*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3519107
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 371 , 17:53:36 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

link @: นายกฯเผยส่งชื่อประธานสภา-ประธานวุฒินำขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว

สวัสดีครับ

         คนปชป.ทั้งวัยรุ่นและอาวุโสแสดงออกว่าไม่พอใจที่พรรคจะเข้าร่วมรัฐบาล เพราะผิดคำพูดตอนหาเสียงว่าจะไม่สนับสนุน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจ แต่ทำไมไม่คิดบ้างว่า การเป็นรัฐบาลต้องถือว่าเป็นฟื้นเครดิตของปชป.อย่างดี แล้วปชช.

ก็คงไม่ยึดติดจนเกินไปนัก ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อร่วมอยู่ในรัฐบาลทำงานได้ผลอย่างไรมากกว่า

 

"บิ๊กตู่" เผยสแกนโผ "ครม." เองก่อนถกพรรคร่วม

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บิ๊กตู่,พรรคร่วมรัฐบาล,นายกฯ,โผครม,รัฐบาลใหม่,ปชป

"บิ๊กตู่" โยนเงื่อนไข "ปชป." ชงแก้ รธน. เรื่องรัฐบาลใหม่ ชี้ประเทศต้องมาก่อน เผยดูโผ "ครม." เอง รอชงขึ้นมา ก่อนถกร่วม ระบุไม่รู้สู้ในสภาไหวหรือไม่

          วันที่ 28 พ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า วันนี้ขอยังไม่พูดถึงการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เพราะขั้นตอนต่อไปคือการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งใครจะได้เป็นก็เป็นเรื่องของสภา ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ยื่นเงื่อนไขขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดตั้งรัฐบาลนั้น คิดว่าไม่ใช่การตั้งเงื่อนไขกับตน แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ ที่ต้องดำเนินการต่อไป เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ก็จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายบ้าง ก็ต้องไปว่ากัน เรื่องนี้ต้องแยกประเด็นกับการร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะเราทุกคนต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพพอสมควร อย่าลืมว่าประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ ทุกคนต้องปรับตัวเองกันบ้าง

          เมื่อถามว่า จากการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงกระแสข่าวการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี มองเห็นความวุ่นวายทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า แล้วสื่อมวลชนมองเห็นความวุ่นวายหรือไม่ ไม่ต้องมาถามตน ถ้าสื่อเห็นว่ามันวุ่น ตนก็ว่าวุ่น หากเห็นว่าไม่วุ่น ตนก็เห็นว่าไม่วุ่น เรื่องเหล่านี้มันอยู่ที่คน 

          เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นแคนดิเดตนายกฯพรรค พปชร.จะช่วยต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ ที่ยังไม่ลงตัวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือกันต่อไป ปัญหานี้เป็นเรื่องของนายกฯ คนต่อไป ซึ่งทุกพรรคจะต้องมาพูดคุยกันเพื่อแก้ไขปัญหา ว่าจะหาทางออกอย่างไร ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่เราจะทำให้การเมืองดีขึ้นอย่างไร เพราะการปฏิรูปการเมือง ขึ้นอยู่กับพรรคการเมือง มิเช่นนั้นทุกอย่างจะกลับไปที่เก่า จึงขอเวลาหน่อยก็แล้วกัน

          “ส่วนการประชุมสภาทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา คิดว่ายังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นบรรยากาศแบบสภาไทย สภาไทยเป็นแบบนี้มั้ง ผมไม่ได้กลุ้มใจอะไรกับบรรยากาศที่เกิดขึ้น เพราะผมยังไม่ได้ไปอยู่กับพวกเขา วันนี้มี 2 อย่าง คือ 1.จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าให้ได้ เพื่อสืบสานงานต่อ ส่วนข้อ 2.ให้กลับไปดูเหตุผลข้อที่ 1 ขอสื่ออย่าซักมากเพราะเดี๋ยวผมจะพลาด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          เมื่อถามว่า สมมติว่าได้กลับมาเป็นนายกฯอีกจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องสมมติ เพราะยังไม่รู้เลย คิดว่าการเป็นนายกฯ จะต้องถือกฎหมายทุกตัว ใช้อำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสมและถูกต้อง หากได้เป็นนายกฯอีก ก็ต้องดูว่าจะทำงานได้หรือไม่ ทุกคนต้องเคารพกติการ่วมกัน โดยเฉพาะกติกาทางการเมือง ซึ่งนักการเมืองต้องเคารพกติกาและกฎหมาย มิเช่นนั้นเมื่อเกิดปัญหา นายกฯ ก็จะโดนด้วย

          เมื่อถามว่า จะมีส่วนพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูเอง รอให้แต่ละพรรคเขาเสนอเข้ามา แล้วค่อยไปประชุมร่วมกัน ส่วนที่พรรค พปชร.ให้อำนาจตนในการตัดสินใจว่าจะให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ร่วมใน ครม.ชุดใหม่ด้วยหรือไม่นั้น ส่วนตัวตนยังไม่รู้เรื่องนี้ ขออย่าเพิ่งยกชื่อกันมาเลย เพราะคนที่จะเป็นนายกฯ ก็ต้องดูรายชื่อของแต่ละพรรคที่เสนอมา จากนั้นจึงพูดคุยกับพรรคร่วม ว่าเห็นชอบด้วยกันหรือไม่ ถ้ามีพรรคใดพรรคหนึ่งไม่เห็นด้วยแล้ว จะไปกันได้อย่างไร 

          เมื่อถามว่า จากหน้าตาของพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ คิดว่าเอาอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำท่าชกมวย พร้อมกล่าวว่า ถ้าอยู่ก็ต้องให้ไหว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกติกา การทำงานในสภาไม่ใช่ศึก ทำไมต้องบอกว่าเป็นศึก ต้องมองว่าสภามีไว้เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญของสภา แต่การที่เถียงกันไปมา เป็นบทบาททางการเมืองเท่านั้น ก็ว่ากันไป ส่วนจะสู้ไหวหรือไม่ก็ไม่รู้.

 

ครม.ตั้ง "สุทธิ สุโกศล" นั่งปลัดแรงงาน

การเมือง  :  49 นาทีที่ผ่านมา
ครม,สุทธิ สุโกศล,นั่งปลัดแรงงาน,สุชาติ สินรัตน์,รองปลัดพณ

ครม.ตั้ง "สุทธิ สุโกศล" นั่งปลัดแรงงาน ด้าน "สุชาติ สินรัตน์" เป็น รองปลัดพณ.

          วันที่ 28 พ.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอดังนี้ 1.นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นปลัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวง 2.นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

          ครม.อนุมัติแต่งตั้ง นายสุชาติ สินรัตน์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ (นักวิชาการพาณิชย์ทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

          ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (สำนักนายกรัฐมนตรี) จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1.นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 2 สำนักงบประมาณ เป็นที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ 2.นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 4 สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ)

          3.นางอลิสา ปิ่นประเสริฐ ผู้อำนวยการกองนโยบายงบประมาณ สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ 4.นายสาลี่ สุขเกิด ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) สำนักงบประมาณ 5.หม่อมราชวงศ์รณจักร์ จักรพันธุ์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ) สำนักงบประมาณ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ (นักวิเคราะห์งบประมาณทรงคุณวุฒิ) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

นัด 3 ประมุขซ้อมพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ซ้อมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ,ประธานสภา,สภา

"สภาฯ"นัด 3 ประมุขสภาหินอ่อนซ้อมพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง"ศุภชัย"บอกซ้อมปกติเพื่อเตรียมความพร้อม รับยังไม่สรุป สถานที่ประชุมเพื่อโหวตนายกฯ

28 พฤษภาคม 2562  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นัดนายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่รองประธานสภาฯ​คนที่หนึ่ง 

นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ว่าที่รองประธานสภาฯ​คนที่สอง เข้าซ้อมพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภา จำนวน 2 คน เพื่อเตรียมความพร้อม หากมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จะได้มีความพร้อมทันที

โดยนายศุภชัย กล่าวภายหลังร่วมการซ้อมดังกล่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อมปกติของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีความพร้อม หากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ วันใดจะได้มีความพร้อม เบื้องต้นตนยังไม่ทราบว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ วันใด แต่ต้องเตรียมความพร้อมให้พร้อมที่สุด

ทั้งนี้หลังการซ้อมร่วมกัน นายชวน ได้ขอหารืออย่างไม่เป็นทางการต่อประเด็นการทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายที่จะปรับปรุงภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร ให้ทำงานร่วมกันโดยมีปัญหาน้อยที่สุด และเป็นสภาฯ ของประชาชน ที่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้

นายศุภชัย ยังกล่าวด้วยว่าสำหรับการรับตำแหน่งดังกล่าวในสภาผู้แทนราษฎรที่เสียงของ 2 ฝั่งไม่ทิ้งขาด และบรรยากาศการประชุมครั้งแรกนั้นมีภาพของความวุ่นวาย ตนไม่กังวลหรือหนักใจต่อการทำหน้าที่ เพราะเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือทำงานเพื่อประชาชน แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน ตนเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นได้  

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่าสำหรับสถานที่ที่ใช้ประชุมร่วมรัฐของรัฐสภา ครั้งแรก เพื่อลงมติเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ระบุเบื้องต้นว่าอยู่ระหว่างหาสถานที่ที่เหมาะสมเนื่องจากจำนวนสมาชิกของรัฐสภา ทั้งหมด 750 คนต้องหาสถานที่รองรับสมาชิกให้เพียงพอ เบื้องต้นคาดว่าประเด็นนี้จะได้ข้อยุติ อีก 1-2 วัน

ส่วนความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกายนั้น ได้รับแจ้งว่าจะเร่งงานก่อสร้างและตกแต่งในส่วนห้องประชุมจันทรา ที่กำหนดให้ใช้เป็นห้องประชุมวุฒิสภาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายน และเตรียมใช้งานเพื่อประชุมส.ส.อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคมนี้.

          นอกจากนั้น ครม.ยังรับทราบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของ นายสรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เดิม) ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2562 บัญญัติให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปเป็นของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

          พล.ต.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย แทนผู้ที่ลาออกและผู้ที่จะพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์ จำนวน 3 คน ดังนี้ 1.พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ 2.นางศรีวรรณ เอี่ยมรุ่งโรจน์ กรรมการ และ 3.นายธีรัชย์ อัตนวานิช (ผู้แทนกระทรวงการคลัง) (เป็นบุคคลในบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจ) กรรมการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กรณีพล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ และนางศรีวรรณ เอี่ยมรุ่งโรจน์ ให้มีผลไม่ก่อนวันที่ 18 มิ.ย. 2562 และวันที่ 24 ก.ค.2562 ตามลำดับ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

 

"บิ๊กตู่"จะสานต่อสิ่งที่"ป๋าเปรม"ทำทุกประเด็น

การเมือง  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ป๋าเปรม,พลอประยุทธ์,ประธานองคมนตรี

"นายกฯ"นำยืนไว้อาลัย"ป๋าเปรม"ก่อนถก"ครม."ชูต้องยึดมั่นวลี"เกิดมาต้องแทนคุณแผ่นดิน"ลั่นสานต่อสิ่งที่ท่านทำ ย้ำคนไทยต้องมีหลักคิดที่ถูกไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน

โดยกล่าวว่า ในวันนี้ก่อนการประชุมครม.ได้มีการยืนไว้อาลัยให้กับพล.อ.เปรม ที่ถึงแก่อสัญกรรม ในช่วงนี้ก็เป็นช่วงการบำเพ็ญพิธีศพเป็นเวลา 7 วันที่ผ่านมาทุกคนทราบดีอยู่แล้ว่าพล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรีใน 2 รัชกาล และยังเป็นรัฐบุรุษ ชีวิตในวัยเยาว์ของท่านจนเข้ามารับราชการทหาร ได้ผ่านศึกสงครามมามากหมายหลายครั้ง และในทางการเมืองท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 3 สมัย เป็นผู้ริเริ่มนโยบายอีสเทิร์นซีบอร์ด ถือเป็นการพัฒนาประเทศในช่วยระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้ประเทศเรามีรายได้และจีดีพีสูงขึ้น

ทั้งนี้พล.อ.เปรมได้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างในเรื่องความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์สุจริต และวลีที่สำคัญของท่านคือ เกิดมาต้องทดแทนคุณแผ่นดิน ตนคิดว่าวลีดังกล่าวทุกคนต้องยึดมั่นไปด้วยกัน เมื่อเกิดมาทุกคนต้องแทนคุณแผ่นดิน ที่เราเหยียบ ที่เราอยู่อาศัย ที่ที่ให้เราเกิดและตาย ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร เราก็มีผืนดินของเราที่เป็นเสรีมาโดยตลอด ต้องคำนึงถึงตรงนี้ การที่เราจะไปพูดเอาคนนั้นคนนี้โยงไปโยงมา เอาต่างชาติเข้ามา อย่าลืมแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินของบรรพบุรุษ เรา เลือดเนื้อชีวิตถมทับกันมายาวนาน เพราะฉะนั้น อย่าทำขอร้องเถอะ ตนไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นศัตรูกันไปกันมา จนบ้านเมืองเสียหาย 

"ขอให้ทุกคนได้รำลึกถึงท่าน ในสิ่งที่ท่านทำประโยชน์ให้ประเทศไทย อย่างนโยบายที่ได้ออกคำสั่งที่ 66/23 ซึ่งทำให้สถานการณ์ในวันนั้นคลี่คลายลง ผมยืนยันว่า ผมก็จะสานต่อสิ่งที่ท่านทำมาในทุกประเด็น ทั้งเรื่องจิตสำนึก จะพยายามปลูกฝัง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในวันนี้ ที่เกิดขึ้นมาผมคิดว่าการศึกษามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง" 

ดังนั้น การศึกษา ต้องวางรูปแบบให้กับคนไทยทุกคนได้มีหลักคิดในสิ่งที่ถูกต้อง หลักคิดในเรื่องการรักชาติบ้านเมือง การเสียสละเพื่อบ้านเมือง เมื่อคนเหล่านั้นได้เติบโตออกไปทำงาน ก็สามารถดำเนินการต่อไปในชีวิตของเขาได้ ถ้าไม่มีหลักของตัวเองเลย ก็เป็นแบบนี้ รักใครชอบใครก็ใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินทั้งหมด มันไม่ได้ ความขัดแย้งมันก็จะเกิดขึ้นต่อไป หลายคนบอกให้รัฐบาลลดความาขัดแย้ง มันจะไปลดได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้กระแสในโซเชียลมีเดียยังมีเข้ามามากมาย คนวิพากษ์วิจารณ์ บางคนก็ไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริง เขียนไปแล้วก็จบไป เขาชี้แจงมาก็ไม่ชี้แจงตอบ ไม่ทำความเข้าใจ เพราะฉะนั้น การจะวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ก็ตาม หรือสื่อจะขยายอะไรก็ตาม ขอให้คำนึงพื้นฐานข้อเท็จจริงด้วย

          ครม.เห็นชอบ ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนี้ 1.ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนี้ 1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 3.นายวิษณุ เครืองาม โดยระหว่างการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ผู้รักษาราชการแทนข้างต้น จะสั่งการใดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีเสียก่อน.

ปชป.จ่อขอถก "พปชร." อีกรอบ

การเมือง  :  6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปชป,ถก พปชร,ใครเป็นนายกฯ,คมชัดลึก

 "ปชป." จ่อขอถก "พปชร." อีกรอบ หากยอมรับร่วมรบ. ปม เสนอใครเป็นนายกฯ ย้ำ ขบวนขันหมาก แค่หากรือแนวทางทำงานปกติ 

        ปชป. -28 พ.ค.62-เมื่อเวลา 11.10 น. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนว่าผลการเจรจากับแกนนำของพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ฐานะผู้ประสานงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ผลที่จะนำไปสู่ข้อสรุปได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฐานะแคนนิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ​ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เนื่องจากการหารือเมื่อวันที่ 27 เมษายน เป็นเพียงการคุยต่อกรอบการทำงานเท่านั้น ส่วนภาพการจับมือนั้นเป็นเรื่องปกติ

         "พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ที่จะสนับสนุนให้ แคนนิเดตนายกฯ​ของพรรคพลังประชารัฐ นั่งเป็นนายกฯ หากตัดสินใจเข้าร่วมเป็นรัฐบาล เนื่องจากเมื่อตกลงร่วมรัฐบาลแล้ว ต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่า จะเสนอหรือสนับสนุนบุคคลใดให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ  ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคคัดค้านและต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อนั้น ถือเป็นเสรีภาพที่ทำได้ โดยเชื่อว่าวงประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและส.ส.​อาจนำมาพิจารณาได้โดยเป็นเรื่องส่วนบุคคล" นายราเมศ กล่าว

         นายราเมศ ย้ำว่าผลการพิจารณาต้องนำเข้าที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.  ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์​ที่มีขั้นตอน โดยตนยืนยันว่าการตัดสินใจจะเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ว่า เมื่อพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนให้นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ พรรคควรลงมติสนับสนุนผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ​ของพรรคพลังประชารัฐ ตนยืนยันว่าเป็นคนละประเด็น

"ราเมศ" ซัด "ธนาธร" บิดเบือน ปมต่อรองประโยชน์

การเมือง  :  5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ราเมศ,ธนาธร,ปมต่อรองประโยชน์,เก้าอี้ปธสภา,เสนอแก้รธน,คมชัดลึก

 "ราเมศ" ซัด "ธนาธร" บิดเบือน ปมต่อรองประโยชน์ แลก "เก้าอี้ปธ.สภา-เสนอแก้รธน."

           ปชป.- 28 พ.ค.62-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องไปยังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ศึกษาและพิจารณารายละเอียดรวมถึงทำความเข้าใจต่อขั้นตอนการเลือกรประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่นายธนาธร กล่าวหาว่ากรณีที่นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกจากที่ประชุมสภาฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นเพราะการต่อรอง

                

       โดยข้อเท็จจริงนั้น ส.ส.ที่ลงคะแนนให้นายชวน เพราะมีความศรัทธาต่อนายชวน ที่มีบุคลิกเป็นคนซื่อสัตย์ รวมถึงแสดงความไม่เห็นด้วยที่นายธนาธร ระบุว่าเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.​2560 เป็นการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง 

          "นายธนาธร พูดไม่จริงและพยายามบิดเบือน ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคที่ประกาศไว้ก่อนการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560  เพราะร้ฐธรรมนูญมีเนื้อหาที่ต้องแก้ไขทั้งด้านสิทธิประชาชน  เพื่อให้ประชาชนเกิดประโยน์สูงสุด โดยการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าทุกพรรคจะเห็นด้วย ซึ่งต่างกับบางพรรคที่พยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ​โดยไม่สนใจต่อประเพณีปกครองของไทย" นายราเมศ กล่าว

'ชาติไทยพัฒนา'ขู่ไม่ร่วมรัฐบาล !

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วราวุธ,ไม่เดือดร้อน,ชาติไทยพัฒนา,ไม่เป็นรัฐบาล,คมชัดลึก

'ชาติไทยพัฒนา'ขู่ไม่ร่วมรัฐบาล ! ย้ำเสนอคำขอร่วมรบ.ให้"พปชร."แล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

           28 พ.ค.62-นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา ยืนยันในจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาได้ยื่นคำเสนอไปยังแกนนำตั้งรัฐบาลแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบใดกลับมายังพรรค ทั้งนี้เข้าใจว่าพรรคเป็นพรรคขนาดเล็ก มีเพียง 10 เสียง และไม่ใช่พรรคที่มีเสียงดัง ดังนั้นต้องเจียมตัวและยังรอดูสถานการณ์ที่พรรคใหญ่จะตอบสนองกับข้อเสนอหรือไม่ 

        'ชาติไทยพัฒนา'ขู่ไม่ร่วมรัฐบาล !
              "ไม่มีความเดือดร้อนที่จะเป็นรัฐบาล ตามที่ผมเคยพูดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง พรรคชาติไทยพัฒนาเราเป็นมาทุก สถานะแล้วทั้งแกนนำรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เอาเป็นมาหมดแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่เคยเป็นคือฝ่ายกลาง"​ นายวราวุธ กล่าว

              นายวราวุธ ยังกล่าวด้วยว่าสำหรับการตัดสินใจลงมติสนับสนุนให้บุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามความเห็นพ้องของพรรคพลังประชารัฐ​นั้น เป็นสิ่งที่พรรคยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งเป็นความชัดเจนตั้งแต่ก่อนการเลือกประธานสภาฯ ตามที่น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคแถลงต่อสื่อมวลชนว่า พรรคตกลงจะร่วมลงมติสนับสนุนในทิศทางเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ​ในตำแหน่งประธานสภาฯ​ และรองประธานสภาฯ​ แต่การโหวตเลือกนายกฯ​นั้น ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ตนยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่พรรคที่พูดอย่างแล้วทำอย่างแน่นอน

         "การทำงานการเมืองมีอะไรหลายอย่างแปลกไป อดีตมีน้อยครั้งที่ประธานสภาฯ ไม่ได้มาจากพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล ปัจจุบันสถานการณ์การเมืองไม่เคยเจอมาก่อน เช่น การโหวตรองประธานสภาฯ​ที่เสียงชนะกันเพียง 2 คะแนน" นายวราวุธ กล่าว.

พปชร.ต้องระวัง"งูเห่า"ใน"พรรคร่วม"มากกว่าพรรคตัวเอง!

พรรคประชาธิปัตย์,พรรคภูมิใจไทย,พรรคพลังประชารัฐ,ชวน หลีกภัย,งูเห่า,พรรคเพื่อไทย,พรรคอนาคตใหม่,บิ๊กตู่,สุชาติ ตันเจริญ,สมพงษ์ อมรวิวัฒน์,ประธานสภา

รายงาน...

          การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภา ถึงแม้ว่า จะเป็นไปตามเป้าที่ “พรรคพลังประชารัฐ” ได้ตกลงกับบรรดาพรรคร่วมไว้ก็ตาม

          แต่ขั้นตอนระหว่างที่เดินหน้าโหวตนั้น ดันเกิดอาการสะดุดจากคนในกันเอง ด้วยเหตุผลต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี ที่บางกระทรวงถูกประเคนให้ “พรรคประชาธิปัตย์” และ “ภูมิใจไทย” แบบไม่ปรึกษากันก่อน 

          แต่สุดท้าย การจัดการภายในของ “พลังประชารัฐ” ก็ได้ข้อยุติ เมื่อมีคนบางคนถูกส่งมาเพื่อภารกิจพิเศษ ให้กำราบศึกในจนได้ข้อยุติ

          ผลการโหวต นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชนะนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ด้วยคะแนน 258 ต่อ 235

          ขณะที่ การโหวตเลือกรองประธานสภา คนที่ 1 นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ชนะ น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ด้วยคะแนน 248 ต่อ 246

พปชร.ต้องระวัง

          ส่วนการโหวตรองประธานสภา คนที่ 2 นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ชนะ นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างมากกว่าการโหวตประธานและรองประธานสภา คนที่ 1 ด้วยคะแนน 256 ต่อ 239


          หากดูจากการรวมเสียงของ “พลังประชารัฐ” และบรรดาพรรคร่วมก่อนหน้านี้มีรวม 253 เสียง ส่วนอีกฟากฝั่งที่นำโดย “พรรคเพื่อไทย” รวมเสียงได้ 245 เสียง

          ดังนั้น หลายคนจึงปักใจเชื่อว่า การโหวตเลือกประมุขและรองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ มี “งูเห่า” จากทั้งขั้ว “เพื่อไทย” และ “พลังประชารัฐ” เรียกว่าเสียงไม่นิ่งสวิงไปมา จนหลายคนสับสน ไม่รู้ว่าเป็นแท็กติกให้จับงูเห่าไม่ได้หรือไม่

          อย่างไรก็ตาม หากดูกันดีๆ “งูเห่า” จากขั้ว “พลังประชารัฐ” รวมถึงพรรคต่างๆ นั้นมีอยู่จริง แม้แกนนำ “พลังประชารัฐ” บางคนจะออกมาเปิดเผยหลังการโหวตว่า ไม่กังวล แม้การโหวตนายสุชาติ เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 ชนะด้วยคะแนนเฉียดฉิวเพียง 2 เสียงเท่านั้น 

พปชร.ต้องระวัง

          ด่านต่อไปจากนี้คือ การฟอร์มเสียง พรรคที่คาดว่าจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ทั้งกับพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคเล็กๆ คือ เกมที่ต้องชิงไหวพริบ และฝ่าด่านสุดเขี้ยวจากบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ที่ร่วมรัฐบาลให้ได้ 

          สำหรับทางป้องกันในอนาคต  หนึ่งในแกนนำพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ต่อไปการลงมติต่างๆ ต้องวางแผนให้เข้มข้นว่าจะวางหมากแก้เกมอย่างไร เพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ ต้องแก้เกมนาทีต่อนาที และเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้สามารถทำให้อยู่ในระบบได้ด้วยการพูดคุยกับพรรคร่วมให้มากขึ้น 

          ส่วนการยุบสภา ที่มองกันว่าเป็นการแก้เผ็ดนักการเมืองพรรคร่วมที่เริ่มฮึดฮัด แม้จะมีการระบุกันว่าเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้ แต่หากสถานการณ์บีบคั้นมากๆ “บิ๊กตู่” อาจดัดหลัง “พวกเขี้ยวลากดิน” ด้วยการยุบสภาเป็นทางเลือกแรกก็ได้ หรือมีใครอยากให้มีปฏิวัติอีก !!!

          ทั้งนี้ มีรายงานเปิดเผยว่า ในการโหวตประธานและรองประธานสภานั้น มีความพยายามจากทั้ง 2 ฝ่ายในการดึงเสียงสนับสนุนจากขั้วตรงข้ามให้มาโหวตหนุนแคนดิเดตของฝั่งตัวเอง และเป็นที่ชัดเจนว่า คะแนนของ “ชวน” ที่ได้ 258 นั้น มี “งูเห่า” จากขั้วที่จับกับ “เพื่อไทย” ถูกกระชากมาได้จากตัวเลขอย่างที่เห็น

          ส่วนการโหวต “สุชาติ” มีรายงานข่าวระบุว่า มีคนในประชาธิปัตย์บางส่วนที่ไม่โหวตให้ “สุชาติ” ด้วยเหตุผลจากเรื่องเก่า อย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ส.ป.ก.4-01” เมื่อครั้งรัฐบาลชวน หลีกภัย โดย “สุชาติ” ในขณะนั้น เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 16 ที่ซักฟอกรัฐบาล มีการนำหลักฐานต่างๆ นานาออกมาประกอบ โดยหลักฐานเด็ดคือภาพกระจงในพื้นที่ป่า จนทำให้รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในขณะนั้นต้องลาออก ก่อนจะยุบสภาในเวลาต่อมา การโหวตครั้งนี้ เหมือนเป็นการถอนแค้น “สุชาติ” อย่างไรอย่างนั้น

พปชร.ต้องระวัง

          นอกจากนั้น เสียงบางส่วนที่หายไปอยู่กับคู่แข่งของ “สุชาติ” ก็มีเสียงเล่าอ้างกันมาว่า เป็นเพราะ ส.ส.ส่วนหนึ่งของพรรคร่วมอีกพรรค ที่ตัดสินใจโหวตสวน “พลังประชารัฐ” ด้วยเหตุและปัจจัยบางอย่าง จนฝ่าย “พลังประชารัฐ” เกือบเอาตัวไม่รอด ยังดีที่ทีมงานหูตาไว สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้ได้

          ดังนั้น หากมีการจับมือตั้ง “รัฐบาลร่วมประยุทธ์ 1” ได้แล้ว สิ่งที่ต้องระวัง ไม่เฉพาะ “งูเห่า” ใน “พลังประชารัฐ” แต่ต้องระวัง “งูเห่า” ในพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่าด้วยซ้ำ

          ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ “ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” เชี่ยวชาญนัก โดยเฉพาะ “ประชาธิปัตย์” ที่ทะนงใน “ความเขี้ยว” มานานหลายชั่วอายุคน ที่แม้จะเป็นขาลงคว้ามาได้เพียง 52 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ความเก๋าเกมสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส บริหารจัดการเสียงในมืออย่างมีประสิทธิภาพ จนได้ในสิ่งที่ต้องการ ประเดิมด้วยตำแหน่ง "ประธานสภา” และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เก้าอี้กระทรวงสำคัญ ก็จะได้ตามมา

          ดูอย่างวันนี้ที่ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อุตส่าห์ให้เกียรติขนคณะไปส่งเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลถึงที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และก่อนหน้านี้ทางพรรคพลังประชารัฐก็ยอมยกเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเก้าอี้สำคัญให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว ใครๆ ก็นึกว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์คงตกลงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐแน่ 

          แต่เอาเข้าจริงพรรคประชาธิปัตย์ก็ยัง “แทงกั๊ก” ไม่ยอมตกลงเข้าร่วมรัฐบาลง่ายๆ โดยบอกว่า การร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ยังต้องรอเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะมีมติต่อไป

          “ต้องตอบสมาชิกพรรคกับคนทั้งหมดได้ว่า หากเราจะร่วมรัฐบาลเพราะอะไร หรือถ้าจะไม่ร่วมเพราะอะไร ดังนั้นขอให้รอหน่อย รอให้รอบคอบ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ 

          นอกจากนี้ประชาธิปัตย์ยังเสนอต่อพรรคพลังประชารัฐ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย 

          ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรี หากร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องการตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐ เองไม่ต้องการยกให้ เพราะเป็นกระทรวงที่ทางพรรคพลังประชารัฐต้องการใช้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ อีกทั้งเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เก้าอี้สำคัญไปแล้วคือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจควรอยู่ในการดูแลของพรรคพลังประชารัฐ จึงเสนอเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการ แก่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแลกเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ กลับคืน เป็นการพบกันครึ่งทาง 

          วันนี้หลังการส่งเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลเสร็จสิ้นลง ยังมี “วัชระ เพชรทอง”  อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถือกระดาษขนาด A4 พิมพ์ข้อความ “ไม่เอาประยุทธ์ เป็นนายก” มายืนบริเวณหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม หน้าทางเข้าอาคารพรรคประชาธิปัตย์ โดย “วัชระ” บอกว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมากทั่วประเทศให้ตนมาส่งสาร แสดงเจตจำนงของสมาชิกพรรคที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

พปชร.ต้องระวัง

 

          อาจเป็นเพราะ “ประชาธิปัตย์” ไม่มีอะไรจะเสีย ไม่เคยหวั่นต้องเป็นฝ่ายค้าน ดังนั้น เมื่อมีจังหวะเหมาะๆ เลยเรียกอะไรไปเกินตัว แล้วก็มักจะได้ตามนั้น

          และถ้าต่อไป “พรรคภูมิใจไทย” ซึ่งวันนี้ได้ตอบตกลงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐแล้ว  และที่ผ่านมากว่าจะตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ  ก็ดึงเกมอยู่นานเหมือนกัน โดยอ้างว่า ต้องรอฟังเสียงประชาชนก่อน  ดังนั้นดูเหมือน “ภูมิใจไทย” ก็กำลังจะเดินตามรอยนั้นให้เห็น

          ต่อไปหาก “พลังประชารัฐ” ไม่ตามใจ “ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” อย่างที่เป็นมา ก็อาจจะได้เห็นมุกเก่าเรื่อง “ขั้วที่ 3” ถูกงัดออกมาขู่จะย้ายฝั่งสลับขั้วอีกก็ไม่แน่

          แต่ที่แน่ๆ ถ้า “พลังประชารัฐ” โดนหักหลัง คงจะเจ็บใจน่าดู และคงดูไม่จืดในสายตาคอการเมือง ไม่รู้ว่าตอนนี้ “บิ๊กตู่” และพ้องพวก หาเซรุ่มแก้พิษงูติดกระเป๋าเอาไว้หรือยัง

แรงปะทะยกแรก..หวิดม้วยพปชร.และลุงตู่จะแก้เชิงเช่นใด

พลังประชารัฐ,ลุงตู่,พลออประยุทธ์ จันทร์โอชา,งูเห่า,ชวน หลีกภัย

โดย...   สมัชชา หุ่นสาระ

          ยกแรกเริ่มแบบนี้ ชาวบ้านร้านตลาดจะอุ่นใจได้หรือว่า ว่าที่ครม.ชุดใหม่ที่มีพลังประชารัฐรวมทั้งลุงตู่และพรรคร่วมจะนำทัพและเดินได้สะดวกโยธิน...เพราะเกมการเมืองที่บังเกิดในอาคารทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ ล่าสุดนั้น สะท้อนเบื้องต้นแล้วว่า “เหนื่อย”

          อย่าลืมว่าภาวะการเมืองยามนี้แตกต่างกับช่วงห้าปีที่แล้วยิ่งนักสำหรับลุงตู่ เพราะคนการเมืองเจนจัดกว่าแม่ทัพนายกองในยามที่เล่นการเมืองแบบปลอดอำนาจท็อปบู๊ท และยิ่งเจอลูกล่อลูกชนของคนการเมืองนั้น คนหนุนลุงตู่รู้แล้วว่ายากเพียงใด ยิ่งต้องอาศัยงูเห่าภาคสามที่บางครั้งใช้ได้ผล บางหนก็เสียวสันหลังเช่นนี้...มันคงมิสนุกนัก

          งานนี้กว่าจะสร้างตำนานครั้งล่าสุดได้...แว่วว่าเล่นเอาคนการเมืองหลายขั้วเหนื่อย เพราะกรรมวิธีคราวนี้แตกต่างจากงูเห่าสองภาคแรกยิ่ง...แม้โครงสร้างจะไม่แตกต่าง แต่รายละเอียดระหว่างบรรทัดนั้นน่ายลยิ่งนัก

แรงปะทะยกแรก..หวิดม้วยพปชร.และลุงตู่จะแก้เชิงเช่นใด

          ยามหน้าก็เช่นกัน...ใครบางคนควรเตรียมตัวไว้ด้วยว่าการเผยเบื้องหลังการอำนวยการสร้างตำนานงูเห่าภาคสามนั้น...เมื่อราคาค่าตัวของนักแสดงไม่เท่ากัน บางคนที่ไม่พอใจอาจมีการแฉยับออกมา และรอดูว่า "ใครจะรับกรรม”

          แต่เบื้องต้นห้วงเวลานี้ “เจ็ดพรรคแนวร่วมต้านลุงตู่” น่าจะรู้ตัวแล้วว่าจะมี สร.1 คนใหม่ที่หน้าตาคล้ายคนเดิมเหมือนห้าปีที่แล้วกลับมาทำงาน โดยเจ็ดพรรคต้านลุงตู่ต้องไปตรวจสอบว่าจะเหลือกำลังพลที่แน่ชัดกี่คน เพราะตอนนี้คล้ายจะทราบกลายๆ แล้วว่า มีใครบางคนย้ายค่ายและให้เหตุผลเยี่ยงใดที่แปรใจไปสวมบทบาทงูเห่าภาคสามกันบ้าง...

แรงปะทะยกแรก..หวิดม้วยพปชร.และลุงตู่จะแก้เชิงเช่นใด

          แสดงว่างูเห่าภาคสามนั้น "มีจริง” ดั่งคำทำนาย เพราะบังเกิดแล้วในการโหวตเมื่อสองวันที่ผ่านมา และจะบังเกิดอีกแน่ในช่วงลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในไม่กี่วันข้างหน้านี้ เพราะช่วงไม่กี่อึดใจที่ผ่านมากระแสลือวงในคนการเมืองแทบทุกพรรคยืนยันว่า "ท่อน้ำเลี้ยง” ที่เปิดก๊อกแบบไหลไม่ยั้ง เพื่อหวัง "สี่สิบชีวิต” จากทุกพรรคแปรผันย้ายพรรคในการโหวตเมื่อวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมารวมทั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยนั้น จำนวนอักโขที่แปรเปลี่ยนชีวิตจากลบเป็นบวกได้ในคราวเดียว แต่จะเป็นใครและสังกัดพรรคใด? เร็วๆ นี้คำตอบชัดแจ้งจากย่านถนนแจ้งวัฒนะจะเผยออกมา

          แต่ที่แน่ๆ แล้วคือ งูเห่าภาคสามมาจากขั้วต้านลุงตู่ล้านเปอร์เซ็นต์ และอาจมีแหกมาจากขั้วหนุนลุงตู่ด้วย เพราะปรากฏแล้วในช่วงการเลือกพ่อมดดำและครูแก้วเป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่งและคนที่สอง เพราะผลคะแนนแปรผันแบบงงๆ และสื่อว่างูเห่าภาคสามแผลงฤทธิ์เป็นรายกรณี

          เมื่อเหลียวมองเกมหย่อนแต้มประมุขฝ่ายนิติบัญญัติที่มีผลโยงกับการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ยามนี้ใครต่อใครรู้แล้วว่าหากจะเจรจาความกับประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยนั้น หากมิใช่วินาทีสุดท้ายแล้ว เกมอาจแปรผันและทำให้หลายคนรู้ว่าสองพรรคนี้ใช่ย่อยเสียที่ไหน...ในชั่วโมงนี้

แรงปะทะยกแรก..หวิดม้วยพปชร.และลุงตู่จะแก้เชิงเช่นใด

          แม้พรรคสีน้ำเงินจะยอมรับเบื้องต้นแล้วว่าไปร่วมงานกับพปชร. หลังจากไม่กี่วันก่อนเสี่ยหนูเพิ่งโชว์ภาพการไปแตะมือพรรคสีฟ้าเพื่อดึงจังหวะเรื่องขั้วที่สามเมื่อหลายวันก่อน แต่สุดท้ายเมื่อภูมิใจไทยสมปรารถนาก็เผยไต๋กันง่ายๆ แต่ประชาธิปัตย์นั้นยามนี้ยังดึงจังหวะ เพราะคล้ายจะเป็นต่อ และในวันข้างหน้าเชื่อขนมกินเลยว่า ปชป.จะยิ่งขี่ พปชร.ไปเรื่อยๆ

          เพราะพลันที่ “ชวน หลีกภัย" จากพรรคสีฟ้าหวนมาทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาอีกคราว หลังชนะ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ด้วยจำนวน 258 : 235 เสียง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เสียงของทั้งสองฝ่ายนั้นขาดๆ เกินๆ ด้วยกันทั้งคู่ และเมื่อ พปชร.เปิดเกมเลื่อนญัตติ การรวนเรจึงเกิดขึ้นทันควัน เพราะคนใน พปชร.ก็ไม่ยอม ขั้ว ปชป.ก็ใช่ว่าจะลดจังหวะให้ง่ายๆ สุดท้ายแล้วเมื่อ พปชร.และคนหลังม่านต้องเล่นบทจำยอมให้พรรคสีฟ้าคว้าเก้าอี้นี้ไปเพราะหลากเหตุผล ไม่เช่นนั้นเรื่องจะยาว...

          รวมทั้งเสียงที่หนุนรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคือ สุชาติ ตันเจริญ จาก พปชร. และ ศุภชัย โพธิ์สุ ของภูมิใจไทยนั้น ผู้แทนฯ ของทุกพรรคลงมติให้พ่อมดดำและครูแก้วชนะแบบคะแนนไม่เสถียรเช่นนี้ สะท้อนว่า “สภาวะปริ่มน้ำ” เริ่มฉายแวว "เหนื่อยรายวัน” สำหรับ ครม.ใหม่และผู้แทนฯ ฝ่ายรัฐบาลชุดหน้าแล้ว

          เพราะหากเสียงหายไปเพียงนิดเดียว แนวร่วมต้านลุงตู่ที่จะสวมสิทธิฝ่ายค้านขย่มยับแน่นอน...จนมีใครบางคนทายทักในวันข้างหน้าแล้วว่า “สภาล่มจะเป็นข่าวปกติ”

แรงปะทะยกแรก..หวิดม้วยพปชร.และลุงตู่จะแก้เชิงเช่นใด

          และเมื่อมองจังหวะการเริ่มแตะมือระหว่าง พปชร.กับพรรคสีฟ้าในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ กลับเกิดวาทะ “ยามนี้พปชร.ยังไม่พร้อม" และพบ “ห้าอ.” ของ พปชร. ที่แจ้งสังคมว่าลงมติผิด จริงหรือแสร้งว่า... แต่ที่แน่ๆ เกมนี้ พปชร.เสียแต้มไปโขเพราะเกมการเมืองที่ พปชร.ไปดีลกับพรรคสีฟ้าและสีน้ำเงินนั้น มีการหักมุมในช่วงนาทีท้ายๆ ก่อนการโหวต และคนการเมืองมองออกว่ามันเสมือนเค้าลางที่สามารถล่มรัฐนาวาลำใหม่ได้ตลอดเวลา

          พปชร.บางคนมองเงื่อนไขที่มีการไปเจรจากับ ปชป.ในโควตาประมุขฝ่ายนิติบัญญัตินี้ว่า พปชร.มิควรมอบให้ เพราะหากปล่อยให้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ในการดูแลของปชป.แล้วจะคุมจังหวะได้หรือ ทั้งในยามนี้และยามหน้า และเมื่อทราบว่า "นายหัวชวน” จะมารับหน้าที่นี้ เกมก็เปลี่ยนตั้งแต่ค่ำวันศุกร์ทันควัน ความอลหม่านจาก พปชร.บังเกิดพลัน เพราะลีลาของคนการเมืองจากตรังคนนี้ใช่ย่อยที่ไหน และ พปชร.อาจไม่สมหวังกับหลากจังหวะในอนาคตบนเวทีสภา ผนวกกับลีลาของ ปชป.ที่ยอมกลืนน้ำลายมาแตะขั้วลุงตู่

          ถามว่า ปชป.จะเป็นหมูในอวยให้ พปชร.เถือได้ง่ายๆ เชียวหรือ...คำตอบคือ เซียนการเมืองที่เซี้ยวสุดในยามนี้ของเมืองไทยคือคนในพรรคสีฟ้า

แรงปะทะยกแรก..หวิดม้วยพปชร.และลุงตู่จะแก้เชิงเช่นใด

          หากจะมีคำถามต่อมาว่า...เกมนี้ใครได้แต้ม คำตอบนั้น น่าจะเริ่มจากฝ่ายเสียราคาก่อนคือ พปชร. และขุนพลหลังม่านจากคสช. คือสองฝ่ายที่ต้องรับกรรมในยามนี้เป็นลำดับต้นๆ เพราะเชิงมวยทางการเมืองนั้น นับว่าเสียเปรียบ โดนนับแปดและมีแผลแตกในยกแรกแบบกองเชียร์แทบถอดใจตั้งแต่เริ่มขบวนจนถึงยามนี้

          คำถามถัดมาคือ วันนี้ความหวั่นใจของ พปชร.ชัดแล้วหรือไม่ คำตอบคือ ควรไปถามใจคนวงใน พปชร.และคนที่หนุนลุงตู่ว่าจะปล่อยให้ ปชป.พลิกกลับมาคุมสภาแทนเช่นนี้หรือ...

          เพราะคำตอบที่ชัดกว่าทุกคำตอบคือ “ปชป.” แม้จะเป็นพรรคอันดับสี่ ที่มีห้าสิบสองชีวิต แต่วันนี้กลับคุมเกมการเมืองไว้ได้เกือบหมด จนคีย์แมน พปชร. ขุนพลท็อปบู๊ทที่อยู่หลังม่านการเมือง ต้องถอนหายใจ แต่เมื่อเหตุมันเกิดย่อมมีผลออกมาแบบนี้ และต้องคอยแก้เกมรายวันเพื่อประทังให้อยู่รอดปลอดภัย

          สุดท้ายการเมืองวันนี้ก็ยังย่ำรอยเดิม อยู่ในวังวนเก่าๆ แต่แนบเพิ่มด้วยลีลาและเชิงชั้นที่ไม่เคยบังเกิดขึ้นในเวทีการเมืองไทย

ผู้มีบารมีนอกพรรค ทำ ปชป.-พปชร.ป่วน !  

ประธานสภาผู้แทนราษฎร,พรรคพลังประชารัฐ,พรรคประชาธิปัตย์,ชวน หลีกภัย,ประชุมสภา,ผู้มีบารมีนอกพรรค,จอมบงการ

คอลัมน์...  กวาดบ้านกวาดเมือง   โดย...  ลมใต้ปีก

          ความอลหม่านในการจัดตั้งรัฐบาล จนนำไปสู่การเล่นเกมแรกของการประชุมสภาปริ่มน้ำนัดแรก ต่อศึกชิงประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้ท้ายสุดจะลงเอยด้วย ชวน หลีกภัย แต่เป็นการลงเลยโดยมีร่องรอยแห่งความขัดแย้งทั้งในพรรคประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐ      

          ความไม่ลงตัวในช่วงก่อนและระหว่างการประชุมมาจาก การแทรกแซงของ “ผู้มีบารมีนอกพรรค” ของทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะเรื่องการจัดแบ่งกระทรวงให้แต่ละพรรคที่กระทบต่อ “ความต้องการ”ของคนในพรรคและนอกพรรค 

               เริ่มต้นด้วย เมื่อมี “ผู้มีบารมีนอกพรรค”พลังประชารัฐ อาชา เข้ามาจัดแบ่งกระทรวงให้ ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย เมื่อคืนวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ พรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล “แย่งของรักของหวง” ของผู้มีบารมีสีเขียว คือ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ที่ “ผู้มีบารมีสีเขียว” ไม่ยอมให้โควต้านี้ไปตกไปอยู่ในมือ “นักการเมือง” แม้จะเป็นภายในพรรรพลังประชารัฐเองก็ตาม จึงไม่ต้องพูดถึงว่าจะยอมให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่น            

          โผการแบ่งเค้กจึงถูกจัดสรรใหม่ โดยให้กระทรวง พาณิชย์-พลังงาน -ศึกษา-พัฒานาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แก่ประชาธิปัตย์ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์-สาธารณสุข-ท่องเที่ยวและกีฬาแก่ภูมิใจไทย ซึ่งเหมือนจะลงตัว แต่ทันทีที่คนในพลังประชารัฐรับรู้ว่ามีการแบ่งเค้กเช่นนี้และกระทบกับ “ความฝัน”นักเลือกตั้งในพรรคที่หมายมั่นจะจองเก้าอี้เสนาบดีใหญ่ จึงเกิดอาการ  “รวน” ขนานใหญ่ที่ใช้อิทธิพลนอกพรรคปั่นป่วนพรรคจนต้อง “ล้ม”การเจรจานั้นไป                                                                   

          เก้าอี้รัฐมนตรีพลังงาน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเจรจา เพราะกลายเป็นเก้าอี้จ่องหมายปองของณัฐพล ทีปสุวรรณ ขุนพล กปปส. ที่มาเป็นหมายเลข1 ปาร์ตี้ลิสต์พลังประชารัฐ ซึ่งเกิดกำลังภายในนอกพรรคที่จะ “ล็อก”เก้าอี้นี้ให้ ณัฐพล ทีปสุวรรณ จึงไม่ยอมให้เป็นโควต้าของประชาธิปัตย์  

          ผู้มีบารมี “ส”จึงใช้เส้นสายในทั้งประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐก่อหวอดจนต้องล้ม “ดีล” จึงเป็นที่มาที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมมีมติเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลในการประชุมวันที่ 23 และ 24 พฤษภาคม เพราะความไม่ชัดเจนของการ “แบ่งกระทรวง” และเป็นต้นเหตุต่อ “ความขัดแย้ง”การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาธิปัตย์ เข็น ชวน หลีกภัย ลงสู้สุชาติ ตันเจริญ จากพลังประชารัฐ ก่อนจะตกลงกันวินาทีสุดท้ายหลีกทางให้ ชวน หลีกภัย ไม่งั้นแพ้ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จากฝั่งเพื่อไทย ที่จะหนักหนากว่า               

          ปรากฎการณ์ “ผู้มีบารมีนอกพรรค”แทรกพรรคการเมือง สอดคล้องกับที่ชวน หลีกภัย ระบุว่า มี “คนนอกพรรค”แทรกแซงการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นการสู้ระหว่าง จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ กับพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค มาแล้ว                             

          นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การเมืองไทยที่วุ่นวายอยู่ทั้งการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และการตั้งรัฐบาล มาจาก  “ผู้มีบารมีนอกพรรค” ทั้งประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐ  และเอาเข้าจริงอีกฝากหนึ่งคือขั้วเพื่อไทยก็วุ่นวาย เพราะการ “บงการ”ของผู้มีบารมี “แดนไกล” ที่บงการ หลายพรรคจน ดำรงความเป็น “ขั่ว”ขัดแย้งทางการเมืองอยู่

          อนิจาการเมืองไทยสุดท้าย ...วุ่นวายเพราะ “จอมบงการ”  

"ทส.ป๋าเปรม"ซัด"คนโพสต์ด่า"บิดเบือน"

การเมือง  :  38 นาทีที่ผ่านมา
ป๋าเปรม,พลทพิศณุ พุทธวงศ์

"ทส."สวนคนโพสต์ด่า"พล.อ.เปรม"บิดเบือนเรื่องการเมืองเจ้าตัวรู้ดี คาดไม่มีพินัยกรรม อยู่ในขั้นตอนกม.ตั้ง"ผจก.มรดก"ประสานญาตินำเงินในบัญชีทำโครงการช่วยคนจน

โดยกล่าวว่า ความตั้งใจเดิมของพล.อ.เปรม ต้องการทำโครงการที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา และอื่นๆ ที่ทันสมัย และ ถาวร ตนจึงได้ไปปรึกษา พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์  ประธานมูลนิธิรักเมืองไทย พล.อ.มงคล ก็คิดว่าน่าจะจัดเป็นโครงการช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ จัดตั้งเป็นศูนย์การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งมีคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เข้าร่วม นายบัญญัติ จันทร์เสนะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ อดีตรมช.มหาดไทย เสนอว่าควรไปจัดสร้างที่คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง พล.อ.มงคล ได้นำข้อคิดเห็นมาหารือกับพล.อ.เปรมแล้วยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีการทำโครงการนี้หรือไม่ และ จะจัดตั้งขึ้นที่ใด

พล.อ.พิศณุ  กล่าวอีกว่า  ก่อนหน้าที่ท่านจะเสียชีวิตประมาณ 7 วัน พล.อ.เปรม ได้เรียกตนไปพบและบอกว่าขอเพิ่มเป็นโครงการที่ช่วยเหลือคนจน จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกษตรที่เป็นเรื่องถาวรด้วย แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เพียงแต่เป็นการไปขอความคิดเห็นจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เท่านั้น ส่วนข้อสรุปคงต้องรออีกซักระยะ ขณะนี้จึงมีสองส่วนคือ โครงการศูนย์การแพทย์ และ โครงการช่วยคนยากจนก่อน ซึ่งนายวิษณุ บอกว่าอยากให้ทำโครงการช่วยเหลือคนยากคนจนก่อน แต่ถ้ามีข้อติดขัดหรือยากลำบาก ก็จะเป็นโครงการเกี่ยวกับการแพทย์เหมือนเดิม

"เป็นส่วนที่หารือกันไว้พักใหญ่แล้ว เพื่อเตรียมดำเนินการในช่วงที่ท่านอายุครบ 99 ปี จะขึ้น 100 ปี แล้วท่านก็บอกว่าให้ผมรับเงินไปเลย ผมก็บอกว่าขอไปคิดเรื่องโครงการให้ได้ก่อน และดูว่าใครจะเป็นคนดำเนินการ โดยท่านบอกว่าอยากให้โครงการอยู่ในมูลนิธิที่มีชื่อตัวเองท่านด้วย ผมก็บอกว่าจะมีมูลนิธิรัฐบุรุษฯ พล.อ.เปรม   ที่มีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธาน กับ มูลนิธิสวนประวัติศาสตร์ พล.อ.เปรมฯ  จ.สงขลา ซึ่ง นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน" พล.อ.พิศณุ กล่าว

แต่หลังจากนั้นได้ทำไว้หรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ต้องรอญาติเป็นพยานมาตรวจสอบ ขณะนี้ก็หารือกับฝ่ายกฎหมายเรื่องการตั้งผู้จัดการมรดก แต่เบื้องต้นต้องไปสืบดูว่าญาติที่ใกล้ที่สุดเป็นใคร เพราะท่านไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว ก็ต้องไปดูทางครอบครัวของพี่น้องว่าใครใกล้ที่สุด นักกฎหมายก็บอกว่าทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นลูกของพี่ หรือ ของน้อง ต้องถือเอาคนแรก ส่วนใหญ่ญาติท่านก็อยู่ กรุงเทพฯ ซึ่งผู้จัดการมรดกจะเป็นญาติ หรือ ไม่ใช่ญาติก็ได้

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว  :  18 นาทีที่ผ่านมา
 
โฮเทล ลาบาริส,เขาใหญ่,เขาวงกต
โฮเทล ลาบาริส,เขาใหญ่,เขาวงกต
โฮเทล ลาบาริส,เขาใหญ่,เขาวงกต
โฮเทล ลาบาริส,เขาใหญ่,เขาวงกต
โฮเทล ลาบาริส,เขาใหญ่,เขาวงกต
โฮเทล ลาบาริส,เขาใหญ่,เขาวงกต
prev
next

โรงแรมน้องใหม่รูปทรงปราสาทสวยงามแปลกตาราวกับหลุดเข้าไปในดินแดนเทพนิยายท่ามกลางขุนเขา

          สถานที่ท่องเที่ยวในบ้านเราแม้ว่าจะมีให้เลือกมากมาย แต่หลายๆ ที่อาจมีข้อจำกัดทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ในบางซีซั่นเท่านั้น ซึ่งต่างจาก “เขาใหญ่” จุดพักผ่อนใกล้เมืองกรุงที่สามารถแวะเวียนไปพักผ่อนหย่อนใจพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปลายปีที่อากาศค่อนข้างเย็น นักท่องเที่ยวค่อนประเทศเทใจให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ทีเดียว แต่หากไม่หมั่นอัพเดทสถานที่ ร้านอาหาร หรือโรงแรม รับรองว่าได้ตกเทรนด์กันบ้าง เพราะที่เขาใหญ่มีอะไรใหม่ๆ ผุดขึ้นอยู่ตลอดเวลา อย่างล่าสุด "โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่" ก็เป็นโรงแรมน้องใหม่ที่กำลังมาแรงและเป็นที่น่าจับตา ด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงปราสาทสวยงามแปลกตาราวกับหลุดเข้าไปในดินแดนเทพนิยายท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติของเขาใหญ่ ตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ และครอบครัวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางและพักผ่อนแบบไม่เหมือนใคร

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

          รู้แบบนี้เราจึงไม่รอช้า ปักหมุดให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของทริปนี้ทันที “โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่” เป็นดินแดนที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนในจินตนาการที่ซุกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขา ป่าไม้ และลำธาร ได้ถูกขนานนามว่า “อาณาจักรลาบาริส” หรือ เขาวงกต ซึ่งถูกนำมาเป็นกิมมิกสำคัญในการออกแบบเส้นทางสู่ห้องพักของผู้มาเยือน 

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

แรบบิท คาเฟ่

          และเพื่อให้เข้าคอนเซ็ปต์ธีมโฮเทลที่หลุดมาจากเทพนิยาย ที่นี่จึงแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน โดยเรียงร้อยเรื่องราวเป็น 5 บท เช่นเดียวการเปิดอ่านหนังสือเทพนิยาย เริ่มที่ บทที่ 1 ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าสู่อาณาจักรลาบาริส จะได้พบกับ "แรบบิท คาเฟ่" ร้านกาแฟสุดน่ารักที่จำลองโพรงของสัตว์วิเศษตัวน้อย พร้อมเสิร์ฟกาแฟแก้วพิเศษหรือเครื่องดื่มเย็นๆ คู่กับเบเกอรี่ที่ทำสดใหม่ทุกวัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่สามารถแวะพักและเก็บภาพเก๋ๆ เป็นที่ระลึกได้

 ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

บริเวณล็อบบี้

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ประตูนำพาไปสู่ห้องพัก

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

บรรยากาศรอบ โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่

        หลังอิ่มเอมกับเครื่องดื่มและขนมแล้ว เดินถัดเข้าไปด้านในอีกนิดเป็นส่วนของ "ล็อบบี้" ซึ่งถือเป็น บทที่ 2 ในส่วนนี้ผู้นำทางจะพาผ่านเขาวงกตไปยังห้องพักภายในปราสาท 2 หลังคือ สตาร์รี่ แคสเซิล และ มิดไนท์ แคสเซิล ห้องพักในส่วนนี้มีทั้งหมด 60 ห้อง แบ่งเป็น 3 แบบคือ ดูเพล็กซ์ รูม, แกรนด์ ดีลักซ์ รูม และดีลักซ์รูม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน และสามารถชมวิวสวยๆ ได้ที่รูฟท็อป บาร์ ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีนี้ 

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

สวนกระจก

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ห้องพักแบบพูลวิลล่า

          ถัดจากล็อบบี้เข้าไปเป็นที่ตั้งของเทพนิยาย บทที่ 3 “ดินแดนลึกลับ” มีสวนกระจกที่คอยลวงตาคุณอยู่ ก่อนจะค้นพบห้องพักพูลวิลล่า ทั้ง 10 หลัง มีสระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ รองรับได้ทั้งคู่รัก และครอบครัว 

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ลาบาริส เรสเตอรองต์

          ในส่วนของ บทที่ 4 นับเป็นโซนสำคัญที่ขาดไม่ได้ “ลาบาริส เรสเตอรองต์” ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารไทยรสกลมกล่อม อาหารตะวันตกและฟิวชั่น คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีจากทั่วทุกมุมโลกมาปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถัน รังสรรค์ทุกเมนูด้วยความรัก ทำให้อาหารทุกจานมีรสชาติที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีห้องบอลรูมขนาดใหญ่จุผู้เข้าพักได้มากถึง 120 คน สามารถรองรับทุกกิจกรรม

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

ดั่งต้องมนต์สะกดในดินแดนแห่งเทพนิยาย

บริเวณสระว่ายน้ำ

          สำหรับบทที่ 5 เป็นส่วนของ "สระว่ายน้ำ" ออกแบบราวกับแม่น้ำคดเคี้ยวไม่มีที่สิ้นสุด มีทั้งสระสำหรับผู้ใหญ่ และสำหรับเด็กที่ครบครันด้วยเครื่องเล่นมากมาย รวมถึงพื้นที่สำหรับความสนุกสนานและการเรียนรู้ของนักเดินทางตัวน้อยโดยพื้นในส่วนสวนสนุกเป็นพื้นที่ทำจากยางลดอาการบาดเจ็บจากการล้มหรือกระแทก จากจุกนี้หากเดินต่อไปอีกนิดจะพบกับความร่มรื่นจากลำธารธรรมชาติ โอบล้อมด้วยความเขียวขจีของไม้นานาพันธุ์และต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทางโรงแรมเก็บรักษาไว้

 

..................................................

28 พฤษภาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน