*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5306
  • จำนวนผู้ชม : 3279366
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 24 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 336 , 20:21:32 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ก่อนหน้านี้ กัมพูชาเคยเป็นที่อาศัยหรือทางผ่านของกลุ่มคนไทยฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลคสช.มาก่อน ก็โดยการ 'หลิ่วตา'

ของนายฮุนเซ็นนั่นเอง แต่บัดนี้ ด้วยนโยบายประนีประนอมที่มีต่อเขมรของ 'ลุงตู่' ของเรานี่เอง ได้ทำให้สถานการณ์ของคนไทย

ดังกล่าว ที่อาศัยอยู่ในเขมรได้เปลี่ยนไป จากการอยู่กันได้ด้วยความสุขก็กำลังกลับกลายเป็นแดนมรณะไปเสียแล้ว

         สำหรับในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก็เช่นกัน คนไทยที่แสดงความเป็นปรปักษ์กับรัฐบาลมาก่อน หลาย

รายกลายเป็นศพลอยในแม่น้ำโขงตามที่เป็นข่าวไปแล้ว ทั้งนี้ อาจเป็นอภินันทนาการของสปช.ลาวก็อาจเป็นได้

         ส่วนทางตะเข็บชายแดนลาว - เวียตนาม ที่เป็นแดนเคลื่อนไหวของคนไทยพเนจร ก็อาจจะเป็นที่หมายขั้นต่อไปก็ได้

 

 

ส่อง "แดง" ในเขมร "ขาใหญ่" เผ่น เหลือแต่ขาเล็ก

จารุพงษ์ เรืองสุวรรณ,จักรภพ  เพ็ญแข,แดงฮาร์ดคอร์,คนเสื่อแดง,สุรชัย แซ่ด่าน,องค์กรเสรีไทย,สมเด็จฮุนเซน,พลเอกประยุทธ์ จันทร์

คำสั่งฝ่ายเขมร หนักแนน ว่าหากจะหลบภัยอยู่ในเขมรต้องออกไปอยู่ในเขตชนบทและห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

        *****************************

         การพบปะกันของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันก่อนที่ชายแดนอรัญประเทศ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่สื่อไทยสนใจคือ สมเด็จฮุนเซนย้ำอีกครั้งว่าจะไม่ให้คนไทยบางกลุ่มใช้กัมพูชาเป็นฐานทำการเคลื่อนไหวทางการเมือง 

        ถอดความได้ว่าสถานการณ์เปลี่ยนระหว่างปี 2553-2556 กัมพูชาเป็นแนวหลังที่ไว้วางใจได้ของขบวนการเสื้อแดงถึงขั้นแต่งเพลงสรรเสริญสมเด็จฮุนเซน แต่หลังรัฐประหาร 2557 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ออกมาแถลงว่าจุดยืนของรัฐบาลฮุนเซนจะไม่ยอมให้กลุ่มต่อต้านคณะรัฐประหารหรือรัฐบาลประยุทธ์ดำเนินการใดๆ ในแผ่นดินกัมพูชาอีกต่อไป

รวมพลแดงก่อนเผ่น

          ดังที่ทราบกันเมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูกยึดอำนาจ นักการเมืองค่ายเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงประมาณร้อยคนไปรวมตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์กลางกรุงพนมเปญ อาทิ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณจารุวงศ์ เรืองสุวรรณสุรชัย แซ่ด่านสุนัย จุลพงศธรสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล,โกตี๋ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณอาจารย์หวาน-สุดา รังกุพันธุ์วัฒน์ วรรลยางกูร,...เสงี่ยม สำราญรัตน์ ฯลฯ 

 ส่อง

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

          ผู้ประสานงานคือ “จักรภพ เพ็ญแข” ที่หลบหนีคดี 112 มาปักหลักอยู่ในกัมพูชาตั้งแต่ปี 2553 พวกเขาปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดก่อนจะแยกย้ายกันไป บ้างไปยุโรป สหรัฐ แต่ส่วนใหญ่หนีตายไปอยู่เมืองลาว

          สาเหตุที่ต้องออกจากพนมเปญเพราะมีสัญญาณจากผู้มีอำนาจสูงสุดในกัมพูชาแจ้งว่าหากจะหลบภัยอยู่ในเขมรต้องออกไปอยู่ในเขตชนบทและห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเด็ดขาด 

 ส่อง

จักรภพ เพ็ญแข

          จักรภพ” ให้ความหวังกับทุกคนว่าจะไปจัดตั้งองค์กรเสรีไทย เป็นศูนย์กลางการต่อสู้ที่สหรัฐ และพร้อมจะช่วยเหลือแกนนำแดงในลาว 

          สุดท้ายองค์กรเสรีไทยไปไม่รอด แดงในลาวถูกลอยแพ เลยแข่งกันจัดรายการวิทยุใต้ดิน (ยูทูบทำมาหากิน แยกเป็น ก๊ก ทะเลาะเบาะแว้งแย่งแม่ยก แย่งเงินบริจาค 

 ส่อง

องค์กรเสรีไทย มีแค่ชื่อแต่ไร้มวลชน 

          กลุ่มวิทยุใต้ดินในลาวเคยหนีการไล่ล่าจะขอมาอาศัยในเขมรอีกแต่ผู้ใหญ่ฝั่งโน้นไม่อนุญาต เลยต้องกลับไปถูกเชือดทิ้งน้ำโขง 

ฮาร์ดคอร์รอวันโดนหิ้ว

          เมื่อฝ่ายกัมพูชาวางกรอบ “ห้ามเคลื่อนไหว” แกนนำคนเสื้อแดงที่ไม่มีหนังสือเดินทางไม่มีคอนเนกชั่นกับองค์กรระหว่างประเทศก็หลบไปอาศัยอยู่ใน สปป.ลาว 

          ในเขมรก็เหลือแต่กลุ่ม “...เสงี่ยม สำราญรัตน์” กับอดีตการ์ด นปชจำนวนหนึ่ง แต่พวกเขามิได้เคลื่อนไหวใดๆ

 

 ส่อง

...เสงี่ยม สำราญรัตน์

          เสงี่ยม” เป็นคน จ.เพชรบุรี หลังลาออกจากราชการตำรวจ ก็มาเติบโตที่ จ.ชุมพร จนเป็นประธานสมาคมประมง จ.ชุมพร เป็นที่รู้กันว่าเขาเป็นมือปฏิบัติการใต้ดินชั้นดี และเคยถูกเรียกใช้ทางการเมืองมาหลายหน

          ต่อมา พ...เสงี่ยม ได้ร่วมเคลื่อนไหวร่วมกับนปชโดยการชักนำของอารี ไกรนรา “เสงี่ยม” จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ เพราะมีความใกล้ชิดกับ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง

          เนื่องจากสนิทกับอริสมันต์ จึงอาศัยอยู่ในกัมพูชาได้อย่างราบรื่น เพราะช่วงปี 2553 อริสมันต์มาพำนักอยู่ในเขมรและมีความใกล้ชิดกับ “พี่สาว” ของสมเด็จฮุนเซน

          ปี 2561 หลังกบดานเงียบมานาน “เสงี่ยม” เริ่มเคลื่อนไหวจัดรายการวิทยุใต้ดิน (ยูทูบ)ร่วมกับกลุ่มไฟเย็นในลาว แต่ขยับตัวได้ไม่นานรายการวิทยุใต้ดินดังกล่าวก็หายไป ซึ่งคาดว่าทางกัมพูชาสั่งให้ยุติ

          ที่ผ่านมาการ์ดแดงหลายคนถูก “บิ๊กโจ๊ก” หิ้วจากฝั่งเขมรเข้ามาดำเนินคดีในเมืองไทย จึงทำให้คนเหล่านี้หนีกลับไทยบ้างแล้ว 

แอนตี้-ผู้พันสู้” อยู่ที่ไหน

          ตัวละครสายเปลี่ยนระบอบคนหนึ่งที่ยังจัดรายการวิทยุใต้ดินคือ “แอนตี้” หรือ พิษณุ พรหมสร ในแวดวงคนเสื้อแดงบอกว่า แอนตี้ยังอาศัยอยู่ในเขมร 

          แอนตี้ พิษณุ” เป็นชาวสันกำแพง จ.เชียงใหม่ มาร่วมเคลื่อนไหวต้านรัฐประหารกับกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่ต้นปี 2550

          กลางปี 2552 ศาลออกหมายจับ “แอนตี้ พิษณุ” ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง เขาจึงหลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ตอนแรกแอนตี้อยู่ในลาวและขยับมาอยู่เขมร แต่บางข้อมูลแจ้งว่า แอนตี้ไม่อยู่ในกัมพูชาแล้ว 

 

 ส่อง

ชูพงศ์ ถี่ถ้วน

          เวลานี้แอนตี้น่าจะไปอยู่กับ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ที่ฟิลิปปินส์ สังเกตการจากรายการวิทยุใต้ดินของแอนตี้ ได้ลิงก์สัญญาณกับกลุ่มป้าหนิง ดีเค และชูพงศ์

 ส่อง

ช่องทางสื่อของป้าหนิง ดีเค และแอนตี้

 ส่วน “ผู้พันสู้” หรือ ชนินทร์ คล้ายคลึง แกนนำแดงสายฮาร์ดคอร์ ที่หลบหนีคดี 112 มาอยู่ในเขมร และได้จัดรายการวิทยุใต้ดินอยู่ช่วงหนึ่ง แต่จู่ๆ ก็เงียบหายไป ทำให้คนเสื้อแดงสงสัยว่าผู้พันสู้ไม่ใช่แดงตัวจริง

          สรุปว่าแดงฮาร์ดคอร์ในเขมรสิ้นฤทธิ์สิ้นเดชจริง มิเช่นนั้นแล้ว สมเด็จฮุนเซน ไม่กล้าการันตีกับ “บิ๊กตู่” หนักแน่นถึงปานนั้น  

 

'สมคิด' ยอมรับหลังเลือกตั้งทุกอย่างหยุดนิ่ง

คลิปเด็ด  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

 

รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สั่งกระทรวงอุตสาหกรรมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องป้องกันเศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับหลังเลือกตั้งทุกอย่างหยุดนิ่ง

รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สั่งกระทรวงอุตสาหกรรมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องป้องกันเศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับหลังเลือกตั้งทุกอย่างหยุดนิ่งเชื่อภายใน 3 เดือนการเมืองจะชัดเจนขึ้น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่ายอมรับว่าขณะนี้ค่อนข้างเป็นห่วงในช่วงที่ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลให้เศรษฐกิจเริ่มนิ่ง สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ 4% เหลือเพียง 3% เท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดำเนินนโยบายต่างๆ และสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และผู้ประกอบการรายใหม่อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า ภายใน 3 เดือนหลังจากนี้การเมืองจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นแน่นอนขณะเดียวกัน ต้องการให้สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SME) และผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยการไปคิดมาตรการจูงใจให้เอกชนไทยปรับเปลี่ยนการผลิตแบบเดิมที่ใช้เครื่องจักรในการผลิต ให้พัฒนาการใช้เครื่องจักรที่มี AI รวมทั้งใช้ Big DATA พร้อมให้จัดทำเป็นมาตรการแบบครบวงจร เพื่อนำเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องเร่งจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรมให้ได้ภายในเดือน พ.ค. นี้และการวางระบบต่างๆ ให้แล้วเสร็จก่อนมีรัฐบาลใหม่เข้ามา ทั้งนี้หากสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะทำให้ไทยเกิดสตาร์ทอัพใหม่ๆ เข้ามาลงทุน ซึ่งจะมีการใช้นวัตกรรมในการผลิตของธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่ง Start Up 1 ราย ทำให้เกิดการจ้างงานอย่างน้อย 10 คน

มหัศจรรย์น้ำมันกัญชารักษาโรคพาร์กินสัน

คลิปเด็ด  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

มหัศจรรย์น้ำมันกัญชารักษาโรคพาร์กินสัน

ชายสูงอายุได้รับการหยดน้ำมันกัญชาลงบริเวณใต้ลิ้น อาการมือสั่นจากโรคพาร์กินสันก็ทุเลาลงทันที ใครไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากัญชาออกฤทธิ์เร็วทันตาเห็น มากไปนั้นขาที่ขยับยากก็ยกขึ้นก้าวเท้าได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ หมดเงินไปกับการรักษาโรคหลายแสนบาท หนึ่งในตัวอย่างของผู้ป่วยที่ใช้น้ำมันกัญชา ที่กลายเป็นความหวันของคนมีโรคหลายล้านคน

กัญชา กลายเป็นพืชที่สร้างประเด็นถกเถียง ว่าแท้จริงเป็นยาเสพติดหรือยารักษาโรค แม้จะถูกกฎหมายในบางประเทศ แต่อีกหลายประเทศ ก็ยังไม่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องสารที่มีอยู่ในกัญชาอย่าง THC และ CBD เป็นสารที่รักษาได้สารพัดโรค ข้อแตกต่างคือ THC จะทำให้เกิดอาการเมา แต่ CBD ไม่เมา อาการเจ็บป่วยหลายๆ แบบนั้นสามารถบรรเทาได้ด้วยทั้ง THC และ CBD โดยอาการที่เฉพาะสาร THC ช่วยได้ เช่น อาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อกระตุกส่วนอาการที่เฉพาะ CBD ช่วยบรรเท่าได้ ได้แก่ ไมเกรน ซึมเศร้า การอักเสบของกล้ามเนื้อ ต้อหิน ลมชัก และอาการทางจิต และอาการที่สารทั้ง 2 ช่วยได้เหมือนกัน เช่น ความเจ็บป่วย ความวิตกกังวลเนื่องจากในกัญชา จะมี THC ประกอบอยู่ถึง 12% และมี CBD เพียงไม่ถึง 0.30% เท่านั้นการสูบโดยตรงเพื่อรักษาโรคที่ CBD ทำได้นั้น ล้วนแต่ทำให้ร่างกายได้รับแต่ THC มากเกินไปการจะใช้งาน CBD ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องอาศัยการสกัดมันออกมาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีกัญชา หรือ ต้นกัญชาโดยตั้งใจใช้เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและเป็นยารักษาโรค

"ธนาธร" หนีไม่พ้น "คุก" รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

การเมือง ข่าวการเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,กกต,พรรคอนาคตใหม่,ภูเบศวร์ เห็นหลอด,สกลนคร,อาญา

"ธนาธร" จ่อซวยอีกในคดีอาญา ปมรับรองผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 6 ขาดคุณสมบัติลงสมัคร หลังศาลฎีกาชี้ชัดไม่มีสิทธิ์สมัครเหตุถือหุ้นสื่อ

               24 เม.ย. 62  ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า นอกจากคำร้องกรณีให้เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีการถือครองหุ้นสื่อแล้ว ยังพบว่านายธนาธรอาจถูกตรวจสอบกรณีลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ที่ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง

               โดยมีผู้สมัครบางคน เช่น นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากนายภูเบศวร์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จึงถือว่าผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่คนดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งนายภูเบศวร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

               ทั้งนี้ มาตรา 49 วรรค 2 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่าในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและผู้สมัครบัญชีรายชื่อ จึงถือว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะต้องมีความรับผิดชอบในการส่งผู้สมัครที่คุณสมบัติไม่ครบด้วย ซึ่งตามกระบวนการ กกต.จะดำเนินคดีกับตัวผู้สมัครก่อน ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุว่า ผู้สมัครใดรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติมีสิทธิ์รับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี จากนั้นจะต้องมีกระบวนการเอาผิดทางอาญากับหัวหน้าพรรคต่อ ฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 และมาตรา 86

 

 

ซึ่งสารอื่นที่พบมีแคนนาบินอยด์อีกอย่างน้อย 84 ชนิด เช่น แคนนาบิไดออล (CBD) แคนนาบินอล (CBN) เตตระไฮโดรแคนนาบิวาริน (THCV และ แคนนาบิเจอรอล (CBG)มนุษย์มักบริโภคกัญชาเพื่อผลที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและสรีรวิทยาของมัน ซึ่งรวมถึงภาวะเคลิ้มสุข ความผ่อนคลาย และความอยากอาหารเพิ่มขึ้น ผลข้างเคียงไม่พึงปรารถนาบางครั้งรวมถึงความจำระยะสั้นลดลง ปากแห้ง ทักษะการเคลื่อนไหวบกพร่อง ตาแดง และรู้สึกหวาดระแวงหรือวิตกกังวลปัจจุบันกัญชาใช้เป็นยานันทนาการหรือยารักษาโรค และเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาหรือวิญญาณ มีบันทึกการใช้กัญชาครั้งแรกตั้งแต่สหัสวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล นับแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 กัญชาถูกจำกัดตามกฎหมาย

โดยปัจจุบันการครอบครอง การใช้หรือการขายการเตรียมกัญชาปรุงสำเร็จซึ่งมีแคนนาบินอยด์ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทผิดกฎหมายในประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก สหประชาชาติแถลงว่า กัญชาเป็นยาผิดกฎหมายที่ใช้มากที่สุดในโลก ในปี 2547 สหประชาชาติประมาณการบริโภคกัญชาทั่วโลกชี้ว่าประมาณ 4% ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลก (162 ล้านคน) ใช้กัญชาทุกปี และประมาณ 0.6% (22.5) ใช้ทุกวัน

ศาล รธน.ไม่รับคำร้อง กกต. ขอให้วินิจฉัย 'ปาร์ตี้ลิสต์'

Breaking news  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศาล รธนใ,คำร้อง,กกต,วินิจฉัย,ปาร์ตี้ลิสต์

ศาล รธน.ไม่รับคำร้อง กกต. ขอให้วินิจฉัย 'ปาร์ตี้ลิสต์' ระบุ เป็นอำนาจและหน้าที่ของ กกต.และยังไม่ปรากฏว่า กกต.ใช้หน้าที่และอำนาจตามที่ กม.บัญญัติ

     ศาล รธน.ไม่รับคำร้อง กกต. ขอให้วินิจฉัย 'ปาร์ตี้ลิสต์'  ระบุ เป็นอำนาจและหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญและยังไม่ปรากฏว่า กกต.ได้ใช้หน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและ กม.บัญญัติ กรณีจึงไม่ถือว่ามีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ

"บิ๊กตู่" ซัด "ค่าโง่โฮปเวลล์" ผลพวงอดีต รัฐบาลนี้ต้องแก้

Breaking news  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บิ๊กตู่,ค่าโง่โฮปเวลล์,ผลพวงอดีต,คำพิพากษา

"บิ๊กตู่" ซัด "ค่าโง่โฮปเวลล์" เป็นผลพวงอดีต รัฐบาลนี้ต้องแก้ ระบุ รอความชัดเจน คำพิพากษา เพื่อหาทางออกเจรจาร่วมกัน

          วันที่ 24 เม.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้รัฐจ่ายชดเชยให้กับบริษัทโฮปเวลล์ จากการบอกเลิกสัญญา 11,888 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ภายใน 180 วัน ว่า เรื่องนี้เป็นผลพวงจากการทำงานในอดีตที่ผ่านมายาวนาน รัฐบาลนี้ก็ต้องแก้ไข เพียงแต่ขณะนี้ก็ต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดของคำพิพากษาเพื่อจะหาทางออกในการเจรจาร่วมกันซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟ ซึ่งตามข่าวได้มีการชี้แจงขั้นต้นมาแล้ว ก็จะได้เร่งพิจารณาผลจากคำพิพากษาของศาลว่าจะมีผลอย่างไรบ้าง และจะต้องดำเนินการขั้นตอนต่อไปอย่างไร 

          “ขอย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องแก้ไข และที่ผ่านมาเราก็แก้ไขไปหลายเรื่องแล้ว เช่นเรื่องของคดีคลองด่าน และอีกหลายเรื่อง ผมไม่อยากจะพูดถึง ทุกคนทราบดี” นายกฯ กล่าว

 

มีไฟลท์บิน...ไม่กลับใช้รถตู้ส่ง-รับ "ไพร่หมื่นล้าน"

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,ปิยบุตร แสงกนกกุล

คอลัมน์... ล่าความจริง..พิกัดข่าว โดย... ปกรณ์ พึ่งเนตร

          ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นไฮไลท์มากที่สุดในช่วงนี้ จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ก็คือประเด็นการโอนหุ้นของ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

          เมื่อวานซืนมีคำแถลงจากเลขาธิการพรรค อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ออกมาชี้แจงแทนหัวหน้า แต่ปรากฏว่า ยิ่งชี้แจงยิ่งเกิดคำถามใหม่ๆ ตามมาอีกมาก กระทั่งเมื่อวาน อาจารย์ปิยบุตรต้องนัดนักข่าวไปแถลงอีกรอบ

          ถ้าย้อนกลับไปดูประเด็นที่สังคมยังตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากหลังคำชี้แจงของอาจารย์ปิยบุตรเมื่อวานซืน “ล่าความจริง” สรุปเป็นประเด็นง่ายๆ ดังนี้

          1.ระยะเวลาเดินทางจากอำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ ที่คุณธนาธรไปหาเสียงและเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ของพรรค เมื่อวันที่ 8 มกราคม แล้วอ้างว่าเดินทางโดยรถตู้กลับมาถึงด่านธัญบุรีบนทางพิเศษมอเตอร์เวย์ ใช้เวลาน้อยเกินไปหรือไม่

          ประเด็นนี้ถ้าฟังจากอาจารย์ปิยบุตรเมื่อวานซืน บอกว่าคุณธนาธรร่วมเปิดตัวผู้สมัครและปราศรัยที่อำเภอสตึก จากนั้นก็กลับก่อนตอนบ่าย แล้วให้ตนเองเลี้ยงเวทีต่อ พอให้ข้อมูลแบบนี้ก็เลยเกิดคำถามว่า ทำไมขับรถได้เร็วเหลือเกิน ใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ หรือประตูไปไหนก็ได้ของโดเรม่อนหรือเปล่า เพราะถ้าเช็กกูเกิลแม็พ ระยะทางจากอำเภอสตึกถึงด่านธัญบุรี ราวๆ 402 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงกว่าๆ ไม่ใช่ 2-3 ชั่วโมงตามที่มีการอ้างว่าออกจากบุรีรัมย์ก็ตอนบ่ายแล้ว

          ล่าสุดเมื่อวาน อาจารย์ปิยบุตร ออกมาพูดใหม่ว่าไม่ได้บอกแบบนั้น แต่บอกว่าคุณธนาธรน่ะกลับก่อน ส่วนตัวเองเลี้ยงเวทีจนถึงบ่าย ให้สื่อกลับไปฟังดีๆ อีกครั้ง (พอสื่อย้อนกลับไปฟังก็ชัดเจนว่าอาจารย์พูดว่าคุณธนาธรกลับตอนบ่าย

          จากนั้นมีสื่อบางสำนักไปติดต่อสัมภาษณ์ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ของพรรคอนาคตใหม่ ได้รับคำยืนยันว่าคุณธนาธรอยู่ที่เวทีถึง 10 โมงครึ่ง จากนั้นก็เดินทางกลับก่อน โดยอาจารย์ปิยบุตร ก็อยู่กับผู้สมัคร ทั้งกิจกรรมบนเวทีและขึ้นรถแห่ ผู้สมัครคนนี้บอกว่า อาจารย์ปิยบุตร อาจจะพูดสับสนเอ

          ตรงนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณธนาธรและอาจารย์ปิยบุตรด้วยเหมือนกัน เพราะเราได้สอบถามกับนักข่าวของเครือเนชั่นที่บุรีรัมย์ได้ความว่า วันนั้น (8 ม.ค.) ก็ติดตามไปทำข่าวคุณธนาธรที่อำเภอสตึก มีเปิดตัวผู้สมัครและมีเวที คุณธนาธรอยู่ด้วยในช่วงเช้า แต่พอราวๆ 11 โมง อาจารย์ปิยบุตรประกาศบนเวทีว่าคุณธนาธรขอกลับก่อน หลังจากนั้นก็ไม่เห็นคุณธนาธรอีก จึงคาดว่าคุณธนาธร ออกจากอำเภอสตึกช่วง 10 โมงครึ่งถึง 11 โมง ซึ่งหากเป็นแบบนี้นับเวลาถึงด่านธัญบุรีก็จะใช้เวลา 4 ชั่วโมงเศษ ก็ยังถือว่าเร็วอยู่ดี แต่ก็ยังพอมีความเป็นไปได้

          แต่ข้อมูลใหม่ที่ผู้สมัครคนนี้พูดก็คือพอหาเสียงเสร็จ อาจารย์ปิยบุตรก็ขึ้นเครื่องกลับ ทำให้เกิดคำถามว่า เมื่อกลับเครื่องบินได้ ทำไมคุณธนาธรจึงเลือกกลับด้วยรถยนต์

          จากการตวจสอบของ “ล่าความจริง” พบว่าท่าอากาศยานบุรีรัมย์ไม่ได้ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง แต่ตั้งอยู่ที่อำเภอสตึก ห่างจากอำเภอเมือง 30 กิโลเมตร ซึ่งเป็นอำเภอที่คุณธนาธรและอาจารย์ปิยบุตรไปหาเสียง จึงยิ่งน่าสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่กลับเครื่องบิน

          เมื่อลองตรวจสอบตารางบินจากบุรีรัมย์กลับกรุงเทพฯ คือสนามบินดอนเมือง พบว่ามีสายการบินที่ให้บริการ 2 สายการบิน คือ นกแอร์กับแอร์เอเชีย มีเที่ยวบินบริการทั้งเช้าและบ่าย โดยเฉพาะช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่คุณธนาธรเดินทางโดยรถยนต์ มีเที่ยวบินของแอร์เอเชียออกจากบุรีรัมย์ 13.50 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 14.45 น. ซึ่งน่าจะสะดวกสบายกว่าเดินทางโดยรถยนต์ และหากพลาดเที่ยวบินที่ว่านี้ก็ยังมีเที่ยวบินช่วงเย็นและช่วงค่ำอีกด้วย

          แต่เรื่องนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเช่นกันว่าคุณธนาธรและทีมงานอาจไม่ได้แพลนจองตั๋วไว้ก่อน หรืออาจมีอุปสรรคอย่างอื่นทำให้ไม่ได้เดินทางโดยเครื่องบินเหมือนอาจารย์ปิยบุตร (แต่จะบอกว่ากลัวความสูง หรือกลัวเครื่องบินคงไม่ได้ เพราะวันถัดมาคุณธนาธรอ้างว่าขึ้นเครืองไปนครศรีธรรมราช) นี่คือข้อสังเกตและคำถามข้อแรกจากสังคมเท่านั้น

          ข้อ 2.บัตรอีซี่พาสที่ใช้จ่ายด่านมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ของคุณธนาธร แต่ปิดชื่อไว้โดยไม่มีเหตุผลว่าปิดทำไม

          และข้อ 3 คำชี้แจงที่ว่าแม่ของคุณธนาธรในฐานะผู้รับโอนหุ้นจากคุณธนาธร โอนหุ้นต่อไปให้หลาน 2 คนเพื่อติดตามทวงหนี้สูญ 11 ล้านบาทนั้น จริงๆ แล้วไม่มีความจำเป็นต้องโอนหุ้น เพราะการติดตามหนี้ใช้เพียงพนักงานบริษัท หรือจ้างบริษัทรับงานทวงหนี้ไปทำก็ได้ และทำได้ทันที ที่สำคัญยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องโอนหุ้นกลับให้แม่ของคุณธนาธรเพื่อเตรียมปิดกิจการตามที่มีการกล่าวอ้าง

          นอกจากนั้นยังมีสื่อบางสำนักสัมภาษณ์หลาน 1 ใน 2 คนที่รับโอนหุ้น กลับพูดไปคนละทาง กลายเป็นว่ารับหุ้นไปเพื่อจะนำไปประกอบกิจการต่อ แต่พอเห็นว่าต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 7 ล้านบาทจึงขอคืนหุ้น ซึ่งไม่ตรงกับเหตุผลที่อาจารย์ปิยบุตรนำมาชี้แจง

          จะว่าไปข้อสงสัยบางข้อที่สังคมเม้าท์มอยกันก็เป็นแค่น้ำจิ้ม เพราะสาระหลักจริงๆ คือ กกต.ลงมติแล้วว่าข้อมูลกล่าวหามีมูลว่าคุณธนาธรส่อขาดคุณสมบัติการรับสมัคร ส.ส. และสั่งให้เจ้าตัวชี้แจงภายใน 7 วัน!

เจาะกลยุทธ์เกมใหม่ยามที่พท.ไร้ดาวเข้าสภา...

ไทยรักษาชาติ,พรรคเพื่อไทย,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ภูมิธรรม เวชยชัย,คนเสื้อเเดง

โดย... ทีมข่าวการเมือง

          ยามนี้เเละยามหน้าชัดเเล้วว่า "เพื่อไทย” จะไม่มีดาวสภาหรือเเกนนำพรรคในการเข้าไปทำหน้าที่ผู้เเทนราษฎรหลังการหย่อนบัตรครั้งนี้เพราะการ "เเตกเเบงก์พันเป็นเเบงก์ร้อย” รวมทั้งเเยกเป็นเเบงก์ย่อยเพื่อเดินเกมตามกติกาที่เขียนไว้มิให้พรรคใหญ่ครองขุมกำลังเเบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือที่เคยเรียกกันว่าเผด็จการรัฐสภาที่เคยก่อวีรกรรมยัดร่างกฎหมายหลายฉบับเข้าสู่สภาฝักถั่วให้ยกมือไว้วางใจเเละสร้างผลเสียหายกับคนไทยมาหลายวาระ

          คราวนั้น "นายใหญ่ ณ เเดนไกล” เมื่อมองกติกาเเล้วจึงวางเกมเเตกส.ส.ไปสังกัดพรรคขนาดกลางเเละพรรคขนาดย่อย เพื่อกระจายความเสี่ยง เเละยึดเเนวทางผู้ชนะคือผู้คิดเกมใหม่ไว้เป็นพิชัยสงคราม


          เเต่การเสี่ยงในเกมนั้นมันเเลกกับการได้มาเเบบขาดทุนในคราวนี้ เพราะเมื่อไล่ดู 97 คนที่อยู่ในระบบบัญชีรายชื่อของเพื่อไทยนั้น ประกอบด้วย “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, ชัยเกษม นิติสิริ, ภูมิธรรม เวชยชัย, เสนาะ เทียนทอง, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ปลอดประสพ สุรัสวดี, โภคิน พลกุล, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, กิตติรัตน์ ณ ระนอง, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, นพดล ปัทมะ, อดิศร เพียงเกษ, พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, ชูชาติ หาญสวัสดิ์, ต่อพงษ์ ไชยสาส์น, ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ฯลฯ ”

          บุคคลเหล่านี้คือเเกนนำพรรคที่หมดสิทธิ์เป็นส.ส.ในครั้งนี้ เหตุมาจากระบบการคิดคะแนน เพราะการที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. เขตจำนวนมากทำให้ไม่ได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่คนเดียว

          เเละไม่มีทางที่บุคคลเหล่านี้จะลงสมัครเเบบเขต เพราะต้องตระเวนหาเเต้มให้ทั้งพรรค หากไปลงเขตก็ไม่มีเวลาวางหมาก หรือหากลองเสี่ยงก็มีสิทธิ์สอบตกเเละเป็นข่าวดังทั่วเมืองดังเช่นที่เคยปรากฏมาหลายครั้งว่า “มือใหม่ล้มยักษ์”

          ส่วน “ไทยรักษาชาติ” ที่โดนยุบพรรคไป ส่งผู้สมัครส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 108 คน โดย 10 อันดันแรก ประกอบด้วย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, จาตุรนต์ ฉายแสง, ฤภพ ชินวัตร, พวงเพ็ชร ชุนละเอียด, มิตติ ติยะไพรัช, ขัตติยา สวัสดิผล, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, คณาพจน์ โจมฤทธิ์, พิชัย นริพทะพันธุ์ และ นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล โดยที่คนรุ่นใหญ่เเละคนเสื้อเเดงที่ย้ายมาไปอยู่ในอันดับเเละพื้นที่ไม่ปลอดภัยนัก จนปรากฏข่าวความไม่เเฮปปี้ที่ยังเติร์กคว้าพุงปลาไปกินเพียวๆ คนเหล่านี้ตอนเเรกมีลุ้นในการตีตั๋วเข้ารัฐสภา เเต่เมื่อพรรคโดนตัดสิทธิ์ก็ต้องรับผลกรรมนั้นไป

          ขณะที่ “เพื่อชาติ” ที่รวมมิตรคนเสื้อเเดงไว้ในพรรคนี้นั้น มีห้าชีวิตจากบัญชีรายชื่อที่สอบได้ เมื่อบวกกับเเนวร่วมเช่น เสรีรวมไทย, ประชาชาติ, เศรษฐกิจใหม่ หรืออนาคตใหม่ เเต้มที่มีของขั้วต้านลุงตู่นับเป็นกอบเป็นกำยิ่ง เเม้ในความจริงจะต้องซัดกันเเบบยอมใครไม่ได้ในเเต่ละเขตเลือกตั้งก็ตาม...

          บทเรียนการเลือกตั้งครั้งนี้ของเพื่อไทย พบว่าการคว้า 137 ส.ส.จากที่ส่งไปเเข่งขัน 250 เขต ใน 350 เขตทั่วไทย พรรคเพื่อไทยคว้าคะเเนนรวม 7,920,630 คะแนน ลดลงจากคราว “นารีขี่ม้าขาว” ที่คว้าไว้ 15,744,190 คะแนน หากมองมุมบวก ถ้านำเเต้มที่เพื่อไทยมีไว้ในมือเเละนำไปรวมกับพรรคอื่นๆ ในขั้วต้านลุงตู่เเล้ว จะพบว่า "เพื่อไทย” มีคะเเนนรวมลดลงไปบ้าง

          เเต่จะไม่ลดลงเเบบหายไป "ครึ่งหนึ่ง" เหมือนคราวนี้ที่เเตกเเบงก์พัน เพราะไม่ว่าจะมองมุมใดก็ย้ำคำเดียวว่า "ขาดทุน” เพราะสิ่งที่สำคัญไปยิ่งกว่าคือเพื่อไทยเเทบจะไร้ผู้เล่นหลักที่มิสามารถเข้าไปโชว์บทบาทในห้องประชุมรัฐสภา หรือห้องประชุมครม.ได้หากขั้วหนุนลุงตู่ได้สิทธิ์นั้นไปเเทน 

          ฉะนั้นวิธีการใดที่จะฝ่าวงล้อมของกติกาออกไปให้ดีที่สุดคือเกมใหม่ที่คีย์เเมนเพื่อไทยต้องวางยุทธวิธีรบ

          เมื่อไล่ดูจากการประชุมใหญ่ล่าสุดของพรรคเพื่อไทย พ่อบ้านพรรคที่ชื่อ ภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า “แม้เรายังไม่ทราบผลการเลือกตั้งที่ชัดเจน แต่เวลานี้จะต้องตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดให้ครบ 77 จังหวัด ทั้ง 250 เขตเลือกตั้ง จากเดิมที่เรามีเพียง 50 จังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นก็พร้อมส่งผู้สมัครลงครบทุกเขต”

          เท่ากับว่า “เพื่อไทย” กำลังพลิกเกมใหม่หากว่ายังคงยึดกติกาเดิมอยู่เเละยังมิได้มีการเเก้ไขนั้น เพราะพรรคพลังประชารัฐที่ได้คะแนน 8,433,137 คะแนน คือคู่ปรับเพียงหนึ่งเดียวที่พรรคเพื่อไทยจะคว่ำให้ได้ โดยเพื่อไทยจะเน้นน้ำหนักมาเป็นการเฉพาะที่ต้องคัดผู้เล่นเเบบ "ดีหนึ่ง ประเภทหนึ่ง” ลงโกยเเต้มใน 350 เขต เพื่อให้เเต้มปาร์ตี้ลิสต์กระจายลงทั่วทุกจังหวัดเเละจะได้ดีดตัวขึ้นพ้นกับดักนี้ เพราะคีย์เเมนพรรคมองเเล้วว่า หากใช้กติกาเดิมเล่นต่อการส่งครบทุกเขตคือวิธีเดียวที่จะเเก้ปัญหา เพราะเป็นไปได้มากว่าหากลงครบ350 เขต การใช้คณิตศาสตร์ผสมรัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์ในสมการการเมืองไทย...เพื่อไทยจะก้าวข้ามกลเกมที่มือดีเขียนดักทางไว้ได้เเน่ชัด

          ส่วนการเเตกเเบงก์ร้อยเเละเเบงก์ย่อยภาคสองซึ่งคนวงในเพื่อไทยกำลังหารือไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือเลือกตั้งใหม่ที่ไม่รู้จะว่าคลอดวันใดเเละยังยึดกติกาเดิมหรือไม่...กลเกม “เเตกเเบงก์พันเป็นเเบงก์ร้อยรวมทั้งเเบงก์ย่อยภาคสอง” นั้น น่าจะมีขึ้นอีก เเต่คราวหน้าจะถี่ถ้วนขึ้นสำหรับเพื่อไทย

          เมื่อหันไปมองการเสนอเเก้กติกา...เเต่ยามนี้เชื่อเลยว่า “เเก้ได้ยากมาก" เพราะมันติดที่ความเห็นชอบของส.ว.ด้วย ว่าจะไฟเขียวหรือไม่ เเต่เมื่อเหตุมันเป็นเเบบนี้ขั้วเพื่อไทยก็น่าที่จะเเลกโดยอ้างปลดล็อกการเมืองให้ได้ เพราะเนติบริกรที่ชื่อ “วิษณุ เครืองาม” ก็เเย้มมาเเล้วว่า ประชามติสองรอบก็พอจะมีความเป็นไปได้

          เเบบนี้คล้ายว่ามือกฎหมายชั้นเยี่ยมของเมืองไทยก็รับสภาพกลายๆ ว่า หากยังลากไปเเบบนี้ เลือกตั้งกี่รอบก็วุ่นไม่เลิกเเละต้องจับตาว่าในสมัยการประชุมสภาผู้เเทนราาฎรหากว่าสามารถเปิดขึ้นได้เเละเมื่อมีจังหวะ “เพื่อไทยเเละพรรคที่ไม่เอาลุงตู่” น่าจะเปิดเกมเเก้กติกาทันที โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับ “การเลือกตั้ง”
“ชูศักดิ์ ศิรินิล” ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ระบุว่า “วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องมีผู้เสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นต้องมีการทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนว่าควรแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่และแก้ด้วยวิธีใด ถ้าประชาชนเห็นด้วยก็จะเป็นแนวทางที่จะเดินต่อไป" 

          “วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พรรคเพื่อไทยควรให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ซึ่งมีตัวแทนของประชาชนร่วมกับนักวิชาการขึ้นมาดำเนินการ น่าจะเป็นกระบวนการที่ถูกต้องชอบธรรมมากกว่ากระบวนการใดทั้งหมด โดยไม่บอกจะแก้เรื่องอะไรแต่จะถามประชาชนภาพรวมว่าแก้เรื่องใดแล้วให้สสร.เป็นผู้ดำเนินการ เมื่อทำเสร็จแล้วก็ไปฟังความเห็นจากประชาชนอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อยุติซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาข้อติดขัดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”

          เพื่อไทยออกมาเเบบนี้ย่อมอ่านหมากออกเเล้วว่าการเขี่ยลูกยามนี้ไม่โดนก้อนอิฐ เเละสังคมจะเป็นกองหนุนให้รีบดำเนินการ เพราะหากเเก้กติกาโดยให้มีสสร.กลับมายกร่างรัฐธรรมนูญ เเบบนี้มันโล่งใจทุกฝ่าย ปมใดที่มีข้อกังขาก็จะต้องมลายหายไป

          ความเเคลงใจก็จะไม่มี...เเบบนี้ชัดในเบื้องต้นเเล้วว่าไม่ว่าขั้วใดก็ต้องเเก้กติกาเเน่ หากขั้วใด พรรคไหนลองฝืนดู...รับประกันเลือกตั้งครั้งหน้า "ร่วงชัวร์”

 ...................................................

24 เมษายน 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน