*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5244
  • จำนวนผู้ชม : 3267027
  • จำนวนผู้โหวต : 1710
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1710 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 291 , 11:41:18 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

11 กุมภาพันธ์ 2562

         มีคนกล้าทำถึงขนาดปลอมคำสั่งหน.คสช.ปลด 3 ผบช.เหล่าทัพ นับเป็นเรื่องร้ายแรงถึงขนาดอาจถูกกุดหัวได้เลยเทียว

เป็นความกังขายิ่งของคนไทยขณะนี้ 

 

 

เหิมหนัก! ม.44 ปลอมคำสั่ง ‘หน.คสช.’ปลด 3 บิ๊กเหล่าทัพ

 

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 09.41 น.

ผช.โฆษกประจำสำนักนายกฯ​ แจง​ คำสั่งหน.คสช. ให้ผู้นำ​ 3 เหล่าทัพพ้นตำแหน่ง​ เป็นของปลอม​ เตรียมแจ้งความหาตัวคนทำแล้ว 

11​ ก.พ. 62 ทำเนียบฯ พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเผยแพร่ประกาศราชกิจจานุเบกษา คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่2/2562 เรื่อง​ให้ข้าราชการพ้นจากตำแหน่ง ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของปลอม และทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้มอบหมายให้ น.ส.สาวิตรี ชำนาญกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งความดำเนินคดีเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดดังกล่าวแล้ว​ 

ทั้งนี้​ เอกสารปลอมดังกล่าวมีการระบุถึงการใช้อำนาจตามมาตรา​ 44​ ให้ผู้บัญชาการ​ทหารบก​  ผู้บัญชาการ​ทหาร​อากาศ​ และผู้บัญชาการ​ทหารเรือ​ พ้นจากตำแหน่ง  ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 11​ กุมภาพันธ์​ 2562

'บิ๊กตู่'สั่งลงโทษคนปล่อยข่าวปลอม ปลด ผบ.เหล่าทัพยืนยันไม่จริง

'บิ๊กตู่'สั่งลงโทษคนปล่อยข่าวปลอม ปลด ผบ.เหล่าทัพยืนยันไม่จริง

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.14 น.

11 ก.พ. 62 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ครั้งที่ 2/2562 โดยก่อนเข้าประชุม ผู้สื่อข่าวได้พยายามขอสัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือต่างๆ รวมถึงท่าทีทางการเมือง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบอะไร แต่หันมาถามคณะทำงานว่า สื่อถามอะไร เมื่อได้รับคำตอบว่า ถามเรื่องข่าวลือ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุว่า จะออกมาให้ข้อมูลภายหลังการประชุมเสร็จแล้ว 

จากนั้นเวลา 10.40 น. ภายหลังประชุมเสร็จแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามเกี่ยวกับข่าวปลอมคำสั่งหัวหน้า คสช.สั่งปลดผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยระบุว่า “กำลังตรวจสอบอยู่ เดี๋ยวจะลงโทษ ข่าวปลอม”

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีข่าวที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปประเทศเยอรมันในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ไม่เป็นความจริง แต่เป็นข่าวลือที่พูดกันหลายฝ่าย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบดี แต่ได้ยืนยันว่า ไม่ได้เดินทางไปที่ใด พร้อมกับ ยืนยันกับคณะทำงานว่าไม่ได้เดินทางไป

 
'ไทกร'ฟันธงพปชร.คะแนนเสียงเพิ่ม! แต่ยังห่างไกลพรรคเครือข่าย'ทักษิณ'

'ไทกร'ฟันธงพปชร.คะแนนเสียงเพิ่ม! แต่ยังห่างไกลพรรคเครือข่าย'ทักษิณ'

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 10.45 น.

ไทกร พลสุวรรณ  นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  พรรคของท่านผู้นำยังห่างไกลชัยชนะ

หลังเหตุการ์บิ๊กเซอร์ไพรส์ หลายคนคาดการณ์ว่า พปชร.จะได้คะแนนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความจริง เพราะความลังเลของประชาชนจะหายไป แต่หายไปตามความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ความแน่วแน่ในการเลือกตั้งของประชาชนจะตรงเป้า และชัดเจนมากขึ้น

(1) พรรคเครือข่ายที่สนับสนุนท่านผู้นำ เช่น พรรคลุงกำนัน พรรคประชาชนปฏิรูป จะได้คะแนนเสียงน้อยลง เพราะประชาชนจะเลิกลังเลมุ่งเลือกพรรคหลักที่สนับสนุนท่านผู้นำคือ พรรคพลังประชารัฐ

(2) ประชาชนที่ชื่นชอบอดีตนายกฯทักษิณที่เคยลังเลว่าจะไปเลือกพรรคเครือข่ายพรรคใดดี ระหว่างจะเลือกเพื่อไทย หรือ ไทยรักษาชาติ หรือ เพื่อชาติ หรืออนาคตใหม่ หรือเสรีรวมไทย  แต่ด้วยความผิดหวังที่เกิดขึ้นในตอนดึกของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทำให้เกิดความคับแค้นในจิตใจ และมีความมุ่งมั่นอยากเอาชนะพรรคของท่านผู้นำ จึงเกิดความแน่วแน่ในการลงคะแนนเลือกตั้ง พรรคหลักอย่างพรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น ในเขตที่ไม่มีผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยประชาชนกลุ่มนี้ก็จะเลือกพรรครองลงมาเช่น พรรคไทยรักษาชาติ(หากไม่ถูกยุบเสียก่อน) หากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบพรรคที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือพรรคเพื่อชาติ ด้วยกระแสเช่นนี้จะทำให้พรรคอนาคตใหม่และพรรคเสรีรวมไทยได้คะแนนเสียงน้อยกว่าที่ตนเองประเมินไว้อย่างมาก

(3) ส่วนประชาชนที่จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ก็เห็นโอกาสของชัยชนะเพราะเกิดการต่อสู้กันโดยตรงระหว่างพรรค พปชร.ของท่านผู้นำ กับพรรคเครือข่ายอดีตนายกฯทักษิณ ประชาชนที่เคยเข้าร่วมกับ กปปส. ที่รู้สึกรักพี่เสียดายน้องระหว่างประชาธิปัตย์กับลุงกำนัน ก็เกิดความแน่วแน่ในการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคลุงกำนันจึงได้รับผลกระทบมากที่สุด คือถูกดึงคะแนนทั้งจากพรรคลุงตู่และจากพรรคประชาธิปัตย์

ถึงแม้พรรคพลังประชารัฐจะได้รับคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น แต่ส่วนที่เพิ่มมาก็ไม่มากพอที่จะทำให้พรรคของท่านผู้นำเบียดเอาชนะพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคในเครือข่ายของอดีตนายกฯทักษิณได้

สรุป พรรคของท่านผู้นำยังห่างไกลจากชัยชนะ

ไทกร พลสุวรรณ

11 กุมภาพันธ์ 2562

‘มท.1’เรียกพ่อเมืองทั่วไทย ถกเข้มพิธีสำคัญ-คุมสงบโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

‘มท.1’เรียกพ่อเมืองทั่วไทย ถกเข้มพิธีสำคัญ-คุมสงบโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 10.31 น.

ยังไม่มีอะไรน่ากังวล! ‘มท.1’ เรียก ‘พ่อเมืองทั่วไทย’ เข้ากรุงฯถกเข้มงานพิธีสำคัญ - คุมสงบโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง แจงปมตร.สั่งเตรียมพร้อมเข้มสถานที่ราชการจ.พิจิตร 

11ก.พ.62 เมื่อเวลา09.30น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) มีการประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย(มท.) ประจำปีงบประมาณ 2562 (ไตรมาสที่2/2562) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย ปลัดมท. อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัด และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมในการประชุม 

โดยพล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า เป็นการมากำชับเน้นย้ำเพื่อขับเคลื่อนงานต่างๆที่สำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเตรียมการเลือกตั้ง และงานในภารกิจที่สำคัญ ส่วนการดูแลสถานที่สำคัญต่างๆในช่วงที่จะใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งนั้น สถานการณ์ทั่วไปในขณะนี้ ยังไม่มีอะไรน่ากังวล การดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นไปตามปกติทุกพื้นที่ตามที่ได้สนับสนุนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทหาร ตำรวจ 

“ถ้าถามว่า ในช่วงใกล้การเลือกตั้งจะต้องเข้มพื้นที่ใดเป็นพิเศษ สถานการณ์ในขณะนี้เป็นไปตามปกติ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล ผมไม่เข้าใจว่าเข้มคืออะไร เราทำงานไปตามปกติ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การหาเสียง เป็นเรื่องของกกต. เราทำตามที่กกต.มอบหมายมา ไม่ว่าจะเป็นด้านทะเบียนราษฎร์ การเลือกตั้งล่วงหน้า จัดเจ้าหน้าที่ดูแลเมื่อได้รับการร้องขอ การรณรงค์ให้มีการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” รมว.มหาดไทย กล่าว 

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่การกำชับข้าราชการให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง มีกฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ทางปลัดมท.ก็ได้แจ้งกำชับเรื่องนี้ไปยังทุกจังหวัดเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว และเป็นนโยบายที่จะต้องไม่ทำให้เกิดคุณหรือโทษแก่ฝ่ายใด 

รมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จ.พิจิตร เตรียมกำลังเข้มงวดเพื่อดูแลสถานที่ราชการว่า เท่าที่สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัด และกองกำลังรักษาความสงบ(กกล.รส.)ในพื้นที่ ไม่มีอะไรที่น่ากังวลเป็นพิเศษ เพียงแต่เป็นกำชับกันในพื้นที่ให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ 

โฆษกเพื่อชาติจัดหนัก! 8 ข้อไม่ควรเลือก'ประยุทธ์'เป็นนายกฯ

โฆษกเพื่อชาติจัดหนัก! 8 ข้อไม่ควรเลือก'ประยุทธ์'เป็นนายกฯ

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 10.23 น.

11​ ก.พ.62​ นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ​ เปิดเผยถึงเหตุผลที่ประชาชนไทยไม่ควรเลือก พลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกฯ อีกครั้งด้วยเหตุผล 8 ข้อแต่เหตุผลที่หนักหนาที่สุด คือ การบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ คสช. คนจนเพิ่มขึ้น 963,000 คน หรือเกือบล้านคนระหว่างปี 58-59 ซึ่งปริมาณคนจนเพิ่มขึ้นมากกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 ซึ่งในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จำนวนคนจนเพิ่มขึ้น 398,000 คน แต่วิกฤติ คสช. ประชาชนทั้งประเทศรู้ตัวว่ายากจน แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารประเทศ เนื่องด้วยสื่อถูกจำกัดเสรีภาพจึงไม่มีการรายงาน นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ไม่ควรมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเพราะ มีความเป็นเผด็จการสูง เหยียดเพศ สร้างค่านิยมไม่รักษาคำพูด เห็นแก่ตัว ยกตนข่มท่าน เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น และไม่มีน้ำใจนักกีฬา เพิ่มความขัดแย้งให้ประเทศมากขึ้น ดังเหตุผลต่อไปนี้

 

1. พลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำเผด็จการที่ใช้วิธีการกำจัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ห้ามแม้กระทั่งการคุยกัน 5 คน การชู 3 นิ้ว การกินแฮมเบอร์เกอร์ ก็ไม่สามารถทำได้ ถ้าผู้ใดขัดขืนจะถูกทหารควบคุมตัวและส่งฟ้องศาลทหารข้อหาขัดคำสั่ง คสช. แล้วอ้างว่าการริดรอนสิทธิประชาชนทำให้บ้านเมืองความสงบ แก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งไม่เป็นความจริง จะเห็นว่าเวลาผ่านไปเกือบห้าปีแต่พอมีประเด็นกระตุ้นที่คู่ขัดแย้งคิดว่าฝ่ายตนเองจะเพลี่ยงพล้ำก็ออกมาแสดงถ้อยคำรุนแรงว่าร้ายอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ฟังข้อเท็จจริงและแยกแยะความถูกต้อง  แสดงว่าสิ่งที่พลเอกประยุทธ์ทำไม่ได้ลดทอนความขัดแย้งในสังคมเลย กลับตอกลิ่มความขัดแย้งให้ห่างออกไปด้วยการให้ท้ายฝ่ายสนับสนุนที่สร้างความวุ่นวายของบ้านเมืองขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 เพื่อให้พลเอกประยุทธ์เข้ามาสู่อำนาจ และกำจัดสิทธิฝ่ายคิดต่าง วิธีการของพลเอกประยุทธ์ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาความขัดแย้ง เป็นการซุกปัญหาไว้ใต้พรม การแก้ปัญหาความขัดแย้งต้องใช้การเจรจาพูดคุยให้ตกผลึกแบบ ”นโยบายทลายกำแพงใจของพรรคเพื่อชาติ” ที่ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นจนยอมรับข้อดีของคู่ขัดแย้งและข้อผิดพลาดของตนเองจนความขัดแย้งหมดไป ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถขจัดความขัดแย้งได้

2. บุคลิคภาพและลักษณะนิสัยพลเอกประยุทธ์จากการชี้หน้าผู้สื่อข่าว  ขว้างเปลือกกล้วยใส่ศีรษะผู้สื่อข่าว กล่าวถึงเหยื่อชาวต่างชาติที่ถูกข่มขืนเสียชีวิตว่าเป็นเพราะการแต่งตัวของเหยื่อ การออกกฎการแต่งกายของสตรีในเทศกาลสงกรานต์ จะเห็นได้ว่าพลเอกประยุทธ์เป็นคนก้าวร้าว เหยียดเพศ ดูถูกสตรี มีความเป็นเผด็จการสูงไม่รับฟังความเห็นคนคิดต่าง ดูถูกคนคิดต่าง และเป็นผู้ที่ระงับอารมณ์ตนเองไม่ได้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นผู้นำประเทศ

3. พลเอกประยุทธ์กล้าตัดสินใจในเรื่องที่คนอื่นไม่กล้าทำเพราะมีกฏหมายนิรโทษกรรมตัวเองทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ซึ่งคนที่มีจริยธรรมและมีความละอายจะไม่กล้าเขียนกฏหมายเช่นนี้ไว้ปกป้องการกระทำของตนเอง อีกทั้งบางการตัดสินใจนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศเช่น กรณีเหมืองทอง ที่ประเทศไทยถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอยู่ในชั้นศาล

4. ผลงานตลอด 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำดัชนีขี้วัดประเทศร่วงลงทุกด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความโปร่งใสทางกระบวนการยุติธรรม ความเป็นประชาธิปไตย คุณภาพการศึกษา คุณภาพอากาศของประเทศ ตามที่ตนเคยให้ข่าวมาแล้ว

5. พลเอกประยุทธ์ตัองการสืบทอดและเสพติดอำนาจ ทั้งที่การบริหารประเทศที่ผ่านมาทำให้ประชาชนฐานรากทั้งประเทศลำบากยากแค้นแสนสาหัส ถ้าพลเอกประยุทธ์เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติจริง ซึ่ง “ชาติ” คือ “ประชาชน” เมื่อบริหารประเทศมา 4 ปี ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงชีพ เห็นจากสถิติปริมาณคนจนที่มีรายได้ 2,920 บาท/คน/เดือนที่พุ่งพรวดกว่า 20 % ในปี 2558 - 2559 มีคนจนเพิ่มขึ้น 963,000 คน (เกือบ 1 ล้านคน) ช่วงเวลา 30 ปี ภาวการณ์ที่ความยากจนเพิ่มขึ้น เกิดขึ้น 3 ครั้ง ครั้งแรกในปี 2541-2543 ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง จำนวนคนจนเพิ่มขึ้น 5.5 ล้านคน ครั้งที่สองในปี 2551 ในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จำนวนคนจนเพิ่มขึ้น 398,000 คน และครั้งที่สามก็คือวิกฤตการบริหารงานของคสช. ครั้งนี้ คนจนเพิ่มขึ้น 963,000 คน ถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยบริหารงานผิดพลาดจนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขนาดนี้โดนตรวจสอบไปเป็นฝ่ายค้านแล้ว แต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จำกัดเสรีภาพสื่อมวลชนและประชาชนทำให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ความยากลำบาก แต่ไม่รู้สาเหตุ ถ้าพลเอกประยุทธ์ต้องพิจารณาว่าการที่แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่สำเร็จควรจะวางมือให้โอกาสผู้อื่น ไม่ใช่สร้างกฏกติกาในรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบคู่แข่งอื่นเพื่อสืบทอดอำนาจโดยผ่านการเลือกตั้งเช่นนี้

6. พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนพึ่งพาไม่ได้ ไม่มีวิสัยทัศน์คิดแก้ไขปัญหา ไม่รับฟังปัญหาจากประชาชน อย่างกรณีที่พลเอกประยุทธ์ไปเดินตลาดเพื่อหาเสียง ถ้ามีพ่อค้าแม่ค้าบอกว่า “ขายของไม่ได้” พลเอกประยุทธ์จะโต้กลับทันทีว่า “เป็นเรื่องของผมเหรอ” เป็นคำตอบที่ปัดปัญหาให้พ้นตัว แล้วก็บอกให้ไปขายออนไลน์ไป กระทั่งแม่ค้าข้าวแกงก็ได้รับคำตอบเช่นนี้ ซึ่งเป็นคำตอบที่แสดงว่าพลเอกประยุทธ์ไม่เข้าใจการตลาดดิจิตอล และการตลาดพื้นฐานเรื่องกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดเลย การไม่มีความสามารถในการหารายได้ทำให้บริหารงานผิดพลาดจนเกิดวิกฤตเศรษกิจ คสช.

7. พลเอกประยุทธ์เป็นผู้ที่คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องดังเห็นได้จากยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ทำไว้เพื่อกีดกันรัฐบาลใดๆ ที่เข้ามาใหม่เพื่อให้ทำตามความต้องการของ คสช. และคณะ กรณีที่พลเอกประยุทธ์พลาดไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เป็นการขัดขวางการพัฒนาและปิดโอกาสคนรุ่นใหม่แบบพวกตน และกลุ่ม First voters อย่างกลุ่ม. #ฟ้ารักพ่อ เพราะโลกดิจิตอลเปลี่ยนแปลงทุกวินาที แล้วกลุ่มตนคือประชาชนที่ต้องเป็นส่วนหนึงที่จะต้องปรับตัวเป็นพลเมืองดิจิตอล ตนและคนรุ่นใหม่ขอเลือกกำหนดแนวทางในการพัฒนาประเทศเอง เพราะผู้ที่กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีบางคนอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึง 20 ปี ตนขอร้องอย่าสร้างบาปให้ลูกหลานไทย ด้วยการถ่วงรั้งความเจริญเพื่อเห็นแก่ความต้องการอยู่ในอำนาจของตนเอง

8. การที่พลเอกประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศได้สร้างค่านิยมเผด็จการปลูกฝังให้สังคมไทย คือ ไม่สามารถฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้ ทำให้ก้าวร้าวและระงับอารมณ์ไม่ได้เมื่อได้ยินคำถามที่แสดงความคิดเห็นแตกต่าง ค่านิยมในการไม่รักษาคำพูด อย่างเช่นการรับปากว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งที่เลื่อนมาถึง 5 ครั้ง รวมทั้งการประดิษฐ์วาทะกรรมว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” ซึ่งใช้เวลามาเกือบ 5 ปียังไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง ค่านิยมเห็นแก่ตน และ ค่านิยมไม่มีน้ำใจนักกีฬา ที่ต้องสร้างกฏกติกาที่เอาเปรียบเพื่อสืบทอดอำนาจเสร็จก่อนจึงจัดให้มีการเลือกตั้งแบบไม่เต็มใจนัก ค่านิยมยกตนข่มท่านจากการที่พลเอกประยุทธ์พูดเสมอว่า “มีรัฐบาลไหนทำงานเยอะเท่านี้ไหม” และค่านิยมปฏิเสธความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ คือการเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ฝ่ายตรงข้าม ถ้าเกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้นมาจะได้ยินพลเอกประยุทธ์พูดเสมอว่าเป็นความผิดรัฐบาลเก่า
+++++++++

'ผู้นำเฉพาะกาล'เตือนกองทัพเวเนฯ กำลัง'ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ'

'ผู้นำเฉพาะกาล'เตือนกองทัพเวเนฯ กำลัง'ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ'

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.10 น.
 

11 ก.พ.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านที่ประกาศตัวเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา โดยได้รับการรับรองจาก 50 ประเทศ ได้ออกมากล่าวเตือนกองทัพว่า การปิดกั้นเส้นทางลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากสหรัฐไม่ให้เข้าประเทศ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เนื่องจากจะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต่อผู้ที่ต้องการอาหารและยา 

โดยไกวโดยังได้ย้ำกำหนดการชุมนุมขับไล่รัฐบาลครั้งต่อไปในวันที่ 12 ก.พ. นี้ ซึ่งกวยโดกล่าวว่าจะใช้โอกาสนี้รำลึกให้กับผู้เสียชีวิตประมาณ 40 คน จากเหตุรุนแรงซึ่งเกิดขึ้น และกล่าวว่าจะหาทางให้คาราวานรถบรรทุกสิ่งของจากสหรัฐข้ามสะพานจากเมืองกูกูตา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโคลอมเบียให้ได้

กองทัพเวเนซุเอลาได้ปิดกั้นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ ทำให้สิ่งของช่วยเหลือตกค้างเป็นเวลา 3 วันแล้ว ทำให้แพทย์หลายสิบคนได้เรียกร้องให้ทหารยอมให้ยาและอาหารขนส่งเข้าประเทศ

ทั้งนี้ กองทัพเวเนซุเอลาถือเป็นตัวแปรสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งกองทัพยังคงสนับสนุนประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร กระนั้นไกวโดยังยืนยันข้อเสนอนิรโทษกรรมให่แก่ทหารทุกนายที่แปรพักตร์จากการสนับสนุนนายมาดูโร

เรือโหด! ยิงถล่มสิงห์หมดสภาพ 6-0 ทวงจ่าฝูงคืน

เรือโหด! ยิงถล่มสิงห์หมดสภาพ 6-0 ทวงจ่าฝูงคืน

วันจันทร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 08.23 น.
 

................................................

11 กุมภาพันธ์ 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน