*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5308
  • จำนวนผู้ชม : 3279800
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 205 , 17:32:48 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เครื่องบินรบสุดทันสมัยของสหรัฐเสียท่าถูกนกบินชนอย่างไม่อาจป้องกันได้ ค่าเสียหาย 60 ล้านบาททีเดียว ส่วนการทูต

ระหว่างฟิลลิปปินส์ - แคนนาดาเกิดการพิพาท เพราะฟิลลิปปินส์ถูกแคนนาดาส่งขยะเข้ามาทิ้งในประเทศของตน ส่วนไทยที่เคย

โดนต่างประเทศทำเช่นเดียวกันมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าสกัดได้แล้วหรือยัง

ด่วน ! กกต.ฟัน'ธนาธร' ขาดคุณสมบัติส่งศาลรธน.ชี้ขาด

Breaking news  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ธนาธร,กกต,ศาลรัฐธรรมนูญ,พรรคอนาคตใหม่

ด่วน ! กกต.ฟัน'ธนาธร' ขาดคุณสมบัติส่งศาลรธน.ชี้ขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกกต.ได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อกกต.ว่านายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดอันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101  (6 )ประกอบมาตรา 98 (3)

ทั้งนี้มีรายงานว่ามติกกต.ดังกล่าวเป็นมติเอกฉันท์โดยเห็นว่า จากพยานหลักฐาน บริษัทวี-ลัค มีเดียจำกัด เป็นบริษัท ที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัทฯพบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณาซึ่งถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน และยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชีแต่อย่างใด

ขณะที่สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นหรือ บอจ. 5 ที่กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค. 62  ดังนั้นเมื่อกกต. ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้งส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. จึงเท่ากับว่าขณะที่นายธนาธร ยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้ง นายธนาธรยังถือหุ้น บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัดอยู่  จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42(3) 

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองยังกำหนดว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ซึ่งถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ให้ส.ส. ซึ่งถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของส.ส.ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง

"จุรินทร์"ขอบคุณพรรคให้โอกาสพร้อมพาสู่ยุคอุดมการณ์ทันสมัย

การเมือง  :  20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ,ประชาธิปัตย์

"จุรินทร์"ขอบคุณพรรคให้โอกาสเติบโตการเมืองพิสูจน์ตัวเองจน 33 ปีได้เป็นหน.ขอทุกคนร่วมแรงกาย-ความคิด จับมือพาปชป.สู่ยุคอุดมการณ์ทันสมัย รวมกันเป็นหนึ่ง

"นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ได้กล่าวปิดท้ายการประชุมว่า วันนี้นับเป็นวันสำคัญที่สุดสำคัญวันหนึ่งในทางการเมืองของผม ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมได้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ขอ ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน รวมทั้งชาวจังหวัดพังงาที่ให้ชีวิตการเมืองกับผม

ขอขอบคุณท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติบรรทัดฐาน ที่ยืนหยัดต่อสู้ให้ตนได้มีโอกาสลงสมัคร ส.ส.ในปี 2529 จนมีโอกาสได้นับหนึ่งในทางการเมือง ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่านได้ส่งเสริมสนับสนุนได้เติบโตทางการเมืองจนถึงวันนี้ 

ขอขอบคุณนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ คนที่ให้โอกาสผมในการพิสูจน์ตัวเองตลอดการทำงาน 14 ปีด้วยกัน และก็ขอขอบคุณผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคทั้ง 3 คนด้วยทั้ง นายพีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค , นายกรณ์ จาติกวณิช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ทำให้ประชาธิปไตยในพรรคสมบูรณ์

รวมทั้งขอบคุณสื่อมวบชนด้วย ที่ช่วยกันสื่อความเป็นประชาธิปไตย ไปถึงประชาชนทั่วประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา ขอบคุณคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งของพรรคที่มีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธาน รวมทั้งทีมงานทุกคนที่ต้องเน้นเหนื่อยแรมเดือน สมาชิกทุกคนทั้งที่เลือกผมและไม่เลือกผมแต่ยังคงยืนหยัดกับพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้และวันข้างหน้า

ผลการเลือกตั้งวันนี้ทำให้เห็นว่าอย่างน้อยที่สุดในรอบ 73 ปีของพรรคประชาธิปัตย์ ตนเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองยาวนานที่สุดอย่างน้อยถึง 33 ปี แต่อีกด้านกำลังบอกกับเราทุกคนว่าขอเพียงเราทุกคนมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละเพื่อพรรคประชาธิปัตย์พรรคก็พร้อมให้โอกาสเราเสมอ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกล่าวขอบคุณต่อสมาชิกพรรคในที่ประชุมนั้น "นายจุรินทร์" ได้ใช้เวลาประมาณ 5-6 นาที โดยระหว่างที่กล่าวในช่วงท้ายถึงกับมีน้ำเสียงสั่นเครือ ซึ่งในบางจังหวะที่ประชุมก็ได้ปรบมือเป็นการร่วมยินดีและให้กำลังใจกับนายจุรินทร์ที่ได้รับคะแนนสูงถูกเลือกรับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

ขณะที่กรรมการบริหารพรรค 8 คน ซึ่งที่ประชุมพรรคได้เลือกใหม่ในวันนี้ ประกอบด้วย นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ , น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร , นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล , น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ , น.ส.รัชดา ธนาดิเรก , น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล , น.ส.อรอนงค์ กาญจชูศักดิ์ , นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 

"ไพบูลย์"ฟันธง 31พ.ค. "บิ๊กตู่" นายกฯ

การเมือง  :  19 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ไพบูลย์,ประยุท์,นายกฯ

"ไพบูลย์"ฟันธง 31พ.ค. "บิ๊กตู่" นายกฯ

      ส่วนกรณีที่ขั้วที่ 3 จะรวมตัวจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า  ตนเข้าใจว่า การที่จะเลือกนายกฯ ไม่ว่า จะอย่างไรก็จะต้องมีเสียงสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 376 คน  ดังนั้น จะเป็นขั้วไหนก็อยู่ที่บุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯจะมีความสามารถรวบรวมเสียงได้ถึง 376 เสียงหรือไม่ เท่าที่ดูในขั้วที่ 3 นั้น ก็ยังไม่มีบุคคลใดที่มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ วันนี้ยังถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีความเป็นไปได้มากที่สุด และเชื่อมั่นว่า เป็นไปได้แน่นอน ส่วนขั้วอื่นก็คงได้เสียงไม่พอ รวมทั้งขั้วที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย

       "สิ่งที่จะเป็นไปได้ก็เหลือแค่ข้าง พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนการโหวตเลือกนายกฯ คงจะเป็นวันศุกร์ที่ 31 พ.ค. ถ้ามีการประชุมรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จะได้นายกฯตอนนั้น แต่ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น การเลือกนายกฯก็จะต้องเลื่อนไป แต่อย่างไรก็ต้องเป็นพล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว  "

       ส่วนรายชื่อ ส.ว.ที่ประกาศออกมาและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสภาพี่น้องสภาผัวเมียนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ทั้งการประกาศผลเลือกตั้ง หรือการประกาศรายชื่อการสรรหา ส.ว.ก็ไม่เป็นที่พอใจของใครได้ทุกคน ผู้ที่ไม่พอใจก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อดำเนินการไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญแล้วก็มีผลว่า ส.ว.ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ มานั้นต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเดินหน้ากันต่อไป ส่วนผลงานจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูว่า ส.ว.แต่ละคนที่มีเอกสิทธิ์เป็นของตัวเองจะพิจารณาดำเนินการอย่างไร

งบสรรหา 194 ส.ว. แค่ไม่กี่พันบาท

การเมือง ข่าวการเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การเมือง,วิษณุ,สว

"วิษณุ" ชี้ หาก "ชยุต" ขาดคุณสมบัติ "ส.ว." ก็พ้นตำแหน่งไป ระบุ "คสช." ใช้งบเฟ้น "194 ส.ว." แค่ไม่กี่พันบาท

               เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 62 ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายชยุต สืบตระกูล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่พบว่าเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 51 คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินตาบอด จอดรถขยะกรุงเทพมหานคร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างฎีกา จะส่งผลต่อคุณสมบัติต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หรือไม่ ว่า

               ตนทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ หากพบว่าขัดก็พ้นไป ลำดับสำรองก็เลื่อนขึ้นมา เราให้เจ้าตัวเป็นคนเซ็นรับรองคุณสมบัติทั้งหมดเอง เพราะเราไม่สามารถไปตรวจสอบได้ และจนถึงตอนนี้ นายชยุตก็ไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขอชี้แจงอะไร

               เมื่อถามว่า ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่า นายชยุตจะมีความผิดจากการเซ็นรับรองคุณสมบัติของตัวเองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในขณะนี้ต้องบอกว่าแค่ลาออก แล้วก็เลื่อนคนใหม่ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม อาจจะมีคนอื่นๆ ที่มีลักษณะทำนองนี้อีก ซึ่งจะปรากฏขึ้นมาในช่วงเวลาแบบนี้ เมื่อถามว่า มีข้อกฎหมายกำหนดหรือไม่ว่านายชยุตต้องชี้แจงภายในกี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อประกาศรายชื่อไปแล้ว ใครร้องขึ้นมาก็เป็นเรื่องของการพ้นไปหรือลาออก แล้วก็เลื่อนคนมาแทน ซึ่งจะทำเมื่อไหร่ก็ได้

               นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ไปพูดกันว่ามีการใช้งบประมาณในการคัดเลือก ส.ว. ถึง 1,300 ล้านบาท นั้นเป็นการใช้ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องหาคนเป็นพันเป็นหมื่นตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด อีกทั้งต้องเช่าสถานที่ แต่ส่วน ส.ว. 194 คน นั้นเข้าใจว่าใช้งบประมาณเพียงไม่กี่พันบาทเท่านั้น เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เป็นกรรมการสรรหา ไม่ได้มีเบี้ยประชุม และถ้าจะมีค่าใช้จ่าย ก็เป็นแค่เรื่องเอกสา

               เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) เรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถเปิดเผยได้ และ คสช. คงจะเปิดเผยในไม่ช้านี้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อไร โดย คสช. ตั้งใจมาตั้งแต่แรกว่าเมื่อประกาศรายชื่อ ส.ว. เสร็จแล้วก็ต้องเปิดเผย ตนเข้าใจว่าเคยมีการร้องเรื่องนี้ไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินถามมา ทาง คสช. ก็เคยส่งคำสั่งสำเนาแต่งตั้งไปให้

               เมื่อถามว่า จะชี้แจงสังคมอย่างไรต่อข้อวิจารณ์ที่ว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว. บางคน มาเป็น ส.ว. เสียเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ชี้แจงว่าในระหว่างเวลาพิจารณา จะไม่มีการพิจารณาตัวเอง ถ้าไม่เดินออกจากที่ประชุมก็ไม่ออกความเห็น ซึ่งได้ทำแบบนี้ และได้เตือนในเรื่องนี้ไปแล้ว จึงไม่คิดว่าเป็นปัญหาอะไร

               “คสช. มีองค์ประชุมอยู่ 8 คน แต่ในตอนประชุมพิจารณา ได้พิจารณาครบทั้ง 15 คน เมื่อพิจารณาไปถึงรายชื่อของผู้ใดซึ่งไล่ไปตามลำดับ ถ้าผู้นั้นไม่ออกไปจากที่ประชุม ท่านก็ไม่ออกความเห็นใดๆ ถึงเวลาก็อภิปรายคุณสมบัติกันไป หลายชื่อก็ถูกข้ามไป หลายชื่อก็มีการทักท้วง บางชื่อทักท้วงแล้วสำเร็จ แต่บางชื่อไม่สำเร็จ แม้กระทั่งย้อนไปตอนสรรหาก็ทำในลักษณะเดียวกัน โดยมีการประชุม 3 ครั้ง ครั้งละหลายชั่วโมง ผมยืนยันได้ เพราะอยู่ในที่ประชุมด้วย ส่วนในชั้น คสช. นั้น ผมอาจจะอยู่ไม่ครบ แต่ก็ได้ทราบว่าเจ้าตัวไม่มีส่วนในการออกความเห็นในส่วนของตัวเอง” นายวิษณุ กล่าว

               เมื่อถามต่อว่า มีหลักฐานนำมายืนยันและเผยแพร่ต่อสาธารณะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีการจดรายงานการประชุมไว้ แต่จะเผยแพร่ได้หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะรายงานการประชุมของ คสช. นั้น เผยแพร่ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากมีคดีความก็สามารถส่งรายงานการประชุมที่ว่านี้ไปได้ ไม่ได้ลำบากอะไร

'ศาล รธน.' กับ '3 เรื่องสำคัญ' 

คณะกรรมการการเลือกตั้ง,กกต,ศาลรัฐธรรมนูญ,สส

กระดานความคิด ร่มเย็น

          คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผลทั้ง ส.ส. เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อไปเรียบร้อยแล้ว  เป็นการทำไปตามกรอบของกฎหมายที่ต้องรับรองภายในวันที่ 9 พฤษภาคม ส่วนเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งว่าไม่ชอบ หรือผู้สมัครส.ส. ขาดคุณสมบัติ  สามารถดำเนินการได้ต่อไปภายใน 1 ปี “สอยเอาทีหลัง”

          สำหรับในเรื่องที่ร้องว่าผู้สมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติ  ที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน ก็คือ เรื่องผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นสื่อ ซึ่งถูกร้องกันระนาวกว่า 40 ราย กระจายอยู่ในหลายพรรคการเมือง คือ เพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย ประชาชาติ พลังประชารัฐ

          และเส้นทางของคดีถือหุ้นสื่อนับแต่นี้ไปจะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ไปจบที่ศาลฎีกาเหมือนตอนที่ยังเป็นผู้สมัคร ส.ส.  เนื่องจากผู้ถูกร้องเรียนมีสถานะเป็น ส.ส. แล้ว 


          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีคำสั่งศาลฎีกาวางบรรทัดฐานเกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อของผู้สมัครส.ส. ว่าหากบริษัทหรือนิติบุคคลนั้นมีวัตถุประสงค์เกี่ยวการทำสื่อ และผู้สมัครส.ส. เข้าไปเป็นเจ้าของหรือผู้ประกอบกิจการหรือถือหุ้น  ผู้สมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติ ซึ่งวัตถุุประสงค์ของบริษัทหรือนิติบุคคล ศาลดูจากแบบฟอร์มตอนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือนิติบุคคลนั้นๆ ซึ่งก็คือหนังสือบริคณฑ์สนธิว่ามีการระบุว่าทำสื่อหรือไม่  หากมีการระบุว่าทำสื่อผู้สมัคร ส.ส.ก็ขาดคุณสมบัติ แม้ว่าในความจริงบริษัทหรือนิติบุคคลนั้นไม่ได้ทำสื่อ เพียงแต่จดเผื่อไว้ เพราะว่าผู้ที่ก่อตั้งบริษัทหรือนิติบุคคลมักได้รับคำแนะนำจากนักกฎหมายว่าให้แจ้งการประกอบกิจการให้ครอบจักรวาลเอาไว้ก่อน เพื่อที่ว่าในอนาคตหากทำกิจการใดเพิ่มจะได้ไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมอีก เป็นการลดความยุ่งยากและลดค่าใช้จ่ายในการตั้งบริษัท ซึ่งนิยมทำกัน 


          แต่นับจากนี้ไป “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะเข้ามาทำหน้าที่วินิจฉัยเกี่ยวกับกรณี ส.ส. ถือหุ้นสื่อแทนซึ่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” อาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมาเกี่ยวกับส.ส.ถือหุ้นสื่อก็ได้  เพราะวิธีการคิดของศาลรัฐธรรมนูญจะแตกต่างจากศาลฎีกาเพราะศาลรัฐธรรมนูญเวลาวินิจฉัยคดีจะมีทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์  ซึ่งต่างจากศาลฎีกาที่ตีความเคร่งครัดตามตัวบทกฎหมายบัญญัติ ดังนั้นกรณีส.ส.ถือหุ้นสื่อขาดคุณสมบัติ อาจจะจบที่ศาลรัฐธรรมนูญแบบมีคำวินิจฉัยที่แตกต่างออกไปจากศาลฎีกาก็เป็นได้  เช่นดูว่าบริษัทหรือนิติบุคคลนั้น ในความจริงได้ทำสื่อหรือไม่ด้วย แม้ว่าในหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทหรือนิติบุคคลนั้นๆจะระบุว่าทำสื่อก็ตาม  ซึ่งคงทำให้ส.ส.หลายคน หายใจได้โล่งอกมากขึ้น เพราะตอนนี้หากถือเอาตามบรรทัดฐานของศาลฎีกาคงโดนกันระนาว 

          อีกทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแตกต่างกันได้ ซึ่งในกรณีที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแตกต่างกันข้างต้น ผู้สมัครส.ส.ที่เคยถูกคำสั่งศาลฎีกาให้ขาดคุณสมบัติและถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะเรียกร้องอะไรไม่ได้ เพราะถูกตัดสิทธิตั้งแต่เป็นผู้สมัครส.ส. ยังไม่ได้เป็น ส.ส. และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลย้อนหลัง

          เรื่องที่สอง เกี่ยวกับการนับคะแนนคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์  แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเคยวินิจฉัยไปแล้วว่า พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ลงลึกไปถึงวิธีคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อว่าต้องเป็นอย่างไร ซึ่งทำให้กกต.วินิจฉัยเองว่า ให้ใช้สูตรพรรคการเมืองที่ีได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง มีสิทธินำมาคำนวณเพื่อจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ด้วย หรือที่เรียกกันว่า “แจกพรรคเล็ก” 

          หลังจากกกต.ได้ตัดสินใจใช้สูตรดังกล่าวทำให้พรรคการเมืองใหญ่ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่  ไม่พอใจ ประกาศยื่นฟ้อง กกต. ว่าวินิจฉัยไม่ถูกต้อง ซึ่งเรื่องนี้จะไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ  ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ว่าสิ่งที่ กกต.ทำถูกหรือผิด ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กกต.ทำถูกต้องแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรตามมา เดินหน้าต่อได้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากกต.ทำผิด  โดยพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อ  กกต.จะต้องกลับมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่และประกาศผลเลือกตั้งใหม่ให้ตรงกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งนั่นหมายความว่าหลายคนที่ได้รับการรับรองจากกกต.ไปแล้ว ต้องพ้นจากเป็นส.ส.  แต่สิ่งที่คนเหล่านี้ทำไปแล้วในฐานะส.ส. ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ไม่โมฆะเสียไป

          ดังนั้นหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กกต.ใช้วิธีคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ถูกต้อง เกิดขึ้นหลังจากที่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไปแล้ว การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านไปแล้ว ถือว่าชอบด้วยกฎหมายเพราะเกิดขึ้นก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  แต่หากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก่อนโหวตนายกฯ ก็จะมีผลต่อเสียงส.ส.ของขั้วการเมืองและส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นต้องลุ้นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไรในเรื่องนี้  เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีผลเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะมีผลต่อเนื่องไปอีกไกล เป็นการสร้างบรรทัดฐานเกี่ยวกับวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของประเทศนี้ด้วย

          เรื่องที่สาม  เกี่ยวกับส.ว. สรรหา จำนวน 194 คน  สืบเนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จากการที่คณะราษฎรไทยแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. โดยอ้างว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช. ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาส.ว. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมทั้งกรรมการ มีความเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ​ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 269 (1) ที่กำหนดให้หัวหน้าคสช.ต้องตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว ที่ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งแม้ว่าในเรื่องส.ว.จะมีการประกาศแต่งตั้งเป็นทางการไปแล้ว แต่เรื่องนี้ยังอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและยังไม่ได้วินิจฉัยออกมาว่ารับหรือไม่รับ หรือวินิจฉัยออกมาในทางใด ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ในภายหลังว่ากรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งขัดกับรัฐธรรมนูญ ก็อาจส่งผลกระทบว่าต้องมีการตั้งคณะกรรมการสรรหารวมทั้งต้องเลือกส.ว.จำนวน 194 คน กันใหม่ 

ประชาธิปัตย์-ลีลา & เงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาล

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์,รักแผ่นดิน,พรรคประชาธิปัตย์

คอลัมน์... รักแผ่นดิน โดย... ฅนไท ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

          เสร็จศึกชิงหัวหน้าพรรค ที่ลงเอยด้วยการมีมติให้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 8 ในรอบ 73 ปี 

          ภารกิจเร่งด่วนสำคัญ คือการตัดสินใจของหัวหน้าและกรรมการบริการพรรคชุดใหม่ ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ

          ภารกิจเร่งด่วนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 8 และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ คือการตัดสินใจที่จะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล 

          แม้คำตอบจะคาดหมายได้ว่า ท้ายที่สุด ประชาธิปัตย์ อาจจะตัดสินใจเข้าร่วมเพราะเป็นตัวแปรสำคัญ หากคิดแบบ “ทารกทางการเมือง” เป็นฝ่ายค้านอิสระ รังแต่จะทำให้ประเทศเข้าสู่ทางตัน และเกิดวิกฤติการเมืองรอบใหม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ประชาธิปัตย์จะกลายเป็น “จำเลย”ทางการเมือง

          แต่ให้ดูลีลา หรือจังหวะก้าวทางการเมืองต่อการเข้าร่วมของประชาธิปัตย์ ที่จะร่วมรัฐบาล จะต้องมีเงื่อนไขที่มิใช่เรื่องการต่อรอง “ตำแหน่ง”ทางการเมือง เพราะนั่น “ธรรมดาเกินไป” สำหรับพรรคเก่าแก่ทางการเมืองที่สุดซึ่งมีนักการเมือง “ชั้นเซียน” อยู่เต็มพรรค

          จะเป็นการเข้าร่วมที่พร้อม “ถอนตัว”ตลอดเวลา หากไม่ทำตามสัญญาก่อนเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเงื่อนไข ต้องจัดการไม่ให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลใหม่ ซึ่งเคยเป็นเงื่อนไขที่ประชาธิปัตย์ประกาศถอนตัวในรัฐบาล “บุฟเฟ่ต์คาบิเนต” ของรัฐบาลสมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อปี 2533 มาแล้ว


          หรืออาจมีการขอสัตยาบันต่อกัน ในการ “แก้รัฐธรรมนูญ 2560” ซึ่งถูกวิจารณ์มากว่า มีหลายจุดที่ “ไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ” แลกกับ “ความชอบธรรม” ที่ประชาธิปัตย์จะสามารถอธิบายกับแฟนคลับที่เหลืออยู่ 3.9 ล้านเสียง และฟื้นฟูกอบกู้ศรัทธาพรรคกลับคืนมา

          แต่การอยู่ข้างนอก เป็นฝ่ายค้านอิสระ “ดีแต่พูด”ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ไม่ได้กอบกู้ภาพลักษณ์ “เก่งแค่ปาก” ทำงานไม่เป็น ที่ถูกตีตราไว้อย่างยาวนานได้

          “ฝ่ายค้านอิสระ” คือ “วาทกรรม" ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นของกลุ่มที่พิสูจน์แล้วว่า “ล้มเหลว” ทางการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์

"รฟท." ประสานขอตั้งอัยการดูแนวทางจ่ายคดีโฮปเวลล์

อาชญากรรม ข่าวอาชญากรรม  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โฮปเวลล์,อาชญากรรม

"โฆษกอัยการ" เผย "รฟท." ประสานสำนักงานอัยการสูงสุด ขอตั้งอัยการเป็นผู้แทนร่วมดูแนวทางปฏิบัติตามสิทธิ์และขั้นตอนกฎหมายคดีชดใช้เงินโฮปเวลล์ ร่วม 1.2 หมื่นล้าน

               เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 62  "นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์" โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นัดหมายที่จะเข้าพบอัยการผู้ที่รับผิดชอบคดีโฮปเวลล์ ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 62 ให้ รฟท. ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตตุลาการ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับเอกชน ว่า

               ทางตัวแทน รฟท. ได้เข้าพบและหารือกับตนเมื่อวานที่ผ่านมา (15 พ.ค.) โดยเป็นหารือที่จะประสานขอส่งอัยการเป็นตัวแทนฝ่าย รฟท. ร่วมพิจารณาแนวทางปฏิบัติหลังศาลปกครอง สูงสุดมีคำพิพากษาคดีโฮปเวลล์ จะให้อัยการร่วมช่วยดูแนวทางปฏิบัติตามสิทธิ์ของ รฟท. ว่าจะมีอย่างไร และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไรบ้าง ซึ่งตนก็ได้แจ้งกับตัวแทน รฟท. ให้ทราบว่าก่อนหน้านี้ทางฝ่ายรัฐบาลก็จัดให้มีคณะร่วมขึ้นมาพิจารณาแนวทางปฏิบัติ โดยในส่วนนั้นก็มีกระทรวงคมนาคมที่ได้ประสาานขอให้ตั้งอัยการเข้าไปร่วมเป็นตัวแทนด้วยแล้ว และสำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้มอบให้ "อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง" กับ "อัยการเจ้าของสำนวนในคดีปกครอง" ดังกล่าวอีกคน ไปเป็นตัวแทนของกระทรวงคมนาคมร่วมพิจารณาแนวทางดังกล่าวกับฝ่ายรัฐบาลด้วยแล้ว

               ดังนั้น หาก รฟท. ยังยืนยันที่จะขอให้มีอัยการเป็นตัวแทนเฉพาะดูแลในเฉพาะของ รฟท. เราก็จะหารือกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งหาก รฟท. ยืนยันเช่นนั้น เราก็มีแนวทางที่จะมอบหมายให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองและอัยการเจ้าของสำนวนทั้ง 2 คน ที่ก่อนหน้านี้ที่ได้รับมอบหมายไปดูแลในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น ได้ร่วมดูแนวทางสำหรับ รฟท. ต่อไปด้วย

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนั้น ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 51 และ 15 ต.ค. 51 ที่คณะอนุญาโตฯ ชี้ขาดให้ “กระทรวงคมนาคม - รฟท.” ต้องชดใช้เงินค่าเสียหาย 3 ส่วน ให้กับ “บจก.โฮปเวลล์ฯ” กรณีที่ “ก.คมนาคม - รฟท.” บอกเลิกสัญญา จากเหตุที่เห็นว่าไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดได้ ประกอบด้วยเงินค่าตอบแทนที่ “บจก.โฮปเวลล์” ชำระไว้จำนวน 2,850,000,000 บาท และให้คืนหนังสือค้ำประกัน คืนค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือค้ำประกัน จำนวน 38,749,800 บาท และเงินในการก่อสร้างโครงการจำนวน 9,000 ล้านบาท รวมจำนวน 11,888,749,800 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยในส่วนของดอกเบี้ยเงินค่าตอบแทนกับเงินค่าธรรมเนียมนั้นให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับเงินค่าตอบแทนแต่ละงวด และวันที่จ่ายเงินค่าธรรมเนียมให้กับธนาคาร ส่วนดอกเบี้ยของเงินก่อสร้างโครงการให้นับตั้งแต่วันที่คณะอนุญาโตฯ ชี้ขาด โดยศาลปกครองสูงสุด ให้ “กระทรวงคมนาคม - รฟท.” ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ ให้เสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด (22 เม.ย. 62)

เครื่องบินรบสุดล้ำ "เอฟ-35 บี" ชน"นก"เสียหายเกิน 60 ล้าน 

ต่างประเทศ ข่าวต่างประเทศ  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นกพุ่งชน,บินรบเอฟ35บี

เสียหายหนัก เครื่องบินรบสุดล้ำลำละ 115 ล้านดอลลาร์ เมื่อเจอนกพุ่งชน 

นาวิกโยธินสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์วานนี้ว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เครื่องบินรบ “เอฟ-35 บี” จอยท์ สไครค์ ไฟเตอร์ ของหน่วยอากาศยานนาวิกโยธิน 12 ฝูงบินนาวิกโยธินที่ 1 ต้องยกเลิกขึ้นบินจากฐานทัพอากาศอิวาคูนิ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากบินชนนก 

 หลังเกิดเหตุ นักบินบังคับเครื่องบินออกนอกรันเวย์โดยสวัสดิภาพ และไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายอย่างละเอียด แต่เบื้องต้น นาวิกโยธินสหรัฐจัดเป็นอุบัติเหตุในหมวด เอ ซึ่งหมายความว่าความเสียหายเกิน 2 ล้านดอลลาร์ 

นกเป็นอันตรายต่อทั้งเครื่องบินพลเรือนและเครื่องบินทหาร หากถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ อาจทำเครื่องยนต์เสียหายและต้องลงจอดฉุกเฉิน  

เมื่อ 4 ปีก่อน เฮลิคอปเตอร์กองทัพสหรัฐ ตกในอังกฤษ คร่าชีวิตกำลังพล 4 นายหลังชนกับฝูงนก 

เมื่อวันที่ 17 เมษายน เครื่องบิน เอฟ-16 ไลท์นิง อีเกิล  เพิ่งประสบเหตุชนกับเหยี่ยวสเวนสันขณะลงจอด ฐานทัพอากาศโฮลโลแมน รัฐนิวเม็กซิโก ตามภาพที่เพจเฟซบุ๊ก Air Force amn/nco/snco  นำมาแชร์ แสดงให้เห็นซากนกตัวหนึ่งติดอยู่ใต้ท้องเครื่อง 

กองทัพอากาศสหรัฐ ใช้เครื่องมือสองแบบในการป้องกันเหตุนกพุ่งชน ระบบหนึ่งเป็นเรดาร์อากาศเฝ้าระวังฝูงนกในท้องฟ้า กับแบบที่สอง เป็นเรดาร์ที่ใช้ตรวจจับนกขณะเข้าใกล้สนามบิน กระนั้น ปัญหายังมีอยูู่เนืองๆ เนื่องจากเทคโนโลยีที่ว่านี้ไม่ได้ติดตั้งอยู่ทุกฐานทัพ และพิสัยของเรดาร์ที่มีจำกัด 

ฟิลิปปินส์เรียกทูตกลับฉุนแคนาดาไม่ขนขยะกลับไป  

ต่างประเทศ ข่าวต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขยะ,ฟิลิปปินส์,เรียกทูตกลับ,แคนาดา

ฟิลิปปินส์เรียกเอกอัครราชทูตและกงสุลประจำแคนาดากลับประเทศเพื่อประท้วงที่แคนาดาไม่ยอมนำขยะหลายตัน ที่ถูกลอบส่งมาฟิลิปปินส์เมื่อหลายปีก่อนกลับไป

กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ แถลงวันนี้ว่า ได้แจ้งให้เอกอัครราชทูตและกงสุลประจำแคนาดากลับประเทศแล้ว หลังจากแคนาดาไม่ยอมรับขยะกลับประเทศไปภายในกำหนดเส้นตายเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ขณะโฆษกทำเนียบประธานาธิบดี เตือนด้วยว่าฟิลิปปินส์พร้อมตัดความสัมพันธ์ หากแคนาดายังไม่รีบนำขยะกลับไป 

ความสัมพันธ์ตึงเครียดมานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่บริษัทแคนาดาส่งคอนเทนเนอร์ 103 ตู้ ซึ่งบรรทุกขยะในครัวเรือน รวมถึงขยะเน่าเสีย ที่มีการปิดฉลากผิดว่าเป็นขยะพลาสติกรีไซเคิลได้  ไปยังท่าเรือฟิลิปปินส์ระหว่างปี 2556 และ 2557 แต่เมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กำหนดเส้นตายให้แคนาดารับขยะกลับไปภายในวันที่ 15 พ.ค.และเตือนว่าพร้อมประกาศสงครามกับแคนาดาเพื่อยุติปัญหานี้

ขณะที่แคนาดระบุว่ากำลังเตรียมการด้านเอกสารเพื่อขนคอนเทนเนอร์กลับ แต่ไม่ได้กรอบเวลา 

ปัจจุบันยังมีคอนเทนเนอร์เหลืออยู่ 69 ตู้ ส่วนอีก 34 ถูกกำจัดทิ้งแล้วในฟิลิปปินส์

ขยะกลายเป็นอีกปมความร้าวฉาน หลังจากนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดแห่งแคนาดา ออกมาตั้งคำถามนโยบายล้างบางยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตร์เต ที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน  

เมื่อปีที่แล้ว ดูเตร์เตยกเลิกสัญญาสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ทหารจากผู้ผลิตแคนาดา 16 ลำ มูลค่า 235 ล้านดอลลาร์ หลังจากรัฐบาลแคนาดาขอทบทวนข้อตกลง เนื่องจากประวัติสิทธิมนุษยชนของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ 

กลุ่มสิ่งแวดล้อม แนวร่วม อีโคเวสต์  ( Ecowaste Coalition ) สนับสนุนรัฐบาลมะนิลา ที่ใช้มาตรการการทูตกับแคนาดา แต่หากรัฐบาลต้องการส่งสาส์นแบบไม่คลุมเครือ ก็ควรให้สัตยาบันอนุสัญญาบาเซล ที่มุ่งปกป้องประเทศกำลังพัฒนามิให้กลายเป็นที่ทิ้งขยะผิดกฎหมายของประเทศร่ำรวย 

........................................................

16 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน