*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5374
  • จำนวนผู้ชม : 3293565
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 269 , 18:48:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เมื่อติดตามผลโพลคะแนนเลือกตั้ง เราก็ต้องทำความเข้าใจกับตัวเลขที่สวิงไป - มา เช่น ยอดส.ส.เพื่อไทยได้มากสุด แต่

เมื่อจับรวมพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลด้วยกันแล้ว พปชร.จะได้คะแนนมากเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างเพื่อไทยมากทีเดียว เป็นต้น แต่ทั้งนี้

ความแม่นยำของโพลแต่ละสำนัก แต่ละแหล่งที่มา ก็จะแตกต่างกันไปเป็นแน่

         แคมเปญใหม่สุดเท่ของพรรคเพื่อไทยบอกว่า "เพื่อไทย"เปิดแคมเปญ"เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา" แต่ก็แค่เงินใน

กระเป๋า แล้วเงินเป็นกระสอบๆที่ '3 พี่น้อง' ตระกูลชินฯขนไปซุกต่างประเทศนั่นล่ะ จะเอาคืนหรือเปล่า ...

 

อารมณ์ดี

  ถ่ายทอดสด Liverpool VS เบิร์นลี่ส์

(คลิกที่สัญญาณหลัก / สัญญาณหลัก 2)

 

โพลล์เลือกตั้ง"ประยุทธ์"นำ-เพื่อไทยส.ส.มากสุด

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พลังประชารัฐ,เลือกตั้ง

"โพลล์เลือกตั้ง"สังศิต พิริยะรังสรรค์ พปชร.คะแนนรวมสูงสุด พท.ได้ส.ส.มากสุด"ประยุทธ์"คะแนนนิยมนำ"อภิสิทธิ์"พลิกชนะ"สุดารัตน์-อนุทิน"    

                  10 มีนาคม 2562  รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แถลงผลโพลล์ เรื่องคะแนนนิยมประชาชนที่มีต่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีและการเลือกตั้งส.ส.เขต 

               ทั้งนี้เมื่อวันที่  5 มีนาคม 2562 การศึกษาใช้ประชากร 16,000 คน ตามโครงสร้างประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จำแนกตามรายภาค เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ จำนวน 350 เขต ๆ ละ 400 คน ทั่วประเทศ จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ศกนี้ ที่ 51.52 ล้านคน ผู้วิจัยประมาณการจำนวนผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิอยู่ที่ 75 % หรือ ประมาณ 38.65 ล้านคน ด้วยความเชื่อมั่น 95 % ความคลาดเคลื่อน 5 % การสำรวจปรากฏผลดังต่อไปนี้คือ :

               1. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังได้รับคะแนนนิยมสูงสุดคือ 23.51 %  อันดับ 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 17.67 %  พลิกขึ้นนำคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้เป็นครั้งแรกที่ได้ 14.63% อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกุล พลิกกลับมาชนะธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจโดยอนุทินได้ 8.29 % และธนาธร ได้ 7.52 % สาเหตุที่คะแนนนิยมของ 5 อันดับแรกลดลงเหมือนกันหมด เพราะคะแนนนิยมของบุคคลอื่นๆ ที่เหลือรวมกันเพิ่มขึ้นมา

              2.  คะแนนรวมของพรรคที่คาดว่าจะได้มากที่สุดตามลำดับคือ 1) พลังประชารัฐ (พปชร.) 7.88 ล้านเสียง (คิดเป็น 20.38 % ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 38.65 ล้านคน) 2) ประชาธิปัตย์ (ปชป.) 6.64 ล้านเสียง (17.18 %) 3) เพื่อไทย (พท.) 5.87 ล้านเสียง (15.19%) 4) ภูมิใจไทย (ภท.) 3.38 ล้านเสียง (8.75%)    5) อนาคตใหม่ (อนค.) 2.92 ล้านเสียง (7.55 %) 6) เสรีรวมไทย (สร.) 2.57 ล้านเสียง (6.65 %) 7) รวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) 2.46 ล้านเสียง (6.35 %) 8 ) ชาติไทยพัฒนา (ชท.) 1.8 ล้านเสียง (4.77%) 9) เพื่อชาติ(พช.) 1. 49 ล้านเสียง (3.84 %) 10) ชาติพัฒนา (ชพ.) 1.34 ล้านเสียง (3.46 %) 11) ประชาชาติ (ปชช.) 1.20 ล้านเสียง (3.09 %)

            3.  จำนวน ส.ส. เขต ส.ส. บัญชีรายชื่อและจำนวน ส.ส. รวมของ 10 พรรค ตามลำดับและคะแนนดังนี้ คือ 1) พท. 128 ที่นั่ง 2) พปชร. 100 ที่นั่ง  3) ปชป. 86 ที่นั่ง 4) ภท. 38 ที่นั่ง  5) อนค. 29 ที่นั่ง  6) สร. 25 ที่นั่ง 7) รปช. 25 ที่นั่ง  8) ชท. 19 ที่นั่ง   9) พช. 15 ที่นั่ง 10) ชพ. 13 ที่นั่ง  11) ปชช. 12 ที่นั่ง และพรรคอื่น ๆ ที่เหลือรวมกันได้อีก 9 ที่นั่ง

               4. ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากการสำรวจโพลล์คราวนี้  เนื่องจากยังมีปัจจัยและสาเหตุต่าง ๆ เป็นตัวกำหนด กล่าวคือ

                1) จากคะแนนเสียงในเกือบทุกเขตเลือกตั้งยังมีโอกาสพลิกผันได้ เพราะเขตที่ชนะเลือกตั้งราว 75 % ชนะกันไม่เกิน 5 % ของคะแนนเสียง หรือชนะกันไม่เกิน 5,500 เสียง เขตที่ชนะกันเกิน 5 % ( เกิน 5,500 เสียง)  มีราว 25 % เท่านั้น ในเขตเหล่านี้เขตที่ชนะเกิน 10 % ขึ้นไป (เกิน 15,000 เสียง) มีประมาณ 10 % เท่านั้น เพราะฉะนั้นเขตการเลือกตั้งส่วนใหญ่ ประมาณ 260 เขตทั่งประเทศยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก

               2) จากการสำรวจพบว่า พปชร. ที่ได้คะแนนลำดับที่ 2 ของเขตต่าง ๆ ทั่วประเทศมี 200 เขต พท. มี 63 เขต และ ปชป. 44 เขต ผู้สมัครของ พปชร. มีโอกาสพลิกกลับมาเป็นอันดับ 1 ได้ เนื่องจากมีคะแนนที่ตามหลัง ผู้สมัคร พท. เป็นส่วนใหญ่ระหว่าง 1 – 3 % (คะแนนตั้งแต่หลักร้อยถึงไม่เกิน 3,500 คะแนน)

               3) คะแนนเสียงของ พท.ในเขตเลือกตั้งมีความเป็นไปได้ที่อาจลดความร้อนแรงลงก่อนเลือกตั้ง เนื่องจากหาก พท. ได้ ส.ส. เขตในระดับปัจจุบัน จะทำให้ ส.ส. บัญชีรายชื่อของ พท. ที่เป็นผู้บริหารพรรคไม่ได้รับการเลือกตั้งเลย  กรณีเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นกับ ปชป. เช่นเดียวกัน

               5. การเลือกตั้งครั้งนี้ที่ภาคอีสานจะเป็นการขับเคี่ยวระหว่าง พท. กับ พปชร. เป็นหลัก 4 พรรคที่จะได้ ส.ส. เขตที่อีสานมากตามลำดับ ในขณะนี้คือ พท. พปชร. ภท. และ ปชป.เช่นเดียวกับที่ภาคเหนือจะเป็นการต่อสู้ระหว่าง พท.กับ พปชร. พรรคที่สำรวจว่าน่าจะได้ที่นั่งมากที่สุดตามลำดับ คือ พท. พปชร. ปชป. และ ภท. ในขณะที่ พท. มีคะแนนนำ พปชร. +/- 5 ที่นั่ง
  

               ภาคกลาง พปชร. จะชนะเด็ดขาด เหนือ พท. ปชป. และ ภท. ที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ ปชป. จะได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่ ที่กรุงเทพฯ พปชร. กับ พท. จะแย่งลำดับที่ 2 ที่ยังห่างจาก ปชป. ค่อนข้างมาก ส่วนภาคใต้ ปชป. จะได้เสียงข้างมากเกือบเด็ดขาด พปชร. และ รปช. จะได้ที่นั่งส่วนหนึ่ง
   

               การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสสูงที่ อดีต ส.ส. อาวุโสในเขตภาคเหนือและภาคกลางจะสอบตกและอาจต้องประกาศเลิกเล่นการเมืองตลอดไป เนื่องจากมีนักการเมืองหนุ่มสาวที่เติบโตมาจากนักการเมืองท้องถิ่นลุกขึ้นมาท้าทายได้สำเร็จ

               6. ผู้วิจัยประเมินว่าผลการเลือกตั้ง ที่ พปชร.  น่าจะได้ในวันที่ 24 มีนาคม ศกนี้ จะอยู่ระหว่าง 110 – 130 เสียง ส่วนเพื่อไทยจะได้ราว 100 – 110 เสียง พปชร. จะจับมือกับพรรคพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสียงระหว่าง 285 – 310 เสียง ส่วน พท. กับเครือข่ายพันธมิตรจะมีเสียงราว 180 – 190 เสียง 

"เพื่อไทย"เปิดแคมเปญ"เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา"

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เพื่อไทย,สุดารัตน์,แคมเปญ,เลือกตั้ง,หาเสียง

"เพื่อไทย"เปิดแคมเปญสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง"เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา" ซัด 5 ปีใช้เงินเกินรายได้ของรัฐคนไทยรายได้ล ยากจนมากขึ้นหนี้สินท่วมหัว  

                     10 มีนาคม 2562  ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค ได้นำทีมที่มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรค 

                     พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พร้อมผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 22 เขต ร่วมแถลงนโยบายก่อนการเลือกตั้ง ภายใต้แคมเปญ “เอาลุง  คืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา” 

                     คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า   ตามตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย 1.หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านบาท 2.หนี้ธุรกิจ ยังเพิ่มจากการค้าขายที่ฝืดเคือง หนี้เสีย SME เพิ่มขึ้น 9.5 หมื่นล้านล้านบาท 3.หนี้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 2.44 ล้านล้านบาท จนอดีตรัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ที่ออกมาเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง ออกมายอมรับว่าเองว่า “คนจนจะอดตายอยู่แล้ว” ที่สำคัญคือเป็นความทุกข์ของประชาชนที่เกิดขึ้นนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์พยายามปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยสะท้อนความจริง

                     ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในสภาพลำบาก เศรษฐกิจแย่มากค้าขายลำบาก หนี้สินท่วมหัว ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้งบประมาณสูงถึง 11.43 ล้านล้านบาท และถ้ารวมงบประมาณปี 2562 ไปด้วย ก็จะสูงถึง 14.32 ล้านล้านบาท ซึ่งได้ใช้ไปแล้วเกือบ 1.35 ล้านล้านบาท หรือ 45.2 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นตัวเลขที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้งบประมาณไปแล้วรวม 12.78 ล้านล้านบาท

                     ฟ้องให้เห็นความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่รายได้คนไทยเพิ่มน้อยกว่า การเติบโตของเศรษฐกิจ จึงเป็นการเติบโตแต่หัว ทิ้งคนไทยส่วนใหญ่ให้ยากจน เกิดภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย” คนรวยรวยมากขึ้นแต่คนส่วนใหญ่ของประเทศกลับยากจนลง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถเพิ่มรายได้ให้คนไทยอย่างแท้จริงในช่วงเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา จึงเลือกใช้วิธีง่ายๆ เฉพาะหน้าคือการแจกเงิน ซึ่งก็มาแจกตรงกับช่วงหาเสียงพอดี

 

                     เกือบ 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้เงินเกินรายได้ของรัฐบาลไปกว่า 2.38 ล้านล้านบาท ส่งผลให้หนี้ประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท ใช้เงินไปมหาศาลทำไมคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ กลับรายได้ลดลง ยากจนมากขึ้นและมีหนี้สินท่วมหัว 

          เราต้องเร่งทวงคืนเงินในกระเป๋าให้คนไทย เราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ด้วยการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ใช้งบประมาณน้อย แต่ประชาชนได้ผลประโยชน์มาก เราจะไม่คิดอะไรง่าย ๆ สั้น ๆ ที่ก่อหนี้มหาศาลให้ประเทศ เราจะรดน้ำที่ราก ให้ลำต้นและใบเติบโตได้อย่างแข็งแรงยั่งยืน โดยการเติมทุนให้คนตัวเล็ก ไม่ใช่แค่แจกเงินเพื่อหวังผลระยะสั้น หรือขึ้นภาษีผลักภาระให้ประชาชน พรรคจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับความทุกข์ทางเศรษฐกิจโดยลำพังอีกต่อไป  เราจะแก้หนี้ด้วยรายได้ เราต้องรวมพลังคนไทยทั้งประเทศ ให้ “เมืองช่วยชนบท” และ “ชนบทช่วยเมือง” สร้างสมดุลทางเศรษฐกิจไม่ให้เหลื่อมล้ำอย่าง 4-5 ปีที่ผ่านมาด้วย “นโยบาย ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่”

                     สำหรับนโยบายดังกล่าวมีแนวทางปฏิบัติ ได้แก่ 1.ปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง SME รวมทั้งหนี้ของประชาชนตัวเล็ก ครูและนักศึกษา, และพักหนี้เกษตรกร 3 ปี 2.เติมเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ อาทิ ปรับเงินเดือน ป.ตรี ขึ้นเพราะเงินเดือนพนักงานไม่ได้ขึ้นมากว่า 7 ปีแล้ว ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยขึ้นเป็นขั้นเป็นตอนและมีมาตรการที่ช่วยนายจ้างไม่ให้ได้รับผลกระทบ เพราะค่าแรงขณะนี้ต่ำกว่ารายจ่าย ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มทุกตัว ข้าว 12,000 บาท/เกวียน ยาง 60 บาท/กิโลกรัม อ้อย 1,000 บาท/ตัน 3.ลดภาษี อาทิ ลดภาษีน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ ลดภาษีเงินได้ของธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ให้สิทธิพิเศษนอก EEC กับ SME ออนไลน์และ Start Up เพิ่มรายได้ให้ประชาชนตัวเล็ก เพื่อเพิ่มกำลังซื้อของประเทศ ยกเศรษฐกิจทั้งฐาน เมื่อคนตัวเล็กมีกำลังซื้อ ร้านขายสินค้าก็คึกคักขายดี เจ้าของโรงงานก็ไม่เจ๊ง

                     “ประสบการณ์ 17 ปีตั้งแต่ไทยรักไทย เราสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีได้ทุกครั้ง ที่มาบริหารประเทศไม่ว่าเศรษฐกิจจะวิกฤตขนาดไหน หลังต้มยำกุ้งเราฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด วันนี้พรรคการเมืองหลายพรรคออกมาให้สัญญากับประชาชน ถือเป็นโอกาสดีของประชาชนที่จะตัดสินว่า ใครไม่เคยทำได้ตามสัญญา ใครดีแต่พูด ใครให้คำสัญญาที่ทำได้จริง 24 มีนาคม พี่น้องคนไทยจะได้มีโอกาสตัดสินใจเลือกอนาคตของตัวเอง ว่าจะอยู่กับลุงต่อไปอีก 4 ปี หรือจะเอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋ากลับคืนมา และหากให้ พท.เข้ามาทำงาน เราจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ใน 6 เดือน โดยราคาสินค้าเกษตรต้องปรับขึ้น เงินเดือนพนักงานต้องเพิ่มขึ้น” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว


                     นายชัชชาติ กล่าวว่า เศรษฐกิจต้องดูในภาพรวมโดยเฉพาะการส่งออก และการท่องเที่ยว เสริมความมั่นใจ กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ และการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาล นอกจากนี้ เอสเอ็มอี เราต้องให้ทั้งทุน และปัญญาแก่ผู้ประกอบการ รวมถึงกฎระเบียบ หรือกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการก็ต้องมีการปรับแก้

                     นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้เป็นครั้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เชื่อว่าประชาชนมีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจแล้ว โดยจะพิจารณาจาก 4-5 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของประชาชนดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ชี้ว่า ชีวิตของประชาชนแย่ลง วันนี้ประชาชนจึงต้องเลือก 2 ทาง คือจะอยู่แบบเดิม หรือเปลี่ยนแปลงเพื่อหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ ซึ่งมีทางเดียวคือ การที่ประเทศมีประชาธิปไตยที่แท้จริง เวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง ผลงานที่ผ่านมายืนยันว่าสิ่งที่พรรคพูดนั้น ทำได้มากกว่า ภายใน 6 เดือนเราจะยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประประชาชน มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนใครที่ยังพูดกั๊ก รอจังหวะไปยืนข้างฝ่ายชนะนั้น ตนมองว่าไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะทางออกของประเทศต้องกล้าประกาศให้ชัดว่าจะอยู่กับฝ่ายไหน ให้ประชาชนได้เลือก

 

                     นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรค แสดงให้เห็นมาตลอดว่าเรามุ่งมั่น และดูแลสินค้าเกษตรได้ดีทุกตัว รวมถึงการปรับค่าแรงขั้นต่ำให้ดีขึ้นได้   ทีมเศรษฐกิจ มั่นใจว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ วันนี้ลงพื้นที่ประชาชนไม่ค่อยมาถามแล้วว่าเราจะให้ราคาพืชผลทางการเกษตรเท่าไหร่ เพราะเขาเห็นผลงานที่เรามาตลอด ไม่ต้องสื่อสาร มองตาก็รู้ใจแล้ว

                     ต่อข้อถามที่ว่า นโยบายข้าวที่หลายพรรคพยายามพูดถึงตัวเลข จะให้ชาวนาเท่านั้นเท่านี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราไม่แข่งเรื่องตัวเลข การแข่งด้วยราคา หลายคนอาจมอง รอบนี้พรรคเพื่อไทยมาแปลก ทำไมไม่แข่งตัวเลข แต่วันนี้คนอื่นมาเล่นในเกมที่เราเล่นในอดีต เหตุที่พรรคเคยเสนอเรื่องตัวเลขไปเมื่อก่อนเพราะว่าเมื่อก่อนไม่มีใครคิด ไปมองเกษตรกร มองเงินเดือน ค่าแรงอย่างเป็นระบบ เมื่อมองรากฐานแล้วไปได้ ปัญหาประเทศวันนี้หนักกว่า 7 ปีที่แล้ว เราต้องมาปรับโครงสร้าง ต้องทั้งซ่อมและสร้างไปพร้อมกัน เลยเกิดสิ่งที่เราเรียกว่า ชุดนโยบายในการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เช่น โครงสร้างนี้ รายได้โดยการเติมเงิน การจัดเก็บภาษี เพื่อมุ่งเป้าให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ มีเงินในกระเป๋า จึงต้องเติมเงินที่อยู่ในฐานพีระมิด ถ้าเราจะเป็นรัฐบาล เราจึงคิดแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรัฐบาลนี้

 

 

"ปืนใหญ่"ปะทะ"ผีแดง"บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก

กีฬา กีฬาต่างประเทศ  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อาร์เซนอล,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

อาร์เซนอล วาง อเลกซองด์ ลากาแซตต์ ลงเป็นกองหน้าตัวความหวังในการรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี โรเมลู ลูกากู นำทัพ ศึกพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์

     การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ที่น่าสนใจ วันนี้ (10 มี.ค.) อาร์เซนอล ทีมอันดับ 5 ของตาราง ที่มี 57 แต้มจาก 29 นัด จะเปิดสนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ของตาราง ที่มี 58 แต้มจาก 29 นัด เวลา : 23.00 น.

    ความพร้อมล่าสุดเริ่มที่เจ้าบ้านของกุนซือ อูไน เอเมรี ฟอร์มไม่ค่อยดีนัก หลังล่าสุดบุกพ่าน แรนส์ ในฟุตบอลยูโรปา ลีก 1-3 ขณะที่ในเกมลีกเจ๊า สเปอร์ส 1-1

    ส่วนเกมนี้จะขาด ลูกัส ตอร์เรยรา ที่ติดโทษแบน 3 เกม เช่นเดียวกับ เอคตอร์ เบเยริน, ร็อบ โฮลดิง และแดนนี เวลเบค ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด แต่ข่าวดีคือจะได้  อเลกซองด์ ลากาแซตต์ กองหน้าตัวความหวังคืนทีม มาประสานงานกับบรรดาตัวหลัก ทั้ง เฮนริค มคิทา, เมซุต โอซิล และปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง

    ด้านทีมเยือนของเทรนเนอร์ โอเล กุนนาร์ โซลชา กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด หลังเกมล่าสุดบุกถล่ม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-1 ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนในลีกเฉือน เซาแฮมป์ตัน 3-2

    แมตช์นี้จะยังไม่มี อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อเลกซิส ซานเชซ, เจสซี ลินการ์ด และฆวน มาต้า ที่ยังไม่ฟิต ทว่าจะได้ ปอล ปอกบา กองกลางคนสำคัญคืนทีมหลังติดโทษแบนในเกมยุโรป รวมถึง อันเดร์ เอร์เรรา, เนมานยา มาติช และ อองโตนี มาร์กซิยาล ที่หายจากอาการบาดเจ็บเรียบร้อย โดยมี โรเมลู ลูกากู, และมาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนเป็นหอกคู่เช่นเดิม

    ทั้งนี้ 5 เกมหลังสุดที่ทั้งคู่พบกันเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ดีกว่า หลังชนะ 3 เกม เสมอ 1 เกม และแพ้ 1 เกม

โปรแกรมการแข่งขันคู่อื่นๆ
19.00 น.
ลิเวอร์พูล พบ เบิร์นลีย์
21.05 น.
เชลซี พบ วูลฟ์แฮมป์ตัน

Home  TV online  ถ่ายทอดสด ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันนี้ 10 มี.ค. 62 โปรแกรม พรีเมียร์ลีก 2019

 ................................................

10 มีนาคม 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน