*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5248
  • จำนวนผู้ชม : 3267694
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 13 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 282 , 17:20:20 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นักการเมืองหน้าเดิมๆ(ที่น่าเบื่อ) โผล่กันออกมาสลอนทีเดียว ก่อนหน้านี้พวกหน้าใหม่ก็มากวาดที่นั่งส.ส.จนกลายเป็นพรรค

ขนาดใหญ่ แต่เมื่อแสดงตัวตนออกมาหลังจากลงคะแนนเลือกตั้งกันแล้ว คนไทยรุ่นที่ผ่านโลกมานานก็สยองขวัญกับแนวคิดเปลี่ยน

แปลงระบบการเมือง ตลอดจนฐานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของไทยอย่างสุดโต่งเลยเทียว

         เป็นอันว่า คนไทยทั้งประเทศยามนี้คงจะไม่แคล้วสถานการณ์ 'หนีเสือ ปะจรเข้' เสียแล้วกระมัง

 

 

จับตา "กลุ่ม 16" เดินเกมลึก "สมานฉันท์"อ้างปมเดดล็อกการเมือง

กลุ่ม 16,สุชาติ ตันเจริญ,พ่อมดดำ,พรรคพลังประชารัฐ,รัฐบาลแห่งชาติ,กลุ่มชากังราวกำแพงเพชร,ไพศาล พืชมงคล

ว่ากันว่า หากการเมืองถึงทางตันจริงๆ โปรดจับตานักการเมืองกลุ่มนี้ ที่มากไปด้วยคอนเนกชั่น จะกระโดดเข้ามาหาทางออกให้บ้านเมือง 

          การจุดพลุ “รัฐบาลแห่งชาติ” เกิดขึ้นเป็นระยะ นับแต่ กกต.ตกอยู่ในโซน “ตำบลกระสุนตก” เรื่องการจัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส แถมสูตรคำนวณ ส.ส.ยังไม่สรุป กกต.ตัดสินใจส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ 

        พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกมากที่สุด 137 ที่นั่ง รวมกับพรรคอนาคตใหม่จะได้รับเลือกมา 80 ที่นั่ง ก็ส่อแววถอดใจจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะสองแกนนำพรรคส้มหวาน กำลังผจญ “วิบากการเมือง” อาจถึงขั้นร่วงก่อนรุ่ง

        ด้านหนึ่ง พรรคพลังประชารัฐ และพรรคพันธมิตร ใช่ว่าจะได้เปรียบ เพราะจำนวนตัวเลข ส.ส. ยังปริ่มน้ำ แม้ยังหวังตัวเลขที่นั่ง ส.ส.พรรคเล็ก จากสูตรคำนวณ ส.ส.ฉบับคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 

        อย่างไรก็ตาม อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคประชารัฐ ยังยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐ มีความมั่นใจในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งต้องรอให้ กกต. แถลงรับรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

        สำหรับการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ “อุตตม” ย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐ ไม่เคยเสนอ และไม่มีแนวคิดทางเลือกนี้ เพราะพรรคเดินหน้าภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และยึดมั่นในกฎเกณฑ์การเลือกตั้ง

ส.สุชาติ” มาแล้ว

          งานวันเกิด “ปู่ชัย ชิดชอบ” อดีตประธานรัฐสภา ครบ 91 ปี ที่บ้านศิลาชัย บุรีรัมย์ เมืื่อ 4 เมษายน 2562 คลาคล่ำไปด้วยนักการเมืองสายภูมิใจไทย ต่างจากปีที่ผ่านมา ในวันฉลองปู่ชัยอายุ 90 ปี “สุชาติ ตันเจริญ” ประมุขบ้านริมน้ำ เดินทางมาพร้อมกับสรอรรถ กลิ่นประทุม

 

จับตา

สุชาติ ตันเจริญ

          นักข่าวทุกสำนัก ต่างโฟกัสการเข้ามาอวยพรปู่ชัยของ สุชาติ ตันเจริญ” แถมโฆษกพรรคภูมิใจไทย ยังโพสต์ภาพ 4 มังกรการเมืองคือ อนุทิน ชาญวีรกูล, เนวิน ชิดชอบ, สรอรรถ กลิ่นประทุม และสุชาติ ตันเจริญ ยืนกอดคอกันชักรูปหมู่

จับตา

http://www.komchadluek.net/news/scoop/319997

 

        สุดท้าย “พ่อมดดำ” ก็พาอดีต ส.ส.สายบ้านริมน้ำไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ แต่น้องชาย พิเชษฐ์ ตันเจริญ ยังอยู่พรรคภูมิใจไทย แถมส่งลูกชาย ณัชพล ตันเจริญ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 แต่สอบตก พ่ายเกมของตระกูลฉายแสง

        ส่วนที่เขต 3 อ.ท่าตะเกียบ และ อ.สนามชัยเขต รส มะลิผล อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา และพี่เขยของสุชาติ จู่ๆ ลาออกจากเพื่อไทยมาอยู่ภูมิใจไทย แข่งกับสุชาติอีกต่างหาก แต่รสก็พ่ายยับ ส่งผลให้ “พ่อมดดำ” กลับมาเป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา อีกสมัย

        การเล่นเกมเลือกทุกพรรครักทุกคนของประมุขบ้านริมน้ำ บางฝ่ายมองว่า พ่อมดดำกำลังเดินเกมประสานสิบทิศ เหมือนครั้งที่ “ไพศาล พืชมงคล” เคยโพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อต้นปีที่แล้ว

        “นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตแกนนำพรรคความหวังใหม่ พร้อมหวนคืนสู่สมรภูมิการเมืองอีกครั้ง ประกาศพร้อมประสานนักการเมืองเก่าใหม่และประชาชนผู้รักชาติทั่วประเทศ สนับสนุนความปรารถนาของประชาชนในการปฏิรูปประเทศ จะสนับสนุนคนที่เป็นความหวังของประชาชนที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดเป็นนายกรัฐมนตรี”

สมพงษ์” ผู้ก่อตั้งกลุ่ม 16

        เวลาพูดถึง “กลุ่ม 16” ก็ต้องนึกถึง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม และคลอสเตอร์เบียร์ เบียร์ท้องถิ่นของเยอรมนี ที่เข้ามาเปิดตลาดเบียร์พรีเมียมในเมืองไทย สมัยที่สมพงษ์ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยอมฤตบริวเวอรี่ เมื่อปี 2518

        สมพงษ์เล่นการเมืองครั้งแรก โดยการช่วยเหลือจาก “กำนันเป๊าะ” สมชาย คุณปลื้ม ได้เป็น ส.ส.ชลบุรี สมัยแรก และย้ายไปสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ภายใต้ร่มธงพรรครวมไทย ของพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ

 

จับตา

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์

 

        เลือกตั้ง 2535/1 พ่อเลี้ยงณรงค์ตั้งพรรคสามัคคีธรรม สมพงษ์ก็ตามไปด้วย และเลือกตั้ง 2535/2 สมพงษ์ย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา แต่กลายเป็น ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน

        16 พฤศจิกายน 2535 สมพงษ์รวบรวม ส.ส.จากพรรคชาติพัฒนา และพรรคชาติไทย จำนวน 21 คน มาก่อตั้งกลุ่ม 16

        นับแต่ปี 2544 สมพงษ์ เลือกที่จะอยู่ในพรรคของทักษิณ ชินวัตร จนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สมพงษ์ได้รับเลือกเป็น ส.ส.เขต 5 เชียงใหม่อีกหนึ่งสมัย

        จะกี่ปีผ่านไป สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะผู้ก่อการกลุ่ม 16 ก็ยังไปมาหาสู่กับแกนนำกลุ่มนี้อย่างสุชาติ ตันเจริญ และคนอื่นๆ

 

กลุ่ม 16 ในพลังประชารัฐ

        สมัยกลุ่ม 16 รุ่งเรือง วราเทพ รัตนากร” จัดอยู่ในกลุ่มคนหนุ่ม ประกอบด้วย เนวิน ชิดชอบ, ไพโรจน์ สุวรรณฉวี(เสียชีวิต), สนธยา คุณปลื้ม, สรอรรถ กลิ่นประทุม และเกษม รุ่งธนเกียรติ

        ดังที่รู้กัน “วราเทพ“ แกนนำกลุ่มชากังราว(กำแพงเพชร) ยกทีมมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ทำเอา ”นายใหญ่” โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพราะนึกไม่ถึงว่า วราเทพจะกล้าทิ้งพรรคเพื่อไทย

 

จับตา

วราเทพ รัตนากร

 

        ผลเลือกตั้ง ทีมวราเทพทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย ไผ่ ลิกค์, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, อนันต์ ผลอำนวย และปริญญา ฤกษ์หร่าย ชนะยกจังหวัด

        ชั่วโมงนี้ อดีตแกนนำกลุ่ม 16 จึงมาอยู่ในพรรคพลังประชารัฐเป็นส่วนใหญ่ นอกจากวราเทพ ก็ยังมี สนธยา คุณปลื้ม และสุชาติ ตันเจริญ 

 

ไทย-จีนคอนเนกชั่น

        นักเล่นโซเชียลบางคน แสดงความแปลกใจที่คณะผู้แทนกระทรวงวิเทศสัมพันธ์ พรรคคอมมิวนิสต์จีน เดินสายเข้าเยี่ยมหารือกับตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา

        จริงๆ แล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกมนี้คือ “สุชาติ ตันเจริญ” อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และประธานคณะกรรมการบริหารกิจการบ้านพี่เมืองน้อง โดยมี “ไพศาล พืชมงคล” อุปนายก และเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เป็นผู้รายงานความเคลื่อนไหวครั้งนี้

 

จับตา

http://www.komchadluek.net/news/scoop/368499

 

        “สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน” เป็นมรดกจากสงครามเย็น ครั้งหนึ่งรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือรัฐบาลจีนในการทำสงครามสั่งสอนเวียดนาม และสนับสนุนแบบลับๆ ต่อกองกำลังเขมรแดง ที่ทำการสู้รบกับทหารเวียดนามในกัมพูชา

        ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จึงเป็นนายกสมาคมคนแรก ตามมาด้วย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายกสมาคมคนที่ 2 และ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมคนที่ 3

        ส่วนนายกสมาคมคนที่ 4 พินิจ จารุสมบัติ และนายกสมาคมคนล่าสุด โภคิน พลกุล ต่างก็เป็นคนฉะเชิงเทรา รวมถึง สุชาติ ตันเจริญ อุปนายกสมาคม ชุดปัจจุบัน สองปีมานี้ สุชาติในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกิจการบ้านพี่เมืองน้อง ได้เดิินทางไปเยือนจีนบ่อยครั้ง

        อดีตนายกสมาคมไทย-จีน อย่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ยังเป็นตัวละครสำคัญในเวทีการเมือง พ.ศ.นี้ รวมทั้งโภคิน พลกุล และสุชาติ ตันเจริญ

        หากการเมืองถึงทางตันจริงๆ โปรดจับตานักการเมืองกลุ่มนี้ ที่มากไปด้วยคอนเนกชั่น จะกระโดดเข้ามาหาทางออกให้บ้านเมือง 

"ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ"991"คัน

ข่าวทั่วไป  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คสช,สงกรานต์,ยึดรถ,ดื่ม,แอลกอฮอล์

คสช.เผย 2 วัน"ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ"991 คัน ดำเนินคดีกว่า 3 หมื่นคน พร้อมดูแลประชาชน เล่นสงกรานต์ เตือนไม่เล่นน้ำนานท่ามกลางอากาศร้อน ระวังสุขภาพ

                  13 เมษายน 2562  พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. เปิดเผยว่า สองวันที่ผ่านมา โดยรวมประชาชนร่วมสืบสานงานประเพณีสงกรานต์ ทำบุญตักบาตร การละเล่นท้องถิ่น  ที่หลายภาคส่วนร่วมกันจัดขึ้นอย่างงดงามเรียบร้อย 

                  ทั้งนี้บางพื้นที่เริ่มกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันนี้ การจัดกิจกรรมเล่นน้ำตามถนนสายสำคัญในเมืองใหญ่ เริ่มคึกคักขึ้นทั่วประเทศ  คาดว่าจะมีประชาชนร่วมงานอย่างหนาแน่น  เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จะร่วมกับผู้จัดงาน ดูแลภาพรวมการจัดงานให้เรียบร้อย ทั้งเรื่อง การอำนวยความสะดวกผู้มาร่วมงาน การรักษาความปลอดภัย การสืบสานประเพณีอันดีงาม ป้องปรามมิจฉาชีพ เป็นต้น 

                  ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนสภาพอากาศวันที่ 13-16 เมษายน 2562 ที่อาจเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคกลางบางจังหวัดนั้น  ขอประชาชนระมัดระวังในการเดินทาง ท่องเที่ยวและ หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำเป็นเวลานานในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรืออยู่ในบริเวณงานที่มีผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ หากเกิดความเสียหายจากพายุฝนหรือมีอุบัติภัยเกิดขึ้น ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกพร้อมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมเข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนทันที

                  สำหรับมาตรการ "ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ"เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ ในวันที่ 12 เมษายน 2562 พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท ดังนี้

                  ​รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 22,184 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเก็บรักษารถจักรยานยนต์ไว้ 554 คัน ยึดใบขับขี่ 3,004 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 16,062 ครั้ง  เจ้าหน้าที่เก็บรักษารถยนต์ 235 คัน ยึดใบขับขี่ไว้ 2,084 คน

                  ​​โดยตลอด 2 วัน ที่ผ่านมา (11-12 เม.ย.62 ) เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 991คัน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 712 คัน และรถยนต์ 279 คัน) ยึดใบขับขี่ 5,229คน  ( รถจักรยานยนต์ 3,024คน และรถยนต์ 2,205 คน ) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 31,392 คน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 19,158 คน และรถยนต์ 12,234 คน )

"สมศักดิ์" วอนหยุดโจมตี-สร้างวาทะกรรมขัดแย้ง

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สมศักดิ์,พปชร,นักการเมือง,หยุดโจมตี,สร้างวาทะกรรม,ขัดแย้ง

"สมศักดิ์" อวยพรปีใหม่ไทยขอให้หลุดพ้นสิ่งยุ่งยาก วอนหยุดโจมตี-สร้างวาทะกรรมขัดแย้ง ทำประเทศให้สงบ นักการเมืองต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ปชช. แนะทุกฝ่ายเคารพกติกา

          วันที่ 13 เม.ย. 62 -นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการวิเคราะห์การเมืองช่วงหลังสงกรานต์ว่า เชื่อว่าสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้จะดี และน่าจะดีกว่าที่ผ่านๆมา เมื่อทุกอย่างเดินตามกรอบกติกา มีการจัดตั้งรัฐบาลประเทศจะดีขึ้นอย่างแน่นอน เวลานี้ประชาชนอาจเกิดความเบื่อหน่ายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะการเมืองที่ผ่านมาเป็นไปในลักษณะโจมตีกันไปมา มีแต่การพยายามสร้างวาทะกรรมและความขัดแย้ง ดังนั้นตนขอร้องคนที่พยายามเคลื่อนไหวใต้ดินหรือพยายามจุดชนวนความขัดแย้งขอให้หยุดและช่วยกันสร้างบรรยากาศให้ประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมามากพอแล้ว หากทำได้ประชาชนจะไม่เบื่อหน่าย ช่วยกันคนละไม้คนละมือ โดยเริ่มที่นักการเมืองก่อนเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน

          “ส่วนเรื่องความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลคงต้องรอการประกาศผลการรับรองส.ส.อย่างเป็นทางการของกกต.ในวันที่ 9 พ.ค.ก่อน ในช่วงนี้อาจจะมีใบเหลือง ใบแดง ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมบ้าง คงจะมีระยะเวลาหนึ่งที่เสริมเข้ามา ประชาชนจะเข้าใจว่าหากเขตไหนมีการกระทำผิดหรือเสี่ยงผิดกฎหมายอาจจะมีการเลือกตั้งซ่อม เพราะดูๆแล้วมีการร้องเรียนมากพอสมควร แต่คงไม่มีความรุนแรงอะไร และสุดท้ายเมื่อผลมาเช่นไร ก็ขอให้ทุกฝ่ายควรทำตามกติกาและกรอบกฎหมายที่วางเอาไว้” นายสมศักดิ์ กล่าว

          เมื่อถามถึงความชัดเจนของกกต.กับการคำนวณสูตรส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กกต.ได้ส่งเรื่องให้กับศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณอีกไม่นานจะได้ข้อยุติที่เป็นทางออกให้กับทุกฝ่ายความอึมครึมจะคลี่คลายไปได้ และจากที่ฟังจากผู้เชี่ยวชาญ ดูเหมือนว่าจะมีบรรทัดฐานในการคิดคำนวณชัดเจนแล้ว ซึ่งกกต.เองก็ใช้บรรทัดฐานในการอ้างอิง วันนี้ยังมีเวลาเกือบเดือนก่อนวันประกาศผลรับรองส.ส. คงหาเงื่อนปมและทางออกพบแล้วว่าจะวิธีไหนอย่างไร เพราะทุกฝ่ายวิเคราะห์ไว้หลายแบบ เชื่อว่าไปต่อได้ ไม่น่าเป็นห่วง

          นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เทศกาลสงกรานต์ ถือว่าเป็นวันปีใหม่ไทย ที่คนไทยยึดมั่นถือมั่นเป็นประเพณีปฏิบัติมาควบคู่กับวิถีชิวตของคนไทยมาอย่างยาวนาน คนที่มาทำงานกรุงเทพหรือต่างถิ่นจะกลับบ้านเพื่อไหวพ่อแม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนเอง ไปทำบุญไหว้พระ และก็เที่ยว สรวลเสเฮฮา แต่ต้องระวังเรื่องการดื่มและอุบัติเหตุ อย่าประมาท อย่าดื่มแล้วออกไปสถานที่ที่อันตราย หรือขับรถ ขอให้ทุกคนหลุดพ้นจากสิ่งๆต่างๆที่ยุ่งยาก ขอให้พบแต่ความสุขและสิ่งดีๆ ด้วยอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอให้ทุกท่านพบกับความสุขความเจริญทุกคน.

ถนนข้าวสารคึกคัก นักท่องเที่ยวสาดน้ำสนุกสนาน

Breaking news  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ถนนข้าวสาร,ไล่นักท่องเที่ยว,เล่นสาดน้ำสนุกสนาน

ถนนข้าวสารคึกคัก นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เล่นสาดน้ำคลายร้อนสนุกสนาน

          วันที่ 13 เม.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนข้าวสาร ว่า ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ในวันที่สองของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2562 ซึ่งในปีนี้ได้งดไม่มีการจัดเวที หรือ การแสดง แสง สี เสียง ใดๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ตลอดถนนตะนาว ระยะทาง 400 เมตร

          ทั้งนี้ ยังคงมีผู้ประกอบการร้านค้าบนถนนข้าวสาร จัดกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของไทย ตั้งแต่วันที่ 12 - 15 เม.ย. เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างสนุกสนานกับการเล่นสงกรานต์ชุ่มฉ่ำ อย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา และจะสังเกตได้ว่า ในปีนี้การเล่นแป้งมีน้อยลง มีเพียงการเล่นสาดน้ำ และการใช้ปืนฉีดน้ำนักท่องเที่ยวด้วยกัน.

ถนนข้าวสารคึกคัก นักท่องเที่ยวสาดน้ำสนุกสนาน

 

ลอกคราบ "ปิยบุตร" ขุดเรื่อง "ปีกซ้าย"

ปิยบุตร แสงกนกกุล,คณะนิติราษฎร์,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

คอลัมน์... ชูธงทวนกระแส  โดย....  พรานข่าว

          ในโลกออนไลน์มีเรื่องราวเก่าๆ ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อยู่มากมาย เนื่องจากบทบาท “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ของคณะนิติราษฎร์ ที่เดินสายอภิปรายเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เกือบทุกเวที ระหว่างปี 2554-2556

          ย้อนไปปี 2554 คณะนิติราษฎร์ แถลงข้อเสนอทางวิชาการ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นครั้งแรก พร้อมกับการก่อตั้ง “คณะรณรงค์ 112” หรือ “ครก.112” เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 1 หมื่นรายชื่อ เสนอแก้ไข ม.112

          ปิยบุตรและนักวิชาการกลุ่มหนึ่่งได้ขับเคลื่อนในนาม ครก.112 ร่วมกับกลุ่มแดงอิสระ อาทิ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, กลุ่มแดงสยาม, กลุ่มไผ่แดง ฯลฯ รณรงค์แก้ไข ม.112 อย่างคึกคัก

          ครั้น “ปิยบุตร” มาเล่นการเมือง ก็ต้องปรับจูนความคิดกับ “ผู้ร่วมก่อการ” ที่มาจากหลากหลายอาชีพ พูดจาภาษาซ้ายก็คือ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” นักกฎหมายหนุ่มจากฝรั่งเศสเลือกที่จะซ่อนแนวคิด “แก้ไขมาตรา 112” เอาไว้ใต้พรม


          ด้วยเหตุนี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สองนักวิชาการที่หนีคดี 112 และลี้ภัยอยู่เมืองนอก จึงไม่พอใจอย่างแรง


          “ผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข”


          สมศักดิ์วิจารณ์แรงๆ ต่อบทบาทไม่เอาจริงเรื่องแก้ไข ม.112 ของ “ธนาธร-ปิยบุตร” เมื่อเดือน มีนาคม 2561 

          ว่ากันตามจริง ปิยบุตร จบกฎหมายจากฝรั่งเศส และสนใจศึกษา “พรรคฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส” รวมถึงพรรคทางเลือกในยุโรปอย่างจริงจัง


          เมื่อ 2 มีนาคม 2556 ปิยบุตรได้ไปนำเสนองานวิชาการเรื่อง การกลับมาของพรรคสังคมนิยมในฝรั่งเศส ในงานรำลึก 37 ปี การจากไปของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เหลียวหลังแลหน้า ทางออกระบบพรรคการเมือง


          ปิยบุตรกล่าวตอนหนึ่งว่า วัฒนธรรมทางการเมืองของฝ่ายซ้ายฝรั่งเศสคือ เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านตลอดเวลา ในช่วงหลัง จึงคิดกันได้ว่า หากไม่มีโอกาสนำสิ่งที่ค้านไปทำย่อมไม่เกิดประโยชน์ จึงคิดปรับพรรคใหม่หาทางให้ได้รับเสียงข้างมาก 


          หมุดหมายสำคัญคือ ปี ค.ศ. 1971 มีการจัดประชุมสภาใหญ่ เมื่อได้หัวหน้าก็เริ่มจัดรณรงค์หลายปีโดยเริ่มการรวมกลุ่มสารพัดซ้าย หลากหลายเฉดเข้าด้วยกัน กระทั่ง ค.ศ. 1981 พรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในสภา และได้เป็นประธานาธิบดี


          เบื้องหลังชัยชนะของฝ่ายสังคมนิยม ก็คือการสร้างพันธมิตรกับพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส โดยมีการจูนคลื่นกันไว้ก่อนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับพรรคสังคมนิยม


          แปลความได้ว่า ทั้งสองพรรคจะไม่นำนโยบายแบบ “สุดโต่ง” มาหาเสียง และเลือกแนวทางกลางๆ ที่ผู้คนรับได้ ปิยบุตร คงได้บทเรียนจากกรณีฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส จึงหลบเรื่องร้อนไว้หลังม่าน และหันมาเดินเกมการตลาดแบบทักษิณ


          พรรคอนาคตใหม่ของธนาธร และปิยบุตร เริ่มต้นคล้ายพรรคไทยรักไทย ของทักษิณ ชินวัตร โดยว่าจ้างทีมงานการตลาดที่ช่ำชองเรื่องการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์คน (Personal Brand) 


          ธนาธร และแกนนำคนสำคัญ เชื่อมั่นในทฤษฎี Political Marketing ที่ว่า “พรรคการเมืองจะประสบชัยชนะในการเลือกตั้งได้ ต้องเป็นพรรคที่มีเข็มมุ่งทางการตลาดเท่านั้น”


          ที่สำคัญ การตลาดยุคดิจิทัล ทีมงานอนาคตใหม่ได้สร้างแบรนด์ผู้นำพรรค อย่าง “เอก ธนาธร” ให้ติดตลาดวัยรุ่น “เฟิร์สโหวต” ด้วยติดแฮชแท็ก #พ่อรักฟ้า ธนาธรจึงกลายเป็นพ่อของฟ้าชั่วข้ามคืน 


          ทั้งนี้ทั้งนั้น มิได้หมายความว่า ปิยบุตรจะล้มเลิกแนวคิดแก้ไข ม.112 พวกเขาตั้งเป้าหมายยึดอำนาจรัฐด้วยปลายปากกาในเบื้องต้น และหลังจากนั้น จึงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด


          ชั่วโมงนี้ พรรคอนาคตใหม่ยังต้องเดินไปตามยุทธศาสตร์ “อำพรางแก่นแกน ซุ่มซ่อนยาวนาน” เพื่อรักษาฐานเสียงของ “เฟิร์สโหวต” จึงเลือกที่จะไม่เปิดแนวคิดดังกล่าว


          ปิยบุตรและแกนนำอนาคตใหม่ เลยต้อง “เก็บงำ” ชุดความคิดสุดโต่ง ชุดความคิดปีกซ้าย ยอมให้ปวินและแดงฮาร์ดคอร์ ด่าเช้าด่าเย็น ทำนองอดเปรี้ยวไว้กินหวานนั่นแล 

 

พญามังราย ตั้งเวียงเชียงใหม่  เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา

พระราชานุสาวรีย์พญามังราย ที่ห้าแยกพ่อขุน อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ฝีมือปั้นของ ปกรณ์ เล็กฮอน

ด้านหลังคือตุงทองสามผืน ฝีมือของ ถวัลย์ ดัชนี เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และกนก วิศวะกุล ตามลำดับ ถ่ายโดย LazarusSP1

         โดยในการนี้ พญามังราย ยังได้ทรงสร้างเวียงชั้นใน ทับเวียงชั้นนอก ทั้งนี้ เวียงชั้นใน นั้น สร้างไว้เป็นที่อยู่ของเจ้าผู้ครองนคร, เชื้อพระวงศ์, ขุนนาง และชาวไทยวนซึ่งเป็นชาวเมืองพื้นถิ่น มีกำแพงอิฐหนาล้อมรอบทั้งสี่ด้าน มีประตูอยู่ 5 ประตู มุมกำแพงทั้ง 4 มุม ทำเป็นป้อมปราการแบบไม่มีหลังคา รอบกำแพงด้านนอก ขุดเป็นคูน้ำ กว้างประมาณ 16 เมตร โดยชักน้ำมาจากดอยสุเทพเข้าทางคูเมืองตรงป้อมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยน้ำที่ชักมามีการเก็บเป็นช่วงๆคูน้ำ แต่ละช่วงของคูน้ำก็จะมีความสูงพื้นที่ลดหลั่นกันไป เริ่มจากจุดที่ชักน้ำเข้ามา เป็นจุดที่มีความสูงมากที่สุด และตรงป้อมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดที่มีความสูงพื้นที่ต่ำที่สุด

         และในเขตเวียงชั้นในนี้ ยังเป็นที่ตั้งของเวียงแก้ว หรือเขตพระราชฐานของกษัตริย์และเจ้าผู้ครองนคร

          ส่วนเวียงชั้นนอก ตั้งอยู่ไม่เกินไปกว่าแนวกำแพงดิน เป็นเขตที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายอย่าง ชาวเขิน, มอญ, พม่า ไทใหญ่ และไทยวน มีกำแพงคอยโอบล้อมเวียงชั้นในไว้เฉพาะด้านทิศใต้ และทิศตะวันออกเท่านั้น ่

          ส่วนทิศเหนือและทิศตะวันตกของเมือง มีกำแพงอยู่ชั้นเดียวคือกำแพงของเวียงชั้นใน เวียงชั้นนอกมีประตูอยู่ 5 ประตู ตัวกำแพงมีทั้งช่วงที่ก่ออิฐ และเป็นกำแพงดินที่ด้านบนปูด้วยอิฐใช้เป็นทางเดิน ติดกับกำแพงด้านนอก มีคลองแม่ข่า เป็นปราการชั้นแรก ตัวกำแพงสูงราว 8 เมตร มีฐานกว้างราว 6 เมตร ทางเดินด้านบนกว้างราว 3 เมตร มีป้อมตรวจการณ์เป็นระยะ

       ทั้งนี้ มีข้อมูลอ้างถึง สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมหลวงนครราชสีมา เสด็จตรวจราชการฝ่ายเหนือ เมื่อ พ.ศ. 2463 ทรงกล่าวไว้ว่า

          “ตัวเมืองเชียงใหม่นี้เป็นที่ใหญ่โตและภูมถานดียิ่งนัก สมควรที่จะเป็นเมืองใหญ่แห่งพระราชอาณาจักร์ฝ่ายเหนือ มีบ้านเรือนโรงร้านตึกห้างอย่างดีเกือบจะเผลอไปว่าเป็นกรุงเทพฯ ได้บ้างทีเดียว มีแปลกอย่างหนึ่งที่บ้านเมืองที่ครึกครื้นมาอยู่ริมลำแม่น้ำทั้งหมด ส่วนภายในกำแพงที่เขาเรียกกันที่นี่ว่าในเวียงออกจะกลายเป็นป่า มีแต่วัดมากกว่าอย่างอื่น มีที่รกๆ ทิ้งอยู่เปล่าๆ เป็นอันมาก ที่ยังเป็นที่คนอยู่ได้ติดอยู่เดี๋ยวนี้ เพราะเหตุที่มีศาลารัฐบาลแลสถานที่ราชการบางอย่างตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ทำให้คนต้องไปมา ก็มีราษฎรตั้งอยู่ขายข้าวขายของบ้าง แต่ร่วงโรยเสียเต็มทีความรู้สึกเดี๋ยวนี้ที่เรียกว่าในเวียงหน้าตาเป็นนอกเวียง ส่วนตัวเมืองจริงๆ อยู่ข้างนอกทั้งนั้น”

 

พญามังราย ตั้งเวียงเชียงใหม่  เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา

 

แผนที่แสดงอาณาเขตของอาณาจักรล้านนาในรัชกาลพระเจ้าติโลกราช กาัตริย์องคืที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย ( พ.ศ. 1984 - 2030)

          สำหรับ พญามังราย นั้น เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 25 แห่งหิรัญนครเงินยางเชียงราว  หรือ ชยวรนคร (เมืองเชียงลาว) เมื่อ พ.ศ. 1804

          พระองค์เป็นพระราชโอรสของลาวเมง พระมหากษัตริย์แห่งหิรัญนครเงินยางเชียงราว กับนางเทพคำขยาย พระราชธิดาของท้าวรุ่งแก่นชาย พระมหากษัตริย์แห่งเมืองเชียงรุ่งสิบสองพันนา

           เมื่อเสวยราชย์สืบจากพระราชบิดาใน พ.ศ. 1804 แล้ว พญามังรายหมายพระทัยจะสร้างพระราชอาณาจักรใหม่ จึงทรงรวบรวมหัวเมืองต่างๆ ที่ดำรงตนเป็นอิสระให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยทรงเริ่มพระราชภารกิจนี้ในหัวเมืองฝ่ายเหนือก่อน แล้วขยายมาฝ่ายใต้

          ในช่วงนั้น ได้ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1805 และทรงสร้างเมืองฝางเมื่อ พ.ศ. 1816, เมืองชะแว ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลำพูน เมื่อ พ.ศ. 1826, และเวียงกุมกาม ซึ่งบัดนี้อยู่คาบอำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 1829

          เมื่อสร้างเมืองใหม่แต่ละครั้ง พญามังรายจะประทับอยู่ที่เมืองนั้นๆ เสมอ ประเสริฐ ณ นคร สันนิษฐานว่า 

          “...คงมีพระประสงค์ที่จะสร้างชุมชนขึ้นใหม่ เพื่อรวบรวมผู้คนที่กระจัดกระจายกันอยู่ให้มาตั้งเป็นเมืองใหม่ขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ทรงแสวงหาชัยภูมิที่เหมาะสมจะเป็นเมืองหลวงถาวรของพระองค์ต่อไป”

          นอกจากนี้ ยังทรงตีได้เมืองมอบ เมืองไร และเมืองเชียงคำ จึงมีหัวเมืองหลายแห่งมาขออ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้น เช่น เมืองร้าง ต่อมาจึงเสด็จไปเอาเมืองเชียงของได้ใน พ.ศ. 1812 และเมืองเซริงใน พ.ศ. 1818

          และการที่ต่อมาทรงสร้างอาณาจักรล้านนาเมื่อ พ.ศ. 1839 จึงนับว่าพระองค์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรดังกล่าวด้วย โดยพระราชทานนามเมืองเชียงใหม่ว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” และโปรดให้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรใหม่นั้น ในการนี้ นับเป็นการสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นโดยปริยาย ซึ่งนักประวัติศาสตร์ขนานชื่อตามพระนามพระองค์ว่า ราชวงศ์มังราย และพญามังรายก็ทรงชื่อว่าเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์และอาณาจักรทั้งสองด้วย

 

พญามังราย ตั้งเวียงเชียงใหม่  เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา

พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ที่ศาลาว่าการจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พญางำเมือง และพญามังราย ตามลำดับ

          ทั้งนี้ พญามังรายทรงมีสัมพันธไมตรีกับพญางำเมือง พระมหากษัตริย์แห่งแคว้นพะเยา และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย โดยเป็นศิษย์สำนักเดียวกันที่เมืองละโว้ ทั้งสามพระองค์เป็นพระสหายร่วมสาบานกันด้วย

          อนึ่ง เมื่อพญามังรายจะทรงสถาปนาอาณาจักรล้านนาที่เมืองเชียงใหม่นั้น ก็ทรงปรึกษากับพระสหายทั้งสอง พ่อขุนรามคำแหงทรงแนะนำว่า ควรลดขนาดเมืองลงครึ่งหนึ่งจากเดิมวางผังให้ยาวด้านละสองพันวา เพราะเมื่อเกิดศึกสงครามในอนาคต ผู้คนที่ไม่มากพอจะไม่อาจปกปักรักษาบ้านเมืองที่กว้างขวางถึงเพียงนั้นได้ และพญามังรายทรงเห็นชอบด้วย

          เรียกได้ว่า มิตรภาพระหว่างพระมหากษัตริย์ทั้งสามพระองค์นี้ ทำให้แต่ละพระองค์ทรงสามารถขยายดินแดนไปได้อย่างไม่ต้องทรงพะวงหน้าพะวงหลัง

          พญามังรายทรงต้องอสนีบาตถึงแก่พระชนมชีพกลางเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. 1854 สิริพระชนม์เจ็ดสิบสามพรรษา และพญาชัยสงครามเสวยราชย์สืบมา

          พ้นรัชกาลพญามังรายแล้ว ราชวงศ์มังรายครอบครองอาณาจักรล้านนาเป็นเอกราชอยู่ระยะหนึ่ง โดยเคยขยายอาณาบริเวณมาครอบคลุมเมืองพะเยา น่าน ตาก แพร่ สวรรคโลก และสุโขทัยด้วย กระทั่ง พ.ศ. 2101 ถูกพม่าตีแตก แล้วก็กลายเป็นเมืองขึ้นพม่าบ้าง เป็นอิสระบ้าง และเป็นเมืองขึ้นกรุงศรีอยุธยาบ้าง สลับกันไปดังนี้เป็นเวลาสองร้อยปี จนร่วมมือกับอาณาจักรรัตนโกสินทร์ขับพม่าออกจากดินแดนได้อย่างสิ้นเชิง และเข้ารวมเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

///////////////

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากวิกิพีเดีย

..............................................

13 เมษายน 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/04/2019 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
.................................
ผมยังหารูปตุงที่ว่าไม่เจอครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 14/04/2019 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ตุงทองสามผืน งดงามสุดมหัศจรรย์ค่ะคุณลุง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน