*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5636
  • จำนวนผู้ชม : 3376254
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 267 , 11:04:44 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเศกผ่านไปแล้ว แทบจะในทันใดกกต.ก็จะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. และจะมีการประกาศ

ชื่อ ส.ว.ต่อเนื่องกัน

 

อากาศร้อนถึงร้อนจัด ไทยตอนบนมี‘พายุฤดูร้อน’

อากาศร้อนถึงร้อนจัด ไทยตอนบนมี‘พายุฤดูร้อน’

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 08.01 น.

5 พ.ค. 62 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงฟ้าผ่า ควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้แล้ว ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในช่วงนี้ อนึ่ง พายุดีเปรสชัน “ฟานิ” (FANI) ทางตะวันตกเฉียงใต้ในประเทศอินเดียทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐอัสสัมได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว และคาดว่า จะสลายตัวในวันนี้ (5 พ.ค. 2562) 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแพร่ น่าน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 40-42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออก อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากว่า 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย ในหลวง ร.9 เป็น‘สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศฯ’

พระบรมราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย ในหลวง ร.9 เป็น‘สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.24 น.

5 พ.ค.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ เฉลิมพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร และดุริยางค์แล้วพนักงานอาลักษณ์เชิญพาน พระสุพรรณบัฏ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เฉลิมพระนามาภิไธย 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

เฉลิมพระนามาภิไธย 'สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.36 น.

5 พ.ค. 62 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น อาลักษณ์เชิญพานพระสุพรรณบัฏ ถวายหน้าพระฉายาลักษณ์

เฉลิมพระนามาภิไธย'สมเด็จพระเทพฯ' เป็น 'สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ'

เฉลิมพระนามาภิไธย'สมเด็จพระเทพฯ' เป็น 'สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ'

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.41 น.

5 พ.ค. 62 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการ เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น "สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี" เข้าเฝ้า ฯ หน้าพระราชอาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม ทรงเจิม พระราชทานพระสุพรรณบัฏและเหรียญรัตนาภรณ์ ร.10 ชั้นที่ 1

 
 
 
 
 
 
โลกไปถึงไหนแล้ว! ‘อดีตผอ.นิด้า’เปิดที่มาคะแนนถล่มทลาย‘พรรคส้มๆ’

โลกไปถึงไหนแล้ว! ‘อดีตผอ.นิด้า’เปิดที่มาคะแนนถล่มทลาย‘พรรคส้มๆ’

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 14.08 น.

โลกไปถึงไหนแล้ว! ‘อดีตผอ.นิด้า’เปิดที่มาคะแนนถล่มทลาย‘พรรคส้มๆ’

4 พ.ค.62 นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ระบุว่า “ผมเพิ่งทราบว่าสาเหตุที่พรรคส้มๆ ได้คะแนนถล่มทลายเที่ยวนี้ เป็นผลมาจากการที่มี data scientist มือทอง คนวงการเดียวกับผม ทำหน้าที่วิเคราะห์กระแสในโลกออนไลน์และ social media ให้ ทำ A/B testing แบบจริงจังมาก ทำ social listening ตลอดเวลา และมีการทำ infographic ต่างๆ อย่างสวยงาม มีมือทองในวงการ data science เป็นคนทำงานเบื้องหลังให้ทั้งหมดครับ”

“พรรคส้มใช้ความรู้สมัยใหม่เต็มที่ ส่วนพรรคอื่นๆ ยังไม่ได้ใช้ข้อมูลอะไรมากนัก ใช้ความเชื่อเป็นหลักในการนำและหาเสียง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ เอาความเชื่อตัวเองนำ ผลออกมาจึงพ่ายแพ้หนักมาก”

“ส่วนตัวผมไม่สนับสนุนพรรคสีส้มเลย แต่อยากให้พรรคการเมืองพรรคอื่นๆ ได้รู้ตัวว่าโลกมันไปถึงไหนแล้ว และมีพรรคที่เก่งกว่าพรรคการเมืองแบบโบราณที่ใช้ data science ให้เป็นประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นระบบและเป็นวิทยาศาสตร์มากเหลือเกินครับ”

ไฟลนก้น! กกต.นัดถกพรุ่งนี้ เร่งประกาศรับรองผลเลือกตั้งส.ส.7-8พ.ค.นี้

ไฟลนก้น! กกต.นัดถกพรุ่งนี้ เร่งประกาศรับรองผลเลือกตั้งส.ส.7-8พ.ค.นี้

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 14.16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้( 5 พ.ค.62 ) เวลา 10.00น. ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์  แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสส.เพื่อพิจารณาให้ทันต่อกรอบระยะเวลา ซึ่งกกต.ตั้งใจจะประกาศผลการเลือกตั้งภายในวันที่ 9 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม บริเวณชั้น 2 ของสำนักงานกกต.ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับรับสื่อมวลชน เพื่อเตรียมแถลงข่าวการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 7-8 พ.ค.นี้แล้ว

 

บัญชีสว.ใกล้คลอด  ‘วิษณุ’เผยเสร็จแล้ว80%

บัญชีสว.ใกล้คลอด ‘วิษณุ’เผยเสร็จแล้ว80%

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“วิษณุ” เผย “คสช.” คัดว่าที่สมาชิกวุฒิสภาแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เร่งตรวจสอบประวัติ ต้องไม่ถือหุ้นสื่อ-หุ้นสัมปทานรัฐ คาดนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อน 10 พฤษภาคม ในขณะที่ “กกต.”เร่งตรวจคำร้องค้านเลือกตั้ง จัดห้องแถลงข่าวรับรองสส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ไว้พร้อมแล้ว

 

เมื่อวันที่ 4พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีบางคนลาออกเพื่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องถามเจ้าตัวอีกครั้งว่า เมื่อได้รับเลือกแล้วยังยืนยันที่จะเป็น สว.อยู่หรือไม่ หากยืนยันต้องไปจัดการเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม โดยเฉพาะการถือหุ้นในกิจการสื่อฯ การถือหุ้นในกิจการสัมปทาน การถือหุ้นในกิจการที่เป็นสัญญาผูกขาดตัดตอนกับรัฐที่จะต้องไม่มาเกิดกับ สว.โดยบางอย่างห้ามเฉพาะเจ้าตัว แต่บางอย่างห้ามไปถึงคู่สมรส บุตร รวมถึงคู่สมรสที่ไม่จดทะเบียน จึงขอให้ช่วยจัดการให้ถูกต้อง ซึ่งผลจากการสอบถามมีบางรายไม่ประสงค์ที่จะเป็น สว.แล้วก็มี จึงต้องปรับเลื่อนรายชื่อที่สำรองเอาไว้ขึ้นมาแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเลื่อนรายชื่ออยู่

วิษณุเผยคัดสว.แล้ว80เปอร์เซ็นต์

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดสรร สว.ได้นำรายชื่อ ทั้ง 395คน ให้หัวหน้า คสช.พิจารณาแล้ว ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของ คสช.ไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด โดยต้องคัดให้เหลือ 194คนและสำรองอีก 50คน โดยมีการคัดไปแล้ว แต่ยังไม่ครบ 194คน แต่เสร็จไปมากกว่า 80เปอร์เซ็นต์ ที่ติดอยู่คือเรื่องคุณสมบัติและความสมัครใจ ส่วนรัฐมนตรีบางคนที่ลาออกนั้น เป็นเพราะรายชื่อนิ่งแล้ว จึงเหลือหน้าที่เคลียร์คุณสมบัติให้ถูกต้อง แม้แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีคุณสมบัติได้รับการพิจารณาเป็น สว.ก็ควรลาออกก่อนวันที่จะนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ทั้งนี้ หากพิจารณารายชื่อทั้งหมดเรียบร้อยแล้วจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ภายในวันที่ 10พฤษภาคม ซึ่งเป็นระยะเวลา 3วัน หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 8พฤษภาคม

รมต.ลาออกหลังพระราชพิธียังทัน

เมื่อถามว่า มีบุคคลในคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีรายชื่อเป็น สว.ถึงครึ่งหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ถูก เพราะยังไม่นิ่ง ส่วนคนที่นิ่งแล้วสามารถยื่นใบลาออกต่อเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้เลย แต่ตนได้ให้คำแนะนำเป็นส่วนตัวกับบางคนว่า เพื่อเป็นเกียรติยศแก่ชีวิตควรอยู่ให้ผ่านพ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯไปก่อน จากนั้นอยากอยู่หรือไปก็พิจารณาเอาเอง แต่ไม่จำเป็นต้องลาออกตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งการประชุม ครม.วันที่ 7พฤษภาคม อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐมนตรีบางคน แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของรัฐบาลนี้เพราะยังไม่รู้ว่าจะตั้งรัฐบาลได้เมื่อใด หรือว่าตั้งได้หรือไม่และการที่รัฐมนตรีบางคนลาออกก็ไม่ส่งผลกระทบต่องาน เพราะมีการแต่งตั้งรักษาการขึ้นมาดูแลอยู่แล้ว รวมทั้งการประชุม ครม.คงไม่มีอะไรมากมาย

เมื่อถามกรณีมีข่าวว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ลาออกจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อมาเป็น สว.นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่อง แต่ถ้าจะเป็น สว.จริง ต้องลาออกจากประธาน สนช.ด้วย ส่วนมีกระแสข่าวมาตลอดว่า นายวิษณุจะไปเป็น สว.นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบและไม่มีอะไรที่ควรเป็นข่าว

‘บิ๊กฉัตร’ให้รอ1-2วันรู้ชัดนั่งสว.

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อรัฐมนตรีหลายคนได้รับการคัดเลือกเป็นสว.และมีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งและมีการจัดงานเลี้ยงอำลารับประทานอาหารกลางวันร่วมกับข้าราชการ รวมถึงได้เก็บของออกจากห้องทำงาน ว่า ในส่วนของตน ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไร ยังอยู่เฉยๆ ให้รอดู อีก1-2วันก็รู้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ในส่วนของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม มีแนวโน้มสูงที่จะไปเป็น สว. โดยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมงานของ พล.อ.อ.ประจิน ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกประจำตัว พล.อ.อ.ประจิน พร้อมทีมงาน ได้ร่วมกันถ่ายภาพหมู่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเป็นที่ระลึก โดยมีรายงานว่า วันที่ 7พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นวันประชุม ครม.จะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว

กกต.จัดห้องแถลงข่าวรับรองสส.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันที่ 5พฤษภาคม เวลา 10.00น.สำนักงาน กกต.ที่มี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสส.เพื่อพิจารณาให้ทันต่อกรอบระยะเวลา ซึ่งกกต.ตั้งใจจะประกาศผลการเลือกตั้งภายในวันที่ 9พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม บริเวณชั้น2 ของสำนักงานกกต.ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับรับสื่อมวลชน เพื่อเตรียมแถลงข่าวการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 7-8พฤษภาคมนี้แล้ว

 

เปิด‘5พันธุ์ข้าวใหม่’เฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสมหามงคลฯ

เปิด‘5พันธุ์ข้าวใหม่’เฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสมหามงคลฯ

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 12.13 น.

“กรมการข้าว” กระทรวงเกษตรฯ เปิด 5 พันธุ์ข้าวใหม่ เฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสมหามงคลฯ พร้อมจัดแสดงในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ 62

4 พ.ค.62 นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในปีนี้เป็นปีมหามงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมการข้าวได้ดำเนินการจัดทำโครงการ “พันธุ์ข้าวใหม่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ซึ่งได้รับรองพันธุ์ข้าวใหม่ จำนวน 5 พันธุ์ ประกอบด้วย พันธุ์ กข79 (ชัยนาท62) ที่รับรองพันธุ์ข้าวไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา และล่าสุดที่ผ่านการรับรองอีก 4 พันธุ์ คือ ข้าวเจ้าพันธุ์ กข83 (หอมนิลหนองคาย 62) , ข้าวเจ้าพันธุ์ขะสอ 62 , ข้าวเจ้าพันธุ์เม็ดฝ้าย 62 และข้าวเจ้าพันธุ์หอมใบเตย 62 ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีชื่อต่อท้ายด้วยเลข 62 ขณะนี้ กรมการข้าวดำเนินการครบถ้วนทั้ง 5 พันธุ์ที่ตั้งเป้าหมายไว้ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ร่วมกับคนไทยทั้งประเทศ

ข้าวเจ้าพันธุ์ กข79 (ชัยนาท 62) เป็นข้าวพื้นนุ่มเพื่อการบริโภคและส่งออกต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 118 วันโดยวิธีปักดำ มีคุณภาพเมล็ดทางกายภาพดี เมล็ดเรียวยาว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมากสามารถผลิตเป็นข้าวสาร 100 % ชั้น 1 ได้ เป็นข้าวอมิโลสต่ำ 16.82 % ข้าวสุกนุ่ม ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 809 กิโลกรัมต่อไร่ ศักยภาพสามารถให้ผลผลิตสูง 1,182 กิโลกรัมต่อไร่ เสถียรภาพผลผลิตดี และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ แต่อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคเหนือและภาคกลาง

ข้าวเจ้าพันธุ์ กข83 (มะลิดำหนองคาย 62) เป็นข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องสีม่วงดำ ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรัง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 542 กิโลกรัมต่อไร่ ศักยภาพ ในการให้ผลผลิต 864 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 117 เมล็ด เมล็ดยาว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระ กรดเฟอรูลิค แกมมาออไรซานอล วิตามินอี ฟีนอลิค และฟลาโวนอยด์ เมื่อหุงสุกข้าวสวยเหนียว นุ่ม มีกลิ่นหอม ต้านทานต่อโรคใบไหม้ในระยะกล้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานและนาน้ำฝน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโรคไหม้ระบาดหรือพื้นที่ที่ต้องการข้าวคุณภาพพิเศษ ซึ่งมีตลาดเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคข้าวเพื่อสุขภาพ

ข้าวเจ้าพันธุ์ขะสอ 62 เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง เป็นพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตดี ผลผลิตเฉลี่ย 541 กิโลกรัมต่อไร่ มีลักษณะกอตั้ง ลำต้นแข็งปานกลาง ลักษณะรวงแน่นปานกลาง การแตกระแง้ปานกลาง จำนวนรวงต่อกอ 9 รวง มีปริมาณอมิโลส 16.82 % อุณหภูมิแป้งสุกต่ำ ความคงตัวของแป้งสุกอ่อน เนื้อสัมผัสอ่อนนุ่ม ไม่มีความหอม มีศักยภาพให้ผลผลิตสูงในสภาพนาที่สูง ที่มีความสูง 1,000-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ค่อนข้างต้านทานต่อโรคใบไหม้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ข้าวเจ้าพันธุ์เม็ดฝ้าย 62 เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง ลักษณะทรงกอตั้ง ลำต้นแข็ง ลักษณะรวงค่อนข้างแน่น คอรวงยาว รูปร่างเมล็ดยาวเรียว ท้องไข่มาก คุณภาพการสีดีมาก ได้ข้าวเต็มเมล็ด มีปริมาณอมิโลสปานกลาง 20.9 % ปริมาณโปรตีนในข้าวกล้อง 9.44 % เป็นข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีม่วงดำ มีคุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี มีคุณสมบัติในการป้องกันการกระจายของเชื้อแบคทีเรียการติดเชื้อ โดยเฉพาะเป็นสารที่ป้องกันอนุมูลอิสระและการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง มีสารกลุ่มวิตามินบีเป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ ช่วยในการเผาผลาญ เหมาะกับการปลูกในสภาพไร่ทั่วไป ปลูกเป็นพืชแซมยาง และปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ในภาคใต้

ข้าวเจ้าพันธุ์หอมใบเตย 62 เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง ลำต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียว ทรงกอตั้ง รวงแน่นปานกลาง คอรวงยาว ผลผลิตเฉลี่ย 578 กิโลกรัมต่อไร่ จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 167 เมล็ด เมล็ดร่วงปานกลาง รูปร่างเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดีมาก สีได้ข้าวเต็มเมล็ด เป็นข้าวอมิโลสตํ่า 15.2 % ความคงตัวของแป้งสุกอยู่ในระดับอ่อน อุณหภูมิแป้งสุกตํ่า การยืดตัวของข้าวสุกปกติ ข้าวสวยมีสีขาวนวล นุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับพื้นที่นาน้ำฝนในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางที่ต้องการปลูกข้าวอายุเบา คุณภาพดี

“สำหรับข้าวที่ผ่านการรับรองทั้ง 5 พันธุ์นี้ ก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป บางพันธุ์เป็นข้าวนุ่ม เหมาะสำหรับการส่งออกไปยังต่างประเทศ บางพันธุ์ก็เป็นข้าวเจ้าสีเพื่อสุขภาพ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นที่ต้องการของตลาดคนรักสุขภาพ บางพันธุ์เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องของคุณค่าทางอาหาร สามารถพัฒนาต่อยอดให้เป็นข้าว GI ได้ในอนาคต ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ซึ่งกรมการข้าวจะนำข้าวทั้ง 5 พันธุ์ มาจัดแสดงภายในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับประเทศ เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2562 ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ปี 2562 ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2562 อีกด้วย” นายประสงค์ กล่าว

พระจักรพรรดิ'นารุฮิโตะ'เสด็จออกสีหบัญชรครั้งแรก หลังเสด็จขึ้นครองราชย์

พระจักรพรรดิ'นารุฮิโตะ'เสด็จออกสีหบัญชรครั้งแรก หลังเสด็จขึ้นครองราชย์

วันเสาร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 11.14 น.

4 พ.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า เมื่อเช้าวันนี้ สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น  เสด็จออกมหาสมาคมเป็นครั้งแรก ณ สีหบัญชร พระราชวังอิมพีเรียล พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พสกนิกรชาวญี่ปุ่นเข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด หลังเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระจักรพรรดิองค์ที่ 126 แห่งบัลลังก์เบญจมาศเมื่อ 3 วันก่อน

ในการนี้ จักรพรรดินีมาซาโกะ เจ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าอะกิชิโนะ มกุฎราชกุมารและพระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดิ และพระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์ยามาโตะเสด็จออกด้วย

จักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงมีพระราชดำรัสต่อผู้ที่มารอเฝ้าฯ ความว่า “ข้าพเจ้าขอภาวนาให้ทุกท่านจงมีความสุข และมีสุขภาพพลานามัยที่ดี และข้าพเจ้าขอพรด้วยใจจริงให้ชาติของเราจงเจริญวัฒนาถาวรสืบไป โดยมีความร่วมมือกับนานาประเทศและสร้างสันติภาพให้แก่โลก”

ขณะที่จักพรรดินีมาซาโกะซึ่งฉลองพระองค์และพระมาลาสีเหลืองทรงแย้มสรวล  และโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง เช่นเดียวกับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นจะเสด็จออกมหาสมาคมรวมทั้งสิ้น 6 ช่วงในวันนี้ (4) เพื่อให้พสกนิกรได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีกันอย่างทั่วถึง ส่วนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมีขึ้นในวันที่ 22 ต.ค. นี้

 

หนังสือเด่น : รากเหง้าของชาวไทย

หนังสือเด่น : รากเหง้าของชาวไทย

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้ว ทำให้เรารู้จักรากเหง้าของเราดีขึ้น ซึ่งจะลึกซึ้งยิ่งกว่าคำกล่าวอ้างใดๆ ทั้งนั้น และการที่เราได้รู้จักรากเหง้าของเราดีนี่เอง ที่จะทำให้เราเกิดความผูกพันและมีจิตวิญญาณในการจะรักษารากเหง้าของเราให้เจริญเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนและอย่างมีศักดิ์ศรี

หนังสือ สยาม จดหมายบันทึกจากปี ค.ศ.1862 ของ กราฟ ฟรีดริช ซู ออยเลนบวร์ก แปลเป็นไทยโดย อำภา โอตระกูล คือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ใน ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เขียนขึ้นโดย ชาวเยอรมันคนแรกที่ เข้ามาสู่แผ่นดินสยาม

หนังสือเล่มนี้ ถือได้ว่า เป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ฉบับหนึ่งเกี่ยวกับสยาม ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้อ่านคนไทย เพราะเป็นบันทึกส่วนตัวของราชทูตเยอรมันในรูปจดหมายเขียนถึงน้องชายที่เบอร์ลิน เล่าถึงการเดินทางมาเอเชียตะวันออก ความประทับใจเรื่องการเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังมีการบรรยายถึงเรื่องการเดินทางศึกษาภูมิประเทศในกรุงเทพฯ และรอบนอกบรรยายสภาพบ้านเรือนและขนบธรรมเนียมประเพณี ความเป็นอยู่ของชาวสยามเมื่อ 156 ปีก่อน ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งหลายแง่มุมที่ผู้เขียนได้บันทึกไว้เป็นสิ่งใหม่ที่ยังไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดเขียนถึงมาก่อน

โดยเฉพาะในช่วงตอนอันประทับใจของ ราชทูตเยอรมัน เมื่อมีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระเจ้าแผ่นดิน เขาเขียนบรรยายเอาไว้ ทำให้มองเห็นภาพที่กระจ่างแจ้งเป็นอย่างมาก

ตัวอย่าง ในหน้า 33 ผู้เขียน บรรยายไว้ว่า

“ฉันยังมองไม่เห็นพระองค์ท่านทันทีเนื่องจากพระองค์ทรงอยู่ในฉลองพระองค์สีทอง ประทับนั่งบนพระราชอาสน์ทอง ตั้งอยู่ระหว่าง
เสาสีทองสงบนิ่งประดุจพระพุทธรูปทองคำดูละลานตาไปหมด จำพระองค์ไม่ได้ทันทีท่ามกลางความวิจิตรตระการตา พีเชล ผู้เป็นคนถือพานพระราชสาส์นตราตั้ง ก็นำพานไปวางบนโต๊ะที่ตั้งอยู่หน้าพระราชบัลลังก์ที่ประทับ บรรดาเจ้าฟ้า พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้ใหญ่ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแปลกตาโปร่งใส ปักดิ้นทอง หมอบกันอยู่เป็นกลุ่มๆ กลุ่มไม่ใหญ่นัก พิงบนหมอนผ้าไหม แต่ละท่านมีเครื่องยศ คือ กาน้ำชาทองคำและชุดเชี่ยนหมากตั้งอยู่ข้างๆ ทุกคนเคี้ยวหมาก แล้วบ้วนน้ำหมากสีแดงลงในกระโถนโลหะ”

นอกจากบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังแล้ว สภาพแวดล้อมด้านนอกผู้เขียนก็ทำให้เราเหมือนได้สัมผัสอยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อเขาพูดถึงเรื่อง ยุง ทำให้รู้สึกคันยิบๆ ขึ้นมาทันที เป็นหนังสือที่ เรื่องดี รูปภาพดี ที่น่าเก็บอีกเล่มหนึ่งครับ (จำนวนหน้า 194 หน้า ราคา 200 บาท)

 

วรรณกรรมอมตะสำหรับเยาวชน

ที่ไม่เคยขาดหายในรอบสามร้อยปี

“การเดินทางของกัลลิเวอร์ (Gulliver’s Travels)” เขียนโดย “โจนาธาน สวิฟต์” เป็นวรรณกรรมสำหรับเยาวชน ที่เขียนขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ.1720 ที่หลายคนยกย่องให้เป็นวรรณกรรมเสียดสีที่ลุ่มลึกที่สุดเล่มหนึ่งของโลก โดยสะท้อนภาพความจริงทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การเมือง ฯลฯ ไว้ตลอดเส้นทางที่กัลลิเวอร์ได้เดินทางผจญภัยไปพบเห็น ซึ่งใจความสำคัญเหล่านี้ยังคงมีค่าและมีพลัง สะกิดให้คนอ่านได้ตระหนักถึงความเป็นจริงบางอย่างในสังคมจนถึงทุกวันนี้ และจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ในการพิมพ์ครั้งแรกหนังสือขายหมดหนึ่งสัปดาห์ และแม้เวลาจะผ่านมาเกือบสามร้อยปีแล้วก็ยังไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่หนังสือเล่มนี้หายไปจากร้านหนังสือทั่วโลกเลย

กลยุทธ์โฉมงามเพื่อสังหารศัตรู

แห่งสำนักหุบเขาหมื่นบุปผา

“โฉมงามสองหน้า” เขียนโดย “โม่เหยียน” เป็นนิยายโบราณของจีนกล่าวถึงการปกครองของแต่ละอาณาจักรที่ล้วนมีกลยุทธ์เพื่อสร้างความเป็นใหญ่ให้แก่ตัวเอง ในเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องราวของหุบเขาหมื่นบุปผา ที่มีแต่ผู้หญิงรูปโฉมงดงาม โดยแต่ละนางจะใช้รูปโฉมหลอกล่อลวงใจให้ศัตรูต้องเข้ามาติดกับและพ่ายแพ้อย่างราบ แต่สำหรับกับ สิงฟู่อวี่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชสำนักที่เป็นผู้กล้ากลับไม่ตกเข้าไปอยู่ในหลุมพรางนั้น ทำให้เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตต้องย้อนกลับมาปรากฏอีกครั้งหนึ่ง

พิสูจน์ความแข็งแกร่งในโลกนักฆ่า

คำตอบของศักดิ์ศรีและมิตรภาพ

“โลกนักฆ่า KILLER ALLIANCE” เขียนโดย “Gu Qi” เป็นนิยายที่มองภาพในสังคมอีกด้านของบรรดามิจฉาชีพ ที่ทำให้เห็นถึงบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งแห่งวงการมืด และเป็นคำตอบของศักดิ์ศรีว่านักฆ่านั้นจะมอบความเชื่อใจวางมิตรภาพไว้กับใครได้บ้าง โดยผู้เขียนสร้างความรู้สึกให้คนอ่านได้รู้ว่า ในทุกสองหมื่นหกพันสองร้อยสิบเจ็ดคนของประชากรฮ่องกงจะมีหนึ่งคนที่เป็น “นักฆ่า” คนเหล่านี้เกิดขึ้นในวงโต๊ะพนันใต้ดิน แล้วค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปยังพื้นที่อื่น ดำเนินเรื่องด้วยตัวละครที่มาจาก “องค์กรนักฆ่า” ตัวแทนจากฮ่องกง และ “ภาคีมือสังหาร” ตัวแทนจากไต้หวันภายใต้กติกาที่นอกจากฆ่าคู่ต่อสู้แล้วยังต้องแข่งกันล่าเป้าหมายระดับเอขึ้นไปด้วย เพราะมัน คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งแห่งวงการมืด

ความลับทางวรรณศิลป์แห่งสยาม

การฆาตกรรมที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

“กาหลมหรทึก”เขียนโดย “ปราปต์” เป็นนิยายที่ได้รับรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด เนื้อหากล่าวถึง การฆาตกรรมที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เกิดขึ้นในเมืองไทยช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยลีลา และกลวิธีการเล่าเรื่องแบบซับซ้อนซ่อนปม เต็มไปด้วยความสนุกสนานเร้าใจ ท่ามกลางบรรยากาศและค่านิยมแบบไทยแท้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2486เมื่อ พ.ต.ท.เวทางค์ ภิรมย์รุจ สารวัตรหนุ่มแห่งกองตำรวจสอบสวนกลางได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญเด็กหญิงในบ้านพักย่านวัดระฆังโฆสิตาราม โดยหน้าผาก ข้อมือ และข้อเท้าปรากฏรอยสักปริศนาของคำห้าคำ เหย้า เจ้า แพะ ทิ้ง พงส์ คำสักประหลาดนี้คือ รอยแผลเป็นจากประวัติศาสตร์และความลับทางวรรณศิลป์แห่งสยามประเทศ

.......................................................

5 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน