*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5248
  • จำนวนผู้ชม : 3267724
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 205 , 20:30:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

 สวัสดีครับ

         นักการเมืองฝ่ายเชียร์ 'บิ๊กตู่' พอได้ยินคนพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติก็มองว่ามีเจตนาขจัด 'บิ๊กตู่' นั่นเทียว แล้วพรรคพปชร.

ก็มั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ทั้งนี้ จะตั้งได้จริงหรือไม่ก็ต้องรอให้ผ่านวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งเป็นวันบรมราชาภิเษกเสียก่อน

         

"ไพบูลย์" ซัด ชงตั้ง"รบ.แห่งชาติ' มุ่งขจัด "บิ๊กตู่ "

การเมือง  :  51 นาทีที่ผ่านมา
รัฐบาลแห่งชาติ,มุ่งขจัด,บิ๊กตู่

"ไพบูลย์" ซัดกลุ่มไม่ชอบมุ่งขจัด'บิ๊กตู่' ปัดฝุ่น'รบ.แห่งชาติ' ด้าน"เทพไท"แจงเสนอ"รบ.แห่งชาติ" หวั่นได้"รบ.เสียงปริ่มน้ำ"

        “พอมาครั้งนี้กลุ่มที่มาเรียกร้องจะเห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมดนี้จึงเป็นการเสนอเทคนิคในการขจัด พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป และช่วงชิงชัยชนะทางการเมืองมาเท่านั้นเอง ซึ่งเชื่อว่าการตั้งรัฐบาลแห่งชาติโอกาสมันไม่เกิดขึ้นเพราะมีหลายขั้นตอน ไม่มีทางที่เป็นไปได้ และมั่นใจว่าการตั้งรัฐบาลปกติก็น่าจะทำได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” นายไพบูลย์ กล่าว

พปชร. มั่นใจตั้งรัฐบาลปกติได้

การเมือง  :  7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พลังประชารัฐ,มั่นใจ,ตั้งรัฐบาลปกติได้

"สมศักดิ์ เทพสุทิน" มั่นใจตั้งรัฐบาลปกติได้ ตั้งข้อสังเกต คนที่คิดถึงรัฐบาลแห่งชาติ คือฝ่ายที่มีคะแนนเสียงไม่ถึง 250 เสียง

         นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามสถานการณ์คงไม่เป็นไปถึงทางตันเช่นนั้น และจะมีการจัดตั้งรัฐบาลปกติได้ คนที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญได้ออกมาให้ความชัดเจน มีแนวทางและวิธีการคำนวณที่ทำให้ กกต. ยึดเป็นแนวปฏิบัติ เป็นทางออกสำหรับทุกเรื่องได้ ดังนั้นเรื่องความรุนแรงคงไม่มี ถ้าจะมีคงเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ พายุฤดูร้อน บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของดวง แต่นี่คือเรื่องปกติของฤดูกาล

        เมื่อถามว่ารัฐบาลแห่งชาติ มีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลแห่งชาติที่พูดกันอยู่เชื่อว่าไม่มี เพราะสุดท้ายแล้วพรรคการเมืองที่มีอยู่จะปรับตัวเข้าหากันได้ ไม่มีใครอยากถอยกลับไปสู่ความวุ่นวายขัดแย้ง ทุกคนพร้อมทำงานเพื่อบ้านเมือง

      เมื่อถามว่าจากประสบการณ์ในวงการการเมืองที่ผ่านมา เสียงปริ่มน้ำมองว่าพรรคพลังประชารัฐจะตั้งรัฐบาลยากหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ที่เขียนรัฐธรรมนูญวิเคราะห์ไว้ก่อนแล้ว จึงมีส.ว. ช่วยทำให้บรรยากาศไม่รุนแรง หากรัฐธรรมนูญไม่พูดถึง ส.ว. 250 คน วันนี้การเมืองอาจจะลุกเป็นไฟ เป็นความฉลาดของผู้ร่าง ที่ทำให้สมการออกมาและเดินต่อไปได้ ที่เตรียมการมาได้ใช้จริง คนเขียนมองได้ขาด

      เมื่อถามว่าพรรคการเมืองควรคุย หรือทำสัตยาบันหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ดูบรรยากาศถ้าทำสัตยาบันคงเป็นไปไม่ได้ เหมือนกลุ่มแรกที่เปิดตัวทำกันหลังการเลือกตั้งเสร็จ สุดท้ายอาจจะไม่ใช่ เพราะยังไม่รู้ว่ามีเสียงกันอยู่เท่าไร รวมทั้งนโยบายของแต่ละพรรคร่วมกันได้มากน้อยแค่ไหน แต่ทุกพรรคควรต้องห่วงส่วนรวมและเรื่องของชาติมากกว่า ความเป็นหนึ่งเดียวต้องปรากฏชัด นักการเมืองต้องคลายความสงสัยของประชาชนให้ได้ ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนให้เห็นแล้วหากยังดึงดันกันอยู่ มันจะแก้ปัญหาไม่ได้ และบานปลายไปใหญ่โต

       นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงข้อเสนอเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ที่ให้มีวาระ 2 ปี โดยทำหน้าที่แก้ปัญหาปากท้องและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า สาเหตุที่ตนออกมานำเสนอเรื่องนี้ เพราะหลังเทศกาลสงกรานต์การเมืองในประเทศไทยจะต้องมีความคืบหน้า ไม่ใช่รวมเสียงตั้งรัฐบาลไม่ได้แบบที่เป็นอยู่นี้ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายหนึ่งรวมเสียงได้ก็จริง แต่การบริหารราชการแผ่นดินจะเป็นไปในลักษณะรัฐบาลปริ่มน้ำ ไม่มีเสถียรภาพ ดังนั้น จึงเห็นว่าข้อเสนอของตนน่าจะเป็นทางออกได้ และอาจจะมีคนเห็นด้วย

      "ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอส่วนตัว ไม่ใช่ในนามของพรรค และไม่ใช่ว่าเพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้เก้าอี้ ส.ส.น้อย จึงเสนอเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ผมเพียงเห็นว่าทางออกนี้ก็จะมีประโยชน์กับทุกฝ่าย แม้แต่พรรคอนาคตใหม่  เพราะมีจุดยืนชัดเจน คือ ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ และรัฐบาลแห่งชาติก็สามารถมาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ขอเพียงแค่ว่าหากใครเห็นตรงกันเราก็มาคุยกันได้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ร่วมรัฐบาลแห่งชาติได้" นายเทพไท กล่าว

      เมื่อถามว่า การเสนอชื่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.เป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง ก็อาจถูกมองว่าข้อเสนอนี้ทำเพื่อพรรคตัวเองหรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ไม่ได้เสนอชื่อนายชวนเพื่อพรรค แต่เสนอชื่อนายชวนเป็น 1 ใน 4 นายกฯ คนกลาง ในนามส่วนตัว ซึ่งชื่อของนายชวนนั้นเสนอเป็นลำดับทางเลือกสุดท้ายด้วยซ้ำ และที่เสนอชื่อก็เพราะเห็นว่า ต้องการคนที่มีประสบการณ์ในสภา และมีความอาวุโส มีบารมีทางการเมือง อีกทั้งนายชวนไม่ได้อยู่ในแคนดิเดตรายชื่อนายกฯ ของพรรค แต่เป็นเพียง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เท่านั้น ซึ่งก็สามารถเสนอได้

กกต. พร้อมรับการตรวจสอบถอดถอน - ฟ้อง ม.157

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,กกต,ถอดถอน,ม157,เลือกตั้ง,นิวซีแลนด์

พร้อมแจงทุกหน่วยงาน ปมถูกร้องถอดถอน - ฟ้อง ม.157 ปธ.กกต. ไม่มองเป็นการขู่ แต่เป็นสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง

               เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62  นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่า

               ตนรับทราบข้อร้องเรียนดังกล่าวและเคารพในทุกความเห็นของทุกคนอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ตนเคยพูดถึงความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้จะพูดถึงความกล้าหาญที่จะถูกตรวจสอบ ยืนยันว่า เราทำงานด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้พิจารณาว่าจะเห็นอย่างไร ส่วนการที่มีผู้ยื่นถอดถอนต่อ ป.ป.ช. และขู่ว่าจะฟ้องคดีอาญา มาตรา 157 นั้น ส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นการขู่แต่อย่างใด แต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของผู้ที่มีความเห็นต่าง ทั้งนี้ อยากให้มองว่าการทำงานของ กกต. เป็นข้อผิดพลาด หรือเป็นความผิด โดยตนพร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานทุกหน่วยหากมีการเรียก กกต. เข้าชี้แจง ซึ่งผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

               นายอิทธิพร กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีบัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์ ว่า กกต. ได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุความล่าช้าของการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรนจากนิวซีแลนด์ที่มาไม่ทันการนับคะแนนแล้ว แต่ได้มอบหมายให้สำนักงาน กกต. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร และมีผู้ใดบ้างที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีนี้ ซึ่งการหาผู้รับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญ และถ้ามีผู้ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ เบื้องต้นได้รับทราบว่าถุงเมลที่บรรจุบัตรเลือกตั้งจากกรุงเวลลิงตัน ต้องมาถึงแอร์นิวซีแลนด์ตามกำหนด แต่เกิดเหตุความล่าช้า ขณะเดียวกันเมื่อมาถึงแล้วมีเหตุอะไรที่ไม่สามารถนำไปส่งทันในสถานที่นับคะแนนกลางได้ ซึ่งจะรอความชัดเจนจากการดำเนินงานติดตามตรวจสอบจากสำนักงาน กกต. ให้หาข้อเท็จจริงถึงความผิดพลาด ขณะเดียวกันก็เป็นดุลพินิจของสำนักงาน กกต. ว่าหากพบผู้ที่ต้องรับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น การเสนอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการสอบ

อัยการชี้ 4 แนวทาง ศาล รธน. วินิจฉัยปม ปาร์ตี้ลิสต์

การเมือง  :  28 นาทีที่ผ่านมา
อัยการ,ชี้ 4 แนวทาง,วินิจฉัยศาล รธน

อัยการชี้ 4 แนวทาง ศาล รธน. วินิจฉัยปม ปาร์ตี้ลิสต์

   อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสุงสุด โพสต์ข้อความวิเคราะห์ 4 แนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับวินิจฉัยปมสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ กกต. ยื่นขอให้วินิจฉัย

   ดร. ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสุงสุด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่อาจเป็นไปได้ กรณี กกต. ขอให้วินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ มีเนื้อหาดังนี้

     "แนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่อาจเป็นไปได้ กรณี กกต. ขอให้วินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์"

     ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล

      ตามที่ กกต.มีมติเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ให้ส่งเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า หาก กกต.จะคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 128 (5) ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส. ที่จะพึงมีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ ส.ส.พึงมี 1 คน ได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน การดำเนินการดังกล่าว ของ กกต. จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่

    ผมขอให้ความเห็นส่วนตัวทางวิชาการในเรื่องนี้ว่า แนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่อาจจะเป็นไปได้ในกรณีนี้ น่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ทั้งนี้เป็นเพียงการให้ความเห็นทางวิชาการในประเด็นข้อกฎหมาย โดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนหรือไม่เห็นด้วยกับพรรคการเมืองหรือฝ่ายการเมืองใดทั้งสิ้น และเป็นการให้ความเห็นโดยอ้างอิงจากมติ กกต. ดังกล่าว โดยที่ยังไม่ทราบถึงเนื้อหาของหนังสือที่ กกต. จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะมีเนื้อหาอย่างไร และประการที่สำคัญ เป็นเพียงการคาดการณ์แนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่อาจเป็นไปได้โดยอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

     (การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในกรณีนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ (พรป.วิ.ศาลรัฐธรรมนูญ) พ.ศ. 2561 มาตรา 41 วรรคสอง (4) ประกอบมาตรา 43 กำหนดให้ทำเป็นหนังสือ ไม่ใช่ทำเป็นคำร้องเหมือนกรณีทั่วไป)

    1. แนวทางคำวินิจฉัยที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจดุลพินิจที่จะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่รับ ตาม พรป.วิ.ศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับเรื่องไว้พิจารณา อาจมี 2 แนว ดังนี้

    แนวที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องไว้พิจารณา โดยอ้าง พรป.วิ.ศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 ที่กำหนดให้การยื่นขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยคดีตาม พรป. วิ.ศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 (2) อันเป็นคดีเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ จะต้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ซึ่งเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น แต่กรณีนี้ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก กกต.ยังไม่ได้มีมติที่แน่นอนชัดเจนว่าจะใช้วิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อแบบใด และจำนวนพรรคการเมืองที่จะมีส.ส.บัญชีรายชื่อยังไม่แน่ชัดว่าจะมีจำนวนเท่าใด

    ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็น การโต้แย้ง และการอภิปรายถกเถียงถึงแนวทางของวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ กกต.จะนำมาใช้เท่านั้น

  และเมื่อ กกต. ยังไม่มีมติที่แน่ชัดว่าจะเลือกใช้วิธีการคำนวณแบบใด จึงยังไม่มีพรรคการเมืองใดหรือบุคคลใดโต้แย้งหรือคัดค้านมติของ กกต. ในเรื่องนี้ตามกระบวนการและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ กรณีนี้จึงยังถือไม่ได้ว่า ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ได้เกิดขึ้นแล้ว

   แนวที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องไว้พิจารณา โดยอ้าง

   (1) อำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (1) และ พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 11 (1) และ (2) ว่าเป็นอำนาจของ กกต.ในการจัดให้มีเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและดำเนินการให้ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และ

     (2) อำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ประกอบ พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ในการคำนวณหาจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในการคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ได้ครบจำนวน 150 คน ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณที่รัฐธรรมนูญและพรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดไว้ จึงเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต. ที่จะต้องพิจารณากำหนดวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด

   ดังนั้น จึงไม่มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรับไว้พิจารณา

   2. แนวทางคำวินิจฉัยที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยว่าคดีไม่มีประเด็นปัญหาในเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กกต. โดยเหตุผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามแนวที่ 1 และหรือแนวที่ 2 ดังกล่าวไว้แล้วในแนวทางคำวินิจฉัยที่ 1

    3. แนวทางคำวินิจฉัยที่ 3 ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยว่า กกต. มีอำนาจหน้าที่ในการคำนวณหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ ที่รัฐธรรมนูญและ พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนด โดย กกต. ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

  แต่ไม่ได้วินิจฉัยรับรองวิธีการคำนวณที่ กกต.จะนำมาใช้ในการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะทำให้พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ ส.ส.พึงมี 1 คน ได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ว่าเป็นวิธีการที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91

   เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต. เป็นการเฉพาะ ที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ก้าวล่วงไปวินิจฉัยเพื่อรับรองอำนาจหน้าที่และวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต. ในกรณีนี้

    4. แนวทางคำวินิจฉัยที่ 4 ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยในแนวทางว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ได้ครบ 150 คนภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญและ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กำหนดไว้ พร้อมทั้งมีคำวินิจฉัยรับรองอำนาจหน้าที่และวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ กกต. เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดังกล่าวมา ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 128

     มีข้อสังเกตสำหรับแนวทางคำวินิจฉัยที่ 4 นี้ว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในแนวทางนี้ จะเป็นการที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปรับรองความถูกต้องของวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต. ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต. ที่จะต้องรับผิดชอบคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อให้ถูกต้องและให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว

     และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในแนวทางนี้ก็จะทำให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันวิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อในการเลือกตั้ง ส.ส. ในครั้งต่อ ๆ ไปด้วย

    โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในแนวทางที่ 4 นี้ จะส่งผลโดยตรงต่อจำนวน ส.ส.ของพรรคการเมืองและทิศทางในการจัดตั้งรัฐบาล

      และน่าจะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อ กกต. มากที่สุด โดยทำให้ กกต.อยู่ในเขตปลอดภัย หรือ Safety Zone หาก กกต.มีมติเลือกที่จะใช้วิธีการคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อแบบที่กล่าวมานี้"

เมื่อเครือข่ายทักษิณอยากให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ! 

กวาดบ้านกวาดเมือง,เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ,ทักษิณ ชินวัตร,จตุพร พรหมพันธุ์,เสื้อแดง,เลือกตั้ง,ล้มกระดาน

คอลัมน์...  กวาดบ้านกวาดเมือง  โดย...  ลมใต้ปีก

          จู่ๆ นักร้องมือกฎหมาย ค่ายทักษิณ ชินวัตร อย่าง เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ไปยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้วินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นโมฆะ เพราะเห็นว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินเคยเป็นต้นทางความเห็นว่าการเลือกตั้งในอดีต 2 ครั้งเป็นโมฆะ มาก่อน คือการเลือกตั้งปี 2549 และการเลือกตั้งปี 2557 จึงหวังว่าหากผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยและส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็จะเป็นผล 

          ตามมาด้วยการฟันธงเชิงการเมืองของ จตุพร พรหมพันธุ์ ผู้นำเสื้อแดง ที่มั่นอกมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะต้องมีเหตุอันเป็นโมฆะ เพราะ รัฐบาลลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเจอทางตันหลังเลือกตั้งที่ตั้งรัฐบาลยาก จึงอาจจะอาศัยจังหวะที่สังคมเคลือบแคลงความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. หาเหตุให้เป็นโมฆะ “ว่าเข้าไปนั่นเลย”

          น่าสนใจที่มือระดับนักร้อง และแกนนำมวลชน ในระบอบทักษิณ ออกมาสอดรับกับการ “เขย่า” การเลือกตั้งให้เป็นโมฆะ เกิดขึ้นได้อย่างไร และเพราะอะไร ทั้งที่ ทักษิณ ชินวัตร และพลพรรคในเครือข่าย “รอ” การเลือกตั้งมาตลอดเกือบ 5 ปีที่ คสช.ยึดอำนาจไปจากรัฐบาลน้องสาวเขา(ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เพราะการเลือกตั้งเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์เดียวที่ ทักษิณ จะหวนกลับมามีอำนาจหรือชักใยอำนาจอีกครั้งได้ 

          แต่เหตุใด เมื่อเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว เครือข่ายทักษิณ ถึงอยากให้ "โมฆะ?” 

          อย่างแรกสุด ผลการเลือกตั้งออกมาไม่เป็นไปอย่างที่ ทักษิณ และทีมคาดคิดไว้ ทั้งตัวเลขผลการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะได้ต่ำกว่า 170 ที่นั่ง และเหตุอุบัติเหตุเพราะผลกรรม(การกระทำ)ที่ตัวเองสร้าง คือการยุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้ดับฝันว่าพรรคไทยรักษาชาติควรจะได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง ดังนั้น แม้พรรคพันธมิตรอย่างอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะได้ ส.ส.มากกว่าที่คาดหมายถึง 80 ที่ แต่เมื่อยุทธศาสตร์พรรคตระกูลเพื่อไม่เป็นไปตามที่คาด ทำให้ผลรวมคณิตศาสตร์ทางการเมืองของ ทักษิณ ชินวัตร ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย  

          อย่างที่สอง พรรคพลังประชารัฐ ได้รับการเลือกตั้ง มากกว่าที่ “ทีมทักษิณ” ประเมิน ที่เคยคาดการณ์กันในพรรคเพื่อไทยก่อนการเลือกตั้งพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.สูงสุดไม่เกิน 80 ที่ แต่กลับได้รับถึง 118 ที่ และมีคะแนนเลือกรวมของประชาชนมากกว่าพรรคเพื่อไทย (แม้คะแนน ส.ส.จะน้อยกว่า) แต่ทำให้สามารถอ้างความชอบธรรมในการแย่งตั้งรัฐบาลได้ 

          อย่างที่สาม ผลรวมในคณิตศาสตร์ทางการเมือง ของ 2 ขั้วในการแย่งตั้งรัฐบาล ออกมา “ก้ำกึ่ง” ซึ่งเมื่อผนึกกับคะแนนของ 250 สมาชิกวุฒิสภา ทำให้เมื่อถึงเวลาเลือกนายกรัฐมนตรี โอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมีมากกว่าโอกาสของเพื่อไทย 

          และสุดท้าย “ร่องรอย” แห่งความแตกแยกในระดับผู้นำเพื่อไทยที่ทำให้ความพร้อมในการเกาะกลุ่มรวบรวมไพร่พล เพื่อโหวตตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร และโหวตตั้งนายกรัฐมนตรี อาจจะมีปัญหาเรื่อง “เอกภาพ” ภายในของเพื่อไทยเอง

          ดังนั้น การ “ล้มกระดาน” การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการก่อกระแส ถอดถอน 7 กกต. หรือการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะเป็นยุทธศาสตร์ในการถอยมาตั้งหลัก ปรับกระบวนทัพใหม่ของเครือข่ายทักษิณ เพื่อหวัง “เอาชนะ” ในการเลือกตั้งใหม่

          18 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เลือกตั้งเมื่อปี 2544 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเลือกตั้งที่ระบอบทักษิณมิสามารถ “กำชัยชนะ” ได้เด็ดขาด และตั้งรัฐบาลได้โดยปราศจากคู่แข่ง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก ที่ “คนอยากเลือกตั้ง” ในระบอบทักษิณ “อยากล้มการเลือกตั้ง” เสียเอง 

          ก็อยู่ที่องค์กรอิสระ อย่างผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่าข้อร้องเรียนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ของคนในระบอบทักษิณ ชอบด้วยกฎหมายและชอบธรรมไหม ?

"โฆษกศาลยุติธรรม" เตือน เคารพ - บังคับใช้ ก.ม.

อาชญากรรม ข่าวอาชญากรรม  :  1 วันที่ผ่านมา
อาชญากรรม,ศาล,คดี

"โฆษกศาลยุติธรรม" เผย คดีอันดับหนึ่ง ฝากเตือนเคารพ ก.ม. - การบังคับใช้ ก.ม.

               นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยสถิติการดำเนินคดีช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 11 - 17 เม.ย. 62 ว่า

               นับตั้งแต่วันที่ 11 - 13 เม.ย. คดีความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 เข้าสู่ศาลต่างๆ ทั่วประเทศ 9,836 คดี พิพากษาเสร็จทั้งสิ้น 9,672 คดี คิดเป็น 98.33% โดยจำนวนดังกล่าว คดีเข้าสู่พิจารณาของศาลในวันที่ 11 เม.ย. จำนวน 1,609 คดี , วันที่ 12 เม.ย. จำนวน 1 คดี ซึ่งเป็นคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาขับรถขณะเมาสุราและขับรถขณะเสพยาเสพติด และวันที่ 13 เม.ย. จำนวน 8,226 คดี

               นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า โดยศาลที่มีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 507 คดี 2. ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 44 คดี 3. ศาลแขวงชลบุรี จำนวน 320 คดี 4. ศาลแขวงอุบลราชธานี จำนวน 295 คดี 5. ศาลจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 291 คดี ซึ่งข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 9,761 ข้อหา 2. ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต จำนวน 1,366 ข้อหา 3. ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 316 ข้อหา

               ขณะที่จำเลยที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลก็ยังคงเป็นจำเลยสัญชาติไทยที่มีจำนวนมากที่สุดคือ 10,922 คน และจำเลยสัญชาติอื่น จำนวน 489 คน

               อย่างไรก็ดี นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวตอนท้ายด้วยว่า ในการเคารพกฎหมาย กับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ถือว่ามีความสำคัญพอๆ กัน ที่จะช่วยให้สังคมสงบสุขและเรียบร้อย ซึ่งในช่วงวันหยุดสงกรานต์ก็ฝากถึงผู้ใช้เส้นทางต่างๆ สัญจร ขับขี่โดยคำนึงถึงปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่นด้วย เพื่อไม่ให้ต้องเกิดความเสียหายหรือเป็นคดี

 

 ................................................

15 เมษายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน