*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5314
  • จำนวนผู้ชม : 3280923
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มีนาคม 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 30 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 304 , 18:49:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

link @ : 8จังหวัดภาคเหนือคุณภาพอากาศแย่ ใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่นพิษนานหลายเดือน

สวัสดีครับ

         ท่วงทีราจาของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แสดงความวางอำนาจอย่างเต็มที ขนาดพูดกับนายกฯยังเหมือนจะสั่งการมากกว่า

ล่าสุดก็บอกว่านายกฯต้องไม่รับตำแหน่งด้วยนะ มองเห็นภาพนายกฯ 'ลุงตู่' ยืนท่าสำรวมค้อมหัวรับคำสั่งโดยดี 

Now: ฟูแล่ม vs แมนฯ ซิตี้(คลิกเลยครับ)

 SPORT1ฟูแล่ม vs แมนฯ ซิตี้

 

 

 

พระราชโองการฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ"ทักษิณ ชินวัตร"

Breaking news  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เรียกคืน,เครื่องราชย์ ทักษิณ

พระราชโองการฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ"ทักษิณ ชินวัตร"

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ เรื่อง เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์  โดยข้อความระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลอื่น

     เนื่องจากนายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาถึงที่สุดลงโทษจำคุก และยังมีข้อหาฐานอื่น ๆ อีกหลายคดี อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราขอาณาจักรซึ่งเป็นพฤติการณ์การกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

     จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นปฐมติเรกคุณาภรณ์ และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ ๑ ของนายทักษิณ ชินวัตร

"ตู่" จี้ "ประยุทธ์" ประกาศไม่รับตำแหน่งนายกฯ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จตุพร พรหมพันธุ์,นปช,ตู่,จตุพร,ประยุทธ์,งูเห่า,อารี ไกรนรา,เพื่อชาติ

"ปธ.นปช." จี้ "ประยุทธ์" ประกาศไม่รับตำแหน่งนายกฯ หลังเกิดกรณี "งูเห่า" แม้ไม่มีใบเสร็จ เผย "พท.-อนค." ถูกขย่มมากสุด วางเป้ารวมเสียงหนุน พปชร. เกิน 270 เสียง

               วันที่ 30 มีนาคม 2562 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะแคนนิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศไม่รับตำแหน่งนายกฯ หากเกิดกรณีและมีความพยายามซื้อตัว ว่าที่ ส.ส. ของพรรคการเมืองเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ด้วยเงินและตำแหน่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของฝ่ายตนเอง แม้ขณะนี้จะไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่มีข่าวยืนยันว่ามีกระบวนการซื้อตัวว่าที่ ส.ส.ของพรรคการเมืองอื่น เพื่อสนับสนุนการลงมติและการทำงานในรัฐสภา โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯ ​ทั้งนี้สิ่งที่ตนเรียกร้องดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดจุดเสื่อมของวิกฤตศรัทธา

               นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ตนได้ร่วมออกรายการกับนายไพบูลย์​ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เมื่อวันที่ 29 มีนาคม และทราบว่าเป้าหมายของการซื้อตัวว่าที่ ส.ส. ต้องทำให้ได้เสียงเกิน 270 เสียง ดังนั้นในภาวะที่การเมือง 2 ฝ่ายไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาด และมีตัวเลขเกือบเท่ากันที่ฝ่ายละ 240 - 250 เสียง จะทำให้ไม่สามารถเดินหน้าทางการเมืองได้ ดังนั้นฝ่ายสืบทอดอำนาจจำเป็นต้องหาเสียงเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 20 ที่นั่ง

               "พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงความเป็นคนดี ที่จะเข้ามาปกครองบ้านเมือง และต้องป้องกันคนไม่ดีไม่ให้เข้ามามีอำนาจ ดังนั้นคนดีต้องไม่ใช้วิธีซื้อตัวว่าที่ ส.ส.ของพรรคการเมือง ทั้งนี้ผมประเมินว่ากรณีที่ฝ่ายการเมืองใดได้เสียงไม่ชนะเด็ดขาดจะนำประเทศไปสู่จุดจบ หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังยอมรับกับปรากฎการณ์งูเห่า วันเริ่มต้นทางการเมืองหลังจากนี้อาจจะเป็นวันที่กลายเป็นจุดจบของท่าน" นายจตุพร กล่าว

               ทั้งนี้ ประธานนปช. ยังกล่าวเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ต้องรับผิดชอบต่อกรณีปัญหาในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงประกาศผลคะแนนเลือกตั้งด้วยการนำคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง กว่า 9 หมื่นหน่วย เปิดเผยต่อสาธารณะให้ชัดเจน ขณะเดียวกันอดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ต้องรับผิดชอบต่อการยกร่างระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมด้วยบัตรเลือกตั้งใบเดียว ที่สร้างปัญหาให้กับการเมือง และอาจนำไปสู่ทางตันรวมถึงวิกฤตการเมือง

               "ผมมั่นใจว่าการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม คือ การเลือกตั้งที่โสมม และเกินกว่าจะว่าการเลือกตั้งสกปรก เพราะผลที่ออกมา ทั้งความไม่ชัดเจนและความสับสนเรื่องตัวเลขจะกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและนำไปสู่วิกฤต รวมถึงทางตันทางการเมืองในที่สุด" นายจตุพร กล่าว

               ขณะที่ นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ในฐานะว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อชาติ กล่าวปฏิเสธถึงการถูกทาบทามและซื้อตัวเพื่อให้ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยยืนยันว่าไม่มีบุคคลใดของขั้วการเมืองอีกฝ่ายติดต่อเข้าหา และหากติดต่อมาจริงตนยืนยันว่าจะไม่ไปร่วมงาน เพราะตนมีอุดมกาณ์ชัดเจนต่อการร่วมต่อสู้กับภาคประชาชน

               "ผมไม่ไปเป็นงูเห่า หรืออะไรทั้งนั้น ต่อให้เสนอเงิน 50 ล้านบาท ก็ไม่สนใจ และยืนยันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น" นายอารี กล่าว

'สมศักดิ์' เย้ย ' พท. 'พยายามดิ้นเฮือกสุดท้าย

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมศักดิ์,เย้ย,เพื่อไทย

'สมศักดิ์' เย้ย ' พท.'พยายามดิ้นเฮือกสุดท้าย เชื่อหลายพรรครอร่วม'รัฐบาล พปชร.'

           เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการพยายามตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า ส่วนตัวคิดว่ากรณีของพรรคเพื่อไทยผู้ใหญ่ที่เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อและมองดูตัวเองแล้วว่าไม่มีโอกาสเข้าสภา หากไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วจะยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆแน่นอน

        "ถือเป็นเฮือกสุดท้ายที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องสู้อย่างเต็มที่ เพราะมองดูแล้วเสียงยังปริ่ม หากไม่ได้แสดงออกอะไรเต็มที่อาจจะไม่มีโอกาสได้แสดงอีก ถือเป็นการสู้เป็นเฮือกสุดท้ายแล้วหรือไม่ และการแสดงออกมานั้นหากไม่สมหวัง อาจชวนพี่น้องประชาชนออกมาโดยสร้างความขัดแย้งอีกหรือไม่ เพราะแต่ละคนที่ออกมาพูดในลักษณะเหมือนเรียกร้องในมุมของตัวเองเป็นหลัก และทำให้ประชาชนเป็นเดือดเป็นแค้น เป็นการจุดชนวนความขัดแย้ง และที่พวกเขาพยายามเรียกตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตรงนี้เหมือนพยายามแบ่งฝักแบ่งฝ่าย บีบคนที่ไม่สนับสนุนตนเองเป็นเผด็จการ ไม่ทราบว่าจะฟ้องร้องได้หรือไม่ นักกฎหมายของพรรคพปชร.กำลังสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่"

       ส่วนการบริหารงานของรัฐบาลในช่วงรับรองผลการเลือกตั้ง จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การบริหารงานของรัฐบาลในช่วงนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มีอำนาจเต็มไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ เป็นจุดแข็งหนึ่งที่ทำให้ช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่

         เมื่อถามถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ยังไม่ตัดสินใจว่าจะอยู่ฝ่ายไหนและมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่อาจไม่ทันใจประชาชน เรื่องตรงนี้เป็นเรื่องภายในของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถไปเร่งรีบอะไรได้ ส่วนการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น คิดว่าพรรคที่ไม่ได้ไปลงสัตยาบันกับพรรคเพื่อไทย เขาคงเอนเอียงมาทางพล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรคงต้องไปพูดคุยกันอีกที

บทสรุปเลือกตั้ง 62 "พลังลุงตู่" มีชัย "ธนาธร" กินบุญ "แม้ว

พรรคเพื่อไทย,ผลดารเลือกตั้ง,เลือกตั้ง 2562,เลือกตั้งสกปรก,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคอนาคตใหม่,คะแนนเสียง,สสเขต

สภาพโดยรวมของพรรคการเมือง 4 พรรคหัวแถว หลังการเลือกตั้ง 2562 ซึ่งระหว่างนี้คงต้องลุ้นการนับคะแนนของ กกต.ไปพลางๆ ก่อน 

          ******************

          เกมชิงเก้าอี้ ส.ส.จบไปแล้ว แต่สมรภูมิชิงอำนาจเพิ่งเริ่มต้น “พรรคเพื่อไทย” เปิดเกมรุกดึงพันธมิตร 5 พรรค ปักธง “หยุดการสืบทอดอำนาจ” ขณะที่ “พรรคพลังประชารัฐ” ยังมั่นใจว่าจะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แน่ แต่ขอรอดู กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เสียก่อน

          คาดหมายว่าศึกชิงทำเนียบจะเข้มข้นขึ้นในช่วงหลัง 9 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นเดดไลน์ที่กกต.จะต้องรับรองผล ส.ส.ทั้งสองระบบให้เรียบร้อย

พลังประชารัฐ” โตเร็ว

          ก่อนวันเลือกตั้งนักวิเคราะห์การเมืองทุกสำนักฟันธงตรงกันว่า “พรรคพลังประชารัฐ” จะมาอันดับ 2 แต่ผลการนับคะแนนดิบจากการแถลง กกต. พบว่า พลังประชารัฐได้ 8,433,137 คะแนน เป็นอันดับหนึ่งแบบเหลือเชื่อ และได้ ส.ส. 97 ที่นั่ง

          แม้จุดอ่อนของนายกฯ ประยุทธ์ จะถูกโจมตีเรื่องเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านไม่ได้ แต่แคมเปญ “ความสงบจบที่ลุงตู่” กลับตอบโจทย์คนไทย เพราะพวกเขาต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้า ไม่อยากเห็น “ม็อบเผาบ้านเผาเมือง” อีก

บทสรุปเลือกตั้ง 62

          จะว่าไปแล้ว 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประยุทธ์ ทำให้ประเทศชาติสงบ และการพัฒนาการทางเศรษฐกิจรุดหน้า

          อีกด้านหนึ่ง 8 ล้านเสียงสะท้อนมติมหาชนทุกเพศวัย ที่ออกจากบ้านมาเทคะแนนให้พรรคพลังประชารัฐ ด้วยหวังที่จะเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย

          ที่พลิกล็อกถล่มทลายก็คือผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ครองแชมป์เมืองหลวง พร้อมกันนั้นยังกวาดเก้าอี้ ส.ส.ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง เจาะภาคเหนือตอนบน รวมถึงภาคอีสาน และภาคใต้

          นอกเหนือจาก 97 เขต ส่วนอีก 253 เขตที่เหลือก็ได้คะแนนเฉลี่ย 10,000-20,000 คะแนน จึงทำให้คะแนนรวมของพลังประชารัฐได้อันดับหนึ่ง

เพื่อไทย” ขาลง

          แกนนำพรรคเพื่อไทยและคนแดนไกลต่างทราบดีว่า “กติกาเลือกตั้ง” แบบจัดสรรปันส่วนผสม ไม่เอื้อต่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์เหมือนที่ทำได้ในการเลือกตั้ง 2548 สมัยพรรคไทยรักไทย

          คนแดนไกลจึงวางกลยุทธ์ให้มี “พรรคพี่-พรรคน้อง” จึงเกิดพรรคไทยรักษาชาติ โดยวางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งให้เพื่อไทย ส่งผู้สมัครส.ส. 250 เขต และพรรคไทยรักษาชาติ ส่ง 175 เขต

          ผลพวงของ “8 กุมภาเอฟเฟกต์” ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคน้อง-ไทยรักษาชาติ  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ปลุกเอฟซีให้โหวตยุทธศาสตร์เลือกพรรคเดียว และเลือกให้ได้เขต 7-8 หมื่นคะแนน

บทสรุปเลือกตั้ง 62

          ผลการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้ 7,920,630 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ปี 2554 เพื่อไทยเคยได้ 15,744,190 คะแนน แสดงว่าคะแนนหายไปประมาณ ล้านเสียง 

          อย่างไรก็ดี พรรคทักษิณก็กินบุญเก่าที่คนอีสานและคนเหนือที่ยังฝังใจแบบรักแล้วรักเลย จึงได้ ส.ส.เขต 137 ที่นั่ง แต่กติกาเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมทำให้เพื่อไทยไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

บทสรุปเลือกตั้ง 62

          “ฮ่องกงเอฟเฟกต์” ก่อนเลือกตั้ง 2 วัน ตอกย้ำให้คนไทยใจรักชาติระดมพลไปช่วยลุงตู่ชนิดโหวตไม่ต้องคิด จนสร้างผลกระทบฐานเสียงของ ปชป.อย่างรุนแรง 

ลัทธิมาร์ค” พาปชป.พัง

          นับแต่พรรคประชาธิปัตย์เข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งไม่เคยพบความปราชัยย่อยยับเท่ากับครั้งนี้ จากการเลือกตั้ง 2554 ได้ปาร์ตี้ลิสต์ 11,433,501 คะแนน แต่ครั้งนี้ได้ 3,947,726 คะแนน หายไป 8 ล้านเสียง และได้ ส.ส.เขต 33 ที่นั่ง

          เลือกตั้ง 2522 และ 2535/1 พรรค ปชป.หวิดสูญพันธุ์ในสนามกรุงเทพฯ แต่ครั้งนี้ ปชป.สูญพันธุ์ในเมืองหลวง ภาคเหนือเหลือแค่ 1 ที่นั่ง ภาคอีสานได้ 2 ที่นั่ง ภาคกลางก็ร่วงเกินครึ่งของอดีตส.ส.ปี 2554 รวมถึงภาคใต้ถูกเจาะทั้งตอนล่างและตอนบน

          อดีตส.ส.หลายคนประเมินว่า การประกาศ “ไม่เอาประยุทธ์” ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก

บทสรุปเลือกตั้ง 62

          หากส่องเข้าไปดูคะแนนแต่ละเขต จะพบว่าคะแนนที่หายไปจากพรรคปชป. จะไปโผล่ที่พรรคพลังประชารัฐ เพราะผู้ที่เคยเลือก ปชป. จะมองว่า “ลุงตู่” เป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และหักโค่นระบอบทักษิณได้

          ต้องยอมรับว่าเลือกตั้ง 2550 และ 2554 พรรค ปชป.ออกแคมเปญ “ต้านระบอบทักษิณ” จนส่งผลให้กระแสพรรคดียิ่งในภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้

          โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2562 แกนนำ ปชป.ยุคมาร์ค ประเมินกระแสรักลุงตู่ต่ำไป เมื่อพรรคพลังประชารัฐเสนอคำขวัญทางยุทธวิธี “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” ผู้ที่เคยเทคะแนนให้ ปชป. ก็เปลี่ยนใจทันที

          หลังเลือกตั้งพรรค ปชป.จึงมีสภาพ “ศึกสองขั้ว” เหมือนที่ครั้งเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอีกหน

บุญแม้วหล่นทับ “อนาคตใหม่”

          ก่อน 24 มีนาคม นักวิเคราะห์การเมืองจะให้ความสำคัญของ “เฟิร์สโหวตเตอร์” หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกประมาณ 7 ล้านคน โดยคาดหมายผลการเลือกตั้งว่า พรรคอนาคตใหม่ จะได้รับคะแนนส่วนนี้

          เมื่อผลการนับคะแนนเสร็จสิ้นลง พรรคอนาคตใหม่ ได้ 6,265,950 คะแนน กลายเป็นพรรคอันดับสาม รองมาจากพรรคเพื่อไทย

          เบื้องต้น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับเพื่อนพ้อง ต้องการเปิด “พื้นที่ใหม่” นอกเหนือจากขบวนมวลชนเสื้อแดงที่ยึดโยงอยู่กับทักษิณ โดยหวังดึงคนรุ่นใหม่ๆ หรือคนกลางๆ มาสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่

          “8 กุมภาเอฟเฟกต์” ธนาธร ประกาศ “ไม่เอาทักษิณ” เพราะสิ่งที่คนแดนไกลเสนอนั้นขัดต่อหลักการประชาธิปไตย แต่หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคอนาคตเปลี่ยนท่าทีอีกครั้งเมื่อพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ

          ธนาธรได้พูดถึงการนำทักษิณกลับมาสู่กระบวนการยุติธรรมที่แท้จริง จึงไม่น่าแปลกที่พรรคอนาคตใหม่ชนะเลือกตั้งได้ทั้ง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อมากมาย

บทสรุปเลือกตั้ง 62

          ส่องลึกเข้าในคะแนนแต่ละเขต จะพบว่าพรรคอนาคตใหม่นั้นได้คะแนนมาจาก 2 ทางคือ กระแสธนาธรกับคะแนนจากพรรคไทยรักษาชาติ

          175 เขตที่ไม่มีพรรคไทยรักษาชาติ ได้ส่งให้ 30 เขตที่ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ของอนาคตใหม่ได้รับชัยชนะแบบไม่คาดฝัน

          ทั้งหมดนี้เป็นสภาพโดยรวมของพรรคการเมือง 4 พรรคหัวแถว หลังการเลือกตั้ง 2562 ซึ่งระหว่างนี้คงต้องลุ้นการนับคะแนนของ กกต.ไปพลางๆ ก่อน 

          กระแสปลด กกต.นับวันร้อนแรงยิ่งขึ้น โดยมีบางฝ่ายแอบสุมไฟให้ลุกโชน หวังจะให้เกิดสถานการณ์เหมือนในอดีต เหมือนที่ตั้งธงไว้แล้วว่า เลือกตั้งสกปรก

ร่วมกับขั้วไหน "ภท." มีคำตอบแล้ว

อนุทิน,อนุทิน ชาญวีรกูล,เนวิน,พรรคภูมิใจไทย,ตั้งรัฐบาล,เสี่ยหนู,พรรคตัวแปร

วันนี้เปิดหน้าเลยว่า อนุทินคือ "บุคคลที่เนื้อหอมที่สุดตอนนี้" ทั้งเชียร์ทั้งอวยกันแบบไม่กั๊ก

************

        หันมามองท่าทีของพลพรรค “ภูมิใจไทย” ก็ต้องบอกว่าไปทางเดียวกัน เมื่อหัวว่าไง ท้ายก็ว่าตาม ดังที่เขาบอกว่าพรรคนี้ “อนุทินคิด อนุทินตัดสินใจ”

          แม้แต่ในเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทย วันนี้เปิดหน้าเลยว่า อนุทินคือ บุคคลที่เนื้อหอมที่สุดตอนนี้” ทั้งเชียร์ทั้งอวยกันแบบไม่กั๊ก

          หลังจากที่ 6 (+1) พรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบันจัดตั้งรัฐบาล หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. รวมเสียงว่าที่ ส.ส.ได้มากกว่า 250 เสียง

          แต่ฝ่ายหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอย่างเสี่ยหนูที่ไม่ได้มาร่วมงานก็ออกมาแสดงความชัดเจนในแบบฉบับของภูมิใจไทยเช่นกันว่า “จะไม่แสดงความคิดเห็นจนกว่า กกต.จะประกาศผลอย่างเป็นทางการ" ซึ่งหมายถึงวันที่ พฤษภาคม 2562

ร่วมกับขั้วไหน

          ขณะที่ ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ก็กล่าวเช่นกันว่า กระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยอาจเสนอชื่อหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่รู้ไม่ทราบ

          แต่พรรคภูมิใจไทยยืนยันในจุดยืนเดิม คือจะรอการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่วนการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค

ร่วมกับขั้วไหน

ศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย

          มุมนี้หลายคนเชื่อว่านอกจากเพื่อใช้เวลาตัดสินใจยังเพื่อหาทางลงให้ดีที่สุดสำหรับคำพูดของหัวหน้าพรรค และแนวทางของพลพรรค ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ซึ่งสามารถตีความได้หลายทาง

          เช่นก่อนเลือกตั้ง วัน เสี่ยหนูพูดว่า “ภูมิใจไทยจะให้อันดับ ตั้งรัฐบาลก่อน” จากนั้นหลังเลือกตั้งเขาออกมาพูดว่า “พรรคภูมิใจไทยไม่เคยพูดว่าจะไม่เอานายกฯ ที่ไม่มาจาก ส.ส.” คือจะไม่สนับสนุนให้นายกฯ ที่มีเสียงข้างน้อยเป็นนายกฯ

          และการออกมาโต้ข่าวหนุนบิ๊กตู่ของหัวหน้าพรรคช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ไม่ได้แปลว่า “ไม่เอาบิ๊กตู่” แต่แปลว่า “ยังไม่ตัดสินใจ”

          ยิ่งเมื่อบวกกับที่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โพล่งออกมาหลังข่าวแมวดำวิ่งตัดหน้าว่า แมวกำลังจะจับหนูได้” คนเลยดึงมาตีความตอนนี้กันยกใหญ่

ร่วมกับขั้วไหน

          มากไปกว่านั้นถ้าหันไปดูความคิดเห็นของชาวโซเชียลที่ติดตามเพจของพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่แสดงจุดยืนไม่ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลกับบิ๊กตู่

          ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยเลยต้องทำตัวเงียบๆ รอหัวหน้าส่งสัญญาณและใช้เวลาตรงนี้เพื่อจัดการทุกเงื่อนไขเคลียร์ใจกับหลายคน

          บางทีอาจเป็นเรื่องเก้าอี้กระทรวงสำคัญ แห่ง ที่กำลังมีกระแสคำถามว่า “จริงหรือไม่?” อยู่ตอนนี้ก็ได้

เด่งได๋อ่ะ  "หนู เซราะกราว" ผู้บ่าวนินจา?

เสี่ยหนู,อนุทิน,อนุทิน ชาญวีรกูล,พรรคภูมิใจไทย,ตั้งรัฐบาล,ผลเลือกตั้ง,พรรคตัวแปร,นายกฯ ขั้วกลาง

ผลเลือกตั้งศึก 2 ขั้ว 2 พรรคใหญ่ ส่อเค้าจะเกิด "เดดล็อก" พรรคขนาดกลางเบ่งได้ 50 เสียง กลายเป็นตัวแปรสำคัญ "อนุทิน" อยากลั่นคำภาษาเขมร "เด่งได๋อ่ะ"

        ***********  

          นักวิเคราะห์บอก “ม้าทองคำ” มารับแล้ว อนุทิน ชาญวีรกุล” เมื่อตัวเลข 51 ที่นั่งของพรรคภูมิใจไทยที่ได้มา ทำให้เขาถูกจับตามองว่าจะเป็น ตัวแปร” ที่จะชี้ชะตาการเมืองไทยว่าขั้วไหนกันแน่ที่จะได้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ แต่หลายคนพูดตรงกันว่าคนอย่าง เสี่ยหนู” ระดับเขาต้องเก้าอี้นายกฯ เท่านั้น

          ถามว่าอนุทินไปทางไหน นาทีนี้แม้แต่เจ้าตัวอาจยังไม่เชื่อความคิดตัวเอง เขาถึงลั่นวาจาออกมาว่า “พรรคภูมิใจไทย จะไม่แสดงความเห็นทางการเมืองจนกว่า กกต.จะประกาศผลอย่างเป็นทางการ”

          แต่ที่แน่ๆ จุดแข็งที่อนุทินมีนั่นแหละอาจเป็นตัวตัดสิน

หนูขึ้นแท่น

          ถ้าดูจากตัวเลขซึ่งสองฝ่ายมีอยู่ตอนนี้ (ไม่นับรวม ส.ว. 250 เสียง) มันหมิ่นเหม่คาบเกี่ยวสูสี นั่นจึงแปลว่าถ้าเสี่ยหนูเลือกทางไหน ทางนั้นมีเฮ ได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

          แต่เอาเข้าจริงๆ เรื่องราวมันไม่ง่ายขนาดนั้น เวลาหลังจากนี้จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม จึงสำคัญอย่างยิ่งที่คนไทยจะต้องจับตามอง ต่อให้ไม่เห็นกับตา แต่เชื่อแน่ว่าการพูดคุยจะต้องเกิดขึ้นมุมใดมุมหนึ่งในประเทศนี้

          กระนั้นก็ดี สิ่งที่น่าจะสำคัญไม่แพ้กัน คือช่วงเวลาระหว่างนี้เองที่เสี่ยหนูจะได้แสดงตัวตนและฉายภาพของคนที่มีจุดแข็งเหนือกว่าแคนดิเดตนายกฯ ทั้งหลาย

เด่งได๋อ่ะ 

          ทางหนึ่ง การออกตัวว่าไม่พูดเยอะ และยังไม่เลือกใคร ก็นับว่าได้เครดิตความน่าเชื่อถือและคะแนนจิตพิสัยไประดับหนึ่งแล้ว

          แต่อีกทางหนึ่งยังหมายถึงการที่เสี่ยหนูจะไม่ทำร้ายใคร เพราะทุกคนล้วนเป็นเหมือนมิตรสหาย ที่ปีใหม่สงกรานต์ก็ส่งความปรารถนาดีกันได้ทุกเมื่อ

          ทั้งหมดมันคือเส้นทางสายปึ้กที่ไม่ใช่ใครจะเลียนแบบกันได้ง่ายๆ เหมือนกัน

เส้นทางสายปึ้ก

          หากมองย้อนกลับไปยังเส้นทางการเมือง โหวตเตอร์หน้าใหม่อาจไม่รู้ว่า เสี่ยหนูเติบโตมาจาก พรรคไทยรักไทย”

          แต่หากมองย้อนดีๆ จะพบว่าคนชื่อ “หนู” ไปได้ทุกที่ที่มีรู อย่างที่เขาเขียนหนังสือถึงตัวเองชื่อ มีรู...มีหนู” จริงๆ

          เพราะแค่เกิดมา เสี่ยหนูก็มีมรดกสายสัมพันธ์พรรคการเมืองหลากหลายผ่านทางบิดา ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” แล้ว เพราะนอกจากเป็นเจ้าสัวใหญ่บริษัทก่อสร้างยักษ์ รับงานเมกะโปรเจกท์ของภาครัฐมาท่วม ก็ยังเคยนั่งเก้าอี้ รมว.หลายกระทรวง และยังเป็นแบ็กอัพให้พรรคการเมืองหลายพรรคมานาน

เด่งได๋อ่ะ 

 

          แม้แต่เสี่ยหนูเองจากที่แน่นอยู่แล้วในภาคธุรกิจ พอเข้าสู่การเมืองก็รับตำแหน่งมาแล้วมากมาย เป็นทั้ง รมช.กระทรวงกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลไทยรักไทย (ปี 2547 และ 2548) และรมช.กระทรวงพาณิชย์ (ปี 2547)

          ต่อมาแม้รูจะถูกปิดไปหนึ่งเพราะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา ปี ติดบ้านเลขที่ 111 เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

          เขาก็ตามบิดาที่ไปอยู่พรรคภูมิใจไทยอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ 2551-2554 ชวรัตน์ก็ยังเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยในโควตาภูมิใจไทยอีกด้วย

          ที่สุดเมื่อเสี่ยหนูตามมา ตอนหลุดบ่วงตัดสิทธิ์การเมืองในปี 2555 เขาก็ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเลยในปีเดียวกัน

          เสี่ยหนูผ่านการเลือกตั้งทั้งปี 2557 ที่เป็นโมฆะ และมาครั้งนี้ในการเลือกตั้งปี 2562 เขากำลังขึ้นแท่นคนที่มีลุ้นจะนั่งนายกรัฐมนตรีไทย

          ทั้งหมดนี้นับดูว่าเสี่ยหนูมีสายสัมพันธ์กับการเมืองฝ่ายไหนบ้าง บอกเลยว่าครบ!

นายกฯ ขั้วกลางๆ?

          ไม่เพียงในบริบทของการออกลีลาทางเมือง แต่ในช่วงรอยต่อจนวันนี้ ย่างก้าวของคนชื่อหนูกับ “ฝ่ายทหาร” ก็ต้องบอกว่า ไม่เป็นปฏิปักษ์ใดๆ ซึ่งกันและกัน

          พูดง่ายๆ ว่า “คุยรู้เรื่องกับ คสช.” และตัวเขาเองยังเคยระบุในประเด็นนี้ว่า “การค้านในสิ่งที่คสช.ทำ มันสักแต่จะให้เกิดความยุ่งยาก ​มีเหตุให้โรดแม็พถูกขยายออกไป เพราะฉะนั้นทำดีต้องสนับสนุน ไม่สนับสนุนก็ไม่ได้ เพราะผ่านมา 2 ปีแล้ว อย่าให้ไปอีก 5 ปีเลย” (โพสต์ทูเดย์ 1 พ.ค.2559)

          ถ้าถามถึงสายสัมพันธ์กับฝ่ายสีเขียว บรรดา “บิ๊กป.” ทั้ง แห่งบูรพาพยัคฆ์ ก็รู้กันทั่วบางว่าปี 2552 “บิ๊กป้อม” เป็นผู้จัดการรัฐบาลอภิสิทธิ์ ร่วมกับเนวิน ชิดชอบ และสุเทพ เทือกสุบรรณ

เด่งได๋อ่ะ 

          หรือกับภาพติดตาช่วงที่ ‘บิ๊กตู่’ ควงทีมงานชุดใหญ่ลงพื้นที่ ‘เนวินซิตี้’ ทั้งเสี่ยหนูและลุงเนวินก็มาต้อนรับชื่นมื่น บิ๊กตู่โบกมือหยอยๆ ท่ามกลางชาวบุรีรัมย์เรือนหมื่น ในกระแส ‘พลังดูด’

          ก่อนนี้นักวิเคราะห์การเมืองเคยพูดว่าที่สุดแล้วเสี่ยหนูจะมาเป็นตัวแปรในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามระบบใหม่

          ขณะนั้นทุกครั้งที่โดนถามเชิงสมมุติว่าจะอยู่ข้างไหน-เป็นนอมินีใคร เสี่ยหนูก็ปฏิเสธมาตลอด ถึงขนาดเคยเอ่ยปากว่า ‘ขี่เสือว่ายาก ขี่หนูยากกว่า’

          มาตอนนี้เขายังคงฟอร์มเดิมที่เพิ่มเติมคือ “นี่เรื่องจริง” เสี่ยหนูจึงต้องระวังเป็นพิเศษ จนต้องมีเครียดๆ และมึนๆ กันบ้าง (ฮา)

          ดังนั้นกว่าจะถึง 9 พฤษภาคม ถ้าเสี่ยหนูไม่หนุนข้างใดข้างหนึ่งให้รู้แล้วรู้รอดไป พร้อมรับกระทรวงเกรดเอมาเป็นรางวัล แต่กลับอยากลองกลุ้นนายกฯ เองสักครั้ง

          ก็ถ้าบิวท์ดีๆ กับฝ่ายไม่เอาทหาร และฝ่ายไม่เอาค่ายแดง ว่านายกฯ ไทยคนต่อไปต้องประนีประนอม เชื่อมติดทุกฝ่าย” มีศักดิ์ศรีที่มาจากการเลือกตั้งแบบ แฟร์เกม” คนไทยทุกฝ่ายยอมรับได้โดยไม่ต้องออกมาเดินถนน

          อะไรๆ มันชี้ไปทางเสี่ยหนูหมดแบบนี้...ก็มีลุ้นเหมือนกัน!

 .................................................

30 มีนาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน