*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3519111
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 412 , 10:45:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ที่มีการพูดกันว่าจะต้องแก้รัฐธรรมนูญนั้น ขอยกสองมือเห็นด้วยครับ เพราะรธน.ปัจจุบันสร้างความวุ่นวายในการเลือกตั้งมาก

ทีเดียว ดังนั้น เมื่อพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเห็นพ้องต้องกัน ก็น่าจะรีบตั้งรัฐบาลเสียที

 

ครม.สงบนิ่งไว้อาลัย'พล.อ.เปรม'ก่อนประชุม

ครม.สงบนิ่งไว้อาลัย'พล.อ.เปรม'ก่อนประชุม

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.16 น.

28 พ.ค.62 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในห้องประชุม นายกฯ และ ครม.ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความไว้อาลัยให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ก่อนเริ่มการประชุม

นายกฯเผยส่งชื่อ'ประธานสภา-ประธานวุฒิ'นำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว

นายกฯเผยส่งชื่อ'ประธานสภา-ประธานวุฒิ'นำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 09.23 น.

28 พ.ค.62 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการทูลเกล้าฯ รายชื่อประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภาแล้วหรือยัง โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ทำไปตามระเบียบ และได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว"

มีรายงานข่าวว่า เจ้าของผลงานเพลง “ประเทศกูมี” Rap Against Dictatorship ได้ไปรับรางวัล Václav Havel Prize for Creative Dissent ในงาน Oslo Freedom Forum ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์

เป็นรางวัลจาก Human Rights Foundation หรือมูลนิธิสิทธิมนุษยชน

หลังจากที่เพลงนี้เป็นที่กล่าวขาน วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่พักหนึ่ง ด้วยความสะใจไปกับท่วงทำนอง จังหวะ มิวสิกวีดีโอรุนแรง และถ้อยคำที่ใช้ในเนื้อเพลงที่ก่นด่าประเทศไทยอย่างเสียๆ หายๆ เสมือนหนึ่งประเทศนี้มันไม่มีอะไรดีอยู่บ้างเลยแม้แต่นิดเดียว

ถูกเรียกว่าเป็น “เพลงชังชาติ”

เอาล่ะ จะชังหรือไม่ชัง ก็แล้วแต่ความชอบหรือไม่ชอบ

แต่เนื้อเพลงนั้น มันมีความจริงแค่ไหน?

มนุษย์ที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นเสรีชน คงน่าเวทนามาก ถ้าเอาเรื่องเท็จมาปั่นกระแสความสะใจ

เสรีภาพที่จะโกหก หลอกลวง ตบตาคนอื่น แลกกับความสะใจ

แล้วพรรคการเมืองหนึ่ง ก็ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการเมืองที่มีกับศิลปินเพลงนี้ แสวงหาประโยชน์ทางการเมืองและการเลือกตั้งอีกต่างหาก โดยไม่สนใจความรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น

เวลาผ่านไป ลองตั้งสติ ค่อยๆ ดูตามเนื้อเพลง ว่ามันมีอะไรที่ปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่า เนื้อเพลงนี้พูดโกหก หรือพูดความจริงครึ่งเดียวบ้าง

1. ประเด็นที่เพลงด่าเรื่อง “ล่าเสือดำ” จับมือใครดมไม่ได้

ความจริง มีการดำเนินคดีล่าเสือดำ และศาลพิพากษาแล้ว

ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษา จำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก รวม 4 คน

นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้องโจทก์ข้อหา ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในสาธารณะฯโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 6 เดือน, ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่า (เสือดำ) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำคุก 8 เดือน, ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน รวมจำคุกนายเปรมชัย ทั้งสิ้น 16 เดือน โดยให้ยกฟ้อง 2 ข้อหาฐานร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

ล่าสุด อัยการยื่นอุทธรณ์ ในส่วนของนายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1

อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานเป็น “ตัวการให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ศาลจังหวัดทองผาภูมิ วินิจฉัยว่าเป็นผู้สนับสนุน)

อุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บหาของป่าภายในเขตป่าสงวน และอุทธรณ์ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษายกฟ้อง

อุทธรณ์ว่าการมีซากเสือดำ และซากไก่ป่า (ไก่ฟ้าหลังเทา) เป็นการกระทำหลายกรรม (ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาว่าเป็นกรรมเดียว)

อุทธรณ์ ข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืน และพาอาวุธมีด เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนัก ฐานพาอาวุธปืน

อุทธรณ์ขอให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 3,012,000 บาท เต็มตามฟ้อง

ขณะนี้ คดีอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์

ถามว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่บนฐานการแสวงหาข้อเท็จจริงมาเป็นหลักฐานต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม แต่คนเขียนเพลงเอาความสะใจ กล่าวหาให้ร้ายแบบสาดเสียเทเสีย เอาความสะใจ เอาความนิยมตามกระแส โดยปราศจากความรับผิดชอบใดๆ

แบบนี้ ยังควรจะได้รับการชื่นชมอยู่หรือ?

ควรชื่นชมคนด่า หรือชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานหนัก?

ยังจะอ้างว่าเป็นเสรีชน หัวก้าวหน้า บนพื้นฐานของการใช้ความเท็จ ปราศจากการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างนั้นหรือ? จะไม่มีความละอายแก่ใจตนเองเลยหรือ?

2. ประเด็นที่เพลงด่าเรื่อง “ตุลาการมีบ้านพักบนอุทยาน”

สำหรับโครงการบ้านพักตุลาการที่จังหวัดเชียงใหม่ “บ้านป่าแหว่ง” สร้างทัศนะอุจาดจริง ทำลายสิ่งแวดล้อมจริง แต่ไม่ได้รุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

ความจริง ปัญหานี้เกิดในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วถูกแก้ในยุครัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

โครงการนี้ ตัดสินใจเลือกที่ดินที่ตั้งโครงการ ดำเนินการตีทะเบียนออกเลขที่ราชพัสดุเพื่อสร้างบ้านพักศาลเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 2547-2549 ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร (คนเชียงใหม่)

โครงการนี้ ได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน และเซ็นสัญญาผูกมัดกับผู้รับเหมาก่อสร้างเอาไว้แล้ว ว่าจะสร้างบ้านพักหรูหราแบบนี้ จำนวนกี่หลังงบประมาณเท่าใด ตั้งแต่ปี 2556 ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (คนเชียงใหม่)

ต่อมา โครงการนี้ กลายมาเป็นเผือกร้อนให้รัฐบาล คสช. ซึ่งเข้ามาภายหลัง

ล่าสุด รัฐบาลได้มีความสั่งห้ามใช้เป็นบ้านพักตุลาการ แล้วให้ดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่กลับคืนมา

แต่เพลงประเทศกูมี หลับหูหลับตา ด่าเผด็จการทหารเพื่อความสะใจลูกเดียว

3. ประเด็นที่เพลงด่าเรื่อง “ประเทศที่ใจกลางกรุงกลายเป็นทุ่งสังหาร” มีการยิงผู้ชุมนุมตายในม็อบ “กระสุนลงกระบอก สร้างระบอบหลอก บอกให้รักมัน”

เนื้อเพลงมีเจตนาสื่อไปถึง “ระบอบ” ซึ่งมีนัยแห่งเจตนาโจมตีอย่างเลวร้ายมาก

เอาเฉพาะประเด็นสังหารกลางกรุง โดยวาดภาพเสมือนว่า อยู่ๆ ทหารถือปืนออกมาเดินไล่กราดยิงผู้ชุมนุมที่นั่งชุมนุมกันโดยสงบปราศจากอาวุธ

นั่นคือภาพเท็จที่สร้างขึ้นเพื่อปลุกปั่นความคับแค้นชิงชังตามมา

ไม่สนใจข้อเท็จจริงว่า ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อปี 2553 มันมีกองกำลังติดอาวุธชุดดำ ถืออาวุธสงครามออกมาปฏิบัติการปะปนในพื้นที่การชุมนุมของ นปช.อย่างไร?

ยกตัวอย่าง

คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) แถลงสรุปไว้ว่า

เหตุการณ์ที่สี่แยกคอกวัวและถนนดินสอ วันที่ 10 เม.ย. 2553 มีผู้เสียชีวิต 26 ราย เป็นพลเรือน 21 ราย รวมทั้งนายมูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย รวมทั้ง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม

มีผู้บาดเจ็บทั้งผู้ชุมนุมและทหาร รวมกว่า 864 คน เป็นเจ้าหน้าที่ทหารกว่า 300 นาย

พบหลักฐานว่า มีคนชุดดำ ไม่ทราบฝ่ายแน่ชัด ใช้อาวุธสงครามโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารที่ถนนตะนาว และถนนข้าวสารบริเวณสี่แยกคอกวัว ในเวลาประมาณ 20.00 น. โดยใช้ระเบิดเอ็ม-79 และอาวุธปืนเล็กยาวหรืออาวุธสงครามยิงเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งปฏิบัติการอยู่ที่ถนนตะนาวและถนนข้าวสาร เสียชีวิต 1 นาย

ที่ถนนตะนาว นอกจากระเบิดเอ็ม-79 แล้ว พบร่องรอยกระสุนที่ยิงสวนกลับไปแต่ไม่มากนัก

ที่ถนนดินสอ จากหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ต่อเนื่องมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็ถูกโจมตีโดยกลุ่มคนชุดดำ พบร่องรอยระเบิดซึ่งเป็นระเบิดเอ็ม-67 ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็บอกว่าเป็นระเบิดเอ็ม-79 ด้วย โดยมีเอ็ม-67 อยู่ 2 ลูก

จากการตรวจสอบหลายฝ่าย รวมทั้ง คอป. พบว่า ระเบิดเอ็ม-67 นั้น น่าจะขว้างมาจากบ้านไม้โบราณหลังหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับทางเข้าของโรงเรียนสตรีวิทยา และระเบิด 2 ลูกนี้ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย รวมทั้ง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรมด้วย

คอป.พบว่า การปฏิบัติการของคนชุดดำในทั้ง 2 พื้นที่นั้น ได้รับการสนับสนุนจากการ์ด นปช.บางคน

การเสียชีวิตของทหารทั้ง 5 นาย และบาดเจ็บจำนวนมากนั้น น่าเชื่อว่าได้เกิดจากการโจมตีและระเบิดสังหารโดยคนชุดดำ และไม่พบพยานหลักฐานว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติการของคนชุดดำ

อย่างไรก็ตาม พบว่าคนชุดดำบางคนเป็นผู้ใกล้ชิดกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และพบว่า พล.ต.ขัตติยะปรากฏตัวในบริเวณดังกล่าวตั้งแต่ตอนบ่าย เช่น สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ตั้งแต่ตอนเย็น ก่อนเกิดเหตุการณ์ และหลังเหตุการณ์ก็ได้ปรากฏตัวที่นั่นอีก

ในเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 พบว่า อาวุธของทหารถูกการ์ดนปช.ยึดไป ปืนลูกซองของทหาร 35 กระบอก ปืนเล็กยาว หรือ ปลย. ชนิดทราโวจำนวน 12 กระบอก พร้อมกระสุนจริง 700 นัด ถูกการ์ด นปช.ยึดไป และในเหตุการณ์ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ที่เจ้าหน้าที่สูญเสียมาก รถสายพานลำเลียงถูกเผา ปืนเล็กยาว ปลย. เอ็ม-16 จำนวน 9 กระบอก ทราโวจำนวน 13 กระบอก และอื่นๆ ถูกยึดไป อาวุธเหล่านี้ ทางราชการได้กลับคืนมาเพียงปืนเอ็ม-16 1 กระบอก และปืนทราโว 2 กระบอก ที่เหลือยังไม่ได้คืน

ข้อเท็จจริงเหล่านี้ (และอีกหลายประเด็น) ไม่เคยมีในเพลงชังชาติพวกนี้

สารส้ม 

ปชป.ป่วน!‘ไฮโซลูกนัท’กลุ่มนิวเดมต้านหนุน‘บิ๊กตู่’ ประกาศยุติบทบาทการเมือง

ปชป.ป่วน!‘ไฮโซลูกนัท’กลุ่มนิวเดมต้านหนุน‘บิ๊กตู่’ ประกาศยุติบทบาทการเมือง

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 08.11 น.

ปชป.ป่วน!‘ไฮโซลูกนัท’กลุ่มนิวเดมต้านหนุน‘บิ๊กตู่’ ประกาศยุติบทบาทการเมือ

28 พ.ค.62 นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ทายาทนักธุรกิจเครือโนเบิล บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศไทย , อดีตแนวร่วม กปปส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 15 กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม New Dem โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย” ระบุว่า “อาจจะเป็นโพสต์ทุกท้ายของผม ถ้าพรรคมีมติสนับสนุน นายประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ผมจะต้องขอยุติบทบาททางการเมือง จนกว่าจะมีเหตุผลที่ดีพอที่จะกลับมาอีก”

“ผมขอยืนยันว่าตลอดการทำงานทางการเมืองของผม ผมไม่เคยได้อะไรไม่ว่าจะเป็น อำนาจ, อิทธิพล, เส้นสาย, ทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีเลย มีแต่มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ผมจะขอถือว่า ถ้าการเมืองในวันนี้ไม่ตอบโจทย์อุดมการณ์ของผม ผมจะไม่ขออยู่ตรงนี้เพื่อขวางทางใคร หรือสร้างความขัดแย้งให้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ บ้านของผม”

“ถ้าสุดแล้วมติพรรคจะเป็นอย่างไรผมจะเคารพการตัดสินใจของ สส ปชป ทุกท่าน สุดท้ายนี้ผมขอใช้พื้นที่นี้เรียกร้องให้ พิจารณาจุดยืนของเราอีกครั้ง #ไม่สนับสนุนประยุทธ์และเครือข่าย #ไม่สนับสนุนระบอบทักษิณและเครือข่าย #ฝ่ายค้านอิสระ #ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต  ขอบพระคุณทุกท่านครับ”

‘เด็กเพื่อชาติ’ทนอายไม่ไหว ประกาศลั่นถ้าพรรคมี‘งูเห่า’ขอลาออก

‘เด็กเพื่อชาติ’ทนอายไม่ไหว ประกาศลั่นถ้าพรรคมี‘งูเห่า’ขอลาออก

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.25 น.

รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ลั่นหาก ส.ส.เพื่อชาติขายตัวเป็น “งูเห่า” ขอลาออกยุติบทบาทในพรรคทันที เพราะทนรับความอับอายไม่ไหว ซัดตัวเองยังขายอีกหน่อยคงจะขายชาติได้

28 พ.ค.62 นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ว่า การเมืองไทยทุกวันนี้ พลิกหลักการทุกขั้นทุกตอน ทั้งหลักการทางคณิตศาสตร์ ตรรกะแห่งนิติรัฐ นิติธรรม ตลอดจนหลักแห่งความเท่าเทียมและความเสมอภาค ผลลัพธ์ที่ออกมาทุกอย่างช่างย้อนแย้งกับสิ่งที่ควรจะเป็น หรือสิ่งที่จะต้องเป็นตามหลักการประชาธิปไตย ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถเห็นความผิดปกตินี้ได้ เริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญที่วางกับดัก ทำให้เกิดความลักลั่น เกิดการตีความกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน รวมถึงการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมือง

ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกระแสข่าวการใช้เงิน ใช้ตำแหน่ง และใช้ผลประโยชน์ทางการเมือง ซื้อตัว ส.ส.งูเห่า คนละหลายสิบล้าน ซึ่งตนคิดว่าการยอมใช้เงินมากมายขนาดนี้จะหวังเอาคืนมากขนาดไหน

นายรยุศด์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่าแปลกที่สุด และน่าจะแปลกที่สุดในโลกด้วยซ้ำ คือ การเมืองไทยตอนนี้กำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “พรรคชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ยอมทุกอย่าง” คงไม่มีที่ไหนในโลกที่พรรคได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งชนะเลือกตั้งซึ่งควรจะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่กลับประกาศไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยอมยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้ให้พรรคอื่นๆ แทน หรือ ตำแหน่งใด ๆ ก็ตามที่อยากได้ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นพรรคตัวแปรสำคัญ เพียงเพื่อจะรวมเสียงให้ชนะ หยุดการสืบทอดอำนาจให้ได้

นายรยุศด์ ระบุว่า ตนจึงอยากตั้งคำถามไปถึงสมาชิกพรรค ภท. และ พรรค ปชป. ว่า ณ วันนี้ ต้นทุนที่สำคัญทางการเมืองและของนักการเมืองทุกคน คือ ความชอบธรรมไม่ใช่ผลประโยชน์ใช่หรือไม่ และตนคงไม่ต้องอธิบายว่าอะไรคือความชอบธรรม พวกท่านคงรู้ดีเพราะต่างก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่แล้ว การที่หัวหน้าพรรคของท่านเคยประกาศจุดยืนไว้ก่อนเลือกตั้ง ว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และไม่สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ท่านจะยังคงรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่ เพราะแค่เพียงวันเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เราก็ได้เริ่มเห็นถึงการผิดคำพูดของท่านแล้ว และยิ่งวันเลือกนายกรัฐมนตรียิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าท่านจะยืนอยู่ข้างพรรคที่มี พลเอกประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่

ทั้งนี้ อยากฝากไปถึงพวก ส.ส. ที่เป็นงูเห่าทั้งหลาย ที่ยอมขายเสียงตัวเอง ยอมทรยศหักหลังประชาชน พวกท่านจะมีจุดจบทางการเมืองที่ไม่สวยอย่างแน่นอน และครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมืองของพวกท่านด้วย และขอเตือนว่าถ้าหากรัฐบาลใดก็ตามที่เริ่มต้นจากการแลกตำแหน่ง ด้วยการซื้อเสียง ส.ส. งูเห่า คงจะหาความชอบธรรมไม่ได้ จะทำให้เกิดวิกฤตศรัทธามากยิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นได้

“ส่วนกระแสข่าวที่ว่า มี ส.ส.ในพรรคเพื่อชาติเป็นงูเห่านั้น ผมได้รับการยืนยันจากทั้งหัวหน้าพรรค และ ส.ส.ทุกคนว่าไม่มี และไม่เป็นความจริง โดย ส.ส.ของพรรคทุกคน ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ร่วมกันไม่เป็นงูเห่าอย่างแน่นอน แต่หากพบว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อชาติคนใดเป็นงูเห่า ผมจะขอยุติบทบาทในพรรคเพื่อชาติ และลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคทันที เพราะรู้สึกละอายและรับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้เพราะอย่าลืมว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อทุกคนล้วนเป็นสมบัติของพรรค และเป็นสมบัติของประชาชาชนทั้งประเทศ โดย ส.ส.ทั้ง 5 คน ที่ได้รับเลือกเข้ามาของพรรคเพื่อชาตินั้น เป็นคะแนนเสียงจากประชาชนที่เลือกผู้สมัครทั้ง 350 เขตของพรรค ประชาชนชื่นชอบศรัทธาในนโยบายและอุดมการณ์ของพรรค ไม่ใช่เพราะตัวของพวกท่าน หากท่านยอมขายตัวเพื่อแลกกับผลประโยชน์ใดๆ อีกหน่อยพวกท่านก็คงจะขายชาติได้เช่นกัน ซึ่งผมจะไม่ยอม และไม่ขอร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองกับคนประเภทนี้เป็นอันขาด” นายรยุศด์ กล่าว

มาลา'ป๋า'! 'ลุงจำลอง'เผยมีความรู้สึกมากมายต่อ'พล.อ.เปรม'

มาลา'ป๋า'! 'ลุงจำลอง'เผยมีความรู้สึกมากมายต่อ'พล.อ.เปรม'

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 08.14 น.

28 พ.ค.62 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัว "Wassana Nanuam" ถึงความรู้สึกของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่มีต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยระบุว่า ลา”ป๋า”....มีความรู้สึกมากมาย ต่อ “ป๋าเปรม”

พลตรี จำลอง ศรีเมือง แกนนำจปร.7 วัย84 ในฐานะ อดีตเลขาฯนายกฯ ของ ป๋าเปรม เผยมา กราบลา พลเอกเปรม รดน้ำ ท่าน.....

สิ่งที่อยากพูดถึง พลเอกเปรม มีมากมาย แต่ อยากคุย นอกรอบ มากกว่า...

เพราะ ทำงานกับ ป๋าเปรม มาหลายปี

วันนี้ มาจาก เมืองกาญจน์ เพื่อมาลาป๋า

ที่ผ่านมา พลตรีจำลอง ก็มาพบ พลเอกเปรม เป็นระยะ

 
ไร้มนุษยธรรม!‘บิ๊กตู่’ประณามโจรใต้บึ้มหนองจิก สั่งเร่งล่าตัวมาลงโทษ

ไร้มนุษยธรรม!‘บิ๊กตู่’ประณามโจรใต้บึ้มหนองจิก สั่งเร่งล่าตัวมาลงโทษ

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 09.37 น.

ไร้มนุษยธรรม!‘บิ๊กตู่’ประณามโจรใต้บึ้มหนองจิก สั่งเร่งล่าตัวมาลงโทษ

28 พ.ค.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประณามเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยล่าสุดได้เกิดเหตุระเบิดที่ตลาดนัดบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย

“นายกฯ แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย โดยสั่งการฝ่ายความมั่นคงให้เร่งพิสูจน์และรวบรวมหลักฐานเพื่อสืบหาคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไร้มนุษยธรรม โดยเกิดเหตุกลางตลาดใหญ่ ซึ่งมีประชาชนไปจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งบุญที่ควรทำแต่ความดี พร้อมกำชับให้ดูแลเยียวยาผู้เสียหายอย่างดีที่สุด” พล.ท.วีรชน กล่าว

พล.ท.วีรชน กล่าวด้วยว่า นายกฯได้รับรายงานว่า น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบเดิมที่เคยก่อเหตุเช่นนี้มาแล้ว จึงเชื่อว่าจะได้เบาะแสไม่ยาก ส่วนเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ จ.นราธิวาส ฝ่ายความมั่นคงเริ่มรู้ตัวคนร้ายแล้วและเร่งติดตามขยายผล พร้อมกับดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด

บังคับใช้แล้ว‘พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562’ ป้องกันล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัว

บังคับใช้แล้ว‘พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562’ ป้องกันล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัว

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 10.39 น.

บังคับใช้แล้ว‘พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562’ ป้องกันล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพและเพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

สำหรับกฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 พ.ค.2562  หมวด 1 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ หมวด 4 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ จะให้เวลาเตรียมตัว 1 ปีนับตั้งแต่ลงประกาศในราชกิจจาฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ 28 พ.ค. 2563 เนื่องจากจะต้องมีการออกประกาศขั้นตอนระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ อีกราว 30 ฉบับ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติ ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีทั้งโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี และโทษปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท จนถึงระดับ 5 ล้านบาท แล้วแต่ประเภทของข้อมูล

สาระสำคัญ จะมีการตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยประธานจะได้มาจากการสรรหาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภา ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการสรรหา ส่วนรองประธานได้แก่ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งยังมีกรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและอัยการสูงสุด รวมถึงมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 9 คน

มีการตั้งหน่วยงานใหม่คือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยในระหว่างที่การจัดตั้งหน่วยงานใหม่ยังไม่แล้วเสร็จให้สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ทำหน้าที่ไปแทนก่อน และให้รองปลัดกระทรวงดีอีที่ได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสำนักงานฯ

การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลอย่างชัดเจน และสามารถถอนความยินยอมได้ รวมถึงมีสิทธิขอให้ลบหรือทำลายได้เมื่อการเก็บ ใช้ เปิดเผย ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือถอนความยินยอม

หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าวทำได้โดยง่ายสะดวก และรวดเร็วก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมสมควรกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการทั่วไปขึ้นเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ กลไกหรือมาตรการกำกับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นหลักการทั่วไปจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

(อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิกที่นี่)

 

‘ณัฐนิดา’ผงาดแชมป์  เทนนิสอาชีพที่สิงคโปร์

‘ณัฐนิดา’ผงาดแชมป์ เทนนิสอาชีพที่สิงคโปร์

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 

“จูน” ณัฐนิดา หลวงแนม นักเทนนิสหญิงไทย ทำผลงานยอดเยี่ยม คว้าแชมป์จากการแข่งขันเทนนิสอาชีพหญิง สะสมอันดับนักเทนนิสโลก ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ “สิงคโปร์ ไอทีเอฟ วีเมนส์ 25เค” ชิงเงินรางวัลรวม 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8 แสนบาท ที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 20-26 พ.ค. ที่ผ่านมา

โดยในรอบชิงชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยว ณัฐนิดามืออันดับ 643 ของโลก สามารถเอาชนะ อัลดิล่า ซุทเชียดี้ จากอินโดนีเซีย มืออันดับ 551 ของโลก ได้ 2-0 เซต ด้วยสกอร์ 6-3 และ 6-2 ใช้เวลาแข่งขันทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 40 นาที

สำหรับณัฐนิดาได้แชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวมาครอง พร้อมรับเงินรางวัล จำนวน 3,935 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 125,920 บาท และคะแนนสะสมอันดับโลกอีก 50 คะแนนโดยนับเป็นแชมป์เทนนิสอาชีพ รายการที่ 13 ของณัฐนิดา และยังเป็นนักเทนนิสไทยในประเภทเดี่ยวคนแรกของปีนี้ ที่สามารถคว้าแชมป์เทนนิสรายการระดับ ไอทีเอฟ โปรเซอร์กิต ได้

..................................................

28 พฤษภาคม 2562

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 28/05/2019 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
............................................
ประเด็นหนึ่งคือ เราจะเลือกฝ่ายประชาธิปไตย(ทักษิณหนุน) หรือจะเอา 'ลุงตู่'ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 28/05/2019 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ลุงตู่คงซาบซึ้งกับคำว่า "มหาวิบาก" ในวันนี้
แต่ยังเชียร์ลุงตู่ค่ะ สานต่องานค้างให้เสร็จนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน