*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5135
  • จำนวนผู้ชม : 3242054
  • จำนวนผู้โหวต : 1703
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1703 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 434 , 21:05:28 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สุรศักดิ์ , vinitvadee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562

         ผมออกจะชอบใจมากๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ผลีผลามรับการมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมืองที่เสนอ

เพราะแต่ละพรรคต่างก็มีข้อดี/ข้อเสียปนๆกันอยู่ โดยเฉพาะท่านต้องระวังตัวไม่ให้ตกอยู่ในท่ามกลางเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่จะทำให้

ท่านพลอยเสื่อมเสียไปด้วยเป็นอันขาด 

 

          

ชอบคุณปู่ 'ปายู๊ด' จังเล้ย .....

 "พล.อ.ประยุทธ์" นัดให้คำตอบเช้าพรุ่งนี้

 "พล.อ.ประยุทธ์" นัดให้คำตอบเช้าพรุ่งนี้

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยัน จะตัดสินใจตอบรับ "นายกฯ" ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐหรือไม่พรุ่งนี้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยตัวเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกหลังจากรับประทานอาหารเที่ยงที่ตลาดนางเลิ้ง ว่า พรุ่งนี้จะตัดสินใจ ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยตัวเอง แต่เชื่อว่า ทางพรรคจะแจ้งให้สื่อมวลชนรับทราบ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม และหากตัดสินใจจะร่วมงาน ก็หวังให้ทุกคนร่วมกันทำใหม่ ทำในสิ่งที่ที่ดีขึ้น ถามว่า กังวลหรือไม่หากต้องร่วมงานกับนักการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เรื่องนี้อยู่ที่วิธีบริหารจัดการ

(คลิปข่าว)

 

 

ปชป.นโยบายชัด "แก้จน สร้างคน สร้างชาติ" เดินหน้าได้ทันที

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

ประชาธิปัตย์,กรณ์,แก้จน สร้างคน สร้างชาติ,นโยบาย,ปชป,5 ปีทำงานไม่มีวันหยุด

5 ปีทำงานไม่มีวันหยุด "กรณ์" เผยนโยบาย "แก้จน สร้างคน สร้างชาติ" เดินหน้าได้ทันที

          วันที่ 7 ก.พ. 62 - นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำงานนโยบายครั้งนี้ของประชาธิปัตย์แตกต่างไปจากอดีต เนื่องจากมีเวลาถึง 5 ปี ทำงานกันทุกวันในการติดตามปัญหาของคนทุกกลุ่มในสังคมกลั่นกรองและคิดค้นนโยบายจนออกมาเป็น “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” และเป็นกรอบที่สามารถดำเนินการได้ทันที 

          “นโยบายที่ต้องดำเนินการไปพร้อมกันเริ่มจาก แก้จน ด้วยการเพิ่มรายได้ ลดหนี้สิน ลดค่าใช้จ่าย สร้างคน โดยการมองไประยะยาวเพิ่มขึ้น ตอบโจทย์ขีดความสามารถในการแข่งขันคนไทย ศักยภาพคนไทย ตอบโจทย์สังคมสูงอายุ การลดความเหลื่อมล้ำที่แท้จริงคือการเพิ่มความรู้ ความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาต่ออนาคตมากที่สุดคือการเข้าถึงการศึกษา และ สร้างชาติ คือวิสัยทัศน์การสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ความเข้มแข็งและมั่นคงให้กับสังคมได้แก่ แก้ปัญหายาเสพติด ปฏิรูปการบริหารประเทศซึ่งเป็นที่มาของการกระจายอำนาจ ทุกเรื่องที่กล่าวมาคือหลักคิดจากการกระจายอำนาจ เช่นเลือกผู้ว่าฯทุกจังหวัด หรือย้อนไปสร้างคนเรื่องการศึกษาก็จะแก้ด้วยการกระจายอำนาจทางการศึกษา ชุมชนเป็นเจ้าของโรงเรียน” รองหัวหน้าพรรประชาธิปัตย์ กล่าว

          นายกรณ์ กล่าวว่า จุดแข็งนโยบายประชาธิปัตย์ ครั้งนี้เรามีความชัดเจนมากกว่าทุกพรรค อาจจะมีวาทกรรมประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ แต่ในเนื้อหาสาระของการบริหาร การทำนโยบายที่จับต้องได้ ไม่ค่อยเห็นพรรคอื่นๆ ที่สามารถชี้แจงออกมาได้ ส่วนของเราชัดเจนตั้งแต่เดือนธันวาคม และเริ่มลงรายละเอียดในแต่ละพื้นที่ด้วยซ้ำไป เช่นล่าสุดไปสมุทรสาคร ก็ชัดเจนสำหรับนโยบายเชิงลึกของจังหวัดที่เชื่อมโยงกับแนวทางหลักของพรรคนั่นคือ “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ”

"เสี่ยตั้น" ยันนั่งเบอร์1ปาร์ตี้ลิสต์ พปชร.ไม่เกี่ยว กปปส.

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พปชร,อุตตม,สนธิรัตน์,กปปส,เบอร์1ปาร์ตี้ลิสต์,ณัฏฐพล

"เสี่ยตั้น" เผยขึ้นเบอร์1 ปาร์ตี้ลิสต์ พปชร. เหตุ"อุตตม-สนธิรัตน์"ไว้วางใจ เชื่อไร้แรงกระเพื่อม แกนนำเข้าใจ ชี้บางกลุ่มไม่พอใจต้องคุยต่อไป โวเซฟตี้โซน50 ที่นั่ง

          วันที่ 7 ก.พ.62 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร. และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 กล่าวถึงกระแสข่าวความไม่พอใจการจัดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ว่า บัญชีดังกล่าวมาจากองค์ประกอบหลายส่วน ตนคิดว่าคณะกรรมการสรรหาได้พยายามคัดสรรอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากและเป็นธรรมดาของการจัดทำปาร์ตี้ลิสต์ พรรคอื่นก็มีปัญหาเหมือนกัน คงไม่มีพรรคไหนจะแฮปปี้กันหมด แต่ตนคิดว่า จริงๆ ถือว่าโอเคแล้ว และเราไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เราแค่ขยับรายชื่อ รวมถึงมีบางคนที่ถูกตัดรายชื่อออกไปเลย เพราะเรามีแค่ 120 ลำดับ

         อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกครั้งนี้ส่วนใหญ่ดูจากประสบการณ์ทางด้านวิชาการ ธุรกิจ และหลายภาคส่วน ตนไม่คิดว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค ในระดับผู้บริหารหรือแกนนำของพรรคมีความเข้าใจในบริบทของตัวเองว่าเรามาทำงานตรงนี้เพื่ออะไร เรามาเป็นพรรคทางเลือกที่มารวมตัวกัน ดังนั้น ในบางเครือข่ายที่ยังมีความกังวลหรือไม่พอใจเป็นเรื่องที่เราต้องมาพูดคุยกันต่อไป มั่นใจว่าในระดับผู้บริหารสามารถคุยกันกับทุกภาคส่วนได้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตถึงการที่ได้มาอยู่ลำดับที่ 1 เพราะเป็นการตอบแทนที่ร่วมต่อสู้กับ กปปส. มา นายณัฏฐพล กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย การที่ได้รับเกียรติมาอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ถือว่าหัวหน้าและเลขาธิการพรรคไว้วางใจ จริงๆ ในส่วนของบัญชีรายชื่อใครก็สามารถขึ้นมาอยู่ในลำดับดังกล่าวได้ ประกอบกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ เพราะติดข้อกฎหมาย ส่วนตนเป็นรองหัวหน้าพรรคที่ไม่ได้ลงเขต จึงมาอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ และตนไม่ได้กังวลเรื่อง กปปส. เพราะในอดีตที่ตนได้ทำมา ตนภูมิใจ เพราะ กปปส. เป็นกระบวนการที่ยิ่งใหญ่ แต่วันนี้เราเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว ต้องเข้าสู่การทำงานของพรรคที่ทำเพื่อประชาชน

เมื่อถามว่า คาดหวังว่าพรรคจะได้ปาร์ตี้ลิสต์กี่ที่นั่ง นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตัวเลขส.ส.ทั้ง 2 ระบบ อยู่ที่ 150 เรามองว่าพอเป็นไปได้ โดยส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อยู่ที่ 50 สำหรับพรรคที่ใหญ่ขนาดนี้ และมีคนที่มีประสบการณ์ทางการเมืองลงพื้นที่
 

แดงเหมือนอยู่นี่...แดงแท้ไปโน่น

คนเสื้อแดง,สสปาร์ตี้ลิสต์,พรรคเพื่อไทย,ทษช,พท

คอลัมน์... จี้จุดตาย คลายจุดเป็น  โดย...   เร้นกาย ไร้เงา

          เผยแล้วรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อแม้วและสาขา ที่หลายคนงงว่าทำไมไม่ส่งลงเต็มสูบ...

          น่าแปลกหรือไม่ที่วันนี้แชมป์เก่าและเครือข่ายไม่สู้สุดใจ...ตอบว่าฉงนเล็กๆ แต่เมื่อเช็กรายชื่อกำลังพลของพลพรรคคนรักแม้วและน้องปูแล้ว อ่านรหัสได้มิยากเลย...

 

          ทราบว่านายใหญ่และน้องปูเคาะชื่อกันยันนาทีท้ายๆ ก่อนยื่น กกต. โดยต้องยอมตัดหลายคนที่เคยสู้มาออกไปเพียบ...เพราะต้องเน้นบนจังหวะนี้แบบว่า ยอมลงให้พรรคอื่นแม้แต่คนเดียวนั้น ...กระทำไม่ได้เลย

          คำตอบง่ายๆ ที่เจาะมาหลายวันและคนไทยทราบดีว่า พรรคเพื่อแม้วแบ่งกันเดิน แบ่งกันโกยแต้ม หากใครถามมาก็อ้างไปว่าไม่มีฮั้วทั้งสองพรรคและทั้งสองระบบ...แต่จำต้องแยกกัน เพราะกติกาที่วางไว้

          เพื่อไทยส่ง 97 ชีวิตลงชิงปาร์ตี้ลิสต์ และไทยรักษาชาติส่ง 108 คนในบัญชีแบบเดียวกัน ส่วนเพื่อชาติ "รอนิด” เพราะแกนนำเสื้อแดงในต่างถิ่นส่งคนประชันเยอะจนต้องรอเคาะ ส่วนระบบเขตนั้นหลายคนรู้กันทั่วบางไปเมื่อวันก่อนแล้ว...

          เท่ากับว่าพรรคเพื่อแม้วเสมือนยอมไม่เป็นเบอร์ 1 ในการส่งผู้สมัคร ส.ส.เป็นครั้งแรก แต่เมื่อบวกตัวเลขยามเข้ารัฐสภาแห่งใหม่ คนของพรรคเพื่อแม้วน่าจะเดินยืดได้ว่าไม่ได้มาคนเดียวเพราะเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์มาด้วยเพียบ...

          เมื่อมองดีๆ จะพบว่าคราวนี้เพื่อแม้วขนกำลังพลเกรดพรีเมียมลงเก็บแต้มแบบเน้นๆหรืออย่างน้อยต้องไม่หลุดอันดับที่สามของแต่ละเขต แบบเอาชัวร์ไว้ทั้งชนะและแพ้ และเลือกเอาคนหน้าใหม่บ้างและเน้นคนเก๋าที่มีชื่อมาลงแบบสลับฟันปลาในปาร์ตี้ลิสต์ นัยว่าเพื่อเอาชัวร์และเชื่อว่าคนไทยยังจะกาแต้มให้ (แม้อาจไม่ชอบผู้แทนฯ ระบบเขตก็ตาม แต่ชอบปาร์ตี้ลิสต์มากกว่า)

 

          ของแบบนี้น้องปูและนายใหญ่อ่านเกมและเน้นแล้วว่าชื่อเหล่านี้ขายได้และขายง่าย...รวมทั้งยังเป็นการบอกใบ้ด้วยว่า งวดนี้และงวดหน้าใครจะเป็นกำลังหลักสู้เพื่อแม้วในอนาคต

          ลองไปดูเลย 20 อันดับแรกของพท.และทษช.ในปาร์ตี้ลิสต์นั้น "สายตรงใครบ้าง...” ของแบบนี้อ่านมิยาก

          แต่ที่น่าพินิจกว่าเลือกตั้งหนก่อน คือ “คนเสื้อแดง” คราวนี้ติดอันดับ 1-20 น้อยมากๆๆๆๆ ทั้งสองพรรค ไม่เชื่อลองไปตรวจทานเลยว่าจริงหรือไม่...

          เหตุผลไม่ยากในการตีความ...เพราะวันนี้ปาร์ตี้ลิสต์แทบจะเป็นของแถมเกรดดีเพื่อให้สินค้าที่แทบทุกพรรคอยากขายตรงคือ ส.ส.เขตนั้นมีมูลค่าบวกขึ้นไป ฉะนั้นสินค้ามีตำหนิมิควรอยู่บนรายชื่อต้นๆ ของแต่ละพรรค และแว่วว่าคราวนี้กระแสแดงแผ่วเพราะหลากเหตุจนพี่แม้วและน้องปูต้องยอมตัดและเลื่อนลำดับคนเสื้อแดงหลายคนลงไป

          เพราะเกมคราวนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งนารีขี่ม้าขาว 49 วันเข้าเส้นชัยเพราะปัจจัยมันเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์

          แต่ปัจจัยบางอย่างนั้น ใครบางคนมั่นใจว่าใช้ได้เสมอ เพราะบางคนในบางพรรคยังเอาชื่อพี่แม้วและน้องปูมาเปลี่ยนกับชื่อจริงของตัวเองเพื่อลงสมัครผู้แทนฯ งวดนี้จนเป็นข่าวดังไปทั้งเมือง

          แต่ที่แน่ๆ คือ พท.แทบไร้แดงแท้ ทษช.มีไว้บ้าง หากใครยึดมั่นแดงก็ไปที่ พช.

          หมากของแม้วกับคนเสื้อแดงชัดแล้วในยามนี้

นายกฯ เดิน" ตลาดนางเลิ้ง" แนะ ขายออนไลน์

ข่าวทั่วไป  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ของแพง,ไม่เกี่ยวกับผม,ตลาดนางเลิ้ง,ประยุทธ์เดินตลาด

นายกฯเดินตลาดนางเลิ้ง ทานมื้อเที่ยงร้านเจ้าดัง สวน พ่อค้า "ของแพงขายไม่ได้" เกี่ยวอะไรกับผม แนะ ขายออนไลน์ ส่งถึงที่ บอก เป็นไปไม่ได้ งัด " ม.44" สร้างทีจอดรถ

คลิปที่ 1

 

           7 ก.พ.62-ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วงการตัดสินใจตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่จะครบกำหนดในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เป็นที่น่าจับตาว่าจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ โดยเป็นที่สังเกตว่า ตั้งแต่แกนนำพรรคพปชร.เข้าเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีท่าทีวิตกกังวลมาตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางกระแสข่าวพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ถูกจับตาเป็นพิเศษหลังมีกระแสข่าวเตรียมเสนอบุคคลสำคัญเป็นนายกฯในบัญชีรายชื่อพรรค
 

คลิปที่ 2

 

นายกฯ เดิน

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้านายกฯเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยในวันนี้ไม่มีวาระงานทั้งการประชุมและการเข้าพบ โดยส่วนใหญ่ในวันนี้นายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาอัดรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
          จากนั้น เวลา 10.00 น.เจ้าหน้าที่ได้แจ้งมายังผู้สื่อข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านส.รุ่งโรจน์ ภายในตลาดนางเลิ้ง โดยนายกฯ พร้อมด้วยทีมงาน ได้ถอดสูทออกและสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวเท่านั้น และเดินทักท้ายพ่อค้า แม่ค้าในตลาด สอบถามถึงการค้าขายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ระหว่างที่นายกฯอยู่ที่ร้ายขายข้างแกงได้มีพ่อค้า ตะโกนบอกนายกฯว่า “ของมันแพง ขายไม่ได้” ปรากฏว่าทำให้นายกฯหันมาตอบพร้อมกับชี้ไปที่ตัวเองว่า “มันเกี่ยวกับผมไหม มันก็ไม่ใช่ วันนี้เราต้องปรับไปขายของทางออนไลน์กับข้าวส่งไปถึงบ้านวันนี้ 70 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่การขายออนไลน์” ด้านพ่อค้า กล่าวว่า “แต่มันจะไม่ไหวอยู่แล้ว จะแย่อยู่แล้ว” ขณะที่นายกฯ ตอบกลับว่า “คนเขาไปเลือกซื้อที่ออนไลน์กันหมดแล้ว แต่ผมก็จะช่วย เราก็ต้องช่วยกัน เดี๋ยวคนก็เอาไปใส่อีกว่าทหารไม่ทิ้งใคร” 

         นายกฯ เดิน
         นอกจากนี้ พ่อค้า ยังระบุอีกว่า “ด้วยศักยภาพของตลาดไม่มีที่จอดรถมีตึกล้อมรอบ การคมนาคมก็ลำบาก ถ้ามีการคมนาคมดีกว่านี้ มีที่จอดรถที่ประชาชนจะสามารถมาจับจ่ายใช้สอยได้ตลาดก็จะสามารถกลับมารุ่งเรืองได้ เพราะมาจับจ่ายซื้อของก็โดนล็อคล้ออีก นายกฯจะมีการใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร” โดยนายกฯ กล่าวชี้แจงว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อกฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมาย การที่จะสร้างที่จอดรถหรือสร้างอะไรก็ตาม บนถนนสร้างไม่ได้ผังเมืองปรับกันหมดแล้ว ส่วนตึกที่ล้อมรอบก็คงต้องไปบอกรอบๆ ว่าผมสามารถทุบตึกรอบๆนี้ได้หรือไม่” ซึ่งทางทีมงานนายกฯเปิดเผยภายหลังว่า จะให้ทางกทม.มาดูแลในเรื่องดังกล่าว

นายกฯ เดิน
        อย่างไรก็ตาม นายกฯยังได้สอบถามแม่ค้าร้านถัดไปว่าขายดีหรือไม่ ซึ่งหลายคนบอกกับตนว่าขายดี ร้านโน้นบอกว่าขายดี ร้านนี้บอกว่าขายไม่ดี ก็ต้องไปดูว่าอยู่ที่สินค้าหรือไม่ วันนี้ไปถาม 10 ร้านมีขายดีอยู่ 8 ร้าน เราก็ต้องลดราคาลงบ้างเพื่อให้คนเข้าเยอะขึ้น ถ้าขายแพงก็ไม่ได้  และวันนี้ ตนเดินทางมาซื้อกับข้าว และมารับประทานอาหารกลางวันที่ตลาดนางเลิ้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่า นายกฯสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ และสถานการณ์เป็นปกติ ซึ่งที่มาวันนี้ก็เพื่อมารับฟังทุกคน 

นายกฯ เดิน
         จากนั้น 12.00 น.นายกฯ และคณะเข้าไปนั่งรับประทานอาหารกลางวันในร้านส.รุ่งโรจน์ โดยนายกฯได้สั่งบะหมี่น้ำน่องเป็ดตุ๋นใส่ปู 2 ชาม ซึ่งเป็นเมนูโปรดตั้งแต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)  และขาห่านอบลิ้นเป็ด กระเพาะเป็ดผัดพริกไทยดำ และเนื้อเป็ดพะโล้  ซึ่งจะเป็นเมนูที่จะต้องสั่งเป็นประจำเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเมนูที่สั่งเพิ่มเติม คือ กุ้ยช่ายขาวผัดหมูสับ ห้อยจ้อปู ตีนห่านกับลิ้นเป็ดอบหม้อดิน เนื้อเป็ดผัดฉ่าจานร้อน

นายกฯ เดิน

นายกฯ เดิน

นายกฯ เดิน

นายกฯ เดิน

นายกฯ เดิน

 

คลิปที่ 3

 ................................................

7 กุมภาพันธ์

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 10/02/2019 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ต้องการใบปริญญากันอีกต่อไปแล้ว !! กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ขอบพระคุณ คุณยั้งคิดมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 09/02/2019 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 3นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
........................................
จริงดังที่คุณสุรศักดิ์พูด 100 % เชียวครับ ที่เราต้องเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญที่จะดูแลอุปกรณ์นว้ตกรรมต่างๆ โดยเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์ เพราะประเทศของเรายังต้องเจริญอีกมากทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 3 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 09/02/2019 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ต้องการใบปริญญากันอีกต่อไปแล้ว !! กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

สวัสดีครับ คุณยั้งคิด

ขอบพระคุณมากๆ เลยครับ อาจารย์รัตน์ฯ ได้ยินจน
คุ้นหูเลยหรือครับ คุณยั้งคิดอย่าได้น้อยใจไปเลยครับ
ผมคิดว่าทุกวิชา ก็เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และ
ประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้นครับ ในสมัยก่อน วิชาช่าง
เครื่องยนต์ก็ดังมากจริงๆ ครับ เป็นยุคบุกเบิก และเห็น
ไปเรียนต่อที่เยอรมนีกันเป็นแถว

และในยุคต่อไป จะสำคัญมากๆ ทีเดียวครับ เป็นยุค
รถไฟฟ้า,รถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไร้คนขับ, รถไฟความ
เร็วสูง ฯลฯ จำเป็นต้องมีช่างเครื่องยนต์ที่ชำนาญจริงๆ
มาซ่อมบำรุง ต้องรีบเปิดมหาวิทยาลัยสอนกัน
โดยรีบเร่งทีเดียวครับ


อาจารย์รัตน์ เปสตันยี ท่านเป็นผู้บุกเบิกวิชาถ่ายภาพ
และภาพยนตร์จากต่างประเทศ และเป็นสากล มาเผย
แพร่ในไทย สมควรเชิดชูยกย่องจริงๆ และมีอีกหลาย
ท่านที่ได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมถ่ายภาพฯ ขึ้นมา ซึ่ง
คนไทยส่วนมากยังไม่รู้จักกัน


ผมเป็นลูกศิษย์ของ ศ.สนั่น ปัทมะทิน และ
อ.ชิน คล้านปาน แต่ท่านมาสอนที่ธรรมศาสตร์
ผมเองยังเก็บหนังสือตำราของ ศ.สนั่นฯ ไว้เลยครับ

และอย่าเข้าใจว่า ผมเก่งนะครับ ยังรุ้น้อยจริงๆ
อาศัยสนใจเรียนรู็เท่านั้นครับ แล้วผมจะเขียนถึง
อาจารย์ทั้ง 2 ท่านครับ

ในระยะนั้น ก็ยังมี อ.พูน เกษจำรัส, อ.ไพบูลย์ฯ Kodak
และอีกหลายท่านครับ ที่ช่วยพัฒนาการถ่ายภาพ
เมืองไทยให้เจริญขึ้นมา

แต่ปัจจุบัน ใครๆ ก็ใช้มือถือถ่ายรูปได้ เลยไม่ใคร่
สนใจทฤษฏี วิชาการ กันแล้ว และไม่เปลืองเงินทอง
ที่จะต้องซื้อกล้องแพงๆ และฟิล์ม ที่ใช้ถ่าย เหมือน
สมัยก่อน ที่ได้ถือสมาคมถ่ายภาพหลวงของอังกฤษ
เป็นต้นแบบ เหมือนทั่วโลก และเคร่งครัดมากทีเดียว
ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/02/2019 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
......................................
ผมได้ยินชื่อรัตน์ เปสตันยี จนคุ้นหูเชียวครับ ในผลงานถ่ายภาพ ถ่ายภาพยนต์ของท่าน

ผมเรียนจบแผนกช่างเครื่องยนต์ วทน.ทุ่งมหาเมฆปีการศึกษา 2501(จบจริง 02) ขณะเรียนก็นึกว่าตัวเองโก้มากที่ได้เรียนช่างยนต์ พอๆกับช่างไฟฟ้า แล้วมองคนเรียนแผนกอื่นๆว่าไม่เก่งเท่าเรา ที่ไหนได้ คนจบช่างภาพก็ได้ทำงานตามสถานีโทรทัศน์และสื่อมวลชนต่างๆ ช่างไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ขาย ช่างโลหะมีร้านกลึงโลหะ ช่างพิมพ์จบมาแล้วมีโรงพิมพ์เป็นของตัวเองเยอะไป ช่างวิทยุ ช่างไฟฟ้า หากไม่ทำกิจการของตัวเองก็เข้าทำงานรัฐวิสาหกิจเวินเดือนแพงๆ ... แต่ช่างยนต์อย่างผมน่ะหรือ ต้องสวมชุดหมีมุดใต้ท้องรถทำงานตามอู่ซ่อมรถ หรืออย่างดีก็เข้ารับราชการเงินเดือนไม่พอยาไส้ ... สมไม๊ล่ะ ทำเป็นหยิ่งดีนัก ...
ส่วนคนที่เรียนสายธุรกิจก็ทำงานสบายๆ อยู่กับเงินกับบัญชีก็เลยรวยไปด้วย คนที่เรียนเคหศาสตร์ถ้ามีฝีมือเป็นเชฟได้ก็กินเงินเดือนโรงแรม ภัตตาคาร หลายหมื่นหลายแสน ... เฮ้อ ไม่ยักมีใครจนเหมือนเราบ้างเลย

ขอบคุณนะครับที่มาชวนคุย ผมก็เลยคุยเสียยาวเลยทีเดียว เชิญมาคุยกันบ่อยๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 08/02/2019 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ต้องการใบปริญญากันอีกต่อไปแล้ว !! กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

สวัสดีครับ คุณยั้งคิด

ขอบพระคุณมากครับ ที่ได้ไปเยี่ยมเยียนผม ระยะนี้ผมอาจ
ห่างหายไปบ้างครับ ไม่ค่อยได้มาเยี่ยมกัน ผมมีโอกาส
ก็ติดตามที่คุณยั้งคิดเขียนอยู่เสมอครับ

การเมืองไทยในขณะนี้ วุ่นวายสับสนพอควรครับ
แต่ผมเห็นว่า นี่ล่ะ !! เป็นตัวเร่งอย่างดีทีเดียวเลยครับ

ไม่ทราบคุณยั้งคิดพอรู้จักกับอาจารย์รัตน์ เปสตันยี
ไหมครับ ท่านเป็นนายกสมาคมถ่ายภาพฯ แต่ที่จริง
ท่านเก่งหลายอย่าง แต่ที่รู้จักกันดี ท่านเป็นนักสร้าง
ภาพยนตร์คนสำคัญของเมืองไทยทีเดียวครับ ผมไป
ที่วิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆบ่อยในระยะนั้น
(ประมาณ 2505) ในฐานะสมาชิกสมาคมฯ ครับ
ไปประชุมและศึกษาเรียนรู้ด้านการถ่ายภาพ
(สมัยนั้น ยังเป็นสมัยภาพขาวดำอยู่)

วิทยาลัยเทคนิคทุ่งมหาเมฆ (ยังไม่ได้ยกฐานะเป็น
มหาวิทยาลัย ในขณะนั้น) เป็นสถาบันต้นกำเนิด
การเรียนการสอนด้านการถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงมาก
ของเมืองไทยทีเดียวครับ ศิษย์เก่าเก่งๆ ที่สำเร็จมา
ก็มาทำงานอยู่ อสท. หลายคนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน