยู่กับเพื่อนที่มาจากโรงเรียนมัธยมเดียวกัน 4 คน ค่าบ้าน 5,500 บาทหารกันตกคนละ 1,375 บาท

จากเด็กวัดสู่เด็กเสิร์ฟกาแฟความขยันอดทนเท่ารู้ที่

          นนท์ ยอมรับว่ามีบางวันที่เขาท้อแท้เพราะเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้ แต่อีกมุมหนึ่งก็นึกขอบคุณพ่อแม่ที่เอาไปฝากไว้กับหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดสระแก้ว เพราะหากไม่เอาไปฝากวัดไว้ เขาก็อาจเป็นเด็กเร่ร่อนขอทานไม่ได้เรียนเหมือนทุกวันนี้ ที่สำคัญการเรียนหนังสือมันทำให้ได้ความรู้และมีวิจารณญาณคิดได้ว่าอะไรผิดอะไรถูก นนท์ตั้งใจว่าเขาจะอดทนทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า 

...............................................

6 กุมภาพันธ์ 2562

 

เปิดชะตากรรม'ทักษิณ'หากกลับไทย หลัง 21 ต.ค. 'นายใหญ่'ต้องเจอกับอะไรบ้าง

เปิดชะตากรรม'ทักษิณ'หากกลับไทย หลัง 21 ต.ค. 'นายใหญ่'ต้องเจอกับอะไรบ้าง

ไขข้อข้องใจ หาก 'ทักษิณ' ตัดสินใจกลับไทย หลัง 21 ต.ค. หลังคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ หมดอายุความ 'นายใหญ่' ต้องเจออะไรรอรับอยู่ ด้าน สมชาย กวักเรียก ทักษิณ กลับไทยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม  

นายสมชาย แสวงการ อดีต กมธ.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กล่าวกับทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ถึง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังจะพ้นโทษจากคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก 2 ปี เมื่อปี 2551 ว่า ต้องไปดูกฎหมายอาญามาตรา 98 โทษจำคุก 2 ปี มีอายุความคดี 10 ปี คดีความนายทักษิณอายุความ 10 ปี ครบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นตามข่าวในสื่อมวลชนที่เสนอ ไม่ได้ตัวจำเลยมาลงโทษ คดีทุจริตไม่มีอายุความตามหลักกฎหมาย ซึ่งคดีนี้เป็นคดีความผิด "ละเว้นการปฏบัติหน้าที่" ซึ่งคดีก็ตัดสินแล้ว จำเลยไม่อยู่ หลบหนี จะไปย้อนหลังไม่ได้ เอาเป็นว่าคดีที่ดินรัชดาฯ มีอายุความ 10 ปี กฎหมายอาญาเอาโทษย้อนหลังไม่ได้

นายสมชาย กล่าวต่อว่า แต่คดีอื่นที่ค้างอยู่ 4 คดี ทั้ง"หวยบนดิน ธนาคารกรุงไทย คดีแปลงภาษีสรรพสามิตเป็นค่าสัมปทาน และคดีธ.นำเข้าและส่งออก เอ็กซิมแบงก์" 4 คดีนี้ พ.ร.บ.ประกอบ รธน.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา มาตรา 25 ระบุว่า พ.ร.บ.นี้ให้สิทธิ์ในการสู้คดี แม้หลบหนี และให้สิทธิ์ในการอุทธรณ์และรื้อฟื้นคดีได้ ถือว่า เป็นการให้ความเป็นธรรมอย่างยิ่ง ถามว่าคุณทักษิณใช้สิทธิ์คดีนี้ได้ไหม ตอบว่าใช้สิทธิ์ได้ แต่ถ้าอุทธรณ์ ศาลก็เดินไปพิจารณาลับหลังได้ อัยการขอต่อศาลดำเนินคดีซึ่งถูกแช่แข็งไว้ ซึ่ง 4 คดีคุณทักษิณนี้ ไม่มีอายุความ

นายสมชาย กล่าวว่า คุณทักษิณกลับไทยได้นะ คุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ กลับได้ทุกวัน แต่มีหมายจับ พอกลับมาปั๊บก็ต้องมอบตัว แถลงต่อศาลเหตุผลที่ข้าพเจ้าหนีไปเพราะอะไร ศาลจะพิจารณาหลักประกัน นักโทษเคยหลบหนีแล้ว อย่างคุณทักษิณ เคยอ้างขอไปดูโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ศาลก็อาจไม่เชื่อว่าจะไม่หลบหนี คุณทักษิณก็กลับมาได้เลย กลับได้ตลอด แล้วเข้าสู่กระบวนการ ขอต่อศาลขอประกันตัว ซึ่งศาลอาจไม่เชื่อไม่ให้ประกันตัว และไม่เชื่อในจำนวนหลักทรัพย์ และไม่เชื่อว่าจะไม่หลบหนีอีก ฉะนั้นศาลอาจสั่งขังไว้ระหว่างรอการพิจารณาคดี

"อันนี้ล่ะครับที่คุณทักษิณอาจรับไม่ได้ก็ได้นะ แต่ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะรับได้ คนอื่นหลายคนเขารับได้ อย่าง อริสมันต์ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล หรืออีกหลายคนที่ผมจำชื่อไม่ได้ ซึ่งก็ไม่หนีและรับคำพิพากษาไป ถ้าคุณทักษิณเขารับได้ ผมว่าก็ดีนะ ก็คือยอมจะกลับมาแล้วขอประกัน ศาลให้ประกันไม่ประกันก็รับ แล้วก็สู้คดี ศาลอาจเห็นว่ามาไม่หนีแล้วก็สู้ไป หรือศาลอาจจะให้ชนะคดีคุณทักษิณก็จบ" นายสมชาย กล่าว 

นายสมชาย ยังให้สัมภาษณ์อีกว่า ฉะนั้นคุณทักษิณก็จะมาสู้คดีได้ก็มาขอประกันตัว ส่วนจะมาหรือไม่มา สังคมก็ต้องติดตามเอาเอง โดยส่วนตัวก็เชื่อเช่นกันว่าคงยาก แต่ก็อยากให้บ้านเมืองมันเดินต่อไปได้ ก็ขอให้กลับมาในกระบวนการยุติธรรมดีกว่า ในเมื่อเชื่อในกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องกลับมาสู้คดี ผมไม่ได้บอกว่าคุณทักษิณผิด ไม่ผิดนะ เป็นคำกล่าวหาของ ป.ป.ช. คสส. อัยการ อยากให้เรื่องนี้จบ ไม่ค้างคาใจประชาชนฝ่ายสนับสนุน ศาลจะได้พิจารณาตามหลักฐานข้อเท็จจริง คดีพีทีไอยกฟ้องไปแล้ว อีก 4 คดี ก็อาจจะยกฟ้องก็ได้ อาจตัดสิน ยก 2 คดี หรือตัดสินผิด 1-2 คดีก็ได้ ถ้าผิดก็รับไป คนอื่นก็ไม่เห็นมีใครหนีเลย คู่ต่อสู้คุณทักษิณ ทุกคนก็อยู่ในเรือนจำทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครหนีเลย

"เราสนับสนุนให้กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม บ้านเมืองเดินต่อได้ ไม่ต้องกลัวความวุ่นวาย เชื่อว่าวันนี้ไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแล้ว คุณทักษิณกลับเข้ากระบวนการอาจมีคนชอบไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่กระบวนการจะเดินไปสู่ประชาธิปไตยที่มีความสงบเรียบร้อย จะไม่เกิดกรณีคนไปกล่าวอ้างว่าสนับสนุนส่วนนั้นส่วนนี้อีก ถ้าศาลตัดสินว่าถูกนะ ผมไม่เคยกล่าวหาใครเลยนะ ผมก็คิดว่ามันก็ยอมรับได้ อย่างคนที่โดนตัดสินจำคุก ก็ไม่เคยไปว่าอะไรเลย." นายสมชายกล่าว 

 

...................................................... 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน