*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5575
  • จำนวนผู้ชม : 3354875
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มิถุนายน 2019 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 355 , 08:06:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นักการเมืองหญิงของไทยที่เป็น 'ตัวชูโรง' อยู่ในพรรคต่างๆมากหน้าหลายตาอยู่นะครับ ทั้งหน้าใหม่หน้าเก่า เช่น พรรคเพื่อ

ไทยก็มี 'หญิงหน่อย' คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคปชป.มีหลายคนเหมือนกัน แต่ที่มีผลงานโดดเด่นเจี๊ยวจ๊าวในสภามาแล้วก็

ได้แก่ มัลลิกา บุญมีตระกูล แล้วทางอนาคตใหม่ที่กำลังมาแรงแซงดะ คือ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ 'ช่อ' แล้วมีแรงสะท้อนจนกลาย

เป็คู่ปรับอยู่ในพรรคพปชร.ที่ตามจิกไม่ปล่อย คือ น.ส.ปาวีณา ไกรคุปต์  ทุกคนล้วน 'จัดจ้าน' ไม่มีใครยอมใครด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งจะว่า

เป็นสีสันของการเมืองก็ว่ากันไปเถิดครับ

 

ผบ.ทบ. รออยู่ ... 

 

ไทยฝนตกต่อเนื่อง!เตือน6จว.รับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

ไทยฝนตกต่อเนื่อง!เตือน6จว.รับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 07.19 น.

12 มิ.ย.62 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก ราชบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งในระยะ 1-2 วันนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน และประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

จากวันนั้น...ถึงวันนี้ กว่าจะมาเป็น ‘บิ๊กตู่’ ไม่ง่ายอย่างที่คิด

จากวันนั้น...ถึงวันนี้ กว่าจะมาเป็น ‘บิ๊กตู่’ ไม่ง่ายอย่างที่คิด

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 14.30 น.

ผ่านมาแล้ว 4 ปี กับการบริหารประเทศไทยโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “บิ๊กตู่” นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ล่าสุด "บิ๊กตู่" ก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีก 1 สมัย ซึ่งเส้นทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ “บิ๊กตู่” นั้นกว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย

สำหรับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2497 ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายของพันเอก(พิเศษ) ประพัฒน์ จันทร์โอชา และเข็มเพชร จันทร์โอชา มารดาซึ่งรับราชการครู ได้สมรสกับ รศ.นราพร จันทร์โอชา หรืออาจารย์น้อง

ปี พ.ศ.2504-2513  ได้สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสหะกิจวิทยา จ.ลพบุรี ต่อมาได้ไปศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี เป็นเวลา 1 ปี และย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กทม.  จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนสมัครเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23

ปี พ.ศ.2519-2545 หลังจบจากรั้วโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในปี พ.ศ. 2519 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับราชการครั้งแรกในยศร้อยตรี ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหน่วย "ทหารเสือราชินี" และได้ผ่านการอบรมหลักสูตรทางทหารต่างๆ เช่น หลักสูตรจู่โจม (เสือคาบดาบ) รุ่นที่ 39

 

 

หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 94 และหลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 63 ก่อนได้ขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมฯ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. 2546

ปี พ.ศ.2545-2550 ในปี พ.ศ. 2548 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับตำแหน่งเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในปีถัดมา

ปี พ.ศ.2551-2556 ในปี พ.ศ. 2553 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 37 ของกองทัพบกไทยในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม และพัฒนากองทัพบกเพื่อให้สมกับที่เป็นสถาบันหลักในการรักษาเสถียรภาพและอธิปไตยของชาติ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และดูแลความปลอดภัย ช่วยเหลือประชาชนคนไทยในยามที่ได้รับความเดือดร้อน 

ปี พ.ศ.2557 ตลอดระยะเวลาการทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หลังจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชน 2 กลุ่มที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวจนเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม และเพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรักความสามัคคี ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองและบริหารประเทศ

 

 

2558 – ปัจจุบัน “คำมั่นสัญญา”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับหน้าที่ผู้นำประเทศเพื่อสร้างความปรองดอง ยุติความขัดแย้งแตกแยก ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และเสถียรภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และนำพาประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง โดยมุ่งมั่นอุทิศตนในการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ ซึ่งถือเป็นคำสัญญาสำคัญที่ท่านได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในระยะสั้น ได้เร่งเสริมสร้างความสามัคคีและแก้ไขปัญหาที่ทำให้การเดินหน้าทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก เช่น ปัญหาแรงงาน ปัญหาประมง

ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร นอกจากนี้ยังเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศ ปรับปรุงมาตรการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเตรียมการให้ประเทศกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างเหมาะสม ซึ่งมีความสำคัญต่อการวางรากฐานการพัฒนาประเทศต่อไป

 สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในระยะยาว ได้ผลักดันการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศไทยไปสู่อนาคต และมีแนวปฏิบัติชัดเจน ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยมุ่งให้ประเทศมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ความเหลื่อมล้ำลดลงต่อเนื่อง ธุรกิจและประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันสูง บุคลากรมีคุณภาพและเป็นคนดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และภาครัฐสามารถบริหารประเทศและบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศเติบโตไปได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

วันนี้ (11 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 ลำดับที่ 30 อีกสมัย ซึ่งเราต้องมาดูกันต่อไปว่าอีก 4 ปีต่อจากนี้ไป "บิ๊กตู่" จะบริหารประเทศไปในทิศทางไหนต่อไป

‘บิ๊กตู่’โดดเคลียร์ปิดดีลพรรคร่วม รื้อโผ‘สามมิตร’ส่งคุม‘พลังงาน-ยุติธรรม’

‘บิ๊กตู่’โดดเคลียร์ปิดดีลพรรคร่วม รื้อโผ‘สามมิตร’ส่งคุม‘พลังงาน-ยุติธรรม’

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 07.30 น.

ยืนดีลเดิม!“บิ๊กตู่”ลงเคลียร์ปัญหาจัดทัพ ครม.เอง “บิ๊กป้อม–สมคิด–วิษณุ”รองนายกฯ “บิ๊กป๊อก”มท.1 ขณะที่“สามมิตร”คว้า“พลังงาน–ยุติธรรม” ส่วน 4 อดีตแกนนำ พปชร.นั่งเสนาบดีต่อครบ ด้าน“ปชป.”ได้“พาณิชย์-เกษตรฯ-พัฒนาสังคมฯ”ตามเดิม ด้าน“ภท.”เป็นไปตาม“เสี่ยหนู” คว้า“คมนาคม– ท่องเที่ยว– สาธารณสุข”

12 มิ.ย.62 มีความคืบหน้าในการจัดโผคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยแหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น ได้เข้าเคลียร์ปัญหาการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ โดยเมื่อวานนี้(11 มิ.ย.62) ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯตั้งแต่เวลา 15.40 น. เพื่อเคลียร์ปัญหาภายในพรรค พปชร.ก่อน จากนั้นจึงไปเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล

แหล่งข่าว ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้คุยกับแกนนำพรรค พปชร. ที่นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และกลุ่มสามมิตร ซึ่งลงตัวที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร จะนั่ง รมว.พลังงาน , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม , นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอนุชา นาคาศัย รมช.คลัง

ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจองเก้าอี้ รมว.พลังงาน แต่หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าเคลียร์ปัญหามีการเสนอให้ไปนั่ง รมว.ศึกษาธิการ แทน ส่วนอดีต 4 รัฐมนตรีนั้น นายอุตตม สาวนายน จะนั่ง รมว.คลัง , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.อุตสาหกรรม , นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นอกจากนี้ยังมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.แรงงาน และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม

ขณะที่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในโควตาพรรค พปชร. ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม , นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ , นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลค่อนข้างชัดเจนแล้ว ว่า พรรค พปชร. ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้กลับไปใช้ดีลเดิม ที่มีการเจรจาตั้งแต่ต้น แต่บางส่วนยังไม่มีความชัดเจนในส่วนของรายชื่อบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประกอบด้วย “พรรคประชาธิปัตย์” ได้รับการจัดสรร 8 ตำแหน่ง โดยมีบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ 7 คน แบ่งเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” 1 ตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการ” 3 ตำแหน่ง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ “รัฐมนตรีช่วยว่าการ” 4 ตำแหน่ง คือ รมช.มหาดไทย , รมช.คมนาคม , รมช.ศึกษาธิการ และ รมช.สาธารณสุข

ด้าน “พรรคภูมิใจไทย” ได้รับการจัดสรร 8 ตำแหน่ง โดยมีบุคคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ 7 คน แบ่งเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” 1 ตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการ” 3 ตำแหน่ง คือ กระทรวงคมนาคม , กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “รัฐมนตรีช่วยว่าการ” 4 ตำแหน่ง คือ รมช.มหาดไทย , รมช.เกษตรและสหกรณ์ , รมช.พาณิชย์ และ รมช.ศึกษาธิการ

ในส่วน “พรรคชาติไทยพัฒนา” ได้รับการจัดสรร 2 ตำแหน่ง คือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ รมช.เกษตรและสหกรณ์

ขณะที่ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” ได้รับการจัดสรรในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ

ส่วน “พรรคชาติพัฒนา” ได้ตำแหน่ง รมช.อุตสาหกรรม

...................................................

‘บิ๊กตู่’เวอร์ชั่นใหม่!รับปากพรรคร่วม ต่อไปจะทำงาน‘ใจเย็นๆ’

‘บิ๊กตู่’เวอร์ชั่นใหม่!รับปากพรรคร่วม ต่อไปจะทำงาน‘ใจเย็นๆ’

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 07.02 น.

‘บิ๊กตู่’เวอร์ชั่นใหม่!รับปากพรรคร่วม ต่อไปจะทำงาน‘ใจเย็นๆ’

12 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(11 มิ.ย.62) หลังพิธีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกล่าวทักทายกับตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยสนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 จากนี้จะทำงานอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนช่วยกัน และตนยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกคน

ทั้งนี้ หนึ่งในตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล ได้กล่าวให้กำลังใจนายกฯ พร้อมขอให้ใช้ความใจเย็นในการทำงานหลังจากนี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า “รู้อยู่แล้ว ตัวเองใจเย็นอยู่แล้ว”

ขณะที่บรรยากาศการพูดคุย เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการคุยนอกรอบ และไม่มีการพูดเรื่องโควตารัฐมนตรีแต่อย่างใด

'ต่อตระกูล'ยกเคส'ช่อ พรรณิการ์' ชี้ทำสิ่งใดย่อมได้รับผลกรรมนั้น

'ต่อตระกูล'ยกเคส'ช่อ พรรณิการ์' ชี้ทำสิ่งใดย่อมได้รับผลกรรมนั้น

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 07.51 น.

12 มิ.ย.62 นายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า รูปฮิต ที่สุดและมีคนกล่าวถึงมากที่สุดในวันสองวันนี้ เป็นรูปนิสิตสวมเสื้อครุยวันรับพระราชทานปริญญา ถ่ายรูปหมู่โดยมีนิสิตคนหนึ่งยกรูปในหลวง รัชกาลที่9 แล้วใช้อีกมือชี้ คนอื่นๆทำท่าเท้าคาง

ที่สำคัญมีภาพนักการเมืองหญิงปัจจุบันที่มีพลังอำนาจและผู้สนับสนุนถึง 6 ล้านคนอยู่ในภาพนี้ และเป็นผู้เผยแพร่ภาพนี้เองเมื่อ4-5 ปีที่แล้วร่วมอยู่ด้วย !

จำต้องขอนำบทความนี้ กลับมาให้อ่านกัน คิดกัน อ่านแล้วขอให้ทำจิตของเราให้สงบ อย่าให้ความโกรธ ความเกลียด เกิดขึ้นในตัวเรา เพราะอารมณ์นี้จะกลับมาเผาผลาญจิตใจเรา

เขาผู้ใดทำสิ่งใดย่อมได้รับผลกรรมนั้นๆเองอยู่แล้ว แน่นอน

"สมัยผมเป็นเด็ก บนกำแพงบ้านของคนจีนแทบทุกครอบครัวติดรูปถ่ายของบุคคลสองคนที่พวกเขานับถือสูงสุด หนึ่งคือรูป ดร. ซุน ยัต เซน บิดาแห่งประเทศจีน หนึ่งคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บิดาแห่งประเทศไทย

ชาวจีนโพ้นทะเลซึ่งมาพึ่งร่มบุญของเมืองไทยถือว่าที่นี่เป็นแผ่นดินซึ่งให้ชีวิตใหม่แก่พวกเขา จนสามารถลืมตาอ้าปาก สร้างตัวขึ้นได้จากศูนย์ พวกเขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อบ้านใหม่ และสำนึกคุณของเจ้าแผ่นดินผู้ทรงทำทุกอย่างเพื่อแผ่นดินนี้

ผมโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ โตมากับภาพในหลวงของเราทรงงานไปทั่วทุกสารทิศ ทุกดินแดนทุรกันดาร เคยนึกสงสัยว่าทำไมเจ้าแผ่นดินต้องทรงงานหนักกว่าข้าแผ่นดิน รูปถ่ายในหลวงบนผนังบ้านคนทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นฝาไม้กระดานเก่าคร่ำคร่าหรือผนังหินอ่อนบ่งบอกว่ามีอะไรลึกซึ้งกว่าแค่รูปถ่ายบนผนัง รูปถ่ายในหลวงบนฝาผนังเป็นสัญลักษณ์ของความดีงามทุกอย่างเกี่ยวกับแผ่นดินนี้

เมื่อเรียนจบ ผมได้งานที่ต่างประเทศ ผมบอกพ่อว่าจะไม่เข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตร เพราะบริษัทที่ต่างประเทศจะไม่รอผมหากไปช้า พ่อบอกว่า “ช่างมันเรื่องงาน แต่แกต้องรับปริญญาจากในหลวง”

ตลอดชีวิตพ่อแทบไม่เคยจากบ้านที่ต่างจังหวัดไปไหน แต่พ่อยอมทิ้งงานและรายได้เพื่อเป็นประจักษ์พยานลูกรับปริญญาจากพระหัตถ์ของเจ้าแผ่นดิน

………….

กาลเปลี่ยน โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน โลกาภิวัตน์ บริโภคนิยม และธุรกิจการเมืองเข้ามาแทนที่โลกเดิม ความคิดอ่านของคนจำนวนหนึ่งถูกครอบงำด้วยความโลภและมิจฉาทิฐิ พวกเขาสามารถแทะทำลายแผ่นดินเกิดของตนได้อย่างไม่สะทกสะท้าน พวกเขาลืมไปแล้วว่าสร้างตัวและมีตัวตนขึ้นมาได้อย่างไร

บางครั้งเมื่อได้ยินหลายคนพูดเรื่องหลักการ สังคมอุดมคติ ที่ ‘ถูกต้องกว่า’ ผมอดถามไม่ได้ว่าเราคิดยากเกินไปหรือไม่ สิ่งที่คนไทยทุกคนทำได้ก็เหมือนกับชาวจีนอพยพผู้มาตั้งหลักแหล่งในเมืองไทย คือหลักการเพียงวลีเดียว ‘มีคุณต้องทดแทน’ ง่ายๆ เช่นนั้น

แผ่นดินนี้ให้ทุกอย่างแก่เรา มอบข้าวทุกเมล็ด น้ำทุกหยด เราจึงแทนคุณแผ่นดินเกิดของเรา ง่ายๆ เช่นนั้น

สิ่งที่เราทำได้ไม่ใช่อะไรซับซ้อน แค่ไม่ทำร้ายแผ่นดินที่เราถือกำเนิด เราไม่จำเป็นต้องสร้างสรรค์สิ่งยิ่งใหญ่ แค่ทำเรื่องเล็กๆ เช่น ไม่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ไม่ขายเสียง เมื่อเลือกตั้งก็คัดกรองคนดีที่สุดเท่าที่มีไปทำงานแทนเรา ว่างๆ ก็สังเกตสักนิดว่าแผ่นดินของเราสบายดีหรือเปล่า มันเจ็บป่วยหรือเปล่า มันบาดเจ็บเพราะเราหรือเปล่า

เหล่านี้ก็คือสิ่งที่ในหลวงทรงทำมาตลอดพระชนม์ชีพ

และมันก็คือสิ่งที่เราช่วยกันทำต่อไปได้เพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน

………….

9 มิถุนายน 2559

70 ปีแห่งการเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ

วินทร์. เลียววาริณ

 
 
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.

‘ฉ้อ’ กับ ‘ช่อ’

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ตลอดจนด่าทอ ช่อ-นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ว่า

“ตอนเราเด็ก เราก็คิดอย่างเด็ก พอเราโตเราคิดอย่างผู้ใหญ่ ทำไมต้องถอยหลังไปเล่นงานตอนเขาเป็นเด็กเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เพื่ออะไร?”

ผมเคยแสดงความคิดเห็นไว้หลายครั้งว่า บุคลากรในสถาบันตุลาการที่ยังทำงานอยู่ ไม่พึงออกมาแสดงความคิดเห็นอะไรแบบนี้ ควรไปมีความเห็น “ในกระบวนการ” ของคุณมากกว่า และคุณปรเมศวร์ก็มักแสดงความเห็นในหลายกรณีที่ทำให้คนในสังคมไม่ค่อยแน่ใจว่า “บุคลากรในสถาบันตุลาการ” มี “ดุลพินิจ” ที่สังคม “ฝากความหวัง” ให้ทำหน้าที่ “ตัดสิน-พิพากษา” ได้อย่างเที่ยงธรรมจริงหรือไม่ ในเรื่องนี้ก็ให้ผู้คนเขาวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไป ว่าความเห็นของคุณปรเมศวร์ใช้ได้หรือ “ใช้ไม่ได้”

แต่ประเด็นหลักของบทความนี้คือการพูดถึงการ “แก้ตัว” หลังมีภาพช่อกับเพื่อนๆ นำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และตราสัญลักษณ์ ตลอดจนพระปรมาภิไธยย่อ ฯลฯ ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ไปประกอบการถ่ายภาพของเธอ ด้วยกิริยาที่ไม่เหมาะสม ด้วยถ้อยคำที่ต้อง “ตีความ”

วันที่ 9 มิ.ย. 2562 น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Pannika Chor Wanich ชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏภาพงานรับปริญญาของเจ้าตัว ก่อนถูกนำไปโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และถูกโจมตีอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ ว่า

“ทำไมภาพนั้น “ไม่ควรมีคำบรรยาย” ?

เมื่อวานมีเพจเฟซบุ๊คที่ทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ให้แก่ คสช. กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์

ช่อขออธิบายดังนี้ว่า ตอนนั้นเป็นยุคหลังรัฐประหาร 2549 และมีกระแสการกล่าวหาผู้คนว่าไม่จงรักภักดีเกิดขึ้นไปทั่วทั้งในโลกอินเตอร์เนตและในโลกแห่งความเป็นจริง ช่อกับเพื่อนๆ เติบโตมาในบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองเช่นนี้

พวกเราในฐานะนักเรียนรัฐศาสตร์ ก็เฝ้าติดตามปรากฏการณ์เหล่านี้ด้วยความกังวลอย่างมาก บ่อยครั้งการนำเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้โจมตีทางการเมือง แบ่งฝักฝ่ายในหมู่ประชาชนให้เกลียดชังกัน หรือบานปลายไปถึงขั้นล่าแม่มดกัน ก็กลายเป็นความขื่นขันตลกร้าย

หลังรัฐประหาร 2549 เป็นเรื่องง่ายมากที่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี และเป็นเรื่องง่ายมากที่จะจัดการใครให้ติดคุกเพียงมีคน
ชี้หน้าเขาว่าไม่จงรักภักดี

การสร้างความเกลียดชังแบบนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายในหัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่เติบโตมาในยุคหลังรัฐประหาร กระทั่งบางครั้งกลายเป็นสิ่งที่เรานำมาคุยล้อกันเพื่อสะท้อนความขื่นขันในโศกนาฏกรรมทางการเมืองของไทย

นี่คือ “ข้างหลังภาพ” ที่บอกว่า “ไม่ควรมีคำบรรยาย”

เราจะบรรยายอย่างไรได้บ้างในยุคสมัยที่วันหนึ่งอาจมีคนมาชี้หน้ากล่าวหาว่าคุณมันไม่จงรักภักดี และดังนั้น คุณต้องติดคุกหรือออกจากประเทศนี้ไป

ช่อยอมรับว่าภาพการประชดล้อเลียนกระแสความเกลียดชังจากการล่าแม่มดของนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก รวมถึงภาพๆ นี้ ดูไม่เหมาะสม และต้องขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนที่เห็นภาพนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ

แต่สิ่งที่ช่ออยากให้ทุกท่านตระหนักเช่นกัน คือสังคมการเมืองไทยกำลังทำให้คนหนุ่มสาวในรอบสิบกว่าปีมานี้เติบโตมาพร้อมคำถามมากมายกับการใช้สถาบัน
พระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายล้างกัน

ช่อและเพื่อนๆ เชื่อในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พวกเราอยากเห็นระบบรัฐสภาที่ยึดโยงกับเสียงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และมีสถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคง ไม่ใช่การเมืองที่แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้รัฐประหารและทำลายล้างคู่แข่งทางการเมืองกันบ่อยครั้ง

วันนี้ช่อไม่ใช่นิสิตแล้ว แต่เป็นนักการเมือง เวลาผ่านไปเกือบทศวรรษ ทว่าสภาพการเมืองไทยก็แทบไม่เปลี่ยนไปเลย

ขอร้องเถอะค่ะ ว่าอย่านำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาโจมตีกันทางการเมืองอีกเลย รวมถึงขอร้องให้ผู้ที่ตามขุดคุ้ยเพื่อนของช่อทุกคนในรูป ยุติการกระทำดังกล่าว อย่าให้พวกเขาเดือดร้อนเพียงเพราะเป็นเพื่อนของนักการเมืองคนหนึ่ง

คำขอร้องนี้ไม่ใช่เพื่อตัวช่อเอง แต่เพื่ออนาคตที่มั่นคงยั่งยืนของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งหลายคนมักนำสถานะของสถาบันฯ มา
รับใช้ตัวเอง เพียงเพื่อหวังทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของตน โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนทางการเมืองที่ต้องสูญเสียไป”

ขออธิบายดังนี้นะครับ

1) อย่าตะแบงเลยครับช่อ การอ้างว่าหลังการรัฐประหารปี 2549 มีกระแสการกล่าวหาคนไม่จงรักภักดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่อไม่เห็นด้วย ไม่ควรนำสถาบันมาเป็นเครื่องมือ
เล่นงานกันทางการเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นไม่ได้เป็น “ความชอบธรรมใดๆ” ที่ช่อกับเพื่อนจะเอาพระบรมฉายาลักษณ์และสัญลักษณ์ต่างๆ มาล้อเล่น มาแสดงกิริยาดังปรากฏในภาพ เข้าใจไหมเธอ?

2) ก่อนและหลังการรัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา ถ้าไม่หูหนวกตาบอด หรือใจปิด ก็จะเห็นว่า การชุมนุมหลายครั้ง โดยเฉพาะของฝ่าย นปช. มีการจาบจ้าง กล่าวหาสถาบันทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เกิดวาทกรรมไพร่อำมาตย์ เกิดคำพูดของ ก่อแก้ว พิกุลทอง เรื่อง รูปที่มีทุกบ้าน ฯลฯ ช่อก็ไม่เคยตำหนิ ว่า อย่าเอาสถาบันมาสร้างเงื่อนไข เฉพาะในการรัฐประหารของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มีการอ้างถึงสาเหตุเรื่องการจาบจ้วงสถาบันอยู่จริง แต่เป็นข้อท้ายๆ ไม่ใช่ข้อหลัก ข้อหลักๆ คือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่อควร “รู้สึก” ก่อนเรื่องใดๆ

3) ที่เธอบอกว่า “...การสร้างความเกลียดชังแบบนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายในหัวของคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่เติบโตมาในยุคหลังรัฐประหาร กระทั่งบางครั้งกลายเป็นสิ่งที่เรานำมาคุยล้อกันเพื่อสะท้อนความขื่นขันในโศกนาฏกรรมทางการเมืองของไทย...” ผมก็มีลูกศิษย์มากมายที่อยู่ในวัยนั้น แต่ไม่เห็นเขามีสันดานและการกระทำเยี่ยงช่อและเพื่อนๆ การจะวิจารณ์เรื่องดึงสถาบันมาใช้ในทางการเมืองนั้นทำได้ และควรทำ ผมเองก็ย้ำเตือนอยู่เสมอว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง ไม่ควรมีใครใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัว แต่จำเป็นไหม ที่ต้องนำพระบรมฉายาลักษณ์และสัญลักษณ์อื่นๆ มาประกอบการสื่อสารในเรื่องนี้

4) ที่เธอบอกว่า “...ขอร้องให้ผู้ที่ตามขุดคุ้ยเพื่อนของช่อทุกคนในรูป ยุติการกระทำดังกล่าว อย่าให้พวกเขาเดือดร้อนเพียงเพราะเป็นเพื่อนของนักการเมืองคนหนึ่ง...” ก็ไม่ใช่อีก เขาไม่ได้ตามขุดคุ้ยหาตัวคนเหล่านั้นในฐานะที่เป็น “เพื่อนของนักการเมือง” แต่เขาหาตัวในฐานะ “ผู้ร่วมกระทำ” ไม่งงนะ ช่อนะ

5) ถึง “ช่อ” และ “พ่อ” ของเธอ

ฉันเข้าใจเธอนะ เธอคือมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีสิทธิจะคิด มีสิทธิจะรัก มีสิทธิจะเลือก ซึ่งไม่จำเป็นต้องคิด รัก และเลือก เหมือนที่ฉันหรือคนอื่นๆ คิด แต่สิ่งที่เธอกับพ่อของเธอต้องรู้คิดก็คือ บนความไม่เหมือนกันนั้น มัน “เคารพ” กันได้

“พ่อของแผ่นดิน” ไม่ควรเป็นเรื่องสนุกของเธอและพ่อของเธอ เหมือนที่ “พ่อของเธอ” ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกของฉัน ฉันเคารพและเทิดทูน “ในหลวง” ของฉัน เพราะสิ่งที่ท่าน “ทรงทำ” ไม่ใช่ฐานันดรศักดิ์ที่ท่าน “ทรงมี”

ตาของฉันไม่บอด ใจของฉันไม่ปิด ฉันมีชีวิตบนแผ่นดินที่รู้และเห็น ว่าท่านทรงทำนุบำรุง ช่วยเหลือ และห่วงใยอย่างไร แม้โลกทั้งโลกยังประจักษ์ นำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาของ “ในหลวงของฉัน” ไปใช้ดับทุกข์ให้ประชาชนในหลายประเทศ

ไม่มีใครสอนเธอใช่ไหม ไม่มีใครบอกเธอใช่ไหม เธอโตมากับเสื้อที่มีตราค้อน-เคียว ของพ่อของเธอเท่านั้นใช่ไหม

ฉันสงสารเธอ เธอมีพ่อแบบนั้น เธอโตมากับโลกใบนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอต้องอยู่ในโลกใบเดียวกับฉัน และคนอื่นๆ เธอต้องเดินออกจาก “โลกที่พ่อของเธอสร้างให้” แล้วฝึกนิสัย สันดาน การวางตัว ที่จะอยู่ร่วมโลกกับคนอื่นๆ เขา อย่างที่มนุษย์อยู่กับมนุษย์ที่แตกต่างหลากหลาย ไม่ใช่เหมือนที่อยู่กับพ่อของเธอ เพราะโลกใบนี้ ประเทศนี้ ไม่ใช่ใบที่พ่อเธอสร้าง และบอกกับเธอ

หากไม่เคยมีใครเอารูปพ่อของเธอ มาถือ มาชี้หน้า มาล้อเลียน ให้ตลกขบขัน เธออย่าทำเช่นนั้นกับ “ในหลวงของฉัน” เข้าใจไหมเธอ

หากเธอหมกมุ่นกับเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม เธอเรียกร้องการยอมรับและเคารพกัน แม้คิดต่างกัน

เธอได้ปฏิบัติต่อคนอื่นๆ ด้วยสิ่งนั้น ดีพอหรือยัง หรือแค่พูดไปให้สวยงาม แต่ไม่เคยนำมาปฏิบัติกับคนอื่นๆ เลย

 

‘พี่คนดี’ร่ายกลอน เตือน!!‘อย่าเผลอไผล หลงผิด พวกขี้ขลาด ตอแหล’

‘พี่คนดี’ร่ายกลอน เตือน!!‘อย่าเผลอไผล หลงผิด พวกขี้ขลาด ตอแหล’

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 19.32 น.

11 มิ.ย. 62 เพจเฟซบุ๊ก P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์ข้อความพร้อมบทกลอน ยกเนื้อหาชวนคิดสะกิดใจว่า ตอน สส ปารีณา ด่า อีช่อย์ มีบางคนก็ด่า สส ปารีณา กันใหญ่ แต่ตอนนี้ พฤติกรรม อีช่อย์ ปรากฏชัด บางคนกลับเงียบ ๆ ไม่ด่า อีช่อย์สักนิด มันหมายความว่าอย่างไร ? ถามใจตัวเองดู

เห็นแท็กปั่น “เซฟพันธุ์อีกา” ขึ้นถึงอันดับหนึ่ง แต่ไม่ค่อยเห็นใคร มาช่วย แถแก้ตัวให้ สักเท่าไรนัก เห็น มีอยู่อันหนึ่งที่บอกว่า ‘ทำไมต้องถอยหลังไปเล่นงานเรื่องที่ผ่านมา 9 ปี’ ไม่ใช่นะครับ ที่เขาคร็อบมาให้ดูนั้น ไม่ได้มีมีแค่รูปรับปริญญาเมื่อ 9 ปีที่แล้ว แต่ยังมีอีกมากมายหลายรูป หลายเรื่อง อาจเรียกได้ว่า บางคนและเพื่อนฝูง ค่อนแคะสถาบัน คงเส้นคงว่า มาตลอดหลายปีมากกว่า นะครับ เรื่องล่าสุด อยู่ในช่วง อุ่นไอรัก นี่เอง แม้ในปัจจุบัน จากท่าทีที่โพสต์ ก็ดูเหมือนยังไม่สำนึก ตอนแรกว่า จะรวบรวมมาให้ดู แต่เห็นมันมีอยู่อยู่เต็มโซเชียลจนน่าจะชัดเจนแล้วนะครับ ถ้าแถเถียงได้ก็เชิญแถเถียงกันไป แต่ถ้าเถียงไม่ได้ ก็จงเลิกสนับสนุนคนพวกนี้ได้แล้ว ใครยังไม่เลิกสนับสนุนคนพวกนี้ พอจะบอกได้ไหมครับว่า เป็นพวกเดียวกัน

ไม่ผิดที่จะคิดต่าง แต่น่าจะผิดที่มาตอแหลว่าคิดไม่ต่าง เพื่อขอคะแนนเสียง แล้วก็อ้างคะแนนเสียงนั้น เก่งกล้าจริงก็ แสดง เจตนารมณ์ที่แท้จริงออกมา ให้ชัดๆไป เลย แล้วดูว่าจะเหลือเท่าไร 
อย่ามาหลอกคนที่ไม่ทราบเจตนาของพวกท่าน ให้หลงผิดไปร่วมด้วย

ใครที่ต้านเผด็จการเฉย ๆ อย่าหลงผิดไปกับคนพวกนี้เลยครับ ส่วนใครที่คิดต้านเจ้าด้วย ก็อย่าหลงผิดไปกับ คนพวกนี้ เช่นกัน เพราะ พวกนี้ สุดแสน จะตอแหล และขี้ขลาดครับ

220/2019 “เผลอไผล” “มีใจ” หรือ “ตั้งมั่น”

พวก “เผลอไผล” ไปชื่นชม พวกล้มโค่น 
ตกบันได พลอยโจน พอแก้ไข
ยังไม่สาย จงยอมรับ แล้วกลับใจ 
เป็นคนไทย ไม่คลุ้มคลั่ง ชังราชา

พวก “มีใจ” ใฝ่นิยม พวกล้มโค่น 
เลิกด่าว่า พวกข้า “โหน” ได้แล้วหนา
อย่าทำเป็น ไม่เห็นเหตุ เจตนา 
ที่มันแทบ จะทิ่มหน้า อยู่แล้วเอย

พวก “ตั้งมั่น” ในจริต คิดล้มโค่น 
สมคบโจร อย่า “แกล้งงง” จงเปิดเผย
ให้รู้ไป ว่าคนไทย จะชมเชย 
หรือจะเกลียด เหยียดเย้ย เสยปลายคาง

P.khondee
11/6/2562

 

หน้าแรก / การเมือง

'4กุมาร'มาครบ!!! เปิดโผครม.'บิ๊กป้อม'ยังอยู่-พปชร.เสียเหลี่ยมวืดกระทรวงหลัก

'4กุมาร'มาครบ!!! เปิดโผครม.'บิ๊กป้อม'ยังอยู่-พปชร.เสียเหลี่ยมวืดกระทรวงหลัก

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 20.30 น.

"บิ๊กตู่”นัดถก “ภท.-ปชป.”เคาะสรุปกระทรวง พรุ่งนี้  (12 มิ.ย.)นี้  ด้าน “พลังประชารัฐ" วืดกระทรวงหลัก เสียเหลี่ยมให้พรรคร่วม  คาดค่ำนี้เคาะครม.ลงตัว ขณะที่“4 กุมาร”มาครบ ขณะที่ “สมศักดิ์” สามมิตรลุ้นนั่ง รมว.ยุติธรรมหรือศึกษาธิการ

11 มิ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า วันนี้เมื่อเวลา 16.00 น.หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับสนองบรมราชองค์การโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมระดับแกนนำคนสำคัญที่เซฟเฮ้าท์แห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)เนื่องจากขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ไม่สามารถดึงกระทรวงด้านเศรษฐกิจอย่าง  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และกระทรวงคมนาคม กลับมาอยู่ในโควต้าพรรคพลังประชารัฐได้เพราะว่าข้อเสนอดังกล่าว ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

"การออกมาเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงที่ผ่านมา ที่พยายามดึงกระทรวงหลักกลับมา เพราะมีความต้องการบริหารนโยบายตามที่รับปากไว้กับประชาชน เนื่องจากมีความกังวลถึงคะแนนนิยมในการเลือกตั้งครั้งหน้า"แหล่งข่าวระบุ

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่ลงตัวแล้ว มีแค่บางส่วนที่รอการจัดสรร หลังไม่สามารถดึงกระทรวงหลักกลับมาได้ โดยขณะนี้ที่ชัดเจนมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงควบรมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.พลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.อุตสาหกรรม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา และวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.แรงงาน

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งที่อยู่ในโควต้าพรรคพลังประชารัฐที่รอการจัดสรรอีกคือ กระทรวงยุติธรรม  กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงต่างประเทศ  ซึ่งในช่วงเย็นวันนี้ แกนนำพรรคจะจัดสรร กระทรวงที่เหลือให้กับแกนนำภายในพรรคให้เสร็จสิ้น อย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ หรือ รมว.ยุติธรรม

ขณะที่ ตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนา ประกอบด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และนายประภัตร โพธสุธน  รมช.เกษตรและสหกรณ์

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือ แกนนำพลังประชารัฐ จะมีข้อสรุปในการจัดสรรทำแหน่งให้แล้วเสร็จในค่ำนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาล มีข้อสรุปว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ 1 รองนายกรัฐมนตรี  รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรฯ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน 4 รมช.ได้แก่ รมช.มหาดไทย รมช.ศึกษา รมช.คมนาคม  รมช.สาธารณสุข ส่วนพรรคภูมิใจไทย 1 รองนายกฯ รมว.สารณสุข รมว.คมนาคม รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ส่วน 4 รมช.ได้แก่ รมช.เกษตรฯ รมช.มหาดไทย รมช.พาณิชย์ รมช.ศึกษาธิการ

มีรายงานว่า ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเรียกคุยแกนนำ 2 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเพื่อสรุปกระทรวงอย่างเป็นทางการ และทำการจัดสรรตำแหน่งอื่น ๆ ให้กับพรรคการเมืองที่เหลือ อาทิ พรรครวมพลังประชาชาติไทย  5 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง เป็นต้น

'สุดารัตน์'เหน็บแรง! บอกถ้าแบ่งกระทรวงเสร็จแล้ว ช่วยหาเวลาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนบ้าง

'สุดารัตน์'เหน็บแรง! บอกถ้าแบ่งกระทรวงเสร็จแล้ว ช่วยหาเวลาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนบ้าง

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 19.30 น.
 

11 มิ.ย. 62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  #ทำงานต่อไม่รอแล้วนะ

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเดือดร้อนหนักจากปัญหา #หนอนกระทู้ลายจุด ระบาดอย่างหนัก ทำลายไร่โพดเสียหายทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

หน่อยกลับมาที่โคราชอีกครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์การระบาดของ #หนอนกระทู้ลายจุด ที่กำลังกัดกินข้าวโพดของพี่น้องเกษตรกรจนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง

หลังจากหน่อยได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและนำเสนอปัญหาหนอนกระทู้ลายจุดที่ระบาด ทำความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอย่างมากปรากฏว่ามีเกษตรกรทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ รวมทั้งภาคกลาง ต่างสะท้อนปัญหาเดียวกันว่า ขณะนี้หนอนกระทู้ลายจุดได้ระบาดไปทั่วทุกภาค ทำความเสียหายต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว

แต่ยังการขาดการเหลียวแลจากผู้มีอำนาจและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อจ่ายชดเชย ให้แก่เกษตรกร รวมทั้งการออกเผยแพร่ให้ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อที่จะหามาตรการกำจัดการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรในภาคอีสาน ที่ตามปกติแล้วจะต้องปลูกข้าวโพดฤดูกาลผลิตใหม่ในเดือนกรกฎาคม

รอบนี้หน่อยมาขอความรู้และดูตัวอย่างวิธีการป้องกันหนอนข้าวโพดจากผู้เชี่ยวชาญ คือ #อาจารย์ทองก้อน ที่ไร่นายทองก้อน อำเภอปากช่อง นครราชสีมา ซึ่งวิธีการที่ใช้ในไร่ทดลองปลูกข้าวโพดของอาจารย์ขนาด 1 ไร่ครึ่ง ของอาจารย์สามารถป้องกันหนอนชนิดดังกล่าวได้ผลจริง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี

อาจารย์ทองก้อนแนะนำใช้สิ่งที่เรียกว่า BT หรือ Bacillus thuringiensis ซึ่งคือสายพันธุ์ของแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่ทำงานโดยการปล่อยผลึกโปรตีนตัวที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นสารพิษเมื่อเข้าไปในร่างกายของหนอน จนทำให้หนอนเป็นอัมพาตและตายลงในที่สุด

ข้อดีของแบคทีเรีย BT ชนิดนี้คือราคาถูกมากกว่าการใช้สารเคมี โดยต้นทุนการฉีดอยู่ที่ประมาณ 5-10 บาท ต่อ 1 ไร่ ประสิทธิภาพการกำจัดและควบคุมการแพร่ระบาดของหนอนก็ดีกว่าโดยไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ และในเวลาที่ฝนตกยังสามารถขยายตัวได้ดีกว่าการฉีดสารเคมีเพราะมีความชื้นเข้ามาช่วย

แบคทีเรีย BT ตัวนี้เป็นสิ่งที่กรมวิชาการเกษตรสามารถเพาะเลี้ยงได้เองอยู่แล้ว เพียงแต่ยังขาดการส่งเสริมและเผยแพร่ให้ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรรู้จัก เข้าถึง และหันมาใช้อย่างแพร่หลาย

ที่เราต้องรีบหาวิธีการรับมือที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพโดยเร็ว เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้มีความน่ากังวล เนื่องจากหนอนเริ่มดื้อยาที่เป็นสารเคมี เริ่มมีการระบาดไปยังอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศที่มีการปลูกข้าวโพด และยังพบว่าเริ่มมีการลุกลามไปกัดกินพืชผลการเกษตรชนิดอื่นๆ แล้ว เช่น อ้อยและข้าว

หากไม่รีบเร่งลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องเกษตรกรจำนวนมากแล้ว ยังจะสร้างผลสะเทือนต่อการผลิตในภาคส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์แปรรูป หรืออาจร้ายแรงจนกลายเป็นปัญหาภัยความมั่นคงทางอาหารในที่สุด

หน่อยจึงอยากขอเรียกร้องไปยังทุกหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร ให้หันมาสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง ภาครัฐควรเป็นเจ้าภาพในระดับประเทศเพื่อระดมความรู้ ทรัพยากร และผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนมาเร่งแก้ปัญหา ทั้งการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าและแนวทางการป้องกันอย่างครบวงจรในระยะยาว ทั้งการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้เกษตรกร การควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ทั้งในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ การให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปลูกและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง การควบคุมการระบาด ฯลฯ

ถ้าแบ่งกระทรวงกันเสร็จแล้ว ช่วย #แบ่งเวลามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนบ้าง

น้องมาดักรอทุกวัน! สงสัยอยากเป็นทหารเหมือน 'ลุงตู่'

น้องมาดักรอทุกวัน! สงสัยอยากเป็นทหารเหมือน 'ลุงตู่'

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 14.46 น.

วันนี้ (11 มิ.ย.62) เพจ "ข่าวกองทัพภาคที่ 4" ได้โพสต์คลิปน่ารักๆ ของเด็กชายวัยประมาณ 3-4 ขวบคนหนึ่งที่ยืนทำท่าตะเบ๊ะ ซึ่งเป็นท่าเคารพทหารที่พี่ๆ ทหารกลุ่มกำลังวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าจนทหารวิ่งผ่านไป ซึ่งถือเป็นคลิปที่น่ารักอีกคลิปหนึ่ง พร้อมกับโพสต์ข้อความเพียงสั้น ๆ ว่า "น้องมาดักรอทุกวัน" ทั้งนี้ หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นพร้อมชื่นชมในความน่ารักของเด็กน้อยคนนี้กันจำนวนมาก พร้อมกับมีการแชร์คลิปกันออกไปอย่างกว้างขวาง

 
 
 
....................................................
 
12 มิถุนายน 2562 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน