*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5314
  • จำนวนผู้ชม : 3280923
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 211 , 18:13:42 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link @ : ธนาธรคุยผู้แทนสิทธิUN ที่สวิตซ์ // รบ.อัดฉีด2หมื่นล.กระตุ้นศก.

สวัสดีครับ

         ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนบางหน่วยเลือกตั้งใน 5 จ.ว. ต้องไปลงคะแนนกันใหม่นะครับ เช็คข่าวนี้กันด้วย ส่วนการลงคะแนนไม่จำเป็น

ต้องเหมือนเดิม พิจารณาเลือกอีกทีให้แน่ใจอีกครั้งได้เลย

นายกฯปลื้ม "ไทย" ประเทศทุกข์ยากน้อยที่สุด

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายก,พอใจ,ไทย,ทุกข์ยากน้อยที่สุด

นายกฯ พอใจ"บลูมเบิร์ก"ยกไทยอันดับ 1 ต่อเนื่อง  ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดจาก 62 ประเทศ  

     นายกฯพอใจ"ไทย" ประเทศทุกข์ยากน้อยที่สุด

       พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจที่ประเทศไทยรั้งอันดับ 1 ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด

   ทั้งนี้จากการจัดอันดับดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) ครั้งล่าสุด ปี 2019 ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

   "ไทยมีค่าคะแนนความทุกข์ยากที่ระดับ 2.1 ต่ำสุดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 ขณะที่ ผลสำรวจคาดการณ์ดัชนีปี 2019 ของบลูมเบิร์กพบว่า ไทยยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยคะแนน 2.1 เช่นเดิม"พล.ท.วีรชน กล่าว 

     สำหรับ 5 อันดับของประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุด คือ 1) ไทย 2) สวิตเซอร์แลนด์ 3) ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ 4) ไต้หวัน 5) มาเลเซีย    

นายกฯปลื้ม    

      พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ดัชนีความทุกข์ยากดังกล่าว คำนวณจากตัวเลขเงินเฟ้อ และอัตราว่างงานใน 62 ประเทศ ขณะที่ ตัวเลขคาดการณ์ของปีนี้ มาจากการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ เปรียบเทียบกับปีที่แล้วสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562  ซึ่งข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ไทยมีอัตราว่างงานที่ระดับต่ำเพียง 0.9 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 1.1 ในปี 2018 

       “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า นอกจากเรื่องการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อที่รัฐบาลให้ความสำคัญแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ดูแลการครองชีพ การปราบปรามการทุจริต และปัญหาอาชญากรรม เพื่อให้สะท้อนถึงความสุขที่แท้จริงของคนในประเทศ” พล.ท.วีนชน กล่าว

พรุ่งนี้ อย่าลืมไปเลือกตั้งใหม่

การเมือง  :  7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เลือกตั้งใหม่,6 หน่วย,5 จังหวัด

กกต. ชวนปชช.ใน 5 จังหวัด 6 หน่วยเลือกตั้ง ออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ เคลียร์ปัญหาบัตรเขย่ง ขณะที่กกต.ทั้ง 7 แยกย้ายลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม-สังเกตการณ์

              วันที่ 20 เม.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องปัญหาจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับจำนวนบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน หรือบัตรเขย่งใน 6 หน่วยเลือกตั้ง 5 จังหวัด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้มีการเลือกตั้งใหม่ ใน 6 หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ทั้งนี้ กกต.ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนใน 5 จังหวัด 6 หน่วยเลือกตั้ง ให้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 62 ประกอบด้วย 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เขตเลือกตั้งที่ 13 กทม. 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 หมู่ 12 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พิษณุโลก 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ยโสธร 5 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 2 ต.ศาลา อ.เกาะคา เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ลำปาง และ 6 หน่วยเลืกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 5 ต.ปางหลวง อ.เกาะคา เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ลำปาง

              ทั้งนี้การเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ กรรมการการเลือกตั้ง ได้แยกย้ายกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดหน่วยเลือกตั้ง โดยในเวลา 07.30 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. และนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต.ตรวจเยี่ยมการเปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ยโสธร ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 (ศาลาประชาคมบ้านหนองตุ) หมู่ที่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร

              นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต.ตรวจเยี่ยมการเปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พิษณุโลก ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 (อาคารอเนกประสงค์ หมู่ที่ 6) ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. ตรวจเยี่ยมการเปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 12 (ศาลาเอสเอ็มแอล หมู่ที่ 12 หมู่บ้านสันติสุข) ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

              นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. ตรวจเยี่ยมการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.ลำปาง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 (วัดบ้านจู๊ดหลวง) ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต.ตรวจเยี่ยมการเปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.และสังเกตการณ์การปิดลงคะแนนและนับคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 13 กรุงเทพฯ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 32 (โรงเรียนลำสาลี ราษฎร์บำรุง) แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

พรุ่งนี้ อย่าลืมไปเลือกตั้งใหม่

 

"พุทธิพงษ์" ปฏิเสธข่าว ซื้องูเห่า 100 ล้าน

การเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
พุทธิพงษ์,งูเห่า,100 ล

"พุทธิพงษ์" ช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง หาเสียง ยันเดินหน้านโยบายกทม.จ่อคุยแก้ปัญหาจราจร สัปดาห์หน้า ลั่น ไม่มีซื้องูเห่า 100 ล.

          เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2562 ช่วงบ่ายวันนี้ ที่สุเหร่าลำสาลี ถนนกรุงเทพกรีฑา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง หาเสียงเลือกตั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.สั่งให้เลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ พร้อมพูดคุยกับอิหม่ามและคณะกรรมการมัสยิด

      โดยบรรยากาศระหว่างการลงพื้นที่ในวันนี้ ได้มีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ เดินทางมาประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้ง 802 คน ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. ที่ โรงเรียนลำสาลีราษฎร์บำรุง พร้อมชี้แจง สาเหตุการเลือกตั้งใหม่ ว่ามาจากการที่หน่วยเลือกตั้งนี้ มีผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิ 555 คน แต่บัตรที่ลงคะแนนมี 554 คน ทำให้มีบัตรเขย่งจำนวน 1 ใบ จึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่เพื่อความโปร่งใส

        ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางมาหาเสียงที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน นำโดย ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส พร้อมทีมงาน ทั้ง 2 พรรคได้มีการทักทาย พูดคุยกันตามปกติ 

          ด้านนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทีม กทม.ของ พปชร.มีความเข้มแข็ง ผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จยังยืนยันทำงานการเมืองร่วมกันต่อไป ในการผลักดันนโยบายต่างๆ แก้ไขปัญหาให้ชุมชนต่างๆ อย่างเช่น เขตบางกะปิ มีปัญหาศูนย์เด็กเล็ก เราก็จะผลักดันการแก้ปัญหากันต่อไป เช่นเดียวกับนโยบาย กทม.ที่พรรคเคยประกาศไว้ ก็จะเดินต่อเช่นกัน โดยสัปดาห์หน้าไปพูดคุยกับหน่วยงานด้านจราจร เพื่อเอาเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นนโยบายพรรค มาประยุกต์ ในการแก้ปัญหาจราจรหากเราตั้งรัฐบาลได้  เพราะปัญหาจราจรเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้เวลาในการแก้ไขและมีแบบแผน นอกจากนี้เรื่องของการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 พรรคเราก็เริ่มทำงานแล้ว รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ 50 เขต 50 สวน เราก็จะเริ่มดำเนินการ เพราะเราทำจริง และทำทันที เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาหาบเร่แผงรอย ที่เรามีตลาดประชารัฐ นำงบและเว็บไซต์ แบ็งคอกโอเค เป็นพื้นที่ขายสินค้าเพิ่มเติม 

       ขณะเดียวกันนายพุทธิพงษ์ ยังบอกถึงความคืบหน้าในการตั้งรัฐบาลว่า วันนี้เรามีพันธมิตรที่ชัดเจน แต่ทุกอย่างต้องรอความชัดเจนหลังวันที่ 9 พ.ค. เพราะทุกคะแนนมีผลต่อการคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค แต่เราเชื่อว่าด้วยเครือข่ายและแนวคิดในการเดินหน้าประเทศ พรรคพลังประชารัฐ จะตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน พร้อมยอมรับตัวเลข 251 เสียงในการตั้งรัฐบาล ว่าเป็นตัวเลขที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ต่อการขับเคลื่อนประเทศในรัฐสภา แต่เชื่อว่ามีคนที่อยากให้ประเทศเดินต่อ เพราะหากคลุมเครือ ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่น จึงเชื่อว่าทุกพรรคเข้าใจและจะตัดสินใจโดยคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก 

     นายพุทธิพงษ์ บอกว่า ตอนนี้ยังไม่พูดถึงว่าตัวเลขในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรค  มีพรรคเศรษฐกิจใหม่ของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รวมอยู่ด้วยหรือไม่  ขอรอความชัดเจนในวันที่ 9 พ.ค.เพราะขณะนี้สูตรการคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ยังไม่ชัดเจน และอยู่ในขั้นตอนการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูฐวินิจฉัย เนื่องจาก ตัวเลข 1 ถึง 2 ที่นั่งมีผลมากต่อการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า การที่สมาชิกพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไปยื่นยุบพรรคไม่เกี่ยวข้องกับการถูกกดดันจากพรรคพลังประชารัฐ มันเป็นเรื่องของแต่ละพรรค ที่มีการตรวจสอบเฝ้าระวังของสมาชิก เรื่องนี้เราไม่เกี่ยวและให้เกียรติทุกพรรค เช่นเดียวกับกรณีกระแสข่าวซื้อตัวงูเห่าในราคา 100 ล้าน ก็ไม่เป็นความจริง  เพราะยังไม่มีการรับรอง ส.ส. และตัวเลขยังไม่นิ่ง โดยเชื่อว่า ประชาชนเข้าใจ แยกแยะออกและไม่หลงเชื่อข้อมูลเท็จในโซเชียลมีเดีย

    ทั้งนี้ นายพุทธิพงษ์ บอกต่อว่า จากคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ประชาชนอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศต่อไป ที่สำคัญเราเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยตามขั้นตอน ดังนั้นจึงเป็นคำตอบให้กับคนที่พยายามโจมตีเรื่องสืบทอดอำนาจได้ชัดเจนที่สุด เพราะเราเข้าสู่กระบวนการตั้งแต่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาแล้ว 

     สำหรับผลคะแนนการเลือกตั้งของครั้งที่ผ่านมา เฉพาะในหน่วยที่ 32 นี้ น.ส. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 9 ได้คะแนนไป 168 คะแนน , น.ส. ณิชชา บุญลือ พรรคอนาคตใหม่ เบอร์ 10 ได้คะแนน 99 คะแนน ,นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 ได้คะแนน 95 คะแนน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 8 ได้ 80 คะแนน ทั้งนี้การเลือกตั้งใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 นี้ ที่ โรงเรียนลำสาลีราษฎร์บำรุง จะมีผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 802 คน

"แดงทักษิณ" เหี่ยวหด "ส้มธนาธร" คึกคะนอง

ปิยบุตร แสงกนกกุล,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,บกปอท

คอลัมน์... ชูธงทวนกระแส โดย... พรานข่าว

          ภาพชูสามนิ้วของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ สน.ปทุมวัน และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เป็นภาพที่ถูกออกแบบสำหรับการเคลื่อนไหวมวลชนโดยเฉพาะ

          อยากรู้ที่มาของ “นักวางแผน” หลังม่านของพรรคอนาคตใหม่เป็นใครบ้าง? ไม่ใช่เรื่องยาก พลิกแฟ้มข่าวเก่า นั่งยานย้อนเวลาไปดูการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทหาร หลัง 19 กันยายน 2549 ก็จะสามารถต่อจิ๊กซอว์ได้ครบ

          คนส่วนใหญ่มักจดจำว่ากลุ่มต้านเผด็จการทหารมีเฉพาะ “แดงทักษิณ” ในนาม นปก. หรือ นปช.เท่านั้น แต่ลืมไปว่าคนกลุ่มแรกที่ออกหน้ามาท้าชน “คณะรัฐประหาร” เมื่อปี 2549 คือ “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร”

          ปัจจุบันตัวละครที่เป็น “เสนาธิการ” อยู่ข้างหลัง “เครือข่าย 19 กันยาฯ” มากองรวมอยู่ที่พรรคอนาคตใหม่ มีทั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคและแนวร่วม

          “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” เป็นการรวมตัวของนักศึกษา นักกิจกรรม กลุ่มเล็กๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยมีการประชุมและจัดตั้งเครือข่ายขึ้นทันทีหลังจากการรัฐประหารเพียง 1 วัน และออกแถลงการณ์เรียกร้อง รณรงค์ให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านด้วยวิธีการต่างๆ 

 

ธนาธร ร่วมกิจกรรมเครือข่าย 19 กันยาฯ

          ปลายปี 2549 เมื่อมีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านต่อต้านรัฐประหารมากขึ้น จึงมีการรวมกลุ่มองค์กรต่างๆ เป็น “องค์กรร่ม” คือ “แนวร่วมประชาชนต่อต้านรัฐประหาร” (นป.ตร.) และเปลี่ยนมาเป็น “แนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการ” (นปก.) 

          ประมาณเดือนพฤษภาคม 2550 เกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่ผู้ประสานงานและผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องการที่จะเข้าไปร่วมกับนปก. เพราะเห็นว่ามีพลังมากพอในการโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการ คมช.ได้ แต่คนกลุ่มเล็กๆ ยังเลือกที่จะเคลื่อนไหวในนามเครือข่าย 19 กันยาฯ ต่อไป

          จิ๊กซอว์ตัวสำคัญของเครือข่าย 19 กันยาฯ คือ “กลุ่มวารสารฟ้าเดียวกัน” ที่มีทีมงานอาทิ ชัยธวัช ตุลาธน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และธนาพล อิ๋วสกุล รวมถึงเครือข่ายของผู้อ่านและนักวิชาการต่างๆ

          อย่างที่รู้กัน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ ชัยธวัช ตุลาธน ร่วมก่อการสร้างพรรคอนาคตใหม่ สานต่อเจตนารมณ์ “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” ที่ต้องการนำทหารกลับกรมกอง และไม่ให้ทหารเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง

          “กลุ่มกรรมกรปฏิรูป” ที่มีสหพันธ์แรงงานกระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย และสหพันธ์แรงงานอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย เป็นพลังหนุน โดย สุนทร บุญยอด ผู้นำแรงงานสายสภาองค์กรลูกจ้าง สภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย เป็นผู้ประสานงาน

          วันนี้ สุนทร บุญยอด เป็นกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ในสัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ซึ่ง สุนทร รู้จัก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่ปี 2542 สมัยที่ธนาธรยังเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ และมักจะเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มแรงงาน

เครือข่าย 19 กันยาฯ บุกบ้านป๋าเปรม 

          ต้องบันทึกไว้ว่าทางเครือข่าย 19 กันยาฯ เป็นกลุ่มที่จัดการเดินขบวนเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ปลายปี 2549 โดยใช้การสื่อสารผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว อีเมล เว็บไซต์ต่างๆ เช่น ประชาไท และฟ้าเดียวกัน 

          การระดมผู้เข้าร่วมสูงสุดได้ประมาณ 2,000 คน ในโอกาสครบรอบ 6 เดือนการรัฐประหาร เมื่อ 18 มีนาคม 2550 เครือข่ายได้เดินขบวนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

          ในวันที่เดินขบวนไป “บ้านป๋าเปรม” ทั้ง ธนาธร และชัยธวัช ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งสำคัญของเครือข่ายด้วย 

          ท่ามกลางภาวการณ์ “ถดถอย” ของขบวนการคนเสื้อแดง พลพรรคคนรัก “ธนาธร-ปิยบุตร” กำลังคึกคะนอง หลายคนจึงนึกถึงการจุดชนวนต้านเผด็จการของ “ธนาธร” และผองเพื่อนเมื่อปี 2549

          ฤากระแสเครือข่าย 19 กันยาฯ จะพัดกลับมาดั่งลมหวน ชวนให้สยดสยองทั้งแผ่นดิน

 

ป.ป.ช. แจงตีตกกล่าวหา "ยิ่งลักษณ์" กู้เงินจัดการน้ำมิชอบ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
การเมือง,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,พระราชกำหนด,กระทรวงการคลัง,กู้เงิน,บริหารจัดการน้ำ,ปปช,ตีตก,ไม่มีมูล

ป.ป.ช. ตีตกกรณีกล่าวหา "ยิ่งลักษณ์" - คณะรัฐมนตรี กับพวก ลงมติเห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำโดยมิชอบ

               นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาพร้อมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ กรณีลงมติเห็นชอบ พระราชกำหนด "กู้เงิน" เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท โดยมิชอบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

               สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนว่า เรื่องกล่าวหาดังกล่าวเป็นกรณีกล่าวหา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา ร่วมกันลงมติและเห็นชอบในการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 169 ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 50/2559 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559  ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยอาศัยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 5 - 7/2555 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า

               การตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคหนึ่ง และการตราพระราชกำหนดดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคสอง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า

               ไม่ปรากฏว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กับพวก ได้ร่วมกันตราและเห็นชอบพระราชกำหนดดังกล่าวโดยไม่สุจริต หรือใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ เรื่องกล่าวหาดังกล่าวไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กับพวก ผู้ถูกกล่าวหา ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

               สำหรับประเด็นเรื่องกล่าวหาการกู้เงินเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ประเด็นการดำเนินโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 57 วรรคสอง มาตรา 67 วรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103/7 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และประเด็นการกำหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน (TOR) ในโครงการดังกล่าว มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริ

'ธนาธร' ระทึก! ถือครองหุ้นสื่อ คุก-เว้นการเมือง 20 ปี

เรื่องเด่นฐานเศรษฐกิจ  :  1 วันที่ผ่านมา
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,คอลัมน์,คันฉ่อง ส่องการเมือง

งวดเข้ามาทุกขณะสำหรับทิศทางอนาคตทางการเมืองของ "เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

คอลัมน์คันฉ่องส่องการเมือง ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3463 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 21-24 เม.ย.2562 โดย... นาย NO VOTE

'ธนาธร' ระทึก!

ถือครองหุ้นสื่อ

คุก-เว้นการเมือง 20 ปี

          งวดเข้ามาทุกขณะสำหรับทิศทางอนาคตทางการเมืองของ “เอก-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เจ้าของฉายา “ไพร่หมื่นล้าน”

          คดีที่จะเป็นตัวชี้ทิศทางการเมืองว่าจะได้ “ไปต่อ” หรือ “จบลงเพียงเท่านี้” คือกรณี “ถือครองหุ้นสื่อ”

          เพราะล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใต้การควบคุมของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมาเลขาฯกกต. ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ถูกวิจารณ์ว่าดำเนินการตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อ ของ ธนาธร ล่าช้าว่า สำนักงาน กกต.มิได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการตรวจสอบ สืบสวน หรือไต่สวน สอบหาข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

          สำนักงาน กกต.ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทำการชี้แจงแสดงพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และในขณะนี้ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อสั่งให้คณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และจะตรวจสอบการถือครองหุ้นของ ธนาธร ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และจะแจ้งให้สาธารณชนทราบ “ในโอกาสอันใกล้นี้”    

          คดีนี้ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงาน กกต.  เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ธนาธร ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครส.ส.หรือไม่ เพราะขณะสมัครรับเลือกตั้งยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อ อันเข้าลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

          กรณีของ ธนาธร นี้ หาก กกต.วินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุว่า  ผู้ใดรู้อยู่แล้วตนไม่มีสิทธิสมัครเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครแล้วมาลงสมัคร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี

          อ่อ...นอกจาก ธนาธร ที่ต้องลุ้นคดีถือครองหุ้นสื่อแล้ว ล่าสุด ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบและถอดถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ “32 ว่าที่ ส.ส.” ใน 6 พรรคที่ถือครองหุ้นสื่อ อันประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 10 คน, อนาคตใหม่ 7 คน, เสรีรวมไทย 6 คน, เพื่อชาติ 5 คน, พลังปวงชนไทย 2 คน และประชาชาติ 2 คน

          “พิษ”ถือครองหุ้นสื่อ กำลังจะเป็น “หอก” พุ่งเข้าใส่ “ธนาธร” และ “32 ว่าที่ส.ส.” ซึ่งมีทั้งโทษ “จำคุก”และ “ตัดสิทธิการเมือง” ใครจะ “รอด” ใครจะ “ตกม้าตาย” โปรดรอลุ้นด้วยใจระทึก!!!

 ...........................................................

20 เมษายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน