*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5361
  • จำนวนผู้ชม : 3289618
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 182 , 18:33:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link @: ศรีสุวรรณจ่อลุยเอาผิดบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ปมเสนอแต่งตั้ง ส.ว.ลักษณะต้องห้าม

สวัสดีครับ

         ผมพูดเปรยๆอยู่ในเว็บเพ็จนี้บ่อยๆ ว่าตำรวจทางหลวงควรนำเอาโดรนมาช่วยในการควบคุมการคมนาคมบนทางหลวง แต่ก็

ไม่เห็นว่าตร.ทล.ทำอย่างว่าสักที จนกระทั่งวันนี้ ปราฏข่าวสภ.อ.เมือง นครราชสีมา นำโดรนมาใช้แล้วได้ผลดี ก็พลอยดีใจไปด้วยครับ

 

 

รัฐสภาซ้อมรัฐพิธี คาดใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลือกประธานสภาฯ

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐสภา,ซ้อมรัฐพิธี,คมชัดลึก

รัฐสภาซ้อมรัฐพิธี เลขาสภาฯคาดใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลือกประธาน -รองประธานสภาฯ ก่อนนำรายชื่อชึ้นทูลเกล้าฯเย็น 25 พ.ค.ทันที

          กระทรวงการต่างประเทศ 22 พ.ค.-สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าซักซ้อมความพร้อมงานรัฐพิธี เปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกของรัฐสภา(ปี2562) ณ. ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับสำนักพระราชวัง ซึ่งตามกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดประชุมรัฐสภา ในวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. 2562 
       

รัฐสภาซ้อมรัฐพิธี คาดใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลือกประธานสภาฯ

           นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันนี้(22 พ.ค. ) ได้ซ้อมใหญ่งานรัฐพิธีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง2 รอบ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
            นายสรศักดิ์ ยังกล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกตำแหน่งประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. โดยขอให้แต่ละพรรคการเมืองเดินทางไปที่ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 7.30น. เพื่อเตรียมความพร้อม และได้จัดห้องประชุมไว้เผื่อให้พรรคการเมืองต่างๆได้ใช้ด้วย โดยคาดว่าจะใช้เวลาประชุมไม่เกิน 6 ชั่วโมง โดยมีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานชั่วคราว ซึ่งตามขั้นตอนในการเลือกประธานสภาฯนั้น ยึดตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปี 2551 เป็นแนวทาง

          รัฐสภาซ้อมรัฐพิธี คาดใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลือกประธานสภาฯ
             โดยหากมีการเสนอชื่อบุคคลเป็นประธานสภาฯเพียงคนเดียว ผู้นั้นจะได้เป็นประธานสภาฯเลย แต่ถ้ามีการเสนอชื่อมากกว่า 1คน จะใช้วิธีลงคะแนนลับ ซึ่งผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ต้องมีผู้รับรอง 20 คน เมื่อมีการเสนอชื่อ จะตั้งกรรมการตรวจนับคะนน จำนวน 6 คน จากพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ในสภา 6 ลำดับ ต้นๆ จากนั้น จะขานชื่อส.ส.ทีละคน ให้มาเขียนชื่อบุคคลที่เป็นประธานสภาฯลงไปในซองลงคะแนน เมื่อครบแล้วก็จะนับคะแนน  โดยจะทำตามขั้นตอนเมื่อเสร็จจากการลงคะแนนเลือกตำแหน่งประธานสภาฯแล้ว ก็จะลงคะแนนเลือกรองประธานสภาคนที่ 1 และคนที่2 ตามลำดับ จากนั้นจะนำรายชื่อ ประธาน และรองประธานสภาทั้ง 2ให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ในช่วงเย็นวันที่ 25 พ.ค.ทันที 

           รัฐสภาซ้อมรัฐพิธี คาดใช้เวลา 6 ชั่วโมงเลือกประธานสภาฯ
              “สำหรับเวลาผมเองก็กังวลใจมากเลย เตื่องจากสถา มีความแตกต่างด้านความคิด จะใช้เวลามากพอสมควร กว่าจะครบ3 ท่าน ทั้งประธาน และรองต้องใช้เวลามากพอสมควร ผมจึงเตรียมทั้ง อาหารเช้าและเาหารกลางวัน ไว้ให้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เดิน 4 โมงเย็น หลังจากนั้นผมจะทำผลการเลือกให้สำนักงานเลขาธิการครม. ซึ่งได้ประสานไว้เบื้องต้นแล้ว” เลขาธิการสภาฯ กล่าว
          ส่วนสถานที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี นายสรศักดิ์  กล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรอให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจ เรื่องวันเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมต่อไป

 "พท." ไม่ถอย ตั้งรัฐบาลแข่ง "พปชร."​

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เพื่อไทย,ไม่ถอย,ตั้งรัฐบาลแข่ง,คมชัดลึก

"พท." ไม่ถอย ตั้งรัฐบาลแข่ง "พปชร."​ จวก อย่าใช้วิธีพิเศษ หักเจตนารมณ์ปชช. ผ่านผลเลือกตั้ง "ภูมิธรรม" เปิดรับคุยทุกพรรค มองท่าที "ภท.-ปชป." แค่กระบวนการปกติ

           พรรคเพื่อไทย - 22 พ.ค.62-"พท." ไม่ถอย ตั้งรบ.แข่ง "พปชร."​ จวก อย่าใช้วิธีพิเศษ หักเจตนารมณ์ปชช. ผ่านผลเลือกตั้ง "ภูมิธรรม" เปิดรับคุยทุกพรรค มองท่าที "ภท.-ปชป." แค่กระบวนการปกติ จ่อนัด ส.ส. ประชุม 24 พ.ค. พร้อมออกประกาศ ให้ "สมาชิก" เสนอชื่อคนชิง ปธ.สภา-รองปธ.สภา

      คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยนัดประชุมเพื่อหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการขับเคลื่อนงานทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรคเข้าร่วม อาทิ  พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค, น.ส.ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์​ โฆษกพรรค เข้าร่วมประชุม       

 

          ทั้งนี้นายภูมิธรรม กล่าวก่อนการประชุมว่า ที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้แสดงความเห็นต่อการเสนอชื่อบุคคลที่จะเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมเพื่อเลือกบุคคลในตำแหน่งดังกล่าววันที่ 25 พฤษภาคมนี้ นอกจากนั้นที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค จะหารือต่อประเด็นสถานการณ์ทางการเมือง การฟอร์มพรรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทย ฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. เป็นอันดับหนึ่งมีสิทธิที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยล่าสุด 7 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบรรณ ยังจับมือร่วมกันอย่างเข้มแข็ง

        

  

"ปชป. –ภท." ยื่นข้อเสนอขั้วที่ 3 ให้ประชาชนตัดสิน

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปชป,ภท,เสนอขั้วที่ 3

"ปชป. –ภท. ยื่นข้อเสนอขั้วที่ 3 ให้ประชาชนตัดสิน หลังขั้ว 1 และ ขั้ว 2 ตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ลั่นสังคมเอาด้วยพร้อมเดินหน้า หากใครค้านทางใครทางมัน

         เมื่อวันที่ 22 พ.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ระบุว่า ทำงานกันอยู่นะครับ ไม่ได้มากินกันเฉยๆ ตามที่ได้พูดไว้ทุกอย่าง พร้อมปรากฎภาพ นายอนุทิน กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส ประจวบคีรีขันธุ์ พรรคประชาธิปัตย์ รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านทีเฮ้าส์ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นั้น

 เมื่อ "ธนาธร" ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ธนาธร,ฝ่าวงล้อม,สื่อ

การลงพื้นที่ของ"ธนาธร"ช่วยผู้สมัครส.ส.อนค.หาเสียงการเลือกตั้งใหม่เขต 8 เชียงใหม่ ปรากฏนายธนาธร ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ดักรออยู่จำนวนมาก ฝ่าวงล้อมออกไป

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ค. 62 นายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่​ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค พร้อม​ส.ส.​ทั้งแบบเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่จากหลายจังหวัดทั่วประเทศกว่า 20 คน​ เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ลานหน้าวัดข่วงเปา​ อำเภอจอมทอง​ จังหวัดเชียงใหม่​ ช่วยนางศรีนวล​ บุญลือ​ ผู้สมัคร​ส.ส.พรรคอนาคตใหม่​ เขต​ 8​ หาเสียง​เป็นครั้งสุดท้าย ​ก่อนที่การเลือกตั้งซ่อมจะมีขึ้นในวันที่26 พ.ค.​ นี้

       อย่างไรก็ตามปรากฏว่าทั้งก่อนและหลังขึ้นเวที นายธนาธร ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อหลายช่องที่ไปรอสัมภาษณ์ในประเด็นที่นายธนาธร ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน และกรณีที่นายธนาธร เคยออกมาเปิดเผยว่า มีการพรรคการเมืองใหญ่ขอ 20 เสียงจากพรรคอนาคตใหม่สนับสนุน แลกกับการยุติดำเนินคดีกับตน โดยหลังลงจากเวที การ์ดได้รุมล้อมนายธนาธรฝ่าวงล้อมสื่อมวลชน ขึ้นรถออกไปทันที โดยนางสาวพรรณิการ์ ได้ขอร้องสื่อ อ้างว่าต้องรีบเดินทางไปขึ้นเวทีปราศัยที่อำเภอแม่วางต่อ

      สำหรับเรื่องที่นายธนาธร ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินนั้น นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย  ได้ยื่นคำร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบนายธนาธร กรณีนายธนาธร กล่าวบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ยอมรับว่าได้ให้พรรคอนาคตใหม่ยืมเงินจำนวน 110 ล้านบาท ในการดำเนินกิจกรรมของพรรค อีกทั้งก่อนหน้านี้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เคยให้สัมภาษณ์ถึงการกู้ยืมเงินว่าจำนวน 250 ล้านบาทของพรรคจากนายธนาธร ซึ่งการกู้ยืมดังกล่าวเป็นการสัญญาและคิดดอกเบี้ยชัดเจน

     ซึ่งนายศรีสุวรรณ เห็นว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ตามมาตรา 66  ระบุว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดจะบริจาคเงินหรือ ทรัพย์สินให้พรรคการโดยมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ต่อปีมิได้ กรณีดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

      นอกจากนี้มาตรา 125  ระบุว่า พรรคการเมืองใดที่รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด มีมูลค่าเกินที่กำหนดไว้  ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค มีกำหนด 5 ปี และให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่าที่กำหนดไว้ ตกเป็นของกองทุนพัฒนาการเมือง

    ส่วนกรณีพรรคการเมืองใหญ่ขอ 20 เสียงจากพรรคอนาคตใหม่สนับสนุนนั้น เป็นกรณีที่นายธนาธร ได้พูดถึงเรื่องนี้ในงานเสวนาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย ระบุว่า 2-3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง แม่ของนายธนาธร ได้รับการติดต่อจากสมาชิกระดับอาวุโสของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ขอให้นายธนาธรมอบ ส.ส.จำนวน 20 คน จากพรรคอนาคตใหม่มาให้พรรคการเมืองนั้น เพื่อแลกเปลี่ยนกับการลบล้างคดีที่กล่าวหาที่มีต่อนายธนาธร แม่ของนายธนาธร พรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งนายปิยบุตร แสงกนกกุล

       รายงานข่าวเเจ้งว่าประเด็นสำคัญที่ทั้ง2 ฝ่ายหารือ คือ พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอเรื่องขั้วที่ 3 คือหากพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี ส.ส.จำนวน 52 เสียง และ พรรคภูมิใจไทย ที่มีส.ส.จำนวน 51 เสียง รวมกันสองพรรคจะได้ส.ส. 103 เสียง ที่สามารถไปเชื้อเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นทางออกของประเทศในเวลานี้

      รายงานข่าวกล่าวว่า  เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ขั้วที่ 1 และ ขั้วที่ 2 ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ โดยเฉพาะคนในพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นไปหลายทิศทาง อาทิ ไม่สามารถไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้ บางกลุ่มก็ไม่สามารถสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ รวมทั้ง บางคนยังสนับสนุนให้เป็นฝ่ายค้านอิสระ 

       ขณะที่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย ก็พบปัญหาหลากหลายไม่ต่างกันจากพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากการการรับฟังความคิดเห็นของส.ส. ระหว่างการประชุมที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยพบว่า ส.ส.บางคนเกรงว่าไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ก็จะมีปัญหาในพื้นที่เพราะมีกระแสต่อต้านทหาร หรือ บางคนก็บอกว่าไปร่วมรัฐบาลกับฝ่ายไหนก็ได้แต่ขอให้สามารถผลักดันนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง และทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบได้

        รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้การหาเรื่องขั้วที่ 3 ดังกล่าวนั้นนายอนุทิน และ นายเฉลิมชัย จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับพรรคของตัวเอง ว่าเห็นด้วยกันแนวทางนี้หรือไม่ พร้อมทั้งรับฟังกระแสสังคมควบคู่กันไปในช่วงนี้ ว่าจะขานรับแนวทางขั้วที่ 3 ด้วยหรือไม่ หากประชาชนเห็นด้วยและสนับสนุนก็เชื่อว่าโอกาสของขั้วที่ 3 ด้วยจำนวนตั้งต้น 103 เสียง จะมีโอกาสเดินหน้าไปได้ที่จะชักชวนพรรคการเมืองต่างๆมาจัดตั้งรัฐบาล แต่หากสังคมไม่เห็นด้วย พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคภูมิใจไทย ก็แยกย้ายไปตามแนวทางของตัวเองหรือเงื่อนไขที่เปิดรับในการร่วมรัฐบาลหรือต้องเป็นฝ่ายค้าน

กกต.เร่งค้นปมเงินกู้พรรคอนาคตใหม่.

การเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กกต,ธนาธร,เงินกู้

"ปธ.กกต."พร้อมจัดเลือกตั้งซ่อมเชียงใหม่ เขต 8 นำคะแนนคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ ปัดเร่งสอบคำร้อง"ธนาธร" ยันทำตามกรอบเวลา เงินกู้ 110 ล้าน ไม่ถือเป็นรายได้พรรค

22 พฤษภาคม 2562  นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 8 จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ว่า กกต.เตรียมความพร้อมเหมือนทุกครั้ง

รวมทั้งมีการนำข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. มาแก้ไข และกำชับกับผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก ทั้งนี้เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองสามารถติดตามได้อยู่แล้ว จากนั้นจะมีการประกาศผล แต่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่ตายตัวได้ แต่คิดว่าคงไม่ช้า ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองระบุว่ามีการแข่งขันดุเดือดนั้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่ทางสำนักงานกกต.อาจจะมีข้อมูล แต่คิดว่าคำว่าดุเดือดคงไม่ใช่ในทางไม่ดี น่าจะเป็นทางดีมากกว่า คือมีการแข่งขันสูง

ประธาน กกต. กล่าวอีกว่า เมื่อเลือกตั้งและประกาศผลแล้วเสร็จ กกต.จะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ทันที ส่วนเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ขณะนี้กกต.กำลังเร่งพิจารณา หลายเรื่องอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและคดี ก่อนที่จะเสนอมายังกรรมการกกต. ขณะที่อีกหลายเรื่องมีคำวินิจฉัยไปแล้ว และมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานกกต.แล้ว ซึ่งขณะนี้เหลือเรื่องร้องคัดค้านอีกไม่เกิน 100 เรื่อง

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า กกต.พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีคำร้องเกี่ยวกับการถือหุ้นของนักการเมืองอีกหลาย 10 เรื่อง นายอิทธิพร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เสร็จอย่างรวดเร็ว แต่การทำงานต้องเป็นไปตามกรอบเวลา ซึ่งมีการยื่นร้องมาก่อนหน้านั้น เราไม่ได้ทำเพราะว่าเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง   

ส่วนเรื่องที่นายธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน 110 ล้านนั้น เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา ก็มีการยื่นเรื่องดังกล่าว ซึ่งสำนักงานฯจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะเชิญผู้ร้องมาให้ถ้อยคำ และพิจารณาคำร้องมีมูลหรือไม่ ถ้าไม่มีมูลก็ยุติเรื่อง แต่ถ้ามีมูลก็จะมีการเสนอ กกต.พิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่าโดยหลักการแล้วพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินได้หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า เท่าที่ดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ต้องดูมาตรา 62 เป็นหลัก เกี่ยวกับรายได้พรรคการเมือง ซึ่งดูแล้วไม่มีเรื่องกู้ยืม ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จะพูดอะไรตอนนี้คงไม่เหมาะ

เมื่อถามย้ำว่าเงินกู้ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า อย่างที่บอก จะพูดอะไรตอนนี้คงไม่เหมาะ จะตอบทันทีคงไม่ได้ ต้องฟังความเห็นของสำนักงาน กกต. และกรรมการคนอื่นๆประกอบด้วย

"พปชร."เรียกส.ส.ติวเข้มเตรียมความพร้อม

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พลังประชารัฐ,ปฐมนิเทศ,สสใหม่

"ธนกร"เผยพปชร.ฟิตจัด เรียกส.ส.ติวเข้ม 23 พ.ค.เตรียมความพร้อมก่อนลุยงานสภาฯ ฝากประชาชนอย่าวิตก มั่นใจตั้งรัฐบาลได้แน่

22 พฤษภาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่23 พ.ค. พรรคพลังประชารัฐจะจัดปฐมนิเทศและเสริมสร้างศักยภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ที่พรรคพลังประชารัฐ 

โดยมีนายอุตตม สาวนายน ห้วหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เข้าร่วมงาน  โดยการสัมมนาครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของส.ส.ในการทำหน้าที่ในสภาฯ สำหรับการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก ทั้งนี้ พรรคมีส.ส.ใหม่มากถึง 70 คน ซึ่งแต่ละคนมีความมุ่งมั่น ไฟแรง และตั้งใจทำงานมาก อีกทั้งยังมีส.ส.เก่าซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์คอยเป็นพี่เลี้ยง ทำให้พรรคพลังประชารัฐแข็งแกร่งมากในการทำงานเพื่อประชาชน     

นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ตนเป็นห่วงข้อมูลข่าวสารที่พี่น้องประชาชนได้รับว่าอาจจะทำให้พี่น้องประชาชนเครียด วิตกกังวลบ้าง เพราะพรรคการเมืองบางพรรคพยายามทำให้ประชาชนจิตตก ทั้งๆ ที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่อยากให้พรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลได้ และอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เพื่อจะได้สานงานต่อก่อนจะเริ่มงานใหม่

ตนจึงอยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า อย่ากังวล ตนมั่นใจว่าพรรคจะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน เพราะพรรคการเมืองที่จะมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐนั้นต่างอยากเห็นบ้านเมืองสงบ และ อยากประชาชนมีความสุข

เช็กกำลัง ปชป. "52 ส.ส." ก๊กไหนใหญ่สุด

พรรคประชาธิปัตย์,หัวหน้าพรรคปชป,จุรินทร์ ลั,กัปตันอู๊ดด้า,พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค,ร่วมรัฐบาล,จัดตั้งรัฐบาล,พปชร,พลังประชารัฐ,พรรคพลังประชารัฐ,คสช,รัฐบาลทหาร,ลุงตู่,ชวน หลีกภัย,เสี่ยหนู,อนุทิน ชาญวีรกูล

คอลัมน์ "ท่องยุทธภพ" โดย "ขุนน้ำหมึก" หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 22 พ.ค.2562

          3 วันก่อนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร คงเห็นสำนักข่าวบางแห่งใช้คำว่า “ดึงเช็ง” มาอธิบายเกมการเมืองเรื่องจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเห็นอาการของ “กัปตันอู๊ดด้า” และ “กัปตันหนู” เล่นดึงจังหวะ ทำให้ม้าแก่ชำนาญทางรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นเกมดึงเช็ง เพื่อรออะไรบางอย่าง

เช็กกำลัง ปชป.

จุรินทร์และชวน วันปฐมนิเทศ ส.ส.

          ภายในพรรคประชาธิปัตย์ วันเปิดประชุมปฐมนิเทศ ส..ทั้ง 52 คน บรรยากาศคึกคัก มีนักข่าวมาดักรอหาคำตอบ “ร่วม-ไม่ร่วม” เป็นกองทัพ แต่ภายในห้องประชุมกลับอึมครึม 

กองหนุนลุงตู่ก็เยอะ

          การประเมินสถานการณ์ในปชปว่าจะร่วมหนุน “ลุงตู่” เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่คงมองที่ชัยชนะของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ในเกมชิงประมุขพรรคอย่างเดียวไม่ได้ เพราะผลคะแนนเลือกตั้งจากกลุ่ม ส..จำนวน 52 คน ปรากฏว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ 25 เสียงพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ 20 เสียงกรณ์ จาติกวณิช ได้ และอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ เสียง

          เดาใจกันแต่วันนี้เสียงที่หนุนพีระพันธุ์กรณ์ และอภิรักษ์ รวมแล้ว 27 เสียง ย่อมเห็นด้วยกับการเข้าเลือกฝั่งพรรคพลังประชารัฐ 

เช็กกำลัง ปชป.

บัญญัติ บรรทัดฐาน

          ในฝั่งจุรินทร์ 25 เสียงนั้น ก็เกินครึ่งที่จะหนุนให้เลือกหนทางการเข้าร่วมรัฐบาลลุงตู่ (ภาค 2) จะมีก็แต่ผู้อาวุโสอย่าง ชวน หลีกภัยบัญญัติ บรรทัดฐาน และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้น ที่ต้องรักษาจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค

          ยังไงก็ตาม “กัปตันอู๊ดด้า” ปักธงแล้ว 23 พฤษภาคมนี้ จะได้ฤกษ์ประชุมร่วมกันระหว่างส..และกรรมการบริหารพรรค เพื่อตัดสินว่า ปชป.จะไปทางใด

ปีกสะตอยังเสียงดัง

          จำนวน ส..เขต 33 คนของพรรคประชาธิปัตย์ แบ่งเป็น ส..ใต้ 22 คน ภาคกลาง คน ภาคอีสาน คน และภาคเหนือ คน

          ลองมาไล่เรียงรายชื่อกันดู กระบี่-สาคร เกี่ยวข้องชุมพร-ชุมพล จุลใส และ สราวุธ อ่อนละมัย

          สุราษฎร์ธานี-ภานุ ศรีบุศยกาญจน์วิวรรธน์ นิลวัชรมณีวชิราภรณ์ กาญจนะสมชาติ ประดิษฐ์พรสินิตย์ เลิศไกร และ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ 

          ตรัง-สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และ สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ, พังงา-กันตวรรณ ตันเถียร พัทลุง-นริศ ขำนุรักษ์

          นครศรีธรรมราช-เทพไท เสนพงศ์ประกอบ รัตนพันธ์ชินวรณ์ บุญยเกียรติชัยชนะ เดชเดโช และ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล 

          สงขลา-เดชอิศม์ ขาวทองถาวร เสนเนียม และ พล...สุรินทร์ ปาลาเร่, ปัตตานี-อันวาร์ สาและ

เช็กกำลัง ปชป.

ถาวร เสนเนียม

          แม้ขุมกำลังของ “ถาวร เสนเนียม” อาจจะดูน้อยกว่าฝั่งกัปตันอู๊ดด้า แต่เมื่อถึงเวลาได้เสีย ก็เชื่อได้ว่าเกือบครึ่งของ ส..ใต้ ไม่เลือกเป็นฝ่ายค้านอิสระแน่

          ยกเว้นเทพไท ที่รู้ชะตากรรม เลยออกลีลาหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นล่วงหน้าไปเรื่อยๆ ร้องเพลงมั่ง ไลฟ์แหลงใต้มั่ง

ปิดฉากฝ่ายค้านอาชีพ

          ส..เขตภาคอื่น รวมทั้งสิ้น 11 คน ถือว่าได้เก้าอี้ ส..น้อยมากในรอบ 30 ปี แต่เมื่อส่องกล้องเข้าไปดูรายจังหวัด ก็เห็นว่า เสียงส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งจุรินทร์ เป็นส..ในมุ้ง “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” และ “สาธิต ปิตุเตชะ” 

          ขานชื่อขานจังหวัด สมทุรสงคราม-รังสิมา รอดรัศมี นครปฐม-สินธพ แก้วพิจิตร ราชบุรี-อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์

          ระยอง-สาธิต ปิตุเตชะบัญญัติ เจตนจันทร์ และธารา ปิตุเตชะ ประจวบคีรีขันธ์-มนตรี ปาน้อยนนท์ และประมวล พงศ์ถาวราเดช

          คอการเมืองเห็นชื่อ “เฉลิมชัย” เป็นเลขาธิการพรรคก็รู้ทิศทางปชป.แล้วว่า จะไปทางใด “นกมีขน คนมีเพื่อน” คนแบบเฉลิมชัยนั้นมากไปด้วยมิตร ข่าวลือเรื่อง “เสี่ยต่อ เฉลิมชัย” แอบเข้าบ้านป่ารอยต่อฯ จึงดังกระหึ่ม

 

เช็กกำลัง ปชป.

เฉลิมชัย ศรีอ่อน และ อนุทิน ชาญวีรกูล

          อีกด้านหนึ่งเสี่ยต่อกับเสี่ยหนู อนุทิน และ เสี่ยศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็สัมพันธ์แน่นปึ้ก ข่าวปล่อยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล “ขั้วที่ 3” จึงบังเกิดเช่นกัน 

          ส่วนภาคอีสาน คน วุฒิพงษ์ นามบุตร และแนน บุณย์ธิดา สมชัย ภาคเหนือ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เชื่อว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลลุงตู่แน่นอน

          แม้ช่วงเลือกหัวหน้าพรรคปชป. “อิสสระ สมชัย” และ “สุทัศน์ เงินหมื่น” จะหนุนพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส่วน “วิฑูรย์ นามบุตร” จะหันไปเลือกจุรินทร์ แต่ก็เป็นเอกภาพในการไม่ยอมเป็นฝ่ายค้าน

          ฉะนั้นเรื่องฝ่ายค้านอิสระเลิกพูดไปได้เลย สำคัญที่ว่า ปชป.จะได้กี่เก้าอี้และควบตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ หรือไม่?

ไม่ง่าย ตั้ง"รัฐบาลลุงตู่"

พรรคพลังประชารัฐ,พรรคเพื่อไทย,พรรคอนาคตใหม่,รัฐบาลลุงตู่,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดย...  โอภาส บุญล้อม

          ถึงเวลานี้ ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่าขั้วไหนจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ “ขั้วพลังประชารัฐ” หรือ “ขั้วเพื่อไทย" หรือว่าขั้วที่ 3 ที่มี “พรรคอนาคตใหม่” เป็นแกนนำ

          ที่ยังไม่ชัดเจนส่วนหนึ่งก็มาจาก สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คน ที่กลไกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสร้างขึ้นให้ ส.ว.มาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย มิเช่นนั้นป่านนี้ก็คงรู้ไปตั้งนานแล้วว่า “ขั้วไหน” จะได้เป็นรัฐบาล ซึ่งปกติฝ่ายไหนรวบรวมเสียง ส.ส.ได้มากกว่าก็ได้ตั้งรัฐบาล แต่ครั้งนี้อาจไม่ใช่ เพราะยังมี “ตัวแปร” ที่สำคัญ ก็คือ ส.ว.นั่นเอง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่

          อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งสองพรรคการเมืองนี้มีเสียงรวมกันถึง 103 เสียง ก็ยังไม่ “ฟันธง” ว่า จะไปอยู่ขั้วไหน

          สำหรับ พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีข่าวออกมาเป็น 2 ทาง คนในพรรคยังเห็นต่างกันอยู่ มีทั้งต้องการ “ร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ” กับต้องการเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ”

          ส่วน พรรคภูมิใจไทย ก็บอกว่า ฟังเสียงประชาชนอยู่ ที่ชัดเจนก็มีเพียงว่า จะไม่ร่วมกับ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” โดยที่ประชุม ส.ส.ของพรรคมีมติยืนยันจุดนี้ และพรรคมีมติให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นคนตัดสินใจว่าจะร่วมกับขั้วไหน โดยไปดำเนินการพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ

          ที่สำคัญ ตอนนี้ยังมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศตัวเป็นแกนนำชิงตั้งรัฐบาลแข่งกับ “ขั้วพรรคพลังประชารัฐ” โดยให้เหตุผลว่าในเมื่อไม่มีใครเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. พรรคอนาคตใหม่จึงขออาสาทำเองและถ้าหากพรรคอนาคตใหม่สามารถรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ นายธนาธรพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี โดยขอประกาศตัวเป็น “นายกรัฐมนตรีแห่งการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.” และนายธนาธร ยังบอกว่า จะเดินทางไปพบนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง น.ส.กัญจนา และนายวราวุธ ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา ด้วยตัวเอง

          ทั้งนี้นายธนาธร เชื่อว่า ถ้ารวมเสียง ส.ส.ในสภาได้มากสุดพอ ส.ว.คงไม่กล้าโหวตสวนมติของ ส.ส. โดยกระแสสังคมจะกดดันให้ ส.ว.ยอมรับไปเอง

          อย่างไรก็ตาม การประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคอนาคตใหม่ในครั้งนี้ ไม่ใช่มติของ 7 พรรคแนวร่วม ที่เคยลงนามในหนังสือบันทึกความเข้าใจจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แต่อย่างใด

          แต่เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่คงคุยกับพรรคเพื่อไทยก่อนที่่นายธนาธรจะออกมาชิงนำตั้งรัฐบาล เพราะไม่เห็นอาการไม่พอใจจากทางพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้แต่อย่างใด

          โดยทางแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาพูดชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยต้องการให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะฝ่ายสืบทอดอำนาจ จึงไม่ยึดติดเรื่องตำแหน่ง ไม่ว่าเป็นจะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือประธานสภาผู้แทนราษฎร ยอมเสียสละเพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขในการต่อรองใดๆ ขอเพียงประเทศเดินหน้าได้อย่างถูกต้อง ขอเพียงพรรคขั้วที่ 3 ตัดสินใจเลือกข้างประชาชนอย่างที่เคยพูดไว้ตอนหาเสียง

          แต่ในความจริงแล้ว อาจเป็นเพราะทางพรรคเพื่อไทยเอง ก็ไม่มีตัวคนที่จะแข่งตั้งรัฐบาลกับขั้วพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากแกนนำคนสำคัญๆ ของพรรคเพื่อไทยที่่ลงบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ สอบตกหมด รวมทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็สอบตกเช่นกัน


          อีกทั้งจะเห็นได้ว่าหลังเลือกตั้ง แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้จำนวนที่นั่ง ส.ส.มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เปิดเกมรุกในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทางแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ก็คงเห็นจุดนี้เหมือนกัน จึงประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน

          และการที่นายธนาธร ออกมาประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีความเป็นไปได้ที่จะดึงพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ให้มาร่วมด้วยได้มากกว่าที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ คงยากที่จะมาร่วมกับพรรคเพื่อไทย เป็นเพราะอดีตระหว่าง 2 พรรคการเมืองนี้ ดังนั้นการที่เป็น “ธนาธร” เงื่อนไขจึงเปลี่ยนไป

          แต่ว่าไปแล้วโอกาสที่ขั้วที่ 3 ซึ่งนำโดยนายธนาธร จะประสบความสำเร็จในการตั้งรัฐบาล โดย “ปิดสวิตช์ ส.ว. 250 คน” ที่มีอำนาจในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นไปได้ยากมาก เพราะขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี 115 เสียง และมี 11 พรรคการเมืองเล็ก รวม 11 เสียง ที่ประกาศชัดเจนแล้วว่าอยู่ขั้วพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นเมื่อรวมกันแล้วได้ 126 เสียง และหากนำไปรวมกับ ส.ว.อีก 250 คน เชื่อว่าคงโหวตสนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ถึง 376 เสียงพอดี ซึ่งเป็นเสียงที่จำเป็นต้องได้อย่างน้อยในการโหวตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 272 บัญญัติว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา (ส.ส.500 คน + ส.ว. 250 คน = 750 คน มากกว่าครึ่งหนึ่ง =376)

          และนี่...ยังไม่รวมถึงพรรครวมพลังประชาชาติไทยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ 5 เสียง, พรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์ นิติตะวัน 1 เสียง, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่แล้ว

          ดังนั้น แทบ “ปิดประตูตาย” ทาง “ขั้วที่ 3” ไปแล้ว เพราะต่อให้นายธนาธรสามารถรวมเสียงจากพรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และรวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา ก็ไม่มีทางชนะโหวตนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาได้ เพราะได้ไม่ถึง 376 เสียง เว้นเสียแต่ว่า ฝั่งนี้ได้คะแนนมาเติมจากทาง ส.ว.เท่านั้น

          ซึ่งหากมองไปทาง ส.ว.ว่ามีกลุ่มไหนที่พอจะแตกแถวได้บ้าง ก็คงเป็น กลุ่ม ส.ว. จำนวน 50 คน ที่เลือกกันมาเองตามกลุ่มอาชีพ เนื่องจากไม่ได้อิงกับ คสช.มากนัก ดังนั้นเมื่อคนกลุ่มนี้เลือกกันมาเอง การที่จะโหวตอย่างอิสระก็พอมีความเป็นไปได้ แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมากที่จะ “แตกแถว”

          อีกอย่างหนึ่งที่ต้องจับตา ก็คือ การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ถ้าปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรไปในทางเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่ว่าคนจากพรรคพลังประชารัฐ หรือคนจากพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้กระทั่งคนจากพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แน่นอน

          แต่ถ้าปรากฏว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร กลายเป็นคนจากพรรคเพื่อไทย หรือพรรคอนาคตใหม่ โดยมีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ร่วมโหวตสนับสนุนด้วย กรณีนี้ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยต้องพึ่งเสียงจาก ส.ว. 250 คน ช่วยโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี

          โดยสรุปสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เพียงแต่ว่าจะเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” หรือ “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” เท่านั้น

          และต้องรอดูว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว จะมีปรากฏการณ์ “งูเห่า” ในกลุ่ม 7 พรรคการเมืองที่จับมือกันอยู่ “ขั้วตรงข้าม” ให้เปลี่ยนใจหันมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน เพราะนั่นหมายถึงเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ที่ว่าจะมีอายุได้นานแค่ไหน

          อาจมีคำถามว่า แล้วประเทศไทยเราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ เพราะเป็นการต่อรองกันในเชิงเก้าอี้และผลประโยชน์ทางการเมือง

          แต่ก็ต้องว่ากันไปตามกติกาของรัฐธรรมนูญ และอย่างน้อย เราก็ได้กลับมามีสภาผู้แทนราษฎร มีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้มากกว่าเดิม, เมื่อมีรัฐบาลใหม่ คสช.ก็พ้นสภาพไป, มีกลไกของสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล และหาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ก็ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่มีมาตรา 44 คุ้มครองอีกต่อไป และแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยังไม่ได้เริ่มทำงาน ก็สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ โดยนำการทำงานของรัฐบาล คสช. 5 ปีทีี่ผ่านมา มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

          “ประชาธิปไตยไทย” พัฒนาไปอีกจุดหนึ่งแล้ว

เอาแล้ว...เกมยุ่งขิงบังเกิด

ตั้งรัฐบาล,ลุงตู่,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคประชาธิปัตย์

โดย...  เร้นกาย ไร้เงา

          นับแต่วันที่ “ลุงตู่” เปรยความพร้อมการตั้งครม.ชุดใหม่ที่พลังประชารัฐจะเป็นว่าที่แกนนำตั้งรัฐบาลชุดใหม่

          กระทรวงเกรดเอที่คนการเมืองหวังไว้นั้น หากไปมองสิ่งที่ลุงตู่กล่าวไว้ในวันวานก็พานพบว่า ข้อเสนอที่คีย์แมนพชปร.ไปแตะมือว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลให้มาร่วมวงไพบูลย์ก็ลือกันว่า “วงเเตก” โดยพลัน

          แว่วว่า ว่าที่พรรคที่จะมาแตะมือขั้วลุงตู่ เช่น ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยนั้น ระงับการต่อสายไว้ทันทีเพราะไม่แฮปปี้กับหลายประโยคที่ลุงตู่เผยมาเกี่ยวกับโควตาเสนาบดี เมื่อบวกกับโผครม.ชุดหน้าตามหน้าสื่อที่ว่อนออกมาหลายวันก่อนนั้น ยิ่งทำให้ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลมิพอใจเพราะ “เก้าอี้หลักๆ” ร่วงในมือของคีย์แมนหลากมุ้งในพปชร.และบรรดาคนแวดล้อมลุงตู่แทบทั้งนั้น

          เรียกว่า “ชิ้นปลามัน” ไม่ถูกแบ่งปันไปยังพรรคที่จะมา “สานฝัน” ให้ลุงตู่และพปชร.เลย แม้บางกระทรวงจะมีการเปิดทางให้ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลไปบ้าง แต่มองแล้ว..ยังไม่ใช่คำตอบที่โดนใจพรรคที่จะมาเติมเต็มความฝันของลุงตู่และพปชร.

          และเมื่อตีความดีๆ กับสิ่งที่ลุงตู่เผยเกี่ยวกับ “สเปกและแนวทางทำงานของรัฐนาวาชุดหน้า” นั้น แว่วว่าคนวงในของพรรคสีฟ้าและพรรคสีน้ำเงินไม่พอใจเท่าใดนัก เพราะคล้ายว่าสองพรรคนี้คือ “ตัวประกอบ” ที่มาทำให้ลุงตู่กับพชปร.เดินถึงฝั่งฝันของตัวเอง 

          และคีย์แมนของสองพรรคนี้มองว่ายามนี้ “พปชร.” ใช่ว่าจะมีส.ส.เพียงพอที่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้เสียเมื่อไหร่...และยามนี้ “ชาติไทยพัฒนา” ก็ผสมโรงไปกับภท.และปชป.ด้วย แม้ ชพน.จะมีสิบเสียงก็ตามที

          แต่ยามนี้ “หนึ่งส.ส.” ก็มีความหมายยิ่งนักสำหรับขั้วหนุนลุงตู่...

          ฉะนั้นการดึงจังหวะของพรรคสีฟ้า-พรรคสีน้ำเงิน และพรรคของลูกบรรหาร จึงเข้ามุมของตัวเองเพื่อส่งสัญญาณว่ายังไม่แฮปปี้กับเงื่อนไขที่พชปร.และลุงตู่เสนอไว้และอาจแยกวงออกมา

          ความยุ่งขิงกลับไปอยู่ในมือพปชร.ทันทีในตอนนี้

          แม้คนวงในพปชร.ก็น่าจะมองออกว่าสองพรรคนั้นล้วนมีอะไรบางอย่างที่มีช่องโหว่และน่าจะรับดีลของพปชร.ไว้ค่อนข้างชัวร์ก็ตาม.....

          เริ่มที่ “พรรคสีฟ้า” ก่อน หลังจากที่อู๊ดด้าได้เป็นหัวหน้าพรรคปชป.คนใหม่และรับหน้าที่ประสานรอยปริแยกของแกนนำในพรรคก็ส่อแววปริร้าวแยกลึกออกมาเรื่อยๆ เพราะบางมุ้งในพรรคอยากร่วมรัฐบาล บางกลุ่มไม่ไปแตะมือกับพปชร.และเพื่อไทย และเริ่มมีวิวาทะของคนในพรรคจวกกันเองโผล่มาแบบไม่มีสาเหตุ จนปรากฏการณ์ "10 มกรารอบสอง” ใกล้บังเกิด โดยมองสองมุมว่า มุมแรกคือ อย่างน้อย 20 ส.ส.พรรคสีฟ้าจะมาขั้วหนุนลุงตู่ และมุมที่สองคือ ทางที่ดี 52 ส.ส.ของปชป.ควรมาทั้งหมด

          ส่วน “พรรคสีน้ำเงิน” นั้น ไม่ว่าอย่างไรเสีย "คนโตแดนอีสานใต้” คือคนกุมบังเหียนพรรคตัวจริง แม้เสี่ยหนูจะได้ฉันทานุมัติจาก 51 ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ในการตัดสินใจทางการเมืองครั้งนี้ก็ตาม แต่ใครต่อใครในวงการการเมืองรู้ดีว่าหากภท.จะเคาะโต๊ะนั้น คนที่มีสิทธิขาดคือคนโตแดนอีสานใต้เท่านั้น และตรงนี้ที่ทำให้เสี่ยหนูอึดอัดไม่น้อย และมองว่าสิ่งที่เสี่ยหนูเปิดมานั้น เอาเข้าจริงคนเคาะโต๊ะว่าพรรคสีน้ำเงินจะวางบทไว้ที่ใดนั้นอยู่ที่บุรีรัมย์

          แม้ว่าพปชร.จะนัดหารือกับว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ แต่เมื่อปชป.ยังดึงจังหวะไม่โยนไพ่ ภท.ก็เดินเกมแนวเดียวกันและยังบอกสังคมว่าพร้อมเป็นเจ้าภาพขั้วตัวแปรที่จะหารือกับพรรคต่างๆ เพื่อให้ภาคการเมืองมีคำตอบในไม่กี่วันนี้เกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองที่ชัดเจนต่อสังคม

          ผนวกกับเงื่อนไขที่เพื่อไทยเปิดออกมายั่วใจปชป.-ภท.แบบไม่มีเม้มนั้น หากอยู่ในภาวะปกติ..ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พรรคอันดับหนึ่งจากการหย่อนบัตรจะไร้เงื่อนไขแบบนี้ แถมยังเปิดประตูเชิญคู่ปรับในรอบสิบกว่าปีและอดีตคนกบฏที่แปรพักตร์ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนให้มาสังฆกรรมเช่นนี้

          งานนี้ความร้อนรนจึงกระเด้งกลับไปยังพปชร.แบบช่วยไม่ได้ เพราะพรรคอันดับหนึ่งก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่งๆ แล้วรอพรรคอันดับสองเดินเกมเพียงเจ้าเดียวเสียเมื่อไหร่

          ตอนนี้แว่วว่าพท.พร้อมจะส่งตัวจริงเสียงจริงควงกับคีย์แมนพรรคสีส้มเพื่อไปดีลกับเสี่ยหนูและตัวแทนปชป.แล้วเพื่อให้เหลียวมองเงื่อนไขของขั้วต้านลุงตู่แบบจริงจัง

          แน่นอนว่า...คนที่นั่งไม่ติดเก้าอี้ในยามนี้คือพปชร.เพราะจำนวนส.ส.ที่มีในมือนั้น แม้นำไปบวกกับ 250 ส.ว.ก็เพียงพอในขั้นต้นว่าลุงตู่มีสิทธิกลับมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลวาระที่สองได้ แต่มันเหนื่อยต่อไปเพราะจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ทำอะไรแทบจะไม่ได้

          เมื่อพรรคสีฟ้าและพรรคสีน้ำเงิน ที่มีตัวเลขรวมกัน 103 ที่นั่ง ยังไม่ตอบว่าจะเอาอย่างไร..ไม่ว่าจะไปขั้วหนุนลุงตู่หรือขั้วต้านลุงตู่

          สมมุติว่า พรรคสีฟ้าและพรรคสีน้ำเงิน ไปรับดีลของขั้วต้านลุงตู่จริง มันจะเป็นการพลิกล็อกการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งเลยทีเดียว

          งานนี้รอดูกันแบบวันต่อวัน....ว่าจะเป็นเช่นใดเพราะการเมืองนั้นสามารถเเปรผันได้เสมอ

          แม้แต่เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เเต่ก็สามารถเป็นไปได้ และมันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งบนบันทึกการเมืองไทย!

อนค.ไม่รวมเสียง "พปชร." เพื่อปิดปมทางตันทางการเมือง

การเมือง  :  24 นาทีที่ผ่านมา
อนาคตใหม่,ไม่รวมเสียง,พปชร,ปิดทางตันทางการเมือง,คมชัดลึก

"อนค." กร้าวไม่ยอมรวมเสียง "พปชร." เพื่อปิดปมทางตันการเมือง "ปิยบุตร" คาดเร็วๆ นี้มีความชัดเจนรวมเสียงพรรค หยุด "ประยุทธ์" สืบทอดอำนาจ

            พรรคอนาคตใหม่ -  22 พฤษภาคม 2562 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อความเคลื่อนไหวของพรรคต่อการรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นแคนนิเดตนายกฯ คนต่อไปว่า ภายใน 1-2 วันจะมีความชัดเจน

         อนค.ไม่รวมเสียง

           โดยขณะนี้การเดินหน้าเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นไปในทิศทางที่ดี สำหรับการประสานงานพรรคการเมืองเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล มีภารกิจที่ยึดความรับผิดชอบต่อส่วนรวมไม่ใช่การแบ่งเก้าอี้ในฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตามตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นเป็นรัฐบาลแห่งความร่วมมือ แก้ปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยึดอำนาจของ คสช.​ตลอด 5 ปี รวมถึงแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางให้ไปสู่ระบบรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ อาจนำไปสู่ทางตันทางการเมืองนั้น ตนยืนยันว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการออกแบบรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่ปัญหาของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ลงแข่งขันทางการเมือง

          ดังนั้นกลไกที่จะเกิดขึ้น พรรคอนาคตใหม่ไม่มีทางที่จะไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ แน่นอน ขณะที่การเจรจากับพรรคการเมืองอื่น ที่มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์นั้น อยู่ระหว่างพูดคุย เบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้.

"หมอวรงค์"โพสต์ เสียใจ ยันไม่เคยถูกแทรกแซง

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หมอวรงค์,โพสต์,เสียใจ,ไม่เคยถูกแทรกแซง

" น.พ.วรงค์" โพสต์ ยืนยันอาสาทำงานการเมืองเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ ไม่มีใครครอบงำหรือแทรกแซง หลังผู้ใหญ่ในพรรค ระบุมีปัจจัยภายนอกแทรกแซงกิจการภายในพรรค

       ผมรู้สึกเสียใจมากที่ท่านคิดว่าคนอย่างผมจะถูกแทรกแซงได้อย่างที่ท่านเข้าใจ ท่านคิดหรือว่า คนที่ต่อสู้กับรัฐบาลหุ่นเชิดทุนสามานย์ ต่อเนื่องมาอย่างยาวนานถึง 6 ปี จนในที่สุดศาลตัดสินให้จำคุก อดีตนายกต้องหนีออกนอกประเทศ จะถูกแทรกแซงได้

       ผมยืนยันว่าการที่ผมและเพื่อน ๆ สู้ในการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคครั้งที่แล้ว เป้าหมายของผมต้องการให้พรรคของเรามีประสิทธิภาพ สามารถสู้กับคู่แข่งขันได้ ถ้าอดีตหัวหน้าพรรค บริหารพรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกผมไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องไปสู้หรอกครับ

 

         การสู้ของพวกผมก็ได้รับการยืนยัน การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่พรรคของเราแพ้ยับเยิน เราแพ้ชนิดที่เรียกว่ากรุงเทพฯ สูญพันธุ์ รวมทั้งภาคใต้และที่จังหวัดตรัง ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า พวกผมมองอนาคตได้ถูก แต่ผิดเพียงว่าพวกผมมาก่อนเวลาเท่านั้นเอง และผมมั่นใจว่าถ้าพวกผมได้บริหารพรรค รับรองผลการเลือกตั้ง ต้องดีกว่านี้แน่นอน  พวกผมได้รับการปลูกฝังมาตลอดว่าพรรคประชาธิปัตย์ คือบ้านของพวกเรา ไม่มีใครเป็นเจ้าของ จนวันนี้ผมไม่แน่ใจแล้วว่าพวกผมคือเจ้าของหรือเป็นเพียงผู้ขออยู่อาศัย เพราะเมื่อพวกผมมีความเห็นไม่ตรงกับผู้มีอำนาจ อยากทำพรรคให้ดีขึ้น ก็จะมีคนออกมาให้ร้ายว่าจะมายึดพรรค บางครั้งก็ส่งคนมาไล่ หรือว่าที่ผ่านมาพวกผมเข้าใจผิดไปเอง

         พวกผมขอยืนยันว่า ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง เพราะต้องการเข้ามาดูแลประโยชน์ชาติอย่างแท้จริง จุดยืนของพวกผม จึงยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต้องเหนือสิ่งอื่นใด ต้องเหนือประโยชน์พรรค และเชื่อว่าสิ่งนี้มีในพรรคประชาธิปัตย์ และขอยืนยันว่าไม่มีใครที่จะมาครอบงำหรือแทรกแซง ถ้าพวกผมเชื่อว่านี่คือประโยชน์ประเทศ ไม่มีใครสั่งพวกผมได้ อย่าว่าแต่คนนอกเลยครับ แม้แต่คนในก็สั่งไม่ได้

        ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  เคยให้สัมภาษณ์ถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ อย่าให้เกิดความแตกแยกขึ้น เพราะในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาความขัดแย้ง เพิ่งจะมีในช่วงหลัง อาจเป็นเพราะโลกเปลี่ยนหรือคนที่เข้ามาใหม่อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเลือกหัวหน้าพรรคจบ ทุกอย่างก็จะจบ  แต่ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงปัจจัยภายนอกพรรคเข้ามาครอบงำและชี้นำ

     เมื่อถามว่า แสดงว่า มีปัจจัยภายนอกหรือกลุ่มทุนเข้ามาแทรกแซงและครอบงำพรรค นายชวน กล่าวว่า ก็เป็นห่วงกันในเรื่องนี้และพยายามบอกกันว่า การแข่งขันให้พยายามคำนึงว่าเป็นเรื่องภายในของพรรค

ใช้โดรนควบคุมจราจรชั่วโมงเร่งด่วนได้ผลรถวิ่งคล่องตัว

ภูมิภาค  :  20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภูมิภาค,นครราชสีมา

นครราชสีมา - คมข่าวทั่วไทย

นครราชสีมา วันนี้ (21 พฤษภาคม 2562) เวลา 07.30 น.พ.ต.ท.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ วชิรโชติกุล สารวัตรจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา ได้นำหน่วยปฏิบัติการตำรวจจราจร ลงพื้นทีอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนในชั่วโมงเร่งด่วน บนถนนมิตรภาพบริเวณสี่แยกไอที เขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยได้นำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน จำนวน 2 เครื่อง บินสำรวจสภาพการจราจร ตั้งแต่บริเวณสามแยกราชสีมา ไปถึงบริเวณสามแยกประตูน้ำ เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งถนนมิตรภาพเส้นนี้ เป็นจุดที่มีสถาบันการศึกษา ตลาดสด และชุมชนหนาแน่น ที่มักจะเกิดปัญหาการจราจรติดขัดมากในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

ใช้โดรนควบคุมจราจรชั่วโมงเร่งด่วนได้ผลรถวิ่งคล่องตัว

ใช้โดรนควบคุมจราจรชั่วโมงเร่งด่วนได้ผลรถวิ่งคล่องตัว

โดย พ.ต.ท.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เนื่องจากถนนมิตรภาพตั้งแต่สามแยกราชสีมา ถึงบริเวณสามแยกประตูน้ำ ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร มีสถาบันการศึกษาตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ โรงเรียนเมืองนครราชสีมา โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา โรงเรียนสุรนารีวิทยา และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา ซึ่งจะมีนักเรียน นักศึกษารวมกันกว่า 20,000 คน อีกทั้งยังมีตลาดประปา และเป็นเส้นทางหลักเข้าไปติดต่อสถานที่ราชการต่างๆ เช่น ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา สถานีตำรวจภูธรภาค 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ศาลจังหวัดนครราชสีมา และแหล่งท่องเที่ยวลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ทำให้ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้า เวลา 07.30-08.30 น. และเย็น เวลา 16.30-15.30 น. มักจะมีปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมาก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่ปฏิบัติงานอยู่ภาคพื้น ไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของการจราจร ทำได้เพียงการแจ้งทางวิทยุสื่อสาร ซึ่งยากต่อการปฏิบัติงานด้านการจราจรให้คล่องตัวได้

 

ใช้โดรนควบคุมจราจรชั่วโมงเร่งด่วนได้ผลรถวิ่งคล่องตัว

ใช้โดรนควบคุมจราจรชั่วโมงเร่งด่วนได้ผลรถวิ่งคล่องตัว

ดังนั้นทาง สภ.เมืองนครราชสีมา จึงได้มีแนวคิดนำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในการบินสำรวจและรายงานภาพการจราจรลงมาในโทรศัพท์ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สามารถรู้ได้ทันทีว่าจุดใดรถหนาแน่นมาก จุดใดรถเบาบาง เพื่อที่จะ เพื่อที่จะได้ประโยชน์ในการตัดสินใจควบคุมรถยนต์ตามเส้นทางต่างๆ ให้สามารถวิ่งได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยโดรนที่นำมาใช้นี้มีศักยภาพบินได้ไกลกว่า 3 กิโลเมตร และสามารถส่งภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้เห็นพร้อมกัน ซึ่งผลปรากฏว่าสามารถทำให้การควบคุมจราจรเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว โดยหลังจากนี้ไปก็คาดว่าจะขยายผลไปสู่การปฏิบัติงานด้านการจราจรไปยังจุดต่างๆ ต่อไป

ใช้โดรนควบคุมจราจรชั่วโมงเร่งด่วนได้ผลรถวิ่งคล่องตัว

 

สัญญาณเตือนพ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เมื่อลูกสูงไม่ทันเพื่อน

ไลฟ์สไตล์ Health  :  16 เม.ย. 2562
พญวรรัตน์  กัจฉมาภรณ์,รพธนบุรี 2,ต่อมไร้ท่อ,โตไม่ทันเพื่อน,เบาหวาน,รศพญสุภาวดี  ลิขิตมาศกุล,ฮอร์โมน,เตี้ย,นพสุพิชชา ปัจมนตรี,กุมารแพทย์

พ่อแม่ที่กังวล กลัวลูกจะไม่สูงเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ วันนี้กุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลธนบุรี2 จะมาไขข้อสงสัยยอดฮิต  

          คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะไม่ทราบว่า “ ต่อมไร้ท่อ “  นั้นกระจายอยู่ไปทั่วร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์/ต่อมเคียง ไทรอยด์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของแคลเซียม และมีคุณพ่อคุณแม่อีกหลายท่านจะมีความวิตกกังวลมาก กลัวลูกจะไม่สูง เท่าเทียมกับ เด็กคนอื่นๆ จึงมักจะปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับ เรื่องการเจริญเติบโตของลูก แล้วจะมีวิธีใดที่จะช่วยเพิ่มความสูงของลูกได้บ้าง วันนี้ไปกุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลธนบุรี2 จะมาไขข้อสงสัยยอดฮิตของคุณพ่อคุณแม่และมีคำแนะนำในการเลี้ยงลูกให้เจริญเติบโตสมวัยมาฝากกัน

          เกณฑ์ทางการแพทย์แล้ว จะถือว่า เด็กคนหนึ่ง “เตี้ย” กว่าเกณฑ์ เมื่อพบว่า ส่วนสูงของเด็กคนนั้น น้อยกว่า ร้อยละ 97 ของเพื่อนที่มี อายุ เพศ และ เชื้อชาติเดียวกัน ซึ่งในทางสถิติ ก็หมายความว่า จะยังมีเด็กอีกร้อยละ 3 ที่จะ ถูกจัดว่า เตี้ยกว่าเกณฑ์ แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กที่ปกติ และมีสุขภาพแข็งแรงดีก็ตาม พ่อแม่ควรติดตามชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงของลูกทุก ๆ 3 เดือน และควรจดบันทึกการเจริญเติบโตของลูกลงในสมุดบันทึกสุขภาพ เพื่อติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของลูก ว่าเพิ่มขึ้นตามวัยหรือไม่

          พิจารณาตามตารางส่วนสูงตามมาตรฐานของเพศชายและเพศหญิง ตั้งแต่อายุ 1-18 ปี ดังนี้

สัญญาณเตือนพ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เมื่อลูกสูงไม่ทันเพื่อน

ข้อมูลตารางจาก สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

          นอกจากนี้ ให้ดูการเจริญเติบโตจากกราฟการเจริญเติบโตมาตรฐานของเด็กปกติ เพศเดียวกัน และเชื้อชาติเดียวกัน ถ้าความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวข้างต้น แนะนำให้มาพบแพทย์

          นพ.สุพิชชา ปัจมนตรี กุมารแพทย์ด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ กล่าวว่า ภาวะเด็กตัวเตี้ย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต ภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ภาวะตัวเตี้ยตามพันธุกรรม หรือภาวะตัวเตี้ยจากการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวช้า ดังนั้น เมื่อใดที่คุณพ่อคุณแม่กังวลเรื่องลูกตัวเตี้ย ให้พาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและช่วยเหลือแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ

          พญ.วรรัตน์  กัจฉมาภรณ์ กุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ได้กล่าวว่า การเจริญเติบโตของลูก โดยเรื่องของความสูงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะ พันธุกรรม การดำรงชีวิต โภชนาการ และการพักผ่อนด้วยเช่นกัน ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หลั่งออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และยังช่วยเพิ่มความสูง โดยฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาในช่วงที่ร่างกายหลับสนิท หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูก ๆ นอนหลับให้เพียงพอประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน โดยโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในช่วงเวลาตั้งแต่ เที่ยงคืน ถึงตี 5 ดังนั้นการเข้านอนให้หลับสนิทตั้งแต่หัวค่ำจึงมีผลต่อความสูงของลูกได้

          รศ.พญ.สุภาวดี  ลิขิตมาศกุล กุมารแพทย์ด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ยังกล่าวเสริมอีกว่า เด็กเตี้ยเป็นภาวะหรืออาการแสดงที่ทำให้เห็นว่าเด็กคนนั้นตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้เด็กตัวเตี้ยมีหลายประการ ทั้งจากพันธุกรรมและจากโรคที่ซ่อนเร้นอยู่ หนึ่งในนั้นคือ ภาวะขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต 

          ฮอร์โมนเจริญเติบโต เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมใต้สมอง หากต่อมใต้สมองไม่ผลิตฮอร์โมนเจริญเติบโตก็จะทำให้ระดับการเจริญเติบโตของเด็กต่ำกว่าที่ควรจะเป็น สาเหตุที่ทำให้ต่อมนี้ทำงานผิดปกติอาจเป็นพันธุกรรมบางอย่าง บางรายอาจมีหลายสาเหตุรวมกัน เนื่องจากการเจริญเติบโตของร่างกายเป็นผลรวมของปัจจัยต่างๆ ได้แก่ พันธุกรรม อาหาร ฮอร์โมนเจริญเติบโต สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

          นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตการเจริญเติบโตของลูก ถ้าเตี้ยกว่าเกณฑ์ หรือโตเร็วกว่าปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องต่อไป โรงพยาบาลธนบุรี2 พร้อมให้บริการวินิจฉัยและรักษาโดยทีมกุมารแพทย์ ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านต่อมไร้ท่อ เปิดให้บริการทุกวัน บริเวณชั้น 2 อาคาร2 เวลา 07.30 - 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  คลินิกกุมารเวช โทร.    02-4872100 ต่อ 5228-5229 และ  https://www.facebook.com/thonburi2hospital 

.........................................................

22 พฤษภาคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน