*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5308
  • จำนวนผู้ชม : 3279800
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 206 , 18:34:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ไผ่ ดาวดิน ได้รับการอภัยโทษพ้นคุกออกมา หลังจากที่ถูกคุมขัง 2 ปี 5 เดือน มีเรื่องราวขณะที่ต้องขังน่าสนใจมิใช่น้อย

ตามที่ สุมาลี สุวรรณกร นำมาเขียนในบทความ เรื่อง : เปิดใจ "ไผ่ ดาวดิน" 2 ปี 5 เดือนกับชีวิตหลังกำแพงคุก ถ้าคุณผู้อ่าน

มีเวลาก็ลองติดตามอ่านกันนะครับ

         ไผ่บอกว่า : ส่วนเรื่องการเมืองนั้น เขาบอกว่า คงต้องเล่น เพราะหากไม่เล่น การเมืองก็เล่นเขาอยู่แล้ว อาจจะไม่ใช่การเล่นในรูปแบบ

การเมืองแบบตัวแทน แต่จะเล่นในแบบของตนเอง อาจจะเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยบนท้องถนนแบบที่เคยทำมา และยืนยันในการยืนอยู่

ฝั่งความถูกต้อง อะไรไม่ดี ไม่ถูกก็จะไม่ยอม เพื่อรักษาเอาไว้ซึ่งสิทธิที่ประชาชนพึงมี และจะไม่ยอมก้มหัวให้แก่ความอยุติธรรมทั้งปวง และจะ

ยังเคลื่อนไหวเหมือนเดิม

เปิดใจ "ไผ่ ดาวดิน" 2 ปี 5 เดือนกับชีวิตหลังกำแพงคุก

ไผ่ ดาวดิน,จตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา,นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและนักกฎหมายเพื่อประชาชนคนรุ่นใหม่,คุก

โดย... สุมาลี สุวรรณกร

          “บางอย่างผู้คุมบางคนก็ใช้อำนาจมากเกินไป อาจจะเป็นเพราะเขาทำมานานและทำจนไม่รู้สึกว่าผิด แต่จริงๆ มันผิด เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง และที่ผ่านมาผู้ต้องขังก็ปล่อยให้ถูกกระทำเพราะคิดว่าผู้คุมทำได้ แต่จริงๆ เขาทำไม่ได้ ผมก็ไปอธิบายและบอกเล่าให้ฟัง ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น”

          ชื่อของ ไผ่ ดาวดิน หรือนายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและนักกฎหมายเพื่อประชาชนคนรุ่นใหม่ ที่ได้เคลื่อนไหวเป็นปากเสียงให้แก่ประชาชนที่ด้อยโอกาส ทั้งปัญหาป่าไม้ ที่ดิน ปัญหาการถูกแย่งชิงทรัพยากรระหว่างท้องถิ่นกับนายทุน จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดี และควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น และได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า ชีวิตภายหลังกำแพงเหล็กนั้นเป็นอย่างไร และจากนี้ไปเมื่อได้รับอิสรภาพแล้วเขามีแผนชีวิตอย่างไร

          ไผ่ ในเช้าวันที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และมีอิสรภาพพ้นออกจากการคุมขัง สภาพร่างกายสมบูรณ์ขึ้น โดยเจ้าตัวบอกว่า “ไม่ได้สูบบุหรี่” ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เนื่องจากเรือนจำมีโครงการ “เรือนจำสีขาว” ทำให้อะไรหลายอย่างในชีวิตเปลี่ยน

          ส่วนกิจวัตรประจำวันหลังกำแพงคุก เขาบอกว่า แต่ละวันไม่มีอะไรมากนัก ทุกอย่างเหมือนเดิมซ้ำๆ กัน ตื่นแต่เช้า 05.30 น. สวดมนต์ไหว้พระ ทำกิจวัตรประจำวัน เข้าแถว กินข้าว และทำงานประจำที่ได้รับมอบหมาย โดยไผ่ได้อยู่ในส่วนของหน่วยพยาบาล ทำให้ได้ช่วยทำเอกสาร เพราะเขาสามารถใช้คอมพิวเตอร์เป็น รู้เรื่องเอกสาร ช่วยดูแลคนเจ็บป่วยและพอมีเวลาว่างก็ได้อ่านหนังสือ เขาบอกว่าชีวิตในนั้น 2 ปีเศษได้อ่านหนังสือเยอะมาก

          “ผมอ่านหนังสือเยอะมาก น่าจะเกือบ 50-60 เล่มได้ อ่านหมด ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น บทความ ทุกอย่างที่มีอยู่ในห้องสมุด หนังสือดีๆ มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น แด่หนุ่มสาว, ปีศาจ, จนกว่าเราจะพบกันอีก, ลูกอีสาน, ข้างหลังภาพ, หนังสือการเมือง, หนังสือสังคม ฯลฯ หนังสือเยอะนะแต่ยังไม่พอต่อความต้องการ เพราะในคุกเวลามีเยอะมาก หนังสือและสิ่งบันเทิงต่างๆ จึงจำเป็นมาก สำหรับคนที่อ่านหนังสือออก หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด บางคนไม่ชอบดูทีวี ก็หากิจกรรมทำ ซึ่งการอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่นักโทษชอบที่สุด” ไผ่เล่า

          ในเรือนจำยังมีโทรทัศน์ให้ดู ทำให้ได้ดูซีรีส์ดีๆ แต่โทรทัศน์ก็จะถูกควบคุมโดยผู้คุม จะเปิดเฉพาะสิ่งที่อยากจะให้ดู อันไหนที่ไม่อยากให้ดูก็จะไม่มีสิทธิ์ดู โดยจะได้ดูทั้งละครไทย และซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีน ไม่ว่าจะเป็นละครอย่าง ทองเอกหมอยาท่าโฉลง ซีรีส์เกาหลี เรื่อง “เลขาฯ คิม” “ชีวิตเพื่อชาติหัวใจเพื่อเธอ” ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการฆ่าเวลาได้อย่างดีมาก

          ส่วนการใช้จ่ายนั้น ในคุกสามารถใช้เงินได้วันละ 300 บาท จะซื้ออะไรก็ได้ โดยไผ่บอกว่า กับข้าวของทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นอร่อยที่สุด อาหารกินอิ่มไม่มีอด และหากใครไม่อยากกินอาหารที่เรือนจำจัดให้อยากจะซื้ออาหารเพิ่มเติมจากที่มีแจกก็สามารถซื้อได้ที่ร้านค้าสวัสดิการในเรือนจำ ราคาอาหารทั่วไปถุงละ 30 บาท ซึ่งชีวิตของเขาเคยติดคุกอยู่ 3 เรือนจำด้วยกันคือ ที่เรือนจำกรุงเทพฯ เรือนจำอำเภอภูเขียว และเรือนจำจังหวัดขอนแก่น โดยหากจะให้คะแนนเขาบอกว่า “เรือนจำขอนแก่นกับข้าวอร่อยที่สุด อยู่ดีกินดีที่สุด”

          และด้วยความที่เขาเรียนกฎหมาย สู้เรื่องสิทธิมนุษยชนตั้งแต่อยู่นอกเรือนจำ พอเข้าไปอยู่ในนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเหลือนักโทษบางคนที่ไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิของตนเอง ด้วยการบอกให้ฟังว่าเขาควรจะมีสิทธิอย่างไรบ้าง และได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้คุมที่บางทีทำเกินกว่าเหตุว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการละเมิดสิทธิและผู้ต้องขังสามารถฟ้องร้องได้ ทำให้หลายเรื่องที่เคยรุนแรงในเรือนจำเริ่มคลี่คลายและเข้าใจกันดีขึ้น

          “บางอย่างผู้คุมบางคนก็ใช้อำนาจมากเกินไป อาจจะเป็นเพราะเขาทำมานานและทำจนไม่รู้สึกว่าผิด แต่จริงๆ มันผิด เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง และที่ผ่านมาผู้ต้องขังก็ปล่อยให้ถูกกระทำเพราะคิดว่าผู้คุมทำได้ แต่จริงๆ เขาทำไม่ได้ ผมก็ไปอธิบายและบอกเล่าให้ฟัง ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันมากขึ้น” ไผ่เล่าในสิ่งที่เขามีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถของตนเอง ในการทำประโยชน์เพื่อคนในนั้น

          ส่วนการถูกเลือกให้เป็นผู้นำกล่าวปฏิญาณตนก่อนออกจากเรือนจำ สำหรับผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ไผ่บอกว่า ปกติเวลามีกิจกรรมอะไรในเรือนจำเขามักจะได้รับเลือกให้เป็นผู้นำอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่ากล้าพูด และได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ พี่ๆ ในนั้น ในวันที่ได้รับอิสรภาพเขาจึงเป็นคนที่ถูกเลือกให้พูด โดยเนื้อหาที่พูดทั้งหมดเขาเป็นคนคิดเอง และพูดเอง

          สำหรับชีวิตในเรือนจำ ให้บทเรียนแก่เขามากมาย ในฐานะนักกฎหมายได้เห็นความไม่ยุติธรรม ทำให้มุมมองเรื่องสิทธิกว้างขึ้น ไม่ใช่แค่สิทธิทางการเมือง สิทธิทั่วไป แต่เรื่องสิทธิอื่นๆ ที่ถูกละเมิดก็ได้เห็นกว้างขึ้นเพราะการอยู่ข้างในเห็นชัดว่ามีการละเมิดสิทธิ หน่วยงานหลายแห่งผลักภาระให้เรือนจำ จนมีคำพูดที่พูดติดปากของนักโทษในเรือนจำว่า “สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน รับสารภาพติดพอประมาณ” ซึ่งสะท้อนกระบวนการทางยุติธรรมได้ชัดเจนมากว่า “ถ้ารับสารภาพทุกปัญหาก็จบ”

          นอกจากนั้นบทเรียนที่เขาได้รับจากเรือนจำคือ การมองคน หรือตัดสินคน อย่าตัดสินจากแค่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะบางคนมีลายสักเต็มตัวแต่พอดูหนังแล้วร้องไห้ก็มี บางคนดูหน้าตาโหดร้ายแต่เป็นคนอ่อนโยน ถูกจับกุมเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็มี

          และเมื่อพ้นโทษมาแล้ว ในฐานะนักกฎหมาย เขาบอกว่า จะเอาบทเรียนในนั้นมาปรับใช้เพื่อช่วยเหลือสังคม โดยมองว่ากระบวนการยุติธรรมต้องแก้ทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมละเมิดสิทธิอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อไปอยู่ในคุก เจ้าหน้าที่ไม่เคยแจ้งสิทธิเลยว่ามีสิทธิอะไรบ้าง และการสอบสวนที่เอาผู้ต้องสงสัยไปฝากขังเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะเขายังไม่ได้มีความผิด การจะคุมขังคนได้จะต้องถูกพิพากษาแล้วเท่านั้น โดยเฉพาะเอาคนไปเข้าคุกเพื่อทดแทนเงินค่าปรับที่ไม่มีจ่ายก็ไม่ควรจะทำเหมือนกัน

          ส่วนเรื่องการเมืองนั้น เขาบอกว่า คงต้องเล่น เพราะหากไม่เล่น การเมืองก็เล่นเขาอยู่แล้ว อาจจะไม่ใช่การเล่นในรูปแบบการเมืองแบบตัวแทน แต่จะเล่นในแบบของตนเอง อาจจะเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยบนท้องถนนแบบที่เคยทำมา และยืนยันในการยืนอยู่ฝั่งความถูกต้อง อะไรไม่ดี ไม่ถูกก็จะไม่ยอม เพื่อรักษาเอาไว้ซึ่งสิทธิที่ประชาชนพึงมี และจะไม่ยอมก้มหัวให้แก่ความอยุติธรรมทั้งปวง และจะยังเคลื่อนไหวเหมือนเดิม

          ส่วนนักศึกษารุ่นใหม่นั้น ไผ่มองว่า ยังสนใจปัญหาของสังคมน้อย อยากจะให้นักศึกษารุ่นใหม่สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคมบ้าง หรือแม้แต่สิทธิของตนเองก็ควรจะใส่ใจ สนใจ อย่าให้ใครมาละเมิด อีกทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนอะไร แค่เป็นตัวเอง อันไหนไม่ถูกต้องก็ไม่ต้องยอม และลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรม แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับเด็กรุ่นใหม่ในยุคสมัยนี้

 "บิ๊กตู่"แสดงความยินดี"ปชป."ได้"จุรินทร์"หัวหน้า

การเมือง  :  8 นาทีที่ผ่านมา
 

"บิ๊กตู่"เผยเสียงพรรคร่วมโหวตเป็น"นายกฯ"มีไม่น้อย ลั่นทำอย่างแรกคือ ความสงบ ยินดี"ปชป."ได้"จุรินทร์"หัวหน้าคนใหม่

15 พฤษภาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความหวังที่จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า "ก็ไม่ได้หวังอะไร อย่ามาถามความหวังของผม มันอยู่ที่ประชาชน" 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีเสียงสนับสนุนจากหลายพรรคทำให้เห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เสียงสนับสนุนก็ไม่น้อย แต่จะได้กลับมาเป็นนายกฯ หรือไม่นั้นยังไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ก่อนเลย วันนี้ยังไม่ได้มีการประชุมเพื่อเปิดสภาฯเลย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเปิดสภาฯก่อนตามขั้นตอน เมื่อเปิดสภาเสร็จ ก็จะเลือกประธานสภาฯ และเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อได้นายกรัฐมนตรีมา ก็จะมีการจัดตั้งรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี

ส่วนนิยามการเป็นนายกฯคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม Better and Better  ทุกอย่างมันต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่สร้างแรงศรัทธาไว้ในใจว่าจะต้องดีขึ้น ตนคงลากลับบ้านไปนานแล้ว เราตั้งมั่นว่ามันต้องดีขึ้น อย่างน้อยมันก็ดีขึ้น เห็นได้จากหลายๆอย่าง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟ ทางด่วนทุกอย่างก็ดีขึ้นแล้ว ทำไมไม่มองตรงนี้ เศรษฐกิจ ดิจิทัลออนไลน์ ทุกอย่างดีขึ้นหมด ช่องทางการค้าขายต่างๆ ก็ดีขึ้น กฎหมายออกมาถึง 500 กว่าฉบับ ออกมาจากคนพวกนี้ และขึ้นมาเป็นส.ว. คนเหล่านี้ทำงานมาโดยตลอด ทำความดีมามากพอสมควร ขอร้องอย่าไปตีกันมากนักเลย อย่างไรก็หนีกันไม่พ้น พวกคุณก็ดูสินักการเมืองหน้าใหม่ๆ เข้ามากันกี่คน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายในเดือนพ.ค.นี้น่าจะเห็นหน้าตาของนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าบอกว่าเดือนนี้ในวันที่ 24 พฤษภาคม ทางสภาฯจะจัดพิธีเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดสภาฯ ขั้นตอนต่อไปสภาก็ต้องรีบดำเนินตามขั้นตอนในการเลือกประธานสภา จากนั้นถึงจะมีการเปิดสองสภาฯ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป ทุกอย่างน่าจะจบภายในเดือนมิถุนายน

ต่อข้อถามที่ว่า รู้สึกใจเต้นหรือไม่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เต้นเรื่องอะไร ผมเต้นจนเลิกเต้นมานานแล้ว 5 ปีเต้นแล้วเต้นอีก เต้นจนจะหลุดออกจากนอกเบ้ามาหลายรอบแล้ว แต่ก็กลับมาที่เก่าแล้ว เพราะอะไรจะเกิดก็เกิดไป มันเป็นเรื่องชะตาชีวิตของพวกเราทุกคน ของประเทศไทยด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปสิ่งแรกที่จะทำคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมั่นใจว่าทำให้สงบ และทำให้สภาสงบ แล้วทำไมไม่ไปบอกให้เขาทำให้สงบบ้าง  ทุกคนต้องเคารพกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตั้งใจที่จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง หลายคนก็เป็นนักการเมืองเก่า ตนเชื่อว่าทุกคนมีจิตปรารถนาที่ดี ทั้งหมดอยู่ที่หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรให้ทุกคนร่วมมือกัน รักกันได้ เพื่อประชาชนและพวกเราทุกคน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง วันข้างหน้าก็มีการตรวจสอบกันมากมาย ตนคงไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงอะไรมากมาย มันก็มีกฎหมายและกติกาทุกตัว

ส่วนคำนิยามของพล.อ.ประยุทธ์ในการทำงานคืออะไรเป็น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หายใจเข้าไว้ ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ 

"จุรินทร์" นั่ง "แม่ทัพประชาธิปัตย์" คนใหม่

การเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จุรินทร์,หัวหน้า,ปชป,8os

สมาชิกพรรคเทคะแนน "จุรินทร์" ท่วมท้น พีระพันธุ์ แค่อันดับ 2  ส่วนกรณ์-อภิรักษ์ ตามมาลำดับ 3-4 ลุ้นนับคะแนนเลือก กก.พรรคต่อบ่ายสอง

              15 พ.ค.62 - ที่โรงแรงมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ "พรรคประชาธิปัตย์" เมื่อเวลา 12.35 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ผ่านเครื่องลงคะแนนอีกแล้วทางคณะกรรมการจัดเลือกตั้ง กรรมการบริหารชุดใหม่ของพรรคก็ได้ เริ่มนับคะแนนโดยสาร บัตรลงคะแนน ซึ่งเป็นสลิปที่ถ่ายออกมาจากเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งให้กับที่ประชุมทั้งหมดได้รับทราบโดยเปิดเผยซึ่งมีผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชนต่างๆได้ร่วมติดตามผล

              ซึ่งการนับคะแนนทั้งหมดเสร็จสิ้นในเวลา 13.13 น. ผลปรากฏว่า "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคลงคะแนนให้สูงสุด ด้วยคะแนนเสียง 135 เสียง ซึ่งเป็นคะแนนจากกลุ่มที่ไม่ใช่ ส.ส.และเสียงจากกลุ่มที่เป็น ส.ส.อีก 25 คะแนน  โดยรวมคะแนนแล้วคิดเป็นสัดส่วน 50.59%

                , รองลงมา คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เสียงกลุ่มที่ไม่ใช่ ส.ส. 82 เสียง และเสียง กลุ่ม ส.ส.อีก 20 คะแนน  รวมสัดส่วน ทั้งสิ้น  37.21%

                  นายกรณ์ จาติกวณิช  ได้เสียงกลุ่มที่ไม่ใช่ ส.ส. 14 เสียง และจากกลุ่ม ส.ส.อีก 5 เสียง รวมสัดส่วนทั้งสิ้น  8.48% และสุดท้าย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เสียงกลุ่มที่ไม่ใช่ ส.ส.ทั้งหมด 8 เสียง  และกลุ่มที่เป็น ส.ส.อีก 2 เสียง  รวมสัดส่วนคะแนน 3.69%

 

 ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังทราบผลแล้วสมาชิกพรรคได้นำดอกกุหลาบช่อดอกไม้ พวงมาลัยดาวเรืองมามอบให้นายจุรินทร์ เพื่อแสดงความยินดี โดยมีผู้วาดภาพด้วยปากกาให้กับนายจุรินทร์ เพื่อเป็นที่ระลึก


              เมื่อผลการนับคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรคปรากฏว่า "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 "นายจุรินทร์" จึงได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่
              ขณะที่การเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่จะนับคะแนนต่ออีกครั้งในช่วงเวลา 14.00 น.

งานหินต้อนรับรัฐบาลใหม่

โดนัลด์ ทรัมป์,ภาษี,จีน,งานหินต้อนรับรัฐบาลใหม่

บทบรรณาธิการ นสพ. คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562

          ส่งแรงสะท้านสะเทือนกันไปทั้งโลก หลังจากที่จีนประกาศมาตรการตอบโต้สหรัฐในสงครามการค้าสองประเทศมหาอำนาจของโลก ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% เป็น 25% ในวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.896 ล้านล้านบาท โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ โดยที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจาก 10% เป็น 25% นับเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.320 ล้านล้านบาท ส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันควันก็คือ ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรง มูลค่าหุ้นหายไป 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 31.675 ล้านล้านบาท อย่างกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่น แอปเปิ้ล และเทสลา ดัชนีหุ้นลดลงไปกว่า 5%

          กระทรวงการคลังของจีนให้ข้อมูลว่า มีสินค้าจากสหรัฐจำนวน 2,493 รายการจะได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีที่ปรับเป็น 25% อีก 1,078 รายการจะถูกเรียกเก็บในอัตรา 20% ส่วนที่จะเก็บในอัตรา 10% มีอยู่จำนวน 974 รายการ และอีก 595 รายการจะถูกเรียกเก็บ 5% ขณะที่มาตรการของสหรัฐส่งผลกระทบต่อสินค้าจีน 5,745 รายการ มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ที่ส่งออกจากท่าเรือและสนามบินของจีนเข้าไปยังสหรัฐตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสินค้าที่จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ส่งข้อมูลต่างๆ อุปกรณ์แสงสว่างและเครื่องใช้ในครัวเรือน กระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงว่า นับเป็นการสร้างความผิดหวังอย่างยิ่งให้แก่รัฐบาลปักกิ่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนจะมีมาตรการตอบโต้ตามความเหมาะสม

          สำหรับผลกระทบประเทศไทยนั้น ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า เมื่อการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก ทำให้จีดีพีของโลกเหลือเพียง 3% ก็จะส่งผลกระทบถึงไทยแน่นอน จากที่เคยคาดไว้ว่า การส่งออกของไทยจะขยายตัวในระดับ 3.2-4.6% จะลดลงทันที 1% เพราะการส่งออกของไทยไปจีนในปีนี้ขยายตัวเพียง 0.5% ขณะที่เมื่อปีก่อนขยายตัว 2.3% ส่วนการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐจะขยายตัวเพียง 1% เช่นกัน หรือหากในกรณีเลวร้าย การส่งออกของไทยปีนี้อาจขยายตัวเหลือเพียง 0.5% นั่นก็เท่ากับว่า จีดีพีของไทยจะเติบโตต่ำกว่าประมาณการ หรือน้อยกว่า 3% ปัจจุบันสัดส่วนการค้าของไทยกับจีนและสหรัฐมีมูลค่าการค้ารวมกันถึง 25% และเมื่อกำลังซื้อของจีนลดลง คำสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อนำไปใช้ผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกกรรมของจีนเพื่อส่งไปขายสหรัฐก็จะลดลงตามไปด้วย

          สำหรับความพร้อมในการรับมือกับสงครามการค้าโลกครั้งนี้ สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมก็คือ การจัดตั้งรัฐบาลและทีมงานเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพ สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุนได้ และพร้อมผลักดันนโยบายใหม่ที่เท่าทันเกมระดับโลก เพราะนับจากนี้โจทย์ปัญหาเศรษฐกิจจะแก้ยากขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อมูลค่าการส่งออกของไทยไป 2 ประเทศมีจำนวนมหาศาลต้องหดตัวลงและส่งผลกระทบต่อการส่งออกถึง 1% ขณะที่การหันหน้าไปพึ่งพิงเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวอื่นอย่างเช่น การท่องเที่ยว ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างจีนที่จะมีกำลังซื้อลดลง เป้าหมายที่ว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจากเดิม 10 ล้านคนเป็น 11 ล้านคนในปีนี้ก็น่าวิตก ขณะเดียวกันก็มีคำเตือนจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เฝ้าระวังการระบายสินค้าจากสองประเทศที่มีปัญหามายังประเทศไทยด้วย นี่คืองานโหดหินที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแสดงฝีมือ

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19

กีฬา บทความ  :  47 นาทีที่ผ่านมา
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2018-19

ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2018-19

    ซึ่งถือเป็นซีซั่นที่มีความสนุกตื่นเต้น และชิงชัยกันอย่างสูสีในทุกตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์แชมป์, โควต้าฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และการดิ้นรนเพื่อให้ได้อยู่ในลีกสูงสุดต่อไป

     ทำให้กระแสของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดยังได้รับการพูดถึงอยู่ในวงการกีฬาทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นธรรมเนียมของทุกปีที่จะมีการรวบรวมนำตัวเลข และสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องการทำประตู การเก็บคลีนชีต แม้กระทั่งการได้รับใบเหลืองมากที่สุดในลีกสูงสุดของแดนผู้ดีมาเปิดเผยให้แฟนๆลูกหนังได้รับทราบ

1
     เริ่มกันที่เลข 1 นั่นก็จำนวนที่ ลิเวอร์พูล พ่ายในเกมลีก นั่นก็คือการแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-2 ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในบรรดา 20 ทีม รวมถึงยังไม่แพ้ใครนานที่สุดถึง 20 นัด ทว่าแต่จากการที่พวกเขาพลาดเสมอถึง 7 เกม ทำให้ยังไม่ดีพอที่จะคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีด้วยการตามหลัง “เรือใบสีฟ้า” เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19
6
    นี่คือจำนวนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้โดยนับที่ยังเป็นดิวิชั่น 1 เดิมจนถึงปัจจุบันประกอบด้วย 1936–37, 1967–68, 2011–12, 2013–14, 2017–18 และ2018–19 นอกจากนั้น “เรือใบสีฟ้า” ยังทำสถิติเป็นทีมที่ป้องกันแชมป์ลีกเป็นทีมแรกได้ครั้งแรกในรอบ 10 หลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยทำได้เมื่อปี 2009
14
    ถือเป็นสถิติที่ไม่ดีนักเพราะคือจำนวนใบเหลืองที่ เอเตียน กาปู มิดฟิลด์ตัวรับของ วัตฟอร์ด ได้รับตลอดทั้งฤดูกาลซึ่งถือว่ามากที่สุดในลีก ขณะที่ผู้เล่นซึ่งได้รับใบแดงมากที่สุดประจำซีซั่นนี้ คือ ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก กองกลาง เซาธ์แฮมป์ตัน และ เวส มอร์แกน กองหลัง เลสเตอร์ ซิตี ที่ได้รับไปคนละ 2 ใบ
15
    ต่อมาคือสถิตการทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ ซึ่งดาวเตะที่ครองตำแหน่งดังกล่าว คือ เอแดน อาซาร์ สตาร์คนเก่งของ เชลซี ซึ่งส่งให้เพื่อนทำประตูสำเร็จ 15 ลูก นอกจากนั้นด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลเพลย์เมกเกอร์แห่งปีของลีกอีกด้วย

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19
21
    ตัวเลขนี้คือสถิติการเก็บคลีนชีตมากที่สุดในลีก หรือรางวัลถุงมือทองคำ โดยผลปรากฏว่าผู้ที่คว้ารางวัลนี้คือ อลีสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูคนดังของ ลิเวอร์พูล ที่ “หงส์แดง” เพิ่งคว้าตัวมาร่วมทัพในซีซั่นนี้จาก อาแอส โรมา โดยนอกจากจะเก็บคลีนชีตไปถึง 21 นัด เจ้าตัวยังเสียไปเพียง 22 ประตู ซึ่งน้อยที่สุดในลีกอีกด้วย

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19
22
    สำหรับตัวเลขดังกล่าวคือสถิติการยิงประตูมากที่สุดในลีกของปีนี้ ซึ่งผลปรากฏว่ามีแข้งถึง 3 รายที่ทำได้เท่ากันนั่นก็คือ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และซาดิโอ มาเน 2 แนวรุกจาก ลิเวอร์พูล รวมถึง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้า อาร์เซนอล อย่างไรก็ตามจำนวนลูกยิงดังกล่าวน้อยกว่าสถิติดาวซัลโวปีที่แล้วถึง 10 ลูกเลยทีเดียว

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19
144
    วิลเฟร็ด เอนดิดี กองกลางตัวรับ เลสเตอร์ ซิตี คือเจ้าของจำนวนดังกล่าว เนื่องจากเขาคือผู้เล่นที่เข้าปะทะคู่แข่งมากที่สุดในลีกซีซั่นนี้ถึง 144 ครั้ง มากกว่ามิดฟิลด์ตัวตัดเกมชื่อดังรายอื่นๆ ทั้ง แฟร์นานดินโญ, เอนโกโล กองเต และเนมานยา มาติช ส่วนผู้เล่นที่มีสถิติทำฟาล์วมากที่สุดในลีก คือ เกล็น เมอร์เรย์ กองหน้า ไบรท์ตัน ด้วยจำนวน 80 ครั้ง

148
    คือจำนวนของผู้รักษาประตูที่สามารถเซฟได้มากสุดตลอดทั้งซีซั่น ซึ่งเป็นสถิติของ ลูคัส ฟาเบียนสกี นายด่าน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะป้องกันประตูได้มากถึง 148 ครั้ง แต่ “ขุนค้อน” ก็ยังเสียไปถึง 55 ลูกเลยทีเดียว
1,072
    โดยในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ มีการยิงประตูรวมทั้งหมด 1,072 ลูกจากการลงสนาม 380 นัด โดยมีค่าเฉลี่ย 2.82 ประตูต่อ 1 นัด ส่วนชัยชนะที่ขาดลอยสุดของเจ้าบ้าน คือเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี เอาชนะ เชลซี 6-0 
    ด้านชัยชนะขาดลอยที่สุดของทีมเยือน คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี บุกชนะ คาร์ดิฟฟ์ 5-0 และ บอร์นมัธ บุกชนะ ไบรท์ตัน 5-0 ขณะที่การทำประตูสูงสุดในเกมเดียวคือ เอฟเวอร์ตัน แพ้ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ 2-6 และคริสตัล พาเลซ ชนะ บอร์นมัธ 5-3

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19
3,118
     สำหรับตัวเลขนี้คือจำนวนของผู้เล่นที่ผ่านบอลมากที่สุดในลีกตลอดทั้งซีซั่น โดยเจ้าของสถิติคือ จอร์จินโญ กองกลาง เชลซี ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการจ่ายบอล แม้จะเพิ่งย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลแรกแต่เขาก็ผ่านบอลไปมากถึง 3,118 ครั้ง อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับโดนวิจารณ์เรื่องฟอร์มส่วนตัวว่ายังไม่คุ้มกับเม็ดเงินที่ “สิงห์บลูส์” เสียไปถึง 57 ล้านปอนด์ (ราว 2.27 พันล้านบาท)
3,420
    นี่คือจำนวนนาทีของผู้เล่นที่ลงสนามมากที่สุดในลีกตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งปรากฏว่ามีแข้งที่มีสถิติเท่ากันถึง 3 คน คือ คอเนอร์ โคดี กองหลัง วูล์ฟแฮมป์ตัน, เบน มี เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เบิร์นลีย์ และลูกา มิลิโวเยวิช กองกลาง คริสตัล พาเลซ
81,332
    ปิดท้ายด้วยตัวเลขของแฟนบอลที่เข้าไปชมเกมในหนึ่งนัดมากที่สุดด้วยจำนวน 81,332 คน แมตช์ที่ สเปอร์ส เสมอ อาร์เซนอล 1-1 ส่วนเกมที่มีผู้ชมต่ำที่สุดของซีซั่น คือนัดที่ บอร์นมัธ เอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-1 โดยมีผู้ชมเพียง 9,980 คน ขณะที่ตัวเลขผู้ชมเฉลี่ยในทุกเกมของพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ต่อนัด คือ 38,205 คน

รวมตัวเลขน่าสนใจศึกพรีเมียร์ลีก 2018-19
    และทั้งหมดนี้คือตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งเกิดขึ้นในลีกสุงสุดแดนผู้ดีประจำซีซั่น 2018-19 ซึ่งบางตัวเลขก็เป็นสถิติที่น่าจดจำ ส่วนบางตัวเลขก็เป็นสถิติที่ควรนำไปปรับปรุงในฤดูกาลหน้าซึ่งจะเปิดฉากในวันที่ 10 ส.ค.นี้

เจ้าของ "ฮิโนกิแลนด์" งงแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป

ภูมิภาค  :  1 วันที่ผ่านมา
ภูมิภาค,เชียงใหม่,ฮิโนกิแลนด์

เชียงใหม่ - คมข่าวทั่วไทย

เกี่ยวกับเรื่่องนี้ นายอนิรุทธ์ จึงสุดประเสริฐ เจ้าของ “ฮิโนกิแลนด์” กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ติด 1 ใน 10  แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป แต่กระนั้นก็แปลกใจที่ได้รับ เพราะว่าก่อนที่จะเห็นประกาศว่าได้รับการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ของกรมเดินทางลงมาสำรวจ หรือตรวจสอบแต่อย่างใด  อีกทั้งหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกต่างๆทางกรมก็ไม่เคยได้ประสานมา 

เจ้าของ "ฮิโนกิแลนด์" งงแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป

"หนังสือประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ ผมก็ยังไม่ได้รับ ที่ทราบเรื่องก็ทราบจากเพื่อนๆเป็นคนโทรศัพท์มาบอกว่าได้รับการส่งเสริม ในเรื่องของความเหมาะสมต้องไปดูหลักเกณฑ์ของกรมส่งเสริมให้ชัดเจน ถ้าเป็นคำว่าวัฒนธรรมไทย เราต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่ แต่ถ้าคำว่าวัฒนธรรมก็ต้องเอาหลักเกณฑ์มาดู"นายอนิรุทธ์ กล่าว

 

เจ้าของ "ฮิโนกิแลนด์" งงแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป

นายอนิรุทธ์ กล่าวต่อว่า แม้ในอนาคตอาจมีการปรับรางวัลหรือเปลี่ยนแปลง ตนก็น้อมรับเพราะยืนยันชัดเจนว่าเราเป็นวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น และเราก็จะพัฒนาฮิโนกิแลนด์อย่างต่อเนื่องบนพื้นที่ 83 ไร่ เราตั้งใจจะทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบญี่ปุ่นใน จ.เชียงใหม่ ให้คนเชียงใหม่และคนไทย ที่ไม่มีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นมาสัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น เพราะตนเคยมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น 19 ปี และหลงใหลวัฒนธรรมและประเพณีของชาวญี่ปุ่น จึงได้นำกลับมาสร้างเป็นฮิโนกิแลนด์ และยังเป็นการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนโดยรอบ และทำให้อำเภอเล็กอย่างอ.ไชยปราการ เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ

“อยากจะกราบขออภัยถ้ารางวัลการส่งเสริมที่ได้รับ สร้างความไม่สบายใจกับคนบางกลุ่มหรือบางบุคคล และขอยืนยันอีกครั้งว่าการคัดเลือกทั้งหมดเป็นของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ทางฮิโนกิแลนด์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ทราบเรื่องใดๆทั้งสิ้น จนมีการประกาศออกมาแล้วกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์”นายอนิรุทธ์ กล่าว


..........................................................

15 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน