*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5374
  • จำนวนผู้ชม : 3293523
  • จำนวนผู้โหวต : 1712
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1712 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 207 , 10:12:47 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         บ่ายวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็นนายกฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล นับเป็นคนแรกที่รับโปรดเกล้าฯ

ที่ทำเนียบเช่นนี้ แต่รัฐบาลชุดใหม่จะสมบูรณ์หลังจากครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ซึ่งหมายถึง คสช.หมดวาระลงไป

 

เหตุผล3ประการ! ‘สมชัย’ฟันธงไม่ต้องตื่นเต้น‘ครม.ใหม่’มาแน่ปลายมิ.ย.

เหตุผล3ประการ! ‘สมชัย’ฟันธงไม่ต้องตื่นเต้น‘ครม.ใหม่’มาแน่ปลายมิ.ย.

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 08.28 น.

เหตุผล3ประการ! ‘สมชัย’ฟันธงไม่ต้องตื่นเต้น‘ครม.ใหม่’มาแน่ปลายมิ.ย.

11 มิ.ย.62 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somchai Srisutthiyakorn ว่า ไม่ต้องตื่นเต้น หากครม.ใหม่จะได้ปลายเดือน มิ.ย. พลเอกประยุทธ์ น่าจะอยากให้ รัฐบาลชุดปัจจุบัน ดำเนินการจัดประชุมอาเชียนซัมมิท วันที่ 22-23 มิ.ย. 2562 ให้เรียบร้อยก่อน จึงมี ครม.ชุดใหม่ ด้วยสาเหตุหลายประการ

1. รมต. ต่างประเทศ ยังเป็น คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ซึ่งเตรียมงานมาต่อเนื่อง เป็นการให้เครดิตคนเก่า และงานต่อเนื่องราบรื่น

2. ครม.ชุดใหม่ยังไม่ถวายสัตย์ฯ คสช. ยังมีอำนาจเต็ม มี ม.44 รักษาความสงบบ้านเมืองได้

3. การจัดสรรตำแหน่งใน ครม.ระหว่างพรรคร่วม ที่ไม่ลงตัว ยังมีโอกาสต่อรองได้อีกนาน อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์

ดังนั้น อย่าได้ตื่นเต้นตกใจ หรือเบื่อหน่ายเรื่องข่าวการตั้งรัฐบาล หนังเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ

‘ดร.เสรี’ลากไส้พวกเล่าทุกเรื่อง เว้น‘ล้มเจ้า เผาเมือง ความเลวร้าย’ของนายใหญ่

‘ดร.เสรี’ลากไส้พวกเล่าทุกเรื่อง เว้น‘ล้มเจ้า เผาเมือง ความเลวร้าย’ของนายใหญ่

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 08.43 น.

‘ดร.เสรี’ลากไส้พวกเล่าทุกเรื่อง เว้น‘ล้มเจ้า เผาเมือง ความเลวร้าย’ของนายใหญ่

11 มิ.ย.62 ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์บทกลอนผ่านเฟซบุ๊ก ดังนี้
 

เขาเล่าได้ทุกเรื่องที่อยากเล่า

แต่ว่าเขาไม่เล่าเรื่องที่เลวร้าย

ทั้งล้มเจ้าเผาเมืองโกงมากมาย

เขาอยู่ฝ่ายของใครเรารู้ดี

 

ด่าทอต่อว่าการทำรัฐประหาร

แต่เหตุการณ์ก่อนนั้นใยไม่ชี้

ความเลวร้ายของนายใหญ่บรรดามี

จนต้องหนีออกไปไม่พูดเลย

 

จงใจให้ร้ายฝ่ายทหาร

ว่าเป็นเผด็จการช่างเอื้อนเอ่ย

แสดงอาการชังชาติอย่างที่เคย

ทำเป็นเฉยเรื่องคดีมีมากมาย

 

เขาโกงกี่เรื่องกี่อย่างรู้บ้างไหม

ศาลตัดสินไปว่าผิดจริงอยู่หลากหลาย

หรือส้มนั้นคือแดงที่กลับกลาย

แต่เลวร้ายกว่าต้นแบบที่ผ่านมา

‘วิษณุ’จัดให้!เดี๋ยวเปิดเองชื่อกก.สรรหา‘ส.ว.’ ยันแต่งตั้ง-โหวตนายกฯไม่โมฆะ

‘วิษณุ’จัดให้!เดี๋ยวเปิดเองชื่อกก.สรรหา‘ส.ว.’ ยันแต่งตั้ง-โหวตนายกฯไม่โมฆะ

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 09.53 น.

“วิษณุ” แจงรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดต้องเปิดชื่อกรรมการสรรหา ส.ว. ระบุไม่มีใครเสนอชื่อตัวเอง ยันตั้งส.ว.-โหวตนายกฯ ไม่มีโมฆะ

เมื่อ‪เวลา 08.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยื่นร้องเรียนกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ซึ่งอาจส่งผลให้การแต่งตั้ง ส.ว.เป็นโมฆะ ว่า รายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะในรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติว่าด้วยเรื่องการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา โดยมาตรา 269 เขียนไว้เพียงให้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเท่านั้น ซึ่งที่ คสช. ยังไม่เปิดเผยหลังจากการแต่งตั้งในตอนต้น เพราะเกรงจะเกิดการวิ่งเต้นขอตำแหน่ง เนื่องจากไม่ได้ใช้ระบบการสมัคร แต่ให้คณะกรรมการสรรหาไปเจาะหาตัวบุคคล

นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คสช.จะเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.หลังจากนี้ ไม่ได้มีอะไรปกปิด หาก คสช.ไม่เปิดเผย ตนจะขอเปิดเองก็ได้ ไม่ใช่เรื่องลำบาก เรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหา ไม่ทำให้การแต่งตั้ง ส.ว.และการโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นโมฆะ ส่วนรายชื่อสำรอง ส.ว.อีก 50 คน ได้ส่งรายชื่อไปที่ประธานวุฒิสภาแล้ว คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 1-2 วันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการสรรหา ส.ว.ได้สรรหาตัวเองเข้าไปเป็น ส.ว.ด้วย นายวิษณุ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะตนอยู่ในคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ด้วย ไม่พบว่ามีการสรรหาตัวเองเข้าไปเป็น ส.ว. ซึ่งในการทำงาน กรรมการสรรหาแต่ละคนได้เสนอชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมขึ้นมาคนละ 50 – 60 ชื่อ โดยมีคณะกรรมการสรรหาทั้งหมด 10 คน ลาออกไป 1 คน เหลือ 9 คน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด และกรรมการสรรหาก็ไม่ได้เสนอตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ประชุมได้พิจารณารายชื่อที่มีการเสนอแล้ว พบว่า มีกรรมการสรรหาถูกเสนอชื่อให้เป็น ส.ว.ด้วย กรรมการคนดังกล่าวที่ถูกเสนอชื่อก็ต้องออกจากที่ประชุม ซึ่งได้ทำเช่นนี้ตั้งแต่ขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหาจนถึงการพิจารณาในส่วนของ คสช. โดยคณะกรรมการสรรหาได้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด 395 รายชื่อเพื่อส่งให้หัวหน้า คสช. โดยได้รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วตั้งแต่ต้น

‘บิ๊กตู่’เก็บอาการ เตรียมรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯบ่ายนี้(ชมคลิป)

‘บิ๊กตู่’เก็บอาการ เตรียมรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯบ่ายนี้(ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 09.19 น.

“บิ๊กตู่” อารมณ์ดี เตรียมรับ “พระบรมราชโองการ” แต่งตั้งนายกฯบ่ายนี้ เก็บอาการตื่นเต้น บอกเป็นปกติเหมือนทุกวัน

เมื่อเวลา 08.40 น.วันที่ 11 มิ.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนการเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มพร้อมกับตอบว่า “เป็นปกติเหมือนทุกวันนั่นแหละ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีรับพระบรมราชโอการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ มีตัวแทน 18 พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลเข้าร่วมพิธี ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดพิธีฯ เวลาประมาณ 13.20 น. จนเสร็จสิ้นพิธี โดยช่องเอ็นบีทีเป็นแม่ข่าย 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งขั้นตอนว่า นายกฯ จะรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีงาช้าง โดยมี 18 พรรคการเมืองที่ได้รับเชิญ ร่วมแสดงความยินดีกับนายกฯในห้องสีงาช้างด้วย จากนั้นนายกฯ จะกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ห้องสีม่วง และกล่าวขอบคุณประชาชนด้วย

สนธิรัตน์ฮึ่มจองพาณิชย์  ตังรบ.จบไม่ลง  ชงบิ๊กตู่เคาะนาทีสุดท้าย

สนธิรัตน์ฮึ่มจองพาณิชย์ ตังรบ.จบไม่ลง ชงบิ๊กตู่เคาะนาทีสุดท้าย

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สนธิรัตน์ฮึ่มจองพาณิชย์

ตังรบ.จบไม่ลง

ชงบิ๊กตู่เคาะนาทีสุดท้าย

เลือกคนดีเข้าไปทำงาน

ปชป.ย้ำทุกอย่างจบแล้ว

‘ช่อ-พรรณิการ์’งานเข้า

ตร.สอบโพสต์หมิ่นเหม่

“สนธิรัตน์”ย้ำชัดเก้าอี้รมว.พาณิชย์ ต้องเป็นของ พปชร.เท่านั้นเพื่อจะได้ไว้แก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านผลักดัน นโยบายของรัฐบาล ในขณะที่ “สุวิทย์”เผยต้องส่งให้ “บิ๊กตู่” เคาะรายชื่อเป็นคนสุดท้าย ด้าน“จุรินทร์”บอกทุกอย่างดีลจบแล้ว ไม่น่ามีปัญหา ในขณะที่ “ช่อ-พรรณิการ์”งานเข้า ตำรวจตั้ง 3 ทีม สอบโพสต์หมิ่นเหม่

เมื่อวันที่ 10มิถุนายน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งการแบ่งกระทรวงระหว่าง พปชร.กับพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ถือเป็นสีสันทางการเมืองอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ตนว่าสิ่งสำคัญคือ เราเห็นร่วมกันว่า มาขับเคลื่อนประเทศด้วยกัน เราเป็นทีมเดียวกันแล้ว ส่วนการเจรจามันมีเป็นปกติ ตนคิดว่าอย่างนั้น ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรเชื่อว่า เดี๋ยวก็มีข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)และพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ระบุว่า การเจรจาจบแล้ว ข้อเท็จจริงการเจรจายังไม่จบใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า เดี๋ยวก็ดูว่า เราพูดคุยกันอย่างไร บางส่วนจบแล้ว บางส่วนจะพูดคุยกันต่อ ไม่เป็นไร เรื่องพวกนี้พูดคุยกันได้ เชื่อว่าการเมืองสุดท้ายก็มีข้อยุติ

‘พปชร.’คาดแบ่งเก้าอี้จบเร็วๆนี้

ประเด็นดังกล่าว นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุว่า อยู่ระหว่างการหารือ และน่าจะลงตัวในเร็วๆ นี้ ขณะนี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสานงานและหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ดูเหมือนจะเกิดความสับสนทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและภายในพรรคเองนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นความคิดเห็นที่หลากหลาย อย่าไปมองว่าเป็นความขัดแย้ง เพราะไม่มีอะไร ในที่สุดต้องหาข้อยุติ เพราะประเทศต้องเดินหน้า อย่าไปมองว่าเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลไม่เป็นเอกภาพ เดี๋ยวทุกอย่างก็ลงตัว เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะใกล้จบแล้ว คงจะเร็วๆนี้

สุดท้าย’บิ๊กตู่’เคาะเพราะเป็นผู้นำ

เมื่อถามว่า นายกฯต้องเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ต้องให้เกียรติท่านพิจารณาอยู่แล้วในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาลและต้องมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ ตอนนี้รอเพียงขั้นตอนการโปรดเกล้าฯตำแหน่งนายกฯลงมาเท่านั้น เมื่อถามถึงอดีต 4รัฐมนตรีจะไม่ได้รับตำแหน่งครบทั้ง 4คนในครม.ชุดต่อไปนั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่าไม่ทราบ ยืนยันว่า เราทำได้ทุกภารกิจ ไม่ได้เจาะจงว่าต้องรับตำแหน่งใด รวมถึงไม่ถือว่าข่าวที่ออกมาเป็นความขัดแย้งในพรรคและเชื่อว่า น่าจะใกล้จบในเร็วๆนี้

‘สนธิรัตน์’เร่งแก้ปากท้องปชช.

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพปชร. กล่าวว่า ตามที่พรรค พปชร.ได้แต่งตั้งให้มีคณะทำงานประสานงานพรรคร่วมในการจัดทำนโยบายรัฐบาล และแต่งตั้งให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานนั้น ขอเรียนว่า พันธกิจสำคัญของพรรคพปชร.ในการจัดตั้งรัฐบาล คือ การนำนโยบายสำคัญๆ เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,การดูแลราคาสินค้าเกษตร ด้วยการชดเชยเงินช่วยเหลือต่อไร่,การเพิ่มมูลค่าที่ดินและสปก.4.0 ตามที่พรรคได้สัญญาไว้กับประชาชน นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง รวมถึงการสร้างสังคมให้เกิดความสามัคคีปรองดองเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาเพื่อเร่งดำเนินการในเรื่องสำคัญ คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องปากท้องและรายได้ประชาชน การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างอนาคตและฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศ เพื่อสนองตอบกับความไว้วางใจและคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนมอบให้กับพรรคมากเป็นอันดับหนึ่ง

ต้องมี’พณ.’ในมือแก้ปัญหาได้

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้การจะบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่สำคัญของพรรค จำเป็นต้องมีกลไกของรัฐในกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายคล่องตัว ประสานสอดคล้องการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ระบบเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงการชะลอตัวและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องพึ่งพาความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการทำงานของรัฐบาล โดยการผลักดันนโยบายที่พี่น้องประชาชนเรียกร้องให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เช่น การขยายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การดูแลราคาและการหาตลาดให้สินค้าเกษตร การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ที่ดินสปก.ตลอดจนการเร่งรัดลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

คาดเจรจาพรรคร่วมลงตัวเร็วๆนี้

‘ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรค พปชร.จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำงานอย่างเป็นเอกภาพและประสานสอดคล้องของกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจเหล่านี้ โดยจะเจรจาหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เพื่อหาแนวทางร่วมกันให้เป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง บริหารงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องแบ่งกระทรวงนั้น พรรคพปชร.จะเน้นนโยบายหลักของทุกพรรคเป็นสำคัญ มากกว่าการจัดแบ่งโควตาตามกระทรวงเพื่อให้เกิดการบริหารงานที่ตรงกับนโยบายและแนวทางรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ คาดว่าจะเจรจาร่วมกับทุกพรรคร่วมให้ได้องค์ประกอบที่ลงตัว เป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่ายโดยเร็ว เพื่อให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตย ที่มั่นคงตามที่ประชาชนรอคอย ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป’ นายสนธิรัตน์ กล่าว

‘จุรินทร์’ยันไม่มีสัญญาณล้มดีล

ทางด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าว ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆที่จะเปลี่ยนกระทรวงที่แต่ละพรรครับผิดชอบ ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่มีข้อยุติไปแล้ว เห็นแต่จากข่าว ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่เคยประสานเปลี่ยนแปลงอะไร

ส่วนข่าวที่ออกมาว่าการเจรจายังไม่นิ่ง เป็นแต่เพียงการโพสต์ของ หัวหน้าพปชร. นายจุรินทร์ กล่าวย้ำว่า การประสานงานเท่าที่ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ได้ข้อยุติในนาทีสุดท้ายก่อนพรรคมีมติร่วมรัฐบาล ยังไม่มีการประสานมายังพรรคว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสิ่งที่ตนพูดก็ถือว่าชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าพรรคปชป.นิ่งแล้ว ไม่ได้ต่อรองอะไร เพราะทุกอย่างยุตินานแล้ว แต่รอขั้นตอนการโปรดเกล้าฯนายกฯ ซึ่งนายกฯหรือพรรคแกนนำจะแจ้งว่า ต้องการให้ส่งรายชื่อตัวบุคคล เมื่อไหร่ อย่างไร จากนั้นพรรคจะมีกระบวนการขั้นตอนตามข้อบังคับต่อไป

‘ราเมศ’ชี้ยังไม่คัดเลือกตัวรมต.

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป. แถลงหลังประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณาหลักเกณฑ์และคุณสมบัติบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี พรรคจะรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯก่อน จากนั้นจะประชุมเพื่อดำเนินการกระบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้อง เริ่มต้นจากการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมกรรยุทธศาสตร์พรรค แล้วนำผลที่ได้ส่งต่อให้คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) โดยตามข้อบังคับพรรค กำหนดว่ากระบวนการวางตัวบุคคล จะต้องผ่านการพิจารณาของกก.บห.เพื่อจัดทำรายชื่อตังบุคคล จากนั้นจะส่งต่อไปให้ที่ประชุมร่วมระหว่าง สส.กับ กก.บห.ให้ความเห็นชอบในขั้นสุดท้าย ซึ่งการประชุมคณะกรรมการยุทศาสตร์ฯวันที่ 11มิถุนายน ยังไม่พิจารณาตัวบุคคลเป็นรัฐมนตรี

‘ภท.’ยืนยันต้องการ3กระทรวง

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.ออกมาระบุถึงการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในส่วนของพรรค ภท.หวังหางานเข้าบริษัทของตัวเองว่า เรื่องจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นเรื่องผู้ใหญ่ของทั้ง 2พรรคที่ได้หารือถึงความเหมาะสม ซึ่งในส่วนของพรรค ภท.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า เราต้องการเข้าไปบริหารกระทรวงที่เรามีนโยบายช่วยเหลือประชาชนและเรามีความพร้อม สามารถเริ่มงานเพื่อประชาชนได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงท่องเที่ยวกีฬา จากนี้ควรให้ผู้ใหญ่จาก 2พรรคคุยกันดีกว่า อย่าทำบรรยากาศให้ประชาชนเบื่อหน่าย

ซัดธนกรชกใต้เข็มขัดผิดมารยาท

“ที่บอกว่าเราต้องการกระทรวงคมนาคม เพราะต้องการหางานให้เข้าบริษัทตามที่ นายธนกร กล่าวอ้าง เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะชัดเจนว่า ท่านอนุทิน ไม่ได้มีตำแหน่งบริหารใดๆในบริษัทอย่างที่ นายธนกร เข้าใจ การออกมาตีกินทางการเมือง โจมตีกันอย่างนี้ถือว่า เสียมารยาททางการเมือง การจะทำงานร่วมกันควรไว้ใจกัน พูดคุยกันโดยตรงไม่ใช่ออกมาพูดกดดันผ่านสื่อ การทำแบบนี้เหมือนจ้องเล่นนอกกติการ ชกใต้เข็มขัด เพื่อหวังให้จุกแล้วจะมัดมือชก อย่างนี้เล่นนอกเกมเกินไป’พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว

จี้’พปชร.’แก้ปัญหาภายในให้จบ

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวด้วยว่า พรรคภท.ไม่เคยก้าวก่ายกิจการภายในพรรคอื่นก่อน แต่ในเมื่อมีการพาดพิงมาถึงก็จำเป็นที่จะต้องชี้แจงว่า ความจริงเป็นอย่างไร การทำงานร่วมกันพูดคำไหนก็ต้องคำนั้น รับปากแล้วก็ต้องถือว่าจบ ไม่ใช่กลับไป กลับมา ไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่ขอพูดถึงปัญหาในพรรค พปชร.เพราะเราต้องให้เกียรติเขาในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เราเป็นคนนอก ไม่ควรไปยุ่งกิจการภายในพรรคอื่น ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะจบด้วยดีโดยเร็ว เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน ถึงเวลาที่ต้องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนได้แล้ว

10พรรคเล็กเหิมทวงเก้าอี้ล้มครืน

ที่ร้านทีเฮาส์ ถนนวิภาวดีรังสิต นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้นัดกลุ่ม 10พรรคเล็กหารือกรณีมีผู้ไม่หวังดีระบุว่า ทางกลุ่มไม่ต้องการตำแหน่งฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงต้องมีการหารือเพื่อทบทวนมติในการเข้าร่วมรัฐบาล แต่ปรากฎว่า เมื่อถึงเวลานัดหมายมีเพียง 2พรรค คือ นายพิเชฐ สถิรชวาล พรรคประชาธรรมไทยและพรรคไทยศรีวิไลย์ เท่านั้นที่มาร่วมหารือกัน

‘มงคลกิตติ์’ขอเป็นฝ่ายค้านทันที

โดย นายมงคลกิตติ์ กล่าวยอมรับ 10พรรคร่วม เสียงแตกในการเข้าร่วมกับพรรค พปชร.ส่วนตัวพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทำหน้าที่รัฐบาลและเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่ได้ข้อยุติเรื่องโควต้ารัฐมนตรีและขอความเป็นธรรมให้กับ 10พรรคเล็กด้วย เพราะหากเทียบกับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่ได้สส.10คน ได้โควต้ารัฐมนตรี 2ที่ ขณะที่พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้สส.3คน ได้โควต้ารัฐมนตรี 1ที่นั่ง ดังนั้นพรรคที่ต้องเสียสละต้องเป็นพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมากกว่า เนื่องจากควรเปิดโอกาสให้พรรคร่วมได้แสดงฝีมือ

‘พิเชฐ’แจงไม่ได้เก้าอี้ยังหนุนพปชร.

ด้าน นายพิเชฐ กล่าวว่า การออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ได้ต้องการต่อรอง หรือกดดันพรรค พปชร. แต่ต้องการสอบถามความชัดเจนว่า 10พรรคเล็กจะได้รับตำแหน่งใดบ้าง เพราะเห็นพูดถึงแต่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆว่าจะได้ดูแลกระทรวงใด แต่10พรรคเล็กไม่พูดถึงเลย เหมือนกับจะไม่ได้อะไรทั้งที่เรามี10ที่นั่ง อย่างน้อยควรมี 2เก้าอี้ ที่ผ่านมาพรรคเล็กได้ส่งรายชื่อหัวหน้าพรรคไปยังพรรคแกนนำว่า แต่ละคนมีคุณสมบัติถนัดงานด้านใดบ้าง แต่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน ทั้งที่พรรคเล็กเป็นหน่วยกล้าตายพรรคแรกๆที่ประกาศมาร่วมรัฐบาลกับ พปชร.ถ้าหากสุดท้าย 10พรรคจะโดดเดี่ยว เหลือ 2พรรคก็พร้อมยอมรับมติ

เมื่อถามว่าหาก10พรรคเล็กได้รับการจัดสรรตำแหน่งที่ไม่ตรงใจ หรือไม่พอใจกับเก้าอี้ที่ได้จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายพิเชษฐ กล่าวว่า เราไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะประกาศหนุนพรรค พปชร.ไปแล้ว ก็ต้องร่วมรัฐบาลต่อไป ต้องดูว่าจะพาพวกเราไปรอดหรือไม่

‘บิ๊กป้อม’เชื่อเดี๋ยวแบ่งรมต.ลงตัว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่เรียบร้อยว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า จะทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายหรือไม่ เพราะมีการแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้าเบื่อก็ว่ากันไป จะให้ทำอย่างไร ทั้งนี้ นายกฯไม่ได้ปรึกษาอะไร ส่วนการแย่งชิงกระทรวงต่างๆของพรรคการเมืองนั้น ตนคงไม่มองอะไร เพราะไม่รู้เรื่อง อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่ต้องไปให้ข้อคิดกับนักการเมือง เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้อยู่แล้วทุกเรื่อง เมื่อถามว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับเลือกเป็นนายกฯแต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังมีเวลาอยู่ ซึ่งนายกฯจะจัดการเอง เมื่อถามย้ำว่า แค่เริ่มต้นยังตีรวนกันเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปล่อยเขาไป ไม่ต้องเป็นห่วง

‘สมคิด’มั่นใจบิ๊กตู่จัดการจบชัวร์

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการฟอร์ม ครม.ว่า เป็นบทบาทหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง โดยนายกฯคงจะเรียกและเชิญทุกคนที่เกี่ยวข้องมาดูเรื่องนโยบายร่วมกันในอนาคตข้างหน้า เพราะประเทศต้องมีการขับเคลื่อน ซึ่งวันนี้ทุกคนต่างพยายามส่งคนดีมาให้นายกฯ เลือกสรร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีโควตารัฐมนตรีในส่วนของนายสมคิดและทำให้มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ นายสมคิด กล่าวว่า ‘ฟังไว้เลยนะครับ ผมเป็นคนที่ไม่มีโควตา ผมมาทำงานแต่ละครั้ง ไม่ได้มารับใช้ใคร แต่มาทำงานให้บ้านเมือง ที่ผมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพราะมองว่าท่านเป็นคนที่ช่วยดูแลประเทศไทยได้เท่านั้นเอง เดี๋ยวเขาก็ดีกันเอง ไม่มีปัญหาอะไรหรอก’

เมื่อถามว่า วันนี้คาดหวังอะไรมากที่สุดกับการเมืองไทย นายสมคิด กล่าวทีเล่นทีจริงว่า ‘เลี้ยงหลานนานๆไง’ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ตนพูดเรื่องการเมือง ขอให้เขียนกันดีๆ อย่าไปเขียนอีกอย่างหนึ่ง

ตร.สอบ’ช่อ’โพสต์ไม่เหมาะสม

วันเดียวกันพล.ต.ท.ปิยะ อุทยาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)กล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช สส.บัญชีรายชื่อพรรคอนค.และโฆษกพรรคอนค.โพสต์รูปชุดครุยจุฬาในลักษณะที่ไม่เหมาะสมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจ รวมถึงหลายๆกรณีที่เกิดขึ้น ศปอส.ตร.ได้สั่งการไปยัง 3หน่วยงานให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว 1.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ตรวจสอบเฟสบุ๊ค อินสตาแกรมของ น.ส.พรรณิการ์ ว่าเข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ 2.ให้กองกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมีความผิดอาญาหรือไม่ และ3.มอบหมายให้ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) ดำเนินการตรวจสอบในกรณีดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวกับความมั่นคงหรือไม่ อย่างไร เบื้องต้นยังตอบไม่ได้ว่าผิดหรือไม่ผิด ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด รวมทั้งตรวจสอบเพื่อนที่อยู่ในรูปถ่ายด้วยว่า มีการกระทำความผิดหรือไม่ ถ้าผิดก็ดำเนินการไปตามกระบวนการกฎหมาย

“ศรีสุวรรณ”จ่อยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประเด็นล่อแหลมของช่อ-พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ภาพและข้อความจำนวนมากในเฟซบุ๊ก @Pannika Chor Wanich ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจไปในทางที่อาจเชื่อมโยงกับเรื่องของสถาบัน ทางด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟชบุ๊คว่า จะยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

จีนเชื่อมั่น‘ประยุทธ์’ ขนนักลงทุนเยือนไทย สานต่อด้านเศรษฐกิจ

จีนเชื่อมั่น‘ประยุทธ์’ ขนนักลงทุนเยือนไทย สานต่อด้านเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จีนเชื่อมั่น‘ประยุทธ์’

ขนนักลงทุนเยือนไทย

สานต่อด้านเศรษฐกิจ

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน มลฑลกวางตุ้ง เข้าพบประยุทธ์ พร้อมขน 200 นักลงทุนดาวรุ่งกระเป๋าหนักเยือนไทย ร่วมผลักดันความร่วมมือเชิงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน ทั้งยังไปแสดงความยินดี พปชร.ชนะเลือกตั้ง “อุตตม”บอกพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันที่ 10 มิถุนายน เวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายหลี่ ซี (H.E. Mr. Li Xi) สมาชิกกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลกวางตุ้ง เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยภายหลังการเข้าพบ นายสมคิดเปิดเผยว่า การที่นายหลี่ ซี นำคณะมาเยือนไทยกว่า 200 คน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นการให้เกียรติประเทศไทยมาก โดยมณฑลกวางตุ้งในตอนนี้ถือว่ามีระดับการพัฒนาสูงที่สุดของจีน เต็มไปด้วยผู้ประกอบการระดับดาวรุ่งของโลก ดังนั้น การที่เขาพาคณะมาในเมืองไทยขณะนี้ สื่อให้เห็นถึงความสำคัญของไทยกับทางมณฑลของเขา ที่สำคัญ ขณะนี้จีนกำลังผลักดันให้โครงการ Greater Bay Area (จีบีเอ) ซึ่งประกอบด้วย กวางตุ้ง ฮ่องกง มาเก๊า เป็นหัวหอกเชื่อมโยงอาเซียน และเชื่อมโยงกับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง(One Belt, One Road) การที่เขาหันมาครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีของไทย

“เขาเรียนกับนายกฯ ว่าให้ความสำคัญกับเมืองไทยมาก และอยากกระชับความสัมพันธ์ทั้งทางเศรษฐกิจทั่วไป เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และการลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยว ซึ่งผมคิดว่าขณะนี้ไทยอยู่ในจุดที่ดีมาก และเรื่องของเวทีต่างประเทศ เรามีสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและทุกประเทศ ฉะนั้น อยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี คนไทยจะได้รับประโยชน์” นายสมคิดกล่าว

เมื่อถามว่า จีนได้สอบถามเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลของไทยหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ทางจีนไม่ได้ถามอะไรที่เกี่ยวกับการเมืองของไทยเลย เขาไม่กังวลตรงนี้ และไม่ว่าการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร เขาก็เป็นมิตรและอยู่ข้างเราเสมอ ในส่วนของนโยบายนั้น เมื่อเราได้นายกฯ ก็สะท้อนถึงความต่อเนื่องของนโยบายและความแน่นแฟ้นของความสัมพันธ์ โดยวันนี้การหารือทุกอย่างชื่นมื่น พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากให้ทางจีนดูแลนักลงทุนและนักธุรกิจไทย รวมถึงฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีสีจิ้นผิงด้วย

พล.ท.วีรชนสุคนธปฏิภาครองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายกฯ ได้แสดงความชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนที่มีความใกล้ชิดผูกพันกันมาเป็นระยะเวลานานและชื่นชมความสําเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนตลอดจนแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ70 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีนี้และขอฝากความระลึกถึงไปยังประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจีนด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติทั้งด้านการค้าไทย– กวางตุ้งที่คิดเป็นประมาณร้อยละ30 ของมูลค่าการค้าไทย– จีนและยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกตามเป้าหมายการค้าที่ตั้งไว้ที่140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี2564 ด้านการท่องเที่ยวนายกรัฐมนตรีชื่นชมจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยจำนวนมากซึ่งนายหลี่ซีย้ำว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ชาวจีนชื่นชอบโอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะมีความร่วมมือด้านอื่นๆอย่างเป็นรูปธรรมได้แก่การศึกษาวิทยาศาสตร์นวัตกรรมและเทคโนโลยี

วันเดียวกัน ที่โรงแรมแซงกรี-ล่า กรุงเทพฯ นายหลี่ ซี สมาชิกกรมการเมืองพรรคคอมมิวริสต์จีนและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำมณฑลกวางตุ้ง พร้อมคณะ เข้าพบนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)และแกนนำพปชร เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับพรรคการเมือง โดย นายหลี่ ซี กล่าวว่า ในนามผู้แทนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขอขอบคุณที่ พรรคพลังประชารัฐเสียสละมาพบกับเรา และทราบมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญได้อย่างสมพระเกียรติ รวมไปถึงจัดการเลือกตั้งสำเร็จ และพรรคพลังประชารัฐได้รัยชัยชนะจึงขอแสดงความยินดีกับพรรคพลังประชารัฐ มา ณ โอกาสนี้

จากนั้น นายอุตตม ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือว่า เป็นการหารือความร่วมมือระหว่างสองพรรค ซึ่งทางเลขาพรรคคอมมิวนิสจีน ก็สนใจในการพัฒนาความสัมพันธ์ และ แลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกัน ในฐานะที่ พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เราได้แสดงความยินดี ที่ปีนี้พรรคคอมมิวนิสต์ก่อตั้งครบ 100 ปีส่วน ในขณะที่ พปชร.มีอายุ 6 เดือน แต่เราสามารถที่จะแลกเปลี่ยนความร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนโยบายของจีนก็สอดรับกับของเรา เช่น การที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ขับเคลื่อนแก้ปัญหาความยากจนอย่างกว้างขวาง การพัฒนาและสนับสนับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่ง พปชร.ก็ดำเนินนโยบายเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มตันที่ดี

อีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดคุย คือเรื่องเศรษฐกิจการค้า เพราะ พปชร.เป็นแกนนำร่วมกัยพรรคการเมืองอื่นๆตั้งรัฐบาล สานต่อนโยบายประเทศไทยและอื่นๆ โดยเฉพาะ โครงการ อีอีซี ซึ่งจีนให้ความสนใจและเป็นนโยบายหลักที่จะขับเคลื่อนและขยายผล รวมทั้ง ยกระดับการคมนาคม เช่้น ระบบราง ซึ่งไทย-จีน มีจุดเชื่อมต่อกันหลายจุด และเราจะได้ขยายผลในส่วนของความร่วมมือสองพรรคต่อไป

วิษณุเผย‘บิ๊กตู่’นายกฯเลือกตั้งคนแรก รับพระบรมราชโองการในทำเนียบฯ

วิษณุเผย‘บิ๊กตู่’นายกฯเลือกตั้งคนแรก รับพระบรมราชโองการในทำเนียบฯ

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 10.02 น.

วิษณุเผย‘บิ๊กตู่’นายกฯเลือกตั้งคนแรก รับพระบรมราชโองการในทำเนียบฯ

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับการรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯ จะรับพระบรมราชโองการภายในทำเนียบฯ หากไม่นับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้เข้ามาในสถานการณ์ปกติ เนื่องด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อเนื่องหลังจากที่เป็นมาแล้ว จึงได้ใช้ทำเนียบฯเป็นสถานที่รับพระบรมราชโองการได้ ต่างจากอดีตนายกฯคนอื่นๆ ที่ต้องรับพระบรมราชโองการนอกทำเนียบฯ เช่น พล.อ.สุจินดา คราประยูร ซึ่งรับพระบรมราชโองการที่บ้านพัก ส่วนการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมในพิธีด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ

“แต่บางสมัยตั้งโต๊ะรอแล้วก็ไม่ได้รับ เช่น สมัยที่นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ ซึ่งตอนนั้นผมเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพอดี ผมก็ไปรออยู่สถานที่แห่งหนึ่ง คือ ที่บ้านของ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์  ซึ่งได้มีการตั้งโต๊ะรออย่างดี ก็รออยู่ว่าทำไมยังไม่มา จนมารู้ภายหลังว่าขบวนของนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานรัฐสภาตอนนั้นได้ไปตั้งทัพอยู่ที่โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนลตัล ผมก็ยังนึกอยู่ว่านอกเส้นทางแล้ว ก็เลยกลับ แล้วเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็บอกผมว่าเมื่อกี้ที่เราเอาดอกไม้ไปแสดงความยินดีนั้น ขอให้เอากลับมา ผมก็แหวกคนไปดูกระเช้าปรากฏว่ากระเช้าเยอะมาก หากจะเอากระเช้าเรากลับมาคงไม่ได้แน่ เลยใช้วิธีดึงเอาเฉพาะนามบัตรของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกลับมาแทน เลยทำให้กระเช้าดังกล่าวกลายเป็นกระเช้านิรนามไปทันที เพราะไม่มีนามบัตรแล้ว” นายวิษณุ กล่าว

บทความพิเศษ : คนไทย ช่วยกันคิด จบชีวิต การเมืองน้ำเน่า

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากบทความในคอลัมน์นี้ เป็นเวลาเดือนเศษมาแล้ว เรื่อง “รัฐบาล (ฝ่ายบริหาร) ที่คนไทยต้องการ” ประกอบกับการเปิดสภาไปเมื่อเร็วๆ นี้ เราจะเห็นได้ว่า รัฐบาลที่เราต้องการ ได้แก่

รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ

รัฐบาลที่มีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

และ รัฐบาลที่มีผู้นำที่ดี

คงเป็นไปได้ยาก เพราะการเมืองน้ำเน่า กำลังวนเวียนมาอีก เหมือนในอดีต

อะไรคือ “การเมืองน้ำเน่า”

สิ่งต่อไปนี้ คือ การเมืองน้ำเน่า

1.มีการซื้อเสียงผู้ลงคะแนนในเขตเลือกตั้ง จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (electoral body) แต่ละคน

2.มีการหาเสียงที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง

3.มีการดูดเสียงกันด้วยวิธีต่างๆ

4.มีการต่อรองผลประโยชน์ ระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม

5.มีการแบ่งเค้กภายในพรรคเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึง
ความรู้ความสามารถ ในการใช้อำนาจบริหาร

6.มีงูเห่าเกิดขึ้นในพรรคต่างๆ ซึ่งอาจเกิดจากความไม่พอใจ หรือเกิดจากผลประโยชน์ที่ได้รับ

7.มีการแย่งตำแหน่งที่อยู่ในยุทธศาสตร์ที่จะหาเงินเข้าพรรค หรือเข้าตนเองได้

8.มีการใช้นโยบายประชานิยมอย่างรุนแรง

9.องค์กรเลือกตั้ง (electoral body) ผู้ที่จะเข้าไปใช้อำนาจจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้แก่ สส., สว. เพียง 750 คน จากฝ่ายนิติบัญญัติ นับว่าเป็นผู้มีผลประโยชน์ขัดแย้ง (conflict of interest) โดยตรง

10.คุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารแทนปวงชนชาวไทย ว่าจะต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม เป็นคนเก่ง ความรู้ดี ความสามารถดี ประสบการณ์สูง แข่งขันในเวทีโลกได้ เป็นผู้กล้ากล้าตัดใจ อยู่กับความถูกต้อง และขจัดคนไม่ดีออกไป กลายเป็นคุณสมบัติที่ไม่จำเป็น

11.การบริหารประเทศ จะไม่เข้ากับหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี (good governance) อีกต่อไป

12.รัฐบาลจะล้มลุกคลุกคลาน ไม่มีเสถียรภาพ การพัฒนาประเทศจะเป็นไปได้ยาก

และอื่นๆ อีกมาก จะดูได้จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม วันเลือกตั้ง และวันที่ 25 พฤษภาคม วันเปิดรัฐสภา เป็นต้นมา

ถ้าหากไม่ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ เข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจบริหาร เรื่องแย่งชิงตำแหน่ง และเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในความหมายของ “การเมืองน้ำเน่า” คงจะหมดไป

แล้วเราจะเอาใครมาเป็นผู้บริหารบ้านเมือง เข้ามาใช้อำนาจบริหาร แทนปวงชนชาวไทย

โปรดพิจารณา ที่ชาวบ้านลองร่างรัฐธรรมนูญ ในหมวดที่ว่าด้วยอำนาจบริหาร ดูบ้าง แล้วเอาไปเสียบในหมวด 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 หรือหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หรือหมวด 8 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ว่า “การเมืองน้ำเน่า” จะจบชีวิตไปจากประเทศไทย ไปโดยไม่ต้องมีสงครามกลางเมืองไหม

หมวด 7

คณะรัฐมนตรี

มาตรา 1 พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกันโดยยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ

ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีและจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปีมิได้

มาตรา 2 ให้นายกรัฐมนตรีมาจากการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยตรงและลับของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 4 (หรือองค์กรเลือกตั้งหัวหน้าฝ่ายบริหาร) โดยรายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งจากคณะกรรมการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 5 โดยมีประสบการณ์ความรู้ความสามารถที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ปราศจากผลประโยชน์ที่ขัดกันในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี

มาตรา 3 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นกรรมการ ทำหน้าที่ตามมาตรา 2 ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วแจ้งผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

ให้กรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกันเองให้กรรมการผู้หนึ่งเป็นประธานกรรมการ

ในกรณีที่ไม่มีกรรมการในตำแหน่งใด หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ากรรมการที่เหลืออยู่นั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้คณะกรรมการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีประกอบด้วยกรรมการที่เหลืออยู่

มาตรา 4 บุคคลที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1)มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะใช้ในการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยมีประวัติการทำงานบริหารงานหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนมาก่อน

(2)ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม

(3)เคยรับราชการหรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า

(4)เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการในบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมาไม่น้อยกว่าสามปี

(5)เคยดำรงตำแหน่งนักบริหารภาคประชากิจ เช่น จากสภาหอการค้า สมาคมวิชาชีพ สภาอุตสาหกรรม มูลนิธิที่ทำประโยชน์แก่สังคม องค์การอาสาสมัคร สมาคมทางศาสนา องค์กรที่ทำประโยชน์สาธารณะ ตามหลักเกณฑ์จะกำหนดมาไม่น้อยกว่าสามปี

มาตรา 5 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการแถลงนโยบายและวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างน้อยสองครั้งก่อนวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยให้มีการถ่ายทอดรายการสดผ่านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น และเปิดโอกาสให้มีการซักถามปัญหาจากตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนแจ้งความจำนงไว้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยผู้รับสมัครเลือกตั้งทุกคนต้องเข้าร่วมงานดังกล่าว มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิมิให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง

มาตรา 6 เมื่อครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีขึ้นแทนภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง

ระยะเวลาของบุคคลผู้ที่ได้รับการเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งเป็นไปตามมาตรา 1 วรรคสาม

หมายเหตุ ตัวเลขหลังคำว่าหมวด และมาตราต่างๆ เป็นตัวเลขสมมุติ เพื่อให้อ่านแล้วเชื่อมโยงกันได้

ขณะนี้ ทุกฝ่ายเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเทพ หรือพรรคมาร พรรคเหลืองหรือพรรคแดง รวมทั้งประชาชนทั่วไป การแก้หมวดที่ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี เพียงหมวดเดียว คงจะแก้ปัญหา เรื่องการเมืองน้ำเน่า ได้อย่างแน่นอน

ท่านผู้อ่านท่านใด มีข้อคิดเห็นสนับสนุนหรือไม่ เห็นด้วยในเรื่องนี้ โปรดส่งความเห็นของท่านมาในคอลัมน์นี้ได้ คือ คอลัมน์ “คนไทย ช่วยกันคิด จบชีวิต การเมืองน้ำเน่า”

ศิริภูมิ

 

วิษณุแจง‘นายกฯ-ครม.ชุดเดิม’ยังไม่หมดอายุ จนกว่าชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ

วิษณุแจง‘นายกฯ-ครม.ชุดเดิม’ยังไม่หมดอายุ จนกว่าชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 09.44 น.

วิษณุแจง‘นายกฯ-ครม.ชุดเดิม’ยังไม่หมดอายุ จนกว่าชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.62 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันเดียวกันนี้ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ว่า ไม่ใช่ เพราะจะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเสาหลักมีเรื่องที่ต้องไปเจรจา และต้องนำเข้าให้ ครม.เห็นชอบและนำเสนอ เพราะไม่รู้ว่าตั้งรัฐบาลจะตั้งได้เมื่อไหร่

“จนกว่าครม.ชุดใหม่จะมีพิธีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐบาลชุดนี้จึงจะหมดอายุลง แต่หากพอรู้ว่าจะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันไหน แม้จะยังไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ครม.ชุดนี้ก็คงจะหยุดการประชุมแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่รู้  เนื่องจากรัฐมนตรียังไม่โผล่มาสักคนเลย ยังทำพิธีกรรมไม่เสร็จ ดังนั้น ครม.ชุดนี้จะต้องดำเนินการในส่วนที่เป็นปัญหาของประเทศที่คั่งค้างกันอยู่” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนยังคงเป็น พล.อ.ประยุทธ์  ที่ทำหน้าที่เจ้าภาพใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำหน้าที่ในฐานะนายกฯเก่า หรือนายกฯใหม่ ไม่ได้แตกต่างอะไร แต่นายกฯใหม่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็ทำหน้าที่ไม่ได้ และแม้จะถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วก็ไปทำอะไรที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้  ซึ่งการเข้าร่วมประชุมระหว่างประเทศนั้น อาจจะมีส่วนที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งอาจผูกมัดประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นายกฯคนเดิมสามารถทำหน้าที่ จนถึงวันที่ ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ถือว่าเป็นสีสันในทางการเมืองอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ผมว่าสิ่งสำคัญคือ เราเห็นร่วมกันว่ามาขับเคลื่อนประเทศด้วยกัน เราเป็นทีมเดียวกันแล้ว ส่วนการเจรจามันมีเป็นปกติ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าเดี๋ยวก็มีข้อยุติ”

นายอุตตม สาวนายน

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
 
..........................................................
 
11 มิถุนายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน