*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5357
  • จำนวนผู้ชม : 3288788
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 154 , 10:57:30 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ข่าวเกี่ยวกับการที่พรรคปชป.จะเคลื่อนไปหยุดที่ไหน อย่างไร ก็ยังไม่นิ่ง แต่ก็ต้องเรียบร้อยก่อน 22 พ.ค. 62 วันเริ่ม

ประชุมสภา หรือจะเขยิบต่อไปอีกวันสองวันก็ไม่รู้เหมือนกัน

อุตุฯเตือน20-25พ.ค. ทั่วประเทศมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

อุตุฯเตือน20-25พ.ค. ทั่วประเทศมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 07.29 น.

อุตุฯเตือน20-25พ.ค. ทั่วประเทศมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

19 พ.ค.62 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ และประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นในตอนกลางวัน สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 20 - 25 พ.ค. 2562 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดเข้าปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

+ ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดบางแห่ง กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีอากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว อุณหภูมิต่ำสุด 26-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

+ ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

+ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ปูด‘ชวน’คัมแบ็ก’นั่งประธานสภา ‘บัญญัติ’ถอนตัว!

ปูด‘ชวน’คัมแบ็ก’นั่งประธานสภา ‘บัญญัติ’ถอนตัว!

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 09.44 น.

ปูด‘ชวน’คัมแบ็ก’นั่งประธานสภา ‘บัญญัติ’ถอนตัว!

19 พ.ค.62 นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า “ชวน come back! ในขณะที่มีข่าวหนาหูว่าหลายพรรคการเมืองจะโหวตให้คุณบัญญัติเป็นประธานสภานั้น เช้านี้จู่ๆก็แวบขึ้นมาว่า คุณบัญญัติถอนตัว และ มีการโหวตให้คุณชวน เป็นประธานสภา!”

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 พ.ค.62 นายไพศาล โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ในวันที่ 25 พฤษภาคม จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภา ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาด้วย แคนดิเดทประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ น่าจะเหลือเฉพาะนายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายสุชาติ ตันเจริญ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และอาจเป็นไปได้ว่า ทุกพรรค จะโหวตให้คุณบัญญัติ เป็นประธาน หมากกลชั้นครูจริงๆ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ไพศาล’มองหมากกลชั้นครู! โหวตประธานรัฐสภา‘บัญญัติ’คว้าประมุข)

.....................................................

'ดร.เสรี'ถาม?รังเกียจ'ลุงตู่'เพราะอยากให้ประเทศเป็นปชต. หรือแค้นยอมให้เป็นนายกฯไม่ได้

'ดร.เสรี'ถาม?รังเกียจ'ลุงตู่'เพราะอยากให้ประเทศเป็นปชต. หรือแค้นยอมให้เป็นนายกฯไม่ได้

วันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 20.50 น.

18 พ.ค. 62  ดร.เสรี  วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า  "รังเกียจลุงตู่เพราะอยากให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยจริงๆหรือกลัว/แค้นอะไรลุงตู่แบบยอมให้เป็นนายกฯไม่ได้ ทำทุกอย่างเพื่อสกัดลุงตู่เนาะ"

 
 
'เสือใต้'ผงาดแชมป์สมัย29-'ร็อบเบน-ริเบรี่'อำลาทีมสุดหรู

'เสือใต้'ผงาดแชมป์สมัย29-'ร็อบเบน-ริเบรี่'อำลาทีมสุดหรู

วันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 22.28 น.

"เสือใต้"บาเยิร์น มิวนิค ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี มาครองได้สำเร็จ หลังจากเปิดบ้านเด็ดปีก "อินทรีแดงดำ" ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ลงได้ขาดลอย 5-1

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ทำแต้มจบซีซั่นที่ 78 คะแนน จากการลงเตะ 34 นัด ชนะ 24 เสมอ 6 แพ้ 4 คว้าแชมป์บอลเยอรมนี เป็นสมัยที่ 29 และเป็นสมัยที่ 7 ติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2013, 2014, 2015, 2016, 2017, 2018 และ 2019 นับเป็นการครองแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย

นอกจากนี้ บาเยิร์น ยังเป็นทีมที่ได้แชมป์เป็นสถิติประเทศทุกรายการ นอกจากเป็นแชมป์บุนเดสลีกา 29 สมัย ยังเป็นแชมป์เดเอฟเบ-โพคาล 18 สมัย, ซูเปอร์คัพ 7 สมัย และลีกาโพคาล อีก 6 สมัย

ทั้งนี้ถือเป็นการอำลานักเตะดังของบาเยิร์น อย่างสมบูรณ์แบบที่หมดสัญญาในฤดูกาลนี้อย่าง ฟรองค์ ริเบรี่ และอาร์เยน ร็อบเบน รวมถึง ราฟินญ่า อีกคนหนึ่งด้วย

ส่วน "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นได้พระรองเท่านั้น แม้จะบุกไปชนะ "สิงห์หนุ่ม" โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-0 แต่ไล่ไม่ทันตามหลัง 2 แต้ม

สรุปทีมที่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก คือ บาเยิร์น มิวนิค, ดอร์ทมุนด์, อาร์เบ ไลป์ซิก และเลเวอร์คูเซ่น

ทีมตกชั้น คือ เนิร์นแบร์ก กับ ฮันโนเวอร์ 96 ส่วน สตุ๊ตการ์ท ต้องไปเพลย์ออฟกับ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ทีมอันดับ 3 ของลีกา 2

ทีมขึ้นชั้น คือ เอฟซี โคโลญจน์ กับ พาเดอร์บอร์น

 
 
 
ยิ่งใหญ่!'เรือใบสีฟ้า'ยิงทุบสถิติกวาดทุกแชมป์เมืองผู้ดี

ยิ่งใหญ่!'เรือใบสีฟ้า'ยิงทุบสถิติกวาดทุกแชมป์เมืองผู้ดี

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 00.54 น.

การแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่สนามนิว เวมบลีย์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระเบิดฟอร์มไล่ต้อน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด ขาดกระจุย 6-0 จากการยิงของ กาเบรียล เฮซุส 2 ลูก, ราฮีม สเตอร์ลิง 2 ลูก, ดาบิด ซิลบา และเควิน เดอ บรอยน์ คนละลูก

จากชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กวาดแชมป์ทุกรายการบนแผ่นดินอังกฤษ นับเป็นทีมแรกที่ทำได้สำเร็จในซีซั่นเดียว ประกอบด้วย พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และลีกคัพ

นอกจากนี้พวกเขายังทำสถิติชนะในนัดชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ขาดลอยที่สุดตลอดกาล เท่ากับที่ บิวรี่ ชนะ ดาร์บี้ 6-0 เมื่อปี 1903 หรือเมื่อ 116 ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีฟุตบอลอังกฤษ 3 รายการ เมื่อ 59 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ พรีเมียร์ลีก หรือดิวิชั่น 1 เดิม, เอฟเอ คัพ และลีกคัพ ปรากฏว่ายังไม่เคยมีทีมใดกวาดแชมป์ได้ทั้งหมดในฤดูกาลเดียว ใกล้เคียงที่สุดก็คือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยทำได้เมื่อปี 1994 โดยปีนี้ ยูไนเต็ด พลาดแพ้นัดชิงลีกคัพ ให้กับ แอสตัน วิลล่า 1-3 แต่ได้แชมป์เอฟเอ คัพ กับ พรีเมียร์ลีก กระทั่ง แมนฯซิตี้ ทำสำเร็จ

 
 
 
ทิ้ง‘พท.-ขั้วที่3’ไม่เห็นฝุ่น! โพลระบุปชช.เชื่อ‘พปชร.’มีอำนาจต่อรอง ตั้งรบ.สำเร็จ

ทิ้ง‘พท.-ขั้วที่3’ไม่เห็นฝุ่น! โพลระบุปชช.เชื่อ‘พปชร.’มีอำนาจต่อรอง ตั้งรบ.สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 09.23 น.

ทิ้ง‘พท.-ขั้วที่3’ไม่เห็นฝุ่น! โพลระบุปชช.เชื่อ‘พปชร.’มีอำนาจต่อรอง ตั้งรบ.สำเร็จ

19 พ.ค.62 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,132 คน ระหว่างวันที่ 14-18 พ.ค.62 กรณี “รัฐบาลใหม่ในสายตาประชาชน” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง ภายหลัง กกต. ประกาศรับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการ ทำให้การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของพรรคต่างๆเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามอง สรุปผลได้ดังนี้ 

1. ประชาชนคิดอย่างไร?  กับ กระแสข่าวการรวมกลุ่มของพรรคการเมืองต่างๆในการจัดตั้งรัฐบาล ณ วันนี้

อันดับ 1 การเมืองวุ่นวาย มีแต่เรื่องผลประโยชน์ 59.52%

อันดับ 2 การจับขั้วทางการเมืองยังไม่ชัดเจน ยังไม่เห็นข้อสรุปที่แน่นอน 24.48%

อันดับ 3 ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนเป็นสำคัญ 19.56%

อันดับ 4 รักษาคำพูด ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อตอนหาเสียง 18.10%

อันดับ 5 มีการปล่อยข่าวลือ สร้างกระแส ควรติดตามอย่างมีสติ 13.81%

 2. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี “พรรคเพื่อไทย” จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

อันดับ 1 เป็นพรรคที่ได้เก้าอี้ส.ส.มากที่สุด ก็ควรได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล 43.76%

อันดับ 2 ขึ้นอยู่กับการจับขั้วทางการเมือง ต้องดูจากคะแนนเสียงที่ได้ 39.59%

อันดับ 3 ไม่น่าจะรวบรวมเสียงข้างมากได้ ไม่น่าจะได้เป็นรัฐบาล 20.92%

3. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี “พรรคพลังประชารัฐ” จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

อันดับ 1 มีโอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ มีพรรคเล็กเป็นแนวร่วม  46.03%

อันดับ 2 มีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูง เป็นรัฐบาลชุดปัจจุบัน 35.44%

อันดับ 3 ขอให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม 31.26%

4. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี “พรรคขนาดกลาง” (ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย อนาคตใหม่) จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

อันดับ 1 น่าสนใจ น่าจะบริหารบ้านเมืองได้ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง 50.47%

อันดับ 2 เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ขอให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่กำหนด 36.84%

อันดับ 3 คงเป็นไปได้ยาก คะแนนเสียงที่มีอาจไม่พอ 16.02%

5. ประชาชนคิดว่าพรรคใด? น่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

อันดับ 1 พรรคพลังประชารัฐ 51.54%

เพราะเป็นพรรคใหญ่ มีอำนาจต่อรอง มีจำนวน ส.ส. มาก ได้รับเสียงสนับสนุนจาก 11 พรรคการเมือง มีแนวโน้มว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ฯลฯ

อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 35.93%

เพราะเป็นพรรคที่มีประสบการณ์ ชนะการเลือกตั้ง มี ส.ส. มากที่สุด มีหลายพรรคให้การสนับสนุน  ขึ้นอยู่กับการเจรจา ฯลฯ

อันดับ 3 พรรคขนาดกลาง 12.53%

เพราะสถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละพรรค  ฯลฯ

6. ประชาชนคิดว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จะประสบปัญหาอะไรบ้าง

อันดับ 1 ความขัดแย้ง คัดค้าน ต่อต้านจากฝ่ายตรงข้าม 40.82%

อันดับ 2 ความไม่ชอบมาพากล ไม่เป็นธรรม 35.42%

อันดับ 3 การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โควตาไม่ลงตัว 26.67%

7. ประชาชนคิดว่าทางออกในการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จควรเป็นอย่างไร?

อันดับ 1 ยึดหลักการ เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ปฏิบัติตามกฎหมาย 52.53%

อันดับ 2 ควรเคารพการตัดสินใจของประชาชน รับฟังเสียงส่วนใหญ่  38.55%

อันดับ 3 เป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ถูกต้อง ทุกฝ่ายให้การยอมรับ 21.48%

 
 
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.

‘ประชาธิปัตย์’ จะตัดสินใจอย่างไร?

ดูทั้งหมด

  •  

การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่อยู่ในสภาพของ “การเลือกตั้งที่แท้จริง”เป็นแต่เพียงการ “เขียนกติกา” ใช้เวลา ใช้งบประมาณ ใช้อำนาจ และใช้สื่อ เพื่อถ่ายโอนรัฐบาลที่ตั้งขึ้นหลังการรัฐประหาร ให้มาอยู่ในสภาพเป็น “รัฐบาลจากการเลือกตั้ง” เท่านั้น

จะทำยังไงได้ ในเมื่อเกมการเมืองเวลานั้น ฝ่ายพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย ตลอดจนกองเชียร์ ในคอนเซ็ปต์ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย หรือรัฐบาลที่ชอบธรรม ต้อง “มาจากการเลือกตั้ง”

เข้าปีที่ 5 ไม่มีทางเลี่ยงสำหรับรัฐบาลรัฐประหารอีกต่อไป ในการ “นิ่งอยู่” กับ “อำนาจที่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล”

การเคลื่อนเข้าสู่ “การเลือกตั้ง” จึงเกิดขึ้น พร้อมๆ กับการ “เตรียมการ” สู่ “ชัยชนะในการเลือกตั้ง”

เริ่มตั้งแต่ชง “คำถามพ่วง” ที่โคตรจะชี้นำให้คนต้องรับ

“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”

ลองถามง่ายๆ กว่านี้สิ ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ ที่จะให้ สว. มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกของพวกท่าน”

ซึ่งในเวลานั้น ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สว. จะมาจากการเลือกของ คสช. แต่อะไรที่ไม่คิดว่าจะเกิด มันก็เกิด เพราะเมื่อถึงขั้นทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็เกิดการชงกันเองอีก เพื่อจะให้ คสช. เป็นผู้เลือก สว.

มันทุเรศไหมครับ ที่สปท. ชงว่าต้องมีคำถามพ่วง สนช. เห็นชอบให้มีคำถามพ่วง สุดท้ายมีคำถามพ่วง เกิดบรรยากาศหว่านล้อมให้ประชาชนรับทั้งรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ไม่งั้น “ลุงตู่” จะมีอันเป็นไปในทางการเมือง สุดท้ายผ่านประชามติทั้งคู่

โอเค นั่นพอจะข่มความทุเรศลงได้บ้าง เพราะมาจากประชามติของประชาชน แต่สุดท้าย คสช. สนช. มาชงกันจนได้เงื่อนไขว่า สว.จะมาใน 3 รูปแบบ คือ

1.มาจากการเลือกไขว้กันเองของผู้สมัคร ตั้งแต่ระดับ อำเภอ จังหวัด ไล่มาจนได้รายชื่อชุดใหญ่ แล้วส่งให้ คสช. เลือก!! กลุ่มนี้ให้มีแค่ 50 คนพอ!!

2.มาจาก “ตำแหน่ง” 6 คน คือ ผบ.เหล่าทัพ เรือ บก อากาศ สูงสุด ตำรวจ และปลัดกระทรวงกลาโหม อันเป็นตำแหน่งที่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา เคยเป็น และมาเป็น สว. ด้วยสถิติการประชุมต่ำมาก และนายพรเพชร วิชิตชลชัย (ซึ่งบัดนี้ก็เป็น สว.ด้วย) บอกว่า ปีแรกท่านลาเยอะ เพราะติดงานราชการ พอพ้นจากตำแหน่งปลัดแล้ว ท่านก็มาประชุมมาก ไม่ค่อยได้ขาด เอ๊ะ!! ถ้างานของปลัดกลาโหมมันมากขนาดนั้น เอาตำแหน่งนี้มาเป็นอีกทำไมล่ะ?

3.อีก 184 คน มาจากการเลือกโดย คสช. ล้วนๆ ผลปรากฏว่า เป็นทหาร ตำรวจ เสียเยอะ ที่เหลือมาจากแม่น้ำ 5 สายของ คสช.เอง และคณะรัฐมนตรี สมทบด้วยตัวแทนกลุ่มทุน “สานใจประชารัฐ” จน “ตำตาตำใจ” ให้คนรู้สึกอย่างมาก แต่ท่านๆ ใน คสช. ก็ไม่แคร์ บอกว่าหน้าเก่าแล้วไง เคยทำงานด้วยกันมา เห็นฝีมือ เข้าใจกัน มันจะเป็นอะไรไป ให้โอกาสเขาทำงานก่อนไหม

ก็ต้องได้อยู่แล้ว ประชาชนอย่างเราจะทำไงได้ (ฮา...)

ในที่สุด สมการมันก็ออกมาว่า รัฐประหารมา - ตั้งคนขึ้นเขียนกติกา - คนเขียนกติกาให้ คสช. ยังมีอำนาจสืบเนื่องผ่านตำแหน่งต่างๆ ทั้งตรงและอ้อม - คนเขียนกติกาเหล่านั้น ได้รับการแต่งตั้งให้ทำงานต่อ โดยไม่ผิดอะไร เพราะกติกาที่พวกเขาเขียน เขียนให้เป็นได้ - คสช. เป็นคนเลือกคนเขียนกติกาพวกนั้น ด้วยกติกาที่พวกนั้นเขียนหรือร่วมพิจารณาผ่านกฎหมาย เอามาดำรงตำแหน่งใหม่ – และคนที่ คสช. เลือกนี้แหละ จะไปมีสิทธิเลือกหรือไม่เลือก หัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา

นวัตกรรมแห่งประชาธิปไตย ที่ไม่มีประเทศใดในโลกผลิตมาก่อน

ในยามห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว ก็มีกลุ่มนักการเมืองเก่ากลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหว เกี้ยวพาผู้คนมารวมกลุ่มกันตั้งพรรค มีรัฐมนตรี 4 คน ลาออกมาเป็นแกนนำพรรค ชื่อพรรคเป็นชื่อนโยบายของรัฐบาล คสช. จัดระดมทุนด้วยงานเลี้ยงโต๊ะจีน ที่มีชื่อหน่วยงานของรัฐไปพัวพันด้วย บางส่วนเป็นบริษัทสานใจประชารัฐที่ทำงานร่วมกับรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นบริษัทที่สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่าผลประกอบการขาดทุน แต่มีน้ำใจไปซื้อโต๊ะจีน

ระหว่างหาเสียง นายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อจะไปเป็นนายกฯ ของพรรคบางพรรค ลงพื้นที่พบประชาชน แจกงบประมาณ ถี่ยิบ รองนายกฯ ก็ออกแจกโฉนดที่ดิน บัตรคนจนถูกเติมเงินถี่ยิบ อสม. ได้รับเงินขึ้นและโอนเงินทันที ย้อนหลังให้อีกหลายเดือนด้วย

สื่อของรัฐ สื่อของกองทัพ โฆษณาผลงานของรัฐบาล คสช. ถี่ยิบ ในช่วงหาเสียง

ยังไม่รวมสื่อแนวร่วมและสื่อโเชียล ที่รุมอวยบางพรรค และบั่นทอนความน่าเชื่อถือของพรรคอื่นๆ อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะแคมเปญ “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” อันเป็นการ “ทุบ” พรรคประชาธิปัตย์ใน กทม. เต็มเหนี่ยว

จึงน่าคิดว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐรอบนี้ แสดงว่าใจ ปชป. นี่ กว้างสุดๆ

ครับ, เวลานี้ ทุกสนามข่าวพุ่งเป้าไปที่พรรคประชาธิปัตย์ หลังมีหัวหน้าพรรคคนใหม่และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว รอแค่กระบวนการของ กกต.รับรอง ก็จะนำไปสู่การประชุม เพื่อหามติว่า พรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ตรงไหนในการเมืองรอบนี้

ทางที่ประชาธิปัตย์จะไปได้มีอะไรบ้าง

1.เข้าร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ

1.1 ร่วมแบบไม่ต่อรองเงื่อนไข

1.2 ร่วมแบบมีเงื่อนไข

ซึ่งไม่ว่าจะร่วมแบบใด ก็จะมีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจ ต้องมีทั้งคนยอมรับและไม่ยอมรับ ต้องถูกด่าอย่างแน่นอน โดยร่วมแบบไม่มีเงื่อนไขคือ บอกเลยนะว่าขมขื่นใจ แต่เพื่อให้บ้านเมือง “เดินหน้าต่อไป” ไม่ติดหล่ม ดังนั้นเข้าร่วมเพื่อเรื่องนี้ จึงไม่เอาตำแหน่งอะไรเลย และจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานด้วย จะไม่ยอมให้ทุจริตผิดกฎหมาย จะไม่ยอมให้ใช้อำนาจในทางมิชอบ จะเอาเสียงทุกข์ร้อนของประชาชนมาตั้งกระทู้ถามตลอดเวลา ซึ่งก็จะต้องมีคนถามว่าแล้วจะไปทำแบบนั้นทำไม ไหนๆ ก็จะร่วมแล้ว ก็เอากระทรวงมา ผลักดันนโยบาย ทำงานให้มันเป็นรูปธรรมไปด้วยตัวเองสิ ถูกด่าอยู่แล้ว ก็เอาโอกาสมา แต่ไม่ได้เอามาทำเพื่อตัวเอง เอามาทำเพื่อพิสูจน์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ทำงานได้ และทำอย่างซื่อสัตย์ ทำอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย ซึ่งหากยอมรับ “ที่มา” และ “กระบวนการ” ที่รัฐบาลซีกนี้ทำมาได้ ก็ร่วมได้เลย หรือทำเป็นมองไม่เห็น ว่าเขา “ชนะมาด้วยวิธีใด”

2.ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ และเครือข่าย

ข่าวลือและการทอดสะพานเกิดให้เห็นทุกวัน ว่าประชาธิปัตย์จะไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย และเครือข่ายที่เรียกตัวเองว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย” ซึ่งถ้าวางเงื่อนไขยิบย่อยลงก่อน และมองแค่ “ประเทศชาติจะได้อะไร” นั้น จะพบว่า

2.1 ประเทศชาติได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากกว่า อันนี้พูดในกรณีที่พรรคภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนา มาร่วมด้วย เพราะเสียงจะเกิน 300 เสียง ซึ่งหากอีกฝ่ายใช้เสียง สว. ปิดกั้นการเป็นรัฐบาล ประชาชนก็จะได้ “ใบเสร็จ” ที่สมบูรณ์ว่า นี่ไง กระบวนการ “ปั้น สว.” ทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มเขียนกฎหมาย เลือกคน จนมาสู่การโหวต มันเตรียมไว้เพื่อการนี้

2.2 ได้ผ่อนเบาความขัดแย้ง เพราะแต่เดิม พรรคเหล่านี้เป็นคู่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ก่อนจะมี คสช. กับพลังประชารัฐ มาเป็นคู่ขัดแย้งใหม่ในปัจจุบัน ที่เรียกร้องความปรองดอง หยุดทะเลาะกัน อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่ต้องไปจบที่ “ลุงตู่” ก็ได้

2.3 หยุดอำนาจของทหารในทางการเมือง ส่งเขากลับเข้ากรมกอง เหลือไว้แต่ “ทหารแก่” ใน สว. ซึ่งก็ย่อมจะตรวจสอบดุลและคานอำนาจ อย่างที่ควรจะทำ ที่ควรจะเป็นมากกว่าได้รัฐบาลที่เลือกพวกตนมา เช่นเดียวกับมุ้งต่างๆ ในพลังประชารัฐก็จะได้เลิกแย่งเก้าอี้กัน แล้วหันมาทำหน้าที่ “ตรวจสอบรัฐบาล” กันต่อไป

แต่ถามว่าง่ายไหม ไม่ง่ายเลย หากพรรคอนาคตใหม่ยังเล่นการเมืองแบบไร้กาลเทศะอย่างที่เป็น และประตูนี้แทบจะปิดสนิททันทีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศจะเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคเพื่อไทยดูจะ “เล่นเป็น” มากกว่า สงบเสงี่ยม เรียบร้อย ลึกๆ คงหาทางเจรจากันอยู่เพื่อให้ “เป็นไปได้” ด้วยเป้าหมาย “ปิดสวิตช์ 
คสช.” เอารัฐสภากลับมาเป็นของ “คนเลือกตั้ง” หมดเวลาให้เขา“ยึดอำนาจรอบที่ 2” โดยเอากระบวนการประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรม แต่เอาเปรียบทุกทาง

เงื่อนไขนี้ ต้องมีคนด่าระงมเมือง แต่อธิบายได้ว่า คุณอยากเห็นประเทศชาติเดินไปข้างหน้ากันไม่ใช่หรือ นี่ไง เรากำลังจะพาไป ด้วยเสียงที่มีเสถียรภาพ ใช่ เราเคยเป็นคู่ขัดแย้งกันมาก่อน แต่คุณไม่อยากเห็นความขัดแย้งนั้นทุเลาลงกันบ้างหรือ คุณยังไม่เห็นภัยของความขัดแย้งกันเลยหรือ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา มันทำลายโอกาสสารพัดสารพันไปมากมายแค่ไหน พวกคุณอยู่ร้อนนอนทุกข์ โกรธกันทุกวัน เกลียดกันทุกวัน ด่าทอกันทุกวัน นี่คือบ้านในแบบที่คุณต้องการกันหรือ

ใช่พรรคเพื่อไทยอาจมีประวัติที่มีบุคคลของพรรคทำการทุจริตโกงกิน คนเหล่านั้นถูกกระบวนการยุติธรรมจัดการไปแล้วเป็นจำนวนมาก เราที่เหลืออยู่นี้ ยืนยันว่าจะทำงานการเมืองอย่างสุจริต และขอโทษที่ครั้งหนึ่ง ได้ใช้สภาไปในทางเลวทราม ด้วยการสนับสนุน พ.รบ.นิรโทษกรรม ซึ่งทำให้ประชาชนคนบริสุทธิ์ตายฟรีโดยไม่ให้กระบวนการยุติธรรมได้เอาตัวคนผิดมาลงโทษ เป็นความโง่เขลาและเห็นแก่ตัวของเรา ที่สำนึกแล้ว และอยากจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ตัวเองว่า เราจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนโดยใช้อำนาจในรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเริ่มอนาคตของเราโดยไม่ให้อดีตมากดหัวเราไว้ในการควบคุมบงการของนายทักษิณ ชินวัตร อีกแล้ว เราได้ตัดขาดจากกันแล้วอย่างสิ้นเชิง แต่ในฐานะคนรู้จักกัน เคยเคารพกัน ก็อาจมีบางคนที่ยังมีสัมพันธ์ส่วนตัว แต่มันจะไม่มาเกี่ยวข้องกับอนาคตทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ก็ต้องทำให้คนแน่ใจเรื่อง “ท่าทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” ว่าคุณยืนอยู่ตรงจุดไหน

และเพื่อความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลในรูปแบบพรรคร่วมสายนี้จะไปได้ ขอให้พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคภูมิใจไทยเป็น “ผู้นำ” ในการจัดตั้งและบริหารงานในกระทรวงสำคัญๆ ต่างๆ โดยพรรคที่เหลือพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดโอกาสในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่มีอยู่มาก โดยปราศจากความขัดแย้งในบ้านเมือง ถึงเวลาวางเรื่องส่วนตัว มาทำเรื่องส่วนรวม เพื่อโอกาสของประเทศชาติที่คอยไม่ได้อีกแล้ว ปัญหาสารพัดกำลังถาโถมเข้ามา ประเทศชาติต้องเดินหน้าได้ และเดินไปด้วยรัฐบาลเสียงข้างมาก ที่มากพอ ได้ใช่เสียงปริ่มน้ำ หายใจรวยริน หาความเชื่อมั่นจากนักลงทุนไม่ได้

3.ไม่ร่วมกับฝ่ายใดเลย ขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ

ฝ่ายค้านอิสระ คือ ไม่เป็นรัฐบาล และไม่ได้ร่วมกับฝ่ายค้านที่ประชาชนไม่ไว้ใจ ขอเป็นตัวของตัวเอง ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงาน โดยจะค้านอย่างสร้างสรรค์ และสนับสนุนในสิ่งที่รัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน อย่าห่วงว่าประเทศชาติจะเดินหน้าไม่ได้ ในบางประเทศก็เดินหน้าได้ด้วยกลไกเช่นนี้ โครงสร้างเช่นนี้
ประชาธิปัตย์เคารพการตัดสินใจเลือกของผู้สนับสนุนที่ผ่านมา ไม่อาจตระบัดสัตย์เสียสัจจะซึ่งอยู่ในคติธรรมประจำตราของพรรคอยู่แล้ว และเป็นอุดมการณ์ของพรรคด้วย

หากรัฐบาลทำสิ่งที่ชอบ เราโหวตช่วย หากรัฐบาลทำสิ่งที่ชั่ว เราต้องขวาง เรายืนอยู่ข้างของประชาชน เพื่อยืนหยัดความถูกต้อง ไม่เล่นเกมแห่งอำนาจกับคู่ขัดแย้งใหม่

เราเคยเตือนแล้วว่า หากเราเอาแต่ “เลือกข้าง” ไม่ “เลือกตั้ง” ด้วยการเลือกนโยบายเพื่อแก้ปัญหา บ้านเมืองจะไปไม่ได้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดสิ่งนี้ เพราะเห็นทิศทางแล้วว่า สองขั้วใหญ่เล่น “ความขัดแย้ง” เน้น “การเลือกข้าง” แต่ประชาธิปัตย์เห็นปัญหา เห็นความทุกข์ของประชาชน เห็นการเสียโอกาสในการลงทุนและพัฒนาเพื่อคนในชาติจึงพยายามเสนอทางเลือกที่ 3 ที่จะนำพาประชาชนเดินออกจากความขัดแย้งและการเผชิญหน้ากัน ซึ่งมีคนเห็นจุดยืนนั้น และสนับสนุนเรา ซึ่งเราทรยศพวกเขาไม่ได้ เราขอยืนยันที่จะรักษาจุดยืนนี้ต่อไปโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าประเทศ

เชื่อไหม ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะเลือกหนทางใด เขาหนีไม่พ้น “เสียงด่า”

ดังนั้น คิดให้รอบคอบและกล้าหาญที่จะเลือก แล้วให้ “วันเวลา” พิสูจน์

ประชาธิปัตย์อยู่มา 73 ปีได้ เพราะกล้าหาญที่จะให้ “เวลา” พิสูจน์จุดยืน อุดมการณ์ และคุณค่าของประชาธิปัตย์มาตลอดมิใช่หรือ?

 
ทำบุญตักบาตรทั่วปท.  เทศกาล‘วิสาขบูชา’

ทำบุญตักบาตรทั่วปท. เทศกาล‘วิสาขบูชา’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทำบุญตักบาตรทั่วปท.

เทศกาล‘วิสาขบูชา’

พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตรทั่วประเทศเนื่องในวันวิสาขบูชา ขณะที่แพทย์เป็นห่วงสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์ เพราะญาติโยมถวายภัตตาหาร ทั้งหวาน มัน เค็ม

 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการทำบุญของพุทธศาสนิกชนเนื่องในวันวิสาขบูชาคึกคักทั่วประเทศไทย อาทิ ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เสาชิงช้า ในช่วงเช้า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปและพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68 รูป ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2562 โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชนชาวพุทธ ร่วมพิธี

เช่นเดียวกับที่ จ.ฉะเชิงเทรา ในเวลา 07.30 น. นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธี ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง พร้อมด้วยนายประสงค์ คงเคารพธรรม รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงข้าราชการและประชาชนชาวพุทธจำนวนมาก ร่วมรับศีลจากพระธรรมมังคลาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 และเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และกล่าวคำถวายสังฆทาน ถวายไทยธรรม และรับพรจากพระสงฆ์

ที่ จ.มหาสารคาม มีการจัดพิธีทำบุญตักบาตร ณ สะพานอนุสรณ์มหาสารคาม 150 ปี วัดป่าอาศิราวาสเกาะเกิ้ง ต.เกิ้ง อ.เมือง ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่พระสงฆ์และชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมาใหม่เมื่อ 7 ปีก่อน เพื่อให้ผู้ที่จะมาทำบุญที่วัดสามารถข้ามไป - มาได้สะดวก มีความยาว 145 เมตร เนื่องจากแต่เดิมผู้ที่จะเดินทางมายังวัดต้องข้ามแม่น้ำชีด้วยเรือซึ่งไม่สะดวกและอันตราย โดยมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญตักบาตรข้าวเหนียวและอาหารแห้งเป็นจำนวนมาก พระอาจารย์กมล อัตตทโม เจ้าอาวาสวัดป่าอาศิรวาสเกาะเกิ้ง นำพระสงฆ์จำนวน 7 รูป ออกรับบิณฑบาต

ขณะที่ จ.ตราด เวลา 07.00 น. บริเวณศาลาการเปรียญวัดบางปรือ ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำพุทธศาสนิกชนจังหวัดตราดที่พร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาว เข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2562 ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด และคณะสงฆ์ในพื้นที่ร่วมกันจัดขึ้น โดยวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของชาวพุทธเพราะเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ จ.ตรัง เวลา 06.30 น. นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นำข้าราชการและประชาชนชาวพุทธ ร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง อ.เมือง โดยมี พระราชวรากร เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณร 60 รูปรับบิณฑบาต บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข ชื่นมื่นอิ่มบุญกันอย่างทั่วหน้า

ที่ จ.ยะลา เวลา 07.00 น. นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง ต.สะเตง อ.เมือง โดยมีพล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงข้าราชการและประชาชนชาวพุทธจำนวนมากร่วมพิธี นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ผวจ.ยะลา และแม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้ร่วมกันเปิดใช้ห้องน้ำวัดเมืองยะลา จำนวน 18 ห้อง ซึ่งพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาได้สมทบทุนร่วมกันสร้าง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่มาประกอบศาสนกิจยังวัดเมืองยะลาได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

ด้าน นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า พระสงฆ์และสามเณรจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพช่องปาก เนื่องจากอาหารที่ญาติโยมนำมาใส่บาตรหรือนำมาถวาย ส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือน้ำหวานต่างๆ ซึ่งมีส่วนประกอบน้ำตาลอยู่ในปริมาณมาก เมื่อฉันบ่อยๆ และไม่ทำความสะอาดช่องปากให้เพียงพอและถูกวิธีก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุมากขึ้น จึงแนะนำให้ยึดสูตร 2 2 2 ได้แก่ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นานครั้งละ 2 นาที และงดฉันอาหารหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง

 ........................................................
 
19 พฤษภาคม 2562
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน