*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5192
  • จำนวนผู้ชม : 3256058
  • จำนวนผู้โหวต : 1709
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1709 คน
<< กุมภาพันธ์ 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 2544 , 10:57:05 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน wullopp , อดุลย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

13 กุมภาพันธ์ 2562

         อันที่จริงแล้ว ประเด็นฟ้าหญิงอุบลรัตน์นั้น ยิ่งจบเร็วเท่าไรก็จะเป็นการดียิ่งขึ้นเท่านั้น เพราะหากต่อความยาวสาวความยืดต่อ

ไปก็อาจจะเกิดสถานการณ์ไม่ดีตามมาก็ได้ เพราะอ่อนไหวหรือเสี่ยงต่อการถูกนำไปขยายต่อให้กว้างขึ้นไปอีก

         หมอกอุ้มฝุ่นพิษก่ออันตรายต่อสุขภาพผู้คน ปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือ 7 จังหวัดวันนี้ แล้วพรุ่งนี้จะสูงขึ้นอีก ส่วนการเผาไร่เผา

นาก็ยังทำกันอยู่ โดยชาวไร่ชาวนาบางรายอ้างว่า ไม่รู้ว่ามีการห้าม

 

กทม.วันนี้! พบฝุ่นPM2.5เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานทุกพื้นที่ คาดพรุ่งนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอีก

กทม.วันนี้! พบฝุ่นPM2.5เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานทุกพื้นที่ คาดพรุ่งนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอีก

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 08.56 น.

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานทุกพื้นที่ สาเหตุจากลมใกล้ผิวพื้นสงบ ส่วนลมระดับสูง มีกำลังอ่อนลงจากเมื่อวานนี้ และมีความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ลงมาปกคลุม

การดำเนินงาน

- คพ. ร่วมกับ บก.จร. และ กทม. ตรวจสอบตรวจจับรถควันดำตามมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร บนถนนวิภาวดีรังสิต เขตดอนเมือง ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา ถนนนิมิตรใหม่ เขตคลองสามวา และถนนประเสริฐมนูกิจ เขตลาดพร้าว เรียกรถตรวจสอบควันดำ 238 คัน

- กรมชลประทาน ได้จัดส่งรถยนต์บรรทุกน้ำ ร่วมกับ กทม.ฉีดล้างทำความสะอาดฝุ่นละอองบนพื้นผิวถนนกำแพงเพชร 6 ถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี ถนนสุขาภิบาล 5

- กทม. กวาดล้างทำความสะอาดถนนรัชดาภิเษก ขาเข้ามาจากฝั่งประชานุกูล ช่วงโค้งซ้ายลงถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อลดฝุ่นละออง PM2.5

คาดการณ์สถานการณ์

จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ของ คพ. คาดว่าในวันพรุ่งนี้ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลง

โดยเช้านี้ เกินมาตรฐาน 2 จุด

- ริมถนนพหลโยธิน บางเขน วัดได้ 61   ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

- แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ วัดได้ 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ข้อมูลจาก กรมควบคุมพลพิษ

 
 
 
7จังหวัดภาคเหนือเผชิญฝุ่นพิษ หน่วยงานเร่งช่วยเหลือ-ขอปชช.งดเผา

7จังหวัดภาคเหนือเผชิญฝุ่นพิษ หน่วยงานเร่งช่วยเหลือ-ขอปชช.งดเผา

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.06 น.

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงาน 7 จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ริมทางหลวงอย่างเคร่งครัด ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและปัญหาหมอกควันปกคลุมพื้นที่

13 ก.พ.62 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.00 น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน คือ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ได้แก่ เชียงราย (ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลศรีภูมิ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) พะเยา (ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา) และตาก (ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด) โดยมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 60 – 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 74 – 123 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 124 – 203 โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีค่า PM2.5 อยู่ที่ 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 อยู่ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่า 203 และที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีค่า PM2.5 อยู่ที่ 91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 อยู่ที่ 123 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่า 203 ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ 

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 7 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลาและจัดระเบียบการเผา ประกาศเขตห้ามเผา ส่งเสริมการจัดทำแนวกันไฟ และรณรงค์การไถกลบแทนการเผา ส่วนพื้นที่ริมทางหลวงให้เฝ้าระวัง  การเผาในเขตริมทางหลวงอย่างเข้มข้น อีกทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมปฏิบัติการระงับไฟป่า พร้อมประชาสัมพันธ์ผลกระทบของหมอกควันต่อสุขภาพอนามัย และข้อมูลคุณภาพอากาศ รวมถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่ประชาชน ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน 

สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรม  ในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ส่วนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางอยู่ในระดับต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป

 
 
ทูลกระหม่อมฯโพสต์ไอจีดิฉันเสียใจที่ความตั้งใจช่วยทำงานให้ประเทศก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดในยุคสมัยนี้

ทูลกระหม่อมฯโพสต์ไอจีดิฉันเสียใจที่ความตั้งใจช่วยทำงานให้ประเทศก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดในยุคสมัยนี้

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.24 น.

13 ก.พ.62 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ Instagram @nichax ว่า 

“ดิฉันเสียใจที่ความตั้งใจอย่างจริงใจที่จะมาช่วยทำงานให้ประเทศและพวกเราคนไทยก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดในยุคสมัยนี้ #howcomeitsthewayitis” (มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร) 

นอกจากนี้มีผู้ใช้อินสตาแกรมแสดงความเห็นว่า เห็นด้วยคะงานด้านอื่นอีกมากมายที่สามารถช่วยประชาชนได้ ในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ 

ทูลกระหม่อมทรงตอบกลับว่า ไม่ต้องการอยู่ในฐานะนั้น เพราะลาออกตั้งนานแล้ว 

 

'แดง ศัลยา'ซัด'ธนาธร'มีอคติ-จิตใจคับแคบ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้!

'แดง ศัลยา'ซัด'ธนาธร'มีอคติ-จิตใจคับแคบ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้!

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 09.50 น.

13 ก.พ. 62 คุณแดง-ศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนชื่อดัง ได้แชร์ภาพที่มีคำพูดของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในตอนที่ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับหนึ่ง ในปี 2560 ถึงเรื่องของ "Land of smile"

โดยในคำสัมภาษณ์ของ "ธนาธร" ที่ถูกหยิบยกมาแชร์นั้นมีใจความว่า "เมืองไทยที่เป็น Land of smile... ผมมานั่งคิดว่าทำไมเราถึงยิ้ม ก็เพราะคนไทยไม่มีจุดยืนเรื่องอะไรเลย เมื่อโดนถามเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ตอบไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือยิ้ม คนไทยเป็นคนที่ไม่มีจุดยืน แม้แต่ในเรื่องที่สากลเขายอมรับกัน อย่างเช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน"

ซึ่ง คุณแดง ศัลยา ได้เขียนถึงการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "ลักษณะนิสัยประจำชาติ (National Characteristic)ไม่ใช่เรื่องพูดได้เล่นๆตามใจคิด ต้องผ่านกระบวนการเก็บข้อมูลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “การวิจัย” เพราะฉะนั้นจึงไม่ง่ายด้วยเหตุว่ามีตัวแปรมากมายที่ต้องควบคุมให้นิ่งจึงจะสรุปผลได้

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สรุปนิสัยประจำชาติของคนไทยได้อย่างอัศจรรย์ยิ่ง คุณทำให้”ยิ้ม”ของคนไทยที่เป็นสัญลักษณ์ของไมตรีจิตรมิตรภาพที่ยอมรับทั่วโลก กลายเป็นความโง่เขลาและเบาปัญญา คุณกล้ามาก เราสงสารคนไทยจัง คุณหมายถึงคนไทยไหนบ้างเนี่ย เราคนไทยนะก็คงเป็นหนึ่งในนั้นแหละ

 เราชอบความคิดของตัวคุณ ชอบนโยบายพรรคคุณ

มันเจ๋งทุกข้อจริงๆ สำคัญที่สุดชอบความเท่าเทียมกันที่คุณจะทำให้มีในแผ่นดินที่ “คนรวยแม่งโคตรรวยกระจุกและคนจนก็โคตรจนกระจาย” เราจำได้ว่าม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชพูดไว้ว่า “เมืองไทยถ้าไม่มีคอร์รัปชั่น ถนนจะปูด้วยทองยังได้” ยังคิดว่าพรรคคุณอาจทำให้เป็นจริงได้ไม่มากก็น้อย

แต่ขอโทษ เราเทคุณแน่นอนแล้ว

คนที่มีอคติและจิตใจคับแคบแบบนี้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เห็นคนไทยยิ้มแย้มเพราะโง่ไร้ความคิด เอาสมองส่วนไหนคิดไม่ทราบ แค่นี้รู้เลยว่านโยบายพรรคคุณเขียนให้สวยๆไว้หลอกคนโง่(ในสายตาคุณ)เท่านั้นเอง"

 
ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก 6 แกนนำพันธมิตรฯ  พาม็อบยึดทำเนียบ เมื่อปี 51

ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก 6 แกนนำพันธมิตรฯ พาม็อบยึดทำเนียบ เมื่อปี 51

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 10.49 น.

ศาลฎีกาพิพากษายืนคุก  6 แกนนำพธม. คนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา พาม็อบบุกยึดทำเนียบ เมื่อปี 51 ศาลฎีกา ระบุลงโทษ เหมาะสม กับพฤติการณ์ความผิดแล้ว เตรียมส่งตัวเข้าเรือนจำ บ่ายนี้

13 ก.พ. 62 เวลา 09.30 น.ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)บุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 หมายเลขดำ อ.4925/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 70 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน หรือกลุ่มการเมืองสีเขียว และอดีตผู้ประสานงาน พธม. เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ 

กรณีเมือปี 51 พวกจำเลย และปชช.บุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 362, 365

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2551 ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งมีพวกจำเลยเป็นแกนนำได้จัดปราศรัยชักชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เพื่อกดดันให้นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไปที่ทำเนียบรัฐบาลและกระจายกำลังปิดล้อมสถานที่ราชการ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียง กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2551 เวลากลางวันจำเลยกับพวกก็ได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลโดยปิดล้อมทางเข้าออกทำเนียบทุกด้าน ใช้เครื่องมือทำลายกุญแจประตูทำเนียบ และทำลายแผงกั้นที่เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมดูแลความสงบในทำเนียบ 

กระทั่งวันที่ 3 ธ.ค. 2551 พวกจำเลยซึ่งไม่ได้รับอนุญาตได้ร่วมกันรื้อทำลายสิ่งกีดขวางแล้วปีนรั้วเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลรวมทั้งนำรถยนต์ 6 ล้อที่ติดเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ไปจอดหน้าตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลแล้วผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยและช่วงวันที่ 26 ส.ค. 2551 – 3 ธ.ค. 2551 ระหว่างที่พวกจำเลยจัดเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก เหยียบสนามหญ้าและต้นไม้ประดับจนตาย รวมทั้งทำให้ระบบสปริงเกอร์อัตโนมัติ ระบบไฟสนาม หน้าตึกไทยคู่ฟ้าหน้าตึกสันติไมตรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับความเสียหายรวม 5 ล้านบาท และเมื่อมีฝนตกทำให้น้ำฝนซึมเข้าขังในถุงดำที่ห่อหุ้มกล้องวงจรปิด ทำให้ระบบอิเล็กโทรนิกส์ของกล้องเสียหายรวม 10 ตัว มูลค่าเสียหายอีก 1,766,548 บาท

โดยจำเลยทั้ง 6 คนให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2558 เห็นว่า จำเลยทั้งหกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 การกระทำของจำเลยนั้นผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ จำคุกคนละ 3 ปี คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้าง  ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 2 ปี

จำเลยยื่นอุทธรณ์  ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา 

จำเลยยื่นฎีกา และได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกามาสู้คดี ยกเว้นนายสนธิซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำคดีกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535

โดยวันนี้ศาลได้เบิกตัว นายสนธิ จำเลยที่ 2 มาจากเรือนจำกลางคลองเปรม ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 5 คน อาทิ พล.ต.จำลอง, นายพิภพ, นายสมเกียรติ, นายสมศักดิ์ และนายสุริยะใส เดินทางมาศาล โดยมีผู้สนับสนุนและญาติเดินทางมาให้กำลังใจเต็มห้องพิจารณาคดี

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือโดยละเอียดรอบคอบแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งหกแล้ว ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตามที่จำเลยอ้าง และต่อสู้คดี  เพราะพฤติการณ์ของจำเลยและผู้ชุมนุมที่ปีนรั้วเข้าทำเนียบรัฐบาลที่ถูกปิดไว้ และอยู่อาศัยต่อเนื่อง เป็นเวลานาน ทำลายทรัพย์สินทางราชการจนได้รับความเสียหายเสียหาย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหกฐานร่วมกันบุกรุกทำให้เสียทรัพย์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งหกฟังไม่ขึ้น 

ส่วนที่จำเลยทั้งหกฎีกาขอให้ศาลฎีกาลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อการกระทำของจำเลยทั้งหกและพวก ได้บุกเข้าไปภายในทำเนียบซึ่งแม้เป็นสาธารณะสมบัติ แต่ก็เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์รวมหน่วยงานราชการหลายแห่ง อีกทั้งยังได้ทำลายทรัพย์สินหลายรายการ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งหกเป็นเวลา 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญานั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกพล.ต.จำลองกับพวกคนละ 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา นั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัว พล.ต.จำลอง, นายพิภพ, นายสมเกียรติ, นายสมศักดิ์ และนายสุริยะใส ซึ่งได้รับการประกันตัว ระหว่างฎีกาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นเวลา 8 เดือน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไปเช่นเดียวกับนายสนธิ

 

'บิ๊กป้อม'ปัดตอบปมข่าวลือรัฐประหาร-ยุบทษช.  ไม่ห่วงสถานการณ์ความไม่สงบ

'บิ๊กป้อม'ปัดตอบปมข่าวลือรัฐประหาร-ยุบทษช. ไม่ห่วงสถานการณ์ความไม่สงบ

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 10.56 น.

13 ก.พ. 62 เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2/2562 ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติยกระดับแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5-PM 10 เป็นวาระแห่งชาติ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) บอกไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาว่าเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในส่วนของทหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลและเฝ้าระวังอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์ความไม่สงบในช่วงนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องกำชับอะไร เพราะได้กำชับไปหมดแล้ว พร้อมกันนี้พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกระแสข่าวลือการทำรัฐประหาร และประเด็นการยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามประเด็นนี้ พล.อ.ประวิตร ทำหน้าตึงหันกลับเดินไปที่ลิฟต์ปเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยทันที

 

'พปชร.'ลุยหาเสียง'ราชวัตร-ศรีย่าน'  'พุทธิพงษ์'ยันไม่เคยมองปัญหา'ทษช.'เป็นความได้เปรียบ

'พปชร.'ลุยหาเสียง'ราชวัตร-ศรีย่าน' 'พุทธิพงษ์'ยันไม่เคยมองปัญหา'ทษช.'เป็นความได้เปรียบ

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 10.44 น.

"พปชร."ลุยหาเสียง "ราชวัตร-ศรีย่าน" พุทธิพงษ์ เผย ปชช.ตอบรับดี ฝากกำลังใจให้ "บิ๊กตู่" สะท้อนคนต้องการความสงบ ยัน ไม่เคยมอง ปม ปัญหา ทษช.เป็นความได้เปรียบ 

13 ก.พ. 62 เวลา 07.30 น.ที่ตลาดราชวัตร นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยน.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ-ดุสิต เบอร์ 4 พรรคพลังประชารัฐ หาเสียงย่านตลาดราชวัตร แนะนำตัวพร้อมเสนอนโยบายพัฒนาพื้นที่ต่อพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ ภายใต้สโลแกน #ธนิกานต์เข้าถึงพึ่งได้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนตลอดจนพ่อค้าแม่ค้า ให้การตอบรับเป็นอย่างดี 

จากนั้นผู้สมัคร ส.ส.และทีมงาน ขึ้นรถเมล์ร้อนสาย 14 จากตลาดราชวัตร มายังตลาดศรีย่าน เดินพบปะพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน และปิดท้ายด้วยการลงพื้นที่หาเสียงที่ชุมชนสีคาม 

นายพุทธิพงษ์  กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตลาดราชวัตรและตลาดศีย่าน ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี แม้พรรคเราจะเป็นพรรคใหม่ แต่ผู้สมัคร ส.ส.ก็ลงพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อจะอาสามารับใช้พี่น้องประชาชน  นอกจากนี้บางส่วนยังฝากกำลังใจถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นว่า คนอยากเห็นประเทศสงบ อย่างไรก็ตามในเวลาที่เหลือพรรคก็จะเร่งทำงานให้หนักขึ้น เดินตรอกซอกซอย เพื่อนำเสนอนโยบาย และแลกเปลี่ยนความเห็น กับประชาชน ซึ่งก็ได้สะท้อนมาหลายเรื่องทั้ง เศรษฐกิจและ สังคม ทั้งนี้ยอมรับในพื้นที่บางซื่อ-ดุสิต เป็นพื้นที่ฐานเสียงเดิมของสองพรรคใหญ่ แต่เชื่อว่าวันนี้คน กทม.ต้องการเปลี่ยนแปลง ก้าวไปข้างหน้า และก้าวข้ามความขัดแย้ง พรรคพลังประชารัฐจึงได้คัดสรร ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่พรรคตั้งใจเสนอเป็นทางเลือกให้คน กทม.รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

นายพุทธิพงษ์ ยืนยันว่า ไม่เคยมองการที่พรรคไทยรักษาชาติเกิดปัญหาเป็นความได้เป็นความได้เปรียบของพรรคพลังประชารัฐ เราไม่ซ้ำเติม หรือ โจมตีคู่แข่ง แต่ตั้งใจทำงานนในส่วนของเรา เพราะถึงเวลาแล้วจะต้องเลิกทำการเมืองแบบใส่ร้าย หรือ โทษกันไปมา ดังนั้นพรรคไหนเป็นอย่างไรถือเป็นเรื่องของแต่ละพรรค แต่พรรคพลังประชารัฐจะทำงานเต็มที่ และทำการเมืองแบบใหม่ อย่างที่ประชาชนอย่างเห็น

ขณะเดียวกัน เชื่อว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มีมติให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ จะไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกติกา และหากเรายึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม ยึดกติกา และให้ความอิสระกับองค์กรอิสระ  ผลจะออกมายังไงก็ต้องยอมรับ เพราะการกระทำเป็นเครื่องบอกเจตนา ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐเองก็ได้กำชับให้ผู้สมัคร ทำทุกอย่างในกรอบกติกา ดังนั้นหากใครทำผิดก็ต้องรับผิดชอบกันเอง 

ด้านน.ส.ธนิกานต์ ระบุว่า ส่วนตัวเป็นคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ จึงอยากอาสาเข้ามาพัฒนาหลายๆสิ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตามสโลแกนเข้าถึง พึ่งได้ ทั้งเรื่องของสตรี โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยต่อสตรี เป็นต้น

ขณะที่น.ส.วทันยา กล่าวว่า ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐในเขตกทม.ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเข้ามาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากเห็นการเมืองสาดสี ป้ายสี ทุกคนอยากทำงาน สานต่อสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นในประเทศ เราล้วนมีความตั้งใจ ดังนั้นถ้ามีโอกาสไปทำงานในสภาก็จะต่อยอดนโยบายต่างๆของพรรคให้ประสบความสำเร็จ

'บิ๊กแป๊ะ'สั่งเข้ม'วันแห่งความรัก' กวดขันพื้นที่ล่อแหลมและภัยคุกคามทางเพศ

'บิ๊กแป๊ะ'สั่งเข้ม'วันแห่งความรัก' กวดขันพื้นที่ล่อแหลมและภัยคุกคามทางเพศ

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.20 น.

13 ก.พ.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่าในที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562  เป็นวันวาเลนไทน์ มีประชาชนหนุ่มสาวหรือเด็กและเยาวชน นิยมออกมาเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ทั้งศูนย์การค้า สถานบริการ สถานบันเทิง แหล่งท่องเที่ยวเวลากลางคืน หรือสวนสาธารณะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้กำชับไปยังทุกกองบัญชาการ เพิ่มมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน   จัดให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบในการออกตรวจตรา  และเน้นย้ำให้ดำเนินการเชิงรุกในการเข้มงวดกวดขันต่อพื้นที่ล่อแหลมที่อาจเกิดอาชญากรรมและภัยคุกคามทางเพศ ได้แก่ สถานบริการ สถานบันเทิง โรงแรมม่านรูด สวนสาธารณะ แหล่งมั่วสุมหรือที่ชุมนุมของเด็กและเยาวชน ตลอดจนจัดชุดสายตรวจตั้งจุดตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยหากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด

พล.ต.อ.จักรทิพย์  กล่าวต่ออีกว่า  วันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก เป็นวันที่ประชาชนทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งมีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศ ในการแสดงออกทางความรัก หรือ ความปรารถนาดีต่อกัน จึงขอรณรงค์พี่น้องประชาชนที่แสดงออกทางความรักให้รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของไทย เพื่อดำรงไว้ซึ่งเจตนารมย์ของวันสำคัญนี้ที่งดงาม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจาก พ่อแม่ ผู้ปกครองตลอดจนครูอาจารย์ อบรมตักเตือนบุตรหลานให้ระมัดระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในการออกไปเที่ยวฉลองวันวาเลนไทน์ รวมถึงการให้เด็กและเยาวชนระมัดระวังป้องกันตนเองในเบื้องต้น อีกทั้งดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิดเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยง และตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมประเภทต่างๆ

พล.ต.อ.จักรทิพย์  กล่าวต่ออีกว่าในส่วนของสถานบันเทิง สถานบริการ และแหล่งท่องเที่ยว ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากพบพฤติการณ์หรือการกระทำผิดของผู้มาใช้บริการที่ผิดกฎหมายให้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ สำหรับประชาชนทั่วไป หากพบเห็นเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวง หรือประพฤติตนไม่เหมาะสม หรือพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายของสถานประกอบการ หรือพบเห็นอาชญากรรมต่างๆ สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลข่าวสาร ผ่านทางหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 , แอปพลิเคชั่น police I lert u  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

'วิษณุ'ยันคดียุบพรรครวดเร็วอยู่แล้ว โยนกกต.เฉลย'บิ๊กตู่'ทำอะไรได้บ้าง

'วิษณุ'ยันคดียุบพรรครวดเร็วอยู่แล้ว โยนกกต.เฉลย'บิ๊กตู่'ทำอะไรได้บ้าง

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.07 น.

13 ก.พ. 62 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังคงพยายามหาข้อกฎหมายในการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปช่วยหาเสียง ว่า ไม่รู้ว่าต้องให้ความชัดเจน หรืออะไรมากกว่านั้น เพราะทุกอย่างจบลงเมื่อได้เชิญตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาหารือตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค. และได้เรียนให้นายกฯทราบไปเรียบร้อยแล้ว หลักใหญ่ๆ มันจบหมดแล้ว หากมีอะไรสงสัยว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ ให้ถามทาง กกต.เอาเอง กกต.ยินดีตอบทุกพรรคไม่ว่าใครก็ตาม รวมถึงเรื่องดีเบต การสวมเสื้อ การขึ้นเวที ทุกอย่าง ปัญหาแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาจึงเตือนให้ระวัง โดยสรุปคือ ถ้าเป็นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองให้ทำของตัวเองไป แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ไม่ว่าใคร ตำแหน่งอะไร อยู่หรือไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ถ้าเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติตน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กกต.มีมติยุบพรรคการเมืองและส่งศาลรัฐธรรมนูญ พรรคดังกล่าวต้องหยุดหาเสียงก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในกฎหมายกำหนดให้ถามศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะบอกให้หยุดหรือไม่หยุดก็ได้ระหว่างรอคำวินิจฉัย เพราะแต่ละอย่างไม่รู้ว่าข้อหาเบาหรือหนักขนาดไหน ข้อหาในการยุบพรรคมีหลายเรื่อง เช่น ถ้าข้อหาที่ถูกร้องยุบพรรคเป็นความผิดที่ทำซ้ำๆ กันอยู่ทุกวัน ซึ่งระหว่างกระบวนการวินิจฉัยยุบพรรคยังไม่จบ จะให้ทำต่อคงไม่ได้

ต่อข้อถามว่า คดียุบพรรคศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาอย่างรวดเร็วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า โดยปกติคดีแบบนี้ศาลจะพิจารณาด้วยความรวดเร็วอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกระบวนการไต่สวนของ กกต. หลังพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ท้วงว่า กกต.ไม่ได้มีการไต่สวนพรรค ทษช.ก่อน ข้อเท็จจริงต้องเชิญพรรค ทษช.ชี้แจงก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร และไม่ทราบว่าในชั้น กกต.จำเป็นจะต้องฟังใครขนาดไหน เป็นกระบวนการของ กกต. แต่ถ้ามีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจริง ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปชี้แจงต่อศาล เพราะในชั้น กกต.เป็นเพียงการรวบรวมหลักฐานว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจะต้องยุบพรรค 

น้ำสมุนไพรไทย 'ขิงผสมกระเทียม' สินค้าโอทอปสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุในชุมชนสมุทรสาคร

น้ำสมุนไพรไทย 'ขิงผสมกระเทียม' สินค้าโอทอปสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุในชุมชนสมุทรสาคร

วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 11.21 น.

สมุนไพรไทยมีสรรพคุณมากมายหลายอย่าง จะนำมาประกอบอาหารในครัวเรือน หรือนำมาบำรุงร่างกายแก้โรคต่างๆ ก็สามารถทำได้มากมายอย่างที่เห็นกันทั่วไป แถมสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุในชุมชนที่อยู่ว่างๆ ให้มีรายได้เสริมอีกด้วย

อย่างเช่นเครื่องดื่ม "น้ำขิงผสมน้ำกระเทียม" ชนิดเข้มข้นสินค้าโอทอปขึ้นชื่อของชุมชนในหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ถนนพุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดสมุทรสาคร ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุที่อยู่ว่างๆ ในชุมชนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เช่นรายได้จากการแกะเปลือกกระเทียมโทน ค่าแรงตกกิโลกรัมละ 20 บาท โดยแต่ละคนสามารถแกะได้ประมาณ 30-50 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นเงิน 600-1,000 บาทต่อวัน 

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการปลอกเปลือกขิง ค่าแรงปลอกเปลือกขิงกิโลกรัมละ 15 บาท ขิงนี้จะปลอกง่ายกว่ากระเทียมโทน วันวันหนึ่งปลอกเปลือกขิงประมาณ 100 กิโลกรัม ตกวันละ 1,500 บาท และยังมีรายได้จากการล้างขัดลูกมะนาวถุงละ 100 บาท วันละ 10 ถุง ถุงละ 200 ลูก ประมาณ 1,000 บาท

 

 

นายฉัตรชัย เทศนิยม ประธานหมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ถนนพุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยที่มาของเครื่องดื่มน้ำขิงผสมน้ำกระเทียมชนิดเข้มข้นว่า  เป็นสูตรลับของแม่และพี่สะใภ้ที่เป็นชาวจีนอพยพมาอยู่ในประเทศไทยนานแล้ว จึงได้ขอสูตรมา แล้วเอามาผสมผสานรวมกันดัดแปลง แล้วนำมาลองทานดูปรากฏว่าเมื่อไปบริจาคเลือดผลเลือดออกมาดี เลือดนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ รู้สึกภูมิใจในตนเองที่ได้ช่วยเหลือคนป่วยที่ต้องการเลือด 

กรรมวิธีก็แถมทำง่ายไม่ยุ่งยาก คั้นกระเทียมเอาแต่น้ำล้วนล้วน ขิงแก่ต้องใช้ขิงแก่จัดคั้นเอาแต่น้ำเช่นกัน มะนาวแป้นก็คั้นกรองเอาแต่น้ำ ส่วนแอปเปิ้ลไซเดอร์หาซื้อตามห้างเอาที่ยี่ห้อดีดี สุดท้ายก็เอาน้ำผึ้งป่าเดือน 5 ต้องน้ำผึ้งแท้จริงจริงนะครับ แค่นี้ก็นำมาทานดูแลสุขภาพได้ แถมประหยัด

 


สรรพคุณมีมากมายหลายอย่างเช่น 
- มะนาวแป้น มีวิตามิน C ขับเสมหะ ฟอกและบำรุงโลหิต แก้โรคเหน็บชา
- ขิงแก่ ช่วยลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล ขับเหงื่อ ชะลอแก่ 
- กระเทียมโทน ป้องกันโรคหัวใจ ควบคุมไขมันในเส้นเลือด แก้หวัด 
- แอปเปิ้ลไซเดอร์ เพิ่มความแข็งแรงในเซลล์และหลอดเลือด ชะลอแก่ ลดคอเลสเตอรอล
- น้ำผึ้งป่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิว เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

 

 

นายฉัตรชัย เปิดเผยต่อว่า เครื่องดื่มน้ำขิง ผสมน้ำกระเทียม ผ่านการรับรองจาก อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ยื่นจดทะเบียนเป็นสินค้าโอทอป "ตราชายต้น" คนที่นำไปดื่มต่างเอ่ยปากว่าทานแล้วดี เห็นผลไว ความดันสูงก็ลดลง ปวดหัวไมเกรน ภูมิแพ้ ปวดเมื่อย ชาตามปลายมือปลายเท้าก็หาย ไขมันต่างต่างในร่างกายก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สามารถทานได้ทุกวัน วันละ 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหาร ไม่ผสมน้ำ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย ผลิตออกมาเป็นขวดขนาด 250 ml.กำลังดี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร 081-633-9739 หรือ ได้ที่ ทาง Line ID : @chai_ton2018
 

 
 
 
 
 
 
 
พาไปชมภาพสบายๆ

พาไปชมภาพสบายๆ

วันอังคาร ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 16.16 น.
 
สุรินทร์ วิถีชนบท “ความสุขของคนเลี้ยงควาย”  สบายๆสไตล์คนบ้านทุ่ง ที่หาดูได้ยากแล้ว
 
ชุมชนแห่งหนึ่งยังคงเลี้ยงควาย หรือ กระบือ ไว้หลายครอบครัว ที่นี่คือหมู่บ้านโคกสวาย หมู่ 15 ตำบลทัพทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์  ชาวบ้านแห่งนี้ยังเลี้ยงควายกันมาก ควายใช้ประโยชน์ได้ ไถนา เทียมเกวียนขนของ ขนสินค้า แล้วได้ปุ๋ยด้วย บางคนที่ไม่เลี้ยงเพราะคิดว่า เลี้ยงควายเสียเวลาทำมาหากินแล้วพื้นที่เลี้ยงก็แคบลงแทบจะไม่มีท้องทุ่งให้ควายออกหากินหญ้า แต่อีกกลุ่มที่เห็นความสำคัญยังมีอยู่ ถึงแม้ในปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไป เกษตรกรหันมาใช้เครื่องจักยานยนต์แทนควายเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
 
 
 
ปัจจุบันการเลี้ยงควายน้อยลง แต่วิธีการเลี้ยงเปลี่ยนไปบ้างบางคนก็เลี้ยงในคอกมีฟางเป็นอาหารหรือหญ้าที่ปลูกไว้เพื่อเลี้ยงสัตว์มีถัง มีอ่างใส่น้ำไว้ให้ควายดื่มกิน ง่ายหน่อย ส่วนบางคนก็ยังคงเลี้ยงแบบดั้งเดิมปล่อยออกทุ่งกว้าง ช่วงเช้าไม่เกิน  09.00 น. ชาวบ้านที่เลี้ยงก็จะปล่อยควายออกทุ่งกว้าง เพื่อให้ควายได้เล็มหญ้า พอได้เวลาเย็นใกล้ค่ำ เวลา 17.00 น.ก็จะต้อนควายฝูงใหญ่กลับบ้านกันเป็นแบบนี้ทุกวัน ควายกับคนไทยอยู่ด้วยกันมานานแต่วันนี้กำลังจะสูญพันธ์ ลูกหลานบางคนไม่รู้จัก แต่ที่นี่ ชุมชนโคกสวาย ตำบลทัพทัน อำเภอสังขะ  จังหวัดสุรินทร์ ยังคงเลี้ยงควายเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้เห็นได้เรียนรู้ตลอดไป
 
 
 
 
นางวันเพ็ญ หางสลัด อายุ 46 ปี ชาวบ้านโคกสวาย กล่าวว่า ตนและชาวบ้านโคกสวาย จะรวมกลุ่มกันเลี้ยงควายด้วยการต้อนให้ออกหากินหญ้าและปล่อยเล่นน้ำคลายร้อน ไปเรื่อยๆตลอดริมห้วยทัพทัน ห่อข้าวมากินร่วมกันช่วงเที่ยง วันนี้ตนห่อปลาจ่อม ไข่ต้ม กับข้าว ขนม ข้าวเปล่า และน้ำดื่ม มาด้วยใส่ถุงผ้าห่อสะพายมา  ในแต่ละวันจะเลี้ยงไปเรื่อยๆ ข้ามห้วย ข้ามหนองน้ำ ปล่อยให้ควายเล็มหญ้า กินหญ้า นั่งเฝ้าดูว่า ฝูงควายจะเดินไปทางอื่นมัย เลี้ยงรวมกันเป็นกลุ่มจะมีเพื่อนบ้านมากันเป็น 10 คน ตอนเที่ยงก็ห่อข้าวมากินร่วมกัน พอตกเย็นก็ช่วยกันต้อนเข้าคอก 
 
ปัจจุบันไม่ได้ใช้ควายไถนาเหมือนแต่ก่อน ชาวบ้านก็เลี้ยงเอาไว้เพื่อขาย ละเอาขี้ควายไว้ใส่ไร่ ใส่นา ขายช่วงนี้ควายราคามันถูก ก็ประมาณตัวละ 20,000 บาท หรือ 20,000 กว่าบาท อายุราว 2-3 ปี ถ้าควายตัวผู้ 1-2 ปีก็จะได้ขาย แต่ถ้าเป็นตัวเมียจะเก็บเอาไว้ทำพันธุ์  ตนหลังเสร็จหน้านาก็ไม่มีอะไรทำ ก็ได้ควานนี่แหละเป็นเพื่อน ไม่ได้ออกไปรับจ้างที่ไหนอีกแล้ว ให้ลูกให้หลานไปทำ ตนก็อยู่บ้านเลี้ยงควายพอได้แก้ขัดบ้าง เวลาจำเป็นก็ได้ควายนี่แหละ พอช่วยได้อยู่ในแต่ละปี ตอนนี้เลี้ยงอยู่ 11 ตัว ชาวบ้านแต่ละคนเลี้ยงไม่ต่ำกว่า 10 ตัว ชาวบ้านบางคนเลี้ยงควายกว่า 20 ตัวก็มี วิถีชนบท  ชีวิตมีความสุขมาก ม้อกลางวัน หาขุดหอย ขุดปู หาปลา มาประกอบอาหารทำกินกันอย่างมีความสุข สบายๆสไตล์คนบ้านทุ่ง
 
 
 
 
.........................................................
 
13 กุมภาพันธ์ 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 อดุลย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

อดุลย์
......................................
เราก็ได้แต่ถอนใจเฮือกๆกันไปนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 14/02/2019 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

อันที่จริงแล้ว ประเด็นฟ้าหญิงอุบลรัตน์นั้น ยิ่งจบเร็วเท่าไรก็จะเป็นการดียิ่งขึ้นเท่านั้น
เพราะหากต่อความยาวสาวความยืดต่อไปก็อาจจะเกิดสถานการณ์ไม่ดีตามมาก็ได้ เพราะอ่อนไหวหรือเสี่ยงต่อการถูกนำไปขยายต่อให้กว้างขึ้นไปอีก
--------------------------------
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับคุณยั้งคิด
และควรจะจบจาก "ทุกคนทุกฝ่าย"
ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน