*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5372
  • จำนวนผู้ชม : 3293056
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 204 , 11:21:42 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สำรวจฟ้า , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การเมืองของไทยขณะนี้ เราจะเห็นได้ว่าพรรคที่มีจำนวนส.ส.แม้แต่เพียงคนเดียวก็ยังจะถูกชวนเข้าร่วมกลุ่มอยู่เหยงๆ

แล้วพรรคที่มีส.ส.หลายสิบอย่างปชป. อย่างภูมิใจไทยจะมิถูกชวนมากขึ้นหรอกหรือ ซึ่งหากสมประโยชน์ต่อกันก็จะรวมตัวกันได้

ต่อไป แล้วจะเอาอย่างไรก็ต้องตัดสินใจก่อนวันเปิดสภา 22 พ.ค. 62 นี้แล้ว

         สำหรับนายอภิสิทธฺิ์ เวชชาชีวะ แม้จะไม่มีชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีการเปิดช่องให้นั่งเก้าอี้ประธานสภาแทน

 

เตือน‘ภาคตะวันออก-ใต้’ฝนยังตกหนัก ‘กทม.’ตก30%

เตือน‘ภาคตะวันออก-ใต้’ฝนยังตกหนัก ‘กทม.’ตก30%

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 07.06 น.

“กรมอุตุนิยมวิทยา”พยากรณ์ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตราย ขณะที่“กทม.-ปริมณฑล”ตกร้อยละ 30 ของพื้นที่

17 พ.ค.62 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าบริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา แนวลมที่พัดเข้าหากันของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งสำหรับลมตะวันตกกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

+ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา แลนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

+ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

คสช.หน้าหงาย! แฉบางกลุ่มปัดมีชื่อส.ว.ช่วงสรรหา จับตาหลายคนเจอพิษหุ้นสื่อตกเก้าอี้

คสช.หน้าหงาย! แฉบางกลุ่มปัดมีชื่อส.ว.ช่วงสรรหา จับตาหลายคนเจอพิษหุ้นสื่อตกเก้าอี้

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.58 น.

กระทุ้ง “บิ๊กตู่” รีบประกาศ 50 รายชื่อสำรอง ส.ว.ประเภทสรรหา หลังประกาศ 250 ส.ว.ตัวจริงไปแล้วในราชกิจจาฯ เผยในช่วงสรรหา 400 รายชื่อ มีบางคนติดกลุ่มแต่ตอกกลับ คสช.ไม่ต้องการถูกเสนอชื่อ เหตุไม่เชื่อมั่นกระบวนการ จับตา “ส.ว.” หลายคนส่อถูกสอบปมถือหุ้นสื่อ

17 พ.ค.62 รายงานข่าวแจ้งว่า นับแต่วันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ประกาศรายชื่อสำรองผู้จะเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประเภทสรรหา 50 คนในราชกิจจานุเบกษา ทั้งๆที่รายชื่อสำรองผู้จะเป็น ส.ว.ประเภทเปิดรับสมัคร และเลือกกันเอง 50 คน ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วพร้อมๆกับวันที่ประกาศรายชื่อ ส.ว. 250 คน ทำให้เกิดการวิเคราะห์วิจารณ์ไปต่างๆนานา เช่น คสช.ยังตกลงกันไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าพรรคพวกคนใกล้ชิดจะเป็นคนใด

ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ส.ว.ประเภทสมัครที่อำเภอและเลือกกันเองตามลำดับ จนถึงระดับประเทศนั้น กกต.เป็นผู้ดำเนินการคัดไว้ 200 คน และส่งให้ คสช.คัดไว้ 50 คน เพื่อแต่งตั้งเป็น ส.ว. และอีก 50 คนเป็นสำรอง กรณี ส.ว.ตัวจริงขาดคุณสมบัติหรือเสียชีวิต จะเลื่อนรายชื่อสำรองตามลำดับขึ้นมาเป็น ส.ว.แทน ซึ่งได้ประกาศรายชื่อสำรองไปแล้ว แต่ ส.ว.ประเภทสรรหาที่คณะกรรมการสรรหาคัดรายชื่อไว้ 400 คน ส่งให้ คสช.เลือกเพื่อแต่งตั้งเป็น ส.ว. 194 คน และอีก 6 คน ที่เป็นผู้นำกองทัพและตำรวจ ได้มีการประกาศรายชื่อไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ค.62 รวมเป็น ส.ว. 250 คน แต่กลับไม่ประกาศรายชื่อสำรอง ส.ว.ประเภทสรรหา 50 คน

รายงานข่าว ระบุว่า การรวมรวมรายชื่อประเภทสรรหา 400 คน ทางคณะกรรมการสรรหาที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช.เป็นประธานได้คัดรายชื่อโดยที่ไม่มีใครทราบหลักเกณฑ์ ผู้ที่ถูกมีชื่อติดใน 400 คน ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จาก คสช. และเอกสารใบรับรองประวัติเมื่อต้นเดือน เม.ย.62 ที่ผ่านมา เพื่อให้ตอบว่าประสงค์หรือไม่ประสงค์ในการเป็น ส.ว.สรรหา 194 คน ปรากฏว่ามีบางคนได้ตอบว่าไม่ประสงค์ เพราะเคยถูกปฏิเสธจาก สนช. ด้วยการโหวตคว่ำไม่ให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดยผู้ถูกเสนอชื่อรายนี้ได้เขียนจดหมายส่งถึง คสช. เพื่อให้ได้รับรู้ว่าตนเองไม่เชื่อมั่นในกระบวนการสรรหาเช่นนี้ว่าจะคัดเลือกคนที่มีความรู้และประสบการณ์อย่างแท้จริงเข้าไปเป็น ส.ว.

รายงาน​​ข่าวแจ้งว่า กระบวนการสรรหา ส.ว. โดย คสช. ที่ส่อไม่โปร่งใส ไร้หลักเกณฑ์ ตามที่ประกาศรายชื่อไปแล้วนั้น กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์และคาดว่าในไม่ช้าจะมี ส.ว.หลายคนถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติ ประเด็นการถือหุ้นสื่อ เหมือนกับที่ ส.ส.หลายสิบคนถูกตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

ปชป.‘เอา-ไม่เอา’.? พปชร.ซื้อใจสุดๆพร้อมยกเก้าอี้ประธานสภาฯแลกร่วมรัฐบาล

ปชป.‘เอา-ไม่เอา’.? พปชร.ซื้อใจสุดๆพร้อมยกเก้าอี้ประธานสภาฯแลกร่วมรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 07.27 น.

หึ่ง “พปชร.” ประเคนเก้าอีประธานสภาฯให้ “ปชป.” หวังซื้อใจแลกมติร่วมรัฐบาล แต่คนในพรรคหวั่นไม่ปกป้อง “บิ๊กตู่–ครม.” เผยถ้าออกเกมนี้ “พ่อมดดำ” ส่อวืด ขณะที่ “วิรัช” ก็ส่อแห้ว หลัง ป.ป.ช.เตรียมวินิจฉัยปมทุจริตสร้างสนามฟุตซอล

17 พ.ค.62 รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไมได้ข้อยุติ แม้ก่อนหน้านี้จะปรากฏรายชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแคนดิเดต ล่าสุดพรรคยังตกลงกันไม่ได้

ทั้งนี้ นายสุชาติ พยายามหาเสียงสนับสนุนจากส.ส.ในพรรคทั่วประเทศ รวมถึงพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่พร้อมสนับสนุนนายสุชาติ แต่ติดปัญหาที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ภาคเหนือของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากต้องการสนับสนุนนายวิรัชมากกว่า จนทำให้มีความเห็นแตกต่างกันภายในพรรคอย่างอย่างชัดเจน

ด้านแหล่งข่าว กล่าวว่า ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่งได้หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พรรคพลังประชารัฐอาจจะยื่นข้อเสนอตำแหน่งประธานสภาฯให้ ซึ่งมีชื่อของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่มีความเหมาะสมเพราะมีความอาวุโสภายในพรรคและสามารถควบคุมเกมภายในสภาได้

อย่างไรก็ตาม มี ส.ส.บางกลุ่มของพรรคพลังประชารัฐ แสดงความกังวลว่าข้อเสนอสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะอาจทำให้พรรคพลังประชารัฐเสียเปรียบในรัฐสภา ที่พรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่ปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และบุคคลในคณะรัฐมนตรี ไม่เต็มที่เท่ากับคนในพรรคเป็นเอง

“ตอนนี้นายวิรัช อาจติดปัญหาเรื่องภาพลักษณ์คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลที่ตนเองถูกแจ้งข้อกล่าวหา และล่าสุดอนุกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว เตรียมจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อวินิจฉัย อาจไม่สง่างาม และถูกลดให้ไปเป็นประธานวิปรัฐบาล พร้อมกับให้ลูกชายของนายวิรัชเป็นรัฐมนตรีอีก 1 ตำแหน่งแทน” แหล่งข่าว ระบุ

‘หมอสุภัทร’เขียนถึง‘ประชาธิปัตย์’บนทางสองแพร่ง จับตาคิดยาว-คิดสั้น

‘หมอสุภัทร’เขียนถึง‘ประชาธิปัตย์’บนทางสองแพร่ง จับตาคิดยาว-คิดสั้น

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 11.10 น.

‘หมอสุภัทร’เขียนถึง‘ประชาธิปัตย์’บนทางสองแพร่ง จับตาคิดยาว-คิดสั้น

17 พ.ค.62 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ในฐานะนักเคลื่อนไหวทางสังคม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” แสดงความคิดเห็นทางการเมืองถึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดังนี้

ถึงพรรคประชาธิปัตย์บนทางสองแพร่ง

พรรคประชาธิปัตย์ในยุคสมัยเริ่มต้นของนายหัวจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ จะไปทางไหน อันนี้น่าสนใจมาก เพราะเลือกทางผิดอนาคตอาจเป็นพรรคต่ำสิบได้ในอนาคตอันใกล้

ดูอย่างสงขลาบ้านผม ที่เป็นพื้นที่สีฟ้าของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาแซะได้ แต่รอบนี้ก็เหลือเพียง 3 จาก 8 ที่นั่ง ส่วนในกรุงเทพนั้นสูญพันธุ์

การเลือกตั้งรอบนี้ชัดเจนว่า ในภาคใต้นั้น คนวัยกลางคน คนสูงอายุ ส่วนใหญ่หนุนพรรคพลังประชารัฐ ส่วนคนรุ่นใหม่นั้นหนุนพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคประชาธิปัตย์เจ้าของพื้นที่นั้น เนื่องจากจุดยืนไม่ชัดเจน และยังส่งเสาไฟฟ้า สส.เก่าที่ไร้บทบาทมานานลงสนามอีก จึงสอบตกกันเป็นแถว

แม้ผมไม่เป็นสมาชิกพรรค แต่ผมก็อยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดบนวิถีการเมืองที่สง่างาม ยืนยันอุดมการณ์ตามชื่อคือประชาธิปไตย ไม่รับในอำนาจของเผด็จการ คสช.ที่กำลังแปลงร่างมาด้วยกติกาที่เขียนเองอย่างฉ้อฉล

หากพรรคประชาธิปัตย์คิดสั้นๆ ก็ไม่ยาก เข้าร่วมสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐตั้งรัฐบาล ซึ่งก็น่าจะถูกใจคนรุ่นเก่า แต่ที่ว่าคิดสั้นเพราะคนรุ่นใหม่ในภาคใต้ก็จะได้เลิกหวังเลิกเชียร์พรรคสีฟ้านี้เสียที ไปหนุนพรรคอนาคตใหม่ให้เต็มๆ

คนวัยกลางคนและวัยสูงอายุจะค่อยๆลดลง คนรุ่นใหม่จะเติบโตก้าวขึ้นมาแทนที่ปีละ 6-7 แสนคน สิบปีก็ร่วม 6-7 ล้านคน เสียงของคนรุ่นใหม่จึงมีพลังขึ้นเรื่อยๆ พรรคสีฟ้าจะเมินเฉยหรือ

แต่หากพรรคประชาธิปัตย์คิดถึงการยืนระยะยาวๆ ก็ต้องปฏิเสธไม่เข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะคนรุ่นใหม่เขาไม่เอาการสานต่ออำนาจเผด็จการ ครม.หน้าเดิมๆ 5 ปีนั้นพอแล้ว หากประชาธิปัตย์ยืนข้างพรรคปีกประชาธิปไตย ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังมีโอกาสที่จะกลับมารับใช้พี่น้องคนใต้และคนไทยกันยาวๆ

รอดูครับว่า พรรคประชาธิปัตย์จะคิดสั้นหรือคิดยาว

 
ผู้นำปท.-ไอทีถกคุมรุนแรงออนไลน์

ผู้นำปท.-ไอทีถกคุมรุนแรงออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปารีส (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - ผู้นำหลายประเทศ และบริษัทไอทีหลายแห่ง ร่วมหารือประเด็นการควบคุมการเผยแพร่เนื้อหารุนแรงในสื่อออนไลน์ ขณะที่อียูเปิดตัวโครงการความร่วมมือจัดการข่าวเท็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรปเดือนนี้

ผู้นำหลายประเทศและผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางควบคุมการเผยแพร่เนื้อหาที่มีความรุนแรงทางสื่อออนไลน์ ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส มีประธานาธิบดี เอมมานูแอล มาครง เป็นเจ้าภาพ การหารือของผู้นำหลายประเทศกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางในการควบคุมการเผยแพร่ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง และก่อให้เกิดความเกลียดชังบนสื่อออนไลน์ หลังเกิดเหตุกราดยิงที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 คน และมือปืนทำการไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊คในขณะก่อเหตุ

การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องของ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น ขณะที่ทางการสหรัฐปฏิเสธส่งตัวแทนไปร่วมการประชุม และบอกด้วยว่าจะไม่ให้การรับรองข้อเรียกร้องของผู้นำนิวซีแลนด์ แต่จะเดินหน้าสนับสนุนข้อเรียกร้องที่ครอบคลุมวัตถุประสงค์โดยรวมทั้งหมด ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งจากสหรัฐทั้ง ไมโครซอฟท์ กูเกิล เฟซบุ๊ค และแอมะซอน รวมถึงบริษัทหลายแห่งจากฝรั่งเศสต่างให้การสนับสนุน และโอกาสนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสและนิวซีแลนด์ ได้ร่วมกันร่างข้อตกลงป้องกันการใช้อินเตอร์เนตในทางมิชอบ เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้าย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อหลักสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน

ด้านสหภาพยุโรป หรืออียู เปิดตัวโครงการความร่วมมือจัดการข่าวเท็จ โดยหวังว่าการให้ทุนสนับสนุนองค์กรตรวจสอบความจริง การตั้งหน่วยงานภายในขึ้นต่อต้านการเผยแพร่ข่าวเท็จจากรัสเซีย และการให้สื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค กูเกิล ทวิตเตอร์และอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมจะช่วยปกป้องผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 427 ล้านคนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาอียู 751 ที่นั่ง ระหว่างวันที่ 23-26 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อียูยอมรับว่า ความเสี่ยงเรื่องนี้สูงมากเมื่อพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งสหรัฐ ฝรั่งเศสและเยอรมนี ไม่สามารถบอกได้ว่าโครงการนี้จะให้ผลมากน้อยเพียงใด เพราะมีข้อจำกัดเรื่องเงินทุนและโครงสร้าง เทียบกับปัญหาที่มีขนาดใหญ่มาก

 

เคลียร์ชัดๆ!‘คำนูณ’เปิดอำนาจ-ที่มา‘ส.ว.’ชุดบทเฉพาะกาลร่วมโหวตนายกฯ

เคลียร์ชัดๆ!‘คำนูณ’เปิดอำนาจ-ที่มา‘ส.ว.’ชุดบทเฉพาะกาลร่วมโหวตนายกฯ

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 09.29 น.

เคลียร์ชัดๆ!‘คำนูณ’เปิดอำนาจ-ที่มา‘ส.ว.’ชุดบทเฉพาะกาลร่วมโหวตนายกฯ

17 พ.ค.62 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn เรื่อง “250 ส.ว.” มีเนื้อหาดังนี้

หน้าที่และอำนาจในระยะเปลี่ยนผ่านของสมาชิกวุฒิสภาชุดบทเฉพาะกาล

__________________

สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญจำนวนทั้งสิ้น 250 คนจาก 3 ประเภทเป็น 'ผู้แทนปวงชนชาวไทย' เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คนจาก 2 ประเภท มีหน้าที่ต้องปฏิบัติและมีอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทั้งในบททั่วไปและบทเฉพาะกาล

หน้าที่และอำนาจตามบทเฉพาะกาลเป็นหน้าที่พิเศษที่ได้รับการบัญญัติเพิ่มขึ้นเพื่อให้วุฒิสภาเป็นหนึ่งในกลไกป้องกันไม่ให้บ้านเมืองกลับไปสู่วิกฤตทางการเมืองเดิมก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น

อันที่จริง หน้าที่ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนี้ตามมาภายหลัง โดยเป็นผลมาจากผลการออกเสียงประชามติใน 'คำถามเพิ่มเติม' ของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ทำให้ต้องมีกระบวนการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560

สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกมีหน้าที่หลักเฉพาะกาลอยู่ก่อนหน้าแล้วถึง 3 ประการ

ประการที่ 1 ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีจะต้องรายงานความคืบหน้าทุก 3 เดือน

ประการที่ 2 ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตั้งแต่ต้นในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แทนที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้เสร็จก่อนแล้วจึงค่อยส่งมาที่วุฒิสภาเหมือนร่างกฎหมายทั่วไปที่เคยเป็นมา

ประการที่ 3 ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญเฉพาะบางลักษณะซึ่งสภาใดสภาหนึ่งยับยั้งไว้และพ้นกำหนดเวลา 180 วัน หรือ 10 วันในกรณีที่เป็นร่างกฎหมายการเงิน แทนที่จะให้เป็นอำนาจเต็มของสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวเท่านั้น

เฉพาะประการที่ 1 และ 2 นี่คือเอกลักษณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศที่มีกำหนดไว้โดยเฉพาะให้ทุกรัฐบาลที่เข้ามาต้องดำเนินการปฏิรูปประเทศตามแผนปฏิรูปประเทศรวม 12 ด้าน โดยในปัจจุบันแผน 10 ด้านแล้วเสร็จและประกาศราชกิจจานุเบกษาไปแล้วกว่า 1 ปี ส่วนอีก 2 ด้านคือด้านการศึกษาและด้านตำรวจนั้นตัวร่างกฎหมายหลักเสร็จแล้วในชั้นกฤษฎีกา ทั้งหมดเหลือแต่การทำตามแผน สมาชิกวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลนี้ได้รับการออกแบบไว้ให้เป็นคล้าย ๆ 'องครักษ์พิทักษ์การปฎิรูปประเทศ' ทั้งติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบ และอาจถึงการมีส่วนในกระบวนการกล่าวโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม รวมทั้งเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายตามแผนปฏิรูปประเทศผ่านช่องทางพิเศษโดยร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ เพราะการปฎิรูปประเทศคือการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศที่สมุฏฐาน

ส่วนประการที่ 3 นี่ก็สำคัญมากเช่นกัน แต่แทบไม่ค่อยได้รับการพูดถึง

ทั้ง ๆ ที่เป็นกลไกสำคัญที่จะมีส่วนช่วยระงับวิกฤตในลักษณะที่เคยเกิดขึ้นก่อน 22 พฤษภาคม 2557 ได้ หากจะเกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต

นั่นคือโดยปกติแล้วเมื่อร่างกฎหมายใดถูกยับยั้ง ไม่ว่าเพราะวุฒิสภาไม่เห็นด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือของคณะกรรมาธิการร่วม โดยปกติแล้วร่างกฎหมายนั้นยังคงอยู่ ไม่ตกไป เพียงแค่อยู่ระหว่างถูกยับยั้งเท่านั้น เพราะเมื่อพ้น 180 วัน หรือ 10 วันในกรณีเป็นร่างกฎหมายการเงิน สภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวสามารถหยิบยกกลับขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ทันที และมีมติชี้ขาดได้โดยไม่ต้องฟังเสียงวุฒิสภาอีก พูดภาษาชาวบ้านคือร่างกฎหมายปัญหายังไม่ตาย แค่สลบไป สภาผู้แทนราษฎรสามารถปลุกชีวิตให้ฟื้นขึ้นมาได้

คงยังจำร่างกฎหมาย 'นิรโทษกรรมสุดซอย' ต้นเหตุของการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 กันได้นะ ข้างนอกรัฐสภา - มีมวลชนชุมนุมคัดค้าน ข้างในรัฐสภา - สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ผ่านวุฒิสภาลงมติยับยั้ง แต่ไม่จบ เพราะร่างกฎหมายยังไม่ตาย วุฒิสภาทำได้แค่เพียงให้สลบไปชั่วคราวเท่านั้น เมื่อพ้น 180 วันแล้วสภาผู้แทนราษฎรสามารถปลุกให้ตื่นขึ้นมามีชีวิตใหม่โดยหยิบยกขึ้นพิจารณาใหม่โดยสภาเดียวได้ทันที

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผู้ชุมนุมนอกรัฐสภาไม่สลายตัวทันที เพราะไม่ไว้ใจเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่มีมติผ่านร่างกฎหมายนั้นออกมา

บทเฉพาะกาลได้ปรับเปลี่ยนเป็นว่าให้วุฒิสภาชุดเฉพาะกาลเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาด้วย ถ้าจะมีมติให้ร่างกฎหมายปัญหานั้นผ่านก็ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของที่ประชุมร่วม 2 สภา

อำนาจหน้าที่สำคัญประการที่ 3 นี้ไม่ได้ใช้กับร่างกฎหมายทุกฉบับ ใช้เฉพาะแต่กับร่างกฎหมาย 2 ลักษณะเท่านั้น คือ

1. ร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ เฉพาะเมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดหรือไม่ต้องรับโทษ

2. ร่างกฎหมายที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

เฉพาะข้อ 2 ร่างกฎหมายใดจะเข้าข่ายนี้ วุฒิสภาต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่

พูดง่าย ๆ รวม ๆ ภาษาชาวบ้านได้ว่าให้เข้ามามีส่วนร่วมชี้ขาดร่างกฎหมายที่จะทำให้คนผิดไม่ต้องรับโทษ หรือร่างกฎหมายที่ทำลายกระบวนการยุติธรรม

นี่ก็เป็นการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ 5 - 6 ปีที่ผ่านมา

อย่างน้อยก็จำกัดวงให้ปัญหายังมีทางแก้ไขในระบบรัฐสภามากขึ้นกว่าเดิม

ทั้ง 3 ประการนี้ มีผลบังคับเฉพาะอายุของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก 5 ปีเท่านั้น

ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559

ด้วยเสียงข้างมาก 16,820,402 เสียง หรือเท่ากับร้อยละ 61.35 ของจำนวนผู้มาออกเสียงทั้งหมด

_______________

ส่วนการให้สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลเข้ามาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เดิมทีไม่ได้บัญญัติอยู่ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญแต่ต้น แต่เกิดจากมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีความเห็นตรงกันโดยสรุปว่า ไหน ๆ จะให้ช่วง 5 ปีของอายุสมาชิกวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สำคัญแล้ว แทนจะให้สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้คอยแต่ติดตามการปฏิรูปประเทศและการเป็นกลไกยับยั้งวิกฤตตามอำนาจหน้าที่ 3 ประการดังที่กล่าวมา ซึ่งล้วนเป็นกลางทางและปลายทาง หากจะเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้อีกสักประการหนึ่งโดยให้มีส่วนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมาเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศด้วย ให้เป็นการมีส่วนร่วมเสียตั้งแต่ต้นทางเลย จะดีกว่าหรือไม่

อย่างไรก็ตาม บทบาทชี้ขาดในการเลือกนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 376 คนขึ้นไปจากสมาชิกทั้งหมด 500 คนลงมติไปในทิศทางเดียวกัน เสียงของสมาชิกวุฒิสภา 250 คนก็ไม่มีความหมาย

ทุกคนรู้อยู่ว่านี่เป็นประเด็นละเอียดอ่อน

อย่ากระนั้นเลย ถามประชาชนตรง ๆ เลยจะถูกต้องที่สุด

จึงเป็นที่มาของคำถามเพิ่มเติมในการออกเสียงประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม 2559

"ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี"

ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตอบคำถามนี้มาแล้วในการลงประชามติว่า

"เห็นด้วย"

ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 15,132,050 เสียง หรือเท่ากับร้อยละ 58.07 ของจำนวนผู้มาออกเสียงประชามติทั้งหมด

_______________

หน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลจึงมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559

เพื่อให้การปฏิรูปประเทศทุกด้านเดินหน้าตามแผน

หน้าที่และอำนาจนี้จะคงอยู่เพียงชั่วคราว

สวิตช์ส.ว.ชุดเฉพาะกาลที่ได้เปิดแล้วในวันนี้ เมื่อครบเวลา 5 ปีก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ

 

หน้าแรก / ในประเทศ

กรมชลฯเปิด‘ทุ่งบางพลวงโมเดล’ รับน้ำหลาก แก้ท่วมซ้ำซาก ลดขัดแย้ง

กรมชลฯเปิด‘ทุ่งบางพลวงโมเดล’ รับน้ำหลาก แก้ท่วมซ้ำซาก ลดขัดแย้ง

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.12 น.

กรมชลฯเปิด‘ทุ่งบางพลวงโมเดล’ รับน้ำหลาก แก้ท่วมซ้ำซาก ลดขัดแย้ง

17 พ.ค.62 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมฯวางแนวทางขยายผลบางระกำโมเดล แก้น้ำท่วม จ.พิษณุโลก-สุโขทัย ลุ่มน้ำยม สู่บางพลวงโมเดล จ.ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี ลุ่มน้ำปราจีนบุรี บางปะกง โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มของหน่วยงานฝ่ายปกครอง และกลุ่มหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่มีความต้องการให้นำแนวทางของโครงการบางระกำโมเดลมาต่อยอดขยายผลให้เกิด โครงการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางพลวง เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย หรือ "บางพลวงโมเดล" จะแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรในทุ่งบางพลวงกับประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่อยู่นอกคันกันน้ำได้

“เกษตรกร ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลาก ที่สำคัญบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากต่อชุมชนริมแม่น้ำในหลายพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรีด้วย” นายทองเปลว กล่าว

สำหรับ “ทุ่งบางพลวง” เป็นพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในเขตชลประทาน ตั้งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องถึงแม่น้ำบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 499,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดปราจีนบุรี ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอศรีมหาโพธิ์ อำเภอศรีมโหสถ และอำเภอบ้านสร้าง รวมถึง 3 อำเภอของจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่ อำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น และอำเภอพนมสารคาม ในอดีตพื้นที่ทุ่งบางพลวงจะประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย กรมชลประทานได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการปรับปรุงพื้นที่โครงการ ก่อสร้างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องแม่น้ำบางปะกง และก่อสร้างประตูระบายน้ำบริเวณคลองสายหลักที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถทำกิจกรรมการเกษตรในทุ่งบางพลวงได้

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พบว่าในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน ของทุกปีเป็นช่วงใกล้เก็บเกี่ยวข้าว เมื่อมีการปิดประตูระบายน้ำ ปริมาณน้ำจะไม่สามารถไหลบ่าเข้าทุ่งได้ จึงไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรอื่น ๆ รวมไปถึงชุมชนริมแม่น้ำในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ์ อำเภอบ้านสร้าง และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี

นายทองเปลว กล่าวว่าเริ่มดำเนินการโครงการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางพลวง เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในลักษณะที่คล้ายกับโครงการบางระกำโมเดล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลาก หลังจากนั้นจะใช้เป็นทุ่งรับน้ำหลาก โดยมีการปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืชใหม่ จากเดิมเกษตรกรจะเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกประมาณกลางเดือนพฤษภาคม เนื่องจากต้องรอน้ำฝนและเก็บเกี่ยวกลางเดือนกันยายน ปรับเป็นเริ่มเตรียมแปลงภายในเดือนเมษายนและเก็บเกี่ยวให้เสร็จสิ้นภายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ก่อนฤดูน้ำหลากจะมา

“ช่วยให้เกษตรกรและชุมชนไม่เกิดความเสียหายทั้งสองกลุ่ม พร้อมกับลดความขัดแย้ง ลดความเสียหายต่อผลผลิตรวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดปราจีนบุรีอีกด้วย ซึ่งจะขยายผลไปดำเนินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ของทุ่งบางพลวง ซึ่งพบว่ามีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดำเนินโครงการได้อีก 200,000 ไร่” นายทองเปลว กล่าว

 

.......................................................

17 พฤษภาคม 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/05/2019 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สำรวจฟ้า
....................................
ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคอนค.สั่นคลอนหลายพรรคทีเดียว โดยเฉพาะปชป.โดนน่วมเชียวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 17/05/2019 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

อ่านแล้วขำกับบทความบรรทัดนี้ "คนรุ่นใหม่ในภาคใต้ก็จะได้เลิกหวังเลิกเชียร์พรรคสีฟ้านี้เสียที ไปหนุนพรรคอนาคตใหม่ให้เต็มๆ" อนาคตใหม่เหรอที่จะทำให้เด็กรุ่นใหม่หันไปสนับสนุน นโยบายที่ขัดกับประเพณีวัฒนธรรมเดี่ยวก็ตายไปเอง เด็กรุ่นใหม่จะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่สนใจการบ้านการเมือง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน